로그인"งั่ม หมูปิ้งป้าหน้าปากซอยเจ้านี้อร่อยที่สุดในโลกเลย"
เสียงหวานพึมพำอย่างอารมณ์ดี แพรขวัญในชุดนักศึกษากระโปรงพลีทความยาวเหนือเข่า สวมรองเท้าผ้าใบสีขาวสะอาดตา กำลังเดินฮัมเพลงไปตามทางเท้าที่มุ่งหน้าเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย
มือเล็กข้างหนึ่งถือถุงพลาสติกใส่น้ำเต้าหู้ ส่วนอีกข้างถือไม้ข้าวเหนียวหมูปิ้งที่เพิ่งซื้อมาจากแผงลอยหน้าปากซอย
เด็กสาวกัดหมูปิ้งเนื้อฉ่ำเข้าปาก เคี้ยวตุ้ยๆ สลับกับปั้นข้าวเหนียวคำโตตามเข้าไป ใบหน้าจิ้มลิ้มประดับไปด้วยรอยยิ้ม
วันนี้โลกทั้งใบของเธอดูสดใสไปหมด อาจจะเพราะรายงานวิชาเอกที่สูบพลังชีวิตไปหลายวันเพิ่งถูกปรินต์ออกมาเป็นรูปเล่มสวยงามเรียบร้อย แถมในกระเป๋าสตางค์ใบเก่งยังมีเงินทอนสีแดงๆ และสีเขียวๆนอนนิ่งเป็นค่าขนมให้อุ่นใจ ทั้งหมดนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับคุณลุงหน้าโหดที่มอบเงินสองพันบาทให้เธอเมื่อคืนก่อน
ด้วยความเบิกบานใจ ขาเรียวเล็กจึงเผลอกระโดดหย็อยๆข้ามรอยแตกบนพื้นฟุตบาทไปเรื่อย อย่างเริงร่าราวกับเด็กประถม
ทว่าในจังหวะที่กำลังจะอ้าปากงับหมูปิ้งไม้ที่สอง ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างก็แล่นขึ้นมาตามแนวสันหลัง
มันเป็นความรู้สึกเย็นยะเยือก เหมือนกำลังถูกใครบางคนจ้องมองอยู่จากที่ไกลๆ
แพรขวัญชะงักฝีเท้า คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อยตามสัญชาตญาณ เธอหยุดเคี้ยวข้าวเหนียวในปาก แล้วค่อยๆหันขวับกลับไปมองทางด้านหลังอย่างรวดเร็ว
ดวงตากลมโตสอดส่องไปตามทางเท้าที่มีผู้คนเดินพลุกพล่านในยามเช้า แต่แล้วสายตาของเธอก็ไปสะดุดเข้ากับร่างสูงของชายคนหนึ่งในชุดแจ็กเก็ตสีดำมิดชิด ที่เพิ่งจะผลุบตัวหลบเข้าไปหลังต้นไม้ต้นใหญ่ริมรั้วมหาวิทยาลัยอย่างมีพิรุธ
"อะไรของเขานะ โรคจิตหรือเปล่าเนี่ย"
เด็กสาวพึมพำกับตัวเอง หรี่ตามองต้นไม้ต้นนั้นอยู่อึดใจหนึ่ง แต่เมื่อเห็นว่าไม่มีใครโผล่ออกมาและบริเวณนั้นก็มีนักศึกษาคนอื่นๆเดินกันขวักไขว่ เธอจึงยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจนัก
สงสัยตัวเองคงจะตาฝาด หรือไม่ผู้ชายคนนั้นก็อาจจะแค่หลบแดดไปล่ะมั้ง
แพรขวัญหันกลับมาสนใจหมูปิ้งในมือต่อ กัดมันเข้าปากอีกคำ แล้วก้าวเท้าเดินผ่านประตูรั้วมหาวิทยาลัยเข้าไปอย่างไม่คิดจะเก็บเรื่องเล็กน้อยมาใส่ใจ
ทว่าคล้อยหลังร่างบางไปเพียงไม่กี่นาที ชายลึกลับในชุดแจ็กเก็ตสีดำก็ค่อยๆก้าวออกมาจากหลังต้นไม้
นัยน์ตาเรียบเฉยมองตามแผ่นหลังเล็กจนลับสายตา ก่อนที่มือหนาจะล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดต่อสายหาใครบางคนอย่างรวดเร็ว
"เจอตัวแล้วครับนาย"
ปลายสายเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนจะตอบกลับมาสั้นๆด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ
