Accueil / มาเฟีย / ในปกครองบรวิชทร์ / - 4 - ร้อยเดียวก็พอ

Partager

- 4 - ร้อยเดียวก็พอ

last update Date de publication: 2026-07-31 16:06:23

"นี่คุณ!"

แพรขวัญเบิกตากว้าง ตกใจจนเผลอร้องเสียงหลง ทันทีที่สมองประมวลผลได้ว่าผู้ชายร่างยักษ์ที่เพิ่งซัดนักเลงขี้เมาจนหมอบไปเมื่อครู่คือใคร 

สัญชาตญาณเอาตัวรอดก็สั่งให้ขาทั้งสองข้างก้าวถอยหลังเพื่อเตรียมจะวิ่งหนี แต่ทว่าความไวของเธอกลับเทียบไม่ได้เลยกับสัญชาตญาณของคนตรงหน้า

หมับ!

"อ๊ะ!"

ยังไม่ทันจะได้ก้าวหนีไปไหน ท่อนแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามก็ตวัดรวบเข้าที่เอวของเธออย่างรวดเร็วและหนักหน่วง 

บรู๊คออกแรงรั้งเพียงนิดเดียว ร่างบางที่สวมเพียงชุดเดรสสายเดี่ยวรัดรูปก็ปลิวหวือเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้าง

"ปล่อยหนูนะ จะทำบ้าอะไรของคุณเนี่ย" 

แพรขวัญแหวลั่น พยายามดิ้นรนขลุกขลักอยู่บในอ้อมแขนที่รัดแน่น มือเล็กกำหมัดทุบลงบนแผงอกกำยำของเขา แต่ดูเหมือนคนโดนตีจะไม่สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย เขายังคงยืนนิ่ง แถมยังก้มหน้าลงมาหาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน

ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นวิสกี้เป่ารดลงบนพวงแก้มใส บรู๊คหรี่ตามองปฏิกิริยาตื่นตระหนกของลูกแมวพยศในอ้อมแขน มุมปากหยักกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์

"ทำไมกลัวเหรอ?" 

น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอ่ยกระซิบชิดริมฝีปากบาง แววตาพราวระยับอย่างคนชอบใจที่ได้กลั่นแกล้ง

"ใครกลัว! หนูไม่ได้กลัวสักหน่อย ปล่อยเดี๋ยวนี้นะลุง!" 

แพรขวัญสู้สุดใจ เธอเชิดหน้าขึ้นเถียงฉอดๆทั้งที่ก้อนเนื้อในอกซ้ายกำลังเต้นกระหน่ำไม่เป็นจ่ังหวะ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะตกใจกับเหตุการณ์ชุลมุนเมื่อครู่ หรือเป็นเพราะความใกล้ชิดที่มากเกินพอดีในตอนนี้กันแน่

"ปากดีไม่เปลี่ยนเลยนะ" 

บรู๊คแค่นหัวเราะในลำคอ ไม่ยอมคลายอ้อมแขนออกแม้แต่นิดเดียว 

"เมื่อกี้ฉันเพิ่งจะออกโรงช่วยเธอให้รอดพ้นจากไอ้สวะนั่นแท้ๆ ไม่คิดจะขอบคุณกันสักคำเลยหรือไง มารยาทน่ะมีไหม"

"เหอะ" เด็กสาวแค่นเสียงขึ้นจมูกทันที ดวงตากลมโตตวัดค้อนขวับ 

"ทีวันก่อนหนูอุตส่าห์หิ้วปีกคุณที่เลือดอาบใกล้ตายไปทำแผลให้ถึงห้อง คุณยังไม่เห็นจะขอบคุณหนูสักคำเลย หายไปตั้งแต่ไก่โห่ ทิ้งไว้แต่ผ้าห่มพับเบี้ยวๆกับกลิ่นคาวเลือด"

ได้ยินแบบนั้น คิ้วเข้มของมาเฟียหนุ่มก็เลิกขึ้นเล็กน้อย เขาละมือข้างหนึ่งจากการกอดรัดเอวบาง เลื่อนขึ้นมาเชยคางมนของเธอให้เชิดขึ้นสบตากันตรงๆ ปลายนิ้วหยาบกร้านบีบคลึงปลายคางเล็กเบาๆอย่างหยอกล้อ

