แชร์

- 3 - เจอกันอีกแล้ว

ผู้เขียน: เพียงเจ้าขา
last update วันที่เผยแพร่: 2026-07-31 16:05:11

แสงไฟนีออนสลับสีสาดส่องไปทั่วบริเวณวาโร่บาร์ สถานบันเทิงชื่อดังใจกลางเมืองที่เต็มไปด้วยนักท่องราตรียามค่ำคืน 

เสียงเพลงดังกระหึ่มปลุกเร้าอารมณ์สนุกสนาน ทว่าในโซนหลังร้านซึ่งเป็นพื้นที่ของพนักงานกลับวุ่นวายด้วยการเตรียมพร้อมก่อนเริ่มงาน

"สวัสดีค่ะพี่นุช สวัสดีค่ะพี่ชัย"

แพรขวัญผลักประตูห้องพักพนักงานเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มสดใสที่ประดับอยู่บนใบหน้าจิ้มลิ้ม เธอเอ่ยทักทายรุ่นพี่ในร้านอย่างนอบน้อมและเป็นกันเองเหมือนเช่นทุกวัน

"อ้าว น้องแพรมาแล้วเหรอ วันนี้ก็มาตรงเวลาเป๊ะเหมือนเดิมเลยนะเรา" นุชบาร์เทนเดอร์สาวรุ่นพี่เอ่ยทักทายกลับด้วยความเอ็นดู 

"รีบไปเปลี่ยนชุดเถอะ แขกเริ่มทยอยเข้าร้านแล้ว วันนี้โต๊ะจองเต็มเพียบเลยนะ"

"รับทราบค่าพี่นุช!" 

เด็กสาวรับคำเสียงใส ก่อนจะรีบสาวเท้าเดินตรงไปยังล็อกเกอร์ส่วนตัวของตัวเอง

แพรขวัญจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าจากชุดนักศึกษาแสนธรรมดา เป็นชุดยูนิฟอร์มสำหรับพนักงานเสิร์ฟโซนวีไอพีของร้าน 

มันคือชุดเดรสสายเดี่ยวสีดำสนิทรัดรูป ความยาวเลยต้นขาขึ้นมาเล็กน้อย เผยให้เห็นสัดส่วนโค้งเว้าและผิวขาวเนียนละเอียดที่ตัดกับสีชุดอย่างชัดเจน 

เธอรวบผมยาวสลวยขึ้นเป็นหางม้าสูง ปล่อยปอยผมคลอเคลียกรอบหน้าเล็กน้อย แต่งหน้าโทนสว่างที่ขับให้ดวงตากลมโตดูโฉบเฉี่ยวขึ้น

หลังจากสำรวจความเรียบร้อยในกระจกเสร็จ เด็กสาวก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อเรียกพลัง ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องแต่งตัว 

ทว่ายังไม่ทันจะได้ก้าวพ้นขอบประตู ร่างบางก็ต้องชะงักกึก เมื่อพบกับร่างสูงของใครบางคนที่ยืนดักรออยู่หน้าประตู

"แต่งตัวเสร็จแล้วเหรอครับน้องแพร วันนี้ก็สวยเซ็กซี่เหมือนเดิมเลยนะ"

น้ำเสียงกรุ้มกริ่มและสายตาที่โลมเลียมองตั้งแต่หัวจรดเท้าของอัคคีผู้จัดการร้านหนุ่มวัยสามสิบต้นๆทำเอาแพรขวัญรู้สึกลมหายใจสะดุดและอึดอัดขึ้นมาทันที 

เขาตามจีบเธอมาตั้งแต่เดือนแรกที่เธอเข้ามาทำงานที่นี่ แม้เธอจะปฏิเสธไปตรงๆหลายครั้งว่าไม่ได้คิดอะไรด้วย แต่เขาก็ยังคงตื๊อและพยายามหาโอกาสเข้าหาเธออยู่เสมอ

"เอ่อ ขอบคุณค่ะพี่อัคคี ขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ" 

แพรขวัญตอบกลับตามมารยาท พยายามปั้นยิ้มบางๆ แล้วเบี่ยงตัวก้าวเดินไปทางซ้ายเพื่อเลี่ยงเขา

แต่อัคคีกลับขยับตัวมาขวางทางเอาไว้

เด็กสาวเม้มปาก ขยับเบี่ยงไปทางขวา เขาก็ก้าวตามมากักตัวเธอเอาไว้อีก แขนสองข้างของเขายกขึ้นเท้ากับขอบประตู กั้นไม่ให้เธอเดินหนีไปไหนได้

"เดี๋ยวสิครับ จะรีบไปไหนล่ะ คุยกับพี่ก่อนสิ" อัคคีโน้มหน้าเข้ามาใกล้ ยิ้มมุมปากอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า 

"เมื่อคืนพี่ทักไลน์ไป ทำไมเราไม่ตอบพี่เลยล่ะครับ โกรธที่พี่ชวนไปกินข้าวเหรอ?"

