LOGINช่วงเย็นรถคันหรูแล่นเข้ามาจอดเทียบที่หน้าคฤหาสน์อย่างนุ่มนวล ทันทีที่ประตูรถเปิดออก แพรขวัญก็ก้าวลงมาด้วยท่าทีร่าเริงผิดกับตอนเช้าลิบลับเด็กสาวในชุดเดรสสีขาวเดินกระโดดเหยงๆฮัมเพลงไปพลาง แกว่งแขนไปมาอย่างอารมณ์ดี หลังจากที่ได้ไปนั่งเล่นและป่วนในห้องทำงานของผู้นำมาเฟียมาทั้งวัน แถมยังได้กินของอร่อยระดับวีไอพีจนพุงกางบรู๊คก้าวตามลงมาติดๆ ชายหนุ่มล้วงกระเป๋ากางเกง มองแผ่นหลังเล็กที่กำลังเดินดุ๊กดิ๊กนำหน้าไปด้วยรอยยิ้มบางๆที่มุมปาก"อารมณ์ดีเชียวนะ" เสียงทุ้มเอ่ยแซวไล่หลัง"แน่นอนสิคะ! วันนี้หนูได้ไปเปิดหูเปิดตาตั้งเยอะ แถมยังได้ช่วยจับทุจริตด้วย ผลงานชิ้นโบแดงขนาดนี้ จะไม่ให้อารมณ์ดีได้ยังไงล่ะคะ" แพรขวัญหันกลับมาฉีกยิ้มกว้าง ยักคิ้วให้อย่างทะเล้นทว่าในจังหวะที่แพรขวัญกำลังจะก้าวเท้าเดินเข้าไปในโถงคฤหาสน์ แม่บ้านสาวคนหนึ่งก็เดินกึ่งวิ่งเข้ามาหาด้วยสีหน้าประหม่าเล็กน้อย ในมือถือกล่องพัสดุกล่องกระดาษสีน้ำตาลขนาดกลางเอาไว้"เอ่อ คุณแพรขวัญคะ" แม่บ้านเอ่ยเรียกเสียงสั่น "เมื่อสักครู่นี้ มีพัสดุมาส่งค่ะ จ่าหน้ากล่องถึงคุณแพรขวัญโดยตรงเลยค่ะ""พัสดุของแพรหรอคะ?" แพรขวัญขมวดคิ้วมุ่น หยุดเด
บรรยากาศภายในห้องทำงานชั้นบนสุดของเบรคคิงคาสิโนวันนี้ ช่างแตกต่างไปจากทุกวันอย่างสิ้นเชิงปกติแล้วห้องนี้มักจะอบอวลไปด้วยความตึงเครียด กลิ่นอายของความกดดัน และรังสีอำมหิตของผู้นำแก๊งที่ทำให้บรรดาลูกน้องต้องหายใจไม่ทั่วท้องทุกครั้งที่ก้าวเข้ามารายงานตัว แต่ทว่าวันนี้...ท่ามกลางกองเอกสารและตัวเลขผลกำไรมหาศาลบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ บรู๊คกลับนั่งเซ็นเอกสารด้วยใบหน้าที่ผ่อนคลาย มุมปากหยักลึกประดับด้วยรอยยิ้มจางๆอย่างที่ไม่มีใครเคยได้เห็นสาเหตุก็ไม่ใช่เรื่องอื่นไกล เป็นเพราะร่างบางของใครบางคนที่กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังตัวหรูฝั่งตรงข้ามแพรขวัญกำลังนั่งกินมาการองสีพาสเทลแก้มตุ่ย นิ้วเรียวเล็กกดหน้าจอสมาร์ตโฟนยิกๆรัวคอมโบในเกมมือถืออย่างเมามัน เสียงเอฟเฟกต์เกมดังแทรกขึ้นมาเป็นระยะในห้องทำงานที่เงียบสงบ แต่มันกลับไม่ได้ทำให้มาเฟียหนุ่มรู้สึกรำคาญเลยแม้แต่นิดเดียว ตรงกันข้าม เขากลับรู้สึกว่าห้องทำงานที่เคยกว้างใหญ่และอ้างว้าง บัดนี้มันมีชีวิตชีวาขึ้นมาอย่างน่าประหลาด"เยส! ชนะแล้ว!"เสียงใสเจื้อยแจ้วดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง แพรขวัญกดล็อกหน้าจอสมาร์ตโฟนหลังจากจบแมตช์ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นม
