Masuk...เพราะความผิดพลาดในคืนนั้น ทำให้เธอต้องมาตกอยู่ในสภาพที่น่าสมเพช และต่ำต้อยอย่างเช่นตอนนี้ ...เขาเป็นลูกชายของผู้มีพระคุณ และยังเป็นผู้ปกครองของเธอในตอนนี้ด้วย แต่เธอกลับมีความรู้สึกที่ไม่ควรกับเขา แหกกฎข้อสำคัญของเขา ที่ว่า ‘ห้ามรักเด็ดขาด’ เขาจึงลงโทษเธอด้วยวิธีที่โหดร้ายและเลือดเย็นที่สุด ด้วยการให้มานั่งฟังเสียงครวญครางของเขากับหญิงอื่นที่กำลังเริงรักกัน มันทำให้เธอเจ็บปวดทรมาน เหมือนตายทั้งเป็น!
Lihat lebih banyak"แก้วมาถ่ายรูปกัน"
"อืม"
รอยยิ้มสดใสบนใบหน้าจิ้มลิ้มปรากฏ ริมฝีปากสีชมพูอ่อนเผยอออกเล็กน้อยให้เห็นฟันขาวสะอาดด้านใน เด็กสาวในชุดครุยสีแดงวิ่งเหยาะๆ เข้ามาหาเพื่อนที่นั่งอยู่โต๊ะหินอ่อน
ก้านแก้วส่งยิ้มหวานให้กล้องที่กำลังกดชัตเตอร์จนเกิดแสงแฟลชก่อนจะได้ภาพนิ่งตามอิริยาบถท่าทางของแต่ละคน เธอวางมือลงบนไหล่บางของเพื่อน ก้มใบหน้าลงมองรูปที่ถ่ายออกมาอย่างพึงพอใจ เห็นได้จากรอยยิ้มที่กว้างจนตาหยีนั้นแล้วพลอยทำให้คนมองใจสั่นยิ้มตาม
"เฮ้อ! จบแล้วเราก็ต้องถูกส่งไปเรียนต่อเมืองนอก ไม่อยากไปเลยอะ"
"ฟ้าไม่อยากไปเหรอ ทำไมไม่ลองคุยกับพ่อแม่ดูล่ะ"
"คิดว่าเราไม่คุยหรือไง เราพูดจนไม่รู้จะพูดยังไงแล้วแต่พวกท่านก็ไม่ยอมรับฟังเราเลยอะ เราเหนื่อยจะพูดแล้ว"
ฟ้าครามก้มใบหน้าลงวางสองมือที่ถือกล้องถ่ายรูปไว้บนหน้าตัก ยกมือขึ้นมาขยับแว่นตาเล็กน้อยก่อนจะเอียงใบหน้าหงอยไปซบบนไหล่เพื่อน
"อย่างน้อยฟ้าก็ยังมีพ่อแม่ให้คอยพูดคุย ดูอย่างเราสิไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพ่อแม่หน้าตาเป็นยังไง ท่านจะเป็นคนยังไงเรายังไม่เคยรู้เลยด้วยซ้ำ"
"แก้ว~ เราขอโทษนะที่ทำให้แก้วคิดมาก เราจะไม่พูดเรื่องนี้อีกแล้ว"
"บ้าน่า เราไม่ได้คิดมากสักหน่อย เราแค่จะบอกว่าฟ้าดีแล้วที่มีพ่อแม่อยู่เคียงข้าง และถึงเราจะไม่มีพ่อแม่แท้ๆ แต่เรา.. เรายังมีพี่ชาย มีคุณแม่โอลิเวียคุณพ่อเบรย์เดน แค่นี้เราก็ดีใจมากแล้ว"
"หือ~ เราต้องคิดถึงแก้วมากแน่ๆ เลย แล้วนี่แก้วจะไปเรียนต่อกรุงเทพตามที่คุณแม่โอลิเวียท่านบอกจริงๆ เหรอ"
"อื้ม เราจะเดินทางในอีกสองวัน ถึงตอนนั้นเราก็คงไปส่งฟ้าไปเมืองนอกไม่ได้แล้ว"
"ไม่เป็นไรเราโทรคุยกันได้นี่ เอาเบอร์ฟ้าไปถ้าไปถึงกรุงเทพแล้วแก้วซื้อโทรศัพท์ก็โทรหาฟ้าได้เลย"
ร่างเล็กควานมือเข้าไปในกระเป๋านักเรียนบนโต๊ะหินอ่อนหยิบสมุดเล่มเล็กออกมาวางด้านหน้า มือบางฉีกกระดาษมุมบนออกจากสมุดโน๊ตเล่มเล็กเขียนเบอร์ส่วนตัวลงไปก่อนจะส่งยื่นให้เพื่อน
"อื้ม เราจะโทรหาทันทีเลย แต่ขอคุณแม่เราซื้อโทรศัพท์ให้ก่อนนะ"
"เค เราจะรอสายจากแก้วนะ"
ก้านแก้วก้มลงมองตัวเลขสิบหลักในกระดาษ เธอยิ้มน้อยๆ ก่อนจะหย่อนมันเก็บลงในกระโปรงด้านในชุดครุย ดันตัวขึ้นจากเก้าอี้หินอ่อนเมื่อได้สัญญาณจากระฆังโรงเรียนเรียกรวมตัว
