Home / มาเฟีย / ในปกครองบรวิชทร์ / - 4 - ร้อยเดียวก็พอ

Share

- 4 - ร้อยเดียวก็พอ

last update publish date: 2026-07-31 16:06:23

"นี่คุณ!"

แพรขวัญเบิกตากว้าง ตกใจจนเผลอร้องเสียงหลง ทันทีที่สมองประมวลผลได้ว่าผู้ชายร่างยักษ์ที่เพิ่งซัดนักเลงขี้เมาจนหมอบไปเมื่อครู่คือใคร 

สัญชาตญาณเอาตัวรอดก็สั่งให้ขาทั้งสองข้างก้าวถอยหลังเพื่อเตรียมจะวิ่งหนี แต่ทว่าความไวของเธอกลับเทียบไม่ได้เลยกับสัญชาตญาณของคนตรงหน้า

หมับ!

"อ๊ะ!"

ยังไม่ทันจะได้ก้าวหนีไปไหน ท่อนแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามก็ตวัดรวบเข้าที่เอวของเธออย่างรวดเร็วและหนักหน่วง 

บรู๊คออกแรงรั้งเพียงนิดเดียว ร่างบางที่สวมเพียงชุดเดรสสายเดี่ยวรัดรูปก็ปลิวหวือเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้าง

"ปล่อยหนูนะ จะทำบ้าอะไรของคุณเนี่ย" 

แพรขวัญแหวลั่น พยายามดิ้นรนขลุกขลักอยู่บในอ้อมแขนที่รัดแน่น มือเล็กกำหมัดทุบลงบนแผงอกกำยำของเขา แต่ดูเหมือนคนโดนตีจะไม่สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย เขายังคงยืนนิ่ง แถมยังก้มหน้าลงมาหาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน

ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นวิสกี้เป่ารดลงบนพวงแก้มใส บรู๊คหรี่ตามองปฏิกิริยาตื่นตระหนกของลูกแมวพยศในอ้อมแขน มุมปากหยักกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์

"ทำไมกลัวเหรอ?" 

น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอ่ยกระซิบชิดริมฝีปากบาง แววตาพราวระยับอย่างคนชอบใจที่ได้กลั่นแกล้ง

"ใครกลัว! หนูไม่ได้กลัวสักหน่อย ปล่อยเดี๋ยวนี้นะลุง!" 

แพรขวัญสู้สุดใจ เธอเชิดหน้าขึ้นเถียงฉอดๆทั้งที่ก้อนเนื้อในอกซ้ายกำลังเต้นกระหน่ำไม่เป็นจ่ังหวะ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะตกใจกับเหตุการณ์ชุลมุนเมื่อครู่ หรือเป็นเพราะความใกล้ชิดที่มากเกินพอดีในตอนนี้กันแน่

"ปากดีไม่เปลี่ยนเลยนะ" 

บรู๊คแค่นหัวเราะในลำคอ ไม่ยอมคลายอ้อมแขนออกแม้แต่นิดเดียว 

"เมื่อกี้ฉันเพิ่งจะออกโรงช่วยเธอให้รอดพ้นจากไอ้สวะนั่นแท้ๆ ไม่คิดจะขอบคุณกันสักคำเลยหรือไง มารยาทน่ะมีไหม"

"เหอะ" เด็กสาวแค่นเสียงขึ้นจมูกทันที ดวงตากลมโตตวัดค้อนขวับ 

"ทีวันก่อนหนูอุตส่าห์หิ้วปีกคุณที่เลือดอาบใกล้ตายไปทำแผลให้ถึงห้อง คุณยังไม่เห็นจะขอบคุณหนูสักคำเลย หายไปตั้งแต่ไก่โห่ ทิ้งไว้แต่ผ้าห่มพับเบี้ยวๆกับกลิ่นคาวเลือด"

ได้ยินแบบนั้น คิ้วเข้มของมาเฟียหนุ่มก็เลิกขึ้นเล็กน้อย เขาละมือข้างหนึ่งจากการกอดรัดเอวบาง เลื่อนขึ้นมาเชยคางมนของเธอให้เชิดขึ้นสบตากันตรงๆ ปลายนิ้วหยาบกร้านบีบคลึงปลายคางเล็กเบาๆอย่างหยอกล้อ

