مشاركة

บทที่ 10

last update تاريخ النشر: 2025-12-08 00:59:09

เสียงติ๊ดของนาฬิกาปลุกในโทรศัพท์ดังขึ้นตรงเวลาเช้าเหมือนเดิม คะน้าลืมตาขึ้นช้า ๆ ม่านสีขาวปลิวไหวตามแรงลมจากแอร์ แสงแดดนุ่ม ๆ สาดกระทบกระทบขอบเตียง เธอนั่งนิ่งอยู่สักพัก ก่อนจะยกมือขึ้นขีดกากบาทบนปฏิทินข้างหัวเตียง

“วันที่สาม…” คะน้าพึมพำเบา ๆ หมึกสีดำลากพาดผ่านตัวเลขชัดเจน เหลือแปดสิบเจ็ดวัน เธอจัดการอาบน้ำแต่งตัวให้ไวเหมือนทุกเช้า

เมื่อเสร็จสองเท้าเล็กก็รีบลงมาชั้นล่างของเพนต์เฮาส์ กลิ่นกาแฟขมอ่อน ๆ ลอยมาขณะที่เธอจะก้าวเท้าลงบันได

หลงเฟยนั่งอยู่ที่บาร์เหมือนทุกครั้ง ใบหน้าเรียบเฉย ร่างสูงสงบนิ่งราวกับทุกวันของเขาถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระบบ

“เช้า” เขาพูดโดยไม่มอง

“ค่ะ เช้า” คะน้าตอบกลับเรียบ ๆ ก่อนหยิบขนมปังขึ้นมาเคี้ยวเงียบ ๆ

ไม่มีการพูดคุยเพิ่มเติม มีเพียงเสียงข่าวจากโทรทัศน์และเสียงแก้วกาแฟกระทบโต๊ะเบา ๆ แต่ในหัวของคะน้ากำลังเต็มไปด้วยแผน…

หลังอาหารเช้า เธอกลับขึ้นไปบนห้องในสมุดเล่มเล็กนั้นมีสองบรรทัดใหม่

‘ร้านกาแฟ 16.30 น. กับ ถ่ายแบบ 13.00 น.’

เธอเปิดตู้หยิบเสื้อผ้าธรรมดาที่ดูเรียบร้อยที่สุดออกมาสวมใส่ แสงจากหน้าต่างกระทบผิวหน้าเรียวใส คะน้ามองตัวเองในกระจกเงียบ ๆ

“สองพันบาทมันไม่มาก แต่มันสำคัญ” เธอพูดเบา ๆ จากนั้นมือเรียวบางก็รีบหยิบกระเป๋าผ้าใบเดิมขึ้นพาดบ่า เหมือนทุกครั้งที่ออกจากคอนโด และพยายามเดินผ่านล็อบบี้ให้เป็นเพียงเงาคนหนึ่งในที่แห่งนี้

“วันนี้ไปช่วยยายอีกเหรอคะ” คุณจินถามสุภาพเหมือนทุกครั้ง

“ค่ะ” คะน้ายิ้มบาง ๆ ทั้งที่ในใจรู้ว่า วันนี้ไม่ได้มีแค่ตลาดของยายเท่านั้น…

เสียงรถไฟฟ้าเบา ๆ ดังในชานชาลา คะน้ายืนอยู่ท่ามกลางผู้คนเมืองที่เดินสวนกันวุ่นวาย หัวใจเธอเต้นเบา ๆ แต่มั่นคง เธอเปิดข้อความในโทรศัพท์ โลเคชั่นงานถ่ายแบบฟรีแลนซ์ที่เธอรับไว้เมื่อวาน

สถานที่เป็นสตูดิโอเล็ก ๆ บนตึกสำนักงานกลางเมือง ภายนอกดูเรียบธรรมดา แต่ภายในกลับเต็มไปด้วยไฟถ่ายภาพ ฉากหลังสีขาวสะอาด และทีมงานไม่กี่คน

“น้องคะน้าใช่ไหมคะ?” เสียงผู้หญิงวัยสามสิบต้น ๆ ดังขึ้น เธอสวมชุดเรียบแต่ดูเป็นมืออาชีพ

