แชร์

- 6 - ตัวถ่วง

ผู้เขียน: เพียงเจ้าขา
last update วันที่เผยแพร่: 2026-08-07 15:11:12

"สวัสดีค่ะ เอ่อ สวัสดีค่ะพี่ๆทุกคน ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ"

แพรขวัญยกมือไหว้ทักทายทีมงานในสตูดิโออย่างเก้ๆกังๆ ใบหน้าหวานประดับด้วยรอยยิ้มเจื่อนเล็กน้อยด้วยความประหม่า 

เมื่อสองวันก่อนหลังจากที่ผู้ชายบ้าอำนาจคนนั้นยัดนามบัตรใส่มือ เธอแค่นึกสนุกและลองโทรไปตามเบอร์ที่ให้ไว้ 

ปรากฏว่าไม่ถึงชั่วโมงหลังจากนั้น เธอก็ได้รับคิวงานให้มาถ่ายแบบแฟชั่นเสื้อผ้าแบรนด์ดังคอลเลกชันใหม่ล่าสุดทันที ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วจนเธอตั้งตัวแทบไม่ทัน

"ต๊ายตาย! น้องแพรขวัญใช่ไหมลูก!"

เสียงแหลมปรี๊ดของเจ๊เหมยผู้จัดการโมเดลลิ่งชื่อดังระดับประเทศดังขึ้น ก่อนที่เจ้าตัวจะรีบวิ่งถลาเข้ามาหาเด็กสาวราวกับเห็นทองคำเดินได้ 

เจ๊เหมยคว้าหมับเข้าที่มือของแพรขวัญแล้วลูบคลำอย่างประคบประหงม แววตาเต็มไปด้วยความเอาใจใส่ขั้นสุด 

เพราะคนวงในอย่างเจ๊เหมยรู้ดีกว่าใคร ว่าเด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้มคนนี้ไม่ใช่เด็กกะโปโลธรรมดา แต่เป็นถึงคนที่คุณบรู๊คเอ่ยปากฝากฝังมาด้วยตัวเอง

"สวัสดีค่ะเจ๊เหมย แพรขวัญค่ะ"

"อุ๊ย ไม่ต้องไหว้ลูกไม่ต้องไหว้ มาๆๆ เข้ามาข้างในเลยค่ะ วันนี้หนูแพรของเจ๊ต้องสวยที่สุด เริ่ดที่สุด! เจ๊เตรียมช่างแต่งหน้าคิวทองไว้ให้หนูแล้ว ไปเปลี่ยนชุดที่ห้องแต่งตัววีไอพีกันเลยค่ะลูก" 

เจ๊เหมยพูดรัวเร็วแทบไม่เว้นจังหวะหายใจ ก่อนจะดันหลังเด็กสาวให้เดินตามเข้าไปด้านในสตูดิโอ

เมื่อประตูห้องแต่งตัวถูกผลักออก แพรขวัญก็ต้องชะงักฝีเท้า เมื่อพบว่าภายในห้องมีใครบางคนนั่งไขว่ห้างอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ก่อนแล้ว

ลิเดียดาราสาวและนางแบบระดับท็อปของวงการ ใบหน้าสวยเฉี่ยวที่ถูกแต่งแต้มอย่างประณีตหันขวับมามองผู้มาใหม่ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันทันทีเมื่อเห็นชุดธรรมดาๆและท่าทางเด๋อด๋าของแพรขวัญ

"นี่มันอะไรกันคะเจ๊เหมย!" ลิเดียตบโต๊ะเครื่องแป้งดังปัง ลุกพรวดขึ้นยืนด้วยความไม่พอใจ 

"ทำไมถึงปล่อยให้เด็กโนเนมที่ไหนก็ไม่รู้ เข้ามาใช้ห้องแต่งตัวเดียวกับลิเดียคะ ลิเดียบอกแล้วไงว่าลิเดียต้องการความเป็นส่วนตัว ทีมงานไม่ได้บรีฟกันหรือไง"

"เอ่อ คือว่า..." 