"ลืมอะไรไปหรือเปล่ายัยเด็กบ้า ว่าฉันให้เงินเธอไปตั้งสองพัน ค่าตอบแทนงามขนาดนั้น จะต้องให้ฉันกราบขอบคุณเธออีกหรือไง"

คำว่าสองพันทำเอาแพรขวัญถึงกับชะงัก ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นอย่างเถียงไม่ออก สมองหาทางเอาคืนผู้ชายปากร้ายตรงหน้า เขาคิดว่ามีเงินแล้วจะเอามาอ้างบุญคุณหรือข่มใครเมื่อไหร่ก็ได้งั้นสิ

เด็กสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ตัดสินใจทำในสิ่งที่แม้แต่บรู๊คเองก็คาดไม่ถึง 

มือเล็กล้วงเข้าไปในกระเป๋าผ้ากันเปื้อนเส้นเล็กที่คาดอยู่ตรงเอว ซึ่งเป็นกระเป๋าสำหรับใส่ทิปของลูกค้า เธอควานหาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบธนบัตรสีแดงออกมาหนึ่งใบถ้วน

แพรขวัญชูแบงก์ร้อยขึ้นมาตรงหน้าเขา ก่อนจะยัดมันใส่มือใหญ่ที่กำลังจับคางเธออยู่อย่างรวดเร็ว

"เอาไป" เธอประกาศกร้าว เชิดหน้าขึ้นอย่างทระนง 

"เมื่อกี้คุณช่วยหนูเอาไว้แค่ไม่ถึงหนึ่งนาทีด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นเอาไปร้อยเดียวก็พอ ส่วนเงินสองพันของคุณน่ะ มันเป็นค่าจ้างที่หนูยอมให้คุณหลบซ่อนตัวอยู่ในห้องตั้งทั้งคืน แถมยังทำแผลให้อีกต่างหาก ถือว่าแฟร์ๆ เจ๊ากันไปนะลุง"

แพรขวัญก็ฉวยจังหวะที่บรู๊คกำลังชะงักอึ้งกับแบงก์ร้อยในมือ ออกแรงผลักแผงอกกว้างสุดแรงเกิดจนร่างสูงเซถอยหลังไปครึ่งก้าว 

ร่างบางหลุดพ้นจากพันธนาการได้อย่างหวุดหวิด เธอไม่รอช้า รีบหมุนตัวสับขาวิ่งหนีหายเข้าไปในโซนหลังร้านอย่างรวดเร็ว

บรู๊คยืนนิ่งอยู่กับที่ ปล่อยให้เด็กสาววิ่งหนีไปโดยไม่ได้คิดจะตาม นัยน์ตาคมก้มลงมองธนบัตรสีแดงยับยู่ยี่ราคาหนึ่งร้อยบาทในมือสลับกับมองตามแผ่นหลังเล็กที่เพิ่งลับสายตาไป

เป็นครั้งแรกในชีวิตของผู้นำมาเฟียแห่งเบรคคิง ที่ถูกผู้หญิงยัดแบงก์ร้อยใส่มือเพื่อเป็นค่าตอบแทน

มุมปากที่มักจะเรียบตึงอยู่เสมอ ค่อยๆโค้งขึ้นจนกลายเป็นรอยยิ้มกว้าง รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความขบขันและถูกใจอย่างปิดไม่มิด

"ใจกล้าไม่เบานี่"

โซนพักพนักงานหลังร้าน

"โอ๊ย! หงุดหงิดๆๆ อีตาบ้าเอ๊ย คิดว่าตัวเองเป็นใคร มาทำรุ่มร่ามกอดเอวคนอื่นหน้าตาเฉย แถวทวงบุญคุณเก่งเป็นที่หนึ่ง"

แพรขวัญเดินกระแทกส้นเท้าปึงปังเข้ามาในห้องพักพนักงาน ปากก็บ่นอุบอิบก่นด่าผู้ชายร่างยักษ์คนนั้นไม่หยุดหย่อน 

มือเล็กยกขึ้นขยี้ผมที่ถูกมัดไว้อย่างดีจนหลุดลุ่ยไม่เป็นทรง ใบหน้าสวยหวานบูดบึ้งยับยู่ยี่ด้วยความโมโหปนอับอาย

"แพร! ยัยแพร! แกเป็นอะไรหรือเปล่า?"

