Share

- 6 - ตัวถ่วง

last update Tanggal publikasi: 2026-08-07 15:11:12

"สวัสดีค่ะ เอ่อ สวัสดีค่ะพี่ๆทุกคน ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ"

แพรขวัญยกมือไหว้ทักทายทีมงานในสตูดิโออย่างเก้ๆกังๆ ใบหน้าหวานประดับด้วยรอยยิ้มเจื่อนเล็กน้อยด้วยความประหม่า 

เมื่อสองวันก่อนหลังจากที่ผู้ชายบ้าอำนาจคนนั้นยัดนามบัตรใส่มือ เธอแค่นึกสนุกและลองโทรไปตามเบอร์ที่ให้ไว้ 

ปรากฏว่าไม่ถึงชั่วโมงหลังจากนั้น เธอก็ได้รับคิวงานให้มาถ่ายแบบแฟชั่นเสื้อผ้าแบรนด์ดังคอลเลกชันใหม่ล่าสุดทันที ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วจนเธอตั้งตัวแทบไม่ทัน

"ต๊ายตาย! น้องแพรขวัญใช่ไหมลูก!"

เสียงแหลมปรี๊ดของเจ๊เหมยผู้จัดการโมเดลลิ่งชื่อดังระดับประเทศดังขึ้น ก่อนที่เจ้าตัวจะรีบวิ่งถลาเข้ามาหาเด็กสาวราวกับเห็นทองคำเดินได้ 

เจ๊เหมยคว้าหมับเข้าที่มือของแพรขวัญแล้วลูบคลำอย่างประคบประหงม แววตาเต็มไปด้วยความเอาใจใส่ขั้นสุด 

เพราะคนวงในอย่างเจ๊เหมยรู้ดีกว่าใคร ว่าเด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้มคนนี้ไม่ใช่เด็กกะโปโลธรรมดา แต่เป็นถึงคนที่คุณบรู๊คเอ่ยปากฝากฝังมาด้วยตัวเอง

"สวัสดีค่ะเจ๊เหมย แพรขวัญค่ะ"

"อุ๊ย ไม่ต้องไหว้ลูกไม่ต้องไหว้ มาๆๆ เข้ามาข้างในเลยค่ะ วันนี้หนูแพรของเจ๊ต้องสวยที่สุด เริ่ดที่สุด! เจ๊เตรียมช่างแต่งหน้าคิวทองไว้ให้หนูแล้ว ไปเปลี่ยนชุดที่ห้องแต่งตัววีไอพีกันเลยค่ะลูก" 

เจ๊เหมยพูดรัวเร็วแทบไม่เว้นจังหวะหายใจ ก่อนจะดันหลังเด็กสาวให้เดินตามเข้าไปด้านในสตูดิโอ

เมื่อประตูห้องแต่งตัวถูกผลักออก แพรขวัญก็ต้องชะงักฝีเท้า เมื่อพบว่าภายในห้องมีใครบางคนนั่งไขว่ห้างอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ก่อนแล้ว

ลิเดียดาราสาวและนางแบบระดับท็อปของวงการ ใบหน้าสวยเฉี่ยวที่ถูกแต่งแต้มอย่างประณีตหันขวับมามองผู้มาใหม่ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันทันทีเมื่อเห็นชุดธรรมดาๆและท่าทางเด๋อด๋าของแพรขวัญ

"นี่มันอะไรกันคะเจ๊เหมย!" ลิเดียตบโต๊ะเครื่องแป้งดังปัง ลุกพรวดขึ้นยืนด้วยความไม่พอใจ 

"ทำไมถึงปล่อยให้เด็กโนเนมที่ไหนก็ไม่รู้ เข้ามาใช้ห้องแต่งตัวเดียวกับลิเดียคะ ลิเดียบอกแล้วไงว่าลิเดียต้องการความเป็นส่วนตัว ทีมงานไม่ได้บรีฟกันหรือไง"

"เอ่อ คือว่า..." 

