Home / รักโบราณ / ใต้เงารักท่านอ๋องร้าย / ตอนที่ 8 ทำงานที่โรงครัว

Share

ตอนที่ 8 ทำงานที่โรงครัว

last update publish date: 2026-04-23 10:06:22

เห็นนางยืนจ้องอยู่นาน ฉินมี่จึงกล่าว “ชิวหมัวมัว”

            ชิวหมัวมัวได้สติจึงเรียกนาง “แม่นางฉิน”

            ฉินมี่ขมวดคิ้วกับคำเรียกขานของชิวหมัวมัวที่เปลี่ยนไป แต่เจียวฝางกลับพูดขึ้นก่อน “แม่นางฉินอย่างนั้นหรือเจ้าคะ ไม่ใช่ว่า…”

            “แม่นางโปรดอภัยให้ข้าด้วยเจ้าค่ะ แต่ท่านอ๋องสั่งมาเช่นนี้เจ้าค่ะ”

            “อืม ก็ถูกของท่านอ๋อง ยังมิได้เข้าพิธีแต่งงานจะเรียกพระชายาได้อย่างไร”

            “ขอบคุณแม่นางฉินที่เข้าใจ” ชิวหมัวมัวว่า “ท่านอ๋องมีคำสั่งมาว่า ตั้งแต่พรุ่งนี้ให้แม่นางฉินไปทำงานที่โรงครัวเจ้าค่ะ”

            “ฮะ โรงครัว” เจียวฝางแทรกขึ้นทันที

            แต่ฉินมี่กลับตอบด้วยท่าทีสงบ “ข้าเข้าใจแล้ว”

            “องค์หญิง” เจียวฝางมีสีหน้าเศร้าสร้อย

            ฉินมี่กลับแสร้งทำไม่รู้ไม่เห็นอาการของสาวใช้ บอกกับชิวหมัวมัวว่า “เจ้ากลับไปเถิด”

            “เจ้าค่ะ”

            เจียวฝางรู้สึกโมโหเป็นอย่างมาก พออยู่กันตามลำพังในห้อง เจียวฝางจึงพูดออกไป “พระชา…” นางเกือบจะหลุดปากพูดออกไปแล้ว “องค์หญิงเจ้าคะ ทำไมท่านอ๋องนั่น ถึงได้ใจร้ายกับท่านนัก องค์หญิงไม่เคยทำงานหนักจะไปทำงานที่โรงครัวได้อย่างไร”

            “ไม่เคยก็เรียนรู้ได้” เรื่องเข้าครัวเป็นเรื่องง่ายสำหรับนางมาก ตั้งแต่เล็กจนโตนางทำงานบ้านเองมาตลอด รวมถึงทำกับข้าวด้วย

            “องค์หญิง ท่านไม่โกรธเขาสักนิดเลยหรือเจ้าคะ” บทเจ้านายจะนิ่งนางก็นิ่งสงบมากจริง ๆ จนบางครั้งเจียวฝางยังเผลอคิดไปว่า นี่ใช่องค์หญิงใหญ่คนเดิมของนางหรือไม่

            “ข้ามีสิทธิ์อะไรไปโกรธเขา” หากทำตัวบุ่มบ่ามเขาอาจจะฆ่านางทิ้งก็ได้ การที่เขาทำเช่นนี้เขาอาจจะแค่ลองใจ หรือไม่ก็บีบบังคับให้นางปลิดชีพตนเองเสีย นางแค่นยิ้มในใจ ฝันไปเถอะท่านอ๋อง ข้าตายมาชาติหนึ่งแล้ว จะยอมตายง่าย ๆ ได้อย่างไร

            ปลายยามอิ๋นฉินมี่ก็ต้องลุกไปทำงานที่โรงครัวแล้ว แต่ก็ไม่ใช่เรื่องลำบากสำหรับนางเพราะปกติฉินมี่ก็ตื่นมายามนี้เพื่อออกกำลังกายอยู่แล้ว แต่หลังจากนี้นางคงเปลี่ยนเวลาออกกำลังกายมาเป็นตอนเย็น

