เข้าสู่ระบบความเสียใจที่เกิดขึ้น ทำให้ฉัตรฉายตัดสินใจย้ายมาจากที่นั่น ตั้งแต่คบกันมา หลายครั้งที่เธอจับได้ว่าเติมเต็มมีคนอื่น เพราะคำว่ารักจึงยอมให้อภัย แต่ครั้งนี้ถึงขั้นเลี้ยงดูเป็นเรื่องราว ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่เธอจะต้องทน จากมาเริ่มชีวิตใหม่ ดีกว่าจมปลักอยู่ที่เดิม เพื่อเจอกับความเจ็บปวดซ้ำ ๆ เติมเต็มรักเธอจริง ๆ หรือแค่คบกับเธอเพื่อเอาชนะคนอื่นกันแน่
“ฉัตรแม่โทรมาถาม สงกรานต์จะกลับบ้านไหม” ฉายแสงถามน้องสาว ก่อนจะถอนหายใจออกมา ฉัตรฉายทำงานหนักเกินไปแล้ว กลัวว่าน้องจะล้มป่วยเข้าสักวัน
“งานเยอะเหรอ” เมื่อน้องไม่ตอบจึงถามคำถามใหม่
“ทำแผนการสอนน่ะพี่ฉาย ฉัตรอยากให้เสร็จก่อนเปิดเทอม” ตอบแต่มือยังไม่ล่ะจากงานที่ทำ
“ฉัตรไม่ได้กลับบ้านนานแล้วนะ ยังทำใจไม่ได้ใช่ไหม” คำถามของพี่ชายทำให้ฉัตรฉายหยุดมือที่กำลังทำงาน แล้วหันมาเผชิญหน้ากับคนถาม
“เปล่า ฉัตรลืมมันไปหมดแล้ว ฉัตรแค่ยังไม่อยากกลับ” ถึงจะปฏิเสธ แต่ฉายแสงก็จับน้ำเสียงของน้องได้ แววตาที่มองมานั่นอีกบอกให้รู้ว่า ฉัตรฉายยังคงเจ็บปวด
“ฉัตร คุยกับพี่ได้นะ พี่พร้อมจะรับฟังฉัตรทุกเรื่อง”
“ไม่มีอะไรหรอกพี่ฉาย ฉัตรไม่เป็นอะไร” แผลที่เติมเต็มทำไว้ ไม่ได้สร้างแค่ความเจ็บปวด แต่มันยังเป็นแผลเป็นปื้นใหญ่ นึกถึงทีไรใจก็เจ็บทุกที
“ไม่เป็นไรนะฉัตร ไม่ไหวก็อย่าฝืน”
เรื่องราวมันผ่านมานานแล้วก็จริง แต่ทำไมเธอยังลืมเขาไม่ได้สักที
“ถ้าฉัตรพร้อม เราค่อยกลับบ้านพร้อมกันนะ”
ฉายแสงปลอบน้อง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเขาก็พร้อมอยู่ข้างน้องเสมอ“ขอเวลาอีกนิดนะพี่ฉาย” เธอทำใจไว้แล้ว หนียังไงก็หนีไม่พ้น เพราะแม่กับน้องยังอยู่ที่นั่น ยังไงเธอก็ต้องกลับ แม่บอกว่าเฉิดฉินไม่ไปโรงเรียนติดเพื่อน และออกเที่ยวทุกคืน ปล่อยน้องไว้แบบนั้นสักวันคงเสียคน
ถึงแม้จะเสียใจและรู้สึกผิดที่ทำให้คนรักเสียใจ แต่เติมเต็มก็ต้องตัดใจ เพราะมีเรื่องที่ใหญ่กว่ารออยู่ จากคนที่ไม่มีอนาคตต้องลุกขึ้นมาเป็นเสาหลักของบ้าน เมื่อพ่อถูกลอบทำร้ายก่อนลงสมัครเลือกตั้งนายกอบจ. เหตุการณ์ในครั้งนั้น ทำให้เขากับพ่อคุยกันมากขึ้น บ้านที่เคยเงียบเหงากลับมามีชีวิตชีวา เมื่อทุกคนหันหน้าเข้าหากัน พ่อยอมให้เต็มใจเข้าบ้าน และให้ฝ่ายชายเข้ามาทำให้ถูกต้องตามประเพณี เต็มใจกำลังจะมีหลาน ในที่สุดสิ่งที่เขารอคอยก็เกิดขึ้นจริง ๆ เขาอยากให้คนในบ้านมีความสุข
