LOGINจากพยาบาลสาวสู่องค์หญิงใหญ่ในยุคโบราณ ร้ายกว่านั้นคือนางต้องแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างแคว้น เมื่ออยู่ก็ไม่สู้ตาย เช่นนั้นนางขอไปตายเอาดาบหน้ายังดีกว่า แต่ใครจะรู้ว่าเขาจะให้นางเป็นเพียงแค่สาวใช้
View Moreช่วงนี้เซียวเหิงฮ่องเต้มีราชกิจรัดตัว เพราะต้องจัดการงานหลายอย่างที่ฮ่องเต้องค์ก่อนและอดีตไทเฮาได้ทำค้างไว้ อีกทั้งยังต้องแต่งตั้งขุนนางและอ๋องต่างสกุลที่ไว้ใจได้ไปทำงานตามเมืองต่าง ๆ ทั้งแคว้นฉิน และแคว้นเว่ย เพื่อแบ่งเบาภาระของเขาการทำงานของเซียวเหิงเป็นลำดับขั้นตอน อีกทั้งยังชัดเจนและเด็ดขาด เน้นการช่วยเหลือราษฎรที่อดอยากทั้งสองแคว้นเป็นหลัก และดำเนินการปราบขุนนางกังฉินอย่างจริงจัง เมื่อตรวจสอบแล้วใครผิดจริงก็ริบทรัพย์และตัดสินโทษประหารชีวิตทันทีไม่มีผ่อนปรนแม้แต่น้อยทำให้ในราชสำนักและตามหัวเมืองต่าง ๆ ต่างมีขุนนางต้องโทษประหารชีวิตไปหลายร้อยคนในเวลาเพียงไม่กี่เดือน ท้องพระคลังที่เคยว่างเปล่า กลับมีทรัพย์สมบัติเพิ่มเข้ามาอย่างมากมายมหาศาล ทรัพย์สินส่วนนี้จึงถูกจัดสรรออกเป็นหลายส่วน เพื่อช่วยเหลือกรมกองต่าง ๆ อีกทั้งยังแบ่งไปช่วยเหลือราษฎรตามถิ่นทุรกันดาน ทั้งเรื่องปากท้อง อาชีพ และการศึกษาเมื่อเซียวเหิงฮ่องเต้ประกาศราชโองการอย่างชัดเจนว่าจะไม่รับสนมเข้าวังอีก ขุนนางทั้งหลายก็ไม่กล้ามีปากเสียง เพราะการทำงานของเขาเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาทุกคนแล้วว่า ทั้งเที่ยงธรรมและให้ความช
หมอฉีที่ตามเสด็จมาด้วยจึงเข้ามาตรวจชีพจรให้นาง สีหน้าของเขาดูประหลาดใจเล็กน้อย “มีสิ่งใดผิดปกติหรือ” เซียวเหิงอดเป็นห่วงพระชายาไม่ได้ “พระชายาน่าจะตั้งครรภ์แฝดพ่ะย่ะค่ะ” “ครรภ์แฝดรึ” เซียวเหิงมีท่าทางไม่อยากเชื่อ เขาเก่งถึงเพียงนี้ ฉินมี่หันมองหมอฉีพลางกล่าวออกด้วยความตื่นเต้น “ท่านแน่ใจหรือ” “คราวก่อนไม่มั่นใจจึงไม่ได้กราบทูล แต่ตอนนี้มั่นใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ” คราวก่อนชีพจรของนางยังไม่มั่นคงขนาดนี้ หมอฉีจึงไม่กล้าพูดออกไป เชียวเหิงจับมือนางมากุมไว้ มือของนางเย็นเฉียบ “เจ้าจงรักษาร่างกายให้ดี” “เพคะ” ทุกคนออกไปจากห้องหมดแล้วเซียวเหิงจึงขึ้นไปนอนเอนกายเคียงข้างนาง โอบกอดนางไว้แล้วถาม “เจ้าจะไม่บอกเราจริง ๆ หรือ ว่าเจ้ามาจากที่ใด” “ฝ่าบาทยังไม่ลืมเรื่องนี้อีกหรือเพคะ” “เรื่องของเจ้าเราไม่เคยลืม” ฉินมี่จึงไม่คิดปิดบังเขาอีก “หม่อมฉันมาจากอนาคตเพคะ” “มาจากอนาคตอย่างนั้นหรือ” “เพคะ น่าจะห่างจากที่นี่ราว ๆ หนึ่งพันปี” เซียวเหิงไม่อยากเชื่อเลยส
ทางด้านของฉินมี่ ตั้งแต่ตื่นขึ้นมาก็นั่งเหม่อมองภูเขาอยู่เกือบสองชั่วยามแล้ว เจียวฝางเดินยกยาบำรุงมาให้พร้อมกล่าว “องค์หญิง ดื่มยาสักหน่อยนะเจ้าคะ” ฉินมี่ตื่นจากภวังค์หันมายกยาขึ้นดื่มอย่างช้า ๆ ช่วงนี้นางรู้สึกแพ้ท้องอย่างหนักจึงต้องดื่มยาแก้คลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย เจียวฝางกล่าวต่อ “ได้ยินว่าท่านอ๋อง ไม่สิ ได้ยินว่าฮ่องเต้พระองค์ใหม่รวมสองแคว้นเข้าด้วยกันแล้วเจ้าค่ะ” แต่ฉินมี่ยังคงเงียบงัน