แพรขวัญหน้าเสีย กำลังจะเอ่ยปากขอโทษและถอยออกไปเพื่อไม่ให้มีปัญหา แต่เจ๊เหมยกลับรีบดึงแขนเธอไว้แน่น

เจ๊เหมยรีบเดินเข้าไปใกล้ลิเดีย ป้องปากกระซิบกระซาบด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน 

"ใจเย็นๆก่อนสิแม่ลิเดีย เด็กคนนี้ไม่ได้มาเล่นๆนะ คุณบรู๊คเขาฝากฝังมาเองกับมือเลย เจ๊ขัดไม่ได้จริงๆ"

ชื่อของบรู๊คทำเอาลิเดียถึงกับชะงักกึก ดวงตาเฉี่ยวเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย มือที่ท้าวเอวอยู่กำเข้าหากันแน่นจนเล็บแทบจิกเข้าเนื้อ 

เธอแอบชอบบรู๊คมาตั้งแต่เข้าวงการ พยายามเสนอตัวเข้าหาเขาทุกวิถีทาง แต่เขากลับเย็นชาและไม่เคยชายตามองเธอเลยสักครั้ง แล้วยัยเด็กนี่มันเป็นใคร ทำไมบรู๊คถึงต้องออกโรงฝากฝังให้มันได้งานดีๆแบบนี้ด้วย

แม้ในใจจะร้อนรุ่มไปด้วยความริษยาและโกรธแค้น แต่ลิเดียก็ฉลาดพอที่จะไม่โวยวายออกหน้าออกตา 

ดาราสาวสูดลมหายใจเข้าลึก ปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติ ก่อนจะเหยียดยิ้มเย็นชาส่งให้แพรขวัญ

"อ๋อ... เด็กเส้นนี่เอง ก็ได้ค่ะ เจ๊เหมยเห็นว่าสำคัญนัก ลิเดียก็จะยอมแบ่งห้องให้ใช้ด้วยก็ได้ หวังว่าจะทำงานเป็นนะคะ ไม่ใช่มาเป็นตัวถ่วงคนอื่น"

"แพรจะตั้งใจทำงานให้ดีที่สุดค่ะ ขอบคุณนะคะคุณลิเดีย" 

แพรขวัญตอบกลับอย่างสุภาพ แม้จะสัมผัสได้ถึงรังสีความเกลียดชังที่แผ่ออกมาจากอีกฝ่ายก็ตามบ

รรยากาศการถ่ายแบบในช่วงเช้าเริ่มต้นขึ้นด้วยคอนเซปต์ถ่ายคู่ระหว่างลิเดียและแพรขวัญ ทว่ามันกลับกลายเป็นฝันร้ายของเด็กสาวอย่างแท้จริง

"น้องแพรครับ ขยับซ้ายนิดนึงครับ เอ๊ะ! บังไฟมิดเลย ขยับมาด้านหน้าหน่อยครับ!" ผู้กำกับภาพตะโกนสั่งเสียงเข้ม

แพรขวัญพยายามก้าวขยับตามที่บอก แต่จู่ๆลิเดียก็แกล้งสะบัดชายกระโปรงฟูฟ่องของตัวเองมาเหยียบทับปลายรองเท้าของเธอเอาไว้ ทำให้แพรขวัญเสียหลักเซถลาจนหลุดเฟรมกล้อง

"ว้าย! ขอโทษทีค่ะน้องแพร พี่ไม่ได้ตั้งใจ" ลิเดียแกล้งอุทานเอามือทาบอก แต่แววตากลับเยาะเย้ยอย่างเห็นได้ชัด

"คัต! น้องแพรครับ ทำไมจังหวะไม่ได้เลย อินเนอร์ก็แข็งไปหมด นี่เรากำลังถ่ายแฟชั่นไฮเอนด์นะครับ ไม่ใช่ถ่ายแคตตาล็อกเสื้อผ้าตลาดนัด! โฟกัสหน่อยสิครับ!"

เสียงผู้กำกับบ่นอย่างหัวเสีย แพรขวัญหน้าเจื่อน เม้มริมฝีปากแน่น 

"ขอโทษค่ะ แพรจะทำให้ดีกว่านี้ค่ะ"

ตลอดการถ่ายทำ ลิเดียสรรหาวิธีสารพัดมาแกล้งแพรขวัญอย่างแนบเนียน 

ทั้งจงใจเดินบังกล้อง แอบหยิกที่เอวตอนโพสท่าคู่ หรือแม้แต่ขยับตัวจังหวะสับขาหลอกให้แพรขวัญดูเป็นคนเงอะงะในสายตาทีมงาน ทุกอย่างทำให้เด็กสาวโดนต่อว่าครั้งแล้วครั้งเล่าจนสูญเสียความมั่นใจ

"พักกองสิบห้านาที! น้องแพรไปสงบสติอารมณ์แล้วเรียกสมาธิกลับมาให้ได้นะครับ ไม่งั้นงานนี้เราคงถ่ายกันไม่เสร็จแน่!"