"ลืมอะไรไปหรือเปล่ายัยเด็กบ้า ว่าฉันให้เงินเธอไปตั้งสองพัน ค่าตอบแทนงามขนาดนั้น จะต้องให้ฉันกราบขอบคุณเธออีกหรือไง"

คำว่าสองพันทำเอาแพรขวัญถึงกับชะงัก ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นอย่างเถียงไม่ออก สมองหาทางเอาคืนผู้ชายปากร้ายตรงหน้า เขาคิดว่ามีเงินแล้วจะเอามาอ้างบุญคุณหรือข่มใครเมื่อไหร่ก็ได้งั้นสิ

เด็กสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ตัดสินใจทำในสิ่งที่แม้แต่บรู๊คเองก็คาดไม่ถึง 

มือเล็กล้วงเข้าไปในกระเป๋าผ้ากันเปื้อนเส้นเล็กที่คาดอยู่ตรงเอว ซึ่งเป็นกระเป๋าสำหรับใส่ทิปของลูกค้า เธอควานหาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบธนบัตรสีแดงออกมาหนึ่งใบถ้วน

แพรขวัญชูแบงก์ร้อยขึ้นมาตรงหน้าเขา ก่อนจะยัดมันใส่มือใหญ่ที่กำลังจับคางเธออยู่อย่างรวดเร็ว

"เอาไป" เธอประกาศกร้าว เชิดหน้าขึ้นอย่างทระนง 

"เมื่อกี้คุณช่วยหนูเอาไว้แค่ไม่ถึงหนึ่งนาทีด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นเอาไปร้อยเดียวก็พอ ส่วนเงินสองพันของคุณน่ะ มันเป็นค่าจ้างที่หนูยอมให้คุณหลบซ่อนตัวอยู่ในห้องตั้งทั้งคืน แถมยังทำแผลให้อีกต่างหาก ถือว่าแฟร์ๆ เจ๊ากันไปนะลุง"

แพรขวัญก็ฉวยจังหวะที่บรู๊คกำลังชะงักอึ้งกับแบงก์ร้อยในมือ ออกแรงผลักแผงอกกว้างสุดแรงเกิดจนร่างสูงเซถอยหลังไปครึ่งก้าว 

ร่างบางหลุดพ้นจากพันธนาการได้อย่างหวุดหวิด เธอไม่รอช้า รีบหมุนตัวสับขาวิ่งหนีหายเข้าไปในโซนหลังร้านอย่างรวดเร็ว

บรู๊คยืนนิ่งอยู่กับที่ ปล่อยให้เด็กสาววิ่งหนีไปโดยไม่ได้คิดจะตาม นัยน์ตาคมก้มลงมองธนบัตรสีแดงยับยู่ยี่ราคาหนึ่งร้อยบาทในมือสลับกับมองตามแผ่นหลังเล็กที่เพิ่งลับสายตาไป

เป็นครั้งแรกในชีวิตของผู้นำมาเฟียแห่งเบรคคิง ที่ถูกผู้หญิงยัดแบงก์ร้อยใส่มือเพื่อเป็นค่าตอบแทน

มุมปากที่มักจะเรียบตึงอยู่เสมอ ค่อยๆโค้งขึ้นจนกลายเป็นรอยยิ้มกว้าง รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความขบขันและถูกใจอย่างปิดไม่มิด

"ใจกล้าไม่เบานี่"

โซนพักพนักงานหลังร้าน

"โอ๊ย! หงุดหงิดๆๆ อีตาบ้าเอ๊ย คิดว่าตัวเองเป็นใคร มาทำรุ่มร่ามกอดเอวคนอื่นหน้าตาเฉย แถวทวงบุญคุณเก่งเป็นที่หนึ่ง"

แพรขวัญเดินกระแทกส้นเท้าปึงปังเข้ามาในห้องพักพนักงาน ปากก็บ่นอุบอิบก่นด่าผู้ชายร่างยักษ์คนนั้นไม่หยุดหย่อน 

มือเล็กยกขึ้นขยี้ผมที่ถูกมัดไว้อย่างดีจนหลุดลุ่ยไม่เป็นทรง ใบหน้าสวยหวานบูดบึ้งยับยู่ยี่ด้วยความโมโหปนอับอาย

"แพร! ยัยแพร! แกเป็นอะไรหรือเปล่า?"

