تسجيل الدخول"งั่ม หมูปิ้งป้าหน้าปากซอยเจ้านี้อร่อยที่สุดในโลกเลย"
เสียงหวานพึมพำอย่างอารมณ์ดี แพรขวัญในชุดนักศึกษากระโปรงพลีทความยาวเหนือเข่า สวมรองเท้าผ้าใบสีขาวสะอาดตา กำลังเดินฮัมเพลงไปตามทางเท้าที่มุ่งหน้าเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย
มือเล็กข้างหนึ่งถือถุงพลาสติกใส่น้ำเต้าหู้ ส่วนอีกข้างถือไม้ข้าวเหนียวหมูปิ้งที่เพิ่งซื้อมาจากแผงลอยหน้าปากซอย
เด็กสาวกัดหมูปิ้งเนื้อฉ่ำเข้าปาก เคี้ยวตุ้ยๆ สลับกับปั้นข้าวเหนียวคำโตตามเข้าไป ใบหน้าจิ้มลิ้มประดับไปด้วยรอยยิ้ม
วันนี้โลกทั้งใบของเธอดูสดใสไปหมด อาจจะเพราะรายงานวิชาเอกที่สูบพลังชีวิตไปหลายวันเพิ่งถูกปรินต์ออกมาเป็นรูปเล่มสวยงามเรียบร้อย แถมในกระเป๋าสตางค์ใบเก่งยังมีเงินทอนสีแดงๆ และสีเขียวๆนอนนิ่งเป็นค่าขนมให้อุ่นใจ ทั้งหมดนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับคุณลุงหน้าโหดที่มอบเงินสองพันบาทให้เธอเมื่อคืนก่อน
ด้วยความเบิกบานใจ ขาเรียวเล็กจึงเผลอกระโดดหย็อยๆข้ามรอยแตกบนพื้นฟุตบาทไปเรื่อย อย่างเริงร่าราวกับเด็กประถม
ทว่าในจังหวะที่กำลังจะอ้าปากงับหมูปิ้งไม้ที่สอง ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างก็แล่นขึ้นมาตามแนวสันหลัง
มันเป็นความรู้สึกเย็นยะเยือก เหมือนกำลังถูกใครบางคนจ้องมองอยู่จากที่ไกลๆ
แพรขวัญชะงักฝีเท้า คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อยตามสัญชาตญาณ เธอหยุดเคี้ยวข้าวเหนียวในปาก แล้วค่อยๆหันขวับกลับไปมองทางด้านหลังอย่างรวดเร็ว
ดวงตากลมโตสอดส่องไปตามทางเท้าที่มีผู้คนเดินพลุกพล่านในยามเช้า แต่แล้วสายตาของเธอก็ไปสะดุดเข้ากับร่างสูงของชายคนหนึ่งในชุดแจ็กเก็ตสีดำมิดชิด ที่เพิ่งจะผลุบตัวหลบเข้าไปหลังต้นไม้ต้นใหญ่ริมรั้วมหาวิทยาลัยอย่างมีพิรุธ
"อะไรของเขานะ โรคจิตหรือเปล่าเนี่ย"
เด็กสาวพึมพำกับตัวเอง หรี่ตามองต้นไม้ต้นนั้นอยู่อึดใจหนึ่ง แต่เมื่อเห็นว่าไม่มีใครโผล่ออกมาและบริเวณนั้นก็มีนักศึกษาคนอื่นๆเดินกันขวักไขว่ เธอจึงยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจนัก
สงสัยตัวเองคงจะตาฝาด หรือไม่ผู้ชายคนนั้นก็อาจจะแค่หลบแดดไปล่ะมั้ง
แพรขวัญหันกลับมาสนใจหมูปิ้งในมือต่อ กัดมันเข้าปากอีกคำ แล้วก้าวเท้าเดินผ่านประตูรั้วมหาวิทยาลัยเข้าไปอย่างไม่คิดจะเก็บเรื่องเล็กน้อยมาใส่ใจ
ทว่าคล้อยหลังร่างบางไปเพียงไม่กี่นาที ชายลึกลับในชุดแจ็กเก็ตสีดำก็ค่อยๆก้าวออกมาจากหลังต้นไม้
นัยน์ตาเรียบเฉยมองตามแผ่นหลังเล็กจนลับสายตา ก่อนที่มือหนาจะล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดต่อสายหาใครบางคนอย่างรวดเร็ว
"เจอตัวแล้วครับนาย"
ปลายสายเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนจะตอบกลับมาสั้นๆด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ
(ดี)
คาสิโน เบรคคิง
ณ ห้องทำงานส่วนตัวระดับวีไอพีที่ตั้งอยู่บนชั้นสูงสุดของอาคารคาสิโนสุดหรูใจกลางเมืองหลวง กลิ่นหอมจางๆ ของไม้หอมผสมผสานกับกลิ่นนิโคตินชั้นดีลอยอวลอยู่ภายในห้องที่ตกแต่งด้วยโทนสีดำและทองอย่างมีระดับ
บรู๊คในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำปลดกระดุมคอสองเม็ด เผยให้เห็นรอยสักที่คอที่โผล่พ้นปกเสื้อขึ้นมา กำลังนั่งเอนหลังอยู่บนโซฟาหนังแท้ตัวใหญ่
ขาทั้งสองข้างพาดวางบนโต๊ะกระจกอย่างไม่แยแสสิ่งใด นิ้วเรียวหนาคีบบุหรี่ที่จุดแล้วไว้ในมือ อัดควันสีเทาหม่นเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะพ่นมันออกมาเป็นสายยาว
นัยน์ตาคมจ้องมองออกไปนอกกระจกบานใหญ่ที่มองเห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองหลวงในยามสาย
ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูหน้าห้องดังขึ้นเบาๆเป็นจังหวะ ก่อนที่บานประตูจะถูกเปิดออกโดยทิมลูกน้องคนสนิทที่เดินก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าจริงจัง ในมือหนามีแฟ้มเอกสารสีดำสนิทติดมาด้วย
"เจอแล้วครับนาย"
ทิมเอ่ยรายงานทันทีที่เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าโต๊ะกระจก เขาค้อมศีรษะลงเล็กน้อย ก่อนจะวางแฟ้มเอกสารในมือลงตรงหน้าเจ้านายหนุ่ม
"เธอชื่อ แพรขวัญ จิรัตวงศ์ ครับ ตอนนี้เป็นนักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ ปี 2 เห็นว่ารับงานจ็อบเสริมประปรายอย่างพวกงานถ่ายแบบเสื้อผ้าเล็กๆน้อยๆถ้ามีคนจ้าง" ทิมเว้นจังหวะไปนิดหนึ่ง ก่อนจะพูดประโยคถัดมาด้วยน้ำเสียงที่เน้นย้ำขึ้น
"และที่สำคัญคือ ตอนนี้เธอทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟอยู่ที่วาโร่บาร์ ครับ"
คิ้วเข้มของบรู๊คขมวดเข้าหากันทันทีที่ได้ยินชื่อสถานที่คุ้นหู เขาละสายตาจากวิวเมือง หันมามองหน้าลูกน้องคนสนิท
"ร้านไอ้วา?"
"ครับนาย ร้านของคุณวาโร่เพื่อนสนิทนาย" ทิมพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น
บรู๊คบี้ปลายบุหรี่ลงกับที่เขี่ยบุหรี่คริสตัลจนดับสนิท ก่อนจะยื่นมือไปหยิบแฟ้มเอกสารตรงหน้ามาเปิดดู
ภายในนั้นมีรูปถ่ายของเด็กสาวหน้าจืดเมื่อคืนในชุดนักศึกษาที่ดูสดใสสมวัย พร้อมกับรายละเอียดประวัติส่วนตัวอย่างครบถ้วน มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มเยาะออกมาเบาๆ
"หึ โลกกลมชิบหาย"
"กลมกว่านั้นอีกครับนาย"
ทิมเอ่ยแทรกขึ้นมา น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความกังวลบางอย่างที่ปิดไม่มิด
บรู๊คชะงักมือที่กำลังพลิกหน้ากระดาษ เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับมือขวาคนสนิท นัยน์ตาหรี่ลงอย่างจับผิด
"มึงหมายความว่าไง?"