มือน้อยคว้าจับมือบางของเพื่อนมาจูงกันเดินเข้าไปรวมตัวกันในหอประชุมใหญ่ โดยที่วางกระเป๋าไว้ตามเดิมรวมกับเพื่อนคนอื่นๆ ที่ต่างทยอยกันเดินไปยังหอประชุมเช่นกัน
หลังพิธีการรับใบจบการศึกษาเสร็จสิ้น นักเรียนต่างทยอยกันกลับเข้าหอพักเตรียมตัวเพื่อกลับบ้านในวันรุ่งขึ้น โดยจะเหลือเพียงเด็กส่วนน้อยที่ยังคงพักอาศัยอยู่ในโรงเรียนเท่านั้น
โรงเรียนคริสต์หญิงล้วนในจังหวัดเหนือสุดของประเทศ ได้รับเลือกให้เป็นโรงเรียนที่ดีที่สุดเรื่องการอบรมมารยาทและกิริยา ด้วยทางโรงเรียนจะมีหอพักไว้สำหรับนักเรียนที่เข้ามาเรียนทำให้ทุกคนต่างได้รับการดูแลอบรมตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้าตรู่จนถึงหัวถึงหมอนในเวลาดึกทุกวันเท่าเทียมกัน
ทุกอย่างเป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนด ทางโรงเรียนจะรับเด็กที่ด้อยโอกาส หรือเด็กที่ไม่มีผู้ดูแลเข้ามาอยู่อาศัยประจำโดยจะมีผู้ใหญ่ใจบุญรับเป็นพ่อแม่บุญธรรมคอยส่งเสริมเพื่อเติมเต็มความอบอุ่นให้แก่เด็กๆ จนสำเร็จการศึกษา... และก้านแก้วเองก็เป็นหนึ่งในเด็กจำพวกนั้น
เธอถูกทิ้งไว้หน้าโรงเรียนเมื่อสิบแปดปีก่อน ทารกผิวขาวอมชมพูบอบบางราวกับเป็นลูกผู้ลากมากดีแต่กลับถูกทอดทิ้งไว้ตามลำพังในค่ำคืนอันเดียวดาย จนยามที่ตรวจตรามาเจอเข้าถึงได้นำเข้ามาในเขตโรงเรียน เด็กน้อยในวันวานเติบโตเป็นเด็กสาวรูปร่างบอบบางผิวขาวสุขภาพดี ดูผิวเผินแล้วเธอเหมือนตุ๊กตาเดินได้ซ้ำ
"แก้วมีคนมาหารออยู่ห้องปกครอง"
"อ๋อ... จ้า"
ก้านแก้วนิ่วคิ้วคิดครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มออกมา เธอจำได้ว่าคุณแม่โอลิเวียบอกว่าวันนี้จะมารับเธอเดินทางไปกรุงเทพพร้อมกัน เธอได้เตรียมตัวรอแล้วและได้เอ่ยร่ำลาผู้ดูแลเรียบร้อยแล้วด้วย
เด็กสาวกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปยังห้องปกครองที่มีใครบางคนรออยู่ เธอยังคงจำได้ว่าคุณแม่โอลิเวียเป็นคนอบอุ่นเพียงใด รอยยิ้มอบอุ่น กอดอุ่นๆ แถมยังรักเธอมากด้วย ทุกปีท่านจะมาหาเธอทุกสิ้นปีเพราะท่านบอกว่าเป็นวันหยุดยาวปีใหม่ ระหว่างเดือนก็มีโทรมาหาบ้างตามเวลาท่านว่าง แค่คิดว่าจะได้กอดร่างบางของคุณแม่ใจดีใจก็เต้นรัวตื่นเต้นเพราะปีที่แล้วท่านติดธุระมาหาเธอไม่ได้ แต่เธอก็เข้าใจท่านดีไม่ได้ติเตียนทั้งต่อหน้าและลับหลังสักนิด
เท้าเล็กก้าวเข้ามาด้านใต้อาคาร กวาดสายตามองหาคนที่ต้องการพบแต่ก็ยังไม่เจอใคร เธอเดินเข้าไปลึกด้านในอีกนิดก็ต้องยกมือขึ้นปิดจมูกไว้พลางนิ่วหน้าอย่างไม่ชอบใจเมื่อกลิ่นบุหรี่ไม่น่าพึงใจคละคลุ้งลอยเต็มอากาศ
"ในเขตโรงเรียนห้ามสูบบุหรี่นะคะ คุณไม่เห็นป้ายเหรอ"
"..."