เสียงเรียกหอบแฮกของวาโยดังขึ้น พร้อมกับร่างของเพื่อนสนิทที่วิ่งกระหืดกระหอบผลักประตูตามเข้ามา 

วาโยรีบปรี่เข้ามาจับไหล่เพื่อนสาวหมุนซ้ายหมุนขวาเพื่อสำรวจดูความเรียบร้อย 

"เมื่อกี้ฉันได้ยินพี่นุชบอกว่ามีคนตีกันหน้าร้าน แล้วแกโดนลูกหลง ฉันใจคอไม่ดีเลยวิ่งตามมาดูเนี่ย เป็นแผลตรงไหนไหม?"

"ฉันไม่เป็นไรหรอกยัยโย ไม่ได้เจ็บตรงไหน" แพรขวัญปัดมือเพื่อนออกเบาๆถอนหายใจเฮือกใหญ่ 

"แต่ฉันหงุดหงิด หงุดหงิดอีตาลุงโรคจิตนั่น"

"อีตาลุง? ลุงไหนวะ?" วาโยขมวดคิ้วงุนงง

"ก็อีตาลุงตัวโตๆ หน้าตาดุๆ ใส่เสื้อเชิ้ตสีดำนั่นไง ที่มีรอยสักที่คออ่ะ" แพรขวัญเท้าสะเอว เล่าด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว 

"วันก่อนฉันเล่าให้แกฟังใช่ไหม ที่ฉันบังเอิญไปเจอคนถูกยิงแล้วพาไปทำแผลที่หอเพื่อแลกกับเงินสองพันน่ะ ก็อีตาลุงนี่แหละ เมื่อกี้เขาโผล่มาช่วยฉันจากไอ้ขี้เมา แต่ดันมาทำฉวยโอกาสกอดเอวฉัน แถมยังทวงบุญคุณอีก ฉันเลยยัดแบงก์ร้อยใส่มือตัดรำคาญไปละ หมั่นไส้"

สิ้นคำบอกเล่าของเพื่อนรัก ดวงตาของวาโยก็เบิกกว้างขึ้น มือที่กำลังจับแขนแพรขวัญอยู่ถึงกับสั่นระริก ใบหน้าของเพื่อนสนิทซีดเผือดลงในพริบตา

"กะ แก แกบอกว่าผู้ชายตัวโตๆใส่เสื้อดำ หน้าดุๆ แถมมีแผลถูกยิง?" วาโยละล่ำละลักถาม เสียงสั่นเครือ 

"แกหมายถึงผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงบันได คนที่เหวี่ยงไอ้นักเลงนั่นปลิวไปชนโต๊ะใช่ไหม?"

"ก็ใช่น่ะสิ แกเห็นด้วยเหรอ หมอนั่นแหละ นิสัยเสียสุดๆ" แพรขวัญยังคงบ่นต่อโดยไม่ทันสังเกตสีหน้าของเพื่อน

"โอ๊ยยย ยัยแพร! แกบ้าไปแล้วเหรอ!" วาโยแทบจะยกมือขึ้นกุมขมับ ร้องโหยหวนออกมาเสียงหลง 

"แกให้แบงก์ร้อยเขาไปเนี่ยนะ แกใจเย็นๆ แล้วตั้งสติฟังฉันให้ดีนะยัยแพร ผู้ชายคนนั้นน่ะ ไม่ใช่ลุงโรคจิตที่ไหน แต่เขาคือคุณบรวิชทร์"

แพรขวัญขมวดคิ้วมุ่น เอียงคอถามอย่างไม่ค่อยใส่ใจนัก 

"บรวิชทร์? แล้วไงอ่ะ ชื่อบรวิชทร์แล้วต้องมีอภิสิทธิ์เหนือคนอื่นหรือไง ถึงได้มาทำรุ่มร่ามกับพนักงานแบบนี้"

"โอ๊ย! แกนี่มันไม่รู้อะไรเลยจริงๆ" วาโยแทบอยากจะทึ้งหัวตัวเอง 

"แกฟังนะ กเขาเป็นเพื่อนสนิทของคุณวาโร่ แถมไม่ได้เป็นแค่เพื่อนธรรมดานะเว่ย เขาเป็นถึงเจ้าของคาสิโนระดับประเทศ และที่สำคัญ... เขาเป็นผู้นำแก๊งเบรคคิง แก๊งมาเฟียที่ทรงอิทธิพลที่สุดในตอนนี้ไงเล่า!"