"คุณแพรขวัญ เธอเป็นลูกสาวของไอ้คราม ลูกค้าประจำในบ่อนของเราครับ"
ชื่อที่หลุดออกมาจากปากของทิม ทำให้มาเฟียหนุ่มถึงกับนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ สมองอันเฉียบแหลมประมวลผลอย่างรวดเร็ว
ภาพของผู้ชายวัยกลางคนรูปร่างผอมโซ ขอบตาคล้ำลึก ที่มักจะมานั่งขลุกอยู่ที่โต๊ะบาคาร่าข้ามวันข้ามคืนปรากฏขึ้นในหัว
"คราม? ไอ้ครามที่ชอบเข้ามากู้เงินเล่นที่โซนวีไอพีบ่อยๆน่ะนะ?"
"ใช่ครับนาย ไอ้ครามคนนั้นแหละครับ" ทิมตอบรับเสียงเครียด
"และที่สำคัญ ตอนนี้มันเป็นหนี้คาสิโนของเราอยู่หลายล้านเลยครับ"
ความเงียบโรยตัวลงปกคลุมห้องทำงานกว้างขวาง บรู๊คไม่ได้แสดงอาการตกใจหรือโวยวายออกมา เขากลับทิ้งแผ่นหลังพิงพนักโซฟา
นัยน์ตาคมจ้องมองรูปถ่ายของแพรขวัญนิ่งนานราวกับกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก บรรยากาศรอบตัวของชายหนุ่มเย็นเยียบลงจนทิมสัมผัสได้ถึงรังสีความกดดันที่แผ่ซ่านออกมา
เวลาผ่านไปเกือบนาที กว่าที่ริมฝีปากหยักจะขยับเอื้อนเอ่ยประโยคถัดมา
"ทิม มึงไปสืบให้ดี ว่าใครในบ่อนเราที่กล้าผิดกฎ"
ทิมขมวดคิ้วมุ่นด้วยความงุนงง
"กฎ? กฎอะไรหรือครับนาย ไอ้ครามมันก็แค่ผีพนันที่กู้เงินเราไปเล่นเสีย ไม่ได้มีอะไรผิดปกติ"
"มึงลองใช้สมองคิดดูดีๆ"
บรู๊คสวนกลับเสียงเย็น ชายหนุ่มโยนแฟ้มประวัติลงบนโต๊ะ ก่อนจะชี้ปลายนิ้วไปที่รูปของเด็กสาว
"เด็กนั่น อาศัยอยู่หอพักรูหนูเก่าๆ ห้องแคบเท่าแมวดิ้นตาย ต้องวิ่งทำงานงกๆทั้งถ่ายแบบทั้งเสิร์ฟเหล้าในบาร์ดึกๆดื่นๆ ดูจากสภาพการใช้ชีวิตของลูกสาวแล้ว มึงคิดว่าที่บ้านมันจะมีเงิน มีสมบัติ หรือมีหลักทรัพย์อะไรมาค้ำประกันงั้นเหรอ?"
ทิมเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวตามที่เจ้านายชี้แนะ
บรู๊คแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาแปรเปลี่ยนเป็นวาวโรจน์ด้วยความโกรธ
"คาสิโนของเรามีกฎชัดเจน การจะปล่อยกู้ระดับวีไอพีได้ ลูกค้าต้องมีเครดิตและมีหลักทรัพย์ค้ำประกันที่สมน้ำสมเนื้อ แล้วมึงคิดว่า ใครหน้าไหนในบ่อนของเรา ที่มีอำนาจเซ็นอนุมัติปล่อยกู้ให้ไอ้ผีพนันขี้ยาอย่างไอ้คราม จนยอดหนี้มันทะลุหลักสิบล้านแบบนี้ได้ โดยที่มันไม่มีหลักประกันห่าอะไรเลย!"