"แพรไม่ได้โกรธค่ะ แต่แพรยุ่งเรื่องทำรายงานส่งอาจารย์ ก็เลยไม่ได้จับโทรศัพท์เลย" 

แพรขวัญพยายามรักษาน้ำเสียงให้เป็นปกติ แม้ในใจจะอยากสบถใส่หน้าเขาเต็มที 

"รบกวนพี่อัคคีหลีกทางให้แพรหน่อยได้ไหมคะ แพรต้องรีบไปรับออเดอร์โต๊ะวีไอพีแล้ว"

"งานน่ะให้คนอื่นทำแทนไปก่อนก็ได้ พี่เป็นผู้จัดการนะ พี่อนุญาตให้อู้ได้ห้านาที"

"โอ๊ะโอ! ขวางทางอะไรกันอยู่ตรงนี้คะผู้จัดการ!"

เสียงสวรรค์ทรงโปรดดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะ แพรขวัญหันขวับไปมองก็พบกับวาโยเพื่อนสาวคนสนิทที่เรียนคณะเดียวกันและทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟที่นี่เหมือนกัน กำลังเดินกอดอกเข้ามาด้วยสีหน้าเอาเรื่อง

วาโยเดินแทรกกลางระหว่างอัคคีกับแพรขวัญอย่างจงใจ ก่อนจะคว้าแขนเพื่อนสาวมากอดไว้แน่น 

"ได้เวลางานแล้วนะคะพี่อัคคี ลูกค้าโต๊ะเจ็ดเรียกหายัยแพรอยู่ค่ะ แพรแกลงไปดูแลลูกค้าเถอะ เดี๋ยวตรงนี้ฉันคุยกับผู้จัดการเอง"

"เอ่อ... ได้" 

แพรขวัญไม่รอช้า รีบฉวยโอกาสที่อัคคีกำลังหน้าเสีย พยักหน้าให้เพื่อนรักแล้วรีบจ้ำอ้าวเดินหนีออกมาจากตรงนั้นทันที

"เฮ่อ รอดตายไปที ขอบใจนะยัยโย" เด็กสาวพึมพำกับตัวเองด้วยความโล่งอก

เมื่อก้าวออกมาสู่โซนให้บริการลูกค้า แพรขวัญก็ปรับสีหน้าและท่าทางให้กลับมาเป็นพนักงานเสิร์ฟมืออาชีพ 

เธอเดินถือถาดเครื่องดื่มด้วยรอยยิ้มแย้มแจ่มใส บริการลูกค้าแต่ละโต๊ะอย่างคล่องแคล่วและเป็นมิตร

แน่นอนว่าการทำงานในสถานที่อโคจรแบบนี้ ย่อมต้องเจอพวกมือปลาหมึกหรือลูกค้าขี้เมาที่ชอบฉวยโอกาส แต่อย่าหวังว่าจะได้แอ้มคนอย่างแพรขวัญ

"น้องสาวคนสวย บริการดีแบบนี้ พี่ขอทิปด้วยการหอมแก้มสักทีได้ไหมจ๊ะ" 

ลูกค้าชายวัยกลางคนคนหนึ่งเอื้อมมือจะมาโอบเอวเธอขณะที่เธอกำลังวางแก้วเหล้าลงบนโต๊ะ

แพรขวัญเบี่ยงตัวหลบอย่างรู้ทันด้วยความฉลาดเฉลียว รอยยิ้มหวานเจี๊ยบยังคงประดับอยู่บนใบหน้า 

"อุ๊ย! ไม่ได้หรอกค่ะคุณพี่ แพรแพ้แอลกอฮอล์น่ะค่ะ เดี๋ยวสิวขึ้นแล้วจะไม่สวยเอาไว้บริการคุณพี่นะคะ แต่ถ้าคุณพี่อยากทิปแพรจริงๆ เปลี่ยนจากหอมแก้มเป็นแบงก์สีเทาๆใส่ลงในถาดนี้แทน จะเป็นพระคุณอย่างสูงเลยค่า"

ลูกค้าคนนั้นหัวเราะชอบใจกับความกะล่อนและลื่นไหลของเธอ ก่อนจะยอมควักแบงก์พันวางลงบนถาดแต่โดยดี

"ขอบพระคุณค่า ขอให้มีความสุขกับเครื่องดื่มนะคะ" 

แพรขวัญยิ้มรับ เดินถือถาดออกมาพร้อมกับเงินทิปในหัวสมองคิดคำนวณตัวเลขอย่างอารมณ์ดี 