“ใช่ค่ะ” คะน้าตอบ

“ดีมากเลย หน้าตาเหมาะกับกลิ่นน้ำหอมตัวนี้พอดีเลย” อีกฝ่ายยิ้ม ก่อนจะยื่นขวดน้ำหอมทรงเรียบให้เธอถือ

“เราอยากได้ภาพธรรมชาติ ไม่ต้องเกร็งนะ แค่ยิ้มเหมือนเป็นตัวของตัวเอง สดใส ๆ”

แม้จะไม่เคยอยู่ในกองถ่ายมาก่อนแต่คะน้ากลับนิ่งได้อย่างประหลาด เธอพยายามหายใจช้า ๆ ทำตามที่ทีมงานบอก และไม่นาน เสียงชัตเตอร์กล้องก็ดังรัว

แชะ… แชะ… แชะ…

“ดีมากเลยน้อง ยิ้มแบบนั้นแหละ!”

“เอียงนิดนึง… ใช่เลย!”

มันไม่ใช่งานที่ง่าย แต่ก็ไม่ยากเกินไปสำหรับคนที่ตั้งใจจริง

สองชั่วโมงผ่านไปเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ

“ขอบคุณมากนะคะน้อง นี่เป็นค่าแรงวันนี้” พี่ทีมงานยื่นซองบาง ๆ ให้คะน้า

เด็กสาวรับซองนั้นมากุมไว้ สองพันบาทแรกจากน้ำพักน้ำแรงในโลกของหลงเฟย มันอาจดูน้อยสำหรับใครบางคน แต่สำหรับคะน้า นี่คือก้าวแรก

“ไว้พี่มีงานอีก พี่จะติดต่อไปนะคะ น้องน่ารักมาก”

“ขอบคุณค่ะ”

เธอก้าวออกมาจากตึก สายลมเย็นยามเย็นพัดปะทะแก้มเบา ๆ หัวใจเธอเต้นแรง ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะรู้ว่า เธอเริ่มได้จริงแล้ว

หลังจากถ่ายงานเสร็จ คะน้ารีบเปลี่ยนชุดเรียบง่าย แล้วเดินทางไปในร้านกาแฟประจำ กลิ่นกาแฟยามเย็นหอมอบอวลไม่ต่างจากเมื่อวาน เธอเริ่มจับจังหวะเครื่องชงกาแฟ เทนม และเช็ดเคาน์เตอร์ได้คล่องขึ้นเรื่อย ๆ

เสียงหัวเราะของลูกค้าเบา ๆ และเสียงพูดคุยของพนักงาน ทำให้หัวใจเธอเบากว่าตอนเช้าหลายเท่า

“น้องคะน้า วันนี้เก่งขึ้นเยอะเลยนะ” เจ้าของร้านพูดเสียงเรียบ

“ขอบคุณค่ะ” เธอยิ้มบาง ๆ อย่างมีมารยาท

เธอทำงานจนถึงหัวค่ำ ก่อนจะเดินทางไปตลาดไปหายายเช่นเคย

เสียงรถสองแถวจอดเทียบตรงหัวมุมตลาดคะน้าก้าวลงมาอย่างคล่องแคล่ว เดินฝ่าผู้คนที่เริ่มทยอยกลับบ้าน เสียงแม่ค้าเรียกลูกค้าดังแทรกกับเสียงรถเข็นจอแจเป็นจังหวะที่เธอคุ้นเคยดี

ตรงมุมนั้นยายสมพรนั่งอยู่หลังแผงผักที่ตั้งอยู่ตำแหน่งเดิมมาตลอดหลายสิบปี

“ยาย!” เธอเรียกเบา ๆ พร้อมโบกมือ ยายสมพรเงยหน้าขึ้นทันที พอเห็นหลานสาวก็ยิ้มออกมาอย่างดีใจ

“อ้าว คะน้า มาอีกแล้ว”

“หนูบอกแล้วไงว่าจะกลับมาช่วยยาย” เธอพูดพลางถอดกระเป๋าผ้าลง แล้วนั่งยองข้างแผงเหมือนทุกครั้งในอดีต