คำสั่งพักกองดังขึ้น แพรขวัญรีบก้มหัวขอโทษทีมงานทุกคน ก่อนจะเดินปลีกตัวหลบเข้าไปในห้องน้ำด้วยความรู้สึกกดดันจนแทบจะร้องไห้

เด็กสาวเปิดก๊อกน้ำ วักน้ำเย็นเฉียบขึ้นล้างมือเพื่อเรียกสติ มองเงาตัวเองในกระจกแล้วถอนหายใจยาว

"แกทำได้ยัยแพร แกเคยถ่ายแบบมาตั้งเยอะแยะ แค่สเกลงานมันใหญ่ขึ้น แกต้องสู้สิ อย่าให้ยัยป้าลิเดียนั่นมาข่มแกได้เด็ดขาด" 

เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พึมพำให้กำลังใจตัวเอง แม้จะรู้ดีว่าการรับมือกับมาสเตอร์พีซแห่งการเสแสร้งอย่างลิเดียมันไม่ง่ายเลย

ในขณะเดียวกัน ที่โซนพักผ่อนหน้าเซ็ตถ่ายทำ

ลิเดียกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ผ้าใบตัวใหญ่ จิบน้ำแร่บริสุทธิ์จากหลอดที่ผู้ช่วยยื่นให้พลางให้ช่างแต่งหน้าคอยซับหน้าอย่างสบายใจ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏบนริมฝีปากสีแดงสดเมื่อนึกถึงสภาพดูไม่จืดของยัยเด็กเส้นคนนั้น

แต่แล้วจู่ๆบรรยากาศจอแจภายในสตูดิโอก็เงียบกริบลงอย่างกะทันหัน ราวกับมีใครมากดปุ่มปิดเสียง

เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นดังเป็นจังหวะหนักแน่นและทรงอำนาจ ร่างสูงใหญ่กำยำของบรู๊คก้าวเดินเข้ามาภายในสตูดิโอพร้อมกับบอดี้การ์ดชุดดำอีกสองคนที่เดินขนาบข้าง 

แววตาคมกริบกวาดมองไปรอบๆ แผ่รังสีความกดดันและน่าเกรงขามจนทีมงานหลายคนถึงกับต้องกลั้นหายใจ

ลิเดียหันไปมอง พอเห็นว่าเป็นใคร ดวงตาของเธอก็เบิกกว้างด้วยความดีใจสุดขีด ดาราสาวรีบผุดลุกขึ้นยืน สะบัดมือช่างแต่งหน้าออก แล้ววิ่งถลาเข้าไปหามาเฟียหนุ่มทันที

"คุณบรู๊คขาาา"

ลิเดียส่งเสียงหวานหยดย้อย ปรี่เข้าไปเกาะแขนแกร่งของเขาอย่างถือวิสาสะ 

"คุณมาหาลิเดียถึงกองถ่ายเลยเหรอคะ ลิเดียดีใจจังเลยค่ะ วันนี้ลิเดียถ่ายแบบเหนื่อยมากเลย คุณมาให้กำลังใจลิเดียใช่ไหมคะ?"

บรู๊คปรายตามองมือที่เกาะกุมแขนเขาอยู่ด้วยสายตาเย็นเยียบขั้นสุด คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นโบ ร่างสูงสะบัดแขนออกอย่างแรงจนลิเดียเซถอยหลังไปหลายก้าว

"อย่ามาจับ มันเกะกะ" 

น้ำเสียงทุ้มต่ำตวัดห้วนอย่างไร้เยื่อใย ทำเอาลิเดียหน้าม้าน อับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนีต่อหน้าทีมงานนับสิบชีวิต

ชายหนุ่มไม่สนใจดาราสาวอีก เขาตวัดสายตามองหาผู้จัดการโมเดลลิ่งทันที

"เจ๊เหมย"

"ขะ... ขา! มาแล้วค่าคุณบรู๊ค" เจ๊เหมยรีบวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหา มือไม้สั่นไปหมด

"แพรขวัญอยู่ไหน?" บรู๊คถามเข้าประเด็นทันทีโดยไม่อ้อมค้อม

ผู้กำกับภาพที่ยืนอยู่ใกล้ๆรีบเดินเข้ามาสมทบ ด้วยความไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง เขาจึงเผลอบ่นออกมาตามตรง 

"น้องแพรเข้าไปพักในห้องน้ำครับคุณบรู๊ค เฮ้อ วันนี้น้องเขาทำงานพลาดบ่อยมากเลยครับ จังหวะไม่ได้เลย ผมล่ะปวดหัวจริงๆ"

ได้ยินดังนั้น นัยน์ตาของมาเฟียหนุ่มก็หรี่ลงอย่างจับผิด เขามองหางตาไปยังผู้กำกับ น้ำเสียงเย็นชาเอ่ยทวนคำพูดนั้นช้าๆชัดๆ

"หึ ทำพลาดงั้นเหรอ?"

