تسجيل الدخول"เป๊ะมาก สวยสับไม่หลับในเลยลูกสาวเจ๊ องศานี้แหละ ฟาดเรียบตั้งแต่หัวรันเวย์ยันหน้าประตูกระจก"เสียงของเจ๊เหมย ผู้จัดการส่วนตัวควบตำแหน่งสไตลิสต์กิตติมศักดิ์ดังขึ้นพร้อมกับเสียงปรบมือรัวๆ ร่างท้วมเดินวนรอบตัวแพรขวัญที่ตอนนี้อยู่ในชุดฟินาเล่สีแดงเพลิงขับผิวขาวจัดให้ดูโดดเด่นสะกดทุกสายตา หญิงสาวส่งยิ้มบางๆผ่านกระจกบานใหญ่พลางขยับเครื่องประดับที่คอให้เข้าที่"เจ๊ก็ชมเกินไปค่ะ แพรยังตื่นเต้นอยู่เลย มือเย็นไปหมดแล้วเนี่ย" แพรขวัญหัวเราะเบาๆ"ระดับแพรขวัญไม่มีคำว่าพลาดค่ะลูก วันนี้หนูคือควีน เข้าใจไหม? เชิดหน้าเข้าไว้"ท่ามกลางบรรยากาศชื่นมื่นในมุมแต่งตัวของวีไอพี อีกฟากหนึ่งของห้องพักนักแสดง สายตาแข็งกร้าวคู่หนึ่งกำลังจ้องมองมาอย่างไม่วางตา ลิเดียนางแบบรุ่นพี่ที่ถูกลดบทบาทลงไปเดินในเซ็ตธรรมดากำมือแน่นจนเล็บแทบจิกเข้าไปในเนื้อ เธอเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้ก่อนจะหันไปกระซิบกับมีนนางแบบรุ่นน้องลูกไล่ที่ยืนอยู่ข้างๆ"เห็นแล้วมันขัดหูลูกตาจริงๆ ทำตัวเป็นนางพญา ทั้งที่ก็แค่เด็กเส้นที่เพิ่งปีนขึ้นมาได้ไม่กี่วัน" ลิเดียแค่นเสียงเหยียดหยาม"นั่นสิคะพี่ลิเดีย มีนล่ะหมั่นไส้นังเด็กนี่เต็มทน ทำหน้าซื่อๆ
ดวงตากลมโตของแพรขวัญเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกมานอกเบ้า เด็กสาวจ้องมองวัตถุชิ้นเล็กๆในกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มที่อยู่ในมือของบรู๊คสลับกับใบหน้าคมคายของเขา สมองที่เคยประมวลผลได้อย่างรวดเร็วบัดนี้ขาวโพลนไปหมด ร่างกายชาวาบราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านมันคือเข็มกลัดผีเสื้อ...ที่เหมือนกับของเธอราวกับแกะ"นี่มัน... อะไรกันคะ?" แพรขวัญละล่ำละลักถาม เสียงสั่นพร่า "ทำไมคุณถึงมีเข็มกลัดแบบเดียวกับของหนู มัน...มันเป็นของก๊อปปี้เหรอคะ หรือว่าแบรนด์นี้เขาผลิตออกมาหลายอัน"บรู๊คไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนั่งบนโต๊ะกระจกเตี้ยๆตรงหน้าเธอ นัยน์ตาที่เคยมืดมิดและเย็นชา บัดนี้ทอประกายอ่อนแสงลงอย่างที่ไม่เคยมีใครได้เห็น เขาเอื้อมมือไปจับมือเล็กของเธอที่กำลังสั่นเทา แล้วแบมือของเธอออก"เอาของเธอออกมาสิ แพรขวัญ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยบอกอย่างอ่อนโยนเด็กสาวกะพริบตาปริบๆ แม้จะยังงุนงง แต่เธอก็ยอมทำตามอย่างว่าง่าย แพรขวัญล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง หยิบเข็มกลัดผีเสื้อประดับคริสตัลที่เธอพกติดตัวไว้ตลอดเวลาออกมาวางลงบนฝ่ามือใหญ่ของเขาบรู๊ครับมันมาอย่างทะนุถนอม ชายหนุ่มหยิบเข็มกลัดจากกล่องกำมะหยี่ของ