            มาถึงที่โรงครัวพ่อครัวหูทำความเคารพฉินมี่อย่างนอบน้อม ถึงแม้เว่ยอ๋องจะมีคำสั่งให้คนในจวนห้ามเรียกขานนางว่าพระชายาก็ตาม

            พ่อครัวหูพูดกับนางว่า “แม่นางฉิน ท่านแค่ยืนดูเฉย ๆ ก็พอขอรับ” แค่ตื่นมาตั้งแต่ฟ้ายังทันไม่สว่างก็ถือว่าลำบากนางมากแล้ว เขาจะกล้าใช้งานนางได้อย่างไร

            แต่สาวใช้ซูลี่ที่ยืนมองอยู่ด้านข้างกลับแย้งขึ้นว่า “ได้อย่างไรกัน วันนี้ท่านอ๋องมีคำสั่งมาว่าต้องให้แม่นางฉินทำอาหารให้ท่านอ๋องทาน และห้ามใครช่วยนางเป็นอันขาด” นางกล่าวด้วยท่าทางอวดดีและไม่เกรงกลัวต่อฉินมี่แม้แต่น้อย แถมยังนึกเหยียดหยามในใจ นี่หรือคือพระชายาคนใหม่ สุดท้ายก็ได้เป็นเพียงสาวใช้ ถึงอย่างไรในใจของเว่ยอ๋องก็มีเพียงเจ้านายของนางเท่านั้น ซูลี่นึกกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ

            ฉินมี่ปรายตามองซูลี่เล็กน้อย แต่ไม่ได้ใส่ใจ เอ่ยกับพ่อครัวอย่างไม่ช้าไม่เร็ว “ทำตามที่นางว่าเถิด” ฉินมี่ทราบดีว่าซูลี่คือสาวใช้ที่เซียวเหิงส่งมา

            “ขอรับ”

            “ปกติมื้อเช้าท่านอ๋องทานสิ่งใด” ฉินมี่ถาม

            “มักเป็นอาหารที่ย่อยง่ายจำพวกโจ๊กหรือข้าวต้มขอรับ ช่วงหลังมานี้ท่านอ๋องมักไม่ค่อยเจริญอาหาร ทำอะไรไปท่านอ๋องก็กินได้น้อยขอรับ”

            “เมื่อวานท่านอ๋องกินอะไร”

            “โจ๊กไข่ขอรับ”

            ฉินมี่จึงถามพ่อครัวว่า “มีปลากะพงหรือไม่”

            “มีขอรับ แต่ท่านอ๋องไม่ค่อยชอบทานปลา บอกว่ามันมีกลิ่นคาวขอรับ”

            “วันนี้ข้าจะทำโจ๊กปลาให้ท่านอ๋อง”

            “แต่ว่า… แม่นางฉินอาจจะโดนท่านอ๋องตำหนิได้นะขอรับ” พ่อครัวหูพูดออกด้วยความห่วงใย

            “ไม่เป็นไร ทำตามที่ข้าบอกเถิด”

            “ขอรับ”

            พ่อครัวหูรับคำแล้วจึงให้นางเริ่มทำตั้งแต่การก่อไฟทำโจ๊กปลา ฉินมี่จัดการก่อไฟเองขึ้นมาสองเตาโดยไม่ต้องให้พ่อครัวสอน เจียวฝางเองยังประหลาดใจที่เจ้านายทำสิ่งนี้เป็น

            อันดับแรกฉินมี่ต้องหุงข้าวก่อน จากนั้นจึงทำน้ำซุปโดยการต้มจากกระดูกปลาและโครงไก่

            “แม่นางฉินโจ๊กปลาไม่ได้ทำเช่นนี้นะขอรับ” ปกติพ่อครัวไม่ได้ทำโจ๊กเช่นนี้ เหตุใดนางไม่ต้มข้าวใส่น้ำเปล่าไปเลย แล้วเหตุใดทำโจ๊กปลาต้องต้มโครงไก่ลงไปด้วย

