Beranda / รักโบราณ / ใต้เงารักท่านอ๋องร้าย / ตอนที่ 9 โจ๊กปลาแสนอร่อย

Share

ตอนที่ 9 โจ๊กปลาแสนอร่อย

last update Tanggal publikasi: 2026-04-24 10:07:36

            คล้อยหลังซูลี่ เจียวฝางที่อดทนอดกลั้นมานานจึงเอ่ยถามพ่อครัวหู “ซูลี่ นางเป็นใครกันถึงได้กล้าพูดเช่นนี้กับองค์หญิง”

            พ่อครัวหูถอนหายใจออกเบา ๆ “เดิมทีนางเคยเป็นสาวใช้ของอดีตพระชายาที่ท่านอ๋องรักมาก ตอนนี้อดีตพระชายาไม่อยู่แล้ว ท่านอ๋องจึงย้ายนางมาเป็นผู้ช่วยพ่อบ้าน”

            ท่านอ๋องรักอดีตพระชายามากอย่างนั้นหรือ มิน่าเล่าถึงได้ทำเช่นนี้กับองค์หญิงของนาง เจียวฝางรู้สึกไม่พอใจเซียวเหิงขึ้นมาอีกหลายส่วน แล้วแบบนี้องค์หญิงของนางจะไม่ได้อยู่ในจวนนี้ในฐานะสาวใช้ตลอดไปหรือ

            ส่วนฉินมี่นั้นไม่ได้รู้สึกอะไรเลยสักนิด ใครอยากรักใครมากก็รักไปสิ เกี่ยวอะไรกันกับนาง ได้มีชีวิตอยู่แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน สบายกว่าการเข้าเวรของพยาบาลเสียอีก

            เจียวฝางเห็นฉินมี่ทำไม่รู้ไม่ชี้ก็รู้สึกขัดใจยิ่งนัก “องค์หญิง ท่านจะไม่พูดอะไรสักหน่อยหรือเจ้าคะ”

            ฉินมี่จึงทำตามความต้องการของบ่าว พูดสักหลายคำก็ดี “ไปกินข้าวกันเถิด ข้าหิวจะแย่แล้ว”

เจียวฝางถึงกับพูดอะไรไม่ออก องค์หญิงของนางกลายเป็นคนไร้ความรู้สึกไปตั้งแต่เมื่อไร

            พูดจบฉินมี่ก็ชวนพ่อบ้านไปกินอาหารด้วยกัน นางเป็นคนกินง่ายอยู่ง่ายมาตั้งแต่เด็ก เรื่องแค่นี้ไม่ถือว่าลำบากสักนิด

            พ่อบ้านหูได้ชิมโจ๊กปลาคำแรกก็ถึงกับนิ่งงันไปชั่วขณะ ฉินมี่เอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม “เป็นอย่างไร”

            “ข้าไม่เคยกินโจ๊กปลาที่อร่อยเท่านี้มาก่อน” พูดจบก็รีบตักโจ๊กเข้าปากอีกหลายคำ เจียวฝางอยากรู้บ้างก็ตักโจ๊กกินเช่นกัน นางถึงกับตาค้างเลยทีเดียว องค์หญิงของนางมีพรสวรรค์ด้านการทำอาหารตั้งแต่เมื่อใดกัน

            ซูลี่นำอาหารมาที่เรือนยั่งยืน ในห้องนั้นมีชิวหมัวมัวยืนรออยู่ก่อนแล้ว ชิวหมัวมัวเอ่ยถาม “วันนี้แม่นางฉินทำสิ่งใดมาให้ท่านอ๋อง”

            “โจ๊กปลาเจ้าค่ะ”