แพรขวัญชะงักไปนิดหนึ่งเมื่อได้ยินคำว่าเพื่อนเจ้าของร้าน แต่พอได้ยินประโยคหลังเธอก็หลุดขำพรืดออกมาทันที

"มาเฟีย? แก๊งเบรคคิง? ฮ่าๆๆ ยัยโย แกดูซีรีส์มาเฟียเยอะไปหรือเปล่าเนี่ย นี่มันยุค 5G แล้วนะแก ประเทศไทยมีมาเฟียคุมเมืองแบบในละครด้วยเหรอ บ้าบอไปแล้ว ไอ้เรื่องเพื่อนคุณวาโร่น่ะฉันพอเข้าใจ แต่มาฟงมาเฟียอะไรนั่น ไร้สาระน่า"

"ฉันไม่ได้ล้อเล่นนะ" วาโยเขย่าแขนเพื่อนแรงๆ สีหน้าจริงจังขั้นสุด 

"ทุกคนในวงการกลางคืนเขารู้จักกิตติศัพท์ของคุณบรู๊คกันทั้งนั้นแหละ เด็ดขาด โหดเหี้ยม ฆ่าคนไม่กะพริบตา แล้วนี่แกกล้าไปด่าเขาว่าลุง แถมยัดแบงก์ร้อยใส่หน้าเขาอีก ฉันบอกเลยนะแพร ถ้าเขาไม่พอใจแล้วสั่งลูกน้องมาเก็บแกขึ้นมา แกจะขำไม่ออก ดีไม่ดีเขาอาจจะสั่งปิดร้านคุณวาโร่ทิ้งเลยก็ได้"

คำขู่ที่ดูสมจริงและน้ำเสียงที่สั่นกลัวของวาโย ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของแพรขวัญค่อยๆเจื่อนลง ดวงตากลมโตกะพริบปริบๆมองหน้าเพื่อนรักอย่างสับสนปนงุนงง

"มะ ไม่หรอกมั้ง แกก็พูดเกินไป" แพรขวัญพึมพำเสียงแผ่วลง ความมั่นใจที่เคยมีเริ่มหดหาย

"ก็... ก็เขามาทำรุ่มร่ามกับฉันก่อนนี่นา ฉันก็แค่ป้องกันตัว อีกอย่าง เขาก็ดูไม่เห็นจะน่ากลัวขนาดนั้นเลย" 

แม้ในใจจะแอบยอมรับว่าแววตาเขาดุจนน่าขนลุกก็เถอะ 

วาโยถอนหายใจเฮือกใหญ่ มองเพื่อนสาวที่ยังคงทำหน้ามึนตึ้บด้วยความเป็นห่วง

"เอาเป็นว่าช่วงนี้แกก็พยายามหลบหน้าหลบตาเขาก็แล้วกัน อย่าไปต่อปากต่อคำอะไรอีก เข้าใจไหมยัยแพร ฉันล่ะปวดหัวกับความใจกล้าไม่ดูตาม้าตาเรือของแกจริงๆ"

แพรขวัญมองตามแผ่นหลังของเพื่อนที่เดินส่ายหัวออกไปจากห้องอย่างงุนงง เด็กสาวยกมือขึ้นเกาหัวตัวเองแกรกๆก่อนจะพรูลมหายใจออกมายาวเหยียด

"เจ้าของคาสิโน? มาเฟีย? บ้าบอน่า ลุงนั่นเนี่ยนะ?" 

เธอพึมพำกับตัวเองเบาๆ แม้ปากจะบอกว่าไม่เชื่อ แต่ในใจลึกๆกลับรู้สึกชาวาบแปลกๆขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

โซน VIP ชั้นลอย

ความวุ่นวายบริเวณชั้นล่างเริ่มสงบลงแล้ว พนักงานรักษาความปลอดภัยจัดการเคลียร์พื้นที่และนำตัวผู้ก่อเหตุออกไปนอกร้านอย่างรวดเร็ว เสียงเพลงในผับกลับมาดังกระหึ่มอีกครั้ง นักท่องเที่ยวก็กลับมาสนุกสนานกันต่อราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

บรู๊คเดินกลับมาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาที่มุมวีไอพี ร่างสูงเอนหลังพิงพนักอย่างผ่อนคลาย 

