Masukฉันรู้ตัวเอง ผิดที่ไม่ได้วางแผนเตรียมความพร้อมก่อนมีลูก แต่จะให้ทำอย่างไร ในเมื่อย้อนกลับไปแก้ไขอดีตไม่ได้ ถ้ามีประตูโดราเอม่อนหรือไทม์มาชีนแบบในการ์ตูนก็คงจะดี ทีแรกฉันคิด ลูกคนเดียงฉันเลี้ยงไหว ฉันมีเงินเก็บหลักแสนติดบัญชี แต่พอไปหาหมอฝากครรภ์จริงจัง ผลลัพธ์ที่ปรากฏในถุงน้ำคร่ำนั้นมีอีกหนึ่งหัวใจเพิ่มมา
จะให้บอกพ่อแม่ก็ไม่กล้า ฉันละอายใจ เรื่องทั้งหมดฉันทำตัวเอง
พวกท่านยังไม่ทราบเรื่องที่ฉันมีลูก อันที่จริงพวกท่านไม่ใช่บิดามารดาบังเกิดเกล้า ตามศักดิ์ฉันเป็นหลาน ยัยหนูแฝดต้องเรียกพวกท่านว่าคุณทวดถึงจะถูก
ความเจ็บปวดบาดลึกเมื่อนึกถึงอดีตวัยเยาว์ แม่ทิ้งฉัน ให้ตากับยายเลี้ยงตั้งแต่แบเบาะ ไม่เคยมาดูดำดูดี ฉันจำไม่ได้เลยด้วยซ้ำว่าแม่หน้าตาเป็นอย่างไร แม้จะยากแค้นสาหัสฉันจะไม่มีวันเอาลูกไปทิ้งให้ตากับยายเลี้ยง ฉันสัญญากับตัวเอง จะไม่ทำเรื่องเลวร้ายแบบที่ผู้หญิงคนนั้นเคยทำ ไม่เด็ดขาด
ฉันกับลูกกำลังจะตายช้า ๆ สถานะทางการเงินบีบบังคับ ตอนนี้ฉันขัดสนมาก เงินเดือนอันน้อยนิดไม่สามารถรับภาระค่าใช้จ่ายของสามชีวิต หยองหยอง แฮมแฮม โตขึ้นทุกวัน ห้องนี้มันแคบเกินจะให้เด็ก ๆ วิ่งเล่น ฉันไม่อาจยอมให้ลูกต้องมาเผชิญชะตากรรมเดียวกัน
เรียวนิ้วลูบแก้มซาลาเปาถนอม น้ำเสียงนุ่มนวลกระซิบ
“แม่ไม่เคยมองหนูเป็นความผิดพลาด หนูคือของขวัญ พรุ่งนี้แม่จะพาหนูไปหาพ่อ พ่อหนูรวย เราจะหลุดพ้นจากความลำบาก”
ฉันสวดอ้อนวอนพระเจ้า
ขอให้ฉันกับลูกมีความสุข
แต่พระองค์ก็ไม่เคยประทานพร
ผู้ชายคนนั้นคือทางเลือกสุดท้ายของฉัน
หมูหวานรวบรวมความกล้าและหน้าด้านของตัวเอง แววตาแน่วแน่ ถึงไหนถึงกัน พร้อมรบราฆ่าฟัน
แม้เขาจะมีเมียอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ฉันไม่มีอะไรจะเสีย จะเกิดอะไรขึ้นก็ต้องเกิด ใครจะด่าฉันไร้ยางอายที่มายุ่งวุ่นวายกับสามีชาวบ้าน ฉันไม่แคร์
เขาต้องมีส่วนรับผิดชอบ เขาเป็นส่วนหนึ่งของการให้ชีวิตลูก
09.00 นาฬิกา ฟ้าครามโปร่งใสเสมือนฤกษ์งามยามดี เมษาหนีบแฮมแฮมหลานรักคล้องเอวไว้มั่น ดวงตาคู่สวยเบิกกว้าง เงยใบหน้าขึ้นมองตึกสูงหลายสิบชั้น บริษัทเครื่องดื่มยี่ห้อดัง ตั้งแต่น้ำเปล่าครอบคลุมไปจนถึงแอลกอฮอล์ รายใหญ่ในวงการ