            “สูตรนี้อร่อยกว่า” เพราะน้ำซุปสูตรที่นางทำจะทำให้โจ๊กมีรสหวานอย่างธรรมชาติ

            “ขอรับ”

            พ่อครัวหูรับคำแล้วก็ผละไปทำอาหารให้คนในจวนต่อ แต่สายตายังคอยมองมาที่ฉินมี่ตลอด ภายในใจนึกชื่นชมนางอยู่มาก เป็นถึงองค์หญิงแต่กลับทำอาหารอยู่ในโรงครัวได้อย่างชำนาญเช่นนี้

            เมื่อข้าวสุกแล้วฉินมี่ให้เจียวฝางนำไปบด จากนั้นจึงนำมาต้มในน้ำซุปอีกครั้ง เช่นนี้จะทำให้ได้เนื้อโจ๊กที่เนียนนุ่มกว่าการต้มข้าวกับน้ำเปล่าแล้วค่อยเคี่ยวทีหลัง และเพราะไม่อยากให้เห็ดหอมเละจนเกินไปนางจึงใส่ในขั้นตอนนี้ ไม่ได้ใส่พร้อมกับตอนทำน้ำซุป

            ต่อจากนั้นจึงนำปลาไปนาบกับกระทะให้พอเหลืองทำให้ช่วยลดกลิ่นคาว และเพิ่มเนื้อสัมผัส เจียวกระเทียมพอเหลือง ซอยขิงและผักชีเตรียมไว้

            นอกจากนั้นยังมีเกี๊ยวนึ่ง ผักดองเค็มเตรียมไว้เป็นเครื่องเคียง

            ฉินมี่ตักโจ๊กใส่ชาม เติมชิ้นปลา ขิงแก่ซอยฝอยและผักชีลงไป ส่วนกระเทียมเจียวนางแยกไว้ในถ้วยเล็กให้ต่างหากเพราะอยากให้กระเทียมเจียวยังคงความกรอบเอาไว้ กลิ่นโจ๊กปลาหอมฟุ้งไปทั่วห้องครัว ทุกคนต่างกลืนน้ำลายไปหลายอึก คนงานที่อยู่ในนั้นไม่อยากเชื่อสายตาเลยว่าองค์หญิงอย่างนางจะทำอาหารเป็น แถมยังทำได้น่ากินอีกด้วย

            “เสร็จแล้ว นำไปให้ท่านอ๋องได้เลย” ฉินมี่บอกซูลี่

            ซูลี่เบะปากเล็กน้อย “ก็ไม่เห็นจะมีอะไรพิเศษ หากข้านำไปให้ท่านอ๋องแล้ว ท่านอ๋องสั่งให้นำมาเททิ้งก็อย่าโทษข้าก็แล้วกัน” ถึงแม้ในใจจะรู้สึกประหลาดใจกับการทำอาหารของฉินมี่อยู่มาก แต่ซูลี่ก็กล่าวออกคล้ายไม่ใส่ใจ หากเป็นไปได้นางอยากบอกเล่าเรื่องนี้ให้อดีตผู้เป็นนายได้ทราบด้วยซ้ำว่าองค์หญิงแคว้นฉินทำอาหารได้คล่องกว่าเจ้านายของนางเสียอีก แต่ปัญหาคือนางไม่รู้ว่าผู้เป็นนายอยู่ที่ใด จึงไม่สามารถบอกนางได้

            “ยกออกไปเถิด” ฉินมี่ไม่ชอบคนพูดมากจึงพูดตัดบทนางเช่นนั้น

           

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ใต้เงารักท่านอ๋องร้าย   ตอนที่ 45 ตอนจบ