            “พ่อครัวหูไม่ได้บอกนางหรือว่าท่านอ๋องไม่ชอบกินปลา” ชิวหมัวมัวตำหนิพ่อครัว

            “บอกเจ้าค่ะ แต่ดูเหมือนว่าแม่นางฉินอยากจะกลั่นแกล้งท่านอ๋องเจ้าค่ะ” ซูลี่ไม่ชอบสตรีทุกคนที่เข้าใกล้เว่ยอ๋อง เพราะเว่ยอ๋องต้องเป็นของเจ้านายของนางเพียงคนเดียวเท่านั้น เพราะถ้าให้สตรีนางอื่นมาใกล้ชิดเว่ยอ๋อง ตัวนางเองก็จะหมดหนทางที่จะปีนป่ายไปเป็นอนุภรรยาของเขา ถึงตอนนี้เขาพิการก็ใช่ว่าอนาคตจะไม่มีทางหาย

ซูลี่เอ่ยถามเซียวเหิงอีกว่า “ท่านอ๋องจะให้ข้าเอาไปเททิ้งเลยหรือไม่เจ้าคะ”

            “ไม่ต้อง” นางอยากกลั่นแกล้งเขาก็ปล่อยให้นางทำไป ถึงอย่างไรเขาก็ไม่นึกอยากอาหาร กินคำสองคำก็พอแล้ว ลองชิมฝีมือนางสักหน่อยก็คงไม่เสียหาย เดี๋ยวนางจะหาว่าเขารังแกนาง สั่งให้ทำอาหารแล้วไม่ยอมกิน “นางทำเองทุกขั้นตอนหรือไม่”

            “เอ่อ… นางทำเองทุกขั้นตอนอย่างคล่องแคล่วราวกับว่าเคยเป็นแม่ครัวมาก่อนอย่างไรอย่างนั้นเลยเจ้าค่ะ” ทุกเรื่องที่เว่ยอ๋องให้นางไปทำ ซูลี่ไม่กล้าบิดเบือนความจริง เพราะหากว่าเขาจับได้นางคงตายอย่างไร้ที่ฝังเป็นแน่

            เซียวเหิงมองโจ๊กปลาที่หน้าตาไม่เหมือนกับที่พ่อบ้านหูเคยทำให้กิน ชิวหมัวมัวใช้เข็มทดสอบพิษแล้วจึงเอ่ย “น่ากินมากเลยเจ้าค่ะ”

            มุมปากเซียวเหิงโค้งขึ้นเล็กน้อย “น่ากินเพียงใดข้าก็กินได้ไม่กี่คำอยู่ดี” มือยกถ้วยกระเทียมเจียวเทใส่ชามโจ๊ก ซึ่งพ่อบ้านหูไม่เคยทำมาให้สักครั้ง

            ซูลี่ที่ยืนก้มหน้าอยู่ภาวนาให้เซียวเหิงปาถ้วยโจ๊กปลานั้นทิ้งเหมือนยามที่เขาไม่พอใจในรสชาติอาหาร

            เซียวเหิงคิดว่าเขาต้องอาเจียนออกมาแน่หากกินโจ๊กปลาชามนี้ แต่พอตักเข้าปากไปได้หนึ่งคำ ความเนียนละเอียดของเนื้อโจ๊กและความหวานกลมกล่อมของน้ำแกงก็ทำให้เขาหยุดมือไม่ได้ แม้กระทั่งเนื้อปลายังไม่มีกลิ่นคาวเลยสักนิด

อีกทั้งขิงซอยและกระเทียมเจียวกรอบ ๆ ก็ทำให้ความคาวหายไปจนหมดสิ้น เซียวเหิงตักโจ๊กเข้าปากพลางขมวดคิ้ว นี่ใช่ฝีมือนางจริง ๆ หรือ พลางกินพลางคิดไปด้วย กินกับผักดองเค็มก็เข้ากันยิ่งนัก กินไปกินมาจนโจ๊กปลาถ้วยนั้นหมดไปตั้งแต่เมื่อไรยังไม่รู้ตัว

            ชิวหมัวมัวยิ้มออกมาด้วยความยินดี “ท่านอ๋องกินข้าวหมดเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนเลยเจ้าค่ะ” ซูลี่เหลือบมองชามใส่โจ๊กยังรู้สึกตกใจ เว่ยอ๋องกินหมดได้อย่างไร

