Masukยามวิกาลคงไม่เหมาะ เธอนัดกับเมษา พรุ่งนี้จะไปหาคนคนนั้น เมษาจูบลาหลาน ๆ ก่อนจะขอตัวจาก
“นี่ ไว้กิน พึ่งทำเมื่อวาน” หมูหวานพูดพร้อมกับยัดหูหิ้วของถุงพลาสติกใส่มือเมษาดื้อ ๆ ภายในบรรจุน้ำพริกไซซ์ใหญ่ 3 กระปุก ปลาทู กากหมู แล้วก็มะขาม อาชีพเสริมอีกอย่างของคุณแม่ลูกสองคือขายน้ำพริก หักต้นทุนได้กำไรตกเดือนละ 4,000 - 5,000 บาท พอได้ช่วยจุนเจือครอบครัว
“ของซื้อของขาย จะมาให้ทำไม” เมษาอิดออดไม่อยากรับ เกรงใจ กระปุกละ 99 บาทแล้ว ให้แม่มันเก็บไว้ขายดีกว่า ไว้ซื้อขนมให้ยัยหนูแฝดกิน
“ฉันปรับสูตรนิดหน่อย ลองชิมนะว่าอร่อยไหม ขอบคุณของฝากหลาน ๆ นะ”
ภายในห้องเช่าสี่เหลี่ยมตอนนี้เงียบสงัด เหลือเพียงสามแม่ลูก มีเวลาว่างนิดหน่อยระหว่างที่เจ้าตัวเล็กหลับ ร่างผอมเพรียววุ่นอยู่หน้าเคาน์เตอร์ครัว หยิบจับอุปกรณ์ลงมือทำกับข้าว เสียงมีดกระทบเขียงดังเป็นจังหวะ กะหล่ำสีเขียวอ่อนผิวนวลนม ถูกซอยเป็นเส้นยาวขนาดพอดีคำ ลงกระทะผัดโชยกลิ่นหอมกรุ่นจากซอสปรุงรส
สภาพการเงินไม่คล่องตัว เธอจึงเลือกทำกับข้าวกินเองทุกมื้อเพื่อประหยัด ไปทำงานก็เช่นกัน ห่อข้าวกล่องทุกวัน เดิมทีไม่ใช่คนตระหนี่ถี่เหนียว แต่ตอนนี้มันต่างกัน
เธอจำเป็นต้องทำ เพื่อความอยู่รอด
เมื่อก่อนเคยอยู่อะพาร์ตเมนต์ใหม่สะอาดสะอ้าน ความเป็นอยู่สะดวกสบายกว่านี้ ตั้งแต่มีลูก บททดสอบชีวิตก็เพิ่มมากขึ้น จากหน้ามือกลายเป็นเท้า จากที่เคยมีเงินพอใช้ ตอนนี้ชักหน้าไม่ถึงหลัง
ฉันชอบแต่งตัว ฉันเป็นคนรักสวย นานครึ่งปีแล้วที่ฉันไม่ได้ซื้อชุดใหม่ ใบหน้าที่เคยแต่งเมกอัป เดี๋ยวนี้ไร้เครื่องสำอาง มีเพียงแป้งฝุ่นกลบความมัน ทุกวันนี้ฉันไม่ได้คาดหวังอะไรแล้ว ขอแค่ให้ฉันมีข้าวกินรอดพ้นสิ้นเดือน
ข้าวมื้อค่ำวันนี้ ไข่เจียวกับผัดกะหล่ำน้ำมันหอย แค่กะหล่ำปลีผัดกับซอสให้พอมีรสชาติเค็ม ๆ หวาน ๆ มันกลายเป็นอาหารประจำตั้งแต่เมื่อไรกันนะ ฉันลืมไปแล้ว
กินคู่กับข้าวสวยตั้งแต่เมื่อเช้า รสชาติที่คลุกเคล้าอยู่ในปากมันช่างฝืด ความอยากอาหารตอนนี้แทบไม่มี คงเป็นเพราะความจำเจ แต่ฉันต้องกินมันให้หมด ฉันจำเป็นต้องให้นมลูก