    ช่วงนี้เซียวเหิงฮ่องเต้มีราชกิจรัดตัว เพราะต้องจัดการงานหลายอย่างที่ฮ่องเต้องค์ก่อนและอดีตไทเฮาได้ทำค้างไว้ อีกทั้งยังต้องแต่งตั้งขุนนางและอ๋องต่างสกุลที่ไว้ใจได้ไปทำงานตามเมืองต่าง ๆ ทั้งแคว้นฉิน และแคว้นเว่ย เพื่อแบ่งเบาภาระของเขาการทำงานของเซียวเหิงเป็นลำดับขั้นตอน อีกทั้งยังชัดเจนและเด็ดขาด เน้นการช่วยเหลือราษฎรที่อดอยากทั้งสองแคว้นเป็นหลัก และดำเนินการปราบขุนนางกังฉินอย่างจริงจัง เมื่อตรวจสอบแล้วใครผิดจริงก็ริบทรัพย์และตัดสินโทษประหารชีวิตทันทีไม่มีผ่อนปรนแม้แต่น้อยทำให้ในราชสำนักและตามหัวเมืองต่าง ๆ ต่างมีขุนนางต้องโทษประหารชีวิตไปหลายร้อยคนในเวลาเพียงไม่กี่เดือน ท้องพระคลังที่เคยว่างเปล่า กลับมีทรัพย์สมบัติเพิ่มเข้ามาอย่างมากมายมหาศาล ทรัพย์สินส่วนนี้จึงถูกจัดสรรออกเป็นหลายส่วน เพื่อช่วยเหลือกรมกองต่าง ๆ อีกทั้งยังแบ่งไปช่วยเหลือราษฎรตามถิ่นทุรกันดาน ทั้งเรื่องปากท้อง อาชีพ และการศึกษาเมื่อเซียวเหิงฮ่องเต้ประกาศราชโองการอย่างชัดเจนว่าจะไม่รับสนมเข้าวังอีก ขุนนางทั้งหลายก็ไม่กล้ามีปากเสียง เพราะการทำงานของเขาเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาทุกคนแล้วว่า ทั้งเที่ยงธรรมและให้ความช

  • ใต้เงารักท่านอ๋องร้าย   ตอนที่ 44 ตั้งครรภ์แฝด

    หมอฉีที่ตามเสด็จมาด้วยจึงเข้ามาตรวจชีพจรให้นาง สีหน้าของเขาดูประหลาดใจเล็กน้อย “มีสิ่งใดผิดปกติหรือ” เซียวเหิงอดเป็นห่วงพระชายาไม่ได้ “พระชายาน่าจะตั้งครรภ์แฝดพ่ะย่ะค่ะ” “ครรภ์แฝดรึ” เซียวเหิงมีท่าทางไม่อยากเชื่อ เขาเก่งถึงเพียงนี้ ฉินมี่หันมองหมอฉีพลางกล่าวออกด้วยความตื่นเต้น “ท่านแน่ใจหรือ” “คราวก่อนไม่มั่นใจจึงไม่ได้กราบทูล แต่ตอนนี้มั่นใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ” คราวก่อนชีพจรของนางยังไม่มั่นคงขนาดนี้ หมอฉีจึงไม่กล้าพูดออกไป เชียวเหิงจับมือนางมากุมไว้ มือของนางเย็นเฉียบ “เจ้าจงรักษาร่างกายให้ดี” “เพคะ” ทุกคนออกไปจากห้องหมดแล้วเซียวเหิงจึงขึ้นไปนอนเอนกายเคียงข้างนาง โอบกอดนางไว้แล้วถาม “เจ้าจะไม่บอกเราจริง ๆ หรือ ว่าเจ้ามาจากที่ใด” “ฝ่าบาทยังไม่ลืมเรื่องนี้อีกหรือเพคะ” “เรื่องของเจ้าเราไม่เคยลืม” ฉินมี่จึงไม่คิดปิดบังเขาอีก “หม่อมฉันมาจากอนาคตเพคะ” “มาจากอนาคตอย่างนั้นหรือ” “เพคะ น่าจะห่างจากที่นี่ราว ๆ หนึ่งพันปี” เซียวเหิงไม่อยากเชื่อเลยส