แพรขวัญหน้าเสีย กำลังจะเอ่ยปากขอโทษและถอยออกไปเพื่อไม่ให้มีปัญหา แต่เจ๊เหมยกลับรีบดึงแขนเธอไว้แน่น

เจ๊เหมยรีบเดินเข้าไปใกล้ลิเดีย ป้องปากกระซิบกระซาบด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน 

"ใจเย็นๆก่อนสิแม่ลิเดีย เด็กคนนี้ไม่ได้มาเล่นๆนะ คุณบรู๊คเขาฝากฝังมาเองกับมือเลย เจ๊ขัดไม่ได้จริงๆ"

ชื่อของบรู๊คทำเอาลิเดียถึงกับชะงักกึก ดวงตาเฉี่ยวเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย มือที่ท้าวเอวอยู่กำเข้าหากันแน่นจนเล็บแทบจิกเข้าเนื้อ 

เธอแอบชอบบรู๊คมาตั้งแต่เข้าวงการ พยายามเสนอตัวเข้าหาเขาทุกวิถีทาง แต่เขากลับเย็นชาและไม่เคยชายตามองเธอเลยสักครั้ง แล้วยัยเด็กนี่มันเป็นใคร ทำไมบรู๊คถึงต้องออกโรงฝากฝังให้มันได้งานดีๆแบบนี้ด้วย

แม้ในใจจะร้อนรุ่มไปด้วยความริษยาและโกรธแค้น แต่ลิเดียก็ฉลาดพอที่จะไม่โวยวายออกหน้าออกตา 

ดาราสาวสูดลมหายใจเข้าลึก ปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติ ก่อนจะเหยียดยิ้มเย็นชาส่งให้แพรขวัญ

"อ๋อ... เด็กเส้นนี่เอง ก็ได้ค่ะ เจ๊เหมยเห็นว่าสำคัญนัก ลิเดียก็จะยอมแบ่งห้องให้ใช้ด้วยก็ได้ หวังว่าจะทำงานเป็นนะคะ ไม่ใช่มาเป็นตัวถ่วงคนอื่น"

"แพรจะตั้งใจทำงานให้ดีที่สุดค่ะ ขอบคุณนะคะคุณลิเดีย" 

แพรขวัญตอบกลับอย่างสุภาพ แม้จะสัมผัสได้ถึงรังสีความเกลียดชังที่แผ่ออกมาจากอีกฝ่ายก็ตามบ

รรยากาศการถ่ายแบบในช่วงเช้าเริ่มต้นขึ้นด้วยคอนเซปต์ถ่ายคู่ระหว่างลิเดียและแพรขวัญ ทว่ามันกลับกลายเป็นฝันร้ายของเด็กสาวอย่างแท้จริง

"น้องแพรครับ ขยับซ้ายนิดนึงครับ เอ๊ะ! บังไฟมิดเลย ขยับมาด้านหน้าหน่อยครับ!" ผู้กำกับภาพตะโกนสั่งเสียงเข้ม

แพรขวัญพยายามก้าวขยับตามที่บอก แต่จู่ๆลิเดียก็แกล้งสะบัดชายกระโปรงฟูฟ่องของตัวเองมาเหยียบทับปลายรองเท้าของเธอเอาไว้ ทำให้แพรขวัญเสียหลักเซถลาจนหลุดเฟรมกล้อง

"ว้าย! ขอโทษทีค่ะน้องแพร พี่ไม่ได้ตั้งใจ" ลิเดียแกล้งอุทานเอามือทาบอก แต่แววตากลับเยาะเย้ยอย่างเห็นได้ชัด

"คัต! น้องแพรครับ ทำไมจังหวะไม่ได้เลย อินเนอร์ก็แข็งไปหมด นี่เรากำลังถ่ายแฟชั่นไฮเอนด์นะครับ ไม่ใช่ถ่ายแคตตาล็อกเสื้อผ้าตลาดนัด! โฟกัสหน่อยสิครับ!"

เสียงผู้กำกับบ่นอย่างหัวเสีย แพรขวัญหน้าเจื่อน เม้มริมฝีปากแน่น 

"ขอโทษค่ะ แพรจะทำให้ดีกว่านี้ค่ะ"

ตลอดการถ่ายทำ ลิเดียสรรหาวิธีสารพัดมาแกล้งแพรขวัญอย่างแนบเนียน 

ทั้งจงใจเดินบังกล้อง แอบหยิกที่เอวตอนโพสท่าคู่ หรือแม้แต่ขยับตัวจังหวะสับขาหลอกให้แพรขวัญดูเป็นคนเงอะงะในสายตาทีมงาน ทุกอย่างทำให้เด็กสาวโดนต่อว่าครั้งแล้วครั้งเล่าจนสูญเสียความมั่นใจ

"พักกองสิบห้านาที! น้องแพรไปสงบสติอารมณ์แล้วเรียกสมาธิกลับมาให้ได้นะครับ ไม่งั้นงานนี้เราคงถ่ายกันไม่เสร็จแน่!"

