مشاركة

- 5 - เศษเหรียญ

last update تاريخ النشر: 2026-07-31 16:08:12

หน้าปัดนาฬิกาข้อมือเรือนหรูแบรนด์ดังระดับโลกที่ประดับอยู่บนข้อมือแกร่ง บ่งบอกเวลาว่าขณะนี้เป็นเวลาเกือบจะตีหนึ่งแล้ว 

แสงไฟวิบวับจากสปอตไลต์บนฟลอร์ชั้นล่างยังคงสาดส่องสลับสีไปมา ท่ามกลางเสียงเพลงอีดีเอ็มจังหวะหนักหน่วงที่กระหึ่มไปทั่วทั้งร้าน 

ทว่าสำหรับพื้นที่โซนวีไอพีชั้นลอยกลับถูกกั้นด้วยกระจกเก็บเสียง ทำให้บรรยากาศบนนี้ค่อนข้างเป็นส่วนตัวและสงบกว่ามาก

บรู๊คละสายตาจากหน้าปัดนาฬิกาเรือนล้านของตัวเอง ก่อนจะตวัดสายตาคมกริบหันไปมองเพื่อนสนิทที่กำลังกระดกเครื่องดื่มสีอำพันเข้าปาก

"ไอ้วา" น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเย็นชาเอ่ยเรียกเจ้าของร้าน

"อะไรของมึง?" วาโร่เลิกคิ้วถามพลางวางแก้วคริสตัลลงบนโต๊ะ

"ปกติเด็กที่ทำงานเสิร์ฟโซนวีไอพีที่ร้านมึงเลิกงานกันกี่โมง?"

คำถามนั้นทำเอาวาโร่และคีรินที่กำลังนั่งเอนหลังพิงโซฟาอยู่ถึงกับชะงักไปพร้อมกัน 

วาโร่หรี่ตามองเพื่อนรักอย่างจับผิด ก่อนจะตอบออกไปตามความจริง

"ก็ถ้าเป็นกะปกติ ไม่ได้มีงานจัดเลี้ยงพิเศษอะไร เด็กเสิร์ฟโซนวีไอพีจะเลิกงานตอนตีหนึ่งครึ่ง เก็บกวาดเคลียร์โต๊ะนิดหน่อย เปลี่ยนชุดเสร็จก็ประมาณตีสองนั่นแหละ ทำไมวะ? มึงถามทำไม? อย่าบอกนะว่า..."

วาโร่ยังพูดไม่ทันจบ คีรินก็ประสานเสียงหัวเราะร่วนขึ้นมาเสียก่อน แล้วตบเข่าตัวเองฉาดใหญ่พลางชี้หน้าเพื่อนอย่างล้อเลียน

"โอ้โห! คุณพระคุณเจ้าช่วย! ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นไอ้คุณบรู๊คมันสนใจเวลาเลิกงานของใคร แค่มันโผล่หน้ามาร้านมึงวันนี้กูก็ว่าเซอร์ไพรส์ชิบหายแล้วนะ แต่นี่มันนั่งแช่อยู่นานจนร้านใกล้จะปิด แถมยังถามเวลาเลิกงานของเด็กร้านมึงอีก ยิ่งเซอร์ไพรส์เข้าไปใหญ่เลยว่ะ ฮ่าๆๆ สงสัยแบงก์ร้อยใบนั้นจะขลังจริง"

คีรินอดไม่ได้ที่จะขุดเอาเรื่องธนบัตรสีแดงใบนั้นขึ้นมาแซวอีกรอบ ทำให้วาโร่หัวเราะสมทบอย่างเห็นด้วย

บรู๊คไม่ได้มีท่าทีสะทกสะท้านกับคำแซวของเพื่อนสนิทแม้แต่น้อย ใบหน้าหล่อเหลาดุดันยังคงเรียบเฉย ทว่ามุมปากหยักลึกกลับกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆที่อ่านยาก

นัยน์ตาทอดมองลงไปยังฟลอร์ด้านล่างอีกครั้งราวกับกำลังมองหาใครบางคน

"ถ้ามีอะไรที่มันน่ารอ กูก็รอได้"

ประโยคสั้นๆที่หลุดออกมาจากปากของผู้นำแก๊งเบรคคิง ทำเอาเพื่อนสนิททั้งสองคนถึงกับอ้าปากค้าง 

เพราะคนอย่างบรู๊คไม่เคยรอใคร และไม่เคยต้องเสียเวลากับเรื่องไร้สาระ แต่ตอนนี้เขากลับยอมนั่งจิบเหล้าฆ่าเวลาเพื่อรออะไรบางอย่างหรือใครบางคน