  • ใต้เงารักท่านอ๋องร้าย   ตอนที่ 43 เจ้ายินดีเป็นฮองเฮาหรือไม่

    ทางด้านของฉินมี่ ตั้งแต่ตื่นขึ้นมาก็นั่งเหม่อมองภูเขาอยู่เกือบสองชั่วยามแล้ว เจียวฝางเดินยกยาบำรุงมาให้พร้อมกล่าว “องค์หญิง ดื่มยาสักหน่อยนะเจ้าคะ” ฉินมี่ตื่นจากภวังค์หันมายกยาขึ้นดื่มอย่างช้า ๆ ช่วงนี้นางรู้สึกแพ้ท้องอย่างหนักจึงต้องดื่มยาแก้คลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย เจียวฝางกล่าวต่อ “ได้ยินว่าท่านอ๋อง ไม่สิ ได้ยินว่าฮ่องเต้พระองค์ใหม่รวมสองแคว้นเข้าด้วยกันแล้วเจ้าค่ะ” แต่ฉินมี่ยังคงเงียบงัน เจียวฝางจึงพูดขึ้นอีก “องค์หญิงไม่ยินดีหรือเจ้าคะ” “เขากลับมาอย่างปลอดภัยข้าก็ดีใจแล้ว” ตอนนี้เขาเป็นถึงฮ่องเต้ เรื่องระหว่างนางกับเขายิ่งลำบากขึ้นไปอีก “เช่นนี้ ฝ่าบาทจะทรงตามหาองค์หญิงหรือไม่เจ้าคะ” “ข้าก็ไม่รู้” เดิมทีนางคิดว่าการแอบซ่อนจดหมายไว้ใต้หมอนจะทำให้เขารู้ที่อยู่ของนาง แต่นี่ก็ผ่านมาสองเดือนกว่าแล้ว เขาคงไม่คิดตามหานางแล้ว ทหารที่เซียวเหิงฮ่องเต้ส่งออกไปตามหาพระชายากลับมารายงานว่าไม่พบร่องรอยของฉินมี่สักคน เซียวเหิงรู้สึกร้อนใจเป็นอย่างมาก ห้าวันแล้วที่เขากลับมาพักที่จวนอ๋องแต่กลับไม่ได้นอนเลยสักคืน เอาแต่นั่

  • ใต้เงารักท่านอ๋องร้าย   ตอนที่ 42 จัดการให้สิ้นซาก

    “เจ้าไปทำอันใด เขาถึงได้ตามฆ่าเจ้า” เรื่องที่ตู้ซือซงถูกสังหารเขาทราบแล้ว แต่ไม่คิดว่าตู้หนิงอวี่จะกล้ากลับมาอยู่ที่จวนของเขา “เพราะข้า เพราะข้ารู้ความลับของเขาเจ้าค่ะ” “ความลับอะไร” “เอ่อ… ความลับที่พวกเขาส่งทองคำให้แคว้นฉินเพื่อแลกกับสิบเมืองนั้นเจ้าค่ะ” ตู้หนิงอวี่คุกเข่าลงบนพื้นแล้วคลานไปกอดขาเขาไว้แน่น “ท่านอ๋องต้องช่วยข้านะเจ้าคะ ข้าไม่มีที่ให้ไปแล้วจริง ๆ ท่านอ๋องจะให้ข้าเป็นชายารองหรืออนุภรรยาก็ได้เจ้าค่ะ ขอแค่ให้อยู่รับใช้ท่านอ๋อง ข้ายอมทุกอย่าง” เซียวเหิงแค่นยิ้ม พลางสะบัดขาแรง มือของนางที่เกาะกุมอยู่จึงหลุดออก ร่างของนางฟุบลงกับพื้น แต่เซียวเหิงหาได้สนใจไม่ ตู้หนิงอวี่ตกใจกับการกระทำของเขาเป็นอย่างมาก “ท่านอ๋อง” เขาไม่อ่อนโยนกับนางเหมือนที่เคยเป็นแล้ว “ตอนที่เจ้าหนีไปจากที่นี่เคยไปอยู่ที่ใดก็จงกลับไปอยู่ที่นั่น” “ไม่นะเจ้าคะท่านอ๋อง ข้าจะอยู่กับท่าน ข้าสัญญาว่าจะไม่หนีท่านไปอีกแล้ว” เว้นช่วงไปสองลมหายใจนางจึงกล่าวต่อ “ที่ผ่านมาข้าหนีไปสวดมนต์ที่วัดเพื่อขอพรให้ท่านอ๋องหายเป็นปกติโดยเร็ว และท่านอ๋องก็หายจริง