ดวงตากลมโตจ้องมองแผ่นหลังกว้างนิ่งนิ้วเรียวเล็กชี้ไปยังด้านป้ายสัญลักษณ์ เธอไม่รู้ว่าเขาคนนั้นอ่านไม่ออกหรือมองไม่เห็นป้ายจริงๆ กันแน่ ร่างสูงกำยำของชายหนุ่มอัดแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อยังคงยืนหันหลังนิ่ง ควันขาวยังคงถูกสูบลอยขึ้นฟ้าราวกับไม่ได้ยินในสิ่งที่คนตัวเล็กบอกกล่าวก่อนหน้าเลย
"คุณคะหนูพูดกับคุณอยู่นะ"
"...น่าเบื่อฉิบ"
"...."
มือหนาโยนก้นบุหรี่ในมือลงบนพื้น ใช้เท้าหนักบดขยี้จนแหลกละเอียดแตกออกเป็นเศษ ค่อยๆ หมุนตัวหันกลับมามองเจ้าของเสียงหวานแต่น่ารำคาญด้านหลังด้วยใบหน้าตึงนิ่งไม่สบอารมณ์
เด็กสาวมองใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มด้านหน้าด้วยใจสั่นระรัว เธอไม่รู้ว่าอาการแบบนี้คืออะไรแต่ตอนนี้เหมือนหัวใจเธอจะเต้นแรงจนการหายใจติดขัด มองใบหน้าคมคายหล่อเหลาไม่ละสายตา
"หนูแก้ว อยู่นี่เองมัมตามหาตั้งนาน"
เสียงแหลมเรียกดึงสติเล็กน้อยให้ละสายตาออกจากใบหน้าคมคาย ก้านแก้วเอี้ยวตัวกลับมาด้านหลังเห็นผู้อุปการะยืนยิ้มส่งมาให้ถึงได้ก้มใบหน้าลงเก็บอารมณ์แปลกๆ ไว้ หมุนตัวหันกลับมาเดินเข้ามากอดเอวบางไว้
"คุณแม่"
"หื้ม... ไม่เจอกันปีเดียวโตเป็นสาวแล้วสวยเชียว"
"...."
"จะทำอะไรก็ทำเร็วๆ ผมมีธุระจะไปจัดการต่อ หรือไม่มัมก็เรียกให้ไอ้พอลให้มารับกลับแล้วกัน"
.
.
.