เสียงเรียกหอบแฮกของวาโยดังขึ้น พร้อมกับร่างของเพื่อนสนิทที่วิ่งกระหืดกระหอบผลักประตูตามเข้ามา 

วาโยรีบปรี่เข้ามาจับไหล่เพื่อนสาวหมุนซ้ายหมุนขวาเพื่อสำรวจดูความเรียบร้อย 

"เมื่อกี้ฉันได้ยินพี่นุชบอกว่ามีคนตีกันหน้าร้าน แล้วแกโดนลูกหลง ฉันใจคอไม่ดีเลยวิ่งตามมาดูเนี่ย เป็นแผลตรงไหนไหม?"

"ฉันไม่เป็นไรหรอกยัยโย ไม่ได้เจ็บตรงไหน" แพรขวัญปัดมือเพื่อนออกเบาๆถอนหายใจเฮือกใหญ่ 

"แต่ฉันหงุดหงิด หงุดหงิดอีตาลุงโรคจิตนั่น"

"อีตาลุง? ลุงไหนวะ?" วาโยขมวดคิ้วงุนงง

"ก็อีตาลุงตัวโตๆ หน้าตาดุๆ ใส่เสื้อเชิ้ตสีดำนั่นไง ที่มีรอยสักที่คออ่ะ" แพรขวัญเท้าสะเอว เล่าด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว 

"วันก่อนฉันเล่าให้แกฟังใช่ไหม ที่ฉันบังเอิญไปเจอคนถูกยิงแล้วพาไปทำแผลที่หอเพื่อแลกกับเงินสองพันน่ะ ก็อีตาลุงนี่แหละ เมื่อกี้เขาโผล่มาช่วยฉันจากไอ้ขี้เมา แต่ดันมาทำฉวยโอกาสกอดเอวฉัน แถมยังทวงบุญคุณอีก ฉันเลยยัดแบงก์ร้อยใส่มือตัดรำคาญไปละ หมั่นไส้"

สิ้นคำบอกเล่าของเพื่อนรัก ดวงตาของวาโยก็เบิกกว้างขึ้น มือที่กำลังจับแขนแพรขวัญอยู่ถึงกับสั่นระริก ใบหน้าของเพื่อนสนิทซีดเผือดลงในพริบตา

"กะ แก แกบอกว่าผู้ชายตัวโตๆใส่เสื้อดำ หน้าดุๆ แถมมีแผลถูกยิง?" วาโยละล่ำละลักถาม เสียงสั่นเครือ 

"แกหมายถึงผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงบันได คนที่เหวี่ยงไอ้นักเลงนั่นปลิวไปชนโต๊ะใช่ไหม?"

"ก็ใช่น่ะสิ แกเห็นด้วยเหรอ หมอนั่นแหละ นิสัยเสียสุดๆ" แพรขวัญยังคงบ่นต่อโดยไม่ทันสังเกตสีหน้าของเพื่อน

"โอ๊ยยย ยัยแพร! แกบ้าไปแล้วเหรอ!" วาโยแทบจะยกมือขึ้นกุมขมับ ร้องโหยหวนออกมาเสียงหลง 

"แกให้แบงก์ร้อยเขาไปเนี่ยนะ แกใจเย็นๆ แล้วตั้งสติฟังฉันให้ดีนะยัยแพร ผู้ชายคนนั้นน่ะ ไม่ใช่ลุงโรคจิตที่ไหน แต่เขาคือคุณบรวิชทร์"

แพรขวัญขมวดคิ้วมุ่น เอียงคอถามอย่างไม่ค่อยใส่ใจนัก 

"บรวิชทร์? แล้วไงอ่ะ ชื่อบรวิชทร์แล้วต้องมีอภิสิทธิ์เหนือคนอื่นหรือไง ถึงได้มาทำรุ่มร่ามกับพนักงานแบบนี้"

"โอ๊ย! แกนี่มันไม่รู้อะไรเลยจริงๆ" วาโยแทบอยากจะทึ้งหัวตัวเอง 

"แกฟังนะ กเขาเป็นเพื่อนสนิทของคุณวาโร่ แถมไม่ได้เป็นแค่เพื่อนธรรมดานะเว่ย เขาเป็นถึงเจ้าของคาสิโนระดับประเทศ และที่สำคัญ... เขาเป็นผู้นำแก๊งเบรคคิง แก๊งมาเฟียที่ทรงอิทธิพลที่สุดในตอนนี้ไงเล่า!"