สองมือผอมบางจนเห็นข้อกระดูกเปิดดูถุงของใช้ที่เมษาซื้อมาฝากเด็ก ๆ เห็นคร่าว ๆ แล้ว มีแพมเพิร์สห่อใหญ่อยู่ด้วย จู่ ๆ ความน้อยเนื้อต่ำใจก็พลันแล่นเข้ามา
ฉันเกลียดความเป็นอยู่ของตัวเองในตอนนี้ เงินจะซื้อแพมเพิร์สให้ลูกก็ยังไม่มี
อีก 5 วัน กับเศษเหรียญไม่ถึงร้อยบาทในกระเป๋า ฉันไม่คิดว่าตัวเองจะตกต่ำขนาดนี้ แต่ฉันต้องอยู่รอดให้ได้
เงินเดือนครึ่งหนึ่ง แบ่งจ่ายค่าจ้างพี่เลี้ยง ราคาอยู่ในอัตราที่ถูกมากสำหรับเด็กทารกสองคน ฉันพยายามประคับประคองจัดสรรเงินที่มี เพื่อให้เราสามแม่ลูกอยู่รอดผ่านพ้นเดือน แต่ตอนนี้ไม่ไหว เงินเดือนของฉันขึ้นปีละไม่ถึงพันบาท เราอยู่กันไม่ได้
ฉันเคยได้ยินประโยคเล่าขานเมื่อนานมาแล้ว ‘ผู้ใดไร้รัก ผู้นั้นไร้ทุกข์’ ความรักที่มีหล่อเลี้ยงหัวใจ ในเวลาเดียวกันมันทำให้ฉันตรอมตรม ฉันทำหน้าที่แม่บกพร่องอย่างไม่น่าให้อภัย
ใบหน้าที่เคยสดใสแววตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความฝัน ตอนนี้มันจางหายไปแล้ว เหลือเพียงผู้หญิงขี้แพ้ เธอเอียงมองกำลังใจสุดท้ายในชีวิต ริมฝีปากขยับ ระบายสิ่งที่ค้างคา
“ดูสิ เด็กอ้วนของแม่ช่างน่ารัก ถ้าพ่อเค้าได้เห็น เค้าต้องรักหนูเหมือนที่แม่รัก”
“แม่ควรจะพาหนูไปหาพ่อให้เร็วกว่านี้ ตั้งแต่หนูอยู่ในท้อง”
“…แต่แม่ไม่กล้า”
“จะให้แม่อุ้มท้องหนูไปบอกเขาอย่างไร พ่อของหนูเขามีภรรยาอยู่แล้ว”
พลันนึกถึงแววตาสีเทาอัญมณีคู่นั้น แววตาของผู้ชายนักหลอกลวงคนนั้น เขาเริ่มจูบฉัน เราจูบกัน มันเป็นช่วงเวลาที่หวานหอม เขาจากไปก่อนที่ฉันจะตื่นในตอนเช้า สิ่งนี้สื่อความหมาย ‘ความสัมพันธ์คืนเดียว’
จบกันเพียงแค่นั้น
ฉันไม่คาดคิดว่าเรื่องมันจะลงเอยเช่นนี้ ฉันคงเพ้อฝันไปเองว่าเขามีใจชอบฉัน
ฉันเสียค่าโง่ให้เขา
ของแถมที่ได้ติดท้องมา
ราคาที่แพง และเจ็บที่สุด
วันเวลาผ่านไปเป็นเดือน ฉันลองสืบสาวจากข้อมูลที่มี จนรู้จักชื่อสกุลของผู้ชายนิรนามคนนั้น สิ่งนี้ทำฉันอึ้ง สถานะทางสังคมของเขาสูงกว่าฉันมาก เขาไม่ใช่ผู้ชายธรรมดาเหมือนที่ฉันคิดไว้ ฉันมองไม่เห็นความเป็นไปได้ระหว่างฉันกับเขา เขาไม่ใช่ผู้ชายประเภทที่ฉันจะคว้ามาควงแขนเดินตามท้องถนนได้ หากเปรียบเปรยเป็นนิทานก็คงจะเป็นเงือกน้อยที่หลงรักเจ้าชายหนุ่ม ฉันคงต้องกรีดหางตัวเองเพื่อไปยืนเคียงคู่เขา