จังหวะนั้นเอง แพรขวัญที่เพิ่งสงบสติอารมณ์เสร็จก็เดินผลักประตูห้องน้ำออกมาพอดี 

ทันทีที่เห็นร่างสูงใหญ่ของบรู๊คยืนเด่นเป็นสง่าอยู่กลางสตูดิโอ เด็กสาวก็ถึงกับเบิกตากว้าง สองเท้าชะงักกึกอยู่กับที่

เขามาทำอะไรที่นี่....

ใจหนึ่งก็แอบดีใจที่เห็นหน้าเขา แต่อีกใจก็เต็มไปด้วยความกังวล เพราะเธอเพิ่งจะถูกผู้กำกับด่ามาหมาดๆ ถ้าเขารู้ว่าเธอทำงานที่เขาอุตส่าห์ฝากฝังให้พังไม่เป็นท่า เขาต้องเยาะเย้ยเธอแน่ๆ

"ก็ใช่น่ะสิคะคุณบรู๊ค"

ลิเดียที่เพิ่งตั้งหลักได้ รีบฉวยโอกาสเดินเข้ามาแทรก หวังจะเหยียบย่ำแพรขวัญให้จมดิน 

"เด็กคนนี้ไม่มีความเป็นมืออาชีพเลยค่ะ ทำผิดพลาดตลอด ถ่ายคู่กันทีไรก็ทำให้ลิเดียเสียจังหวะไปด้วย ลิเดียเสียเวลามากเลยนะคะเนี่ย งานระดับนี้แท้ๆ แต่เอาคนไม่มีประสบการณ์มาทำ พังหมดค่ะ"

แพรขวัญเม้มริมฝีปากแน่น ก้มหน้าลงมองพื้นอย่างคนมีความผิด เธอรู้ตัวดีว่าวันนี้เธอทำได้ไม่ดี แต่เธอไม่ได้ตั้งใจจะให้มันออกมาเป็นแบบนี้เลย

บรู๊คมองท่าทางหงอยๆของยัยเด็กดื้อที่ปกติจะเถียงคำไม่ตกฟาก แล้วก็หันไปมองใบหน้าเสแสร้งของลิเดีย 

สมองอันเฉียบแหลมของเขาประมวลผลเรื่องราวทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว มุมปากหยักกระตุกยิ้มเยาะอย่างรู้ทัน

"เมื่อกี้... ถ่ายคู่กันใช่ไหม?" เขาหันไปถามเจ๊เหมยเสียงเรียบ

"ชะ... ใช่ค่ะ ถ่ายคู่กันค่ะคุณบรู๊ค" เจ๊เหมยตอบตะกุกตะกัก

"หึ" บรู๊คแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาดุดันฉายแววเฉียบขาด 

"เจ๊เหมย ไปเอาชุดในคอลเลกชันที่สวยที่สุด เด่นที่สุด และแพงที่สุดของเซ็ตนี้ มาให้แพรขวัญเปลี่ยนเดี๋ยวนี้"

คำสั่งนั้นทำเอาทุกคนในสตูถึงกับอ้าปากค้าง โดยเฉพาะลิเดียที่เบิกตากว้างราวกับเห็นผี

"ดะ เดี๋ยวสิคะคุณบรู๊ค! ชุดที่สวยที่สุดเซ็ตนั้นมันเป็นของลิเดียนะคะ ลิเดียต้องเป็นคนใส่ถ่ายเดี่ยวตอนปิดกล้อง" ดาราสาวโวยวายลั่น ลืมรักษาภาพพจน์นางเอกแสนดีไปชั่วขณะ

บรู๊คตวัดสายตาคมกริบหันไปมองลิเดีย รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาทำให้ดาราสาวถึงกับหุบปากฉับ ตัวสั่นงันงกด้วยความกลัวตายขึ้นมาจับใจ

"ฉันสั่งอะไรก็ทำตามนั้น แล้วต่อไปนี้ ให้แพรขวัญถ่ายเดี่ยว ไม่ต้องมีใครมาประกบเป็นตัวถ่วงอีก ใครมีปัญหาอะไรไหม?"

น้ำเสียงทรงอำนาจเอ่ยถามกวาดสายตามองไปรอบสตูดิโอ แน่นอนว่าไม่มีใครกล้าปริปากเถียงแม้แต่ครึ่งคำ ผู้กำกับภาพรีบพยักหน้ารัวๆ สั่งให้ทีมงานรีบจัดฉากใหม่ทันที

แพรขวัญยืนอึ้ง ทำอะไรไม่ถูก จนกระทั่งเจ๊เหมยรีบวิ่งมาดึงแขนเธอให้เข้าไปในห้องแต่งตัวเพื่อเปลี่ยนชุด

สิบห้านาทีต่อมา...