แพรขวัญชะงักไปนิดหนึ่งเมื่อได้ยินคำว่าเพื่อนเจ้าของร้าน แต่พอได้ยินประโยคหลังเธอก็หลุดขำพรืดออกมาทันที

"มาเฟีย? แก๊งเบรคคิง? ฮ่าๆๆ ยัยโย แกดูซีรีส์มาเฟียเยอะไปหรือเปล่าเนี่ย นี่มันยุค 5G แล้วนะแก ประเทศไทยมีมาเฟียคุมเมืองแบบในละครด้วยเหรอ บ้าบอไปแล้ว ไอ้เรื่องเพื่อนคุณวาโร่น่ะฉันพอเข้าใจ แต่มาฟงมาเฟียอะไรนั่น ไร้สาระน่า"

"ฉันไม่ได้ล้อเล่นนะ" วาโยเขย่าแขนเพื่อนแรงๆ สีหน้าจริงจังขั้นสุด 

"ทุกคนในวงการกลางคืนเขารู้จักกิตติศัพท์ของคุณบรู๊คกันทั้งนั้นแหละ เด็ดขาด โหดเหี้ยม ฆ่าคนไม่กะพริบตา แล้วนี่แกกล้าไปด่าเขาว่าลุง แถมยัดแบงก์ร้อยใส่หน้าเขาอีก ฉันบอกเลยนะแพร ถ้าเขาไม่พอใจแล้วสั่งลูกน้องมาเก็บแกขึ้นมา แกจะขำไม่ออก ดีไม่ดีเขาอาจจะสั่งปิดร้านคุณวาโร่ทิ้งเลยก็ได้"

คำขู่ที่ดูสมจริงและน้ำเสียงที่สั่นกลัวของวาโย ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของแพรขวัญค่อยๆเจื่อนลง ดวงตากลมโตกะพริบปริบๆมองหน้าเพื่อนรักอย่างสับสนปนงุนงง

"มะ ไม่หรอกมั้ง แกก็พูดเกินไป" แพรขวัญพึมพำเสียงแผ่วลง ความมั่นใจที่เคยมีเริ่มหดหาย

"ก็... ก็เขามาทำรุ่มร่ามกับฉันก่อนนี่นา ฉันก็แค่ป้องกันตัว อีกอย่าง เขาก็ดูไม่เห็นจะน่ากลัวขนาดนั้นเลย" 

แม้ในใจจะแอบยอมรับว่าแววตาเขาดุจนน่าขนลุกก็เถอะ 

วาโยถอนหายใจเฮือกใหญ่ มองเพื่อนสาวที่ยังคงทำหน้ามึนตึ้บด้วยความเป็นห่วง

"เอาเป็นว่าช่วงนี้แกก็พยายามหลบหน้าหลบตาเขาก็แล้วกัน อย่าไปต่อปากต่อคำอะไรอีก เข้าใจไหมยัยแพร ฉันล่ะปวดหัวกับความใจกล้าไม่ดูตาม้าตาเรือของแกจริงๆ"

แพรขวัญมองตามแผ่นหลังของเพื่อนที่เดินส่ายหัวออกไปจากห้องอย่างงุนงง เด็กสาวยกมือขึ้นเกาหัวตัวเองแกรกๆก่อนจะพรูลมหายใจออกมายาวเหยียด

"เจ้าของคาสิโน? มาเฟีย? บ้าบอน่า ลุงนั่นเนี่ยนะ?" 

เธอพึมพำกับตัวเองเบาๆ แม้ปากจะบอกว่าไม่เชื่อ แต่ในใจลึกๆกลับรู้สึกชาวาบแปลกๆขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

โซน VIP ชั้นลอย

ความวุ่นวายบริเวณชั้นล่างเริ่มสงบลงแล้ว พนักงานรักษาความปลอดภัยจัดการเคลียร์พื้นที่และนำตัวผู้ก่อเหตุออกไปนอกร้านอย่างรวดเร็ว เสียงเพลงในผับกลับมาดังกระหึ่มอีกครั้ง นักท่องเที่ยวก็กลับมาสนุกสนานกันต่อราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

บรู๊คเดินกลับมาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาที่มุมวีไอพี ร่างสูงเอนหลังพิงพนักอย่างผ่อนคลาย 