คำพูดที่เฉียบขาดและทะลุปรุโปร่งของเจ้านาย ทำให้ทิมถึงกับลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
ความรอบคอบและใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆน้อยๆของบรู๊คเป็นสิ่งที่เขานับถือมาเสมอ
เพียงแค่เห็นสภาพความเป็นอยู่ของลูกสาวลูกหนี้ เจ้านายของเขาก็สามารถมองทะลุไปถึงความผิดปกติและการทุจริตที่อาจเกิดขึ้นภายในองค์กรได้ทันที
"มีหนอนบ่อนไส้ หรือไม่ก็มีผู้บริหารระดับสูงทุจริตหักหลังเราสินะครับนาย" ทิมสรุปความด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม
"เออ ไปสืบมาให้ลึกที่สุด ห้ามให้พวกมันรู้ตัวเด็ดขาด ใครที่มันกล้าเอาเงินของเบรคคิงไปละลายเล่นแบบนี้ กูจะสับมือมันทิ้งให้หมด" บรู๊คสั่งการเสียงเฉียบขาด
"รับทราบครับนาย ผมจะจัดการสืบเรื่องนี้ด้วยตัวเองให้เร็วที่สุดครับ"
ทิมพยักหน้ารับคำสั่งอย่างแข็งขัน ก่อนจะค้อมหัวเตรียมตัวหมุนตัวเดินออกจากห้องไปเพื่อเริ่มงานทันที
"เดี๋ยว"
เสียงทุ้มที่ดังขัดขึ้น ทำให้ทิมต้องชะงักฝีเท้าแล้วหันกลับมามอง
"คืนนี้มึงเตรียมรถกับคนของเราให้พร้อม" บรู๊คสั่งการขณะที่สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่รูปถ่ายใบเล็กบนโต๊ะ
"กูจะไปร้านไอ้วา"
ทิมเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย เพราะเมื่อวันก่อนเจ้านายของเขายังเพิ่งจะปฏิเสธคำชวนของคุณวาโร่ไปหมาดๆแถมยังบ่นรำคาญอีกต่างหาก
แต่จู่ๆวันนี้กลับสั่งให้เตรียมตัวจะไปที่นั่นเสียอย่างนั้น แต่ในฐานะลูกน้องคนสนิท เขาเรียนรู้ที่จะไม่ตั้งคำถามกับความต้องการของเจ้านาย
"รับทราบครับนาย"
ทิมรับคำสั้นๆก่อนจะเดินออกจากห้องทำงานไป ปล่อยให้ผู้เป็นนายจมอยู่กับความคิดของตัวเองเพียงลำพัง
เมื่อประตูห้องปิดสนิทลง บรู๊คก็เอื้อมมือไปหยิบแฟ้มประวัติของแพรขวัญขึ้นมาดูอีกครั้ง นัยน์ตาคมไล่อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับการทำงานของเธออย่างถี่ถ้วน
นางแบบรับจ้าง?
พนักงานเสิร์ฟร้านเหล้า?
ลูกสาวของผีพนันที่เป็นลูกหนี้รายใหญ่?
ดูจากโปรไฟล์และภูมิหลังของเธอแล้ว มันช่างเป็นชีวิตที่แสนจะธรรมดาค่อนไปทางตกต่ำ ไม่มีอะไรที่ดูโดดเด่นหรือน่าสนใจพอที่จะดึงดูดสายตาของคนอย่างเขาได้เลยแม้แต่นิดเดียว ผู้หญิงที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเขา มีแต่พวกคุณหนูไฮโซหรือดาราระดับท็อปที่เพียบพร้อมไปเสียทุกอย่าง
ปลายนิ้วหยาบกร้านลากไล้ไปตามโครงหน้าจิ้มลิ้มในรูปถ่ายเบาๆ สัมผัสจากมือนุ่มๆที่พยายามเช็ดแอลกอฮอล์ลงบนแผลให้เขาอย่างเบามือเมื่อคืน ยังคงตราตรึงอยู่ในความรู้สึก พร้อมกับเสียงบ่นเจื้อยแจ้วที่เรียกเขาว่าลุงอย่างไม่เกรงกลัว
บรู๊คกระตุกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาเปล่งประกายบางอย่างที่อ่านยากออกมา
"ดูแล้วก็ไม่น่าจะมีอะไรให้น่าสนใจ แต่ทำไม..."
ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเองเบาๆ ท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงาน
"ทำไมฉันถึงยังอยากจะเจอเธออีกสักทีนะ ยัยเด็กปากดี"
แสงแฟลชจากกล้องถ่ายภาพหลายสิบตัวสว่างวาบขึ้นอย่างต่อเนื่องแข่งกับแสงไฟสปอตไลต์บนรันเวย์ เสียงดนตรีบีทหนักๆ เร้าอารมณ์ดังก้องไปทั่วทั้งฮอลล์จัดแสดงงานแฟชั่นโชว์คอลเลกชันใหม่ล่าสุดของแบรนด์เสื้อผ้าชั้นนำระดับประเทศท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่จับจ้องไปยังเวที มีเพียงสายตาคมกริบคู่เดียวที่ทอดมองร่างระหงตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งและเปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจบรู๊คในชุดสูทสั่งตัดพอดีตัว ยืนล้วงกระเป๋ากางเกงอยู่บริเวณโซนวีไอพีด้านหน้าสุด แววตาทอประกายอ่อนโยนและหลงใหลอย่างปิดไม่มิด ขณะจดจ้องร่างของแพรขวัญที่กำลังเดินเฉิดฉายอยู่บนรันเวย์เด็กสาวในชุดเดรสยาวแหวกข้างสีแดงเพลิงขับผิวขาวผ่องให้ดูโดดเด่นสะกดทุกสายตา ท่วงท่าการเดินที่มั่นใจ จังหวะการหมุนตัวที่ไร้ที่ติ และสายตาจิกกล้องที่ทรงพลังราวกับนางพญา ทำเอาผู้นำมาเฟียแห่งแก๊งเบรคคิงถึงกับเผลอยกยิ้มมุมปากออกมาอย่างลืมตัวผู้หญิงของเขา... เติบโตและเปล่งประกายได้อย่างงดงามเหลือเกินทว่ารอยยิ้มละมุนบนใบหน้าหล่อเหลากลับต้องสะดุดลง เมื่อหูที่ไวต่อประสาทสัมผัสของเขา บังเอิญไปได้ยินบทสนทนาของกลุ่มชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก ซึ่งดูจากป้ายห้อยคอแล
บรรยากาศภายในคฤหาสน์ตลอดหลายวันที่ผ่านมา อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความหวานเลี่ยนจนมดแทบจะขึ้นกำแพงนับตั้งแต่บรู๊คพาแพรขวัญกลับมาพักฟื้นที่บ้าน ผู้นำมาเฟียที่เคยดุดัน เยือกเย็น และเอาแต่นั่งหน้าเครียดอยู่กับกองเอกสาร ก็เปลี่ยนโหมดกลายเป็นคนคลั่งรักชนิดที่ว่าหน้ามือเป็นหลังมือ เขาแทบจะไม่ยอมให้ปลายเท้าของเด็กสาวแตะพื้น หากเธอจะเดินไปไหน ชายหนุ่มเป็นต้องถลาเข้าไปช้อนอุ้ม แบกขึ้นหลัง หรือไม่ก็ประคองเดิน"คุณบรู๊คคะ หนูแค่จะเดินไปหยิบน้ำเปล่าตรงตู้เย็นเองนะคะ ไม่ได้จะไปปีนเขาเอเวอเรสต์ ปล่อยหนูเดินเองเถอะค่ะ" แพรขวัญโวยวายเสียงหลง ขณะถูกวงแขนแกร่งตวัดรวบเอวช้อนตัวลอยวืดขึ้นจากพื้นอีกครั้ง"แผลผ่าตัดเธอยังไม่หายดีร้อยเปอร์เซ็นต์ อย่าดื้อสิ" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยอย่างเอาแต่ใจ นัยน์ตาคมกริบทอดมองใบหน้าหวานด้วยความห่วงใย"อยากได้อะไรก็บอกสิ จะเดินไปเดินมาให้เหนื่อยทำไม หรือถ้าอยากเดินจริงๆ เดี๋ยวฉันอุ้มไปส่งหน้าตู้เย็นเอง""โอ๊ย คุณบรู๊คมันเวอร์ไปแล้วนะคะ"ภาพของมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่ที่กำลังทำตัวเป็นพ่อบ้านใจกล้าที่กล้าเฉพาะกับศัตรู แต่ยอมเมียทุกอย่าง ทำเอาบรรดาลูกน้องชุดดำที่ยืนเฝ้าอยู่ตามจุดต่างๆ