คำสั่งพักกองดังขึ้น แพรขวัญรีบก้มหัวขอโทษทีมงานทุกคน ก่อนจะเดินปลีกตัวหลบเข้าไปในห้องน้ำด้วยความรู้สึกกดดันจนแทบจะร้องไห้

เด็กสาวเปิดก๊อกน้ำ วักน้ำเย็นเฉียบขึ้นล้างมือเพื่อเรียกสติ มองเงาตัวเองในกระจกแล้วถอนหายใจยาว

"แกทำได้ยัยแพร แกเคยถ่ายแบบมาตั้งเยอะแยะ แค่สเกลงานมันใหญ่ขึ้น แกต้องสู้สิ อย่าให้ยัยป้าลิเดียนั่นมาข่มแกได้เด็ดขาด" 

เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พึมพำให้กำลังใจตัวเอง แม้จะรู้ดีว่าการรับมือกับมาสเตอร์พีซแห่งการเสแสร้งอย่างลิเดียมันไม่ง่ายเลย

ในขณะเดียวกัน ที่โซนพักผ่อนหน้าเซ็ตถ่ายทำ

ลิเดียกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ผ้าใบตัวใหญ่ จิบน้ำแร่บริสุทธิ์จากหลอดที่ผู้ช่วยยื่นให้พลางให้ช่างแต่งหน้าคอยซับหน้าอย่างสบายใจ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏบนริมฝีปากสีแดงสดเมื่อนึกถึงสภาพดูไม่จืดของยัยเด็กเส้นคนนั้น

แต่แล้วจู่ๆบรรยากาศจอแจภายในสตูดิโอก็เงียบกริบลงอย่างกะทันหัน ราวกับมีใครมากดปุ่มปิดเสียง

เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นดังเป็นจังหวะหนักแน่นและทรงอำนาจ ร่างสูงใหญ่กำยำของบรู๊คก้าวเดินเข้ามาภายในสตูดิโอพร้อมกับบอดี้การ์ดชุดดำอีกสองคนที่เดินขนาบข้าง 

แววตาคมกริบกวาดมองไปรอบๆ แผ่รังสีความกดดันและน่าเกรงขามจนทีมงานหลายคนถึงกับต้องกลั้นหายใจ

ลิเดียหันไปมอง พอเห็นว่าเป็นใคร ดวงตาของเธอก็เบิกกว้างด้วยความดีใจสุดขีด ดาราสาวรีบผุดลุกขึ้นยืน สะบัดมือช่างแต่งหน้าออก แล้ววิ่งถลาเข้าไปหามาเฟียหนุ่มทันที

"คุณบรู๊คขาาา"

ลิเดียส่งเสียงหวานหยดย้อย ปรี่เข้าไปเกาะแขนแกร่งของเขาอย่างถือวิสาสะ 

"คุณมาหาลิเดียถึงกองถ่ายเลยเหรอคะ ลิเดียดีใจจังเลยค่ะ วันนี้ลิเดียถ่ายแบบเหนื่อยมากเลย คุณมาให้กำลังใจลิเดียใช่ไหมคะ?"

บรู๊คปรายตามองมือที่เกาะกุมแขนเขาอยู่ด้วยสายตาเย็นเยียบขั้นสุด คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นโบ ร่างสูงสะบัดแขนออกอย่างแรงจนลิเดียเซถอยหลังไปหลายก้าว

"อย่ามาจับ มันเกะกะ" 

น้ำเสียงทุ้มต่ำตวัดห้วนอย่างไร้เยื่อใย ทำเอาลิเดียหน้าม้าน อับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนีต่อหน้าทีมงานนับสิบชีวิต

ชายหนุ่มไม่สนใจดาราสาวอีก เขาตวัดสายตามองหาผู้จัดการโมเดลลิ่งทันที

"เจ๊เหมย"

"ขะ... ขา! มาแล้วค่าคุณบรู๊ค" เจ๊เหมยรีบวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหา มือไม้สั่นไปหมด

"แพรขวัญอยู่ไหน?" บรู๊คถามเข้าประเด็นทันทีโดยไม่อ้อมค้อม

ผู้กำกับภาพที่ยืนอยู่ใกล้ๆรีบเดินเข้ามาสมทบ ด้วยความไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง เขาจึงเผลอบ่นออกมาตามตรง 

"น้องแพรเข้าไปพักในห้องน้ำครับคุณบรู๊ค เฮ้อ วันนี้น้องเขาทำงานพลาดบ่อยมากเลยครับ จังหวะไม่ได้เลย ผมล่ะปวดหัวจริงๆ"

ได้ยินดังนั้น นัยน์ตาของมาเฟียหนุ่มก็หรี่ลงอย่างจับผิด เขามองหางตาไปยังผู้กำกับ น้ำเสียงเย็นชาเอ่ยทวนคำพูดนั้นช้าๆชัดๆ

"หึ ทำพลาดงั้นเหรอ?"