ช่วงเย็นของวัน หลังจากที่แพรขวัญจัดการรื้อสัมภาระออกจากกระเป๋าและจัดเก็บเข้าตู้เสื้อผ้าในห้องพักระดับวีไอพีปีกขวาจนเสร็จเรียบร้อย เด็กสาวก็จัดการอาบน้ำชำระล้างความเหนื่อยล้า ก่อนจะเปลี่ยนมาสวมเสื้อยืดตัวโคร่งสีขาวสกรีนลายการ์ตูน กับกางเกงยีนส์ขาสั้นกุดที่เผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียน ซึ่งเป็นชุดเก่งที่เธอใส่อยู่เป็นประจำเวลาอยู่หอพักถึงแม้ห้องพักจะหรูหราเตียงนุ่มแค่ไหน แต่ด้วยนิสัยที่ไม่ชอบอยู่นิ่งและเกรงใจเจ้าของบ้าน แพรขวัญจึงตัดสินใจเดินออกจากห้อง มุ่งหน้าตามกลิ่นหอมๆไปยังโซนห้องครัวขนาดใหญ่ด้านหลังคฤหาสน์ เพื่อหาอะไรทำหรือช่วยหยิบจับงานเล็กๆน้อยๆเพื่อไม่ให้ตัวเองดูเป็นผู้อาศัยที่เอาแต่กินนอนไปวันๆบรรยากาศในครัวกำลังวุ่นวายกับการเตรียมอาหารมื้อค่ำ แพรขวัญเดินเข้าไปด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ แต่ทันทีที่ปรากฏตัว สายตาของบรรดาแม่บ้านสาวๆสองสามคนที่กำลังยืนหั่นผักและเตรียมเครื่องปรุงอยู่ ก็ตวัดมามองเธอเป็นตาเดียว"นั่นไง ยัยเด็กที่เพิ่งเข้ามาใหม่" แม่บ้านสาวคนหนึ่งกระซิบกระซาบกับเพื่อนข้างๆ แต่จงใจให้เสียงดังพอที่แพรขวัญจะได้ยิน "ดูแต่งตัวเข้าสิ กางเกงขาสั้นจุ๊ดจู๋ นึกว่าตัวเองเป็นคุณหนูมาจ
"ทิม สั่งคนของเราที่สแตนด์บายอยู่ ไปจัดการเก็บข้าวของทุกชิ้นของแพรขวัญที่หอพักมาให้หมด"น้ำเสียงทุ้มต่ำและเด็ดขาดของบรู๊คดังขึ้นทำลายความเงียบภายในรถคันหรูหลังจากที่เขาจัดการพันแผลที่ท่อนแขนให้เด็กสาวเสร็จเรียบร้อย ชายหนุ่มละสายตาจากรอยแผล หันไปออกคำสั่งกับมือขวาคนสนิทที่ทำหน้าที่ขับรถอยู่ด้านหน้า"แล้วก็...เปลี่ยนจุดหมายจากคฤหาสน์ ไปที่ห้างก่อน กูยังไม่กลับ"ทิมพยักหน้ารับคำสั่งผ่านกระจกมองหลัง"รับทราบครับนาย ผมจะให้ลูกน้องจัดการเคลียร์ห้องพักของคุณแพรขวัญให้เรียบร้อยเดี๋ยวนี้ครับ""เดี๋ยวสิคะ!"แพรขวัญที่นั่งเงียบมาตลอดทาง เบิกตากว้างด้วยความตกใจ หันขวับไปมองเสี้ยวหน้าหล่อเหลาของมาเฟียหนุ่มทันที"ไปเก็บของที่หอหนูทำไมคะ แล้ว...แล้วจะไปห้างทำไมอีก หนูเหนื่อยแล้ว หนูอยากกลับไปพัก"เด็กสาวขมวดคิ้วมุ่น ความรู้สึกสับสนและตามไม่ทันตีรวนขึ้นมาในหัว เพิ่งจะผ่านเหตุการณ์ระทึกขวัญมาหมาดๆ เขากลับสั่งเก็บของย้ายหอเธอหน้าตาเฉย แถมยังจะพาไปเดินห้างอีกต่างหาก ผู้ชายคนนี้คิดอะไรอยู่กันแน่บรู๊คปรายตาคมกริบมามองใบหน้าจิ้มลิ้มที่กำลังเต็มไปด้วยคำถาม ชายหนุ่มไม่ได้มีท่าทีสะทกสะท้านเขาเอนแผ่นหลังพิง