ได้ค่าทิปเพิ่มอีกพันนึงแล้ว เดือนนี้ค่าเช่าหอสบายไปเปลาะหนึ่งล่ะยัยแพรเอ๊ย

ในขณะเดียวกัน ณ มุมวีไอพีสุดเอ็กซ์คลูซีฟบนชั้นลอยที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัวมากกว่าโซนด้านล่าง

*ฝบรู๊คในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำ กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟา มือหนาควงแก้ววิสกี้ออนเดอะร็อคไปมาเบาๆ 

นัยน์ตาคมกริบกวาดมองลงไปยังฟลอร์ชั้นล่างอย่างเงียบๆ บรรยากาศรอบตัวเขาแผ่ซ่านไปด้วยความเย็นชาและน่าเกรงขามจนไม่มีพนักงานคนไหนกล้าเข้าใกล้

"อ้าวๆๆ ดูสิวะว่าใครมา"

เสียงทักทายดังลั่นพร้อมกับร่างของชายหนุ่มสองคนที่เดินกอดคอกันเข้ามานั่งร่วมโต๊ะ 

คีรินนักแข่งรถซูเปอร์คาร์ชื่อดังระดับประเทศและวาโร่เจ้าของบาร์แห่งนี้ ทิ้งตัวลงนั่งขนาบข้างเพื่อนสนิทอย่างไม่เกรงกลัวรังสีอำมหิตที่บรู๊คแผ่ออกมา

"ลมอะไรหอบมึงมาที่นี่ได้วะไอ้คุณบรู๊ค" คีรินเป็นฝ่ายเอ่ยปากแซวก่อนเป็นคนแรก พลางรินเหล้าใส่แก้วตัวเอง 

"เมื่อวันก่อนกูกับไอ้วาชวนให้ตายมึงก็บอกว่าไม่มา จะนอนจำศีลอยู่ที่คฤหาสน์ แล้วนี่อะไร นึกครึ้มใจอะไรขึ้นมาถึงโผล่หัวมานั่งกระดกเหล้าอยู่ที่ร้านเพื่อนได้วะเนี่ย"

บรู๊คปรายตามองเพื่อนสนิทด้วยหางตา ไม่ตอบคำถามยียวนนั้น แต่วางแก้ววิสกี้ลงบนโต๊ะกระจก แล้วหันไปถามวาโร่ด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"เด็กร้านมึง มีคนชื่อแพรขวัญไหม?"

วาโร่ที่เพิ่งจะยกแก้วเหล้าขึ้นจรดริมฝีปากถึงกับชะงักกึก คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันด้วยความแปลกใจสุดขีด เขาวางแก้วลงแล้วจ้องหน้าเพื่อนรักนิ่ง

"น้องแพรเหรอ?" วาโร่ทวนชื่อ 

"มีสิ เป็นเด็กเสิร์ฟโซนวีไอพีนี่แหละ ทำไมวะ? มึงไปรู้จักน้องมันได้ไง หรือว่ามึงสนใจ?"

เจ้าของบาร์หนุ่มหรี่ตามองอย่างจับผิด ก่อนจะรีบออกตัวแทนพนักงานของตน 

"แต่กูขอบอกมึงไว้ก่อนเลยนะเว่ย ไอ้เพื่อนรัก เด็กคนนี้มันสู้ชีวิตและหัวแข็งมาก มันมาทำงานหาเงินเรียนอย่างเดียว ไม่รับงานเอ็นเตอร์เทน ไม่รับงานอย่างว่าใดๆทั้งสิ้น มีเสี่ยกระเป๋าหนักหลายคนมาเสนอตัวจะขอเลี้ยงดู ให้เดือนละหลายแสน น้องมันก็ด่าเปิงปฏิเสธกลับไปหมดเลยนะเว่ย"

บรู๊คฟังแล้วก็แค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ หยิบบุหรี่ขึ้นมาคาบไว้ที่ริมฝีปาก จุดไฟแช็กสูดควันเข้าปอด ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย

"กูก็ยังไม่ได้บอกเลยสักคำว่าสนใจขนาดนั้น"

"ถุย!" คีรินหลุดขำพรืดออกมาทันที ตบเข่าตัวเองฉาดใหญ่ 

"ปากแข็งชิบหายเลยนะมึง คนอย่างบรวิชทร์ผู้ที่ไม่เคยจำชื่อผู้หญิงคนไหนเกินสามวินาที จู่ๆบุกมาถึงร้านไอ้วาเพื่อถามหาชื่อเด็กเสิร์ฟ แล้วบอกว่าไม่ได้สนใจ มึงไปหลอกควายเถอะเพื่อน"