จังหวะนั้นเอง แพรขวัญที่เพิ่งสงบสติอารมณ์เสร็จก็เดินผลักประตูห้องน้ำออกมาพอดี 

ทันทีที่เห็นร่างสูงใหญ่ของบรู๊คยืนเด่นเป็นสง่าอยู่กลางสตูดิโอ เด็กสาวก็ถึงกับเบิกตากว้าง สองเท้าชะงักกึกอยู่กับที่

เขามาทำอะไรที่นี่....

ใจหนึ่งก็แอบดีใจที่เห็นหน้าเขา แต่อีกใจก็เต็มไปด้วยความกังวล เพราะเธอเพิ่งจะถูกผู้กำกับด่ามาหมาดๆ ถ้าเขารู้ว่าเธอทำงานที่เขาอุตส่าห์ฝากฝังให้พังไม่เป็นท่า เขาต้องเยาะเย้ยเธอแน่ๆ

"ก็ใช่น่ะสิคะคุณบรู๊ค"

ลิเดียที่เพิ่งตั้งหลักได้ รีบฉวยโอกาสเดินเข้ามาแทรก หวังจะเหยียบย่ำแพรขวัญให้จมดิน 

"เด็กคนนี้ไม่มีความเป็นมืออาชีพเลยค่ะ ทำผิดพลาดตลอด ถ่ายคู่กันทีไรก็ทำให้ลิเดียเสียจังหวะไปด้วย ลิเดียเสียเวลามากเลยนะคะเนี่ย งานระดับนี้แท้ๆ แต่เอาคนไม่มีประสบการณ์มาทำ พังหมดค่ะ"

แพรขวัญเม้มริมฝีปากแน่น ก้มหน้าลงมองพื้นอย่างคนมีความผิด เธอรู้ตัวดีว่าวันนี้เธอทำได้ไม่ดี แต่เธอไม่ได้ตั้งใจจะให้มันออกมาเป็นแบบนี้เลย

บรู๊คมองท่าทางหงอยๆของยัยเด็กดื้อที่ปกติจะเถียงคำไม่ตกฟาก แล้วก็หันไปมองใบหน้าเสแสร้งของลิเดีย 

สมองอันเฉียบแหลมของเขาประมวลผลเรื่องราวทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว มุมปากหยักกระตุกยิ้มเยาะอย่างรู้ทัน

"เมื่อกี้... ถ่ายคู่กันใช่ไหม?" เขาหันไปถามเจ๊เหมยเสียงเรียบ

"ชะ... ใช่ค่ะ ถ่ายคู่กันค่ะคุณบรู๊ค" เจ๊เหมยตอบตะกุกตะกัก

"หึ" บรู๊คแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาดุดันฉายแววเฉียบขาด 

"เจ๊เหมย ไปเอาชุดในคอลเลกชันที่สวยที่สุด เด่นที่สุด และแพงที่สุดของเซ็ตนี้ มาให้แพรขวัญเปลี่ยนเดี๋ยวนี้"

คำสั่งนั้นทำเอาทุกคนในสตูถึงกับอ้าปากค้าง โดยเฉพาะลิเดียที่เบิกตากว้างราวกับเห็นผี

"ดะ เดี๋ยวสิคะคุณบรู๊ค! ชุดที่สวยที่สุดเซ็ตนั้นมันเป็นของลิเดียนะคะ ลิเดียต้องเป็นคนใส่ถ่ายเดี่ยวตอนปิดกล้อง" ดาราสาวโวยวายลั่น ลืมรักษาภาพพจน์นางเอกแสนดีไปชั่วขณะ

บรู๊คตวัดสายตาคมกริบหันไปมองลิเดีย รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาทำให้ดาราสาวถึงกับหุบปากฉับ ตัวสั่นงันงกด้วยความกลัวตายขึ้นมาจับใจ

"ฉันสั่งอะไรก็ทำตามนั้น แล้วต่อไปนี้ ให้แพรขวัญถ่ายเดี่ยว ไม่ต้องมีใครมาประกบเป็นตัวถ่วงอีก ใครมีปัญหาอะไรไหม?"

น้ำเสียงทรงอำนาจเอ่ยถามกวาดสายตามองไปรอบสตูดิโอ แน่นอนว่าไม่มีใครกล้าปริปากเถียงแม้แต่ครึ่งคำ ผู้กำกับภาพรีบพยักหน้ารัวๆ สั่งให้ทีมงานรีบจัดฉากใหม่ทันที

แพรขวัญยืนอึ้ง ทำอะไรไม่ถูก จนกระทั่งเจ๊เหมยรีบวิ่งมาดึงแขนเธอให้เข้าไปในห้องแต่งตัวเพื่อเปลี่ยนชุด

สิบห้านาทีต่อมา...