อีกหนึ่งสิ่งที่เป็นตัวแปรสำคัญ คือเขามีเมียแล้ว สิ่งนี้มันทำให้ฉันใจสลาย
แอบตามดูบ่อยครั้ง ผู้หญิงไฮโซคนนั้น ไม่ผิดแน่ ภรรยาเขา ควงแขนเดินคลอเคลียกันอยู่หลายหน เธอสวย ดูดี ฐานะเท่าเทียมเขา ดูเหมาะสมกันดี ต่างจากฉันที่น่าสมเพช แค่พนักงานลูกจ้างกินเงินเดือนขั้นต่ำ อยู่ห้องเช่าโกโรโกโส ฉันทำได้เพียงแอบมองคู่กิ่งทองใบหยกห่าง ๆ
หากฉันรู้สักนิดมันจะไม่เกิดเรื่องแบบนี้ เขาไม่ได้แปะป้ายติดกลางหน้าผากว่ามีเจ้าของ
สิ่งนี้ทำให้ฉันไม่มีความกล้ามากพอที่จะเดินไปบอกเขา
“ฉันตั้งท้องลูกของคุณจากความสัมพันธ์เมื่อครั้งนั้น”
ฉันลองจินตนาการ หากพูดออกไปเช่นนั้น มันคงจะตลกน่าดู เขาคงจะเฉดหัวไล่ฉัน หรือบังคับให้ฉันทำสิ่งที่เลวร้ายกว่านั้น เขาก็แค่กอบโกยความสุขชั่วคืน เขาไม่ได้พร้อมรับผิดชอบ
ภาพที่สะท้อนในเงากระจก ฉันเห็นเพียงผู้หญิงหน้าโง่ใจง่าย
ฉันแค้นเขา และฉันก็เกลียดเขา
ฉันมีทางเลือกสองทาง จะเก็บลูกไว้ หรืออีกข้อ
ยุติการตั้งครรภ์
ฉันไตร่ตรองใช้เวลาคิดทบทวนเรื่องนี้อยู่นานนับเดือนตั้งแต่รู้ตัวว่าท้อง
พ่อกับแม่ทอดทิ้งฉัน ต่างคนต่างแยกย้ายไปมีครอบครัวใหม่ ไม่มีใครต้องการฉันเลย ฉันไม่อยากให้ลูกในอนาคตที่จะเกิดมาต้องพลอยลำบากยากแค้น
หากฉันเลือกทำสิ่งนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับทิ้งขว้างลูกตัวเอง อาจจะมากกว่านั้น
เพราะฉันจงใจเลือกความตายให้เขา
“เรื่องมันยาว ไม่เชิงรู้จักหรอก อันที่จริงฉันไม่รู้จักเขาด้วยซ้ำ ไม่รู้จักแม้กระทั่งชื่อ”“โธ่หมูหวาน ไม่รู้จักแล้วไปนอนกับเขาจนท้องป่องได้ยังไง โง่จริง ๆ เลยเพื่อนฉัน ฉันละอยากจะบ้า”“ฉันใจง่ายฉันรู้”หมูหวานอธิบายเพิ่มเติมในส่วนความรู้สึกของเธอ“จุดเริ่มต้นอาจจะฉาบฉวย ทีแรกฉันแอบคิดว่าอนาคตเราอาจจะเป็นคนรักกันได้ แต่ฉันคิดผิด”ตาย… ตาย… อกอีแป้นจะแตก เมษาจ้องหน้าเพื่อนรัก ตะลึงในสิ่งที่ได้ยิน คำพูดนั้นได้ผ่านเซลล์สมองมาหรือเปล่า“นี่แกไปตกหลุมรักเขาเหรอ ? ฟังนะ TRUE