“พ่อยัยหนูทำงานที่นี่จริงเหรอ” เมษาเปรยถามหมูหวานที่ยืนข้างกัน
“อืม”
หยองหยองในอ้อมแขนแม่กลอกลูกตามองสถานที่ไม่คุ้นเคย ในปากดูดจุกนมปลอม สองเพื่อนสาวย่างก้าวเข้ามาภายในตัวอาคาร แอร์เย็นสัมผัสผิวกาย หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวไม่ยอมหยุด หมูหวานสูดลมหายใจเข้าปอดพยายามยับยั้งความประหม่า ในที่สุดก็มาจนได้
หญิงสาวตรงมาแจ้งพนักงานที่แผนกด้านหน้าพร้อมกับลูกน้อยในอ้อมแขน เธอพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“ฉันมาขอพบคุณเฟลิกซ์ค่ะ”
“นัดไว้หรือเปล่าคะ”
“ไม่ได้นัดไว้ค่ะ แต่สำคัญมาก รบกวนแจ้งให้หน่อยนะคะ”
“ค่ะ ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ”
พนักงานสาวยิ้มรับ แม้ใจในจะตกตะลึง พลางเหลือบมองเด็กทารกที่อีกฝ่ายอุ้มนานสองนาน คำถามเล็ก ๆ ผุดในหัว มีความคล้ายคลึงบางอย่างกับคนคนนั้น หรือจะเป็นเรื่องจริงตามที่อีกฝ่ายแอบอ้าง
“เฟลิกซ์เหรอ ?” เมษาที่ยืนข้างกันผึ่งหูฟัง แต่ก็ไม่รู้จักหรอกว่าเพื่อนถามถึงใคร แค่คุ้น ๆ
มีมุมโซฟาบริเวณแถวนั้น ทั้งสี่ชีวิตหาที่นั่งรอ
พนักงานของบริษัทเดินไปมาประปรายไม่ขาดสาย ทุกคนล้วนแล้วถือแก้วแฟในมือ และเหมือนจะมีลูกค้าทางธุรกิจหรืออะไรสักอย่าง คาดเดาว่าเป็นคนสำคัญ ดูจากการแต่งตัวสูทผูกไทดูดีมีราศี เดินเข้าออกเรื่อย ๆ ถือกระเช้าผลไม้ กระเช้าเครื่องดื่มบำรุง ตรงไปที่หน้าลิฟต์คล้ายจะไปพบผู้บริหาร ส่วนพวกเธอสี่ชีวิตทำได้เพียงนั่งรอด้านล่างไปก่อน
สองชั่วโมงกว่าแล้วนะ ทำไมยังขึ้นไปพบเขาไม่ได้ ? หมูหวานกระวนกระวายใจ เธอมาตั้งแต่เก้าโมงเช้า ตอนนี้จะเที่ยงแล้ว เขาทำอะไรอยู่ งานยุ่งขนาดนั้นเลยหรือ
“นานแล้วนะ นั่งรอจนรากงอกแล้ว เรามารอเจอใครอะ เจ้าของบริษัทเหรอฮึ” เมษาเอ่ยประชด ขณะที่ในมือประคองขวดนมป้อนให้แฮมแฮมดูดไปด้วย เด็ก ๆ รอพ่อมันจนหลับ ตื่นมาก็หิว
“แป๊บนะ เดี๋ยวฉันไปถามมาให้อีกรอบ ว่าเขาว่างหรือยัง”
หมูหวานวนมาที่เดิม ถามย้ำพนักงานสาวคนเดิม
“คุณเฟลิกซ์ล่ะคะ”
“รองประธานกลับไปแล้วค่ะ”
“ตั้งแต่เมื่อไรคะ ?”