แสงแดดอ่อนๆยามเช้าตรู่สาดส่องเข้ามาภายในห้องนอนสุดหรู ร่างสูงของบรู๊คในชุดสูทสีเข้มสั่งตัดพอดีตัวยืนจัดเนกไทอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ ชายหนุ่มจัดการเซตผมที่เคยปล่อยปรกหน้าผากให้เสยขึ้นไปอย่างเนี้ยบกริบ คืนคราบผู้นำมาเฟียแห่งเบรคคิงผู้ทรงอำนาจและเยือกเย็นทว่าเมื่อนัยน์ตาคมกริบตวัดมองผ่านเงาสะท้อนในกระจก ไปยังเตียงคิงไซส์กลางห้อง แววตาดุดันกลับทอประกายอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัดบนเตียงกว้าง ร่างบางของแพรขวัญยังคงซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา หลับสนิทด้วยความอ่อนเพลียจากบทพิสูจน์ที่กินเวลาลากยาวไปค่อนคืน ใบหน้าจิ้มลิ้มยามหลับใหลดูไร้เดียงสา เส้นผมนุ่มสยายเต็มหมอนใบโต บรู๊คระบายยิ้มมุมปาก เขาหมุนตัวเดินตรงเข้าไปหาคนตัวเล็ก ค่อยๆทรุดตัวลงนั่งที่ขอบเตียงอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้เธอตื่นมือหนาแกร่งปัดปอยผมที่ปรกแก้มเนียนออกให้อย่างเบามือ ก่อนจะโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงไปประทับริมฝีปากลงบนพวงแก้มใสอย่างรักใคร่"ฉันจะไปทำงานก่อน." น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดใบหูเล็ก "อยู่บ้านก็อย่าดื้อล่ะ เข้าใจไหม ยัยตัวแสบ"ชายหนุ่มผละออก เตรียมจะลุกขึ้นยืน ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะหันหลังกลับ...หมับ!ฝ่ามือเล็กที่
เสียงน้ำไหลจากก๊อกกระทบกับชามกระเบื้องดังก้องเบาๆในห้องครัวกว้างขวาง แพรขวัญนั่งห้อยขาอยู่บนเคาน์เตอร์หินอ่อน นัยน์ตากลมโตทอดมองแผ่นหลังกว้างของร่างสูงที่กำลังยืนล้างจานชามที่เธอเพิ่งกินเสร็จให้อย่างเงียบๆผู้นำมาเฟียแห่งแก๊งเบรคคิง... ผู้ชายที่มีลูกน้องนับร้อยนับพันคอยก้มหัวให้ แต่ตอนนี้เขากลับมายืนล้างจานให้เธอตอนตีสองเนี่ยนะ? ความรู้สึกบางอย่างก่อตัวขึ้นในใจจนเธอไม่อาจเก็บความสงสัยเอาไว้ได้อีกต่อไป"นี่... คุณบรู๊คคะ" แพรขวัญเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาดื้อๆบรู๊คปิดน้ำ รับจานใบสุดท้ายไปคว่ำลงบนชั้นพัก ท่าทีของเขาดูผ่อนคลายขณะหันกลับมามองเธอ "มีอะไร อิ่มจนจุกแล้วหรือไง""เปล่าค่ะ" เด็กสาวส่ายหน้าช้าๆ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด "หนูแค่สงสัย... ทำไมคุณถึงดีกับหนูขนาดนี้คะ?"ชายหนุ่มดึงผ้าขนหนูผืนเล็กมาเช็ดมือ นัยน์ตาสบเข้ากับดวงตากลมโต "ไม่ใช่ว่าฉันบอกเธอไปแล้วเหรอ แพรขวัญ""ไม่ใช่สิคะ" แพรขวัญรีบแย้ง ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันอย่างชั่งใจ "เรื่องที่คุณแม่ของหนูเคยช่วยคุณเอาไว้ มันก็เป็นเหตุผลส่วนหนึ่ง แต่ที่คุณดีกับหนูแบบนี้ ดูแลหนู ตามใจหนูแบบนี้ คือคุณไม่... คือ
