LOGIN"โมจะไม่เรียนต่อ" คำสั้น ๆ หลุดออกมาจากปากแตงโมตรงหน้าห้องพักฟื้นโรงพยาบาลเอกชน ทำลายความเงียบที่อึดอัดของคนสองคนลงในพริบตา
"พูดอะไรของโม" ลูกพีชหันขวับไปมองทันที คิ้วเรียงสวยขมวดเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจ
"โมอยากออกไปทำงานช่วยพีช" เสียงของน้องสาวหนักแน่นกว่าที่คิด แต่ดวงตาของเธอกลับสั่นไหว
"ค่าผ่าตัดตั้งเกือบล้าน พีชจะหาเงินจากไหน แล้วยังเพิ่งถูกไล่ออกจากต้นสังกัด งานละครก็โดนปลดเพราะข่าวนั่นอีก" ลูกพีชเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะยกมือขึ้นลูบศีรษะน้องสาวอย่างเอ็นดู
"แล้วเด็กเพิ่งจบ ม.6 จะไปหางานอะไรช่วยได้ล่ะฮื้ม" เธอพูดเสียงเบาแต่หนักแน่น
"แค่หนึ่งอาทิตย์กับเงินเกือบล้าน ต่อให้โมทำงานทั้งวันทั้งคืนก็ไม่มีทางได้" แตงโมเม้มปากแน่น ก้มหน้าลงอย่างไม่พอใจตัวเองเพราะรู้ว่าพี่สาวพูดถูกทุกคำ
"โมฟังพีชนะ โมต้องตั้งใจสอบเข้ามหาวิทยาลัย พีชกันเงินค่าเทอมโมไว้แล้ว เข้าใจไหม"
"แต่พีชจะหาเงินจากไหน" เสียงถามเบาจนแทบเป็นลมหายใจ
ลูกพีชนิ่งไป ก่อนจะตอบออกมาตรง ๆ
"ตอนนี้พีชก็ยังไม่รู้เหมือนกัน" ชีวิตที่เคยพอประคองไปได้กำลังพังลงพร้อมกันทุกด้าน งานในวงการที่เคยมี แม้ไม่หวือหวาแต่ก็พอเลี้ยงตัวเองได้ ตอนนี้กลับหายไปแทบหมดเพราะข่าว เงินเก็บก้อนสุดท้ายก็เพิ่งนำไปปิดหนี้บ้านที่ติดจำนอง
ตอนนี้ในบัญชีของเธอแทบไม่เหลือถึงหกหลักด้วยซ้ำ และเงินก้อนนั้นก็เป็นส่วนที่เธอกันไว้ให้แตงโมสำหรับค่าเทอมมหาวิทยาลัยเทอมหน้า
"หรือเราเปลี่ยนไปโรงพยาบาลรัฐดีไหม หรือเลือกการผ่าตัดธรรมดาแทนก็ได้" แตงโมเสนออีกทางอย่างลังเล
ขณะที่ลูกพีชส่ายหน้าเบา ๆ
"โรงพยาบาลรัฐค่ารักษาถูกกว่าก็จริง แต่คิวมันยาวเกินไป แม่รอไม่ไหวหรอกโม อีกอย่างหมอบอกว่าก้อนอยู่ลึก และอยู่ใกล้โครงสร้างสำคัญในปอด การผ่าตัดแบบธรรมดามันเสี่ยงเกินไป พีชไม่อยากเสียแม่ไปอีกคน" น้ำเสียงเธอแผ่วลงในประโยคสุดท้าย
"หรือเราจะขายบะ-" แตงโมอ้าปากเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง
"ไม่โม ไม่เด็ดขาด" ลูกพีชสวนขึ้นโดยไม่ปล่อยให้น้องพูดจบ เพราะรู้ดีว่าคำถัดไปคืออะไร
แตงโมกลืนคำพูดกลับลงคออย่างเข้าใจ
บ้านหลังนั้นไม่ใช่แค่ทรัพย์สิน แต่มันคือความทรงจำสุดท้ายของแม่กับยาย เป็นสิ่งเดียวที่เหลืออยู่จากครอบครัวในวันที่ทุกอย่างพังไปหมด เธอจะไม่ยอมแลกมันกับเงินเด็ดขาด
"โมเชื่อใจพีชนะ ยังไงพีชก็จะหาเงินมาผ่าตัดให้แม่ได้ทัน เราจะได้กลับมาอยู่กันสามคนเหมือนเดิม" ลูกพีชเอ่ยเสียงเรียบแต่หนักแน่น