ร่างบางที่เคยสวมชุดธรรมดา ก้าวเดินออกมาจากห้องแต่งตัวด้วยชุดเดรสสีแดงสดเว้าหลังลึกที่ขับผิวขาวเนียนให้สว่างวาบราวกับมีออร่า 

ผมยาวถูกเซ็ตใหม่ให้ดูเปรี้ยวเฉี่ยวและทันสมัย การแต่งหน้าที่ถูกเน้นดวงตาให้ดูโฉบเฉี่ยวมั่นใจ ทำให้แพรขวัญดูเปลี่ยนไปราวกับคนละคน

เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ มองสบตากับบรู๊คที่กำลังยืนกอดอกพิงผนังมองเธออยู่ 

แววตาของเขาไม่ได้ดุดัน แต่กลับมีประกายความคาดหวังและท้าทายอยู่ในนั้น 

แพรขวัญเชิดหน้าขึ้น ความกดดันและประหม่าถูกโยนทิ้งไปจนหมดสิ้น เมื่อไม่ต้องคอยระแวงว่าจะถูกลิเดียกลั่นแกล้ง สัญชาตญาณนางแบบที่เคยสะสมมาก็ถูกปลดปล่อยออกมาเต็มที่

"พร้อมนะครับน้องแพร แอ็กชัน!"

แสงแฟลชสาดส่องรัวๆ แพรขวัญโพสท่าอย่างมั่นใจ ลื่นไหล และทรงพลัง 

อินเนอร์ที่สื่อออกมาทางสายตาและท่าทางเข้ากับคอนเซปต์ชุดหรูหราได้อย่างไร้ที่ติ 

เธอหมุนตัว จิกกล้อง ทิ้งสายตาอย่างเป็นธรรมชาติและสวยงามจนสะกดสายตาทุกคนในสตูดิโอ

"เพอร์เฟกต์ สวยมากครับน้องแพร มุมนี้ดีมาก! ขยับอีกนิดครับ เยี่ยม" ผู้กำกับภาพตะโกนชมไม่ขาดปาก รัวชัตเตอร์แทบไม่ทัน

ลิเดียที่ยืนดูอยู่รอบนอกถึงกับกัดฟันกรอด ริษยาจนแทบกระอักเลือด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากยืนมองเด็กโนเนมขโมยซีนตัวเองไปต่อหน้าต่อตา

เมื่อการถ่ายทำเดี่ยวอันแสนยอดเยี่ยมจบลง เสียงปรบมือจากทีมงานก็ดังเกรียวกราว

บรู๊คยืนมองผลงานของเด็กสาวด้วยรอยยิ้มมุมปากที่กว้างกว่าปกติ ชายหนุ่มก้าวเดินออกมายืนตรงกลางสตูดิโอ สายตาคมกริบกวาดมองทีมงานทุกคน ก่อนจะหยุดลงที่ใบหน้าซีดเผือดของลิเดีย

"ทีนี้คงจะรู้กันแล้วสินะ" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นดังกังวาน 

"ว่าก่อนหน้านี้ ที่งานมันพังและจังหวะมันเสีย เป็นเพราะใครที่ทำพลาด และเป็นตัวถ่วงกันแน่"

ประโยคนั้นตบหน้าลิเดียฉาดใหญ่จนชาไปทั้งแถบ ดาราสาวก้มหน้าหลบสายตาทีมงานที่เริ่มซุบซิบนินทา อับอายจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนี

บรู๊คไม่สนใจแม่ดาราสาวจอมเสแสร้งอีกต่อไป ร่างสูงใหญ่สาวเท้าเดินตรงเข้าไปหาแพรขวัญที่กำลังยืนหอบหายใจน้อยๆจากการโพสท่าอย่างต่อเนื่อง

เด็กสาวเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตากลมโตเป็นประกายสดใส แววตาเต็มไปด้วยความขอบคุณที่เขาเชื่อมั่นและมอบโอกาสนี้ให้เธอ

มาเฟียหนุ่มหยุดยืนประชิดตัวเธอจนได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆจากตัวหญิงสาว 

เขาโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดที่ข้างแก้มเนียน ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะเอื้อนเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่มีเพียงเธอคนเดียวที่ได้ยิน

"เก่งมาก แต่คราวหลังน่ะ..."