            เซียวเหิงมองชามใส่โจ๊กของตนด้วยความไม่อยากเชื่อเช่นกัน “ข้าก็แค่ไม่อยากกินทิ้งกินขว้าง” เขาไม่มีทางยอมรับเด็ดขาดว่าฝีมือการทำอาหารของนางดีมากแค่ไหน

            ชิวหมัวมัวรู้ว่านั่นคือคำแก้เก้อจึงไม่อยากทำให้เขาอาย “หากท่านอ๋องกินอาหารได้เช่นนี้ทุกวันก็คงดีไม่น้อย”

            “เรียกเฉียนฟู่เข้ามาเถอะข้าอยากออกไปข้างนอกแล้ว”

            “เจ้าค่ะ”

            ซูลี่กลับไปที่โรงครัวอยากจะขอลองชิมโจ๊กปลาสักหน่อย แต่ก็พบว่าไม่เหลือสักหยดแล้ว ทุกคนที่ได้ชิมต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าอร่อยนุ่มลิ้นมาก

            หลังจากนั้นฉินมี่ก็มีหน้าที่ทำอาหารให้เซียวเหิงทุกวัน ทุกมื้ออาหารที่นางทำถูกเขากินจนหมด โดยเขาให้เหตุผลว่าไม่อยากให้เสียของ แต่ที่นางทำอาหารอร่อยก็ใช่ว่าเขาจะยินดี ในใจเขาอยากเห็นนางทรมานมากกว่า

ฉินมี่ทำหน้าที่แม่ครัวส่วนตัวให้เขาจนครบสิบวัน เขาจึงเอ่ยถามซูลี่ “นางมีท่าทีอย่างไรบ้าง”

“นางดูราวกับมีความสุขมากเลยเจ้าค่ะ” เป็นซูลี่เสียอีกที่ไม่อยากตื่นแต่เช้ามาเฝ้าแม่นางฉินทำอาหาร

            เซียวเหิงรู้สึกไม่พอใจกับคำตอบเป็นอย่างมาก เป็นไปได้อย่างไรที่นางจะมีความสุข หรือว่างานครัวจะเบาสำหรับนางเกินไป เช่นนั้นก็… “ตั้งแต่พรุ่งนี้ให้นางไปอยู่หน่วยซักล้าง”

            “เจ้าค่ะ”

            “ท่านอ๋อง!” ชิวหมัวมัวตกใจเป็นอย่างยิ่ง จะให้สตรีบอบบางเช่นนั้นไปอยู่หน่วยงานซักล้างได้อย่างไร

            เซียวเหิงพูดต่ออีกว่า “เจ้าออกไปได้แล้ว” ซู่ลี่เดินออกจากเรือนยั่งยืนด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

            เมื่อนั้นชิวหมัวมัวจึงเอ่ย “ท่านอ๋องนางเป็นถึง…”

            “นางจะเป็นใครขึ้นอยู่กับความต้องการของข้า” ทนได้ก็ทน ทนไม่ได้ก็ตายสถานเดียว

            บ่ายวันนั้นชิวหมัวมัวก็มาพบกับฉินมี่อีกครั้ง นางยังคงยอบกายคารวะฉินมี่เสมอ “แม่นางฉิน”

            “ชิวหมัวมัวมีธุระอันใดหรือ”

            “ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป ท่านอ๋องให้ท่านไปอยู่หน่วยซักล้างเจ้าค่ะ” ดูท่าทางแล้วองค์หญิงผู้นี้ดูมีความสุขจริง ๆ น่าแปลกยิ่งนัก ถึงแม้นางจะตัวเล็กแต่ความอดทนเป็นเลิศจริง ๆ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ใต้เงารักท่านอ๋องร้าย   ตอนที่ 45 ตอนจบ