นิ้วเรียวยาวคีบธนบัตรสีแดงราคาหนึ่งร้อยบาทที่ได้มาจากเด็กสาวเมื่อครู่ พลิกหมุนไปมาเล่นด้วยท่าทีสบายๆ นัยน์ตาจับจ้องไปที่ลวดลายบนธนบัตรราวกับมันเป็นของล้ำค่าหายาก

ไม่นานนัก วาโร่กับคีรินก็เดินกลับมาที่โต๊ะ หลังจากไปจัดการสะสางปัญหาหลังร้านจนเรียบร้อย

"ไอ้พวกเวรนั่นวอนหาที่ตายแท้ๆ ดีนะที่กูให้คนกระทืบสั่งสอนไปพอหอมปากหอมคอ ไม่งั้นร้านกูเละกว่านี้แน่" 

วาโร่บ่นกระปอดกระแปดขณะทิ้งตัวลงนั่ง คว้าแก้วเหล้าขึ้นมากระดกรวดเดียวหมด

คีรินที่ทิ้งตัวลงนั่งข้างๆไม่ได้สนใจคำบ่นของวาโร่ แต่สายตากลับพุ่งเป้าไปที่เพื่อนสนิทที่กำลังนั่งยิ้มมุมปาก หมุนแบงก์ร้อยเล่นอยู่ในมือ

"แหมก็นึกว่ามึงจะนั่งเป็นพระอิฐพระปูนไม่สนโลก ที่ไหนได้ พอมีเรื่องปุ๊บ พุ่งหลาวลงไปไวยิ่งกว่ารถซูเปอร์คาร์กูอีกนะไอ้บรู๊ค" คีรินเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงกวนประสาท ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ 

"กูเห็นนะ ตอนมึงลงไปบีบคอไอ้ขี้เมานั่น แล้วรวบเอวน้องแพรเข้ามากอดน่ะ คุยอะไรกับเด็กร้านไอ้วาว่ะ ท่าทางดุเดือดเชียว"

วาโร่ที่เพิ่งวางแก้วเหล้าลง หันขวับมามองทันที คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเมื่อสายตาปะทะเข้ากับสิ่งของในมือเพื่อนรัก

"เดี๋ยวๆๆ นั่นเงินอะไรวะ?" วาโร่ชี้นิ้วไปที่ธนบัตรสีแดง 

"แบงก์ร้อย? คนอย่างมึงเนี่ยนะ พกแบงก์สีแดงด้วยเหรอวะ กูจำได้ว่ามึงพกแต่แบล็คการ์ดกับแบงก์พันเป็นปึกๆ ไม่ใช่เหรอ?"

บรู๊คละสายตาจากธนบัตรในมือ เงยหน้าขึ้นมองเพื่อนสนิททั้งสองคนที่กำลังทำหน้าตาอยากรู้อยากเห็น

ชายหนุ่มไม่ได้มีท่าทีเขินอายหรือปฏิเสธ เขาเพียงแค่กระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก นัยน์ตาคมพราวระยับอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก

"อืม กูไม่ได้พกหรอก"

บรู๊คตอบเสียงเรียบ ก่อนจะสอดแบงก์ร้อยใบนั้นเข้าไปเก็บในกระเป๋าเสื้อเชิ้ตตรงตำแหน่งหน้าอกซ้ายอย่างทะนุถนอมราวกับมันเป็นเช็คเงินสดมูลค่าหลายล้าน

"เด็กร้านมึงให้ทิปกูมา"

"หา!?" คีรินและวาโร่อุทานออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย

มาเฟียหนุ่มยกแก้ววิสกี้ของตัวเองขึ้นจรดริมฝีปาก รสชาติขมปร่าบาดคอกลับรู้สึกหวานล้ำขึ้นมาอย่างประหลาด เขาปรายตามองเพื่อนทั้งสองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจ

"ใจกล้าชิบหายยัยเด็กนั่น"

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ในปกครองบรวิชทร์   - 40 - จบบริบูรณ์