วาโร่พยักหน้าเห็นด้วยกับคีริน ก่อนจะชะเง้อคอมองลงไปที่ฟลอร์ชั้นล่าง สายตาสอดส่องหาพนักงานของตน ทันใดนั้นเขาก็พยักพเยิดหน้าไปทางบันไดฝั่งขวา

"นั่นไงน้องแพร เดินถือถาดอยู่ตรงมุมนั้นน่ะ"

สายตาคมกริบของบรู๊คตวัดมองตามทิศทางที่เพื่อนชี้ทันที ร่างบางในชุดเดรสสายเดี่ยวสีดำรัดรูปกำลังยืนยิ้มแย้มพูดคุยกับลูกค้าอยู่ที่โต๊ะมุมสุด 

แสงไฟสลัวสาดกระทบผิวขาวเนียนละเอียดและเรือนร่างอรชรที่ดูเย้ายวนเกินวัย 

รอยยิ้มหวานสดใสที่ประดับอยู่บนใบหน้าจิ้มลิ้มนั้น ดูแตกต่างจากยัยเด็กสวมเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงขาสั้นย้วยๆที่ยืนด่าเขาฉอดๆเมื่อคืนก่อนอย่างสิ้นเชิง

บรู๊คหรี่ตามองภาพตรงหน้าอย่างพิจารณา เธอดูแตกต่าง... แตกต่างจนเขารู้สึกหงุดหงิดแปลกๆที่ต้องเห็นสายตาของไอ้พวกผู้ชายโต๊ะนั้นมองเรือนร่างของเธออย่างเปิดเผย

ชายหนุ่มยกบุหรี่ขึ้นสูบอีกครั้ง นัยน์ตายังคงจับจ้องไปที่ร่างบางไม่วางตา

เพล้ง!! โครม!!!

แต่แล้วจู่ๆเสียงแก้วแตกกระจายและเสียงโต๊ะล้มโครมครามก็ดังสนั่นมาจากทางด้านหลังของร้าน ฝั่งโซนห้องน้ำ ตามมาด้วยเสียงผู้คนแตกตื่นโวยวายและเสียงผู้ชายตะโกนด่าทอกันลั่น

"เหี้ยแม่งเอ๊ย!" วาโร่สบถลั่น ลุกพรวดขึ้นยืนทันที สีหน้าตึงด้วยความโมโห 

"แดกเหล้ากูแล้วยังเสือกมาตีกันในร้านกูอีก วันนี้กูไม่ได้เอาเลือดหัวพวกมึงออก อย่ามาเรียกกูว่าวาโร่ ไอ้คี มึงไปช่วยกูเคลียร์ทีดิวะ"

"เออๆ แม่งเอ๊ย หาเรื่องเจ็บตัวกันจังวะพวกเวรนี่" 

คีรินบ่นกระปอดกระแปด แต่ก็ยอมลุกขึ้นยืนแล้ววิ่งตามวาโร่ลงไปจัดการปัญหาหลังร้านอย่างรวดเร็ว

ทว่าบรู๊คกลับไม่ได้ขยับตัวลุกไปช่วยเพื่อนแต่อย่างใด เขายังคงนั่งไขว่ห้างอยู่ที่เดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น 

การตีกันในร้านเหล้าเป็นเรื่องไร้สาระที่เขาไม่คิดจะลดตัวลงไปยุ่ง สายตาของมาเฟียหนุ่มยังคงจับจ้องอยู่ที่เป้าหมายเดียว.... แพรขวัญ

เด็กสาวดูตกใจกับเสียงโวยวายเมื่อครู่ เธอถอยหลังออกมายืนหลบมุมเพื่อไม่ให้เกะกะทางเดิน บรู๊คมองท่าทางระแวดระวังตัวของเธอแล้วก็เผลอกระตุกยิ้มมุมปากออกมาบางๆอย่างไม่รู้ตัว

ทว่าวินาทีต่อมา รอยยิ้มนั้นก็จางหายไปจากใบหน้าหล่อเหลา แทนที่ด้วยความเย็นยะเยือกและดุดัน

เมื่อลูกค้านักเลงคนหนึ่งที่เพิ่งมีเรื่องวิวาทกันหลังร้านเมื่อครู่ วิ่งกระหืดกระหอบหนีตายออกมาทางด้านหน้า 

ใบหน้าของมันบวมปูดและมีเลือดไหลอาบแก้ม คงเพิ่งโดนลูกน้องของวาโร่ซัดมาหมาดๆ มันวิ่งสะเปะสะปะไม่ดูตาม้าตาเรือ จนชนเข้ากับร่างบางของแพรขวัญอย่างจัง

"ว้าย!" 