วันต่อมาร่างบางในชุดเดรสสีขาวสั้นเหนือเข่าขึ้นมาเล็กน้อยกับร่างสูงในชุดไปรเวทเสื้อยืดกางเกงยีนส์ก้าวเข้ามาด้านในตัวบ้านหลังใหญ่ โดยที่มือหนาจับตะกร้าผลไม้หลากหลายชนิดอยู่ พิไลสอดส่องสายตามองหาบุพการีที่ได้โทรแจ้งล่วงหน้าหลายวันว่าจะมาเยี่ยม แต่ยังคงมีเพียงความเงียบที่ปกคลุมรอบบ้าน รวมถึงเด็กรับใช้ที่ไม่มีออกมาเดินให้เห็น"มีอะไรหรือเปล่า""ไม่รู้สิคะ หนูโทรบอกคุณพ่อกับแม่ใหญ่แล้วนะคะว่าวันนี้จะมาหา"ริมฝีปากอิ่มยู่เล็กน้อยกวาดสายตามองเข้ามาด้านใน ก่อนจะได้ยินเสียงพูดคุยเสียงเบาจากด้านหลังบ้านค่อยๆ ดังขึ้นเรื่อยๆ จนมาหยุดอยู่ตรงหน้า พลันทำให้คนตัวเล็กยิ้มรับบนใบหน้าสวยหวานยกมือไหว้แม่ใหญ่ที่อุ้มน้องสาวตัวเล็กไว้ในอ้อมแขนมาพร้อมกับ...."คุณป้าสร?""อ้าวพิไลลูกมาแล้วเหรอ มาๆ มานั่งในห้องนั่งเล่นดีกว่า"สรยิ้มรับในขณะที่คนตัวเล็กข้างกายลูกชายยกมือไหว้อย่างอึ้งๆ นึกเอ็นดูความตกใจที่ปิดไม่มิดของเธอ แล้วเดินตามเจ้าบ้านเข้ามายังห้องรับแขกที่อยู่เยื้องออกไปทางด้านซ้ายมือ"คุณป้ารู้จักแม่ใหญ่ได้ยังไงคะ แล้วมาที่นี่ได้ยังไง""ไม่รู้สิ เข้าไปกันปล่อยให้ผู้ใหญ่รอนานไม่ดีนะ"มือหนาดันหลังบางให้เด
"ตั้งแต่.... ครั้งแรกของเรามั้ง"คนตัวสูงโน้มลงมากระซิบเสียงกระเส่าแหบพร่าข้างหูเล็กเล่นเอากายสาวเสียววาบท้องน้อยใจเต้นสั่นรัว พิไลหันหลบสายตาวางแนบพวงแก้มลงบนอกแกร่งลอบยิ้มเขินอาย มือเรียวถูกยกขึ้นมาวางบนหน้าท้องแกร่งขยุ้มเสื้อเชิ้ตสีเข้มเบาๆ "พิไล~...""คะ?""...."ร่างสูงดันตัวขึ้นพลิกกลับมาคร่อมร่างเล็กไว้อย่างนุ่มนวลเบามือ มือหนาสอดประสานกลุ่มผมนุ่มดกดำเบาๆ ใบหน้ากระชั้นชิดดวงหน้าเล็กห่างเพียงหนึ่งนิ้ว ลมหายใจร้อนเป่ารดแก้มนวลถี่ๆ ลอบกลืนน้ำลายเหนียวอึกใหญ่ลงคอ ลูกกระเดือกหนาขยับตัวตามจังหวะการเคลื่อนไหวช้าๆพีระหลุบตาลงจากดวงตากลมใสมองกลีบปากอวบอิ่มนุ่มนิ่มหอมหวานที่เขาชื่นชอบ โน้มตัวลงกดจูบละมุนสอดแทรกเรียวลิ้นเข้าหาความหอมหวานเกินห้ามใจมือหนาเลื่อนขึ้นมาสอดประสานกับมือเล็กไว้มั่นในขณะที่ยกตัวเองขึ้นเหนือร่างเล็กบดเบียดหน้าอกแข็งแรงเสียดสีกับหน้าอกอวบใหญ่ของคนใต้ร่างความนุ่มนวลเริ่มเร่าร้อนหนักหน่วงขึ้นตามอารมณ์กระสันที่จุดติดโหมกระหน่ำเข้าหา ชุดนอนตัวบางบนเรือนร่างเล็กถูกถลกขึ้นเหนือเอวคอด มือหนาสอดลูบไล้วนหน้าท้องแบนราบ ละริมฝีปากออกจากลีบปากอิ่มสีชมพูระเรื่อถูกบดจูบจนบวมเ