"อื้ม พีชอยากให้โมช่วยอะไร พีชบอกโมนะ โมมีพี่สาวคนเดียวรู้ไหม" แตงโมสวมกอดพี่สาวไว้แน่น
"รู้แล้ว ตอนนี้เข้าไปดูแลแม่ก่อนนะ เดี๋ยวพีชจะลองปรึกษาพี่มายด์ก่อน เผื่อจะยังพอหาทางออกได้" แตงโมพยักหน้าทันที แล้วผลักประตูห้องพักฟื้นเข้าไป
ส่วนลูกพีชยกโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออกหามายด์ รุ่นพี่ในวงการและผู้จัดการส่วนตัวที่เคยดูแลเธออย่างใกล้ชิด ความหวังเพียงเส้นเดียวที่เหลืออยู่ในตอนนี้
"พี่มายด์ ช่วยตอบรับรายการคุยแซ่บให้พีชหน่อยนะ" ทันทีที่ปลายสายกดรับเธอก็ไม่รีรอที่จะเอ่ยออกไป
ปลายสายเงียบไปเสี้ยววินาทีก่อนจะตอบกลับมา
(แกว่าไงนะ เอาจริงเหรอ) น้ำเสียงของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความตกใจ เพราะในจังหวะที่กระแสลบกำลังแรง ไม่มีใครอยากพาตัวเองเข้าไปอยู่กลางพายุข่าว
"ค่ะ พีชต้องใช้เงิน" แต่นั่นมันไม่ใช่สำหรับคนหมดทางเลือกอย่างเธอ
(แต่มันจะยิ่งโดนขุด โดนถามแรงกว่านี้อีกนะ) ลูกพีชหลับตาลงครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่ออย่างนิ่ง ๆ
"พีชไม่มีทางเลือกแล้ว"
(ก็ได้…ถ้าแกตัดสินใจแล้ว พี่จะจัดให้ แต่ระวังตัวด้วยนะ ข่าวแกกำลังฮอต นักข่าวคงไปดักรอเต็มแน่)
"ขอบคุณค่ะพี่มายด์"
สามชั่วโมงต่อมา ในที่สุดลูกพีชก็เดินทางมาถึงสตูดิโอถ่ายทำแห่งหนึ่ง
ทันทีที่เธอก้าวผ่านประตูเข้าไปในโซนของรายการ สายตานับสิบคู่ก็หันมามองพร้อมกันราวกับนัดหมาย ทั้งทีมงาน ช่างกล้อง และคนเบื้องหลังต่างหยุดสิ่งที่กำลังทำอยู่ชั่วครู่ เพื่อมองแขกรับเชิญของวันด้วยแววตาที่ปะปนกันทั้งอยากรู้อยากเห็นและกระหายข่าว
"พร้อมนะคะ" เสียงพิธีกรหญิงที่ขึ้นชื่อเรื่องความตรงไปตรงมาและไม่ไว้หน้าใครดังขึ้นข้างตัวเธอ
ลูกพีชพยักหน้าเบา ๆ เป็นการตอบรับ
ไฟสปอตไลต์จึงสาดลงมาในวินาทีถัดไป กล้องเคลื่อนเข้าหา และสัญญาณเปิดรายการก็เริ่มต้นขึ้นพอดี
"หลายคนกำลังสงสัยกันมากนะคะ กับข่าวนางเอกตกอับถูกไล่ออกจากต้นสังกัด ถูกแฉว่าควงไฮโซ 'ม.' ทั้งที่อีกฝ่ายมีแฟนอยู่แล้ว ซึ่งก็คือคุณลูกพีชกับไฮโซเมษ" พิธีกรหยุดพักนิดหนึ่งก่อนจะหันมาสบตาแขกรับเชิญตรง ๆ
"คุณลูกพีชมีความคิดเห็นกับเรื่องนี้ยังไงคะ" คำถามแรกพุ่งตรงเป้าอย่างไม่อ้อมค้อม ลูกพีชไม่ได้แปลกใจเลยแม้แต่น้อย เธอคาดไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าอย่างไรเนื้อหารายการคืนนี้ก็หนีไม่พ้นเรื่องนี้ มันคือเหตุผลเดียวที่ทำให้เธอถูกเชิญมา ทั้งที่ก่อนหน้ารายการพวกนี้แทบไม่เคยให้ความสนใจเธอเลยสักนิดเดียว