ร่างบางที่เคยสวมชุดธรรมดา ก้าวเดินออกมาจากห้องแต่งตัวด้วยชุดเดรสสีแดงสดเว้าหลังลึกที่ขับผิวขาวเนียนให้สว่างวาบราวกับมีออร่า 

ผมยาวถูกเซ็ตใหม่ให้ดูเปรี้ยวเฉี่ยวและทันสมัย การแต่งหน้าที่ถูกเน้นดวงตาให้ดูโฉบเฉี่ยวมั่นใจ ทำให้แพรขวัญดูเปลี่ยนไปราวกับคนละคน

เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ มองสบตากับบรู๊คที่กำลังยืนกอดอกพิงผนังมองเธออยู่ 

แววตาของเขาไม่ได้ดุดัน แต่กลับมีประกายความคาดหวังและท้าทายอยู่ในนั้น 

แพรขวัญเชิดหน้าขึ้น ความกดดันและประหม่าถูกโยนทิ้งไปจนหมดสิ้น เมื่อไม่ต้องคอยระแวงว่าจะถูกลิเดียกลั่นแกล้ง สัญชาตญาณนางแบบที่เคยสะสมมาก็ถูกปลดปล่อยออกมาเต็มที่

"พร้อมนะครับน้องแพร แอ็กชัน!"

แสงแฟลชสาดส่องรัวๆ แพรขวัญโพสท่าอย่างมั่นใจ ลื่นไหล และทรงพลัง 

อินเนอร์ที่สื่อออกมาทางสายตาและท่าทางเข้ากับคอนเซปต์ชุดหรูหราได้อย่างไร้ที่ติ 

เธอหมุนตัว จิกกล้อง ทิ้งสายตาอย่างเป็นธรรมชาติและสวยงามจนสะกดสายตาทุกคนในสตูดิโอ

"เพอร์เฟกต์ สวยมากครับน้องแพร มุมนี้ดีมาก! ขยับอีกนิดครับ เยี่ยม" ผู้กำกับภาพตะโกนชมไม่ขาดปาก รัวชัตเตอร์แทบไม่ทัน

ลิเดียที่ยืนดูอยู่รอบนอกถึงกับกัดฟันกรอด ริษยาจนแทบกระอักเลือด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากยืนมองเด็กโนเนมขโมยซีนตัวเองไปต่อหน้าต่อตา

เมื่อการถ่ายทำเดี่ยวอันแสนยอดเยี่ยมจบลง เสียงปรบมือจากทีมงานก็ดังเกรียวกราว

บรู๊คยืนมองผลงานของเด็กสาวด้วยรอยยิ้มมุมปากที่กว้างกว่าปกติ ชายหนุ่มก้าวเดินออกมายืนตรงกลางสตูดิโอ สายตาคมกริบกวาดมองทีมงานทุกคน ก่อนจะหยุดลงที่ใบหน้าซีดเผือดของลิเดีย

"ทีนี้คงจะรู้กันแล้วสินะ" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นดังกังวาน 

"ว่าก่อนหน้านี้ ที่งานมันพังและจังหวะมันเสีย เป็นเพราะใครที่ทำพลาด และเป็นตัวถ่วงกันแน่"

ประโยคนั้นตบหน้าลิเดียฉาดใหญ่จนชาไปทั้งแถบ ดาราสาวก้มหน้าหลบสายตาทีมงานที่เริ่มซุบซิบนินทา อับอายจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนี

บรู๊คไม่สนใจแม่ดาราสาวจอมเสแสร้งอีกต่อไป ร่างสูงใหญ่สาวเท้าเดินตรงเข้าไปหาแพรขวัญที่กำลังยืนหอบหายใจน้อยๆจากการโพสท่าอย่างต่อเนื่อง

เด็กสาวเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตากลมโตเป็นประกายสดใส แววตาเต็มไปด้วยความขอบคุณที่เขาเชื่อมั่นและมอบโอกาสนี้ให้เธอ

มาเฟียหนุ่มหยุดยืนประชิดตัวเธอจนได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆจากตัวหญิงสาว 

เขาโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดที่ข้างแก้มเนียน ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะเอื้อนเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่มีเพียงเธอคนเดียวที่ได้ยิน

"เก่งมาก แต่คราวหลังน่ะ..."