    ช่วงนี้เซียวเหิงฮ่องเต้มีราชกิจรัดตัว เพราะต้องจัดการงานหลายอย่างที่ฮ่องเต้องค์ก่อนและอดีตไทเฮาได้ทำค้างไว้ อีกทั้งยังต้องแต่งตั้งขุนนางและอ๋องต่างสกุลที่ไว้ใจได้ไปทำงานตามเมืองต่าง ๆ ทั้งแคว้นฉิน และแคว้นเว่ย เพื่อแบ่งเบาภาระของเขาการทำงานของเซียวเหิงเป็นลำดับขั้นตอน อีกทั้งยังชัดเจนและเด็ดขาด เน้นการช่วยเหลือราษฎรที่อดอยากทั้งสองแคว้นเป็นหลัก และดำเนินการปราบขุนนางกังฉินอย่างจริงจัง เมื่อตรวจสอบแล้วใครผิดจริงก็ริบทรัพย์และตัดสินโทษประหารชีวิตทันทีไม่มีผ่อนปรนแม้แต่น้อยทำให้ในราชสำนักและตามหัวเมืองต่าง ๆ ต่างมีขุนนางต้องโทษประหารชีวิตไปหลายร้อยคนในเวลาเพียงไม่กี่เดือน ท้องพระคลังที่เคยว่างเปล่า กลับมีทรัพย์สมบัติเพิ่มเข้ามาอย่างมากมายมหาศาล ทรัพย์สินส่วนนี้จึงถูกจัดสรรออกเป็นหลายส่วน เพื่อช่วยเหลือกรมกองต่าง ๆ อีกทั้งยังแบ่งไปช่วยเหลือราษฎรตามถิ่นทุรกันดาน ทั้งเรื่องปากท้อง อาชีพ และการศึกษาเมื่อเซียวเหิงฮ่องเต้ประกาศราชโองการอย่างชัดเจนว่าจะไม่รับสนมเข้าวังอีก ขุนนางทั้งหลายก็ไม่กล้ามีปากเสียง เพราะการทำงานของเขาเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาทุกคนแล้วว่า ทั้งเที่ยงธรรมและให้ความช

  • ใต้เงารักท่านอ๋องร้าย   ตอนที่ 44 ตั้งครรภ์แฝด

    หมอฉีที่ตามเสด็จมาด้วยจึงเข้ามาตรวจชีพจรให้นาง สีหน้าของเขาดูประหลาดใจเล็กน้อย “มีสิ่งใดผิดปกติหรือ” เซียวเหิงอดเป็นห่วงพระชายาไม่ได้ “พระชายาน่าจะตั้งครรภ์แฝดพ่ะย่ะค่ะ” “ครรภ์แฝดรึ” เซียวเหิงมีท่าทางไม่อยากเชื่อ เขาเก่งถึงเพียงนี้ ฉินมี่หันมองหมอฉีพลางกล่าวออกด้วยความตื่นเต้น “ท่านแน่ใจหรือ” “คราวก่อนไม่มั่นใจจึงไม่ได้กราบทูล แต่ตอนนี้มั่นใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ” คราวก่อนชีพจรของนางยังไม่มั่นคงขนาดนี้ หมอฉีจึงไม่กล้าพูดออกไป เชียวเหิงจับมือนางมากุมไว้ มือของนางเย็นเฉียบ “เจ้าจงรักษาร่างกายให้ดี” “เพคะ” ทุกคนออกไปจากห้องหมดแล้วเซียวเหิงจึงขึ้นไปนอนเอนกายเคียงข้างนาง โอบกอดนางไว้แล้วถาม “เจ้าจะไม่บอกเราจริง ๆ หรือ ว่าเจ้ามาจากที่ใด” “ฝ่าบาทยังไม่ลืมเรื่องนี้อีกหรือเพคะ” “เรื่องของเจ้าเราไม่เคยลืม” ฉินมี่จึงไม่คิดปิดบังเขาอีก “หม่อมฉันมาจากอนาคตเพคะ” “มาจากอนาคตอย่างนั้นหรือ” “เพคะ น่าจะห่างจากที่นี่ราว ๆ หนึ่งพันปี” เซียวเหิงไม่อยากเชื่อเลยส