เวลาผ่านไปนานแล้วก็จริง แต่เขายังคิดถึงฉัตรฉายทุกวัน ได้แต่หวังว่าสักวันเธอจะกลับมา หลายครั้งที่อยากตามไปง้อขอคืนดี แต่เพราะความขี้ขลาดของเขา จึงปล่อยให้เวลาผ่านมาเนิ่นนาน มีหลายอย่างที่เขาอยากบอกกับเธอ โดยเฉพาะคำว่าขอโทษ เขาอยากพูดคำนี้ และอยากให้เธอให้อภัยเขา
“พี่เติม นั่นมันน้องคุณฉัตรนี่หว่า มาทำอะไรแถวนี้วะ” ต๋องชี้ให้ลูกพี่ดูเด็กหนุ่มรูปร่างผอมแห้ง ที่กำลังเดินไปข้างหลังอู่ เป็นที่รู้กันดีว่าคนที่นี่ต้องการอะไร
“ดูจากสภาพ ท่าทางจะหนักเอาการ” คำพูดของลูกน้องทำให้เติมเต็มต้องหันไปมอง ตาคมเข้มมองคนที่ใส่ชุดนักเรียนม.ปลายก่อนจะส่ายหัวไปมา เฉิดฉินน่าจะกำลังลงแดง
“เอาไงต่อพี่ ปล่อยไว้งั้นตายแน่ ๆ” เสกถามเพราะสงสารคนที่ยังอ่อนต่อโลก เติมเต็มยังมองเด็กหนุ่มอยู่อย่างนั้น ถ้าฉัตรฉายรู้ว่าน้องติดยา เธอก็คงโทษว่าเป็นความผิดของเขา ในสายตาของเธอเขากลายเป็นคนเลวไปแล้ว แต่ถ้าปล่อยเอาไว้เฉิดฉินก็จะทรมาน จนถึงขั้นขาดใจตาย
“เอาตัวกลับไป ระวังหน่อยนะยังใหม่อยู่ แรก ๆ ก็ให้มันก่อน รอจนร่างกายมันฟื้น ค่อยพาไปวัด”
“ถ้าคุณฉัตรรู้คงโทษพี่” ต๋องออกความคิด
“ช่างแม่ง” มาถึงตอนนี้เขาไม่สนใจอะไรอีกแล้ว ช่วยคนคือสิ่งที่เขาต้องทำ
ตั้งแต่จำความได้ไม่เคยมีใครพูดถึงครอบครัวเขาในแง่ดีอยู่แล้ว รวยเพราะค้ายาคำนี้เขาได้ยินตั้งแต่เด็กจนโต มีปากก็พูดกันไป คนพวกนั้นไม่รู้เลยเหรอว่า ก่อนที่พ่อจะหันไปเล่นการเมือง พ่อทำอาชีพอะไร สิบปีมานี้ทุเรียนราคาดี โดยเฉพาะเกรดส่งออก พ่อเขาเป็นเจ้าของสวนทุเรียนที่ใหญ่ลำดับต้น ๆ ของจังหวัดจันทบุรี ต่อให้ไม่เล่นการเมือง ไม่ต้องรับเหมาก่อสร้าง ก็มีกินมีใช้ไปตลอดชาติ
เมื่อถึงกำหนดที่ต้นเทียนต้องไปรายงานตัวที่มหาวิทยาลัย ถึงแม้จะทำใจไว้แล้ว แต่ฉัตรฉายก็สัมผัสได้ถึงความเศร้าของทุกคน โดยเฉพาะคู่แฝด ที่ซึมลงจนผิดตา วิเวียนกับพรรษา ติดพี่ชายมาก ต้องมาจากกันอย่างนี้คงใจหาย เธอเองก็ใจหายเช่นกัน “กลับมาบ้านบ่อย ๆ นะพี่เทียน เค้าคิดถึง” วิเวียนบอกกับพี่ชาย “เค้าก็ด้วย” พรรษาเอ่ยเสริมอีกคน “พี่จะโทรหาบ่อย ๆ นะ” ต้นเทียนบอกกับน้องสาว “ช่วยพ่อกับแม่ทำงานด้วยล่ะ อย่าเอาแต่เล่น มือถือ” “รู้แล้วน่า” คู่แฝดตอบพร้อมกัน “อยู่ทางโน้นดูแลตัวเองนะลูก พ่อกับแม่จะไปเยี่ยมบ่อย ๆ” ฉัตรฉายบอกกับลูก ตั้งแต่แต่งงานกับกรรชล ต้นเทียนก็เรียกเธอว่าแม่ตลอดมา “ครับแม่ เทียนจะโทรหาแม่บ่อย ๆ นะครับ” “ตั้งใจเรียนนะลูก เอาใบปริญญามาให้พ่อดูด้วยนะ อยากเห็นจังว่าสวยแค่ไหน” กรรชลบอกกับลูก ตบบ่าลูกเบา ๆ เพื่อให้กำลังใจ “เทียนจะตั้งใจเรียน จะไม่ทำให้พ่อกับแม่ผิดหวัง ดูแลแม่กับน้องด้วยนะพ่อ ปิดเทอมเทียนจะรีบกลับมา” “ไม่ต้องห่วง” กรรชลยักคิ้วให้ลูกชาย