(ดี)
คาสิโน เบรคคิง
ณ ห้องทำงานส่วนตัวระดับวีไอพีที่ตั้งอยู่บนชั้นสูงสุดของอาคารคาสิโนสุดหรูใจกลางเมืองหลวง กลิ่นหอมจางๆ ของไม้หอมผสมผสานกับกลิ่นนิโคตินชั้นดีลอยอวลอยู่ภายในห้องที่ตกแต่งด้วยโทนสีดำและทองอย่างมีระดับ
บรู๊คในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำปลดกระดุมคอสองเม็ด เผยให้เห็นรอยสักที่คอที่โผล่พ้นปกเสื้อขึ้นมา กำลังนั่งเอนหลังอยู่บนโซฟาหนังแท้ตัวใหญ่
ขาทั้งสองข้างพาดวางบนโต๊ะกระจกอย่างไม่แยแสสิ่งใด นิ้วเรียวหนาคีบบุหรี่ที่จุดแล้วไว้ในมือ อัดควันสีเทาหม่นเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะพ่นมันออกมาเป็นสายยาว
นัยน์ตาคมจ้องมองออกไปนอกกระจกบานใหญ่ที่มองเห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองหลวงในยามสาย
ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูหน้าห้องดังขึ้นเบาๆเป็นจังหวะ ก่อนที่บานประตูจะถูกเปิดออกโดยทิมลูกน้องคนสนิทที่เดินก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าจริงจัง ในมือหนามีแฟ้มเอกสารสีดำสนิทติดมาด้วย
"เจอแล้วครับนาย"
ทิมเอ่ยรายงานทันทีที่เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าโต๊ะกระจก เขาค้อมศีรษะลงเล็กน้อย ก่อนจะวางแฟ้มเอกสารในมือลงตรงหน้าเจ้านายหนุ่ม
"เธอชื่อ แพรขวัญ จิรัตวงศ์ ครับ ตอนนี้เป็นนักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ ปี 2 เห็นว่ารับงานจ็อบเสริมประปรายอย่างพวกงานถ่ายแบบเสื้อผ้าเล็กๆน้อยๆถ้ามีคนจ้าง" ทิมเว้นจังหวะไปนิดหนึ่ง ก่อนจะพูดประโยคถัดมาด้วยน้ำเสียงที่เน้นย้ำขึ้น
"และที่สำคัญคือ ตอนนี้เธอทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟอยู่ที่วาโร่บาร์ ครับ"
คิ้วเข้มของบรู๊คขมวดเข้าหากันทันทีที่ได้ยินชื่อสถานที่คุ้นหู เขาละสายตาจากวิวเมือง หันมามองหน้าลูกน้องคนสนิท
"ร้านไอ้วา?"
"ครับนาย ร้านของคุณวาโร่เพื่อนสนิทนาย" ทิมพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น
บรู๊คบี้ปลายบุหรี่ลงกับที่เขี่ยบุหรี่คริสตัลจนดับสนิท ก่อนจะยื่นมือไปหยิบแฟ้มเอกสารตรงหน้ามาเปิดดู
ภายในนั้นมีรูปถ่ายของเด็กสาวหน้าจืดเมื่อคืนในชุดนักศึกษาที่ดูสดใสสมวัย พร้อมกับรายละเอียดประวัติส่วนตัวอย่างครบถ้วน มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มเยาะออกมาเบาๆ
"หึ โลกกลมชิบหาย"
"กลมกว่านั้นอีกครับนาย"
ทิมเอ่ยแทรกขึ้นมา น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความกังวลบางอย่างที่ปิดไม่มิด
บรู๊คชะงักมือที่กำลังพลิกหน้ากระดาษ เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับมือขวาคนสนิท นัยน์ตาหรี่ลงอย่างจับผิด
"มึงหมายความว่าไง?"