  • ใต้เงารักท่านอ๋องร้าย   ตอนที่ 41 ได้รับชัย

    สิบวันต่อมาเว่ยอ๋องกวาดต้อนข้าศึกกระทั่งเข้ายึดเมืองเจิ้งโจวได้สำเร็จ เติ้งคุณต่อสู้อยู่กับขงซีห่าวเพื่อแก้แค้นที่เขาบังอาจมาหลอกลวงเขาถึงค่ายทหาร แม้ตอนนี้เลือดหลั่งไหลท่วมกายแล้วยังเอ่ย “ข้าจะฆ่าเจ้า” ว่าจบก็ถือดาบวิ่งเข้าหาขงซีห่าวอีกครั้ง ทั้งสองฟาดฟันกันอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่สุดท้ายเติ้งคุณก็โดนขงซีห่าวฟันเอวจนร่างกายขาดเป็นสองท่อน หยวนหงเจี๋ยฮ่องเต้ที่กำลังต่อสู้อยู่กับเว่ยอ๋องเห็นแม่ทัพเติ้งสิ้นใจไปแล้วถึงกับหน้าถอดสี อีกทั้งความแค้นยิ่งเพิ่มมากขึ้น “หากวันนี้ข้าฆ่าเจ้าไม่ได้ก็อย่ามาเรียกข้าว่าฮ่องเต้” เซียวเหิงยิ้มหยัน “ข้าไม่เคยเรียกเจ้าว่าฮ่องเต้อยู่แล้ว” “หากเจ้าตายวันนี้ข้าจะเอามี่มี่ของข้ากลับแคว้นฉินไปด้วย” “หุบปากเน่า ๆ ของเจ้าเสีย หากเจ้าอยากได้มี่มี่ก็ข้ามศพข้าไปก่อน ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าแตะต้องแม้แต่เส้นผมของนางอีก” สิ้นคำเว่ยอ๋องก็ออกกระบวนท่าพร้อมกับดาบคู่ใจ หยวนหงเจี๋ยยังแปลกใจว่าเหตุใดแว่ยอ๋องถึงได้แสดงท่าทีว่าหึงหวงฉินมี่ออกมา ทั้งที่เขาให้นางเป็นเพียงสาวใช้ อีกทั้งยังทำให้เขาออกกระบวนท่าอย่างบ้าคลั่งเ

  • ใต้เงารักท่านอ๋องร้าย   ตอนที่ 40 ตั้งครรภ์

    ราวหนึ่งชั่วยามซูลี่จึงกลับมาพร้อมกับท่าทางเหนื่อยหอบเจือตกใจ “คุณหนู คุณหนูเจ้าคะ…” “พูดให้มันดี ๆ” “คือว่า คือว่ายานี้ ยานี้เป็นยาบำรุงครรภ์เจ้าค่ะ” นัยน์ตาของตู้หนิงอวี่ขยายใหญ่ขึ้น พูดออกเสียงแผ่ว “ยาบำรุงครรภ์อย่างนั้นหรือ” ทำท่าคล้ายคิดหนัก “ไม่ได้การแล้ว ต้องรีบกำจัดนางเสีย” “บ่าวต้องทำอย่างไรบ้างเจ้าคะ” “เจ้าเต็มใจช่วยข้าหรือไม่” “เต็มใจเจ้าคะ ข้าเต็มใจทำเพื่อท่านทุกอย่าง” เพื่อในอนาคตนางจะได้ใกล้ชิดกับเว่ยอ๋อง ซูลี่ย่อมทำได้ทุกอย่าง “เช่นนั้นก็ดี เข้ามาใกล้ ๆ ข้า” ซูลี่ขยับกายเข้าไปใกล้ ตู้หนิงอวี่โน้มใบหน้าเข้าใกล้หูพลางกระซิบ ดวงตาของซูลี่วาวโรจน์เมื่อได้ยินแผนการนั้น “บ่าวเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ” สามวันต่อมาตู้หนิงอวี่ออกมาเดินเล่นที่ริมสระน้ำข้างเรือนรับรอง จึงบอกซูลี่ว่าอยากดื่มชาดอกไม้ของเรือนดอกโบตั๋น ซึ่งฉินมี่เป็นคนทำเอง นางจึงเข้าไปบอกแก่เจ้าของเรือน และให้เจียวฝางยกออกไปให้ และยังกล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า “เพียงแค่นี้คงไม่เป็นการรบกวนเจ้ามากเกินไ