“คิดอะไรอยู่คุณ” กรรชลถามคนที่ยืนมองออกไปนอกหน้าต่าง ฉัตรฉายหันมายิ้มให้สามี “คิดเรื่อยเปื่อยน่ะค่ะ” “มานอนเถอะดึกแล้ว” “เมื่อยไหมคะ เดี๋ยวฉันนวดให้” วันนี้กรรชลลงนาทั้งวัน แบกนั่นยกนี่น่าจะปวดเมื่อยไม่น้อย “ไม่อยากนวด อยากทำอย่างอื่นมากกว่า” คุณพ่อลูกสามบอกพร้อมกับมองภรรยาด้วยสายตาหวานเยิ้ม “คุณนี่น้า...ลูกโตแล้วนะคะ” “ลูกโตแล้วไง พ่อมันยังอยากฟัดแม่อยู่นี่ มาเถอะคุณหลายวันแล้วนะ” พูดพร้อมกับดึงมือภรรยาให้เข้ามาหา ฉัตรฉายหน้าร้อนผ่าว เมื่อสามีดึงรั้งชุดนอนออกจากตัว กรรชลกลืนน้ำลายลงคอ ไม่ว่าเวลาจะผ่านมานานแค่ไหน เมียเขาก็ยังสวยน่ากินไปทั้งตัว “ขอชื่นใจหน่อยนะ” พูดแล้ววางมือลงบนหน้าท้องของเธอ แล้วเลื่อนต่ำลงไปเรื่อย ๆ “ก้านคะ” เสียงเรียกถูกกลืนลงคอ เมื่อปากหนาปิดปากของเธอเพื่อกลั้นเสียง ก่อนจะยกคนตัวเล็กขึ้นมาคร่อมอยู่ด้านบนประกบปากแลกจูบกันอย่างดูดดื่ม มือแกร่งวนเวียนอยู่ที่ต้นขาด้านใน แล้วไล้เรื่อยไปตามสะโพกงามงอน ขยำก้นอย่างมันมือ ลากไล้ปลายนิ้วไปตามร่องก้น ที่มีไข่มุกเส้นเล็กฝั
หลายปีต่อมา ฉัตรฉายกับกรรชลใช้ชีวิตด้วยกันอย่างมีความสุข มีลูกสาวฝาแฝดเป็นโซ่ทองคล้องใจ เสือก้านกลายเป็นแมวเชื่อง ๆ เลี้ยงลูกอยู่บ้านทุกวัน ต้นเทียนขึ้นมัธยมปลาย อีกไม่นานก็จะไปเรียนต่อ มหาวิทยาลัย เมื่อวันนั้นมาถึงบ้านคงเงียบเหงา เวลาเดินไปเร็วเหลือเกิน เด็กน้อยตัวผอมแห้งวันนั้น ตอนนี้เป็นหนุ่มเต็มตัว แล้วจะไม่ให้เธอแก่ลงได้อย่างไร ฉัตรฉายดีใจที่ลูก ๆ เข้ากันได้ เจ้าแฝดรักและเป็นห่วงพี่ชายที่สุด “พรรษา วิเวียน เห็นพี่เทียนไหม” เสียงของแม่ ทำให้คู่แฝดที่กำลังช่วยพ่อเก็บไข่เป็ดในเล้าต้องหันไปมอง “ไม่เห็นค่ะแม่ ไปบ้านพี่เปาหรือเปล่าคะ” วิเวียนตอบคำถามของแม่ “มีอะไรหรือเปล่าคุณ” กรรชลถามภรรยา “มีคนมาหาน่ะค่ะ ไปไหนนะมือถือก็ไม่เอาไป” “ใครมาเหรอแม่ ใช่แฟนพี่เทียนหรือเปล่า” พรรษาถามด้วยความอยากรู้ “พี่เทียนมีแฟนแล้วเหรอ” วิเวียนถามพรรษา “มีนะ เราได้ยินพี่เทียนคุยโทรศัพท์กับผู้หญิง” “ใช่ที่ไหนละ พี่เทียนคุยกับเพื่อนในเกมต่างหาก” “คนนี้แฟน เราได้ยินพี่เทียนเรียกที่รัก หรืออะไ