'ฮัล..'"แก้วชะ... กรี๊ด!!!"เคร้ง!!!เสียงหวานกรีดร้องออกมาสุดเสียงด้วยความตกใจหลังจากถูกกระชากเครื่องมือสื่อสารในมือออกด้วยความแรงจนลอยขึ้นไปอยู่ในมืออีกคน แจกันในมือเล็กหล่นลงบนพื้นห้องแตกละเอียดเศษเล็กเศษน้อยกระจายเต็มพื้นพีระจ้องมองรายชื่อบนหน้าจอนิ่งๆ ก่อนจะกดวางสายแล้วปรายตาลงมองคนตัวเล็กที่ทรุดตัวลงนั่งบนพื้นยกมือขึ้นปิดหูทั้งสองข้างไว้ ก้มหน้าเนื้อตัวสั่นเทา"ยะ... อย่าทำอะไรหนูเลยค่ะหนูฮึก.. หนูไม่มีอะไรจะให้ทั้งนั้น ไม่มีเงิน ไม่มีอะไรเลย ฮือ... ปล่อยหนูไปเถอะ"มือบางยกขึ้นมาพนมไหว้น้ำตาไหลพร่าอาบแก้มนวลด้วยความหวาดกลัวอาการของคนตัวเล็กทำให้ร่างสูงชะงักนิ่ง ก่อนจะพ่นลมหายใจเจือกลิ่นบุหรี่และแอลกอฮอล์ออกมาทางจมูกโด่ง หย่อนโทรศัพท์ลงในกระเป๋ากางเกงตัวเองแล้วเอื้อมมือกดเปิดไฟดวงใหญ่กลางห้อง ทำให้เกิดแสงสว่างขึ้นทั่วห้องคนตัวสูงหลุบตาลงมองคนบนพื้นอีกครั้งในขณะที่เธอก็ค่อยๆ แหงนหน้าขึ้นมาเช่นกันดวงตากลมพร่ามัวไปด้วยหยาดน้ำตาที่เกาะแพรวพราวขอบตาจนบดบังการมองเห็นทั้งหมด แต่เมื่อเห็นว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเป็นคนคุ้นเคยที่เคยเข้าออกห้องเธอบ่อยครั้งมากราวกับเป็นห้องตัวเองก็ไม่ปานเ
"พิไล"เสียงทุ้มคุ้นเคยตะโกนเรียกฉันจากทางด้านหลัง ทำให้ฉันต้องเอี้ยวหันกลับไปมองพร้อมกับเผยรอยยิ้มปกติบนใบหน้าอธีปเดินเข้ามาใกล้ในมือหนาถือเอกสารอะไรบางอย่าง ทำดวงตากลมโตต้องหลุบลงมองตามมือหนาแล้วดึงกลับขึ้นมองยังใบหน้าหล่อเหลาของเพื่อนชาย"เรามีเรื่องจะให้ช่วยหน่อยน่ะ ว่างใช่ป่ะ""ออ.. ได้สิ เรามีเรียนสิบโมงตอนนี้.... ครึ่งชั่วโมงได้ไหมอ่ะ""ได้ๆ เออ.. นั่งโต๊ะเดิมนะ""อืม" เสียงหวานตอบกลับก่อนจะเดินไปยังโต๊ะหินอ่อนโต๊ะเดิมที่ฉันชอบนั่งกับแก้ว แต่พอแก้วไม่อยู่ฉันเลยต้องไปรอบนห้องแทนนานๆ ครั้งถึงจะมานั่งครั้งหนึ่งร่างสูงของเพื่อนร่วมชั้นปีหย่อนตัวนั่งลงบนเก้าอี้อีกตัว คลี่เอกสารในมือเลื่อนมาตรงหน้าฉันแล้วยกมือขึ้นเท้าคาง "เราไม่ค่อยเข้าใจตรงนี้อธิบายให้ฟังหน่อยสิ""อธีป... ลืมไปหรือเปล่าว่าเราเรียนกันคนละสาขานะ""เรารู้ว่าพิไลเก่ง อีกอย่างอาจารย์บอกว่าบริหารการบัญชีเรียนไปแล้ว ลองดูก่อนดิ"ฉันพยักหน้าน้อยๆ ก่อนจะก้มลงหยิบเอกสารบนโต๊ะขึ้นมาจับไว้ ยกขึ้นในระดับสายตากวาดสายตาอ่านตัวอักษรในแผ่นกระดาษสีขาว มันใช่แบบที่อธีปบอกนั่นแหละ ถึงจะไม่ตรงล็อกทุกอย่างแต่ฉันเรียนเนื้อหาส่วนนี้ไปแ