คะน้าคว้าตะกร้าผักตรงหน้าอย่างคล่องมือ เริ่มหยิบผักบุ้ง คะน้า ใบโหระพา เรียงใส่ถุงพลาสติกอย่างรวดเร็ว แยกเป็นชุดขายแบบที่เธอเคยทำประจำตั้งแต่มัธยม

มือหนึ่งจัดถุง อีกมือช่วยจัดตะกร้าให้ดูเป็นระเบียบ ลูกค้าจะได้หยิบง่าย ท่าทีทุกอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องมีใครบอก

“เดี๋ยวหนูจัดผักบุ้งให้นะยาย ของพรุ่งนี้ต้องมัดไว้และแช่น้ำตั้งแต่วันนี้ไม่งั้นมันเหี่ยว”

“จ้ะลูก…มือนี้ของหนูนี่มันไวจริง ๆ” ยายสมพรหัวเราะเสียงใส มือเหี่ยวย่นช่วยหยิบยื่นถุงให้เธอประกอบไปด้วย

“เอาโหระพาสองกำจ้ะ” เสียงลูกค้าขาประจำดังขึ้น

“ได้เลยค่ะป้า!” คะน้ารับคำอย่างกระตือรือร้น ก่อนยื่นถุงให้พร้อมรอยยิ้ม ใบหน้าใสสะอาดของเธอทำให้ลูกค้าหลายคนเผลอยิ้มตาม นี่แหละ คะน้าแบบที่เป็นตัวเธอจริง ๆ

คะน้าช่วยจัดผัก มัดถุง รับเงินทอนเงิน พูดคุยกับลูกค้าได้อย่างเป็นกันเอง จนบรรยากาศแผงผักสดใสขึ้นแบบเงียบ ๆ ไม่เหมือนเพนต์เฮาส์ของหลงเฟยที่นิ่ง เย็น และไม่มีเสียงหัวเราะ

และจังหวะหนึ่ง เสียงแค่ก ๆ ของยายดังแทรกขึ้นเบา ๆ ทำให้เธอชะงัก

คะน้าหันขวับไปมองทันที ดวงตากลมใสสั่นนิด ๆ

“ยาย…” เธอเรียกยายสมพรเสียงเบา

“ยายไม่เป็นไรหรอกลูก แค่ไอเฉย ๆ” ยายสมพรยิ้มบาง พยายามโบกมือเหมือนไม่อยากให้หลานกังวล แต่มือที่ยังขยุ้มหยิบถุงอีกข้างก็สั่นนิด ๆ

แต่เสียงไอเบา ๆ นั่นกลับดังก้องในหัวคะน้าเหมือนเสียงนาฬิกานับถอยหลังที่ไม่มีใครได้ยินนอกจากเธอ

“ไม่เหนื่อยเหรอลูก เดินทางมาไกล”

“ไม่เหนื่อยหรอกยาย หนูถนัดเรื่องนี้อยู่แล้ว ขอแค่ได้มาหายายก็หายเหนื่อยแล้ว” คะน้ายิ้ม พยายามทำเสียงให้ร่าเริง ทั้งที่ใจเธอเริ่มหนักขึ้น เธออยู่ช่วยยายจนฟ้ามืด ขณะคนเริ่มเก็บแผง ยายสมพรก็หันมามองหลานสาวด้วยสายตาอบอุ่น

หลังจากเก็บของที่ตลาดเสร็จ คะน้าหิ้วตะกร้าผักที่เหลือไม่กี่ถุงเดินข้างยายไปเรื่อย ๆ เสียงรองเท้าแตะของยายกระทบพื้นซีเมนต์ในซอยดังแผ่วเบา เคล้ากับเสียงจักจั่นยามค่ำที่เริ่มดังขึ้นทีละนิด

“ยายเดินไหวไหม เดี๋ยวหนูถือให้”

“ยายเดินไหวหนูไม่ต้องห่วง” ยายสมพรหัวเราะเบา ๆ แม้จะไอแทรกแค่ก ๆ ออกมาเบา ๆ สองสามครั้งระหว่างทาง