เวลาล่วงเลยไปจนกระทั่งเข็มยาวของนาฬิกาชี้บอกเวลาตีหนึ่งสี่สิบห้านาที

ร่างสูงใหญ่ของบรู๊คผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เขาจัดการติดกระดุมสูทสีเข้มของตัวเองให้เข้าที่ด้วยท่วงท่าสง่างาม

"กูขอตัวก่อน"

เขาเอ่ยลาเพื่อนสั้นๆโดยไม่รอฟังคำทัดทานหรือคำแซวใดๆทั้งสิ้น ร่างกำยำก้าวเดินออกไปจากโซนวีไอพีอย่างรวดเร็ว โดยมีทิมและลูกน้องชุดดำอีกสองคนเดินคุมเชิงตามหลังไปติดๆ ทิ้งให้วาโร่กับคีรินได้แต่นั่งมองหน้ากันอย่างงุนงง

ทว่าเมื่อลงมาถึงลานจอดรถด้านหลังร้าน บรู๊คกลับไม่ได้สั่งให้คนขับรถบึ่งรถสปอร์ตคันหรูของเขากลับคฤหาสน์อย่างที่ควรจะเป็น 

ร่างสูงก้าวขึ้นไปนั่งประจำที่เบาะหลังของรถสีดำสนิทติดฟิล์มทึบ ที่จอดซุ่มอยู่ในมุมมืดห่างจากประตูทางออกพนักงานเพียงไม่กี่สิบเมตร

"มึงยังไม่ต้องออกรถ รออยู่ตรงนี้ก่อน" บรู๊คออกคำสั่งเสียงเรียบผ่านกระจกกั้นคนขับ

ทิมที่นั่งอยู่เบาะหน้าคู่กับคนขับพยักหน้ารับทราบ แม้จะแปลกใจแต่เขาก็รู้ดีว่าเจ้านายกำลังรอใครอยู่

ดวงตาคมทอดมองฝ่าความมืดออกไปยังประตูเหล็กบานใหญ่ที่ใช้สำหรับพนักงานเข้าออก เพียงไม่กี่อึดใจ ร่างบางที่คุ้นตาก็เดินผลักประตูออกมา

แพรขวัญในตอนนี้ไม่ได้อยู่ในชุดเดรสสายเดี่ยวรัดรูปสุดเซ็กซี่เหมือนเมื่อชั่วโมงก่อนแล้ว 

เธอเปลี่ยนกลับมาใส่เสื้อยืดตัวโคร่งสีขาวสกรีนลายการ์ตูน กับกางเกงยีนส์ขาสั้นกุดและรองเท้าผ้าใบสีขาวคู่เดิม 

ผมยาวที่เคยรวบเป็นหางม้าสูงถูกปล่อยสยายลงมากลางหลัง ดูเป็นเด็กสาวมหาวิทยาลัยธรรมดาๆที่ไม่น่าจะดึงดูดสายตาใครได้ แต่กลับทำให้สายตาของมาเฟียหนุ่มไม่อาจละไปไหนได้เลย

"แกกลับดีๆนะเว้ยยัยแพร ดึกแล้วแถวซอยหอแกมันยิ่งเปลี่ยวๆอยู่ด้วย" เสียงของวาโยดังแว่วมาให้ได้ยิน

"เออ แกก็เหมือนกันนั่นแหละ ถึงห้องแล้วไลน์บอกฉันด้วยนะ" 

แพรขวัญโบกมือลาเพื่อนสาวด้วยรอยยิ้มสดใส ก่อนที่ทั้งคู่จะแยกย้ายกันเดินไปคนละทิศทาง

แพรขวัญกระชับสายกระเป๋าเป้ใบเล็กบนบ่า ขาเรียวก้าวเดินไปตามทางเท้าอย่างทะมัดทะแมง แม้จะเหนื่อยล้าจากการทำงานมาทั้งคืน แต่พอนึกถึงทิปที่ได้มาบวกกับเงินเดือนที่จะออกในอีกไม่กี่วัน เธอก็มีแรงฮึดสู้ขึ้นมาทันที

แต่แล้วความโชคร้ายก็มักจะมาในรูปแบบของความซวยที่ไม่ได้รับเชิญเสมอ

เมื่อเดินพ้นหัวมุมถนนมาได้เพียงนิดเดียว ร่างสูงใหญ่ของชายฉกรรจ์สามคนที่อยู่ในสภาพเมาแอ๋ เดินโซเซส่งกลิ่นเหล้าคลุ้งไปทั่วบริเวณ ก็เดินเข้ามาขวางหน้าเด็กสาวเอาไว้

"โอ๊ะโอ น้องสาวคนสวย ดึกป่านนี้แล้วมาเดินทำอะไรแถวนี้คนเดียวจ๊ะเนี่ย" 