รถคันหรูเบรกดังเอี๊ยดจอดเทียบหน้าหอพัก บรู๊คก้าวลงจากรถด้วยสีหน้าถมึงทึง รังสีอำมหิตแผ่ซ่านจนคนรอบข้างไม่กล้าแม้แต่จะสบตา ทว่าเมื่อเขาและลูกน้องบุกขึ้นไปถึงห้องพักของแพรขวัญ กลับพบเพียงความว่างเปล่า ไม่มีร่องรอยของการงัดแงะ หรือแม้แต่เงาของเด็กสาวที่เขาตั้งใจบินด่วนกลับมาหา"มาหาหนูแพรขวัญเหรอคะ" แม่บ้านวัยกลางคนที่กำลังทำความสะอาดทางเดินตอบคำถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เมื่อเผชิญหน้ากับกลุ่มชายชุดดำ "ป้าเห็นน้องเขาวิ่งหน้าตาตื่นออกไปตั้งแต่เมื่อวานเย็นแล้วค่ะ ดูร้อนรนมากเลย เห็นกำลังคุยโทรศัพท์กับพ่อ ร้องไห้ด้วย บอกว่าพ่อโดนทำร้าย แล้วก็รีบวิ่งออกไปเลยค่ะ"สิ้นคำบอกเล่าของแม่บ้าน บรู๊คถึงกับขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน ดวงตาคมกริบวาวโรจน์ไปด้วยโทสะ มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน"ไอ้คราม" เสียงทุ้มสบถลอดไรฟัน "ถ้ามึงทำอะไรแพรขวัญ กูไม่เอามึงไว้แน่!"ชายหนุ่มหันขวับไปหาทิมที่ยืนรอรับคำสั่งอยู่ด้านหลัง"เช็กพิกัดโทรศัพท์มือถือของยัยเด็กนั่นเดี๋ยวนี้ แล้วสั่งคนของเราไปล้อมบ้านไอ้ครามเอาไว้ให้หมด อย่าให้มีมดสักตัวเล็ดลอดออกไปได้!"ในขณะเดียวกัณ ณ บ้านเช่าซอมซ่อในสลัมแออัดแพรขวัญถูกข
ห้องรับรองวีไอพีของสนามบินเงียบสงบและเป็นส่วนตัว บรู๊คในชุดสูทสีเข้มสั่งตัดพอดีตัวนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังชั้นดี นัยน์ตาคมกริบกวาดมองเอกสารสรุปผลกำไรของคาสิโนสาขามาเก๊าที่ทิมเพิ่งส่งให้เมื่อครู่ ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นตัวเลขบางจุดที่ดูผิดปกติ ก่อนจะปิดแฟ้มลงแล้วโยนมันไว้บนโต๊ะกระจก"เตรียมเครื่องพร้อมหรือยัง" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามมือขวาคนสนิทที่ยืนประสานมืออยู่ไม่ไกล"เรียบร้อยแล้วครับนาย เครื่องบินส่วนตัวพร้อมเทกออฟทุกเมื่อ" ทิมตอบรับอย่างแข็งขัน ก่อนจะชะงักไปเล็กน้อยเหมือนมีเรื่องอยากจะถามแต่ก็ลังเล "เอ่อ นายครับ""มีอะไรก็พูดมา""เรื่องงานเดินแบบของคุณแพรขวัญ..." ทิมเว้นจังหวะ ลอบสังเกตสีหน้าเจ้านาย "นายจะกลับมาทันใช่ไหมครับ? งานอีเวนต์จะเริ่มในอีกสี่วันข้างหน้านี้แล้ว"บรู๊คยกแก้วกาแฟดำขึ้นจิบ รสชาติขมปร่าเรียกความสดชื่นให้ร่างกายที่พักผ่อนน้อยมาหลายวัน ชายหนุ่มปรายตามองลูกน้องก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและเด็ดขาด"กูต้องกลับมาให้ทัน" บรู๊ควางแก้วลง "เคลียร์คิวงานที่มาเก๊าทุกอย่างให้จบภายในสามวัน ไม่ว่าพวกบอร์ดบริหารฝั่งนู้นมันจะเล่นแง่อะไร มึงจัดการบีบให้พว