  • ใต้เงารักท่านอ๋องร้าย   ตอนที่ 43 เจ้ายินดีเป็นฮองเฮาหรือไม่

    ทางด้านของฉินมี่ ตั้งแต่ตื่นขึ้นมาก็นั่งเหม่อมองภูเขาอยู่เกือบสองชั่วยามแล้ว เจียวฝางเดินยกยาบำรุงมาให้พร้อมกล่าว “องค์หญิง ดื่มยาสักหน่อยนะเจ้าคะ” ฉินมี่ตื่นจากภวังค์หันมายกยาขึ้นดื่มอย่างช้า ๆ ช่วงนี้นางรู้สึกแพ้ท้องอย่างหนักจึงต้องดื่มยาแก้คลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย เจียวฝางกล่าวต่อ “ได้ยินว่าท่านอ๋อง ไม่สิ ได้ยินว่าฮ่องเต้พระองค์ใหม่รวมสองแคว้นเข้าด้วยกันแล้วเจ้าค่ะ” แต่ฉินมี่ยังคงเงียบงัน เจียวฝางจึงพูดขึ้นอีก “องค์หญิงไม่ยินดีหรือเจ้าคะ” “เขากลับมาอย่างปลอดภัยข้าก็ดีใจแล้ว” ตอนนี้เขาเป็นถึงฮ่องเต้ เรื่องระหว่างนางกับเขายิ่งลำบากขึ้นไปอีก “เช่นนี้ ฝ่าบาทจะทรงตามหาองค์หญิงหรือไม่เจ้าคะ” “ข้าก็ไม่รู้” เดิมทีนางคิดว่าการแอบซ่อนจดหมายไว้ใต้หมอนจะทำให้เขารู้ที่อยู่ของนาง แต่นี่ก็ผ่านมาสองเดือนกว่าแล้ว เขาคงไม่คิดตามหานางแล้ว ทหารที่เซียวเหิงฮ่องเต้ส่งออกไปตามหาพระชายากลับมารายงานว่าไม่พบร่องรอยของฉินมี่สักคน เซียวเหิงรู้สึกร้อนใจเป็นอย่างมาก ห้าวันแล้วที่เขากลับมาพักที่จวนอ๋องแต่กลับไม่ได้นอนเลยสักคืน เอาแต่นั่

  • ใต้เงารักท่านอ๋องร้าย   ตอนที่ 42 จัดการให้สิ้นซาก

    “เจ้าไปทำอันใด เขาถึงได้ตามฆ่าเจ้า” เรื่องที่ตู้ซือซงถูกสังหารเขาทราบแล้ว แต่ไม่คิดว่าตู้หนิงอวี่จะกล้ากลับมาอยู่ที่จวนของเขา “เพราะข้า เพราะข้ารู้ความลับของเขาเจ้าค่ะ” “ความลับอะไร” “เอ่อ… ความลับที่พวกเขาส่งทองคำให้แคว้นฉินเพื่อแลกกับสิบเมืองนั้นเจ้าค่ะ” ตู้หนิงอวี่คุกเข่าลงบนพื้นแล้วคลานไปกอดขาเขาไว้แน่น “ท่านอ๋องต้องช่วยข้านะเจ้าคะ ข้าไม่มีที่ให้ไปแล้วจริง ๆ ท่านอ๋องจะให้ข้าเป็นชายารองหรืออนุภรรยาก็ได้เจ้าค่ะ ขอแค่ให้อยู่รับใช้ท่านอ๋อง ข้ายอมทุกอย่าง” เซียวเหิงแค่นยิ้ม พลางสะบัดขาแรง มือของนางที่เกาะกุมอยู่จึงหลุดออก ร่างของนางฟุบลงกับพื้น แต่เซียวเหิงหาได้สนใจไม่ ตู้หนิงอวี่ตกใจกับการกระทำของเขาเป็นอย่างมาก “ท่านอ๋อง” เขาไม่อ่อนโยนกับนางเหมือนที่เคยเป็นแล้ว “ตอนที่เจ้าหนีไปจากที่นี่เคยไปอยู่ที่ใดก็จงกลับไปอยู่ที่นั่น” “ไม่นะเจ้าคะท่านอ๋อง ข้าจะอยู่กับท่าน ข้าสัญญาว่าจะไม่หนีท่านไปอีกแล้ว” เว้นช่วงไปสองลมหายใจนางจึงกล่าวต่อ “ที่ผ่านมาข้าหนีไปสวดมนต์ที่วัดเพื่อขอพรให้ท่านอ๋องหายเป็นปกติโดยเร็ว และท่านอ๋องก็หายจริง

