LOGINณชามองภาพเบื้องหน้า ก่อนจะปาดน้ำตาออกจากใบหน้า เพราะไม่มีที่ไปหญิงสาวจึงกลับมาที่นี่ ที่ที่ครั้งหนึ่งเธอพยายามหนีมัน เพิงสังกะสีจะพังแหล่มิพังแหล่แห่งนี้ คือที่ที่เธอเคยรังเกียจ ความจนทำให้เธอไม่เหมือนคนอื่น ตั้งแต่จำความได้เธอไม่เคยมีเพื่อนเลยสักคน ทุกคนพากันรังเกียจเธอ หลายครั้งที่ถามแม่ว่า ทำไมแม่ไม่มีเงิน มีบ้านสวย ๆ มีรถขับเหมือนแม่คนอื่น ๆ แต่แม่ก็ไม่ตอบคำถามและเลือกที่จะเดินหนี และนั่นคือจุดเริ่มต้น ที่ทำให้เธอออกไปหาชีวิตใหม่ ชีวิตที่สมบูรณ์แบบ ไม่ต้องทนกับความยากลำบาก
ณชาออกจากบ้านตั้งแต่เรียนจบชั้นประถมศึกษา ด้วยรูปร่างหน้าตาที่สวยงาม บวกกับร่างกายที่โตเกินกว่าเด็กวัยเดียวกัน ทำให้เธอหางานทำได้ไม่ยาก งานที่ทำส่วนใหญ่คืองานร้านเหล้า ที่นั่นทำให้เธอได้เจอกับเติมเต็ม และชีวิตที่เปลี่ยนไป
“นัด! ใช่นัดหรือเปล่า” เสียงที่ดังออกมาจากบ้าน ปลุกหญิงสาวออกจากภวังค์ความคิด มือบางยกขึ้นประนมไหว้ เมื่อคนที่เรียกชื่อเธอเดินออกมา ตรงจุดที่เธอยืนอยู่
“นัด! นัด จริง ๆ ด้วย” มานิตย์ตรงเข้าสวมกอดลูกสาว พร้อมกับร้องไห้ออกมา ณชาไม่รู้ว่าแม่ร้องไห้เพราะอะไร แต่สิ่งที่เธอสัมผัสได้จากอ้อมกอดของแม่ก็คือ ความรักและความห่วงใย
“แม่...นัดขอโทษ” เธอออกจากบ้านไปโดยที่ไม่ลาแม่สักคำ วันนี้เธอรู้แล้วว่าทำไมแม่ไม่ตอบคำถามของเธอ แม่ไม่ได้อยากจน แต่เพราะแม่ไม่มีต้นทุนชีวิตเหมือนกับคนอื่น ๆ สิ่งที่แม่ทำได้ก็คือใช้แรงกายแลกเงิน และแม่ก็ทำดีที่สุดแล้ว
“ไม่ต้องพูดอะไรนะ เข้าบ้านก่อน แดดร้อนเดี๋ยวไม่สบาย” มานิตย์โอบไหล่ลูกสาวแล้วประคองลูกเข้าบ้าน ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดกับร่างกายของลูก ทำให้เธอรู้แล้วว่าทำไมลูกถึงกลับมา ณชาสะอื้นไห้เมื่อได้ยินประโยคนี้ของแม่ แม่กลัวเธอจะไม่สบายเพราะตากแดดนาน ทั้ง ๆ ที่แม่ทำงานกลางแดดทุกวัน ตอนนั้นอะไรบังตาเธออยู่นะ ถึงได้มองข้ามความรัก ความห่วงใยที่แม่มีให้เธอ
“นั่งตรงนี้ก่อน รอแป๊บเดี๋ยวแม่เอาน้ำมาให้ เมื่อเช้ารถน้ำแข็งไม่มา เลยไม่มีน้ำเย็นกิน เดี๋ยวแม่ออกไปซื้อน้ำแข็งให้นะ รอแป๊บเดียวลูก”
“แม่...นัดท้อง” ณชาเลือกที่จะบอกให้แม่รู้ในทันที ถ้าแม่ให้อยู่เธอก็อยู่ ถ้าแม่รังเกียจที่เธอท้องจะได้พาลูกไปหาที่อยู่ใหม่
“แม่ไปซื้อน้ำแข็งก่อนนะ อากาศร้อน กินน้ำเย็น ๆ คนตัวเล็กจะได้สดชื่น” มานิตย์ยกมือปิดปาก ก่อนจะเดินออกไป
“แม่...แม่ไม่ต้องทำอะไรให้นัดแล้ว แม่จะตบจะตีนัดก็ได้ นัดขอโทษ” ณชาวิ่งมากอดแม่จากทางด้านหลัง แม่คงเสียใจมาก ที่รู้ว่าเธอท้อง
“นัด...นัดอย่าขอโทษแม่อีกเลย นัดไม่ผิด แม่ต่างหากที่ผิด แม่รวยเหมือนคนอื่นไม่ได้ แม่ทำให้นัดสบายเหมือนลูกบ้านอื่นไม่ได้ แม่ต่างหากที่ต้องขอโทษนัด”
“แม่...”