เขาเว้นจังหวะ เลื่อนหน้าเข้าไปใกล้ใบหูของเธอจนแพรขวัญขนลุก

"หัดสู้คนอื่นเขา ให้ได้สักครึ่งหนึ่งของที่เธอสู้ฉันหน่อยสิ... ยัยเด็กดื้อ"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ในปกครองบรวิชทร์   - 40 - จบบริบูรณ์

    แสงแฟลชจากกล้องถ่ายภาพหลายสิบตัวสว่างวาบขึ้นอย่างต่อเนื่องแข่งกับแสงไฟสปอตไลต์บนรันเวย์ เสียงดนตรีบีทหนักๆ เร้าอารมณ์ดังก้องไปทั่วทั้งฮอลล์จัดแสดงงานแฟชั่นโชว์คอลเลกชันใหม่ล่าสุดของแบรนด์เสื้อผ้าชั้นนำระดับประเทศท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่จับจ้องไปยังเวที มีเพียงสายตาคมกริบคู่เดียวที่ทอดมองร่างระหงตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งและเปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจบรู๊คในชุดสูทสั่งตัดพอดีตัว ยืนล้วงกระเป๋ากางเกงอยู่บริเวณโซนวีไอพีด้านหน้าสุด แววตาทอประกายอ่อนโยนและหลงใหลอย่างปิดไม่มิด ขณะจดจ้องร่างของแพรขวัญที่กำลังเดินเฉิดฉายอยู่บนรันเวย์เด็กสาวในชุดเดรสยาวแหวกข้างสีแดงเพลิงขับผิวขาวผ่องให้ดูโดดเด่นสะกดทุกสายตา ท่วงท่าการเดินที่มั่นใจ จังหวะการหมุนตัวที่ไร้ที่ติ และสายตาจิกกล้องที่ทรงพลังราวกับนางพญา ทำเอาผู้นำมาเฟียแห่งแก๊งเบรคคิงถึงกับเผลอยกยิ้มมุมปากออกมาอย่างลืมตัวผู้หญิงของเขา... เติบโตและเปล่งประกายได้อย่างงดงามเหลือเกินทว่ารอยยิ้มละมุนบนใบหน้าหล่อเหลากลับต้องสะดุดลง เมื่อหูที่ไวต่อประสาทสัมผัสของเขา บังเอิญไปได้ยินบทสนทนาของกลุ่มชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก ซึ่งดูจากป้ายห้อยคอแล

  • ในปกครองบรวิชทร์   -39-ฉันเนรมิตทุกอย่างให้เธอได้

    บรรยากาศภายในคฤหาสน์ตลอดหลายวันที่ผ่านมา อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความหวานเลี่ยนจนมดแทบจะขึ้นกำแพงนับตั้งแต่บรู๊คพาแพรขวัญกลับมาพักฟื้นที่บ้าน ผู้นำมาเฟียที่เคยดุดัน เยือกเย็น และเอาแต่นั่งหน้าเครียดอยู่กับกองเอกสาร ก็เปลี่ยนโหมดกลายเป็นคนคลั่งรักชนิดที่ว่าหน้ามือเป็นหลังมือ เขาแทบจะไม่ยอมให้ปลายเท้าของเด็กสาวแตะพื้น หากเธอจะเดินไปไหน ชายหนุ่มเป็นต้องถลาเข้าไปช้อนอุ้ม แบกขึ้นหลัง หรือไม่ก็ประคองเดิน"คุณบรู๊คคะ หนูแค่จะเดินไปหยิบน้ำเปล่าตรงตู้เย็นเองนะคะ ไม่ได้จะไปปีนเขาเอเวอเรสต์ ปล่อยหนูเดินเองเถอะค่ะ" แพรขวัญโวยวายเสียงหลง ขณะถูกวงแขนแกร่งตวัดรวบเอวช้อนตัวลอยวืดขึ้นจากพื้นอีกครั้ง"แผลผ่าตัดเธอยังไม่หายดีร้อยเปอร์เซ็นต์ อย่าดื้อสิ" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยอย่างเอาแต่ใจ นัยน์ตาคมกริบทอดมองใบหน้าหวานด้วยความห่วงใย"อยากได้อะไรก็บอกสิ จะเดินไปเดินมาให้เหนื่อยทำไม หรือถ้าอยากเดินจริงๆ เดี๋ยวฉันอุ้มไปส่งหน้าตู้เย็นเอง""โอ๊ย คุณบรู๊คมันเวอร์ไปแล้วนะคะ"ภาพของมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่ที่กำลังทำตัวเป็นพ่อบ้านใจกล้าที่กล้าเฉพาะกับศัตรู แต่ยอมเมียทุกอย่าง ทำเอาบรรดาลูกน้องชุดดำที่ยืนเฝ้าอยู่ตามจุดต่างๆ

