Mag-log in‘โห… นี่มันแขนเด็กชัดๆ… ’ ตุลย์ถึงกับอุทานในใจกับสิ่งที่เห็น เพียงแค่มองก็เกิดความรู้สึกร้อนผ่าวเสียววาบเข้ามาที่ง่ามตูด ยกมือขึ้นปิดปากตัวเองด้วยความตกใจ ด้วยกลัวว่าเสียงอุทานจะหลุดออกมาให้คนที่โดนแอบมองรู้ตัว ท่านอนของลุงนวย ทำเอาตุลย์ใจเต้นระทึก ถึงขั้นนอนไม่หลับ พลิกตัวกระสับกระส่ายไปมาจนงุ่นง่าน เวลาผ่านไปอีกครู่ใหญ่ๆ… ตุลย์เริ่มง่วง ทว่าขณะกำลังเคลิ้มอยู่ในอาการครึ่งหลับครึ่งตื่น จู่ๆ ก็รู้สึกว่าบางอย่างหนักอึ้งก่ายเกยมาทับที่สะโพก พอเอามือจับ… จึงรู้ว่าเป็นท่อนขาของลุงนวยตะแคงมาก่าย “โอ้ว… อุ๊ย… ” ตุลย์สะดุ้ง… ท่อนขาไม่เพียงแค่ก่าย แต่ลุงนวยยังกอด
view moreร่าน
กับลุงชาวเล
ผู้เขียน
ข้าวหลาม
ไม่อนุญาตให้สแกนหนังสือ
หรือคัดลอกเนื้อหาส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือ
เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของหนังสือเท่านั้น
นิยายเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่สมมติขึ้น
ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องจริงแต่อย่างใด ชื่อบุคคล
และสถานที่ที่ปรากฏในเนื้อเรื่อง ไม่มีเจตนา
อ้างอิงหรือก่อให้เกิดความเสียหายใดๆ
ร่าน
กับลุงชาวเล
พุทธศักราช 2563 บางตะบูน เพชรบุรี
รถมินิออสตินสีดำแล่นเลาะผ่านป่าจากมาหลายคดหลายโค้ง จนเข้ามาถึงริมฝั่งทะเลที่ผู้คนขนานนามว่าบางตะบูน มีแม่น้ำบางตะบูนและชายทะเลทอดยาวออกไปจรดอ่าวไทยทางทิศตะวันออก
‘ตุลย์’ ชายหนุ่มหน้าใส ผิวขาว อายุสิบเก้าปี ตัดสินใจหักพวงมาลัยพารถเข้าจอดริมป่าจากข้างทาง
มือเรียวราวกับผู้หญิง เอื้อมคว้าโทรศัพท์มือถือไอโฟน วางอยู่บนเบาะข้างๆ ขึ้นมากดดู
หน้าจอแสดงผลจีพีเอส บอกว่าอีกเพียงแค่สามกิโลเมตร จะถึงรีสอร์ตอันเป็นจุดหมาย เป็นรีสอร์ตที่ได้มาจากการสืบค้นด้วยกูเกิ้ล มีหลายคนรีวิวว่าดี ทั้งสถานที่และบรรยากาศรอบๆ
ในเวลาต่อมา
รถของทิวแล่นมาจนถึงรีสอร์ต ทว่าสถานที่จริงกลับดูแตกต่างไปจากภาพที่เห็น
ก่อนมา… ตุลย์ดูรูปจากเวปไซต์ของรีสอร์ต แต่ของจริงที่เห็นกลับแลดูเก่าและทรุดโทรมมาก
ทว่านั่นก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่เท่ากับการมาเจอกลุ่มนักศึกษาหลายสิบคนที่มารวมตัวกันจัดงานปาร์ตี้วันเกิด