"เย้ ๆ ยินดีด้วย..." เสียงพลุกระดาษดังขึ้นพร้อมกับเสียงไชโยโห่ร้องอย่างพร้อมเพรียงจากกลุ่มคนที่เธอรักที่สุดที่พากันปรากฏตัวออกมา ทั้งทับทิม พลอยใส และแม้แต่แตงโมที่ยอมบินลัดฟ้ากลับมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ รวมไปถึงภีมที่ยืนยิ้มกว้างแสดงความยินดีกับเพื่อนรักอย่างไคเซอร์ที่ในที่สุดเจ้านายวายร้ายผู้เย็นชาก็ฉลาดในเรื่องความรักเสียที"พีชจะเป็นเจ้าสาวแล้วนะ" หญิงสาวหันกลับยิ้มกว้าง จากนั้นก็พูดออกมาพร้อมกับชูนิ้งนางข้างซ้ายที่ประดับด้วยพันธนาการแห่งรักให้ทุกคนได้ดู ก่อนจะโถมตัวเข้าสวมกอดว่าที่เจ้าบ่าวไว้แน่น วันนี้ล้วนแต่มีเรื่องราวดี ๆ ที่ทำให้เธอจำไม่ลืม"จูบเลย! จูบเลย! จูบเลย!" เสียงเชียร์จากเหล่าสักขีพยานที่แปรพักตร์กลายเป็นกองเชียร์ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำเอาลูกพีชรีบเงยหน้าขึ้นมองเขาพร้อมส่งสายตาเว้าวอนไม่ให้เขาทำตามคำยุยงแต่มีหรือที่คนอย่างไคเซอร์จะปล่อยโอกาสทองนี้ให้หลุดลอยไปเขาประทับริมฝีปากลงบนเรียวปากหวานอย่างดูดดื่มเพื่อเป็นการจองจำเธอไว้ ผู้หญิงที่ก้าวเข้ามาในชีวิตเขาในฐานะเด็กใต้เงาในวันนั้น มาวันนี้กลับกลายเป็นคนเดียวที่กุมหัวใจของพญางูผู้ยิ่งใหญ่ไว้ได้......สี่ปีผ่านไปไวเ
สองปีผ่านไปท่ามกลางแสงแฟลชที่รัวสาดส่องลงมายังเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียว สายตาของคนทั้งฮอลล์ต่างจับจ้องไปที่ลูกพีช หญิงสาวผู้เจิดจรัสที่สุดในค่ำคืนแห่งนี้เนื่องจากดาราสาวเพิ่งคว้ารางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ซึ่งเป็นรางวัลทรงเกียรติที่นักแสดงทั่วทั้งวงการต่างใฝ่ฝันอยากจะครอบครองสักครั้งในชีวิตบรรยากาศการเผชิญหน้ากับกองทัพนักข่าวยังคงเป็นของคู่กันสำหรับดาราสาว ทว่าครั้งนี้ต่างออกไปจากเดิม...ลูกพีชยืนตระหง่านพร้อมรอยยิ้มกว้างอย่างผู้ชนะ มือเรียวโอบกอดถ้วยรางวัลไว้แนบอกด้วยความภาคภูมิใจ เธอขยับกายโพสต์ท่าให้ช่างภาพรัวชัตเตอร์อย่างเป็นมืออาชีพ ก่อนจะเข้าสู่ช่วงการสัมภาษณ์ถึงอนาคตของดาราสาวที่นับว่าประสบความสำเร็จสูงสุดในเวลานี้"แพลนต่อจากนี้ของคุณลูกพีชคืออะไรคะ?" นักข่าวคนหนึ่งยิงคำถามสำคัญ ซึ่งเรียกนิ้วเรียวให้ขยับแก้ปอยผมเบา ๆ พร้อมรอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่แสดงถึงการสามารถรับมือกับการถูกถามโดยไม่ต้องพึ่งพาใคร"รางวัลครั้งนี้เปรียบเสมือนเครื่องยืนยันว่าพีชทำสำเร็จตามที่ตั้งเป้าหมายไว้แล้วค่ะ" เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตากลมโตเป็นประกายอย่างมีความหมาย"หลังจากนี้พีชอาจจะโฟกัสงานในวงการน้อยลง