ร่างสูงขยับลุกขึ้นยืน ตาคมเข้มมองดวงหน้าหวานแดงก่ำ ฉัตรฉายหลบตา เมื่อเขาเลียริมฝีปากตัวเอง กรรชลจัดการกับเสื้อผ้าตัวเอง รูดกางเกงชั้นในออกไปให้พ้นทาง ความเป็นชายแข็งชันอวดโฉมต่อหน้าเธอ ฉัตรฉายกลืนน้ำลายลงคอ เมื่อเห็นสิ่งนั้นชัดเจนเต็มสองตา “ทำให้ผมบ้างได้ไหม” กรรชลเอ่ยขออยากจับมันยัดใส่ร่องเธอแล้วกระแทกให้สุดแรง อีกใจก็อยากให้เธอคุ้นเคยกับมันก่อน เธอจะได้สนุกและมีความสุขไปกับเขา “ฉันทำไม่เป็น” ตอบไม่เต็มเสียงนัก มือหนาจับมือบาง แล้วนำมาวางบนแท่งร้อนแข็งชัน “จับมันสิ มันเป็นของคุณนะ” กรรชลขยับมือที่กุมอยู่บนมือเธอไปมา ฉัตรฉายขยับมือตามมือของเขา “แบบนั้นแหละ คนดี” เอ่ยชมเมื่อฉัตรฉายทำตามอย่างว่าง่าย “อ่า...” เสียงครางหลุดออกจากริมฝีปากหนา เมื่อมือเล็กเร่งจังหวะถี่ ๆ เท้าหนาจิกลงพื้น ความเสียวเข้าเล่นงาน เป็นแบบนี้คงได้ขายหน้า เธอขยับมืออย่างไร้เดียงสา แต่กลับทำให้เขาเสียวซ่านจนแทบขาดใจ “พอก่อนฉัตร” กรรชลร้องห้ามจับยึดมือเธอเอาไว้ ฉัตรฉายตกใจ เมื่อเขาบอกให้หยุด “ฉันทำคุณเจ็บเหรอ” ถามเมื่อเห็นความทรม
เมื่อถึงเวลาส่งตัวบ่าวสาวเข้าหอ คนที่ดูตื่นเต้นที่สุดคงจะเป็นกรรชล ถึงแม้จะอยู่ด้วยกันสองต่อสองมาหลายครั้ง แต่ครั้งนี้ต่างกันออกไป เพราะเขาสามารถครอบครองเธอได้ตามที่ใจอยากทำ “อาบน้ำก่อนไหมคะ” ฉัตรฉายถามคนที่นั่งอยู่ปลายเตียง “คุณอาบก่อนเลย ผมช่วยรูดซิบให้” ร่างสูงลุกขึ้นแล้วเดินมาหาคนที่ยืนอยู่หน้ากระจก “โทรหาญาติที่สุพรรณยังคะ ถึงไหนกันแล้ว น่าจะค้างที่นี่อีกคืน” แขกที่มาจากสุพรรณบุรีกลับตั้งแต่งานเลี้ยงเลิก ฉัตรฉายและญาติขอให้อยู่ค้างที่นี่อีกคืน แต่ทุกคนก็ปฏิเสธเพราะเกรงใจเจ้าของบ้าน กรรชลอยู่ที่นี่จนครบเจ็ดวัน แล้วเดินทางกลับพร้อมฉัตรฉาย ต้นเทียนกลับไปกับกิ่งกาญเพราะต้องไปโรงเรียน “ว่าจะโทรตอนเช้าเลย สั่งลุงชมไว้แล้วถ้าไม่ไหวก็ให้คนอื่นขับแทน หรือไม่ก็จอดนอนตามปั๊ม” “น่าจะกลับเช้า” “พวกเขาเกรงใจน่ะคุณ มากันหลายคนต้องเลี้ยงข้าวอีก บางคนก็ห่วงงาน กลับ ๆ ไปเถอะอยู่ก็ไม่ได้ช่วยอะไร” “ทำไมพูดแบบนี้คะ เขามาแสดงความยินดีกับเรานะ” “ก็รู้...” “ไม่คุยกับคุณแล้ว ไปอาบน้ำดีกว่า”