คะน้าเหลือบตามองคนข้าง ๆ อย่างห่วง ๆ

ยายสมพรตัวเล็กกว่าที่เธอจำได้ในวัยเด็กนิดหน่อย หลังเริ่มค่อมตามวัย และมือที่เคยแข็งแรงตอนขายผักก็สั่นเล็ก ๆ เวลาถือถุงของหนัก

“ถ้ายายไม่สบาย ยายต้องบอกหนูนะ” คะน้าพูดเสียงเรียบแต่นุ่ม

“ยายไม่เป็นไรหรอกลูก คนแก่ก็แบบนี้แหละ” ยายสมพรยิ้มบาง เหี่ยวย่นรอบดวงตาแย้มออกมาอย่างอบอุ่น

เดินไม่นานก็ถึงบ้านไม้หลังเล็กที่อยู่ไม่ไกลจากตลาดเท่าไหร่นัก ไฟหลอดกลมหน้าบ้านสว่างสลัว แสงสีเหลืองนวล ๆ นั่นคือภาพที่คะน้าจำได้ตั้งแต่เด็กจนโต มันไม่เคยเปลี่ยนเลย…

“ถึงแล้ว” ยายสมพรบอกคะน้าอย่างอารมณ์ดี ขณะเดินเข้าบ้านช้า ๆ

คะน้าวางตะกร้าลงหน้าประตูบ้านที่มีกลิ่นไม้และกลิ่นสบู่เก่าที่เธอคุ้นเคยดี

“ยายพักผ่อนเยอะ ๆ นะ ยายอย่าฝืน” เธอพูดเสียงแผ่ว ยายสมพรเมื่อได้ยินแบบนั้นก็ยกมือขึ้นลูบหัวคะน้าเบา ๆ ท่าทีเดียวกับตอนเธอยังเป็นเด็กด้วยความเอ็นดู

“หนูไม่ต้องห่วงยายหรอก…หนูแค่ตั้งใจเรียน มีชีวิตที่ดี ยายก็สบายใจแล้ว”

คำพูดเรียบง่าย…แต่หนักแน่นจนหัวใจคะน้าสะอึก เธอเผลอกัดริมฝีปากตัวเองแน่นโดยไม่รู้ตัว

“คะน้ากลับหอพักเถอะ มันจะดึกมากไป อันตรายกว่าจะเดินทางถึง”

“ยายดูแลตัวเองดี ๆ นะ มีอะไรรีบโทรหาหนูนะ”

“ได้ แค่ก ๆ” ยายสมพรพูดพร้อมกับไอเบา ๆ ก่อนจะยิ้มให้หลานสาวอีกครั้ง จากนั้นหญิงชราก็เดินมาส่งหลานสาวตรงประตูบ้าน

หลังจากที่ยายสมพรปิดประตูบ้าน คะน้ายืนนิ่งอยู่หน้าบ้านสักพัก มองแสงไฟสีเหลืองลอดออกมาจากหน้าต่างเล็ก ๆ

แสงนั้นมันไม่แรง…แต่มันคือแสงเดียวที่ทำให้เธอรู้ว่า เธอมีที่ของตัวเองบนโลกนี้จริง ๆ

“แค่ก… แค่ก…”เสียงไอแผ่ว ๆ ของยายดังลอดประตูออกมาอีกครั้ง

คะน้ากำมือแน่น ความรู้สึกหนักในอกกลับมาอีกครั้งแบบไม่ต้องมีใครบอก เธอหันหลังให้บ้านไม้ แล้วเดินช้า ๆ ออกไปสู่ทางเดินที่ทอดยาวไปสู่ถนนใหญ่

“ต้องรีบหาเงินให้ได้…แล้วรีบกลับมาอยู่กับยาย” เธอพึมพำเบา ๆ ราวกับสัญญากับตัวเอง

แสงไฟริมถนนทอดเป็นแนวยาวเหมือนเส้นทางที่ไม่มีใครบอกปลายทางได้ แต่เธอก็รู้…ว่าทุกก้าวของเธอจากตรงนี้ จะพาเธอกลับมาปกป้องสมบัติผืนเดียวผืนนี้ให้ได้