วินาทีนั้นบรรยากาศที่แสนกดดันรอบตัวไคเซอร์กลับละลายหายไปเพียงแค่เขาได้สบตากับเธอ เธอที่เป็นทั้งชีวิตของเขา คนที่เขายอมทิ้งทุกอย่างอย่างไม่ลังเลสายตาของเขาไม่ได้มีความสั่นคลอนหรือเสียดายต่ออำนาจมหาศาลที่กำลังจะหลุดลอยไป แต่มันกลับเปล่งประกายด้วยความเทิดทูนและมั่นคงอย่างที่สุด ราวกับจะบอกเธอผ่านแววตานั้นว่าต่อให้บัลลังก์นี้จะยิ่งใหญ่และค้ำฟ้าเพียงใด มันก็เทียบไม่ได้กับหัวใจของเธอที่มีค่ามากเกินกว่าสิ่งอื่นใดที่เขาจะมอบให้ไคเซอร์ก้าวเดินอย่างมั่นคงตรงไปยังไคแอลที่คุกเข่ารอรับบัญชาด้วยแววตาเรียบนิ่ง ชายหนุ่มบรรจงสวมแหวนตราอสรพิษทับทิมลงบนนิ้วของน้องชาย ราวกับการส่งมอบภาระอันหนักอึ้งและเกียรติยศที่เขารองรับมาเกือบ 15 ปี"ต่อจากนี้มึงคือ King Cobra คนต่อไป" ไคเซอร์เอ่ยด้วยเสียงทุ้มต่ำแต่ดังกังวานไปทั่วห้องโถง"มึงทำได้ และมึงทำได้ดีมาตลอด ดูแลจักรวาลของมึงให้ดี" ทันใดนั้นบรรยากาศภายในห้องก็พลิกผันไปในพริบตา ไคเซอร์เป็นคนแรกที่ก้มศีรษะโค้งคำนับให้แก่ประมุขคนใหม่ เป็นสัญญาณบอกให้เหล่าบอดี้การ์ดและหัวหน้าสาขาทั้งหมดทำตาม จนเกิดเป็นภาพการโค้งคำนับที่พร้อมเพรียงและทรงพลังเพื่อต้อนรับประมุขคนให
ไคเซอร์ไม่ปล่อยให้ความเงียบทำงานนานกว่านั้น เขาโน้มตัวลงไปปิดริมฝีปากบางด้วยจูบที่นุ่มนวลทว่าหนักแน่น จูบที่เต็มไปด้วยคำขอโทษและความโหยหา ลิ้นร้อนค่อย ๆ สอดแทรกเข้าไปเกี่ยวกระหวัดหยอกล้อกับความหวานที่เขาแสนรักมากมาย ในขณะที่มือหนาก็เริ่มทำหน้าที่ลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าอย่างทะนุถนอม"อื้อ...แด๊ดดี้" ลูกพีชครางแผ่วในลำคอ เมื่อสัมผัสจากฝ่ามือที่ร้อนระอุของเขาปลุกปั่นอารมณ์วาบหวามให้พุ่งพล่านไปทั่วทั้งร่างชุดนอนผ้าซาตินเนื้อละเอียดถูกรั้งออกจากร่างบางอย่างเชี่ยวชาญ เผยให้เห็นผิวขาวนวลเนียนที่ต้องแสงไฟสลัว ไคเซอร์จ้องมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหลงใหล เขาซุกไซ้ใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่น สูดดมกลิ่นกายสาวที่เขามักจะบอกว่ามันคือกลิ่นหอมของความสุข ก่อนจะเลื่อนต่ำลงมายังทรวงอกอวบอิ่มที่ยอดถันชูชันรอรับสัมผัสจากปลายลิ้นร้าย"แด๊ดดี้ขา... อ๊ะ" เสียงหวานครางกระเส่าเมื่อเขาปรนเปรอความเสียวซ่านให้เธออย่างไม่เร่งร้อน มือเรียวสอดเข้าไปขยำกลุ่มผมสั้นของเขาเพื่อระบายความรัญจวนใจไคเซอร์เงยหน้าขึ้นสบตาคนใต้ร่าง แววตาของเขาในตอนนี้พร่าเลือนไปด้วยแรงอารมณ์"หนูเองก็เอาเก่ง รู้ไหมคะ..." ลูกพี