นิ้วเรียวยาวคีบธนบัตรสีแดงราคาหนึ่งร้อยบาทที่ได้มาจากเด็กสาวเมื่อครู่ พลิกหมุนไปมาเล่นด้วยท่าทีสบายๆ นัยน์ตาจับจ้องไปที่ลวดลายบนธนบัตรราวกับมันเป็นของล้ำค่าหายาก

ไม่นานนัก วาโร่กับคีรินก็เดินกลับมาที่โต๊ะ หลังจากไปจัดการสะสางปัญหาหลังร้านจนเรียบร้อย

"ไอ้พวกเวรนั่นวอนหาที่ตายแท้ๆ ดีนะที่กูให้คนกระทืบสั่งสอนไปพอหอมปากหอมคอ ไม่งั้นร้านกูเละกว่านี้แน่" 

วาโร่บ่นกระปอดกระแปดขณะทิ้งตัวลงนั่ง คว้าแก้วเหล้าขึ้นมากระดกรวดเดียวหมด

คีรินที่ทิ้งตัวลงนั่งข้างๆไม่ได้สนใจคำบ่นของวาโร่ แต่สายตากลับพุ่งเป้าไปที่เพื่อนสนิทที่กำลังนั่งยิ้มมุมปาก หมุนแบงก์ร้อยเล่นอยู่ในมือ

"แหมก็นึกว่ามึงจะนั่งเป็นพระอิฐพระปูนไม่สนโลก ที่ไหนได้ พอมีเรื่องปุ๊บ พุ่งหลาวลงไปไวยิ่งกว่ารถซูเปอร์คาร์กูอีกนะไอ้บรู๊ค" คีรินเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงกวนประสาท ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ 

"กูเห็นนะ ตอนมึงลงไปบีบคอไอ้ขี้เมานั่น แล้วรวบเอวน้องแพรเข้ามากอดน่ะ คุยอะไรกับเด็กร้านไอ้วาว่ะ ท่าทางดุเดือดเชียว"

วาโร่ที่เพิ่งวางแก้วเหล้าลง หันขวับมามองทันที คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเมื่อสายตาปะทะเข้ากับสิ่งของในมือเพื่อนรัก

"เดี๋ยวๆๆ นั่นเงินอะไรวะ?" วาโร่ชี้นิ้วไปที่ธนบัตรสีแดง 

"แบงก์ร้อย? คนอย่างมึงเนี่ยนะ พกแบงก์สีแดงด้วยเหรอวะ กูจำได้ว่ามึงพกแต่แบล็คการ์ดกับแบงก์พันเป็นปึกๆ ไม่ใช่เหรอ?"

บรู๊คละสายตาจากธนบัตรในมือ เงยหน้าขึ้นมองเพื่อนสนิททั้งสองคนที่กำลังทำหน้าตาอยากรู้อยากเห็น

ชายหนุ่มไม่ได้มีท่าทีเขินอายหรือปฏิเสธ เขาเพียงแค่กระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก นัยน์ตาคมพราวระยับอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก

"อืม กูไม่ได้พกหรอก"

บรู๊คตอบเสียงเรียบ ก่อนจะสอดแบงก์ร้อยใบนั้นเข้าไปเก็บในกระเป๋าเสื้อเชิ้ตตรงตำแหน่งหน้าอกซ้ายอย่างทะนุถนอมราวกับมันเป็นเช็คเงินสดมูลค่าหลายล้าน

"เด็กร้านมึงให้ทิปกูมา"

"หา!?" คีรินและวาโร่อุทานออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย

มาเฟียหนุ่มยกแก้ววิสกี้ของตัวเองขึ้นจรดริมฝีปาก รสชาติขมปร่าบาดคอกลับรู้สึกหวานล้ำขึ้นมาอย่างประหลาด เขาปรายตามองเพื่อนทั้งสองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจ

"ใจกล้าชิบหายยัยเด็กนั่น"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ในปกครองบรวิชทร์   - 25-ของขวัญปริศนา