    แสงแฟลชจากกล้องถ่ายภาพหลายสิบตัวสว่างวาบขึ้นอย่างต่อเนื่องแข่งกับแสงไฟสปอตไลต์บนรันเวย์ เสียงดนตรีบีทหนักๆ เร้าอารมณ์ดังก้องไปทั่วทั้งฮอลล์จัดแสดงงานแฟชั่นโชว์คอลเลกชันใหม่ล่าสุดของแบรนด์เสื้อผ้าชั้นนำระดับประเทศท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่จับจ้องไปยังเวที มีเพียงสายตาคมกริบคู่เดียวที่ทอดมองร่างระหงตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งและเปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจบรู๊คในชุดสูทสั่งตัดพอดีตัว ยืนล้วงกระเป๋ากางเกงอยู่บริเวณโซนวีไอพีด้านหน้าสุด แววตาทอประกายอ่อนโยนและหลงใหลอย่างปิดไม่มิด ขณะจดจ้องร่างของแพรขวัญที่กำลังเดินเฉิดฉายอยู่บนรันเวย์เด็กสาวในชุดเดรสยาวแหวกข้างสีแดงเพลิงขับผิวขาวผ่องให้ดูโดดเด่นสะกดทุกสายตา ท่วงท่าการเดินที่มั่นใจ จังหวะการหมุนตัวที่ไร้ที่ติ และสายตาจิกกล้องที่ทรงพลังราวกับนางพญา ทำเอาผู้นำมาเฟียแห่งแก๊งเบรคคิงถึงกับเผลอยกยิ้มมุมปากออกมาอย่างลืมตัวผู้หญิงของเขา... เติบโตและเปล่งประกายได้อย่างงดงามเหลือเกินทว่ารอยยิ้มละมุนบนใบหน้าหล่อเหลากลับต้องสะดุดลง เมื่อหูที่ไวต่อประสาทสัมผัสของเขา บังเอิญไปได้ยินบทสนทนาของกลุ่มชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก ซึ่งดูจากป้ายห้อยคอแล

  • ในปกครองบรวิชทร์   -39-ฉันเนรมิตทุกอย่างให้เธอได้

    บรรยากาศภายในคฤหาสน์ตลอดหลายวันที่ผ่านมา อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความหวานเลี่ยนจนมดแทบจะขึ้นกำแพงนับตั้งแต่บรู๊คพาแพรขวัญกลับมาพักฟื้นที่บ้าน ผู้นำมาเฟียที่เคยดุดัน เยือกเย็น และเอาแต่นั่งหน้าเครียดอยู่กับกองเอกสาร ก็เปลี่ยนโหมดกลายเป็นคนคลั่งรักชนิดที่ว่าหน้ามือเป็นหลังมือ เขาแทบจะไม่ยอมให้ปลายเท้าของเด็กสาวแตะพื้น หากเธอจะเดินไปไหน ชายหนุ่มเป็นต้องถลาเข้าไปช้อนอุ้ม แบกขึ้นหลัง หรือไม่ก็ประคองเดิน"คุณบรู๊คคะ หนูแค่จะเดินไปหยิบน้ำเปล่าตรงตู้เย็นเองนะคะ ไม่ได้จะไปปีนเขาเอเวอเรสต์ ปล่อยหนูเดินเองเถอะค่ะ" แพรขวัญโวยวายเสียงหลง ขณะถูกวงแขนแกร่งตวัดรวบเอวช้อนตัวลอยวืดขึ้นจากพื้นอีกครั้ง"แผลผ่าตัดเธอยังไม่หายดีร้อยเปอร์เซ็นต์ อย่าดื้อสิ" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยอย่างเอาแต่ใจ นัยน์ตาคมกริบทอดมองใบหน้าหวานด้วยความห่วงใย"อยากได้อะไรก็บอกสิ จะเดินไปเดินมาให้เหนื่อยทำไม หรือถ้าอยากเดินจริงๆ เดี๋ยวฉันอุ้มไปส่งหน้าตู้เย็นเอง""โอ๊ย คุณบรู๊คมันเวอร์ไปแล้วนะคะ"ภาพของมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่ที่กำลังทำตัวเป็นพ่อบ้านใจกล้าที่กล้าเฉพาะกับศัตรู แต่ยอมเมียทุกอย่าง ทำเอาบรรดาลูกน้องชุดดำที่ยืนเฝ้าอยู่ตามจุดต่างๆ

