LOGINพวกเขาเดินทางอีกสองวันก็มาถึงเขตทะเลกลาง
เม
“พิจารณาจากโทษของคดีที่สอง ข้อที่สองจุดหนึ่ง การละเลยการปฏิบัติหน้าที่ที่อาจนำมาซึ่งความเสียหายเป็นวงกว้างต่อผู้คนและทรัพย์สิน โทษสูงสุดคือคำสั่งปลดประจำการพร้อมเข้าสู่ศาลตัดสินว่าด้วยเรื่องที่อาจนำไปสู่การล้มล้างการปกครองของเมืองหลวงที่ 3 ซึ่งโทษสูงสุดคือการประหารชีวิตข้อที่สองจุดสอง การลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย ต้องจ่ายค่าปรับตามจำนวนวันที่เข้ามาและถอนสิทธิในการเข้าออกเมืองเป็นเวลาสูงสุดสิบปี”หลังการกล่าวโทษในครั้งนี้พยานที่เหลือจึงขึ้นให้การ เอลิสกล่าวถึงความร่วมมือที่เขาวางแผนเอาไว้กับพันเอกโดยมีเอกสารยืนยันจากจอมพลรับรอง เขาจึงถูกกันตัวออกจากการเป็นหนึ่งในผู้มีส่วนร่วมในขบวนการไกด์ดานีลเป็นพยานในเรื่องการสะกดจิตล้วงความลับในการปฏิบัติการจับกุม พันตรีวอลช์และพยานอีกคนก็เช่นเดียวกันที่ขึ้นให้การเกี่ยวกับการบุกตลาดมืดใต้ดิน เหมือนทั้งสองจะเป็นทหารในสังกัดพันเอกเดอริททั้งคู่“โทษที่ได้รับในส่วนของคดีที่สอง จากการเพิ่มการลดโทษเมื่อพิจารณาจากค
ภายในศาลพิเศษภายใต้การดูแลของสภาสูง การพิจารณาต้องประกอบด้วยสามฝ่าย คือฝ่ายสภาสูงเอง สมาคมและรัฐบาล อีกทั้งเมื่อต้องวิพากย์เอสเปอร์จำต้องมีเอสเปอร์จากหน่วยงานอื่นมาเข้าร่วมฟังผลอย่างน้อยสิบคน หนึ่งในนั้นคือพันเอกคาสเวลที่ยัดตัวเองเข้ามาเพื่อดูแลไกด์ตัวน้อยของเขาภายในห้องพิจารณาตัดสินเป็นโถงขนาดใหญ่ ด้านหน้าคือบังลังก์สำหรับผู้ควบคุมผลตัดสินและเหล่าผู้มีอำนาจเต็ม ด้านหลังเป็นที่นั่งในรูปแบบขั้นบันไดลดหลั่นกันไปสำหรับสมาชิกของแต่ละหน่วยงานที่เข้ามาฟังผลคดี ในส่วนตรงกลางห้องเป็นคอกเตี้ยครึ่งวงกลมสำหรับผู้ถูกตัดสิน โดยที่ไม่ไกลกันนั้นเป็นโพเดียมสำหรับพยานในการแจ้งสารแก่ผู้ควบคุมผลตัดสินอีกทีเอลิสเป็นหนึ่งในคนที่นั่งเรียงแถวอยู่ด้านหลังโพเดียมสีน้ำตาลแก่ ข้าง ๆ เขาประกอบด้วยไกด์ดานีล พันตรีวอลช์ผู้เป็นทหารหน่วยข้อมูลของพันตรีเดอริท และผู้ร่วมในเหตุการณ์จับกุมอีกสองคนที่เอลิสไม่รู้จักพวกเขารอไม่นานพลตรีเวสเตอร์ก็ถูกจอมพลสูงสุดพาเข้ามาเป็นคนสุด
รายการยาของทางสโมสรได้ออกมาแล้ว หากไม่นับตัวยาที่มีผลผิดพลาดร้ายแรงจะคงเหลือยาที่ใช้งานได้อยู่สามประเภทเท่านั้น ได้แก่ พิกซี่ที่ใช้สร้างเอสเปอร์เทียม ต้องกินอย่างต่อเนื่องเพื่อคงพลังเอาไว้ ดรายแอดที่พลตรีเวสเตอร์เคยใช้ มันจะดึงอายุขัยแทนที่ขีดจำกัดและพลังที่เพิ่มขึ้น ตัวนี้จะมาพร้อมกับยาแก้ของมันเองอีกชนิดที่ไม่มีใครรู้จักมาก่อนคือ นิมฟ์ ยาที่สามารถเพิ่มระดับขั้นของเอสเปอร์มีผลราว ๆ หนึ่งสัปดาห์ถ้ากินซ้อนทับกันจะเพิ่มระดับขึ้นไปเรื่อย ๆ ผลข้างเคียงดูเหมือนไม่มากเพียงแค่ทำให้ร่างกายอ่อนแรงหลังจากตัวยาหมดฤทธิ์ แต่หากใช้เป็นระยะยาวนานจะทำร้ายโครงสร้างร่างกายจนเสียหายอย่างหนักในส่วนของแฟรี่ ทางสโมสรได้จัดให้เป็นผลงานที่ล้มเหลวไปแล้วตอนนี้เมื่อมีการค้นพบตัวยาที่ผลข้างเคียงต่ำกว่ามากทั้งยังให้ผลดีในการต่อสู้ ทุกฝ่ายย่อมให้ความสนใจเป็นธรรมดาก๊อก ๆ“ขออ
“ไม่ได้เจอกันสักพักแล้วนะครับ” ไกด์ดานีลนั่งลงตามที่เอลิสต้องการก่อนจะกล่าวทักทายขึ้นมาอีกครั้ง“นั่นสินะครับ” เอลิสพยักหน้ารับแล้วถามต่อ “ว่าแต่คุณไกด์ดานีลต้องมาเป็นพยานในการสอบสวนพลตรีเวสเตอร์ด้วยเหรอครับ”สภาสูงในวันนี้ประกาศตัดสินโทษของบุคคลเดียวเท่านั้น เอลิสจึงรู้ว่าอีกฝ่ายมาด้วยเหตุนี้เช่นกันแต่ไม่รู้เหตุผล“ใช่ครับ ผมเป็นคนสอบปากคำคนของสโมสรที่กองพันที่ 2 และ 3 จับตัวเอาไว้ได้ในช่วงแรกของการบุกจับกุม จึงต้องมารับการสอบด้วยในวันนี้ครับ” ไกด์ดานีลตอบคำถามด้วยรอยยิ้ม เขามองดูเอลิสอยู่ครู่หนึ่งจึงได้เริ่มต้นกล่าวสิ่งที่ทำให้เขามาหาเอลิสในตอนนี้ “ผมคิดว่าตอนนี้คุณต้องระวังตัวเอาไว้หน่อยนะครับ”ดานีลต้องมาเป็นพยานก็จริง แต่ด้วยอำนาจของไกด์อาวุโสเขาไม่จำเป็นต้องมานั่งรอเวลาแบบนี้ แต่ข่าววงในที่ได้รับมาทำให้เขาค่อนข้างเป็นกังวลเอลิสพยักหน้ารับคำไม่ได้ใส่ใจสิ่งที่อีกฝ่ายบอกนัก จะอย่างไรพันเอกคาสเวลก็เพิ่งพูดในรูปแบ
จอมพลได้รับแจ้งว่าใครคือหัวหน้าสโมสรตั้งแต่ที่พันเอกคาสเวลและพันเอกเดอริทระแคะระคายว่าบุคคลใต้หน้ากากนั้นดูคุ้นตา จอมพลจึงแจ้งไปยังตัวเมืองที่อยู่โดยรอบของเมืองชายแดนที่ 3-15 ซึ่งพลตรีเวสเตอร์ได้ถูกส่งไปประจำการ จะอย่างไรชายแดนตะวันตกค่อนข้างเกิดการปะทะบ่อยครั้ง เมืองจึงถูกสร้างใกล้ๆกันเพื่อเป็นปราการป้องกันไม่ให้สัตว์ประหลาดหลุดเข้ามาเขตด้านในมากนัก การระดมเอสเปอร์หลายเมืองเพื่อบุกเมืองเดียวจึงเป็นเรื่องง่ายดายโดยที่แต่ละเมืองไม่ต้องส่งคนมามากนักยังมีความเป็นไปได้หนึ่งที่ว่าพลตรีเวสเตอร์อาจร่วมมือกับเอสเปอร์ระดับ S เมืองใกล้เคียง แต่ความเป็นจริงมันเป็นไปได้น้อยมาก เอสเปอร์ระดับ S พวกนี้ความคิดค่อนข้างเป็นเอกเทศ พวกเขามักจะกดข่มกันเองมากกว่าจะยอมร่วมมือกันด้วยดีเสียด้วยซ้ำเมื่อเข้ายึดเมืองได้จึงพบเข้าหลายอย่าง ทั้งนักวิจัยที่กำลังทดสอบตัวยาและเอกสารที่มาจากพื้นที่กลางทวีปส่วนหนึ่ง ยังมีคนที่อ้างตัวว่ามาจากกลางทวีปอีกสองคนซึ่งกำลังถูกส่งตัวมายังเมืองหลวงศูนย์กลางเพื่อสอบปากคำ
ติ๊ดๆเสียงแจ้งเตือนจากทริกเกอร์ทำให้เอลิสงัวเงียตื่นขึ้นมา หัวหนุนอยู่บนตักของพันเอกคาสเวลที่นั่งพิงหัวเตียงรับสายที่โทรเข้า“อืม... ได้” พันเอกพูดสายแค่ไม่กี่คำก็กดตัดสายทิ้งแล้วก้มมองไกด์ตัวน้อยของเขาที่ตาปรือแหงนมองขึ้นมา“กี่โมงแล้วครับ” เอลิสถามด้วยเสียงเบาหวิวติดจะแหบพร่าเล็กน้อย“เพิ่งเจ็ดโมงเช้า นอนต่อเถอะ” พันเอกพูดพร้อมกับลูบศีรษะกลมที่ปกคลุมด้วยผมสีดำนุ่มลื่นอย่างเบามือเอลิสเพิ่งได้นอนตอนตีห้ากว่าๆเท่านั้น ดวงตาจึงปรือปรอยจะหลับลงให้ได้แต่ยังไม่ทันที่เอลิสจะได้นอนหลับอีกครั้ง ทริกเกอร์อีกเสียงก็ดังขึ้น ในครั้งนี้มันดังอยู่ปลายเตียงนอน แน่นอนว่าไม่ใช่ของพันเอกคาสเวลดูเหมือนว่าตอนที่ถูกจับเปลื้องผ้า พันเอกจะถอดให้หมดเลยจริงๆ แม้แต่ทริกเกอร์ที่ควรสวมติดตัวตลอดเวลาก็ไม่ละเว้นเอลิสเริ่มหายง่วงแล้วเมื่อถูกปลุกถัดๆกันสองค