กลิ่นยาฆ่าเชื้อที่ลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศ ไม่ได้ช่วยให้ความรู้สึกปั่นป่วนในช่องท้องของบรู๊คทุเลาลงเลยแม้แต่น้อย ร่างสูงทรุดตัวลงนั่งประสานมืออยู่บนม้านั่งหน้าห้องผ่าตัดฉุกเฉิน เสื้อเชิ้ตสีขาวที่เคยสะอาดสะอ้านบัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดสีแดงฉานที่เริ่มแห้งกรัง เลือดของคนที่เขารักเท่าชีวิตปลายนิ้วหยาบกร้านสั่นเทาขณะล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง หยิบเข็มกลัดผีเสื้อคริสตัลที่เปื้อนคราบเลือดออกมาเกาะกุมไว้แน่น นัยน์ตาที่เคยมืดมิดและแข็งกร้าว บัดนี้แดงก่ำและสั่นไหวอย่างรุนแรง ภาพของแม่แพรขวัญที่เคยช่วยชีวิตเขาไว้ในอดีต ซ้อนทับกับภาพของเด็กสาวที่นอนจมกองเลือดอยู่ในอ้อมแขนของเขาวนเวียนซ้ำไปซ้ำมาทั้งที่ให้คำสาบานไว้แล้วว่าจะปกป้องเธอด้วยทุกสิ่งที่มี แต่สุดท้าย เขากลับเป็นต้นเหตุที่ทำให้เธอต้องมาเจ็บตัวปางตายแบบนี้ น้ำตาลูกผู้ชายที่พยายามสะกดกลั้นรื้นขึ้นมาจนขอบตาร้อนผ่าว ความรู้สึกผิดกัดกินก้อนเนื้อในอกซ้ายจนแทบแหลกสลายติ๊ง!ไฟหน้าห้องผ่าตัดที่สว่างวาบมาหลายชั่วโมงดับลง พร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักออก บรู๊คผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พุ่งตัวเข้าไปหาศัลยแพทย์วัยกลางคนด้วยความรวดเร็ว"เมียผมเป็
เวลาแห่งความสุขมักจะโบยบินผ่านไปอย่างรวดเร็วเสมอตลอดสามวันที่บ้านพักตากอากาศริมทะเล แพรขวัญได้ใช้เวลาพักผ่อนและตักตวงความสุขอย่างเต็มที่ โดยมีผู้ชายที่ชื่อว่าบรู๊คคอยดูแลเอาใจใส่ไม่ห่าง ทุกการกระทำและทุกคำพูดของเขาช่วยลบล้างฝันร้ายที่เธอต้องเผชิญให้เลือนหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นที่สลักลึกอยู่ในหัวใจบ่ายวันนี้ รถคันหรูกำลังแล่นมุ่งหน้ากลับสู่เมือง แพรขวัญนั่งพิงซบอยู่กับลาดไหล่กว้างของมาเฟียหนุ่มบนเบาะหลังของรถ มือเล็กประสานเข้ากับฝ่ามือใหญ่ที่เกาะกุมเธอเอาไว้ไม่ยอมปล่อย"สามวันนี่ผ่านไปเร็วจังเลยนะคะ" แพรขวัญพึมพำเบาๆ เงยหน้าขึ้นมองเสี้ยวหน้าคมคาย "หนูยังอยากกินอาหารทะเลฝีมือเชฟที่คุณบรู๊คจ้างมาอยู่เลย อร่อยมาก"บรู๊คก้มลงมองคนขี้อ้อน รอยยิ้มบางๆ ประดับบนมุมปากหยักลึก "ถ้าชอบ ไว้งานที่คาสิโนซาลงเมื่อไหร่ ฉันจะพามาอีก หรือไม่ก็ย้ายเชฟคนนั้นไปเป็นพ่อครัวประจำที่คฤหาสน์ซะเลยดีไหม?""แหม สายเปย์เกินไปแล้วค่ะ แค่นี้หนูก็จะกลายเป็นลูกหมูแล้วนะ" แพรขวัญหัวเราะคิกคัก ดึงแขนเสื้อเขาเล่นเบาๆชายหนุ่มหัวเราะในลำคอ กำลังจะอ้าปากตอบโต้กลับไป ทว่า...ปัง!!!เสียงปืนดังขึ้นทะลุความเง