“แม่จบแค่ป.4 แม่ไม่รู้ว่าคนจบป.4 ต้องทำงานอะไรถึงจะรวย แม่ทำเป็นแค่งานก่อสร้าง แม่ขอโทษนะที่ทำให้นัดไม่เหมือนคนอื่น แม่อยากให้นัดสบายนะ แต่แม่ไม่มีปัญญา แม่ขอโทษ”
“แม่ นัดขอโทษ นัดผิดเอง นัดมันโง่ โง่ที่ให้วัตถุมาบังตา จนมองไม่เห็นความรักและความหวังดีของแม่ แม่ให้อภัยนัดด้วยนะ ต่อไปนี้นัดจะดูแลแม่เอง นัดจะไม่ให้แม่ต้องลำบากอีก ขอโทษนะแม่” ที่ผ่านมาเธอเอาชีวิตไปผูกไว้กับสิ่งยั่วยุและวัตถุภายนอก จนมองไม่เห็นความรักของแม่ ต่อไปนี้เธอจะเริ่มต้นใหม่ จะดูแลแม่และลูกให้ดีที่สุด ให้คุ้มค่ากับความรักที่แม่มีให้เธอตลอดมา
‘เป็นแค่ลูกกรรมกร แต่อยากเรียนโรงเรียนประจำจังหวัด ไม่เจียมตัวเลยนะ’
‘เฮ้ย! พวกเราสาวไซต์ก่อสร้างมาแล้ว’
‘อี๋! สกปรก’
เธอให้ค่ากับคำพูดเหล่านั้นมากเกินไป จนทำให้ลืมไปว่า เพราะกรรมกรคนนี้ไม่ใช่เหรอ คือถึงได้เกิดมาบนโลกใบนี้
“เริ่มต้นใหม่นะนัด แม่จะอยู่ข้าง ๆ แม่จะไม่ทิ้งนัดไปไหน อยู่กับแม่นะ”
ณชาไม่พูดอะไรมีเพียงน้ำตาเท่านั้นที่ไหลลงมาเป็นสาย ลูกทิ้งแม่ได้ แต่แม่ทิ้งลูกไม่ได้ รู้ความหมายของคำพูดนี้ ก็วันนี้นี่เอง วันที่ได้กลับมาซบอกแม่อีกครั้ง
ขอบคุณเรื่องราวทั้งหมดที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ทั้งความสุขและความทุกข์ โดยเฉพาะความทุกข์ เพราะถ้าเธอไม่ทุกข์ เธอคงไม่กลับมา เพิงสังกะสีแห่งนี้คือที่ที่เธอกับลูกจะมีความสุขที่สุด มีเธอจะต้องเติบโตมาอย่างสวยงาม
‘มีเธอ’ ชื่อนี้คือชื่อที่เธอจะตั้งให้ลูก ไม่ว่าวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร หัวใจของเธอจะ ‘มีเธอ’ ตลอดไป
“ไปไหนต่อพี่” ต๋องถามเมื่อเห็นลูกพี่ยังนั่งทอดอารมณ์อยู่ในรถ “พ่อโทรมาไหม” “ไม่พี่ ไม่โทรเข้าเครื่องผม เครื่องไอ้เสกก็ไม่โทร” “ดีแล้ว...” คำตอบของลูกพี่ทำให้ลูกน้องมองหน้ากันเลิกลั่ก เมื่อกี้ยังดี ๆ อยู่เลย ตัดมาหมวดดราม่าแบบนี้ใครจะตั้งตัวทัน “มีเรื่องอะไรวะพี่ เล่าให้พวกผมฟังได้นะ จะได้ช่วยกันคิด” “ไม่มีอะไร...อยากนอนสักพัก ดูต้นทางให้ด้วย” “นอน...