เจียวฝางจึงพูดขึ้นอีก “องค์หญิงไม่ยินดีหรือเจ้าคะ” “เขากลับมาอย่างปลอดภัยข้าก็ดีใจแล้ว” ตอนนี้เขาเป็นถึงฮ่องเต้ เรื่องระหว่างนางกับเขายิ่งลำบากขึ้นไปอีก “เช่นนี้ ฝ่าบาทจะทรงตามหาองค์หญิงหรือไม่เจ้าคะ” “ข้าก็ไม่รู้” เดิมทีนางคิดว่าการแอบซ่อนจดหมายไว้ใต้หมอนจะทำให้เขารู้ที่อยู่ของนาง แต่นี่ก็ผ่านมาสองเดือนกว่าแล้ว เขาคงไม่คิดตามหานางแล้ว ทหารที่เซียวเหิงฮ่องเต้ส่งออกไปตามหาพระชายากลับมารายงานว่าไม่พบร่องรอยของฉินมี่สักคน เซียวเหิงรู้สึกร้อนใจเป็นอย่างมาก ห้าวันแล้วที่เขากลับมาพักที่จวนอ๋องแต่กลับไม่ได้นอนเลยสักคืน เอาแต่นั่
“เจ้าไปทำอันใด เขาถึงได้ตามฆ่าเจ้า” เรื่องที่ตู้ซือซงถูกสังหารเขาทราบแล้ว แต่ไม่คิดว่าตู้หนิงอวี่จะกล้ากลับมาอยู่ที่จวนของเขา “เพราะข้า เพราะข้ารู้ความลับของเขาเจ้าค่ะ” “ความลับอะไร” “เอ่อ… ความลับที่พวกเขาส่งทองคำให้แคว้นฉินเพื่อแลกกับสิบเมืองนั้นเจ้าค่ะ” ตู้หนิงอวี่คุกเข่าลงบนพื้นแล้วคลานไปกอดขาเขาไว้แน่น “ท่านอ๋องต้องช่วยข้านะเจ้าคะ ข้าไม่มีที่ให้ไปแล้วจริง ๆ ท่านอ๋องจะให้ข้าเป็นชายารองหรืออนุภรรยาก็ได้เจ้าค่ะ ขอแค่ให้อยู่รับใช้ท่านอ๋อง ข้ายอมทุกอย่าง” เซียวเหิงแค่นยิ้ม พลางสะบัดขาแรง มือของนางที่เกาะกุมอยู่จึงหลุดออก ร่างของนางฟุบลงกับพื้น แต่เซียวเหิงหาได้สนใจไม่ ตู้หนิงอวี่ตกใจกับการกระทำของเขาเป็นอย่างมาก “ท่านอ๋อง” เขาไม่อ่อนโยนกับนางเหมือนที่เคยเป็นแล้ว “ตอนที่เจ้าหนีไปจากที่นี่เคยไปอยู่ที่ใดก็จงกลับไปอยู่ที่นั่น” “ไม่นะเจ้าคะท่านอ๋อง ข้าจะอยู่กับท่าน ข้าสัญญาว่าจะไม่หนีท่านไปอีกแล้ว” เว้นช่วงไปสองลมหายใจนางจึงกล่าวต่อ “ที่ผ่านมาข้าหนีไปสวดมนต์ที่วัดเพื่อขอพรให้ท่านอ๋องหายเป็นปกติโดยเร็ว และท่านอ๋องก็หายจริง
เดินมาถึงประตูเรือนยั่งยืนเฉียนฟู่กับหวู่เอินสบตากับชิวหมัวมัวด้วยท่าทางลำบากใจ ชิวหมัวมัวมององครักษ์ทั้งสองด้วยความฉงน พลางกล่าวออก “ท่านอ๋อง แม่นางฉินมาแล้วเจ้าค่ะ” “ให้นางเข้ามา” เสียงนั้นเคร่งขรึมอีกทั้งยังทรงพลังชวนให้คนฟังขนลุกซู่ ชิวหมัวมัวพาฉินมี่เดินเข้า
“นี่มันจะมากไปแล้วนะเจ้าคะ” เจียวฝางเดือดดาลแทนผู้เป็นนาย ฉินมี่ปรายตามองนาง เจียวฝางจึงก้มหน้าแล้วพูด “บ่าวพูดมากไปแล้วเจ้าค่ะ” แต่มันมากไปจริง ๆ นางไม่คิดว่าเว่ยอ๋องจะใจดำกับสตรีเช่นนี้ เขาคงเกลียดสตรีต่างแคว้นเข้าไส้จริง ๆ “เจ้ากลับไปบอกท่านอ๋องเถิดว่าข้าจะทำตามที่เขาสั่ง
คล้อยหลังซูลี่ เจียวฝางที่อดทนอดกลั้นมานานจึงเอ่ยถามพ่อครัวหู “ซูลี่ นางเป็นใครกันถึงได้กล้าพูดเช่นนี้กับองค์หญิง” พ่อครัวหูถอนหายใจออกเบา ๆ “เดิมทีนางเคยเป็นสาวใช้ของอดีตพระชายาที่ท่านอ๋องรักมาก ตอนนี้อดีตพระชายาไม่อยู่แล้ว ท่านอ๋องจึงย้ายนางมาเป็นผู้ช่วยพ่อบ้าน”
เห็นนางยืนจ้องอยู่นาน ฉินมี่จึงกล่าว “ชิวหมัวมัว” ชิวหมัวมัวได้สติจึงเรียกนาง “แม่นางฉิน” ฉินมี่ขมวดคิ้วกับคำเรียกขานของชิวหมัวมัวที่เปลี่ยนไป แต่เจียวฝางกลับพูดขึ้นก่อน “แม่นางฉินอย่างนั้นหรือเจ้าคะ ไม่ใช่ว่า…” “แม่นางโปรดอภัยให้ข้าด้วยเจ้าค่ะ แต่ท่านอ๋องสั่งมาเ


















reviews