    ช่วงเย็นรถคันหรูแล่นเข้ามาจอดเทียบที่หน้าคฤหาสน์อย่างนุ่มนวล ทันทีที่ประตูรถเปิดออก แพรขวัญก็ก้าวลงมาด้วยท่าทีร่าเริงผิดกับตอนเช้าลิบลับเด็กสาวในชุดเดรสสีขาวเดินกระโดดเหยงๆฮัมเพลงไปพลาง แกว่งแขนไปมาอย่างอารมณ์ดี หลังจากที่ได้ไปนั่งเล่นและป่วนในห้องทำงานของผู้นำมาเฟียมาทั้งวัน แถมยังได้กินของอร่อยระดับวีไอพีจนพุงกางบรู๊คก้าวตามลงมาติดๆ ชายหนุ่มล้วงกระเป๋ากางเกง มองแผ่นหลังเล็กที่กำลังเดินดุ๊กดิ๊กนำหน้าไปด้วยรอยยิ้มบางๆที่มุมปาก"อารมณ์ดีเชียวนะ" เสียงทุ้มเอ่ยแซวไล่หลัง"แน่นอนสิคะ! วันนี้หนูได้ไปเปิดหูเปิดตาตั้งเยอะ แถมยังได้ช่วยจับทุจริตด้วย ผลงานชิ้นโบแดงขนาดนี้ จะไม่ให้อารมณ์ดีได้ยังไงล่ะคะ" แพรขวัญหันกลับมาฉีกยิ้มกว้าง ยักคิ้วให้อย่างทะเล้นทว่าในจังหวะที่แพรขวัญกำลังจะก้าวเท้าเดินเข้าไปในโถงคฤหาสน์ แม่บ้านสาวคนหนึ่งก็เดินกึ่งวิ่งเข้ามาหาด้วยสีหน้าประหม่าเล็กน้อย ในมือถือกล่องพัสดุกล่องกระดาษสีน้ำตาลขนาดกลางเอาไว้"เอ่อ คุณแพรขวัญคะ" แม่บ้านเอ่ยเรียกเสียงสั่น "เมื่อสักครู่นี้ มีพัสดุมาส่งค่ะ จ่าหน้ากล่องถึงคุณแพรขวัญโดยตรงเลยค่ะ""พัสดุของแพรหรอคะ?" แพรขวัญขมวดคิ้วมุ่น หยุดเด

  • ในปกครองบรวิชทร์   - 24 -แก่จัง

    บรรยากาศภายในห้องทำงานชั้นบนสุดของเบรคคิงคาสิโนวันนี้ ช่างแตกต่างไปจากทุกวันอย่างสิ้นเชิงปกติแล้วห้องนี้มักจะอบอวลไปด้วยความตึงเครียด กลิ่นอายของความกดดัน และรังสีอำมหิตของผู้นำแก๊งที่ทำให้บรรดาลูกน้องต้องหายใจไม่ทั่วท้องทุกครั้งที่ก้าวเข้ามารายงานตัว แต่ทว่าวันนี้...ท่ามกลางกองเอกสารและตัวเลขผลกำไรมหาศาลบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ บรู๊คกลับนั่งเซ็นเอกสารด้วยใบหน้าที่ผ่อนคลาย มุมปากหยักลึกประดับด้วยรอยยิ้มจางๆอย่างที่ไม่มีใครเคยได้เห็นสาเหตุก็ไม่ใช่เรื่องอื่นไกล เป็นเพราะร่างบางของใครบางคนที่กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังตัวหรูฝั่งตรงข้ามแพรขวัญกำลังนั่งกินมาการองสีพาสเทลแก้มตุ่ย นิ้วเรียวเล็กกดหน้าจอสมาร์ตโฟนยิกๆรัวคอมโบในเกมมือถืออย่างเมามัน เสียงเอฟเฟกต์เกมดังแทรกขึ้นมาเป็นระยะในห้องทำงานที่เงียบสงบ แต่มันกลับไม่ได้ทำให้มาเฟียหนุ่มรู้สึกรำคาญเลยแม้แต่นิดเดียว ตรงกันข้าม เขากลับรู้สึกว่าห้องทำงานที่เคยกว้างใหญ่และอ้างว้าง บัดนี้มันมีชีวิตชีวาขึ้นมาอย่างน่าประหลาด"เยส! ชนะแล้ว!"เสียงใสเจื้อยแจ้วดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง แพรขวัญกดล็อกหน้าจอสมาร์ตโฟนหลังจากจบแมตช์ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นม