  • ในปกครองบรวิชทร์   -38 - แพ้เด็กเข้าเต็มๆ

    กลิ่นยาฆ่าเชื้อที่ลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศ ไม่ได้ช่วยให้ความรู้สึกปั่นป่วนในช่องท้องของบรู๊คทุเลาลงเลยแม้แต่น้อย ร่างสูงทรุดตัวลงนั่งประสานมืออยู่บนม้านั่งหน้าห้องผ่าตัดฉุกเฉิน เสื้อเชิ้ตสีขาวที่เคยสะอาดสะอ้านบัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดสีแดงฉานที่เริ่มแห้งกรัง เลือดของคนที่เขารักเท่าชีวิตปลายนิ้วหยาบกร้านสั่นเทาขณะล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง หยิบเข็มกลัดผีเสื้อคริสตัลที่เปื้อนคราบเลือดออกมาเกาะกุมไว้แน่น นัยน์ตาที่เคยมืดมิดและแข็งกร้าว บัดนี้แดงก่ำและสั่นไหวอย่างรุนแรง ภาพของแม่แพรขวัญที่เคยช่วยชีวิตเขาไว้ในอดีต ซ้อนทับกับภาพของเด็กสาวที่นอนจมกองเลือดอยู่ในอ้อมแขนของเขาวนเวียนซ้ำไปซ้ำมาทั้งที่ให้คำสาบานไว้แล้วว่าจะปกป้องเธอด้วยทุกสิ่งที่มี แต่สุดท้าย เขากลับเป็นต้นเหตุที่ทำให้เธอต้องมาเจ็บตัวปางตายแบบนี้ น้ำตาลูกผู้ชายที่พยายามสะกดกลั้นรื้นขึ้นมาจนขอบตาร้อนผ่าว ความรู้สึกผิดกัดกินก้อนเนื้อในอกซ้ายจนแทบแหลกสลายติ๊ง!ไฟหน้าห้องผ่าตัดที่สว่างวาบมาหลายชั่วโมงดับลง พร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักออก บรู๊คผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พุ่งตัวเข้าไปหาศัลยแพทย์วัยกลางคนด้วยความรวดเร็ว"เมียผมเป็

  • ในปกครองบรวิชทร์   - 37-อย่าทำเธอ

    เวลาแห่งความสุขมักจะโบยบินผ่านไปอย่างรวดเร็วเสมอตลอดสามวันที่บ้านพักตากอากาศริมทะเล แพรขวัญได้ใช้เวลาพักผ่อนและตักตวงความสุขอย่างเต็มที่ โดยมีผู้ชายที่ชื่อว่าบรู๊คคอยดูแลเอาใจใส่ไม่ห่าง ทุกการกระทำและทุกคำพูดของเขาช่วยลบล้างฝันร้ายที่เธอต้องเผชิญให้เลือนหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นที่สลักลึกอยู่ในหัวใจบ่ายวันนี้ รถคันหรูกำลังแล่นมุ่งหน้ากลับสู่เมือง แพรขวัญนั่งพิงซบอยู่กับลาดไหล่กว้างของมาเฟียหนุ่มบนเบาะหลังของรถ มือเล็กประสานเข้ากับฝ่ามือใหญ่ที่เกาะกุมเธอเอาไว้ไม่ยอมปล่อย"สามวันนี่ผ่านไปเร็วจังเลยนะคะ" แพรขวัญพึมพำเบาๆ เงยหน้าขึ้นมองเสี้ยวหน้าคมคาย "หนูยังอยากกินอาหารทะเลฝีมือเชฟที่คุณบรู๊คจ้างมาอยู่เลย อร่อยมาก"บรู๊คก้มลงมองคนขี้อ้อน รอยยิ้มบางๆ ประดับบนมุมปากหยักลึก "ถ้าชอบ ไว้งานที่คาสิโนซาลงเมื่อไหร่ ฉันจะพามาอีก หรือไม่ก็ย้ายเชฟคนนั้นไปเป็นพ่อครัวประจำที่คฤหาสน์ซะเลยดีไหม?""แหม สายเปย์เกินไปแล้วค่ะ แค่นี้หนูก็จะกลายเป็นลูกหมูแล้วนะ" แพรขวัญหัวเราะคิกคัก ดึงแขนเสื้อเขาเล่นเบาๆชายหนุ่มหัวเราะในลำคอ กำลังจะอ้าปากตอบโต้กลับไป ทว่า...ปัง!!!เสียงปืนดังขึ้นทะลุความเง