"คุณแพรขวัญ เธอเป็นลูกสาวของไอ้คราม ลูกค้าประจำในบ่อนของเราครับ"
ชื่อที่หลุดออกมาจากปากของทิม ทำให้มาเฟียหนุ่มถึงกับนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ สมองอันเฉียบแหลมประมวลผลอย่างรวดเร็ว
ภาพของผู้ชายวัยกลางคนรูปร่างผอมโซ ขอบตาคล้ำลึก ที่มักจะมานั่งขลุกอยู่ที่โต๊ะบาคาร่าข้ามวันข้ามคืนปรากฏขึ้นในหัว
"คราม? ไอ้ครามที่ชอบเข้ามากู้เงินเล่นที่โซนวีไอพีบ่อยๆน่ะนะ?"
"ใช่ครับนาย ไอ้ครามคนนั้นแหละครับ" ทิมตอบรับเสียงเครียด
"และที่สำคัญ ตอนนี้มันเป็นหนี้คาสิโนของเราอยู่หลายล้านเลยครับ"
ความเงียบโรยตัวลงปกคลุมห้องทำงานกว้างขวาง บรู๊คไม่ได้แสดงอาการตกใจหรือโวยวายออกมา เขากลับทิ้งแผ่นหลังพิงพนักโซฟา
นัยน์ตาคมจ้องมองรูปถ่ายของแพรขวัญนิ่งนานราวกับกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก บรรยากาศรอบตัวของชายหนุ่มเย็นเยียบลงจนทิมสัมผัสได้ถึงรังสีความกดดันที่แผ่ซ่านออกมา
เวลาผ่านไปเกือบนาที กว่าที่ริมฝีปากหยักจะขยับเอื้อนเอ่ยประโยคถัดมา
"ทิม มึงไปสืบให้ดี ว่าใครในบ่อนเราที่กล้าผิดกฎ"
ทิมขมวดคิ้วมุ่นด้วยความงุนงง
"กฎ? กฎอะไรหรือครับนาย ไอ้ครามมันก็แค่ผีพนันที่กู้เงินเราไปเล่นเสีย ไม่ได้มีอะไรผิดปกติ"
"มึงลองใช้สมองคิดดูดีๆ"
บรู๊คสวนกลับเสียงเย็น ชายหนุ่มโยนแฟ้มประวัติลงบนโต๊ะ ก่อนจะชี้ปลายนิ้วไปที่รูปของเด็กสาว
"เด็กนั่น อาศัยอยู่หอพักรูหนูเก่าๆ ห้องแคบเท่าแมวดิ้นตาย ต้องวิ่งทำงานงกๆทั้งถ่ายแบบทั้งเสิร์ฟเหล้าในบาร์ดึกๆดื่นๆ ดูจากสภาพการใช้ชีวิตของลูกสาวแล้ว มึงคิดว่าที่บ้านมันจะมีเงิน มีสมบัติ หรือมีหลักทรัพย์อะไรมาค้ำประกันงั้นเหรอ?"
ทิมเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวตามที่เจ้านายชี้แนะ
บรู๊คแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาแปรเปลี่ยนเป็นวาวโรจน์ด้วยความโกรธ
"คาสิโนของเรามีกฎชัดเจน การจะปล่อยกู้ระดับวีไอพีได้ ลูกค้าต้องมีเครดิตและมีหลักทรัพย์ค้ำประกันที่สมน้ำสมเนื้อ แล้วมึงคิดว่า ใครหน้าไหนในบ่อนของเรา ที่มีอำนาจเซ็นอนุมัติปล่อยกู้ให้ไอ้ผีพนันขี้ยาอย่างไอ้คราม จนยอดหนี้มันทะลุหลักสิบล้านแบบนี้ได้ โดยที่มันไม่มีหลักประกันห่าอะไรเลย!"