“นี่แหละ ก้าวที่ไม่มีใครรู้” คะน้าพูดเบา ๆ ขณะมองเงินในมือ แล้วหันไปมองวิวเมืองยามค่ำ แม้ภายนอกเธอยังเป็นเด็กที่หลงเฟยประเมินต่ำ แต่ภายในเธอกำลังค่อย ๆ สร้างทางของตัวเองทีละก้าว

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ใต้เงาหลงเฟย   บทที่ 159

    หลงเฟยอยู่ในสูทสากลสีดำทรงเฉียบปักลายมังกรทองบาง ๆ ที่ปกเสื้อ ประสานความเป็นจีนกับความเป็นสากลได้อย่างพอดีที่สุด ทันทีที่หลงเฟยเห็นคะน้าเขาหยุดหายใจอีกครั้งในวันเดียว “สวยกว่าพิธีเช้าอีก” ร่างสูงกระซิบเบา ๆ “ก็คุณเลือกชุดให้นี่คะ” คะน้ายิ้ม งานเริ่มด้วยพิธีเปิดตัวบ่าวสาว เดินเข้าสู่เวทีท่ามกลางแ

  • ใต้เงาหลงเฟย   บทที่ 158

    รุ่งเช้าในวันแต่งงานของตระกูลหลง ท้องฟ้าเซี่ยงไฮ้สีฟ้าอ่อนแบบหายาก แสงสว่างลอดผ่านม่านผืนบางในคฤหาสน์ใหญ่ บรรยากาศในบ้านไม่ใช่ความเร่งรีบ แต่เป็นความสงบ อบอุ่น และเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของดอกกุหลาบขาวกับลิลลี่ที่ทีมงานกำลังจัดอยู่ทุกมุม ห้องแต่งตัวชั้นบนถูกเปิดไฟนุ่ม ๆ ช่างแต่งหน้าช่างผมยืนเรียงกันอย่

  • ใต้เงาหลงเฟย   บทที่ 157

    “เดี๋ยวคุณจินก็บินมาแล้ว” “เอาล่ะ เรามาดูชุดเจ้าสาวต่อดีกว่า” หลงเฟยพูดขึ้น พลางเลือกรูปชุดจากโฟลเดอร์ที่ตั้งชื่อว่า kanaa bridal ไว้ “แล้วคุณอยากให้ฉันใส่แบบไหนคะ?” “ที่เธอชอบที่สุด” หลงเฟยขมวดคิ้วเล็กน้อยเหมือนกำลังตั้งใจจริง “แต่คุณก็ต้องชอบด้วยค่ะ” “คะน้าไม่ว่าชุดไหน เธอก็สวย” เขาส่ายหัวเบา

  • ใต้เงาหลงเฟย   บทที่ 156

    หลังจากสรุปจำนวนแขกและรูปแบบงานได้อย่างสงบที่สุดในรอบเช้าปั่นป่วน ช่วงบ่ายของวันนั้นบรรยากาศในบ้านหลังโต ตระกูลหลงก็เปลี่ยนไปเป็นอีกโลกหนึ่ง ราวกับจากสนามรบกลายเป็นสตูดิโอวางแผนความฝันของคู่รัก… บ่ายวันเดียวกัน ห้องนั่งเล่นชั้นล่าง คะน้านั่งอยู่บนโซฟาตัวเดิม แต่คราวนี้ไม่ใช่เพื่อเถียง แต่เพื่อไล่ดู

  • ใต้เงาหลงเฟย   บทที่ 155

    “คะน้า…” “คะ?” “ฉันตั้งใจรักเธอมากนะ” เสียงกระซิบเบา ๆ ข้างหู ทำให้หัวใจคะน้าสั่นอย่างที่คำหวานเกินไปไม่เคยทำได้ “ฉันก็เหมือนกันค่ะ” เธอยิ้ม หลงเฟยกอดแน่นขึ้นนิด เหมือนยืนยันคำพูดโดยไม่ต้องอธิบายอะไรอีก วันนี้ไม่มีเสียงถกเถียงเรื่องงานแต่งอีกแล้ว จะมีแค่เสียงหัวใจของสองคน ที่กำลังก้าวจากสู้กันเ