หนึ่งในนั้นเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงยานคาง สายตาหยาบโลนกวาดมองเรียวขาขาวเนียนของแพรขวัญอย่างจาบจ้วง

"ให้พวกพี่เดินไปส่งไหมจ๊ะ รับรองว่าส่งถึงเตียง เอ้ย! ถึงห้องแน่นอน ฮ่าๆๆ" อีกคนพูดเสริมพลางเดินรี่เข้ามาทำท่าจะคว้าแขนเธอ

แพรขวัญเบิกตากว้าง ถอยกรูดไปด้านหลังทันที สัญชาตญาณระวังตัวทำงาน

"ถอยไปนะ! อย่าเข้ามา ไม่งั้นฉันร้องให้คนช่วยจริงๆด้วย"

"ร้องเลยจ้ะ ร้องดังๆเลย แถวนี้ไม่มีใครหรอกน้องสาว มามะ มาสนุกกับพวกพี่ดีกว่า"

มันยังพูดไม่ทันขาดคำ...

พลั่ก!! ตุ้บ!!

ร่างของไอ้ขี้เมาคนที่กำลังจะยื่นมือมาแตะตัวแพรขวัญ ก็ลอยหวือกระเด็นไปกระแทกกับกำแพงอิฐด้านหลังอย่างแรง ก่อนจะร่วงลงไปกองกับพื้นด้วยฝีเท้าของชายชุดดำสองคนที่พุ่งพรวดเข้ามาจากความมืดราวกับเงา

"เฮ่ย! พวกมึงเป็นใครวะ!" 

สองคนที่เหลือตื่นตระหนก พยายามจะพุ่งเข้ามาเอาเรื่อง แต่ก็ถูกการ์ดชุดดำของเบรคคิงจัดการซัดหมัดเข้าที่ปลายคางจนสลบเหมือดไปกองรวมกันอยู่ที่พื้นภายในเวลาไม่ถึงสิบวินาที

แพรขวัญยืนตัวแข็งทื่อ อ้าปากค้างกับเหตุการณ์ชุลมุนที่เกิดขึ้นรวดเร็วจนมองแทบไม่ทัน 

เธอตกใจจนทำอะไรไม่ถูก กระทั่งเสียงฝีเท้าหนักๆของใครบางคนก้าวเดินออกมาจากมุมมืด ท่ามกลางแสงไฟสลัวริมทาง

รองเท้าหนังขัดมันวับ กางเกงสแล็กเนื้อดีสีเข้ม และเสื้อเชิ้ตสีดำที่ปลดกระดุมบนออกเผยให้เห็นแผงอกแกร่ง...

บรู๊คเดินล้วงกระเป๋ากางเกงเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบตึงอยู่เสมอกำลังประดับไปด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ดูอันตรายและทรงเสน่ห์ในเวลาเดียวกัน 

ชายหนุ่มยกมือข้างหนึ่งขึ้น ปลายนิ้วหยาบกร้านเชยคางมนของเด็กสาวที่กำลังยืนช็อกให้เงยขึ้นมาสบตากับเขา

"ฉันช่วยเธออีกแล้วนะ ยัยเด็กดื้อ" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบหยอกเย้า นัยน์ตาสีนิลพราวระยับ 

"รอบนี้จะให้กี่บาทดีล่ะ แบงก์ร้อยฉันมีแล้ว ขอเป็นแบงก์พันสักสิบใบได้ไหม?"

พอได้ยินคำทวงบุญคุณที่มาพร้อมกับการเรียกเก็บเงิน สติของแพรขวัญก็กลับมาครบถ้วนทันที เธอปัดมือใหญ่ที่จับคางเธออยู่ออกอย่างไม่ไยดี ก่อนจะจิ๊ปากอย่างขัดใจ

"จิ๊! บ้าเหรอ! ใครจะไปมีเงินเยอะขนาดนั้น คุณช่วยหนู หนูก็ขอบคุณ แต่ถ้าจะมาทวงเงินกันล่ะก็ ฝันไปเถอะ เงินทุกบาททุกสตางค์ หนูต้องเก็บไว้กินไว้ใช้จ่าย ไม่มีมาแจกคนรวยที่ชอบรีดไถหรอกนะ" 

เธอแหวเข้าให้ กอดกระเป๋าเป้ของตัวเองไว้แน่นราวกับกลัวเขาจะมาแย่งชิงไป

ท่าทีหวงแหนทรัพย์สินของเด็กสาว ทำเอามาเฟียหนุ่มที่คุ้นเคยกับการใช้เงินฟาดหัวคนอื่นมาตลอดชีวิต ถึงกับหลุดหัวเราะเสียงทุ้มออกมาในลำคอ