LOVE กับ SEX มันคนละส่วนกันนะ! ใช้สมองแยกแยะบ้าง แกกินข้าวหรือกินหญ้า”เมษายอมรับว่าหมูหวานหน้าตาดี เรียกได้ว่าสวย วัย 24 ปี สวยสะพรั่งแม้จะมีลูกแล้วก็เถอะ ถ้าไม่บอกไม่มีใครดูออกว่าลูกสอง ที่ทำงานมีหนุ่ม ๆ ขายขนมจีบไม่ขาด แต่ก็ไม่เห็นจะคบกับใคร สุดท้ายท้องไม่มีพ่อ มันน่าด่านักไม่รู้จักป้องกันดูแลตัวเอง สะเพร่าไม่เข้าเรื่องบรรยากาศภายในบ้านเงียบเชียบชวนอึดอัด เมษายังอารมณ์เดือดดาลไม่หาย ขึ้นเสียงด่ากราดเพื่อนรักชุดใหญ่“ฉันคิดว่าแกฉลาดมาตลอดนะ จนกระทั่งเรื่องนี้ ไม่คิดไตร่ตรองบ้างเหรอ เด็กที่เกิดมาไม่มีพ่อมันจะเป็นยังไง
ฉันรู้ตัวเอง ผิดที่ไม่ได้วางแผนเตรียมความพร้อมก่อนมีลูก แต่จะให้ทำอย่างไร ในเมื่อย้อนกลับไปแก้ไขอดีตไม่ได้ ถ้ามีประตูโดราเอม่อนหรือไทม์มาชีนแบบในการ์ตูนก็คงจะดี ทีแรกฉันคิด ลูกคนเดียงฉันเลี้ยงไหว ฉันมีเงินเก็บหลักแสนติดบัญชี แต่พอไปหาหมอฝากครรภ์จริงจัง ผลลัพธ์ที่ปรากฏในถุงน้ำคร่ำนั้นมีอีกหนึ่งหัวใจเพิ่มมาจะให้บอกพ่อแม่ก็ไม่กล้า ฉันละอายใจ เรื่องทั้งหมดฉันทำตัวเองพวกท่านยังไม่ทราบเรื่องที่ฉันมีลูก อันที่จริงพวกท่านไม่ใช่บิดามารดาบังเกิดเกล้า ตามศักดิ์ฉันเป็นหลาน ยัยหนูแฝดต้องเรียกพวกท่านว่าคุณทวดถึงจะถูกความเจ็บปวดบาดลึกเมื่อนึกถึงอดีตวัยเยาว์ แม่ทิ้งฉัน ให้ตากับยายเลี้ยงตั้งแต่แบเบาะ ไม่เคยมาดูดำดูดี ฉันจำไม่ได้เลยด้วยซ้ำว่าแม่หน้าตาเป็นอย่างไร แม้จะยากแค้นสาหัสฉันจะไม่มีวันเอาลูกไปทิ้งให้ตากับยายเลี้ยง ฉันสัญญากับตัวเอง จะไม่ทำเรื่องเลวร้ายแบบที่ผู้หญิงคนนั้นเคยทำ ไม่เด็ดขาดฉันกับลูกกำลังจะตายช้า ๆ สถานะทางการเงินบีบบังคับ ตอนนี้ฉันขัดสนมาก เงินเดือนอันน้อยนิดไม่สามารถรับภาระค่าใช้จ่ายของสามชีวิต หยองหยอง แฮมแฮม โตขึ้นทุกวัน ห้องนี้มันแคบเกินจะให้เด็ก ๆ วิ่งเล่น ฉันไม่อาจยอมให้ลู