เขาเว้นจังหวะ เลื่อนหน้าเข้าไปใกล้ใบหูของเธอจนแพรขวัญขนลุก

"หัดสู้คนอื่นเขา ให้ได้สักครึ่งหนึ่งของที่เธอสู้ฉันหน่อยสิ... ยัยเด็กดื้อ"

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ในปกครองบรวิชทร์   - 25-ของขวัญปริศนา

    ช่วงเย็นรถคันหรูแล่นเข้ามาจอดเทียบที่หน้าคฤหาสน์อย่างนุ่มนวล ทันทีที่ประตูรถเปิดออก แพรขวัญก็ก้าวลงมาด้วยท่าทีร่าเริงผิดกับตอนเช้าลิบลับเด็กสาวในชุดเดรสสีขาวเดินกระโดดเหยงๆฮัมเพลงไปพลาง แกว่งแขนไปมาอย่างอารมณ์ดี หลังจากที่ได้ไปนั่งเล่นและป่วนในห้องทำงานของผู้นำมาเฟียมาทั้งวัน แถมยังได้กินของอร่อยระดับวีไอพีจนพุงกางบรู๊คก้าวตามลงมาติดๆ ชายหนุ่มล้วงกระเป๋ากางเกง มองแผ่นหลังเล็กที่กำลังเดินดุ๊กดิ๊กนำหน้าไปด้วยรอยยิ้มบางๆที่มุมปาก"อารมณ์ดีเชียวนะ" เสียงทุ้มเอ่ยแซวไล่หลัง"แน่นอนสิคะ! วันนี้หนูได้ไปเปิดหูเปิดตาตั้งเยอะ แถมยังได้ช่วยจับทุจริตด้วย ผลงานชิ้นโบแดงขนาดนี้ จะไม่ให้อารมณ์ดีได้ยังไงล่ะคะ" แพรขวัญหันกลับมาฉีกยิ้มกว้าง ยักคิ้วให้อย่างทะเล้นทว่าในจังหวะที่แพรขวัญกำลังจะก้าวเท้าเดินเข้าไปในโถงคฤหาสน์ แม่บ้านสาวคนหนึ่งก็เดินกึ่งวิ่งเข้ามาหาด้วยสีหน้าประหม่าเล็กน้อย ในมือถือกล่องพัสดุกล่องกระดาษสีน้ำตาลขนาดกลางเอาไว้"เอ่อ คุณแพรขวัญคะ" แม่บ้านเอ่ยเรียกเสียงสั่น "เมื่อสักครู่นี้ มีพัสดุมาส่งค่ะ จ่าหน้ากล่องถึงคุณแพรขวัญโดยตรงเลยค่ะ""พัสดุของแพรหรอคะ?" แพรขวัญขมวดคิ้วมุ่น หยุดเด

  • ในปกครองบรวิชทร์   - 24 -แก่จัง

    บรรยากาศภายในห้องทำงานชั้นบนสุดของเบรคคิงคาสิโนวันนี้ ช่างแตกต่างไปจากทุกวันอย่างสิ้นเชิงปกติแล้วห้องนี้มักจะอบอวลไปด้วยความตึงเครียด กลิ่นอายของความกดดัน และรังสีอำมหิตของผู้นำแก๊งที่ทำให้บรรดาลูกน้องต้องหายใจไม่ทั่วท้องทุกครั้งที่ก้าวเข้ามารายงานตัว แต่ทว่าวันนี้...ท่ามกลางกองเอกสารและตัวเลขผลกำไรมหาศาลบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ บรู๊คกลับนั่งเซ็นเอกสารด้วยใบหน้าที่ผ่อนคลาย มุมปากหยักลึกประดับด้วยรอยยิ้มจางๆอย่างที่ไม่มีใครเคยได้เห็นสาเหตุก็ไม่ใช่เรื่องอื่นไกล เป็นเพราะร่างบางของใครบางคนที่กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังตัวหรูฝั่งตรงข้ามแพรขวัญกำลังนั่งกินมาการองสีพาสเทลแก้มตุ่ย นิ้วเรียวเล็กกดหน้าจอสมาร์ตโฟนยิกๆรัวคอมโบในเกมมือถืออย่างเมามัน เสียงเอฟเฟกต์เกมดังแทรกขึ้นมาเป็นระยะในห้องทำงานที่เงียบสงบ แต่มันกลับไม่ได้ทำให้มาเฟียหนุ่มรู้สึกรำคาญเลยแม้แต่นิดเดียว ตรงกันข้าม เขากลับรู้สึกว่าห้องทำงานที่เคยกว้างใหญ่และอ้างว้าง บัดนี้มันมีชีวิตชีวาขึ้นมาอย่างน่าประหลาด"เยส! ชนะแล้ว!"เสียงใสเจื้อยแจ้วดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง แพรขวัญกดล็อกหน้าจอสมาร์ตโฟนหลังจากจบแมตช์ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นม