"ปล่อยหนูลงเลยนะคะ ตัวคุณเปียกไปหมดแล้ว แถวเตียงก็เปียกด้วย เห็นไหมเนี่ย"แพรขวัญโวยวายเสียงหลงพลางดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมแขนแกร่ง ทันทีที่แผ่นหลังบางสัมผัสกับฟูกนุ่มของเตียงคิงไซส์กลางห้องนอนใหญ่ หยดน้ำจากร่างกายของมาเฟียหนุ่มที่เพิ่งขึ้นจากสระว่ายน้ำหยดแหมะลงบนผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาดจนเป็นรอยด่างแต่บรู๊คกลับไม่สนใจคำท้วงติงนั้นเลยสักนิด ชายหนุ่มตามขึ้นมาทาบทับคร่อมร่างของเธอเอาไว้ กักขังยัยเด็กขี้โวยวายให้อยู่ใต้เงาร่างกำยำของเขา นัยน์ตาพราวระยับไปด้วยความเจ้าเล่ห์และเปลวไฟแห่งความปรารถนาที่ถูกจุดให้ลุกโชน"เปียกก็ช่างมันสิ" น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอ่ยชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดจนคนใต้ร่างสะดุ้งน้อยๆ "เดี๋ยวค่อยให้แม่บ้านมาเปลี่ยนใหม่ก็สิ้นเรื่อง แต่ตอนนี้ ฉันมีเรื่องสำคัญกว่าที่ต้องเคลียร์กับเธอ""เคลียร์อะไรคะ ไม่มีอะไรต้องเคลียร์ทั้งนั้นแหละ คุณนั่นแหละขี้แกล้ง ปล่อยให้หนูหน้าแตกต่อหน้าคุณวาโร่กับคุณคิรันอยู่ตั้งนาน คนบ้า" แพรขวัญแหวเข้าให้ สองมือเล็กยกขึ้นดันแผงอกกว้างที่ยังคงชื้นไปด้วยหยดน้ำ"ฉันไปแกล้งอะไรเธอ หืม?" บรู๊คเลิกคิ้ว รอยยิ้มมุมปากยิ่งดูมีเสน่ห์ร้ายกาจ"ฉันอุตส
ความรู้สึกแรกที่แพรขวัญรับรู้ได้หลังจากสติสัมปชัญญะเริ่มกลับคืนมา คือแรงสั่นสะเทือนเบาๆอย่างสม่ำเสมอของยานพาหนะที่กำลังเคลื่อนตัวเปลือกตาคู่สวยค่อยๆขยับเปิดขึ้นอย่างเชื่องช้า ภาพตรงหน้าที่พร่ามัวค่อยๆปรับโฟกัสจนเห็นแผงอกกว้างที่สวมทับด้วยเสื้อเชิ้ตสีเข้มเด็กสาวขยับตัวเล็กน้อย ก่อนจะตระหนักได้ว่าตัวเองกำลังนอนหนุนตักและซบหน้าอยู่กับอกแกร่งของใครบางคน กลิ่นน้ำหอมยืนยันตัวตนของเจ้าของอ้อมกอดนี้ได้เป็นอย่างดี ทว่าสิ่งที่ทำให้เธอแปลกใจคือสัมผัสของเนื้อผ้าที่สวมใส่อยู่ ชุดเดรสถูกถอดออกไปแล้ว แทนที่ด้วยเสื้อยืดโอเวอร์ไซส์เนื้อนุ่มและกางเกงขาสั้นสวมสบาย"อืม คุณบรู๊ค" แพรขวัญงัวเงียเรียกชื่อเขา เสียงหวานแหบพร่าเล็กน้อยจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ "เรากำลังจะไปไหนกันคะ?"บรู๊คที่กำลังนั่งหลับตาพิงเบาะรถ ลืมตาขึ้นมาทันทีที่ได้ยินเสียงคนบนตัก ชายหนุ่มก้มลงมองใบหน้าจิ้มลิ้มที่กำลังทำตาปรือ ฝ่ามือหนาแกร่งเลื่อนขึ้นมาลูบกลุ่มผมนุ่มของเธออย่างทะนุถนอม"ตื่นแล้วเหรอ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยอย่างอ่อนโยน "ฉันกำลังจะพาเธอไปพักผ่อนที่บ้านพักตากอากาศน่ะ อยู่ที่คฤหาสน์เดี๋ยวก็มีคนมารบกวน ไปสูดอากาศบริสุทธิ์ซะหน