ยามวิกาลคงไม่เหมาะ เธอนัดกับเมษา พรุ่งนี้จะไปหาคนคนนั้น เมษาจูบลาหลาน ๆ ก่อนจะขอตัวจาก“นี่ ไว้กิน พึ่งทำเมื่อวาน” หมูหวานพูดพร้อมกับยัดหูหิ้วของถุงพลาสติกใส่มือเมษาดื้อ ๆ ภายในบรรจุน้ำพริกไซซ์ใหญ่ 3 กระปุก ปลาทู กากหมู แล้วก็มะขาม อาชีพเสริมอีกอย่างของคุณแม่ลูกสองคือขายน้ำพริก หักต้นทุนได้กำไรตกเดือนละ 4,000 - 5,000 บาท พอได้ช่วยจุนเจือครอบครัว“ของซื้อของขาย จะมาให้ทำไม” เมษาอิดออดไม่อยากรับ เกรงใจ กระปุกละ 99 บาทแล้ว ให้แม่มันเก็บไว้ขายดีกว่า ไว้ซื้อขนมให้ยัยหนูแฝดกิน“ฉันปรับสูตรนิดหน่อย ลองชิมนะว่าอร่อยไหม ขอบคุณของฝากหลาน ๆ นะ”ภายในห้องเช่าสี่เหลี่ยมตอนนี้เงียบสงัด เหลือเพียงสามแม่ลูก มีเวลาว่างนิดหน่อยระหว่างที่เจ้าตัวเล็กหลับ ร่างผอมเพรียววุ่นอยู่หน้าเคาน์เตอร์ครัว หยิบจับอุปกรณ์ลงมือทำกับข้าว เสียงมีดกระทบเขียงดังเป็นจังหวะ กะหล่ำสีเขียวอ่อนผิวนวลนม ถูกซอยเป็นเส้นยาวขนาดพอดีคำ ลงกระทะผัดโชยกลิ่นหอมกรุ่นจากซอสปรุงรสสภาพการเงินไม่คล่องตัว เธอจึงเลือกทำกับข้าวกินเองทุกมื้อเพื่อประหยัด ไปทำงานก็เช่นกัน ห่อข้าวกล่องทุกวัน เดิมทีไม่ใช่คนตระหนี่ถี่เหนียว แต่ตอนนี้มันต่างกันเธอจำเ
เรื่อง ไข่แฝดลับของท่านรองบทที่ 1ตอน ท้องไม่มีพ่อ🐳“หนูไม่รักแม่เลยเหรอคะ ทำไมหนูไม่เอา DNA แม่มาบ้างล่ะ”เจ้าของเสียงแหลมเล็กรำพึงรำพันความน้อยใจ กว่าจะเกิดออกมาได้ แล้วดูผลงานที่ออกมาสิ มันน่าตีนักปลายนิ้วลูบคลำแก้มป่องนุ่มนิ่มดวงตาสีเทาชวนฝันคล้ายกับใครบางคนปากจู๋จุ๋มจิ๋ม จมูกหน่อยหนึ่ง สัดส่วนรูปหน้าอ้วนกลม สองแก้มตุ้ยนุ้ยกินอาณาเขตกว้างขวางผมสีน้ำตาลอ่อนเส้นบางอ่อนนุ่ม ยามต้องแสงผ่องประกายทองกรุงเทพมหานครซิวิไลซ์ อีกด้านหนึ่งในตรอกซอยลึกแหล่งเสื่อมโทรม สุขาภิบาลไม่ค่อยดีนัก กลิ่นอับชื้นยามฝนตก ภายในห้องเช่าขนาดคับแคบมีสามแม่ลูกหมกตัวอาศัยหลับนอน ครั้งตั้งแต่เจ้าจิ๋วยังอยู่ในท้อง จนตอนนี้ออกมาจ้ำม่ำน่าฟัดผู้เป็นแม่หน้าละห้อยขณะนับจำนวนผ้าอ้อมสำเร็จรูปที่เหลืออยู่“แพมเพิร์สลูกใกล้จะหมด เหลืออีกไม่กี่ชิ้น คงไม่พอ อีกตั้ง 5 วันกว่าเงินเดือนจะออก”ฉันไม่ได้สะเพร่าเลินเล่อจนลืมของสำคัญ คำนวณอิงจากเมื่อเดือนก่อน แต่เดือนนี้พี่เลี้ยงคงจะเปลี่ยนแพมเพิร์สให้น้องบ่อยฉันมีเจ้าแฝดน้อยสองคน ค่าใช้จ่ายทุกอย่างจึงคูณสอง ลำพังเงินเดือนสองหมื่นบาทกับความรับผิดชอบที่มี พูดได้เต็มปากว่า