  • ใต้เงารักท่านอ๋องร้าย   ตอนที่ 41 ได้รับชัย

    สิบวันต่อมาเว่ยอ๋องกวาดต้อนข้าศึกกระทั่งเข้ายึดเมืองเจิ้งโจวได้สำเร็จ เติ้งคุณต่อสู้อยู่กับขงซีห่าวเพื่อแก้แค้นที่เขาบังอาจมาหลอกลวงเขาถึงค่ายทหาร แม้ตอนนี้เลือดหลั่งไหลท่วมกายแล้วยังเอ่ย “ข้าจะฆ่าเจ้า” ว่าจบก็ถือดาบวิ่งเข้าหาขงซีห่าวอีกครั้ง ทั้งสองฟาดฟันกันอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่สุดท้ายเติ้งคุณก็โดนขงซีห่าวฟันเอวจนร่างกายขาดเป็นสองท่อน หยวนหงเจี๋ยฮ่องเต้ที่กำลังต่อสู้อยู่กับเว่ยอ๋องเห็นแม่ทัพเติ้งสิ้นใจไปแล้วถึงกับหน้าถอดสี อีกทั้งความแค้นยิ่งเพิ่มมากขึ้น “หากวันนี้ข้าฆ่าเจ้าไม่ได้ก็อย่ามาเรียกข้าว่าฮ่องเต้” เซียวเหิงยิ้มหยัน “ข้าไม่เคยเรียกเจ้าว่าฮ่องเต้อยู่แล้ว” “หากเจ้าตายวันนี้ข้าจะเอามี่มี่ของข้ากลับแคว้นฉินไปด้วย” “หุบปากเน่า ๆ ของเจ้าเสีย หากเจ้าอยากได้มี่มี่ก็ข้ามศพข้าไปก่อน ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าแตะต้องแม้แต่เส้นผมของนางอีก” สิ้นคำเว่ยอ๋องก็ออกกระบวนท่าพร้อมกับดาบคู่ใจ หยวนหงเจี๋ยยังแปลกใจว่าเหตุใดแว่ยอ๋องถึงได้แสดงท่าทีว่าหึงหวงฉินมี่ออกมา ทั้งที่เขาให้นางเป็นเพียงสาวใช้ อีกทั้งยังทำให้เขาออกกระบวนท่าอย่างบ้าคลั่งเ

  • ใต้เงารักท่านอ๋องร้าย   ตอนที่ 40 ตั้งครรภ์

    ราวหนึ่งชั่วยามซูลี่จึงกลับมาพร้อมกับท่าทางเหนื่อยหอบเจือตกใจ “คุณหนู คุณหนูเจ้าคะ…” “พูดให้มันดี ๆ” “คือว่า คือว่ายานี้ ยานี้เป็นยาบำรุงครรภ์เจ้าค่ะ” นัยน์ตาของตู้หนิงอวี่ขยายใหญ่ขึ้น พูดออกเสียงแผ่ว “ยาบำรุงครรภ์อย่างนั้นหรือ” ทำท่าคล้ายคิดหนัก “ไม่ได้การแล้ว ต้องรีบกำจัดนางเสีย” “บ่าวต้องทำอย่างไรบ้างเจ้าคะ” “เจ้าเต็มใจช่วยข้าหรือไม่” “เต็มใจเจ้าคะ ข้าเต็มใจทำเพื่อท่านทุกอย่าง” เพื่อในอนาคตนางจะได้ใกล้ชิดกับเว่ยอ๋อง ซูลี่ย่อมทำได้ทุกอย่าง “เช่นนั้นก็ดี เข้ามาใกล้ ๆ ข้า” ซูลี่ขยับกายเข้าไปใกล้ ตู้หนิงอวี่โน้มใบหน้าเข้าใกล้หูพลางกระซิบ ดวงตาของซูลี่วาวโรจน์เมื่อได้ยินแผนการนั้น “บ่าวเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ” สามวันต่อมาตู้หนิงอวี่ออกมาเดินเล่นที่ริมสระน้ำข้างเรือนรับรอง จึงบอกซูลี่ว่าอยากดื่มชาดอกไม้ของเรือนดอกโบตั๋น ซึ่งฉินมี่เป็นคนทำเอง นางจึงเข้าไปบอกแก่เจ้าของเรือน และให้เจียวฝางยกออกไปให้ และยังกล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า “เพียงแค่นี้คงไม่เป็นการรบกวนเจ้ามากเกินไ