กลิ่นยาฆ่าเชื้อและแอลกอฮอล์จางๆ ภายในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังไม่ได้ทำให้บรรยากาศดูน่าอึดอัดเท่ากับรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ของคนที่ยืนกอดอกพิงผนังอยู่มุมห้องหลังจากที่แพทย์เวรและพยาบาลช่วยกันทำแผล นำเศษแก้วที่บาดฝ่าเท้าออก และพันผ้าก๊อซให้แพรขวัญเสร็จเรียบร้อยด้วยความเกร็งสบรู๊คก็ไม่รอช้า ชายหนุ่มก้าวเข้ามาที่เตียงผู้ป่วย ก่อนจะตวัดวงแขนช้อนร่างบางขึ้นอุ้มในท่าเจ้าสาวอย่างง่ายดาย"ว้าย! คุณบรู๊ค! ทำอะไรคะ ปล่อยหนูลงนะ" แพรขวัญร้องอุทานเสียงหลง รีบตวัดแขนโอบรอบคอแกร่งตามสัญชาตญาณกันตก ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อจู่ๆก็ถูกอุ้มต่อหน้าหมอและพยาบาลที่ยืนหน้าเหวออยู่"อยู่เฉยๆ" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยสั่งเรียบๆแต่เด็ดขาด"หนูเดินเองได้ค่ะ แค่เศษแก้วบาด ไม่ได้ขาขาดสักหน่อย ปล่อยหนูลงเถอะนะคะ หนูอายคนอื่นเขา" แพรขวัญยังคงดิ้นขลุกขลัก พยายามประท้วงด้วยความเขินอาย ใบหน้าจิ้มลิ้มแดงซ่านไปถึงใบหูบรู๊คก้มลงมองยัยเด็กดื้อในอ้อมแขน นัยน์ตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวหรี่ลงเล็กน้อย "ฉันบอกให้เงียบ ถ้าเธอยังขืนดิ้นและส่งเสียงโวยวายอีก ฉันจะจูบปิดปากเธอโชว์หมอกับพยาบาลตรงนี้แหละ
"เป๊ะมาก สวยสับไม่หลับในเลยลูกสาวเจ๊ องศานี้แหละ ฟาดเรียบตั้งแต่หัวรันเวย์ยันหน้าประตูกระจก"เสียงของเจ๊เหมย ผู้จัดการส่วนตัวควบตำแหน่งสไตลิสต์กิตติมศักดิ์ดังขึ้นพร้อมกับเสียงปรบมือรัวๆ ร่างท้วมเดินวนรอบตัวแพรขวัญที่ตอนนี้อยู่ในชุดฟินาเล่สีแดงเพลิงขับผิวขาวจัดให้ดูโดดเด่นสะกดทุกสายตา หญิงสาวส่งยิ้มบางๆผ่านกระจกบานใหญ่พลางขยับเครื่องประดับที่คอให้เข้าที่"เจ๊ก็ชมเกินไปค่ะ แพรยังตื่นเต้นอยู่เลย มือเย็นไปหมดแล้วเนี่ย" แพรขวัญหัวเราะเบาๆ"ระดับแพรขวัญไม่มีคำว่าพลาดค่ะลูก วันนี้หนูคือควีน เข้าใจไหม? เชิดหน้าเข้าไว้"ท่ามกลางบรรยากาศชื่นมื่นในมุมแต่งตัวของวีไอพี อีกฟากหนึ่งของห้องพักนักแสดง สายตาแข็งกร้าวคู่หนึ่งกำลังจ้องมองมาอย่างไม่วางตา ลิเดียนางแบบรุ่นพี่ที่ถูกลดบทบาทลงไปเดินในเซ็ตธรรมดากำมือแน่นจนเล็บแทบจิกเข้าไปในเนื้อ เธอเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้ก่อนจะหันไปกระซิบกับมีนนางแบบรุ่นน้องลูกไล่ที่ยืนอยู่ข้างๆ"เห็นแล้วมันขัดหูลูกตาจริงๆ ทำตัวเป็นนางพญา ทั้งที่ก็แค่เด็กเส้นที่เพิ่งปีนขึ้นมาได้ไม่กี่วัน" ลิเดียแค่นเสียงเหยียดหยาม"นั่นสิคะพี่ลิเดีย มีนล่ะหมั่นไส้นังเด็กนี่เต็มทน ทำหน้าซื่อๆ