"หึ ฉันก็แค่พูดเล่นไปงั้นแหละ ใครจะไปอยากได้เงินเศษเหรียญของเธอกัน"

มือหนาก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็กของเธอแน่น ก่อนจะออกแรงกระตุกเบาๆให้เธอเดินตามไปที่รถตู้คันหรูที่จอดรออยู่ไม่ไกล

"โอ๊ะ นี่คุณ จะลากหนูไปไหนเนี่ย ปล่อยนะ" แพรขวัญโวยวาย พยายามสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุม 

"ไปขึ้นรถ ฉันจะไปส่ง" บรู๊คเอ่ยสั้นๆอย่างเอาแต่ใจ

"ไม่เอา! หนูกลับเองได้ หอหนูอยู่แค่นี้เอง นั่งวินมอเตอร์ไซค์ไปแป๊บเดียวก็ถึง ปล่อยนะ"

บรู๊คหยุดเดิน ก้มหน้าลงมองยัยเด็กดื้อที่พยายามขืนตัวเอาไว้ เขาชำเลืองสายตาไปทางกลุ่มขี้เมาสามคนที่นอนสลบไสลไม่ได้สติอยู่บนพื้น ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา

"เอาสิ ถ้าเธออยากจะดื้อ แล้วยืนรอให้ไอ้พวกเวรนั่นมันฟื้นขึ้นมาจัดการเธอต่อ ก็เชิญตามสบาย ฉันจะถือว่าฉันไม่ได้เห็นเหตุการณ์เมื่อกี้ก็แล้วกัน"

เขาทำท่าจะปล่อยมือเธอจริงๆ แพรขวัญหันไปมองไอ้พวกขี้เมาหน้าตาหื่นกามพวกนั้น แล้วก็ลอบกลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อก ถ้าพวกมันฟื้นขึ้นมาแล้วไม่มีบอดี้การ์ดชุดดำของเขาคอยช่วย เธอคงไม่รอดแน่ๆ

สุดท้าย เด็กสาวก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ไหล่ลู่ลงอย่างยอมจำนน

"ก็ได้ ไปส่งก็ไปส่งสิ ขู่เก่งจริงๆ" 

เธอพึมพำบ่นอุบอิบ ยอมเดินตามแรงจูงของเขาขึ้นไปนั่งบนเบาะหลังของรถคันหรูแต่โดยดี

บรรยากาศภายในรถที่กว้างขวางและหรูหรานั้นเงียบกริบ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ครางเบาๆ 

แพรขวัญนั่งตัวเกร็งชิดติดขอบประตูอีกฝั่ง พยายามรักษาระยะห่างจากร่างสูงใหญ่ที่นั่งไขว่ห้างอยู่เบาะข้างๆอย่างเต็มที่ 

กลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆจากตัวเขาทำให้เธอรู้สึกประหม่าอย่างบอกไม่ถูก

ความเงียบโรยตัวอยู่ครู่ใหญ่ จนกระทั่งมือหนาของบรู๊คล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทด้านใน แล้วหยิบกระดาษแข็งแผ่นเล็กๆสีดำขลิบทองยื่นส่งมาตรงหน้าเธอ

"อะไรคะ?" แพรขวัญเลิกคิ้วถามอย่างงุนงง แต่ก็ยอมยื่นมือไปรับมาดู

มันคือนามบัตรของบริษัทโมเดลลิ่งชื่อดังแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นที่รู้กันดีในวงการบันเทิงว่าเป็นบริษัทระดับท็อปที่ปั้นนางแบบและดาราดังมาแล้วนับไม่ถ้วน

"บริษัทนี้ฉันมีหุ้นส่วนใหญ่อยู่" บรู๊คเอ่ยอธิบายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ 

"เห็นว่าปกติเธอรับจ้างถ่ายแบบก๊อกๆแก๊กๆตามสตูเล็กๆด้วยใช่ไหม? เอาเป็นว่าพรุ่งนี้ลองติดต่อไปที่เบอร์นี้ บอกผู้จัดการบริษัทว่าฉันเป็นคนฝากมา ถ้ามีงานที่เหมาะกับบุคลิกของเธอ พวกนั้นจะจัดคิวและส่งงานมาให้"

พอได้ยินคำว่างาน ดวงตากลมโตของแพรขวัญก็เบิกกว้างเป็นประกายรุกวาวขึ้นมาทันที 

ริมฝีปากบางคลี่รอยยิ้มกว้างขวางอย่างลืมตัว ความประหม่าหวาดกลัวเมื่อครู่ปลิวหายไปในพริบตา เพราะถ้าได้งานจากโมเดลลิ่งใหญ่ขนาดนี้ ค่าตัวก็ต้องสูงลิ่วตามไปด้วยแน่นอน