ทำให้รีสอร์ตที่ตุลย์คาดหวังว่าจะได้พบกับความเงียบสงบเป็นส่วนตัว… มลายหายไปในพริบตา
ตุลย์ขับรถกลับออกมาตามเส้นทางเดิม แต่คราวนี้ตัดสินใจเลี้ยวเลาะมาทางป่าจากอีกฟาก ตามนิสัยรักการผจญภัยชอบความตื่นเต้น ทำให้ได้พบกับป่าโกงกางและป่าจากทอดยาวขนานไปตลอดเส้นทาง
“ว้าว… บรรยากาศสวยมาก”
ไม่ผิดหวังที่ตัดสินใจเลี้ยวรถเข้ามา…
ตุลย์ขับรถลัดเลาะลึกเข้ามาเรื่อยๆ จนสะดุดตากับบ้านไม้เล็กๆ หลังหนึ่ง โอบล้อมไว้ด้วยต้นจิกทะเลและป่าโกงกางเขียวขจี มีสะพานไม้เล็กๆ ทอดยาวเข้าไปถึงตัวบ้าน ดูเหมือนว่าแถวนี้จะเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ของชาวเล
ตุลย์ตัดสินใจจอดรถ…
แรกทีเดียวคิดเพียงแค่ว่าอยากถ่ายภาพสวยๆ เก็บบรรยากาศเอาไว้
กระทั่งสายตาเหลือบไปเห็นผู้ชายวัยลุงคนหนึ่ง รูปร่างสูงใหญ่มาก ความสูงที่เห็นจากไกลๆ ประมาณได้ว่าน่าจะเฉียดร้อยแปดสิบเซนติเมตรหรือไม่ก็ใกล้เคียง
ร่างสูงใหญ่… กำลังเดินเข้ามาใกล้รถของตุลย์ เขานุ่งเพียงกางเกงขาก๊วยสีน้ำตาลตัวเดียว เปลือยอกอวดเรือนร่างกำยำไปด้วยมัดกล้าม ที่แผงอกมีเส้นขนสีดำกระจายเป็นแพปกคลุม ดูเซ็กซี่สมชายชาตรี
ครั้นเมื่อเข้ามาใกล้ จึงเห็นว่าผิวสีน้ำตาลคล้ำแต่ดูเรียนเนียนสะอาดสะอ้าน และที่สะดุดตาอย่างจังก็คือใบหน้าสุดคมคร้ามหล่อเหลา
“หลงทางมาหรือวะไอ้หนุ่ม… ”
เสียงทุ้มกังวานตะโกนถาม
“ไม่เชิงครับลุง… ”
ตุลย์รีบตอบ เปิดประตูก้าวลงจากรถ
“แล้วเอ็งเข้ามาทำไมแถวนี้วะ… ถ้าจะไปรีสอร์ตเอ็งควรเลี้ยวไปอีกทาง ขับรถกลับไปตามทางเดิมแล้วเลี้ยวซ้าย แถวนี้ไม่มีรีสอร์ตโว้ย… ”
ผู้ชายวัยลุงแนะนำด้วยความหวังดี แม้เสียงจะดัง ดุดันโผงผาง แต่แววตาก็เป็นมิตรจนตุลย์รู้สึกได้
“เมื่อกี้ผมไปรีสอร์ตมาแล้วครับลุง แต่ว่าไม่ชอบบรรยากาศเอาเสียเลย… ”
“ไม่ต้องถาม… ดื่มเข้าไปเถอะ… มันจะล้างมนต์ดำที่เอ็งเพิ่งโดนมาไม่นาน… ”อาจารย์คงกล่าวเสียงเข้ม…คำพูดที่ได้ยินทำให้เจตน์รู้สึกกลัว ยิ่งเมื่อคืนก็ฝันแปลกๆ ว่ามีผู้หญิงผิวดำคล้ำมานั่งอยู่ปลายเตียง แล้วตอนนอนก็หลับๆ ตื่นๆ เหมือนมีพลังงานบางอย่างรบกวนการนอนอยู่ตลอดเวลา“น้ำมนต์เตรียมไว้เรียบร้อยแล้วครับ… ”ลุงดำเดินกลับมาชะโงกใบหน้าบอกอาจารย์คง