  • ในปกครองบรวิชทร์   -38 - แพ้เด็กเข้าเต็มๆ

    กลิ่นยาฆ่าเชื้อที่ลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศ ไม่ได้ช่วยให้ความรู้สึกปั่นป่วนในช่องท้องของบรู๊คทุเลาลงเลยแม้แต่น้อย ร่างสูงทรุดตัวลงนั่งประสานมืออยู่บนม้านั่งหน้าห้องผ่าตัดฉุกเฉิน เสื้อเชิ้ตสีขาวที่เคยสะอาดสะอ้านบัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดสีแดงฉานที่เริ่มแห้งกรัง เลือดของคนที่เขารักเท่าชีวิตปลายนิ้วหยาบกร้านสั่นเทาขณะล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง หยิบเข็มกลัดผีเสื้อคริสตัลที่เปื้อนคราบเลือดออกมาเกาะกุมไว้แน่น นัยน์ตาที่เคยมืดมิดและแข็งกร้าว บัดนี้แดงก่ำและสั่นไหวอย่างรุนแรง ภาพของแม่แพรขวัญที่เคยช่วยชีวิตเขาไว้ในอดีต ซ้อนทับกับภาพของเด็กสาวที่นอนจมกองเลือดอยู่ในอ้อมแขนของเขาวนเวียนซ้ำไปซ้ำมาทั้งที่ให้คำสาบานไว้แล้วว่าจะปกป้องเธอด้วยทุกสิ่งที่มี แต่สุดท้าย เขากลับเป็นต้นเหตุที่ทำให้เธอต้องมาเจ็บตัวปางตายแบบนี้ น้ำตาลูกผู้ชายที่พยายามสะกดกลั้นรื้นขึ้นมาจนขอบตาร้อนผ่าว ความรู้สึกผิดกัดกินก้อนเนื้อในอกซ้ายจนแทบแหลกสลายติ๊ง!ไฟหน้าห้องผ่าตัดที่สว่างวาบมาหลายชั่วโมงดับลง พร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักออก บรู๊คผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พุ่งตัวเข้าไปหาศัลยแพทย์วัยกลางคนด้วยความรวดเร็ว"เมียผมเป็

  • ในปกครองบรวิชทร์   - 37-อย่าทำเธอ

    เวลาแห่งความสุขมักจะโบยบินผ่านไปอย่างรวดเร็วเสมอตลอดสามวันที่บ้านพักตากอากาศริมทะเล แพรขวัญได้ใช้เวลาพักผ่อนและตักตวงความสุขอย่างเต็มที่ โดยมีผู้ชายที่ชื่อว่าบรู๊คคอยดูแลเอาใจใส่ไม่ห่าง ทุกการกระทำและทุกคำพูดของเขาช่วยลบล้างฝันร้ายที่เธอต้องเผชิญให้เลือนหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นที่สลักลึกอยู่ในหัวใจบ่ายวันนี้ รถคันหรูกำลังแล่นมุ่งหน้ากลับสู่เมือง แพรขวัญนั่งพิงซบอยู่กับลาดไหล่กว้างของมาเฟียหนุ่มบนเบาะหลังของรถ มือเล็กประสานเข้ากับฝ่ามือใหญ่ที่เกาะกุมเธอเอาไว้ไม่ยอมปล่อย"สามวันนี่ผ่านไปเร็วจังเลยนะคะ" แพรขวัญพึมพำเบาๆ เงยหน้าขึ้นมองเสี้ยวหน้าคมคาย "หนูยังอยากกินอาหารทะเลฝีมือเชฟที่คุณบรู๊คจ้างมาอยู่เลย อร่อยมาก"บรู๊คก้มลงมองคนขี้อ้อน รอยยิ้มบางๆ ประดับบนมุมปากหยักลึก "ถ้าชอบ ไว้งานที่คาสิโนซาลงเมื่อไหร่ ฉันจะพามาอีก หรือไม่ก็ย้ายเชฟคนนั้นไปเป็นพ่อครัวประจำที่คฤหาสน์ซะเลยดีไหม?""แหม สายเปย์เกินไปแล้วค่ะ แค่นี้หนูก็จะกลายเป็นลูกหมูแล้วนะ" แพรขวัญหัวเราะคิกคัก ดึงแขนเสื้อเขาเล่นเบาๆชายหนุ่มหัวเราะในลำคอ กำลังจะอ้าปากตอบโต้กลับไป ทว่า...ปัง!!!เสียงปืนดังขึ้นทะลุความเง