"จริงเหรอคะ? คุณพูดจริงนะ ไม่ได้หลอกให้หนูดีใจเก้อใช่ไหม?" เธอถามเสียงใส พลิกนามบัตรในมือดูด้วยความตื่นเต้น

แต่แล้วรอยยิ้มบนใบหน้าก็ค่อยๆจางลง เมื่อสมองเริ่มประมวลผลคำพูดของเขาได้ แพรขวัญหรี่ตามองหน้ามาเฟียหนุ่มอย่างจับผิด

"เดี๋ยวนะ แล้วคุณรู้ได้ยังไงว่าหนูรับงานถ่ายแบบด้วย? หนูจำได้ว่าหนูไม่เคยบอกเรื่องนี้กับคุณเลยนะ แถมตอนที่อยู่ร้านคุณวาโร่ เราก็ไม่ได้คุยอะไรกันยาวๆด้วยซ้ำ"

บรู๊คแค่นหัวเราะในลำคอ เอนแผ่นหลังพิงพนักเบาะอย่างผ่อนคลาย นัยน์ตาจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของเธออย่างสื่อความหมาย มุมปากหยักกระตุกยิ้มที่ทำให้หัวใจของคนมองเต้นผิดจังหวะ

"คนอย่างฉัน  เธอคิดว่ามีอะไรที่ฉันอยากรู้ แล้วฉันจะไม่มีปัญญารู้บ้างล่ะ ยัยเด็กโง่"

คำตอบที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและอำนาจล้นเหลือ ทำเอาแพรขวัญถึงกับอ้าปากค้าง

"นี่อย่าบอกนะ ว่าคุณให้คนไปสืบประวัติหนูมาน่ะ" เธอชี้หน้าเขาอย่างเอาเรื่อง 

"นี่มันละเมิดสิทธิส่วนบุคคลชัดๆเลยนะ คุณเป็นโรคจิตหรือไงถึงชอบไปสืบเรื่องของคนอื่นเขาน่ะ"

แทนที่จะโกรธที่ถูกต่อว่า บรู๊คกลับเพียงแค่ยิ้มมุมปาก เขาไม่ปฏิเสธ แต่ก็ไม่ยอมตอบรับ ปล่อยให้เด็กสาวนั่งโวยวายบ่นกระปอดกระแปดไปตลอดทาง จนกระทั่งรถคันหรูแล่นมาจอดเทียบหน้าหอพักเก่าๆซอมซ่อของเธอ

"ขอบคุณที่มาส่งค่ะ" 

แพรขวัญเปิดประตูรถก้าวขาลงไปยืนบนพื้นถนน แต่ก่อนที่จะปิดประตู เธออดไม่ได้ที่จะยื่นหน้ากลับเข้าไปแกล้งถามชายหนุ่มที่นั่งอยู่ด้านใน

"อ่อ คุณช่วยหนูไว้ แล้วยังอุตส่าห์ขับรถมาส่งถึงที่อี งานนี้หนูต้องจ่ายเงินค่าจ้างให้คุณอีกไหมเนี่ย หืม?" เธอยักคิ้วหลิ่วตาใส่เขาอย่างกวนๆ

บรู๊คมองใบหน้าจิ้มลิ้มที่กำลังทำหน้าตาทะเล้นใส่เขา รอยยิ้มอบอุ่นที่ไม่ค่อยมีใครได้เห็นปรากฏขึ้นบนริมฝีปากหยักลึก

"เก็บเศษเงินของเธอไว้ซื้อขนมกินเถอะ ดึกแล้ว รีบขึ้นห้องไปได้แล้วไป" เขาดุเบาๆด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความเอ็นดูอย่างปิดไม่มิด

แพรขวัญทำปากยื่นใส่เขา กำลังจะดึงประตูรถปิด ทว่าเสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มก็เอ่ยรั้งเอาไว้ด้วยประโยคที่ทำให้เธอต้องชะงักงัน

"ยัยเด็กดื้อ"

"คะ?" เธอชะงัก หันกลับไปมองเขา

นัยน์ตาคมกริบของผู้นำมาเฟียจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ แววตาของเขาไม่ได้ดุดันเหมือนอย่างเคย แต่มันกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งและยากจะคาดเดา

"เอาไว้เร็วๆนี้ เราคงได้รู้จักกันมากกว่านี้อีกนะ เตรียมตัวไว้ให้ดีล่ะ"

พูดจบเขาก็กดปุ่มปิดประตูรถอัตโนมัติ ทิ้งให้แพรขวัญยืนกระพริบตาปริบๆอยู่ริมถนน มองตามไฟท้ายของรถหรูที่ค่อยๆแล่นลับหายไปในความมืด

"รู้จักกันมากกว่านี้งั้นเหรอ..." 