แพรขวัญร้องอุทาน ถาดในมือร่วงหล่นลงพื้นเสียงดัง แขนเรียวพยายามจะผลักชายแปลกหน้าออก

"เฮ่ย! หลบไปสิวะ!" 

นักเลงคนนั้นตวาดลั่นด้วยความเมาและโมโห แต่พอเงยหน้าขึ้นเห็นใบหน้าสวยหวานและเรือนร่างเซ็กซี่ของแพรขวัญ แววตาหยาบโลนก็ฉายชัดขึ้นมาทันที  มันถือวิสาสะตวัดท่อนแขนกอดรัดรอบเอวคอดของเธอไว้อย่างหน้าด้านๆ 

"น้องสาวคนสวย ไปหลบหลังร้านกับพี่ดีกว่า"

"ปล่อยนะ! จะทำบ้าอะไร ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้" 

แพรขวัญเบิกตากว้างด้วยความตกใจกลัว พยายามดิ้นรนสะบัดตัวหนีสุดแรง แต่เรี่ยวแรงของผู้หญิงตัวเล็กๆหรือจะสู้แรงของชายฉกรรจ์ที่กำลังเมามันได้

ฟืด... แกว๊ก!

บนชั้นลอยบรู๊คบดขยี้มวนบุหรี่ในมือลงกับที่เขี่ยบุหรี่จนแหลกละเอียด นัยน์ตาวาวโรจน์ไปด้วยโทสะ รังสีอำมหิตแผ่กระจายออกมารอบตัวจนลูกน้องที่ยืนคุ้มกันอยู่ด้านหลังถึงกับลอบกลืนน้ำลาย

ชายหนุ่มลุกพรวดขึ้นยืนเต็มความสูง มือหนาพับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นลวกๆอย่างรวดเร็ว ก่อนจะก้าวเท้ายาวๆเดินลงบันไดตรงดิ่งเข้าไปกลางวงล้อมอย่างไม่เกรงกลัวสิ่งใด

นักเลงขี้เมากำลังยื้อยุดฉุดกระชากแพรขวัญอย่างบ้าคลั่ง โดยไม่ทันสังเกตเห็นคนที่กำลังคืบคลานเข้ามาทางด้านหลัง

หมับ!

ฝ่ามือของบรู๊คพุ่งเข้าคว้าเข้าที่ลำคอด้านหลังของไอ้คนเมาอย่างแรงจนเส้นเลือดปูด

"อั้ก!" 

นักเลงคนนั้นครางในลำคอด้วยความจุกและเจ็บปวด มือที่กอดรัดเอวแพรขวัญอยู่หลุดออกโดยอัตโนมัติ

บรู๊คไม่ออกแรงพูดพร่ำทำเพลงให้เสียเวลา เขาออกแรงที่แขนเพียงนิดเดียว ก็สามารถกระชากและเหวี่ยงร่างของชายฉกรรจ์คนนั้นให้ลอยหวือปลิวไปกระแทกกับโต๊ะข้างๆจนล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้นอย่างหมดสภาพ

"มึง... มึงเป็นใครวะ กล้ามายุ่งเรื่องของกู" ไอ้ขี้เมาพยายามจะยันตัวลุกขึ้นมาโวยวาย

แต่บรู๊คไม่ได้สนใจจะตอบคำถามสวะพรรค์นั้น เขาเพียงแค่ปรายตาเย็นชามองลงไป ก่อนจะยกมือขึ้นสะบัดนิ้วเบาๆเป็นสัญญาณ

เพียงเสี้ยววินาที การ์ดชุดดำของคาสิโนเบรคคิงที่ติดตามมาอารักขาเจ้านาย ก็พุ่งเข้ามารวบตัวไอ้นักเลงคนนั้นแล้วลากคอออกไปหลังร้านอย่างรวดเร็วและไร้เสียง ราวกับเก็บขยะชิ้นหนึ่งไปทิ้ง

เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นรวดเร็วมากจนแพรขวัญตั้งตัวไม่ติด เธอยืนนิ่งค้าง หอบหายใจถี่รัวด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบจัดเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยให้เข้าที่

"ขะ ขอบคุณมากนะคะที่ช่วย..."

เด็กสาวก้มหน้าเอ่ยขอบคุณด้วยน้ำเสียงสั่นๆ ก่อนจะค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองพลเมืองดีที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเธอเอาไว้

ทว่าวินาทีที่สายตาของเธอประสานเข้ากับดวงตาคุ้นตา ดวงตากลมก็เบิกกว้างขึ้น ริมฝีปากบางอ้าค้างด้วยความตกตะลึง

คุณลุงมิจฉาชีพที่ถูกยิงเมื่อคืนก่อน!