นอนตรงนี้เหรอพี่” คำพูดของลูกพี่ทำให้เสกกับต๋องงงมากขึ้นไปอีก ลูกพี่อยากนอนตรงนี้ มันใช่เรื่องไหม ทุกคนต่างมองหน้ากันไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เติมเต็มถึงทำท่าเหนื่อยใจ สาเหตุมาจากครูฉัตรหรือผู้หญิงที่เจอในร้านอาหารกันแน่ น่าจะเป็นอย่างแรกมากกว่า เพราะอย่างที่สองไม่ได้อยู่ในสายตาลูกพี่มานานแล้ว “เฝ้าไว้ให้ดี กูจะไปดูต้นทาง” สิ้นเสียงลูกน้อง เติมเต็มก็ลืมตาขึ้น หยิบมือถือขึ้นมาไถหน้าจอไปเรื่อย ๆ ก่อนจะไปหยุดอยู่ที่หน้าเฟซใครบางคน เธอไม่รับเขาเป็นเพื่อนและบล็อคเขาทุกช่องทาง จนต้องสมัครเฟซใหม่ เพื่อเอาไว้ส่องดูความเคลื่อนไหวของเธอทุกวัน‘ดาวส
ถึงแม้โลกออนไลน์จะทำให้มีคนรู้จักมากขึ้น มีงานเข้ามาให้ทำไม่ขาดมือ แต่ณชาก็ยังไม่ทิ้งงานที่ร้านเหล้า เธอทำให้ร้านแห่งนี้มีชื่อเสียงไปด้วย เจ้าของร้านขอบคุณ และบอกให้เธอไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ ไปอยู่ในที่ที่เหมาะสม เพื่ออนาคตของตัวเองและลูก ณชายิ้มแล้วเดินหนีไม่อยากฟังคำโน้มน้าวของเจ้าของร้าน มีงานทำมีเงินเก็บ ลูกเข้าโรงเรียนที่อยากให้เรียน แม่ไม่ต้องทำงานหนัก ก็เพราะที่นี่ให้โอกาสเธอ “ฝากดูโต๊ะด้วยนะพี่นัด หนูไปห้องน้ำแป๊บ” อุ๋มอิ๋ม ร้องบอกก่อนจะวิ่งหายไปทางหลังร้าน ณชาหัวเราะให้กับท่าทางของรุ่นน้อง คืนเป็นวันศุกร์สิ้นเดือน ลูกค้าจึงแน่นร้าน ตั้งแต่เปิดร้านไม่มีใครได้พัก ทุกคนลงความเห็นว่าที่ลูกค้าเข้าร้านเยอะก็เพราะเธอ “เหนื่อยไหมนัด” เพื่อนร่วมงานที่เดินไปรับออร์เดอร์ถาม เมื่อเดินสวนกัน “เหมือนทุกคืนแหละ” “คืนนี้คนเยอะกว่าเดือนที่แล้วนะ สงสัยลูกค้ามาดูพริตตี้เงินล้าน” มะนาวแซว ตั้งแต่ณชาเป็นที่รู้จักในโลกออนไลน์ ลูกค้าก็เข้าร้านมากขึ้น ทำให้มีรายได้เป็นกอบเป็นกำ นอกจากเงินเดือนทิปก็มากขึ้นด้วย “ว่าไปนั่น” ณชาส่ายหัวไปมา หยิบ
“พี่ฉายว่าไง” ถามพี่ชายเพราะคิดไม่ออกแล้วว่าจะต้องทำยังไง ฉายแสงมองหน้าน้อง ปรับเบาะให้อยู่ในท่านอนแล้วยกมือก่ายหน้าผากทำท่าครุ่นคิด “พี่ฉายว่า ครั้งนี้เฉิดจะเชื่อเราไหม” “สร่างเมามันก็ดีกัน ไม่น่าให้ถึงตำรวจเลย” ฉายแสงตอบสั้น ๆ ในความไม่สนใจแต่ฉัตรฉายรู้ว่า พี่ก็เครียดไม่น้อยไปกว่าเธอ “ผู้หญิงคนนั้นส่งข้อความมาหาฉัตร... เรียกค่าเสียหายที่ถูกเฉิดทำร้ายสองหมื่น ถ้าไม่จ่ายก็จะไปแจ้งความ ฉัตรไม่ได้บอกเรื่องนี้กับแม่ กลัวแม่จะคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงหากิน เอาจริงนะพี่ฉาย ฉัตรไม่เข้าใจเลยว่าเธอต้องการอะไร” เฉิดฉินพึ่งเจอกับแฟนได้สามเดือน ก่อนจะตกลงปลงใจอยู่ด้วยกัน เธอไม่รู้ว่าน้องสะใภ้เป็นใครมาจากไหน และมีนิสัยอย่างไร รู้แค่ว่าชื่ออุษา เป็นเด็กชงเหล้าประจำร้านอาหารที่เฉิดฉินไปเที่ยว คบกันได้ไม่นานเงินเก็บของเฉิดฉินก็หมด ผู้หญิงคนนั้นเคยตามเฉิดฉินมาที่บ้านสามครั้ง ที่เธอออกไปรับหน้า เพราะไม่อยากให้น้องไม่สบายใจ แม่ไม่ต้อนรับและแสดงท่าทางรังเกียจออกมาอย่างชัดเจน เธอเป็นพี่จะทำอะไรได้ “ก็เอาแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว ถ้ามันกลับไปคืนดีกันอีกก็ปล่อยมัน ถื
โทรศัพท์มือถือที่แผดเสียงดังลั่น ปลุกคนนอนคุดคู้ใต้ผ้าห่มให้ตื่นขึ้น มือบางควานหามือถือ หรี่ตามองหน้าจอเพื่อดูว่า ใครกันที่เสียมารยาทโทรมาดึกดื่น ก่อนจะถอนหายใจ เมื่อเห็นรายชื่อของคนที่โทรเข้ามา “เฉิด!...” เรียกชื่อคนปลายสาย แล้วดีดตัวออกจากที่นอน ลางสังหรณ์บอกว่าสิ่งที่กำลังจะได้ยินจากคนปลายสาย ไม่น่าจะเป็นเรื่องดี เพราะน้องจะนึกถึงเธอเวลาที่เดือดร้อนเท่านั้น “ว่าไงเฉิด!” กรอกเสียงไปตามสาย พร้อมกับลุ้นไปด้วยว่า วันนี้จะต้องเจอกับอะไร เมื่อคืนก่อนเธอเพิ่งขับรถไปรับน้องชายที่บ้านเช่าของแฟนสาวกลางดึก “พี่ฉัตร... ผมถูกตำรวจจับ” เสียงอ้อแอ้ที่มาพร้อมกับเสียงใครบางคน ที่ดังแทรกเข้ามาเหมือนคนกำลังทะเลาะกัน ทำให้ฉัตรฉายใจชื้น เสียงดังแบบนี้คงเป็นเรื่องทะเลาะวิวาท เมาแล้วทะเลาะกันกลางดึก มีคนแจ้งจับดีกว่าน้องโดนจับเรื่องยาเสพติดเป็นไหน ๆ “ถูกจับ! ที่ไหน! เรื่องอะไร!” แม้จะเคยบอกไว้ว่าจะไม่สนใจอีกแล้ว แต่ทุกครั้งที่น้องโทรมา ฉัตรฉายก็นิ่งเฉยไม่ได้ “อีอุ๊มันแจ้งความจับหนู.../บอกให้พี่มึงรีบมาเลยนะ กูไม่เอามึงแล้ว” เฉิดฉินพูดไม่เต็ม