เด็กสาวพึมพำกับตัวเองเบาๆ มือเล็กกำนามบัตรในมือแน่น หัวใจดวงน้อยเต้นรัวแรงขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุมได้

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ในปกครองบรวิชทร์   - 40 - จบบริบูรณ์

    แสงแฟลชจากกล้องถ่ายภาพหลายสิบตัวสว่างวาบขึ้นอย่างต่อเนื่องแข่งกับแสงไฟสปอตไลต์บนรันเวย์ เสียงดนตรีบีทหนักๆ เร้าอารมณ์ดังก้องไปทั่วทั้งฮอลล์จัดแสดงงานแฟชั่นโชว์คอลเลกชันใหม่ล่าสุดของแบรนด์เสื้อผ้าชั้นนำระดับประเทศท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่จับจ้องไปยังเวที มีเพียงสายตาคมกริบคู่เดียวที่ทอดมองร่างระหงตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งและเปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจบรู๊คในชุดสูทสั่งตัดพอดีตัว ยืนล้วงกระเป๋ากางเกงอยู่บริเวณโซนวีไอพีด้านหน้าสุด แววตาทอประกายอ่อนโยนและหลงใหลอย่างปิดไม่มิด ขณะจดจ้องร่างของแพรขวัญที่กำลังเดินเฉิดฉายอยู่บนรันเวย์เด็กสาวในชุดเดรสยาวแหวกข้างสีแดงเพลิงขับผิวขาวผ่องให้ดูโดดเด่นสะกดทุกสายตา ท่วงท่าการเดินที่มั่นใจ จังหวะการหมุนตัวที่ไร้ที่ติ และสายตาจิกกล้องที่ทรงพลังราวกับนางพญา ทำเอาผู้นำมาเฟียแห่งแก๊งเบรคคิงถึงกับเผลอยกยิ้มมุมปากออกมาอย่างลืมตัวผู้หญิงของเขา... เติบโตและเปล่งประกายได้อย่างงดงามเหลือเกินทว่ารอยยิ้มละมุนบนใบหน้าหล่อเหลากลับต้องสะดุดลง เมื่อหูที่ไวต่อประสาทสัมผัสของเขา บังเอิญไปได้ยินบทสนทนาของกลุ่มชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก ซึ่งดูจากป้ายห้อยคอแล

  • ในปกครองบรวิชทร์   -39-ฉันเนรมิตทุกอย่างให้เธอได้

    บรรยากาศภายในคฤหาสน์ตลอดหลายวันที่ผ่านมา อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความหวานเลี่ยนจนมดแทบจะขึ้นกำแพงนับตั้งแต่บรู๊คพาแพรขวัญกลับมาพักฟื้นที่บ้าน ผู้นำมาเฟียที่เคยดุดัน เยือกเย็น และเอาแต่นั่งหน้าเครียดอยู่กับกองเอกสาร ก็เปลี่ยนโหมดกลายเป็นคนคลั่งรักชนิดที่ว่าหน้ามือเป็นหลังมือ เขาแทบจะไม่ยอมให้ปลายเท้าของเด็กสาวแตะพื้น หากเธอจะเดินไปไหน ชายหนุ่มเป็นต้องถลาเข้าไปช้อนอุ้ม แบกขึ้นหลัง หรือไม่ก็ประคองเดิน"คุณบรู๊คคะ หนูแค่จะเดินไปหยิบน้ำเปล่าตรงตู้เย็นเองนะคะ ไม่ได้จะไปปีนเขาเอเวอเรสต์ ปล่อยหนูเดินเองเถอะค่ะ" แพรขวัญโวยวายเสียงหลง ขณะถูกวงแขนแกร่งตวัดรวบเอวช้อนตัวลอยวืดขึ้นจากพื้นอีกครั้ง"แผลผ่าตัดเธอยังไม่หายดีร้อยเปอร์เซ็นต์ อย่าดื้อสิ" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยอย่างเอาแต่ใจ นัยน์ตาคมกริบทอดมองใบหน้าหวานด้วยความห่วงใย"อยากได้อะไรก็บอกสิ จะเดินไปเดินมาให้เหนื่อยทำไม หรือถ้าอยากเดินจริงๆ เดี๋ยวฉันอุ้มไปส่งหน้าตู้เย็นเอง""โอ๊ย คุณบรู๊คมันเวอร์ไปแล้วนะคะ"ภาพของมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่ที่กำลังทำตัวเป็นพ่อบ้านใจกล้าที่กล้าเฉพาะกับศัตรู แต่ยอมเมียทุกอย่าง ทำเอาบรรดาลูกน้องชุดดำที่ยืนเฝ้าอยู่ตามจุดต่างๆ