บรู๊คจ้องมองปฏิกิริยาตกใจสุดขีดของเด็กสาวตรงหน้า มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มเยาะอย่างถูกใจ 

ร่างสูงก้าวประชิดตัวเข้าไปใกล้จนปลายเท้าแทบจะชนกัน เขาโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาจนระดับสายตาอยู่ระนาบเดียวกับเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือด้วยกลิ่นวิสกี้จางๆรินรดที่ข้างแก้มเนียน

ก่อนที่น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าเสน่ห์ จะเอื้อนเอ่ยประโยคที่ทำให้หัวใจของแพรขวัญกระตุกวูบ

"เจอกันอีกแล้วนะ... ยัยเด็กปากดี"

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ในปกครองบรวิชทร์   - 25-ของขวัญปริศนา

    ช่วงเย็นรถคันหรูแล่นเข้ามาจอดเทียบที่หน้าคฤหาสน์อย่างนุ่มนวล ทันทีที่ประตูรถเปิดออก แพรขวัญก็ก้าวลงมาด้วยท่าทีร่าเริงผิดกับตอนเช้าลิบลับเด็กสาวในชุดเดรสสีขาวเดินกระโดดเหยงๆฮัมเพลงไปพลาง แกว่งแขนไปมาอย่างอารมณ์ดี หลังจากที่ได้ไปนั่งเล่นและป่วนในห้องทำงานของผู้นำมาเฟียมาทั้งวัน แถมยังได้กินของอร่อยระดับวีไอพีจนพุงกางบรู๊คก้าวตามลงมาติดๆ ชายหนุ่มล้วงกระเป๋ากางเกง มองแผ่นหลังเล็กที่กำลังเดินดุ๊กดิ๊กนำหน้าไปด้วยรอยยิ้มบางๆที่มุมปาก"อารมณ์ดีเชียวนะ" เสียงทุ้มเอ่ยแซวไล่หลัง"แน่นอนสิคะ! วันนี้หนูได้ไปเปิดหูเปิดตาตั้งเยอะ แถมยังได้ช่วยจับทุจริตด้วย ผลงานชิ้นโบแดงขนาดนี้ จะไม่ให้อารมณ์ดีได้ยังไงล่ะคะ" แพรขวัญหันกลับมาฉีกยิ้มกว้าง ยักคิ้วให้อย่างทะเล้นทว่าในจังหวะที่แพรขวัญกำลังจะก้าวเท้าเดินเข้าไปในโถงคฤหาสน์ แม่บ้านสาวคนหนึ่งก็เดินกึ่งวิ่งเข้ามาหาด้วยสีหน้าประหม่าเล็กน้อย ในมือถือกล่องพัสดุกล่องกระดาษสีน้ำตาลขนาดกลางเอาไว้"เอ่อ คุณแพรขวัญคะ" แม่บ้านเอ่ยเรียกเสียงสั่น "เมื่อสักครู่นี้ มีพัสดุมาส่งค่ะ จ่าหน้ากล่องถึงคุณแพรขวัญโดยตรงเลยค่ะ""พัสดุของแพรหรอคะ?" แพรขวัญขมวดคิ้วมุ่น หยุดเด

  • ในปกครองบรวิชทร์   - 24 -แก่จัง

    บรรยากาศภายในห้องทำงานชั้นบนสุดของเบรคคิงคาสิโนวันนี้ ช่างแตกต่างไปจากทุกวันอย่างสิ้นเชิงปกติแล้วห้องนี้มักจะอบอวลไปด้วยความตึงเครียด กลิ่นอายของความกดดัน และรังสีอำมหิตของผู้นำแก๊งที่ทำให้บรรดาลูกน้องต้องหายใจไม่ทั่วท้องทุกครั้งที่ก้าวเข้ามารายงานตัว แต่ทว่าวันนี้...ท่ามกลางกองเอกสารและตัวเลขผลกำไรมหาศาลบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ บรู๊คกลับนั่งเซ็นเอกสารด้วยใบหน้าที่ผ่อนคลาย มุมปากหยักลึกประดับด้วยรอยยิ้มจางๆอย่างที่ไม่มีใครเคยได้เห็นสาเหตุก็ไม่ใช่เรื่องอื่นไกล เป็นเพราะร่างบางของใครบางคนที่กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังตัวหรูฝั่งตรงข้ามแพรขวัญกำลังนั่งกินมาการองสีพาสเทลแก้มตุ่ย นิ้วเรียวเล็กกดหน้าจอสมาร์ตโฟนยิกๆรัวคอมโบในเกมมือถืออย่างเมามัน เสียงเอฟเฟกต์เกมดังแทรกขึ้นมาเป็นระยะในห้องทำงานที่เงียบสงบ แต่มันกลับไม่ได้ทำให้มาเฟียหนุ่มรู้สึกรำคาญเลยแม้แต่นิดเดียว ตรงกันข้าม เขากลับรู้สึกว่าห้องทำงานที่เคยกว้างใหญ่และอ้างว้าง บัดนี้มันมีชีวิตชีวาขึ้นมาอย่างน่าประหลาด"เยส! ชนะแล้ว!"เสียงใสเจื้อยแจ้วดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง แพรขวัญกดล็อกหน้าจอสมาร์ตโฟนหลังจากจบแมตช์ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นม