คำพูดที่เฉียบขาดและทะลุปรุโปร่งของเจ้านาย ทำให้ทิมถึงกับลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
ความรอบคอบและใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆน้อยๆของบรู๊คเป็นสิ่งที่เขานับถือมาเสมอ
เพียงแค่เห็นสภาพความเป็นอยู่ของลูกสาวลูกหนี้ เจ้านายของเขาก็สามารถมองทะลุไปถึงความผิดปกติและการทุจริตที่อาจเกิดขึ้นภายในองค์กรได้ทันที
"มีหนอนบ่อนไส้ หรือไม่ก็มีผู้บริหารระดับสูงทุจริตหักหลังเราสินะครับนาย" ทิมสรุปความด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม
"เออ ไปสืบมาให้ลึกที่สุด ห้ามให้พวกมันรู้ตัวเด็ดขาด ใครที่มันกล้าเอาเงินของเบรคคิงไปละลายเล่นแบบนี้ กูจะสับมือมันทิ้งให้หมด" บรู๊คสั่งการเสียงเฉียบขาด
"รับทราบครับนาย ผมจะจัดการสืบเรื่องนี้ด้วยตัวเองให้เร็วที่สุดครับ"
ทิมพยักหน้ารับคำสั่งอย่างแข็งขัน ก่อนจะค้อมหัวเตรียมตัวหมุนตัวเดินออกจากห้องไปเพื่อเริ่มงานทันที
"เดี๋ยว"
เสียงทุ้มที่ดังขัดขึ้น ทำให้ทิมต้องชะงักฝีเท้าแล้วหันกลับมามอง
"คืนนี้มึงเตรียมรถกับคนของเราให้พร้อม" บรู๊คสั่งการขณะที่สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่รูปถ่ายใบเล็กบนโต๊ะ
"กูจะไปร้านไอ้วา"
ทิมเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย เพราะเมื่อวันก่อนเจ้านายของเขายังเพิ่งจะปฏิเสธคำชวนของคุณวาโร่ไปหมาดๆแถมยังบ่นรำคาญอีกต่างหาก
แต่จู่ๆวันนี้กลับสั่งให้เตรียมตัวจะไปที่นั่นเสียอย่างนั้น แต่ในฐานะลูกน้องคนสนิท เขาเรียนรู้ที่จะไม่ตั้งคำถามกับความต้องการของเจ้านาย
"รับทราบครับนาย"
ทิมรับคำสั้นๆก่อนจะเดินออกจากห้องทำงานไป ปล่อยให้ผู้เป็นนายจมอยู่กับความคิดของตัวเองเพียงลำพัง
เมื่อประตูห้องปิดสนิทลง บรู๊คก็เอื้อมมือไปหยิบแฟ้มประวัติของแพรขวัญขึ้นมาดูอีกครั้ง นัยน์ตาคมไล่อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับการทำงานของเธออย่างถี่ถ้วน
นางแบบรับจ้าง?
พนักงานเสิร์ฟร้านเหล้า?
ลูกสาวของผีพนันที่เป็นลูกหนี้รายใหญ่?
ดูจากโปรไฟล์และภูมิหลังของเธอแล้ว มันช่างเป็นชีวิตที่แสนจะธรรมดาค่อนไปทางตกต่ำ ไม่มีอะไรที่ดูโดดเด่นหรือน่าสนใจพอที่จะดึงดูดสายตาของคนอย่างเขาได้เลยแม้แต่นิดเดียว ผู้หญิงที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเขา มีแต่พวกคุณหนูไฮโซหรือดาราระดับท็อปที่เพียบพร้อมไปเสียทุกอย่าง
ปลายนิ้วหยาบกร้านลากไล้ไปตามโครงหน้าจิ้มลิ้มในรูปถ่ายเบาๆ สัมผัสจากมือนุ่มๆที่พยายามเช็ดแอลกอฮอล์ลงบนแผลให้เขาอย่างเบามือเมื่อคืน ยังคงตราตรึงอยู่ในความรู้สึก พร้อมกับเสียงบ่นเจื้อยแจ้วที่เรียกเขาว่าลุงอย่างไม่เกรงกลัว
บรู๊คกระตุกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาเปล่งประกายบางอย่างที่อ่านยากออกมา
"ดูแล้วก็ไม่น่าจะมีอะไรให้น่าสนใจ แต่ทำไม..."
ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเองเบาๆ ท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงาน
"ทำไมฉันถึงยังอยากจะเจอเธออีกสักทีนะ ยัยเด็กปากดี"
ช่วงเย็นรถคันหรูแล่นเข้ามาจอดเทียบที่หน้าคฤหาสน์อย่างนุ่มนวล ทันทีที่ประตูรถเปิดออก แพรขวัญก็ก้าวลงมาด้วยท่าทีร่าเริงผิดกับตอนเช้าลิบลับเด็กสาวในชุดเดรสสีขาวเดินกระโดดเหยงๆฮัมเพลงไปพลาง แกว่งแขนไปมาอย่างอารมณ์ดี หลังจากที่ได้ไปนั่งเล่นและป่วนในห้องทำงานของผู้นำมาเฟียมาทั้งวัน แถมยังได้กินของอร่อยระดับวีไอพีจนพุงกางบรู๊คก้าวตามลงมาติดๆ ชายหนุ่มล้วงกระเป๋ากางเกง มองแผ่นหลังเล็กที่กำลังเดินดุ๊กดิ๊กนำหน้าไปด้วยรอยยิ้มบางๆที่มุมปาก"อารมณ์ดีเชียวนะ" เสียงทุ้มเอ่ยแซวไล่หลัง"แน่นอนสิคะ! วันนี้หนูได้ไปเปิดหูเปิดตาตั้งเยอะ แถมยังได้ช่วยจับทุจริตด้วย ผลงานชิ้นโบแดงขนาดนี้ จะไม่ให้อารมณ์ดีได้ยังไงล่ะคะ" แพรขวัญหันกลับมาฉีกยิ้มกว้าง ยักคิ้วให้อย่างทะเล้นทว่าในจังหวะที่แพรขวัญกำลังจะก้าวเท้าเดินเข้าไปในโถงคฤหาสน์ แม่บ้านสาวคนหนึ่งก็เดินกึ่งวิ่งเข้ามาหาด้วยสีหน้าประหม่าเล็กน้อย ในมือถือกล่องพัสดุกล่องกระดาษสีน้ำตาลขนาดกลางเอาไว้"เอ่อ คุณแพรขวัญคะ" แม่บ้านเอ่ยเรียกเสียงสั่น "เมื่อสักครู่นี้ มีพัสดุมาส่งค่ะ จ่าหน้ากล่องถึงคุณแพรขวัญโดยตรงเลยค่ะ""พัสดุของแพรหรอคะ?" แพรขวัญขมวดคิ้วมุ่น หยุดเด
บรรยากาศภายในห้องทำงานชั้นบนสุดของเบรคคิงคาสิโนวันนี้ ช่างแตกต่างไปจากทุกวันอย่างสิ้นเชิงปกติแล้วห้องนี้มักจะอบอวลไปด้วยความตึงเครียด กลิ่นอายของความกดดัน และรังสีอำมหิตของผู้นำแก๊งที่ทำให้บรรดาลูกน้องต้องหายใจไม่ทั่วท้องทุกครั้งที่ก้าวเข้ามารายงานตัว แต่ทว่าวันนี้...ท่ามกลางกองเอกสารและตัวเลขผลกำไรมหาศาลบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ บรู๊คกลับนั่งเซ็นเอกสารด้วยใบหน้าที่ผ่อนคลาย มุมปากหยักลึกประดับด้วยรอยยิ้มจางๆอย่างที่ไม่มีใครเคยได้เห็นสาเหตุก็ไม่ใช่เรื่องอื่นไกล เป็นเพราะร่างบางของใครบางคนที่กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังตัวหรูฝั่งตรงข้ามแพรขวัญกำลังนั่งกินมาการองสีพาสเทลแก้มตุ่ย นิ้วเรียวเล็กกดหน้าจอสมาร์ตโฟนยิกๆรัวคอมโบในเกมมือถืออย่างเมามัน เสียงเอฟเฟกต์เกมดังแทรกขึ้นมาเป็นระยะในห้องทำงานที่เงียบสงบ แต่มันกลับไม่ได้ทำให้มาเฟียหนุ่มรู้สึกรำคาญเลยแม้แต่นิดเดียว ตรงกันข้าม เขากลับรู้สึกว่าห้องทำงานที่เคยกว้างใหญ่และอ้างว้าง บัดนี้มันมีชีวิตชีวาขึ้นมาอย่างน่าประหลาด"เยส! ชนะแล้ว!"เสียงใสเจื้อยแจ้วดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง แพรขวัญกดล็อกหน้าจอสมาร์ตโฟนหลังจากจบแมตช์ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นม