กลิ่นธูปและควันเทียนโชยไปทั่วห้อง“ไอ้หนุ่ม… เอ็งตามข้ามาที่ห้องอาบน้ำมนต์”อาจารย์คงลุกขึ้น สลัดผ้าขาวม้าที่พาดบ่าเอามาคาดเอว แล้วเดินนำหน้าเจตน์ไปยังประตูที่อยู่ด้านใน เชื่อมต่อไปถึงห้องทำพิธีอาบน้ำมนต์ครู่ต่อมา…ห้องอาบน้ำมนต์ค่อนข้างมิดชิด…มีเพียงแค่แสงสว่างเพียงสลัวๆ สาดลอดเข้ามาจากช่องลมใกล้หลังคา ทำให้เห็นประกายแสงเทียนแจ่มชัด“เอ็งถอดเสื้อผ้าแล้วนั่งลงบนเก้าอี้”อาจารย์สั่งพร้อมกับชี้มือไปยังเก้าอี้พลาสติกสีขาวที่มีอยู่ในห้องสำหรับประกอบพิธีอายน้ำมนต์“ถอด… เอ่อ… ต้องถอดหมดเลยหรือครับ”เจตน์รู้สึกประหม่า…“ใช่… ผู้ชายด้วยกันทั้งนั้นไม่ต้องอาย ช่วงนี้ดวงเอ็งไม่ดีควรจะล้างร่างกายให้สะอาดเอี่ยมทุกซอกทุกหลืบในร่างกายด้วยน้ำมนต์ของข้า จะได้ขับ
“อาจารย์ครับ… ”เสียงของลุงดำส่งสัญญาณให้ชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่ที่กำลังนั่งขัดสมาธิหลับตาอยู่หน้าโต๊ะหมู่บูชาใกล้กับหัวกะโหลกสีขาวมีแท่งเทียนปักเอาไว้ข้างบน น้ำตาเทียนสีเหลืองไหลลงมาอาบทั่วหัวกะโหลกจนแทบไม่เห็นร่องรอยเดิมของสีขาวอาจารย์คงค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา… รู้สึกสะดุดตากับใบหน้าของเจตน์ที่หล่อเหลาน่ามอง ผิวพรรณของชายหนุ่มคนนี้เกลี้ยงเกลาขาวเนียนดูสะอาดสะอ้าน ปากแดงระเรื่อดูจิ้มลิ้มถูกใจอาจารย์คง“สวัสดีครับอาจารย์… ”เจตน์ยกมือไหว้พร้อมกับนั่งลงบนเสื่อ“เออ… สวัสดี… เอ็งมีเรื่องอะไรก็ว่ามา”อาจารย์คงเอ่ยถาม สายตายังไม่ละจากใบหน้าหล่อเหลาของเจตน์“อาจารย์ช่วยอาบน้ำมนต์ให้ผมได้ไหมครับ… วันมะรืนนี้ผมจะต้องไปคัดเลือกทหาร”เจตน์บอกธุระของตนที่ทำให้ต้องดั้นด้นมาจนถึงสำนักที่ตั้งอยู่ชายเขาแห่งนี้“อ๋อ… ที่แท้ก็ใกล้คัดเลือกทหารนี่เอง… ไอ้ดำเอ็งช่วยไปเตรียมน้ำมนต์ให้ที… ”อาจารย์กล่าวพร้อมกับสั่งลุงดำ“ได้ครับอาจารย์… ”ลุงดำพยักหน้ารับคำแล้วเดินออกไปจากห้อง ทิ้งให้เจตน์อยู่กับอาจารย์คงเพียงลำพัง“ไม่ต้องเกร็ง… เดี๋ยวกูจัดการให้ แต่ถ้าจะให้ดีก็ต้องลงนะหน้าทองด้วย รับรองว่าขลัง จะช่วยเสริ