  • ในปกครองบรวิชทร์   -38 - แพ้เด็กเข้าเต็มๆ

    กลิ่นยาฆ่าเชื้อที่ลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศ ไม่ได้ช่วยให้ความรู้สึกปั่นป่วนในช่องท้องของบรู๊คทุเลาลงเลยแม้แต่น้อย ร่างสูงทรุดตัวลงนั่งประสานมืออยู่บนม้านั่งหน้าห้องผ่าตัดฉุกเฉิน เสื้อเชิ้ตสีขาวที่เคยสะอาดสะอ้านบัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดสีแดงฉานที่เริ่มแห้งกรัง เลือดของคนที่เขารักเท่าชีวิตปลายนิ้วหยาบกร้านสั่นเทาขณะล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง หยิบเข็มกลัดผีเสื้อคริสตัลที่เปื้อนคราบเลือดออกมาเกาะกุมไว้แน่น นัยน์ตาที่เคยมืดมิดและแข็งกร้าว บัดนี้แดงก่ำและสั่นไหวอย่างรุนแรง ภาพของแม่แพรขวัญที่เคยช่วยชีวิตเขาไว้ในอดีต ซ้อนทับกับภาพของเด็กสาวที่นอนจมกองเลือดอยู่ในอ้อมแขนของเขาวนเวียนซ้ำไปซ้ำมาทั้งที่ให้คำสาบานไว้แล้วว่าจะปกป้องเธอด้วยทุกสิ่งที่มี แต่สุดท้าย เขากลับเป็นต้นเหตุที่ทำให้เธอต้องมาเจ็บตัวปางตายแบบนี้ น้ำตาลูกผู้ชายที่พยายามสะกดกลั้นรื้นขึ้นมาจนขอบตาร้อนผ่าว ความรู้สึกผิดกัดกินก้อนเนื้อในอกซ้ายจนแทบแหลกสลายติ๊ง!ไฟหน้าห้องผ่าตัดที่สว่างวาบมาหลายชั่วโมงดับลง พร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักออก บรู๊คผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พุ่งตัวเข้าไปหาศัลยแพทย์วัยกลางคนด้วยความรวดเร็ว"เมียผมเป็

  • ในปกครองบรวิชทร์   - 37-อย่าทำเธอ

    เวลาแห่งความสุขมักจะโบยบินผ่านไปอย่างรวดเร็วเสมอตลอดสามวันที่บ้านพักตากอากาศริมทะเล แพรขวัญได้ใช้เวลาพักผ่อนและตักตวงความสุขอย่างเต็มที่ โดยมีผู้ชายที่ชื่อว่าบรู๊คคอยดูแลเอาใจใส่ไม่ห่าง ทุกการกระทำและทุกคำพูดของเขาช่วยลบล้างฝันร้ายที่เธอต้องเผชิญให้เลือนหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นที่สลักลึกอยู่ในหัวใจบ่ายวันนี้ รถคันหรูกำลังแล่นมุ่งหน้ากลับสู่เมือง แพรขวัญนั่งพิงซบอยู่กับลาดไหล่กว้างของมาเฟียหนุ่มบนเบาะหลังของรถ มือเล็กประสานเข้ากับฝ่ามือใหญ่ที่เกาะกุมเธอเอาไว้ไม่ยอมปล่อย"สามวันนี่ผ่านไปเร็วจังเลยนะคะ" แพรขวัญพึมพำเบาๆ เงยหน้าขึ้นมองเสี้ยวหน้าคมคาย "หนูยังอยากกินอาหารทะเลฝีมือเชฟที่คุณบรู๊คจ้างมาอยู่เลย อร่อยมาก"บรู๊คก้มลงมองคนขี้อ้อน รอยยิ้มบางๆ ประดับบนมุมปากหยักลึก "ถ้าชอบ ไว้งานที่คาสิโนซาลงเมื่อไหร่ ฉันจะพามาอีก หรือไม่ก็ย้ายเชฟคนนั้นไปเป็นพ่อครัวประจำที่คฤหาสน์ซะเลยดีไหม?""แหม สายเปย์เกินไปแล้วค่ะ แค่นี้หนูก็จะกลายเป็นลูกหมูแล้วนะ" แพรขวัญหัวเราะคิกคัก ดึงแขนเสื้อเขาเล่นเบาๆชายหนุ่มหัวเราะในลำคอ กำลังจะอ้าปากตอบโต้กลับไป ทว่า...ปัง!!!เสียงปืนดังขึ้นทะลุความเง