  • ในปกครองบรวิชทร์   - 23 - จุดอ่อน

    แสงแดดอ่อนๆยามเช้าตรู่สาดส่องเข้ามาภายในห้องนอนสุดหรู ร่างสูงของบรู๊คในชุดสูทสีเข้มสั่งตัดพอดีตัวยืนจัดเนกไทอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ ชายหนุ่มจัดการเซตผมที่เคยปล่อยปรกหน้าผากให้เสยขึ้นไปอย่างเนี้ยบกริบ คืนคราบผู้นำมาเฟียแห่งเบรคคิงผู้ทรงอำนาจและเยือกเย็นทว่าเมื่อนัยน์ตาคมกริบตวัดมองผ่านเงาสะท้อนในกระจก ไปยังเตียงคิงไซส์กลางห้อง แววตาดุดันกลับทอประกายอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัดบนเตียงกว้าง ร่างบางของแพรขวัญยังคงซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา หลับสนิทด้วยความอ่อนเพลียจากบทพิสูจน์ที่กินเวลาลากยาวไปค่อนคืน ใบหน้าจิ้มลิ้มยามหลับใหลดูไร้เดียงสา เส้นผมนุ่มสยายเต็มหมอนใบโต บรู๊คระบายยิ้มมุมปาก เขาหมุนตัวเดินตรงเข้าไปหาคนตัวเล็ก ค่อยๆทรุดตัวลงนั่งที่ขอบเตียงอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้เธอตื่นมือหนาแกร่งปัดปอยผมที่ปรกแก้มเนียนออกให้อย่างเบามือ ก่อนจะโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงไปประทับริมฝีปากลงบนพวงแก้มใสอย่างรักใคร่"ฉันจะไปทำงานก่อน." น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดใบหูเล็ก "อยู่บ้านก็อย่าดื้อล่ะ เข้าใจไหม ยัยตัวแสบ"ชายหนุ่มผละออก เตรียมจะลุกขึ้นยืน ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะหันหลังกลับ...หมับ!ฝ่ามือเล็กที่

  • ในปกครองบรวิชทร์   - 22 - เรียกชื่อฉันต่อไปสิ

    เสียงน้ำไหลจากก๊อกกระทบกับชามกระเบื้องดังก้องเบาๆในห้องครัวกว้างขวาง แพรขวัญนั่งห้อยขาอยู่บนเคาน์เตอร์หินอ่อน นัยน์ตากลมโตทอดมองแผ่นหลังกว้างของร่างสูงที่กำลังยืนล้างจานชามที่เธอเพิ่งกินเสร็จให้อย่างเงียบๆผู้นำมาเฟียแห่งแก๊งเบรคคิง... ผู้ชายที่มีลูกน้องนับร้อยนับพันคอยก้มหัวให้ แต่ตอนนี้เขากลับมายืนล้างจานให้เธอตอนตีสองเนี่ยนะ? ความรู้สึกบางอย่างก่อตัวขึ้นในใจจนเธอไม่อาจเก็บความสงสัยเอาไว้ได้อีกต่อไป"นี่... คุณบรู๊คคะ" แพรขวัญเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาดื้อๆบรู๊คปิดน้ำ รับจานใบสุดท้ายไปคว่ำลงบนชั้นพัก ท่าทีของเขาดูผ่อนคลายขณะหันกลับมามองเธอ "มีอะไร อิ่มจนจุกแล้วหรือไง""เปล่าค่ะ" เด็กสาวส่ายหน้าช้าๆ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด "หนูแค่สงสัย... ทำไมคุณถึงดีกับหนูขนาดนี้คะ?"ชายหนุ่มดึงผ้าขนหนูผืนเล็กมาเช็ดมือ นัยน์ตาสบเข้ากับดวงตากลมโต "ไม่ใช่ว่าฉันบอกเธอไปแล้วเหรอ แพรขวัญ""ไม่ใช่สิคะ" แพรขวัญรีบแย้ง ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันอย่างชั่งใจ "เรื่องที่คุณแม่ของหนูเคยช่วยคุณเอาไว้ มันก็เป็นเหตุผลส่วนหนึ่ง แต่ที่คุณดีกับหนูแบบนี้ ดูแลหนู ตามใจหนูแบบนี้ คือคุณไม่... คือ