  • ใต้เงาหลงเฟย   บทที่ 154

    เสียงของคะน้าดังสะเทือนไปทั้งโถงบ้าน แต่แทนที่หลงเฟยจะเถียงกลับ เขากลับยกมือยอมแพ้ทั้งสองข้างอย่างสงบ เหมือนผู้ชายที่รู้ว่าถ้ายังไปต่อ จะไม่มีทางชนะตั้งแต่ต้น… “ล้อเล่น” หลงเฟยพูดเสียงเบานุ่มจนคะน้าขมวดคิ้ว “ฉันจะไม่บังคับเรื่องจำนวนแขกแล้วให้เราค่อย ๆ คุยกันใหม่ดีกว่า” คะน้าไม่ค่อยเชื่อ แต่ก็ยิ้

  • ใต้เงาหลงเฟย   บทที่ 126

    “หลงเฟย…ฉันเดินเองได้ค่ะ” ระหว่างเดินออกงาน คะน้าพูดเสียงเบา แก้มแดงจัด ตาเหม่อนิด ๆ ตามสไตล์เด็กสาวดื้อเงียบเดิม “เธอจะล้มอยู่แล้ว ไม่ต้องพูด” “ฉันไม่เป็นไร…โอ๊ย!!” ขาคะน้าสะดุดพื้นพรม หลงเฟยประคองทัน มองเธอด้วยสายตาที่ทั้งโกรธ ทั้งเป็นห่วง ทั้งหวงจนแทบระเบิด “เธอกล้าดื่มตามคนอื่น โดยไม่รู้ว่า

  • ใต้เงาหลงเฟย   บทที่ 124

    เจียลี่นิ่งสนิทจนเหมือนกำลังแตกเป็นเสี่ยงในใจ แต่ใบหน้ากลับยังคงหรูหราแบบผู้ดีไว้ได้เป๊ะ บรรยากาศภายในงานยังคงหรูหราเหมือนในฝัน เสียงดนตรีคลอเบา ๆ กลิ่นไวน์และน้ำหอมผู้ดีลอยผสมกันทั่วห้อง เหล่านักธุรกิจจับกลุ่มคุยกันเป็นภาษาอังกฤษ จีน และฝรั่งเศสสลับกัน หลงเฟยตั้งใจจะพาคะน้าไปทักทายนักลงทุนโต๊ะสำค

  • ใต้เงาหลงเฟย   บทที่ 115

    “นี่แหละอีกหนึ่งเหตุผลที่ฉันอยากพาเธอมา” คะน้ากัดปากแน่นจนเกือบเจ็บ เธอรู้ว่าหัวใจตัวเองกำลังไปไกลเกินกว่าที่ตั้งใจตั้งแต่ตอนแรกมากแล้วและไม่รู้ว่าควรกลัวหรือควรปล่อยให้มันเป็น “มานี่” หลงเฟยเดินนำไปนิดหนึ่งก่อนหยุดแล้วหันมาบอกเสียงเรียบ คะน้าเดินเข้าไปใกล้ สงสัยว่าเขาจะพาไปไหน ดวงตาคมมองลมแรง ๆ

  • ใต้เงาหลงเฟย   บทที่ 114

    คะน้าก้าวออกมาจากตึกสูงพร้อมหลงเฟย ริมฝีปากยังเผลอยิ้มบาง ๆ จากคำชมที่ตัวเองไม่คิดว่าจะได้รับ ลมเย็นเฉียบของเซี่ยงไฮ้ปะทะหน้าอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เธอไม่สะดุ้งเท่าเดิมเพราะผ้าพันคอที่หลงเฟยคล้องให้ตอนเช้ายังอุ่นอยู่รอบคอ “หนาวไหม” หลงเฟยเหลือบตามองร่างบางเล็กน้อย “นิดหน่อย แต่โอเคค่ะ” มือเล็กดึงผ้า

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status