  • ในปกครองบรวิชทร์   - 36 -อยากเอาใจ

    "ปล่อยหนูลงเลยนะคะ ตัวคุณเปียกไปหมดแล้ว แถวเตียงก็เปียกด้วย เห็นไหมเนี่ย"แพรขวัญโวยวายเสียงหลงพลางดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมแขนแกร่ง ทันทีที่แผ่นหลังบางสัมผัสกับฟูกนุ่มของเตียงคิงไซส์กลางห้องนอนใหญ่ หยดน้ำจากร่างกายของมาเฟียหนุ่มที่เพิ่งขึ้นจากสระว่ายน้ำหยดแหมะลงบนผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาดจนเป็นรอยด่างแต่บรู๊คกลับไม่สนใจคำท้วงติงนั้นเลยสักนิด ชายหนุ่มตามขึ้นมาทาบทับคร่อมร่างของเธอเอาไว้ กักขังยัยเด็กขี้โวยวายให้อยู่ใต้เงาร่างกำยำของเขา นัยน์ตาพราวระยับไปด้วยความเจ้าเล่ห์และเปลวไฟแห่งความปรารถนาที่ถูกจุดให้ลุกโชน"เปียกก็ช่างมันสิ" น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอ่ยชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดจนคนใต้ร่างสะดุ้งน้อยๆ "เดี๋ยวค่อยให้แม่บ้านมาเปลี่ยนใหม่ก็สิ้นเรื่อง แต่ตอนนี้ ฉันมีเรื่องสำคัญกว่าที่ต้องเคลียร์กับเธอ""เคลียร์อะไรคะ ไม่มีอะไรต้องเคลียร์ทั้งนั้นแหละ คุณนั่นแหละขี้แกล้ง ปล่อยให้หนูหน้าแตกต่อหน้าคุณวาโร่กับคุณคิรันอยู่ตั้งนาน คนบ้า" แพรขวัญแหวเข้าให้ สองมือเล็กยกขึ้นดันแผงอกกว้างที่ยังคงชื้นไปด้วยหยดน้ำ"ฉันไปแกล้งอะไรเธอ หืม?" บรู๊คเลิกคิ้ว รอยยิ้มมุมปากยิ่งดูมีเสน่ห์ร้ายกาจ"ฉันอุตส

  • ในปกครองบรวิชทร์   - 35 -56 ไม่ใช่อายุ

    ความรู้สึกแรกที่แพรขวัญรับรู้ได้หลังจากสติสัมปชัญญะเริ่มกลับคืนมา คือแรงสั่นสะเทือนเบาๆอย่างสม่ำเสมอของยานพาหนะที่กำลังเคลื่อนตัวเปลือกตาคู่สวยค่อยๆขยับเปิดขึ้นอย่างเชื่องช้า ภาพตรงหน้าที่พร่ามัวค่อยๆปรับโฟกัสจนเห็นแผงอกกว้างที่สวมทับด้วยเสื้อเชิ้ตสีเข้มเด็กสาวขยับตัวเล็กน้อย ก่อนจะตระหนักได้ว่าตัวเองกำลังนอนหนุนตักและซบหน้าอยู่กับอกแกร่งของใครบางคน กลิ่นน้ำหอมยืนยันตัวตนของเจ้าของอ้อมกอดนี้ได้เป็นอย่างดี ทว่าสิ่งที่ทำให้เธอแปลกใจคือสัมผัสของเนื้อผ้าที่สวมใส่อยู่ ชุดเดรสถูกถอดออกไปแล้ว แทนที่ด้วยเสื้อยืดโอเวอร์ไซส์เนื้อนุ่มและกางเกงขาสั้นสวมสบาย"อืม คุณบรู๊ค" แพรขวัญงัวเงียเรียกชื่อเขา เสียงหวานแหบพร่าเล็กน้อยจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ "เรากำลังจะไปไหนกันคะ?"บรู๊คที่กำลังนั่งหลับตาพิงเบาะรถ ลืมตาขึ้นมาทันทีที่ได้ยินเสียงคนบนตัก ชายหนุ่มก้มลงมองใบหน้าจิ้มลิ้มที่กำลังทำตาปรือ ฝ่ามือหนาแกร่งเลื่อนขึ้นมาลูบกลุ่มผมนุ่มของเธออย่างทะนุถนอม"ตื่นแล้วเหรอ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยอย่างอ่อนโยน "ฉันกำลังจะพาเธอไปพักผ่อนที่บ้านพักตากอากาศน่ะ อยู่ที่คฤหาสน์เดี๋ยวก็มีคนมารบกวน ไปสูดอากาศบริสุทธิ์ซะหน

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status