  • ในปกครองบรวิชทร์   - 21 - อาจจะเกิดช้าไป

    กลิ่นยาฆ่าเชื้อและแอลกอฮอล์จางๆ ภายในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังไม่ได้ทำให้บรรยากาศดูน่าอึดอัดเท่ากับรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ของคนที่ยืนกอดอกพิงผนังอยู่มุมห้องหลังจากที่แพทย์เวรและพยาบาลช่วยกันทำแผล นำเศษแก้วที่บาดฝ่าเท้าออก และพันผ้าก๊อซให้แพรขวัญเสร็จเรียบร้อยด้วยความเกร็งสบรู๊คก็ไม่รอช้า ชายหนุ่มก้าวเข้ามาที่เตียงผู้ป่วย ก่อนจะตวัดวงแขนช้อนร่างบางขึ้นอุ้มในท่าเจ้าสาวอย่างง่ายดาย"ว้าย! คุณบรู๊ค! ทำอะไรคะ ปล่อยหนูลงนะ" แพรขวัญร้องอุทานเสียงหลง รีบตวัดแขนโอบรอบคอแกร่งตามสัญชาตญาณกันตก ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อจู่ๆก็ถูกอุ้มต่อหน้าหมอและพยาบาลที่ยืนหน้าเหวออยู่"อยู่เฉยๆ" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยสั่งเรียบๆแต่เด็ดขาด"หนูเดินเองได้ค่ะ แค่เศษแก้วบาด ไม่ได้ขาขาดสักหน่อย ปล่อยหนูลงเถอะนะคะ หนูอายคนอื่นเขา" แพรขวัญยังคงดิ้นขลุกขลัก พยายามประท้วงด้วยความเขินอาย ใบหน้าจิ้มลิ้มแดงซ่านไปถึงใบหูบรู๊คก้มลงมองยัยเด็กดื้อในอ้อมแขน นัยน์ตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวหรี่ลงเล็กน้อย "ฉันบอกให้เงียบ ถ้าเธอยังขืนดิ้นและส่งเสียงโวยวายอีก ฉันจะจูบปิดปากเธอโชว์หมอกับพยาบาลตรงนี้แหละ

  • ในปกครองบรวิชทร์   - 20 - เศษแก้ว

    "เป๊ะมาก สวยสับไม่หลับในเลยลูกสาวเจ๊ องศานี้แหละ ฟาดเรียบตั้งแต่หัวรันเวย์ยันหน้าประตูกระจก"เสียงของเจ๊เหมย ผู้จัดการส่วนตัวควบตำแหน่งสไตลิสต์กิตติมศักดิ์ดังขึ้นพร้อมกับเสียงปรบมือรัวๆ ร่างท้วมเดินวนรอบตัวแพรขวัญที่ตอนนี้อยู่ในชุดฟินาเล่สีแดงเพลิงขับผิวขาวจัดให้ดูโดดเด่นสะกดทุกสายตา หญิงสาวส่งยิ้มบางๆผ่านกระจกบานใหญ่พลางขยับเครื่องประดับที่คอให้เข้าที่"เจ๊ก็ชมเกินไปค่ะ แพรยังตื่นเต้นอยู่เลย มือเย็นไปหมดแล้วเนี่ย" แพรขวัญหัวเราะเบาๆ"ระดับแพรขวัญไม่มีคำว่าพลาดค่ะลูก วันนี้หนูคือควีน เข้าใจไหม? เชิดหน้าเข้าไว้"ท่ามกลางบรรยากาศชื่นมื่นในมุมแต่งตัวของวีไอพี อีกฟากหนึ่งของห้องพักนักแสดง สายตาแข็งกร้าวคู่หนึ่งกำลังจ้องมองมาอย่างไม่วางตา ลิเดียนางแบบรุ่นพี่ที่ถูกลดบทบาทลงไปเดินในเซ็ตธรรมดากำมือแน่นจนเล็บแทบจิกเข้าไปในเนื้อ เธอเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้ก่อนจะหันไปกระซิบกับมีนนางแบบรุ่นน้องลูกไล่ที่ยืนอยู่ข้างๆ"เห็นแล้วมันขัดหูลูกตาจริงๆ ทำตัวเป็นนางพญา ทั้งที่ก็แค่เด็กเส้นที่เพิ่งปีนขึ้นมาได้ไม่กี่วัน" ลิเดียแค่นเสียงเหยียดหยาม"นั่นสิคะพี่ลิเดีย มีนล่ะหมั่นไส้นังเด็กนี่เต็มทน ทำหน้าซื่อๆ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status