  • ในปกครองบรวิชทร์   - 23 - จุดอ่อน

    แสงแดดอ่อนๆยามเช้าตรู่สาดส่องเข้ามาภายในห้องนอนสุดหรู ร่างสูงของบรู๊คในชุดสูทสีเข้มสั่งตัดพอดีตัวยืนจัดเนกไทอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ ชายหนุ่มจัดการเซตผมที่เคยปล่อยปรกหน้าผากให้เสยขึ้นไปอย่างเนี้ยบกริบ คืนคราบผู้นำมาเฟียแห่งเบรคคิงผู้ทรงอำนาจและเยือกเย็นทว่าเมื่อนัยน์ตาคมกริบตวัดมองผ่านเงาสะท้อนในกระจก ไปยังเตียงคิงไซส์กลางห้อง แววตาดุดันกลับทอประกายอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัดบนเตียงกว้าง ร่างบางของแพรขวัญยังคงซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา หลับสนิทด้วยความอ่อนเพลียจากบทพิสูจน์ที่กินเวลาลากยาวไปค่อนคืน ใบหน้าจิ้มลิ้มยามหลับใหลดูไร้เดียงสา เส้นผมนุ่มสยายเต็มหมอนใบโต บรู๊คระบายยิ้มมุมปาก เขาหมุนตัวเดินตรงเข้าไปหาคนตัวเล็ก ค่อยๆทรุดตัวลงนั่งที่ขอบเตียงอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้เธอตื่นมือหนาแกร่งปัดปอยผมที่ปรกแก้มเนียนออกให้อย่างเบามือ ก่อนจะโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงไปประทับริมฝีปากลงบนพวงแก้มใสอย่างรักใคร่"ฉันจะไปทำงานก่อน." น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดใบหูเล็ก "อยู่บ้านก็อย่าดื้อล่ะ เข้าใจไหม ยัยตัวแสบ"ชายหนุ่มผละออก เตรียมจะลุกขึ้นยืน ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะหันหลังกลับ...หมับ!ฝ่ามือเล็กที่

  • ในปกครองบรวิชทร์   - 22 - เรียกชื่อฉันต่อไปสิ

    เสียงน้ำไหลจากก๊อกกระทบกับชามกระเบื้องดังก้องเบาๆในห้องครัวกว้างขวาง แพรขวัญนั่งห้อยขาอยู่บนเคาน์เตอร์หินอ่อน นัยน์ตากลมโตทอดมองแผ่นหลังกว้างของร่างสูงที่กำลังยืนล้างจานชามที่เธอเพิ่งกินเสร็จให้อย่างเงียบๆผู้นำมาเฟียแห่งแก๊งเบรคคิง... ผู้ชายที่มีลูกน้องนับร้อยนับพันคอยก้มหัวให้ แต่ตอนนี้เขากลับมายืนล้างจานให้เธอตอนตีสองเนี่ยนะ? ความรู้สึกบางอย่างก่อตัวขึ้นในใจจนเธอไม่อาจเก็บความสงสัยเอาไว้ได้อีกต่อไป"นี่... คุณบรู๊คคะ" แพรขวัญเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาดื้อๆบรู๊คปิดน้ำ รับจานใบสุดท้ายไปคว่ำลงบนชั้นพัก ท่าทีของเขาดูผ่อนคลายขณะหันกลับมามองเธอ "มีอะไร อิ่มจนจุกแล้วหรือไง""เปล่าค่ะ" เด็กสาวส่ายหน้าช้าๆ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด "หนูแค่สงสัย... ทำไมคุณถึงดีกับหนูขนาดนี้คะ?"ชายหนุ่มดึงผ้าขนหนูผืนเล็กมาเช็ดมือ นัยน์ตาสบเข้ากับดวงตากลมโต "ไม่ใช่ว่าฉันบอกเธอไปแล้วเหรอ แพรขวัญ""ไม่ใช่สิคะ" แพรขวัญรีบแย้ง ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันอย่างชั่งใจ "เรื่องที่คุณแม่ของหนูเคยช่วยคุณเอาไว้ มันก็เป็นเหตุผลส่วนหนึ่ง แต่ที่คุณดีกับหนูแบบนี้ ดูแลหนู ตามใจหนูแบบนี้ คือคุณไม่... คือ