  • ในปกครองบรวิชทร์   - 23 - จุดอ่อน

    แสงแดดอ่อนๆยามเช้าตรู่สาดส่องเข้ามาภายในห้องนอนสุดหรู ร่างสูงของบรู๊คในชุดสูทสีเข้มสั่งตัดพอดีตัวยืนจัดเนกไทอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ ชายหนุ่มจัดการเซตผมที่เคยปล่อยปรกหน้าผากให้เสยขึ้นไปอย่างเนี้ยบกริบ คืนคราบผู้นำมาเฟียแห่งเบรคคิงผู้ทรงอำนาจและเยือกเย็นทว่าเมื่อนัยน์ตาคมกริบตวัดมองผ่านเงาสะท้อนในกระจก ไปยังเตียงคิงไซส์กลางห้อง แววตาดุดันกลับทอประกายอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัดบนเตียงกว้าง ร่างบางของแพรขวัญยังคงซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา หลับสนิทด้วยความอ่อนเพลียจากบทพิสูจน์ที่กินเวลาลากยาวไปค่อนคืน ใบหน้าจิ้มลิ้มยามหลับใหลดูไร้เดียงสา เส้นผมนุ่มสยายเต็มหมอนใบโต บรู๊คระบายยิ้มมุมปาก เขาหมุนตัวเดินตรงเข้าไปหาคนตัวเล็ก ค่อยๆทรุดตัวลงนั่งที่ขอบเตียงอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้เธอตื่นมือหนาแกร่งปัดปอยผมที่ปรกแก้มเนียนออกให้อย่างเบามือ ก่อนจะโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงไปประทับริมฝีปากลงบนพวงแก้มใสอย่างรักใคร่"ฉันจะไปทำงานก่อน." น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดใบหูเล็ก "อยู่บ้านก็อย่าดื้อล่ะ เข้าใจไหม ยัยตัวแสบ"ชายหนุ่มผละออก เตรียมจะลุกขึ้นยืน ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะหันหลังกลับ...หมับ!ฝ่ามือเล็กที่

  • ในปกครองบรวิชทร์   - 22 - เรียกชื่อฉันต่อไปสิ

    เสียงน้ำไหลจากก๊อกกระทบกับชามกระเบื้องดังก้องเบาๆในห้องครัวกว้างขวาง แพรขวัญนั่งห้อยขาอยู่บนเคาน์เตอร์หินอ่อน นัยน์ตากลมโตทอดมองแผ่นหลังกว้างของร่างสูงที่กำลังยืนล้างจานชามที่เธอเพิ่งกินเสร็จให้อย่างเงียบๆผู้นำมาเฟียแห่งแก๊งเบรคคิง... ผู้ชายที่มีลูกน้องนับร้อยนับพันคอยก้มหัวให้ แต่ตอนนี้เขากลับมายืนล้างจานให้เธอตอนตีสองเนี่ยนะ? ความรู้สึกบางอย่างก่อตัวขึ้นในใจจนเธอไม่อาจเก็บความสงสัยเอาไว้ได้อีกต่อไป"นี่... คุณบรู๊คคะ" แพรขวัญเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาดื้อๆบรู๊คปิดน้ำ รับจานใบสุดท้ายไปคว่ำลงบนชั้นพัก ท่าทีของเขาดูผ่อนคลายขณะหันกลับมามองเธอ "มีอะไร อิ่มจนจุกแล้วหรือไง""เปล่าค่ะ" เด็กสาวส่ายหน้าช้าๆ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด "หนูแค่สงสัย... ทำไมคุณถึงดีกับหนูขนาดนี้คะ?"ชายหนุ่มดึงผ้าขนหนูผืนเล็กมาเช็ดมือ นัยน์ตาสบเข้ากับดวงตากลมโต "ไม่ใช่ว่าฉันบอกเธอไปแล้วเหรอ แพรขวัญ""ไม่ใช่สิคะ" แพรขวัญรีบแย้ง ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันอย่างชั่งใจ "เรื่องที่คุณแม่ของหนูเคยช่วยคุณเอาไว้ มันก็เป็นเหตุผลส่วนหนึ่ง แต่ที่คุณดีกับหนูแบบนี้ ดูแลหนู ตามใจหนูแบบนี้ คือคุณไม่... คือ