  • ในปกครองบรวิชทร์   - 36 -อยากเอาใจ

    "ปล่อยหนูลงเลยนะคะ ตัวคุณเปียกไปหมดแล้ว แถวเตียงก็เปียกด้วย เห็นไหมเนี่ย"แพรขวัญโวยวายเสียงหลงพลางดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมแขนแกร่ง ทันทีที่แผ่นหลังบางสัมผัสกับฟูกนุ่มของเตียงคิงไซส์กลางห้องนอนใหญ่ หยดน้ำจากร่างกายของมาเฟียหนุ่มที่เพิ่งขึ้นจากสระว่ายน้ำหยดแหมะลงบนผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาดจนเป็นรอยด่างแต่บรู๊คกลับไม่สนใจคำท้วงติงนั้นเลยสักนิด ชายหนุ่มตามขึ้นมาทาบทับคร่อมร่างของเธอเอาไว้ กักขังยัยเด็กขี้โวยวายให้อยู่ใต้เงาร่างกำยำของเขา นัยน์ตาพราวระยับไปด้วยความเจ้าเล่ห์และเปลวไฟแห่งความปรารถนาที่ถูกจุดให้ลุกโชน"เปียกก็ช่างมันสิ" น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอ่ยชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดจนคนใต้ร่างสะดุ้งน้อยๆ "เดี๋ยวค่อยให้แม่บ้านมาเปลี่ยนใหม่ก็สิ้นเรื่อง แต่ตอนนี้ ฉันมีเรื่องสำคัญกว่าที่ต้องเคลียร์กับเธอ""เคลียร์อะไรคะ ไม่มีอะไรต้องเคลียร์ทั้งนั้นแหละ คุณนั่นแหละขี้แกล้ง ปล่อยให้หนูหน้าแตกต่อหน้าคุณวาโร่กับคุณคิรันอยู่ตั้งนาน คนบ้า" แพรขวัญแหวเข้าให้ สองมือเล็กยกขึ้นดันแผงอกกว้างที่ยังคงชื้นไปด้วยหยดน้ำ"ฉันไปแกล้งอะไรเธอ หืม?" บรู๊คเลิกคิ้ว รอยยิ้มมุมปากยิ่งดูมีเสน่ห์ร้ายกาจ"ฉันอุตส

  • ในปกครองบรวิชทร์   - 35 -56 ไม่ใช่อายุ

    ความรู้สึกแรกที่แพรขวัญรับรู้ได้หลังจากสติสัมปชัญญะเริ่มกลับคืนมา คือแรงสั่นสะเทือนเบาๆอย่างสม่ำเสมอของยานพาหนะที่กำลังเคลื่อนตัวเปลือกตาคู่สวยค่อยๆขยับเปิดขึ้นอย่างเชื่องช้า ภาพตรงหน้าที่พร่ามัวค่อยๆปรับโฟกัสจนเห็นแผงอกกว้างที่สวมทับด้วยเสื้อเชิ้ตสีเข้มเด็กสาวขยับตัวเล็กน้อย ก่อนจะตระหนักได้ว่าตัวเองกำลังนอนหนุนตักและซบหน้าอยู่กับอกแกร่งของใครบางคน กลิ่นน้ำหอมยืนยันตัวตนของเจ้าของอ้อมกอดนี้ได้เป็นอย่างดี ทว่าสิ่งที่ทำให้เธอแปลกใจคือสัมผัสของเนื้อผ้าที่สวมใส่อยู่ ชุดเดรสถูกถอดออกไปแล้ว แทนที่ด้วยเสื้อยืดโอเวอร์ไซส์เนื้อนุ่มและกางเกงขาสั้นสวมสบาย"อืม คุณบรู๊ค" แพรขวัญงัวเงียเรียกชื่อเขา เสียงหวานแหบพร่าเล็กน้อยจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ "เรากำลังจะไปไหนกันคะ?"บรู๊คที่กำลังนั่งหลับตาพิงเบาะรถ ลืมตาขึ้นมาทันทีที่ได้ยินเสียงคนบนตัก ชายหนุ่มก้มลงมองใบหน้าจิ้มลิ้มที่กำลังทำตาปรือ ฝ่ามือหนาแกร่งเลื่อนขึ้นมาลูบกลุ่มผมนุ่มของเธออย่างทะนุถนอม"ตื่นแล้วเหรอ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยอย่างอ่อนโยน "ฉันกำลังจะพาเธอไปพักผ่อนที่บ้านพักตากอากาศน่ะ อยู่ที่คฤหาสน์เดี๋ยวก็มีคนมารบกวน ไปสูดอากาศบริสุทธิ์ซะหน

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status