[ห้าปีต่อมา]“คุณแม่ คุณแม่มาแล้ว!” เสียงเล็กที่ตะโกนออกมาด้วยความดีใจของคนตัวเล็ก ทำให้ณชาหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง ร่างบางย่อตัวลง รับคนตัวเล็กเข้ามาในอ้อมแขน กอดพร้อมกับหอมลงบนศีรษะลูกฟอดใหญ่ ต่อให้เหนื่อยแค่ไหนเธอก็ไม่ท้อ เพราะมีลูกเป็นกำลังใจ “วันนี้มีเธอเป็นเด็กดีหรือเปล่า” ถามพร้อมกับกอดลูกเอาไว้ “เป็นเด็กดีค่ะ” “ไหนเล่าให้แม่ฟังสิ วันนี้เด็กดีทำอะไรบ้าง” “มีเธออาบน้ำ กินข้าวเองค่ะ” “เก่งมาก...เก่งมากแล้วค่ะ” ลูกเพิ่งจะสามขวบกว่า ๆ อาบน้ำตักข้าวกินเองได้ถือว่าเก่งมากแล้ว “นัดไปอาบน้ำเถอะ จะได้มากินข้าวพร้อมกัน” “วันนี้อ้อนมากไหมคะ” ถามแม่เมื่ออยู่กันตามลำพัง เธอต้องออกไปทำงานแต่เช้า กลัวว่าลูกจะงอแงจนแม่เสียงาน “อ้อนตอนตื่นแป๊บเดียว ตื่นมาไม่เห็นแม่เลยงอแงหน่อย นัดมีงานเช้าแบบนี้ทุกวันไหม” “แค่อาทิตย์เดียวค่ะ อาทิตย์หน้าก็เข้าเวลาปรกติ ช่วงนี้เหนื่อยหน่อยนะคะแม่ เปิดเทอมมีเธอไปโรงเรียน แม่คงสบายขึ้น” “พูดอะไรอย่างนั้นล่ะลูก มีเธอคือความสุข ไม่ใช่ภาระ แ
ตั้งแต่ณชากลับมาอยู่ด้วย มานิตย์ก็สดชื่นขึ้น จนเพื่อนร่วมงานยังอดแซวไม่ได้ มานิตย์ทำโอทีทุกวัน เพื่อเตรียมเงินไว้เป็นค่าใช้จ่ายตอนหลานคลอด ถึงแม้จะคลอดฟรี แต่มานิตย์ก็อยากมีทุกอย่างเตรียมไว้ให้หลาน “นัดดูนี่สิ ชอบไหม” ณชาหันไปตามเสียงเรียก ว่าที่คุณแม่ขยับตัวเชื่องช้า เพราะเจ้าตัวเล็กในท้องโตวันโตคืน “อะไรเหรอแม่” ถามแม่ก่อนจะยิ้มออกมาด้วยความตื่นเต้น เมื่อเห็นสิ่งที่แม่ถืออยู่ในมือ “เสื้อกับถุงเท้า แม่ถักให้หลาน ไม่ได้ถักนานมือไม้แข็งไปหมด” มานิตย์พูดด้วยความเขินอาย อายที่ต้องมาทำอะไรแบบนี้ สมัยที่คลอดณชา เธอจำได้ว่าเสื้อผ้าก็ใส่ของเก่าที่คนงานด้วยกันให้มา ผ้าอ้อมก็ฉีกผ้าถุงเอา ที่นอนหมอนมุ้งไม่มี เพื่อนคนงานที่อยู่ข้างห้องสงสาร เลยซื้อนุ่นมายัดผ้าถุงเย็บหัวเย็บท้าย ณชาจึงมีที่นอนนุ่ม ๆ นอน เวลาฉี่ก็กลับหน้ากลับหลังเอา วันไหนแดดดีหน่อยก็เอาออกไปตากแดด แต่สมัยนี้มันไม่เหมือนกัน นางอยากให้หลานมีของดี ๆ ใช้จึงขยันทำโอที “ขอบคุณนะแม่...” ณชาน้ำตารื้นหัวตา แม่เอาเวลาที่ควรพักผ่อนมาถักเสื้อผ้าให้ลูกของเธอ ไม่รู้ว่าจะขอบคุณแม่ยังไงให้คุ