"จีน่าผมไคเซอร์เองนะ ต่อไปนี้เราเลิกติดต่อกันซะ ผมมีเมียแล้ว และผมก็รักเมียผมมากด้วย แค่นี้นะครับ" ไคเซอร์ไม่เปิดโอกาสให้ปลายสายได้โต้ตอบเขาก็กดตัดสายทิ้งอย่างไม่ไยดีจีน่าคือหนึ่งในอดีตคู่ควงคนไทยที่เขาเคยนัดเจอบ่อยครั้งตามความพอใจโดยไม่มีพันธะสัญญา แต่นับตั้งแต่ตอนนี้เธอก็จะเป็นเพียงคนแปลกหน้าสำหรับเขาแน่นอนลูกพีชถึงกับเบิกตากว้าง ประโยคภาษาไทยชัดถ้อยชัดคำที่เขาบอกกับปลายสายนั้นเข้าหูเธอทุกคำจนหัวใจเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ"พอแล้วค่ะ ไม่ต้องโทรแล้ว" สายที่สองยังไม่ทันจะได้กดออก ก็ถูกมือบางคว้าโทรศัพท์ไว้ทันควัน นี่เขาตั้งใจจะไล่โทรหาผู้หญิงทั้งห้าสิบคนในลิสต์จริง ๆ หรือไงกัน"ทำไมล่ะครับ หรือแด๊ดต้องทำมากกว่านี้หนูถึงจะยอมหายโกรธ หนูต้องการอะไรบอกแด๊ดมาได้เลย แด๊ดทำให้หนูได้ทุกอย่าง ขออย่างเดียว...อย่าโกรธแด๊ดเป็นเดือน ๆ เลยนะ ไม่อย่างนั้นแด๊ดคงขาดใจตายแน่ ๆ""ใครบอกแด๊ดคะว่าหนูจะโกรธเป็นเดือน ๆ?""แตงโมไง แด๊ดทำตามที่น้องบอกทุกอย่างแล้ว อย่าโกรธแด๊ดเลยนะครับคนดี" พอได้ยินชื่อตัวต้นคิด ลูกพีชก็ถึงกับหลุดยิ้มกว้างออกมา คนอย่างเธอเนี่ยนะจะโกรธใครได้เป็นเดือน ๆ แค่ต้องเงียบใส่เขาเพียงคื
ตลอดทางกลับบ้านบรรยากาศภายในรถถูกปกคลุมด้วยความเงียบเชียบจนน่าอึดอัด โดยเฉพาะลูกพีชที่นั่งนิ่งสนิท ดวงตาคู่สวยทอดมองออกไปนอกหน้าต่างโดยไม่หันมาสบตาใคร แม้แต่ทับทิมและแตงโมที่นั่งมาด้วยก็ยังไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง"แย่แน่ ๆ พี่พีชเป็นคนห่วงของมากนะคะ รักมากก็หวงมาก ยิ่งเป็นคนรักด้วยแล้ว..." แตงโมกระซิบกระซาบกับพี่เขยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด คล้ายจะให้กำลังใจแต่กลับเป็นคำพูดที่ทำให้คนฟังใจเสียยิ่งกว่าเดิม"แล้วพี่ต้องง้อยังไง..." ไคเซอร์กระซิบตอบเสียงแผ่ว พญางูผู้ไม่เคยเกรงกลัวความตาย ตอนนี้กลับเหงื่อซึมที่ฝ่ามือเมื่อต้องเผชิญหน้ากับฤทธิ์แมวขนฟูเวลางอนจริงจัง"ตอนนั้นกว่าพี่พีชจะยอมหายโกรธโม ก็ล่อไปเป็นเดือนเลยค่ะ""เป็นเดือนเลยเหรอ!" ไคเซอร์อุทานลืมตัวจนเกือบหลุดมาด"แค่โมแอบกินช็อกโกแลตที่พี่พีชแช่ไว้ในตู้เย็นเองค่ะ" แค่เรื่องช็อกโกแลตยังโกรธนานขนาดนั้น... แล้วเรื่องผู้หญิงอิตาลีที่เดินมากระซิบข้างหูเขาต่อหน้าต่อตาล่ะ เขาไม่อยากจะคิดเลยว่าบทลงโทษจะยาวนานกี่ปี"แล้วพี่ต้องทำยังไง พีชถึงจะยอมหายโกรธเร็ว ๆ พี่รอเป็นเดือนไม่ไหวหรอกครับ" ไคเซอร์ถามอย่างร้อนรน"วิธีเดียวคือต้องสารภาพผิดให้หมดเ