แสงแดดอ่อนๆยามเช้าตรู่สาดส่องเข้ามาภายในห้องนอนสุดหรู ร่างสูงของบรู๊คในชุดสูทสีเข้มสั่งตัดพอดีตัวยืนจัดเนกไทอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ ชายหนุ่มจัดการเซตผมที่เคยปล่อยปรกหน้าผากให้เสยขึ้นไปอย่างเนี้ยบกริบ คืนคราบผู้นำมาเฟียแห่งเบรคคิงผู้ทรงอำนาจและเยือกเย็นทว่าเมื่อนัยน์ตาคมกริบตวัดมองผ่านเงาสะท้อนในกระจก ไปยังเตียงคิงไซส์กลางห้อง แววตาดุดันกลับทอประกายอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัดบนเตียงกว้าง ร่างบางของแพรขวัญยังคงซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา หลับสนิทด้วยความอ่อนเพลียจากบทพิสูจน์ที่กินเวลาลากยาวไปค่อนคืน ใบหน้าจิ้มลิ้มยามหลับใหลดูไร้เดียงสา เส้นผมนุ่มสยายเต็มหมอนใบโต บรู๊คระบายยิ้มมุมปาก เขาหมุนตัวเดินตรงเข้าไปหาคนตัวเล็ก ค่อยๆทรุดตัวลงนั่งที่ขอบเตียงอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้เธอตื่นมือหนาแกร่งปัดปอยผมที่ปรกแก้มเนียนออกให้อย่างเบามือ ก่อนจะโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงไปประทับริมฝีปากลงบนพวงแก้มใสอย่างรักใคร่"ฉันจะไปทำงานก่อน." น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดใบหูเล็ก "อยู่บ้านก็อย่าดื้อล่ะ เข้าใจไหม ยัยตัวแสบ"ชายหนุ่มผละออก เตรียมจะลุกขึ้นยืน ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะหันหลังกลับ...หมับ!ฝ่ามือเล็กที่
เสียงน้ำไหลจากก๊อกกระทบกับชามกระเบื้องดังก้องเบาๆในห้องครัวกว้างขวาง แพรขวัญนั่งห้อยขาอยู่บนเคาน์เตอร์หินอ่อน นัยน์ตากลมโตทอดมองแผ่นหลังกว้างของร่างสูงที่กำลังยืนล้างจานชามที่เธอเพิ่งกินเสร็จให้อย่างเงียบๆผู้นำมาเฟียแห่งแก๊งเบรคคิง... ผู้ชายที่มีลูกน้องนับร้อยนับพันคอยก้มหัวให้ แต่ตอนนี้เขากลับมายืนล้างจานให้เธอตอนตีสองเนี่ยนะ? ความรู้สึกบางอย่างก่อตัวขึ้นในใจจนเธอไม่อาจเก็บความสงสัยเอาไว้ได้อีกต่อไป"นี่... คุณบรู๊คคะ" แพรขวัญเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาดื้อๆบรู๊คปิดน้ำ รับจานใบสุดท้ายไปคว่ำลงบนชั้นพัก ท่าทีของเขาดูผ่อนคลายขณะหันกลับมามองเธอ "มีอะไร อิ่มจนจุกแล้วหรือไง""เปล่าค่ะ" เด็กสาวส่ายหน้าช้าๆ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด "หนูแค่สงสัย... ทำไมคุณถึงดีกับหนูขนาดนี้คะ?"ชายหนุ่มดึงผ้าขนหนูผืนเล็กมาเช็ดมือ นัยน์ตาสบเข้ากับดวงตากลมโต "ไม่ใช่ว่าฉันบอกเธอไปแล้วเหรอ แพรขวัญ""ไม่ใช่สิคะ" แพรขวัญรีบแย้ง ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันอย่างชั่งใจ "เรื่องที่คุณแม่ของหนูเคยช่วยคุณเอาไว้ มันก็เป็นเหตุผลส่วนหนึ่ง แต่ที่คุณดีกับหนูแบบนี้ ดูแลหนู ตามใจหนูแบบนี้ คือคุณไม่... คือ