  • ใต้เงารักท่านอ๋องร้าย   ตอนที่ 11 อ๋องพิการ

    เดินมาถึงประตูเรือนยั่งยืนเฉียนฟู่กับหวู่เอินสบตากับชิวหมัวมัวด้วยท่าทางลำบากใจ ชิวหมัวมัวมององครักษ์ทั้งสองด้วยความฉงน พลางกล่าวออก “ท่านอ๋อง แม่นางฉินมาแล้วเจ้าค่ะ” “ให้นางเข้ามา” เสียงนั้นเคร่งขรึมอีกทั้งยังทรงพลังชวนให้คนฟังขนลุกซู่ ชิวหมัวมัวพาฉินมี่เดินเข้า

  • ใต้เงารักท่านอ๋องร้าย   ตอนที่ 10 ให้นางมาปรนนิบัติข้า

    “นี่มันจะมากไปแล้วนะเจ้าคะ” เจียวฝางเดือดดาลแทนผู้เป็นนาย ฉินมี่ปรายตามองนาง เจียวฝางจึงก้มหน้าแล้วพูด “บ่าวพูดมากไปแล้วเจ้าค่ะ” แต่มันมากไปจริง ๆ นางไม่คิดว่าเว่ยอ๋องจะใจดำกับสตรีเช่นนี้ เขาคงเกลียดสตรีต่างแคว้นเข้าไส้จริง ๆ “เจ้ากลับไปบอกท่านอ๋องเถิดว่าข้าจะทำตามที่เขาสั่ง

  • ใต้เงารักท่านอ๋องร้าย   ตอนที่ 8 ทำงานที่โรงครัว

    เห็นนางยืนจ้องอยู่นาน ฉินมี่จึงกล่าว “ชิวหมัวมัว” ชิวหมัวมัวได้สติจึงเรียกนาง “แม่นางฉิน” ฉินมี่ขมวดคิ้วกับคำเรียกขานของชิวหมัวมัวที่เปลี่ยนไป แต่เจียวฝางกลับพูดขึ้นก่อน “แม่นางฉินอย่างนั้นหรือเจ้าคะ ไม่ใช่ว่า…” “แม่นางโปรดอภัยให้ข้าด้วยเจ้าค่ะ แต่ท่านอ๋องสั่งมาเ

  • ใต้เงารักท่านอ๋องร้าย   ตอนที่ 7 นางไม่ใช่พระชายา

    พอถึงทางแยกเข้าจวนเว่ยอ๋อง องครักษ์เหยียนโม่โฉวกับไต้ห่าวซวนจึงคุมขบวนบรรณาการเข้าไปที่เมืองผิงเหยาซึ่งเป็นเมืองหลวงของแคว้นเว่ย ส่วนเฉียนฟู่กับหวู่เอิน พาขบวนเจ้าสาวตรงไปที่จวนเว่ยอ๋องราวสองเค่อรถม้าก็หยุดลง เฉียนฟู่จึงเอ่ยออก “ถึงจวนอ๋องแล้วขอรับ”เจียวฝางเป็นฝ่ายลงมาก่อน จากนั้นจึงช่วยประคองผู้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status