  • ใต้เงารักท่านอ๋องร้าย   ตอนที่ 7 นางไม่ใช่พระชายา

    พอถึงทางแยกเข้าจวนเว่ยอ๋อง องครักษ์เหยียนโม่โฉวกับไต้ห่าวซวนจึงคุมขบวนบรรณาการเข้าไปที่เมืองผิงเหยาซึ่งเป็นเมืองหลวงของแคว้นเว่ย ส่วนเฉียนฟู่กับหวู่เอิน พาขบวนเจ้าสาวตรงไปที่จวนเว่ยอ๋องราวสองเค่อรถม้าก็หยุดลง เฉียนฟู่จึงเอ่ยออก “ถึงจวนอ๋องแล้วขอรับ”เจียวฝางเป็นฝ่ายลงมาก่อน จากนั้นจึงช่วยประคองผู้

  • ใต้เงารักท่านอ๋องร้าย   ตอนที่ 11 อ๋องพิการ

    เดินมาถึงประตูเรือนยั่งยืนเฉียนฟู่กับหวู่เอินสบตากับชิวหมัวมัวด้วยท่าทางลำบากใจ ชิวหมัวมัวมององครักษ์ทั้งสองด้วยความฉงน พลางกล่าวออก “ท่านอ๋อง แม่นางฉินมาแล้วเจ้าค่ะ” “ให้นางเข้ามา” เสียงนั้นเคร่งขรึมอีกทั้งยังทรงพลังชวนให้คนฟังขนลุกซู่ ชิวหมัวมัวพาฉินมี่เดินเข้า

  • ใต้เงารักท่านอ๋องร้าย   ตอนที่ 10 ให้นางมาปรนนิบัติข้า

    “นี่มันจะมากไปแล้วนะเจ้าคะ” เจียวฝางเดือดดาลแทนผู้เป็นนาย ฉินมี่ปรายตามองนาง เจียวฝางจึงก้มหน้าแล้วพูด “บ่าวพูดมากไปแล้วเจ้าค่ะ” แต่มันมากไปจริง ๆ นางไม่คิดว่าเว่ยอ๋องจะใจดำกับสตรีเช่นนี้ เขาคงเกลียดสตรีต่างแคว้นเข้าไส้จริง ๆ “เจ้ากลับไปบอกท่านอ๋องเถิดว่าข้าจะทำตามที่เขาสั่ง

  • ใต้เงารักท่านอ๋องร้าย   ตอนที่ 9 โจ๊กปลาแสนอร่อย

    คล้อยหลังซูลี่ เจียวฝางที่อดทนอดกลั้นมานานจึงเอ่ยถามพ่อครัวหู “ซูลี่ นางเป็นใครกันถึงได้กล้าพูดเช่นนี้กับองค์หญิง” พ่อครัวหูถอนหายใจออกเบา ๆ “เดิมทีนางเคยเป็นสาวใช้ของอดีตพระชายาที่ท่านอ๋องรักมาก ตอนนี้อดีตพระชายาไม่อยู่แล้ว ท่านอ๋องจึงย้ายนางมาเป็นผู้ช่วยพ่อบ้าน”

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status