กลิ่นยาฆ่าเชื้อและแอลกอฮอล์จางๆ ภายในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังไม่ได้ทำให้บรรยากาศดูน่าอึดอัดเท่ากับรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ของคนที่ยืนกอดอกพิงผนังอยู่มุมห้องหลังจากที่แพทย์เวรและพยาบาลช่วยกันทำแผล นำเศษแก้วที่บาดฝ่าเท้าออก และพันผ้าก๊อซให้แพรขวัญเสร็จเรียบร้อยด้วยความเกร็งสบรู๊คก็ไม่รอช้า ชายหนุ่มก้าวเข้ามาที่เตียงผู้ป่วย ก่อนจะตวัดวงแขนช้อนร่างบางขึ้นอุ้มในท่าเจ้าสาวอย่างง่ายดาย"ว้าย! คุณบรู๊ค! ทำอะไรคะ ปล่อยหนูลงนะ" แพรขวัญร้องอุทานเสียงหลง รีบตวัดแขนโอบรอบคอแกร่งตามสัญชาตญาณกันตก ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อจู่ๆก็ถูกอุ้มต่อหน้าหมอและพยาบาลที่ยืนหน้าเหวออยู่"อยู่เฉยๆ" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยสั่งเรียบๆแต่เด็ดขาด"หนูเดินเองได้ค่ะ แค่เศษแก้วบาด ไม่ได้ขาขาดสักหน่อย ปล่อยหนูลงเถอะนะคะ หนูอายคนอื่นเขา" แพรขวัญยังคงดิ้นขลุกขลัก พยายามประท้วงด้วยความเขินอาย ใบหน้าจิ้มลิ้มแดงซ่านไปถึงใบหูบรู๊คก้มลงมองยัยเด็กดื้อในอ้อมแขน นัยน์ตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวหรี่ลงเล็กน้อย "ฉันบอกให้เงียบ ถ้าเธอยังขืนดิ้นและส่งเสียงโวยวายอีก ฉันจะจูบปิดปากเธอโชว์หมอกับพยาบาลตรงนี้แหละ
"เป๊ะมาก สวยสับไม่หลับในเลยลูกสาวเจ๊ องศานี้แหละ ฟาดเรียบตั้งแต่หัวรันเวย์ยันหน้าประตูกระจก"เสียงของเจ๊เหมย ผู้จัดการส่วนตัวควบตำแหน่งสไตลิสต์กิตติมศักดิ์ดังขึ้นพร้อมกับเสียงปรบมือรัวๆ ร่างท้วมเดินวนรอบตัวแพรขวัญที่ตอนนี้อยู่ในชุดฟินาเล่สีแดงเพลิงขับผิวขาวจัดให้ดูโดดเด่นสะกดทุกสายตา หญิงสาวส่งยิ้มบางๆผ่านกระจกบานใหญ่พลางขยับเครื่องประดับที่คอให้เข้าที่"เจ๊ก็ชมเกินไปค่ะ แพรยังตื่นเต้นอยู่เลย มือเย็นไปหมดแล้วเนี่ย" แพรขวัญหัวเราะเบาๆ"ระดับแพรขวัญไม่มีคำว่าพลาดค่ะลูก วันนี้หนูคือควีน เข้าใจไหม? เชิดหน้าเข้าไว้"ท่ามกลางบรรยากาศชื่นมื่นในมุมแต่งตัวของวีไอพี อีกฟากหนึ่งของห้องพักนักแสดง สายตาแข็งกร้าวคู่หนึ่งกำลังจ้องมองมาอย่างไม่วางตา ลิเดียนางแบบรุ่นพี่ที่ถูกลดบทบาทลงไปเดินในเซ็ตธรรมดากำมือแน่นจนเล็บแทบจิกเข้าไปในเนื้อ เธอเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้ก่อนจะหันไปกระซิบกับมีนนางแบบรุ่นน้องลูกไล่ที่ยืนอยู่ข้างๆ"เห็นแล้วมันขัดหูลูกตาจริงๆ ทำตัวเป็นนางพญา ทั้งที่ก็แค่เด็กเส้นที่เพิ่งปีนขึ้นมาได้ไม่กี่วัน" ลิเดียแค่นเสียงเหยียดหยาม"นั่นสิคะพี่ลิเดีย มีนล่ะหมั่นไส้นังเด็กนี่เต็มทน ทำหน้าซื่อๆ