ตอนนี้ไม่ว่าใครแนะนำอะไรที่ทำแล้วสบายใจและช่วยสร้างความเชื่อมั่นคล้ายกับเป็นที่พึ่งทางใจ เจตน์ยินดีทำตามทุกอย่าง“นี่หลวงพ่อดำ… เอาสวมคอไว้ในวันที่เอ็งจะต้องจับใบดำใบแดง”ไกรสรถอดสร้อยพระเนื้อตะกั่วเลี่ยมเงินให้ลูกชาย…ถือเคล็ดคำว่า ‘ดำ’ เพราะเชื่อว่าจะดลบันดาลให้ลูกชายของตนจับได้ใบ ‘ดำ’ อย่างแน่นอน วันรุ่งขึ้นเมื่อสอบถามเส้นทางจนเข้าใจแน่ชัด เจตน์เดินทางในตอนสาย ด้วยการขับรถมอเตอร์ไซค์มาตามถนนลาดยางแล่นผ่านทุ่งนาข้าวเขียวขจีและไร่มันสองข้างทางมาจนถึงถนนใหญ่ขนานไปกับลำคลองชลประทานเจตน์เลี้ยวขวาเมื่อถึงทางแยก… จากนั้นขับรถมุ่งตรงไปตามถนนลาดยางจนถึงสะพานข้ามคลองแล้วเลี้ยวซ้ายอีกที ลัดเลาะเข้ามาที่ชายเขาจนถึงจุดหมายเจตน์จอดรถมอเตอร์ไซค์เอาไว้ใต้ต้นหูกวางขนาดใหญ่ แผ่กิ่งก้านร่มครึ้มอยู่หน้าบ้านไม้ที่ปลูกสร้างเป็นทรงเรือนไทยหลังย่อม ที่หน้าบันใดมีต้นไทรสูงใหญ่ แผ่กิ่งก้านร่มครึ้มขึ้นคลุมหลังคา ยิ่งทำให้บรรยากาศของบ้านดูลึกลับวังเวง“มีคนอยู่ไหมครับ”เจตน์ตะโกนเรียก…หลังจากมองไปรอบๆ บ้านแล้วไม่เห็นใคร ก่อนที่สายตาจะปะทะเข้ากับร่างสูงใหญ่ของชายคนหนึ่ง “เอ็งมาหาใคร… ”ผู้ชายอายุราวห้
เพราะรู้ว่าลูกชายยังสามารถใช้สิทธิ์ผ่อนผันต่อไปได้อีกสองปี“แน่ใจครับพ่อ… ” “แล้วทำไมไม่ผ่อนผันต่อล่ะลูก.. ยังผ่อนผันต่อได้อีกสองปีจนถึงอายุยี่สิบหกนี่นา… ”ไกรสรถามด้วยความสงสัย“ผมคิดว่ายังไงก็ต้องจับอยู่ดี… ไหนๆ ก็ต้องจับ ก็เลยคิดว่าเสี่ยงตอนนี้ดีกว่า ถ้ารอไปเสี่ยงจับตอนปีหน้าผมกลัวจะต้องเสียงาน… ”เจตน์เพิ่งเรียนจบปริญญาตรีมาหมาดๆ ตอนนี้กำลังอยู่ในระหว่างหางานทำ ก่อนหน้านี้เจตน์เคยไปอาศัยอยู่กับเพื่อนสนิทที่กรุงเทพฯแต่สาเหตุที่ต้องกลับมาบ้านเกิดในวันนี้ก็เพราะว่าถึงช่วงคัดเลือกทหาร“ก็ดีเหมือนกัน… ให้มันจบๆ ไปจะได้หมดห่วง”ไกรสรเห็นด้วยกับความคิดของลูกชาย…จากนั้นก็มีอีกเสียงหนึ่งแทรกเข้ามา เป็นเสียงของนาง ‘ราตรี’ ซึ่งเป็นภรรยาของไกรสรและเป็นแม่ของเจตน์ เดินเข้ามาได้ยินสองพ่อลูกคุยกันพอดี“แม่ก็ว่าดีเหมือนกันนะลูก… เสี่ยงจับให้รู้แล้วรู้รอด ให้มันจบๆ ไป ข่าวว่าปีนี้คนสมัครเยอะนะ คงเหลือใบแดงไม่กี่ใบ ถ้าเอ็งไม่ซวยจนเกินไปก็คงไม่โดนหรอกน่ะ… ”นางราตรีกล่าวให้กำลังใจ“ครับแม่… ผมจะเสี่ยงจับครับ”“งั้นก่อนถึงวันคัดเลือกทหารพ่อว่าเอ็งไปให้อาจารย์คงอาบน้ำมนต์ดีกว่า… ”ไกรสรแนะนำตามที่