งานเลี้ยงในค่ำคืนนี้เป็นงานเล็ก ๆ ก็จริง แต่เต็มไปด้วยความสุข แขกฝั่งเจ้าสาวยิ้มแย้มสดชื่น ในขณะที่ฝั่งเจ้าบ่าวยังหาหัวข้อนินทากันไม่หยุดปาก กิ่งกาญมองบนแปดตลบ เบื่อหน่ายกับชาวบ้านพวกนี้เต็มทน “พามากินฟรียังปากดีอีก” “ช่างเถอะน่า รำคาญก็เดินหนีไป” ลุงชมบอกกับหลานสาว “หูมันได้ยินน่ะลุง” “หูมึงก็ดีเกิ้น เครื่องไฟดังขนาดนี้ยังได้ยิน กูว่าต้องด่าตีนมากกว่าที่พาเดินไปฟังเขานินทาอยู่ได้ ไป ๆ ไปดูไอ้ก้านกัน คืนนี้มันหล่อจริง ๆ” “เจ้าบ่าวนี่ก็ต้องหล่ออยู่แล้ว” “เสียดายกูเกิดนานไปหน่อย” “อย่าบอกนะว่าลุงชอบครูฉัตร” “กูหมายถึงหน้าตาโว้ย! อีนี่ปากหาเรื่องจริง ๆ ไปแล้วกู ไปหาโต๊ะนั่งดีกว่า มึงล่ะจะไปนั่งไหน ไปนั่งกับพวกครูไหมล่ะ”ครูที่ลุงชมพูดถึง คือคณะครูที่มาจากโรงเรียน ครูตั้งใจมากินเลี้ยงตอนเย็น จึงเอารถกันมาเอง “ไม่อ่ะ ฉันไปนั่งกับลุงดีกว่า เห็นไอ้เทียนกับไอ้เปาไหม หายหัวไปเลย” “เล่นกับหลานครูฉัตรนั่นแหละ หนูไฉไล โตขึ้นคงสวยน่าดู ได้ย่ามาเยอะ” “รู้แล้วทำ
ถึงแม้โลกออนไลน์จะทำให้มีคนรู้จักมากขึ้น มีงานเข้ามาให้ทำไม่ขาดมือ แต่ณชาก็ยังไม่ทิ้งงานที่ร้านเหล้า เธอทำให้ร้านแห่งนี้มีชื่อเสียงไปด้วย เจ้าของร้านขอบคุณ และบอกให้เธอไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ ไปอยู่ในที่ที่เหมาะสม เพื่ออนาคตของตัวเองและลูก ณชายิ้มแล้วเดินหนีไม่อยากฟังคำโน้มน้าวของเจ้าของร้าน มีงานทำมีเ
“พี่ฉายว่าไง” ถามพี่ชายเพราะคิดไม่ออกแล้วว่าจะต้องทำยังไง ฉายแสงมองหน้าน้อง ปรับเบาะให้อยู่ในท่านอนแล้วยกมือก่ายหน้าผากทำท่าครุ่นคิด “พี่ฉายว่า ครั้งนี้เฉิดจะเชื่อเราไหม” “สร่างเมามันก็ดีกัน ไม่น่าให้ถึงตำรวจเลย” ฉายแสงตอบสั้น ๆ ในความไม่สนใจแต่ฉัตรฉายรู้ว่า พี่ก็เครียดไม่น
โทรศัพท์มือถือที่แผดเสียงดังลั่น ปลุกคนนอนคุดคู้ใต้ผ้าห่มให้ตื่นขึ้น มือบางควานหามือถือ หรี่ตามองหน้าจอเพื่อดูว่า ใครกันที่เสียมารยาทโทรมาดึกดื่น ก่อนจะถอนหายใจ เมื่อเห็นรายชื่อของคนที่โทรเข้ามา “เฉิด!...” เรียกชื่อคนปลายสาย แล้วดีดตัวออกจากที่นอน ลางสังหรณ์บอกว่าสิ่งที่กำลังจะได้ยินจา
[ห้าปีต่อมา]“คุณแม่ คุณแม่มาแล้ว!” เสียงเล็กที่ตะโกนออกมาด้วยความดีใจของคนตัวเล็ก ทำให้ณชาหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง ร่างบางย่อตัวลง รับคนตัวเล็กเข้ามาในอ้อมแขน กอดพร้อมกับหอมลงบนศีรษะลูกฟอดใหญ่ ต่อให้เหนื่อยแค่ไหนเธอก็ไม่ท้อ เพราะมีลูกเป็นกำลังใจ “วันนี้มีเธอเป็นเด็กดีหรือเปล่า” ถามพร้อม