  • ในปกครองบรวิชทร์   - 36 -อยากเอาใจ

    "ปล่อยหนูลงเลยนะคะ ตัวคุณเปียกไปหมดแล้ว แถวเตียงก็เปียกด้วย เห็นไหมเนี่ย"แพรขวัญโวยวายเสียงหลงพลางดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมแขนแกร่ง ทันทีที่แผ่นหลังบางสัมผัสกับฟูกนุ่มของเตียงคิงไซส์กลางห้องนอนใหญ่ หยดน้ำจากร่างกายของมาเฟียหนุ่มที่เพิ่งขึ้นจากสระว่ายน้ำหยดแหมะลงบนผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาดจนเป็นรอยด่างแต่บรู๊คกลับไม่สนใจคำท้วงติงนั้นเลยสักนิด ชายหนุ่มตามขึ้นมาทาบทับคร่อมร่างของเธอเอาไว้ กักขังยัยเด็กขี้โวยวายให้อยู่ใต้เงาร่างกำยำของเขา นัยน์ตาพราวระยับไปด้วยความเจ้าเล่ห์และเปลวไฟแห่งความปรารถนาที่ถูกจุดให้ลุกโชน"เปียกก็ช่างมันสิ" น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอ่ยชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดจนคนใต้ร่างสะดุ้งน้อยๆ "เดี๋ยวค่อยให้แม่บ้านมาเปลี่ยนใหม่ก็สิ้นเรื่อง แต่ตอนนี้ ฉันมีเรื่องสำคัญกว่าที่ต้องเคลียร์กับเธอ""เคลียร์อะไรคะ ไม่มีอะไรต้องเคลียร์ทั้งนั้นแหละ คุณนั่นแหละขี้แกล้ง ปล่อยให้หนูหน้าแตกต่อหน้าคุณวาโร่กับคุณคิรันอยู่ตั้งนาน คนบ้า" แพรขวัญแหวเข้าให้ สองมือเล็กยกขึ้นดันแผงอกกว้างที่ยังคงชื้นไปด้วยหยดน้ำ"ฉันไปแกล้งอะไรเธอ หืม?" บรู๊คเลิกคิ้ว รอยยิ้มมุมปากยิ่งดูมีเสน่ห์ร้ายกาจ"ฉันอุตส

  • ในปกครองบรวิชทร์   - 35 -56 ไม่ใช่อายุ

    ความรู้สึกแรกที่แพรขวัญรับรู้ได้หลังจากสติสัมปชัญญะเริ่มกลับคืนมา คือแรงสั่นสะเทือนเบาๆอย่างสม่ำเสมอของยานพาหนะที่กำลังเคลื่อนตัวเปลือกตาคู่สวยค่อยๆขยับเปิดขึ้นอย่างเชื่องช้า ภาพตรงหน้าที่พร่ามัวค่อยๆปรับโฟกัสจนเห็นแผงอกกว้างที่สวมทับด้วยเสื้อเชิ้ตสีเข้มเด็กสาวขยับตัวเล็กน้อย ก่อนจะตระหนักได้ว่าตัวเองกำลังนอนหนุนตักและซบหน้าอยู่กับอกแกร่งของใครบางคน กลิ่นน้ำหอมยืนยันตัวตนของเจ้าของอ้อมกอดนี้ได้เป็นอย่างดี ทว่าสิ่งที่ทำให้เธอแปลกใจคือสัมผัสของเนื้อผ้าที่สวมใส่อยู่ ชุดเดรสถูกถอดออกไปแล้ว แทนที่ด้วยเสื้อยืดโอเวอร์ไซส์เนื้อนุ่มและกางเกงขาสั้นสวมสบาย"อืม คุณบรู๊ค" แพรขวัญงัวเงียเรียกชื่อเขา เสียงหวานแหบพร่าเล็กน้อยจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ "เรากำลังจะไปไหนกันคะ?"บรู๊คที่กำลังนั่งหลับตาพิงเบาะรถ ลืมตาขึ้นมาทันทีที่ได้ยินเสียงคนบนตัก ชายหนุ่มก้มลงมองใบหน้าจิ้มลิ้มที่กำลังทำตาปรือ ฝ่ามือหนาแกร่งเลื่อนขึ้นมาลูบกลุ่มผมนุ่มของเธออย่างทะนุถนอม"ตื่นแล้วเหรอ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยอย่างอ่อนโยน "ฉันกำลังจะพาเธอไปพักผ่อนที่บ้านพักตากอากาศน่ะ อยู่ที่คฤหาสน์เดี๋ยวก็มีคนมารบกวน ไปสูดอากาศบริสุทธิ์ซะหน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status