  • ในปกครองบรวิชทร์   - 21 - อาจจะเกิดช้าไป

    กลิ่นยาฆ่าเชื้อและแอลกอฮอล์จางๆ ภายในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังไม่ได้ทำให้บรรยากาศดูน่าอึดอัดเท่ากับรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ของคนที่ยืนกอดอกพิงผนังอยู่มุมห้องหลังจากที่แพทย์เวรและพยาบาลช่วยกันทำแผล นำเศษแก้วที่บาดฝ่าเท้าออก และพันผ้าก๊อซให้แพรขวัญเสร็จเรียบร้อยด้วยความเกร็งสบรู๊คก็ไม่รอช้า ชายหนุ่มก้าวเข้ามาที่เตียงผู้ป่วย ก่อนจะตวัดวงแขนช้อนร่างบางขึ้นอุ้มในท่าเจ้าสาวอย่างง่ายดาย"ว้าย! คุณบรู๊ค! ทำอะไรคะ ปล่อยหนูลงนะ" แพรขวัญร้องอุทานเสียงหลง รีบตวัดแขนโอบรอบคอแกร่งตามสัญชาตญาณกันตก ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อจู่ๆก็ถูกอุ้มต่อหน้าหมอและพยาบาลที่ยืนหน้าเหวออยู่"อยู่เฉยๆ" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยสั่งเรียบๆแต่เด็ดขาด"หนูเดินเองได้ค่ะ แค่เศษแก้วบาด ไม่ได้ขาขาดสักหน่อย ปล่อยหนูลงเถอะนะคะ หนูอายคนอื่นเขา" แพรขวัญยังคงดิ้นขลุกขลัก พยายามประท้วงด้วยความเขินอาย ใบหน้าจิ้มลิ้มแดงซ่านไปถึงใบหูบรู๊คก้มลงมองยัยเด็กดื้อในอ้อมแขน นัยน์ตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวหรี่ลงเล็กน้อย "ฉันบอกให้เงียบ ถ้าเธอยังขืนดิ้นและส่งเสียงโวยวายอีก ฉันจะจูบปิดปากเธอโชว์หมอกับพยาบาลตรงนี้แหละ

  • ในปกครองบรวิชทร์   - 20 - เศษแก้ว

    "เป๊ะมาก สวยสับไม่หลับในเลยลูกสาวเจ๊ องศานี้แหละ ฟาดเรียบตั้งแต่หัวรันเวย์ยันหน้าประตูกระจก"เสียงของเจ๊เหมย ผู้จัดการส่วนตัวควบตำแหน่งสไตลิสต์กิตติมศักดิ์ดังขึ้นพร้อมกับเสียงปรบมือรัวๆ ร่างท้วมเดินวนรอบตัวแพรขวัญที่ตอนนี้อยู่ในชุดฟินาเล่สีแดงเพลิงขับผิวขาวจัดให้ดูโดดเด่นสะกดทุกสายตา หญิงสาวส่งยิ้มบางๆผ่านกระจกบานใหญ่พลางขยับเครื่องประดับที่คอให้เข้าที่"เจ๊ก็ชมเกินไปค่ะ แพรยังตื่นเต้นอยู่เลย มือเย็นไปหมดแล้วเนี่ย" แพรขวัญหัวเราะเบาๆ"ระดับแพรขวัญไม่มีคำว่าพลาดค่ะลูก วันนี้หนูคือควีน เข้าใจไหม? เชิดหน้าเข้าไว้"ท่ามกลางบรรยากาศชื่นมื่นในมุมแต่งตัวของวีไอพี อีกฟากหนึ่งของห้องพักนักแสดง สายตาแข็งกร้าวคู่หนึ่งกำลังจ้องมองมาอย่างไม่วางตา ลิเดียนางแบบรุ่นพี่ที่ถูกลดบทบาทลงไปเดินในเซ็ตธรรมดากำมือแน่นจนเล็บแทบจิกเข้าไปในเนื้อ เธอเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้ก่อนจะหันไปกระซิบกับมีนนางแบบรุ่นน้องลูกไล่ที่ยืนอยู่ข้างๆ"เห็นแล้วมันขัดหูลูกตาจริงๆ ทำตัวเป็นนางพญา ทั้งที่ก็แค่เด็กเส้นที่เพิ่งปีนขึ้นมาได้ไม่กี่วัน" ลิเดียแค่นเสียงเหยียดหยาม"นั่นสิคะพี่ลิเดีย มีนล่ะหมั่นไส้นังเด็กนี่เต็มทน ทำหน้าซื่อๆ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status