  • ในปกครองบรวิชทร์   - 21 - อาจจะเกิดช้าไป

    กลิ่นยาฆ่าเชื้อและแอลกอฮอล์จางๆ ภายในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังไม่ได้ทำให้บรรยากาศดูน่าอึดอัดเท่ากับรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ของคนที่ยืนกอดอกพิงผนังอยู่มุมห้องหลังจากที่แพทย์เวรและพยาบาลช่วยกันทำแผล นำเศษแก้วที่บาดฝ่าเท้าออก และพันผ้าก๊อซให้แพรขวัญเสร็จเรียบร้อยด้วยความเกร็งสบรู๊คก็ไม่รอช้า ชายหนุ่มก้าวเข้ามาที่เตียงผู้ป่วย ก่อนจะตวัดวงแขนช้อนร่างบางขึ้นอุ้มในท่าเจ้าสาวอย่างง่ายดาย"ว้าย! คุณบรู๊ค! ทำอะไรคะ ปล่อยหนูลงนะ" แพรขวัญร้องอุทานเสียงหลง รีบตวัดแขนโอบรอบคอแกร่งตามสัญชาตญาณกันตก ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อจู่ๆก็ถูกอุ้มต่อหน้าหมอและพยาบาลที่ยืนหน้าเหวออยู่"อยู่เฉยๆ" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยสั่งเรียบๆแต่เด็ดขาด"หนูเดินเองได้ค่ะ แค่เศษแก้วบาด ไม่ได้ขาขาดสักหน่อย ปล่อยหนูลงเถอะนะคะ หนูอายคนอื่นเขา" แพรขวัญยังคงดิ้นขลุกขลัก พยายามประท้วงด้วยความเขินอาย ใบหน้าจิ้มลิ้มแดงซ่านไปถึงใบหูบรู๊คก้มลงมองยัยเด็กดื้อในอ้อมแขน นัยน์ตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวหรี่ลงเล็กน้อย "ฉันบอกให้เงียบ ถ้าเธอยังขืนดิ้นและส่งเสียงโวยวายอีก ฉันจะจูบปิดปากเธอโชว์หมอกับพยาบาลตรงนี้แหละ

  • ในปกครองบรวิชทร์   - 20 - เศษแก้ว

    "เป๊ะมาก สวยสับไม่หลับในเลยลูกสาวเจ๊ องศานี้แหละ ฟาดเรียบตั้งแต่หัวรันเวย์ยันหน้าประตูกระจก"เสียงของเจ๊เหมย ผู้จัดการส่วนตัวควบตำแหน่งสไตลิสต์กิตติมศักดิ์ดังขึ้นพร้อมกับเสียงปรบมือรัวๆ ร่างท้วมเดินวนรอบตัวแพรขวัญที่ตอนนี้อยู่ในชุดฟินาเล่สีแดงเพลิงขับผิวขาวจัดให้ดูโดดเด่นสะกดทุกสายตา หญิงสาวส่งยิ้มบางๆผ่านกระจกบานใหญ่พลางขยับเครื่องประดับที่คอให้เข้าที่"เจ๊ก็ชมเกินไปค่ะ แพรยังตื่นเต้นอยู่เลย มือเย็นไปหมดแล้วเนี่ย" แพรขวัญหัวเราะเบาๆ"ระดับแพรขวัญไม่มีคำว่าพลาดค่ะลูก วันนี้หนูคือควีน เข้าใจไหม? เชิดหน้าเข้าไว้"ท่ามกลางบรรยากาศชื่นมื่นในมุมแต่งตัวของวีไอพี อีกฟากหนึ่งของห้องพักนักแสดง สายตาแข็งกร้าวคู่หนึ่งกำลังจ้องมองมาอย่างไม่วางตา ลิเดียนางแบบรุ่นพี่ที่ถูกลดบทบาทลงไปเดินในเซ็ตธรรมดากำมือแน่นจนเล็บแทบจิกเข้าไปในเนื้อ เธอเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้ก่อนจะหันไปกระซิบกับมีนนางแบบรุ่นน้องลูกไล่ที่ยืนอยู่ข้างๆ"เห็นแล้วมันขัดหูลูกตาจริงๆ ทำตัวเป็นนางพญา ทั้งที่ก็แค่เด็กเส้นที่เพิ่งปีนขึ้นมาได้ไม่กี่วัน" ลิเดียแค่นเสียงเหยียดหยาม"นั่นสิคะพี่ลิเดีย มีนล่ะหมั่นไส้นังเด็กนี่เต็มทน ทำหน้าซื่อๆ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status