“เมื่อชั่วโมงก่อนค่ะ”
“คุณได้แจ้งให้เขาทราบหรือเปล่าคะ ว่าฉันมาขอพบ มีเรื่องสำคัญมาก”
“ดิฉันแจ้งตามขั้นตอนแล้วค่ะ แต่รองประธานติดธุระค่ะ”
“แล้วเขาจะกลับเข้ามาอีก ตอนไหนคะ”
“น่าจะบ่ายโมงค่ะ”
หมูหวานกับเมษาออกไปกินข้าวด้านนอก ก่อนบ่ายโมงพวกเธอรีบมาดักรอเจอเขาอีกครั้ง ทว่าผลลัพธ์เหมือนเดิม นั่งรอเก้อทั้งวันจนกระทั่งตกเย็น พึ่งมารู้ทีหลังเขาออกไปตั้งแต่บ่ายสอง อีกฝั่งมีลิฟต์เฉพาะผู้บริหาร
ระหว่างทางกลับบ้านเมษาชักเริ่มสงสัยหนัก พวกเรามานั่งรอใครกัน เจอตัวยากเย็นเหลือเกิน จะเข้าพบก็ไม่ได้ จะกลับก็ไม่บอก
วันถัดมา หมูหวานกับเมษายังคงมานั่งรอที่เดิม ทุกอย่างเป็นเหมือนพวกเธอมารอเก้อ
หมูหวานกระวนกระวาย อีก 7 วัน เธอมีกำหนดการต้องบินไปทำงานแล้ว แต่ยังไม่เจอเขาเลย เห็นฉันเป็นอะไรปล่อยให้รออยู่ได้! สละเวลามาเจอแค่ครู่เดียวเอง อุตส่าห์มารอพบ 2 วันแล้ว หรือเขาจงใจไม่อยากเจอฉันกันนะ
สี่ชีวิตพากันกลับบ้าน โดยเฉพาะหมูหวาน เธอหน้าตาห่อเหี่ยวไม่แจ่มใส ห้องเช่าขนาดกะทัดรัด หมูหวานผู้เป็นเจ้าบ้านยกน้ำขนมมาบริการให้เมษา
“โทษทีนะรบกวนมาสองวันแล้ว”
ในหัวใจหมูหวานอยากจะร้องไห้ เธอแบกหน้าหอบลูกไปรอพบเขา แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เจอ
น่าจะไม่ใช่พนักงานระดับทั่วไป เมษาสงสัยมาสองวันเต็มจึงกล่าวถามออกมาตรง ๆ
“เราไปรอพบใครกันแน่ บอกฉัน ??”
ไม่อยากทนปิดบัง หมูหวานเปิดปากเล่าให้เพื่อนสนิททราบ พ่อของยัยหนูแฝดเป็นรองประธานของที่นั่น ชื่อเฟลิกซ์
เมษาตาโต เธอไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง รองประธานเชียวหรือ ? ว่าแล้วเชียวทำไมชื่อคุ้น ๆ ตอนแรกไม่มั่นใจ คิดว่าก็แค่คนชื่อเหมือนกัน
“แล้วแกไปรู้จักคนระดับนั้นได้ไง”
ตั้งแต่แต่งงานกันมา ยังไม่มีโอกาสพาภรรยาไปเที่ยวไหนไกลๆ ช่วงฮันนีมูนเธอแพ้ท้อง เราเลยอยู่บ้านเป็นหลัก เที่ยวต่างจังหวัดกันนิดหน่อย ทว่าหนนี้เฟลิกซ์มีแพลนพาหมูหวานไปเที่ยวต่างประเทศเธอคลอดแล้ว น้องฟร๊องต์อายุครบ 8 เดือน ไม่น่าจะมีอะไรน่ากังวล ที่น่าห่วงคือไอ้สองหมูดื้อ แน่นอนว่าเที่ยวหนนี้เขาจะไม่พาลูกไปด้วย เพราะแทนที่จะได้ผ่อนคลายกลับต้องมาตามวิ่งไล่จับลูกไม่ได้พัก สร้างเรื่องปวดหัวอีกแน่ เผลอๆ ไปหลงในต่างแดนวุ่นอีก ตัดปัญหาคือให้สองหมูดื้ออยู่บ้านอาจจะเป็นการตัดสินใจที่ไม่ยุติธรรมสำหรับเด็กๆ แต่เขาคิดทบทวนถี่ถ้วนดีแล้ว ขนาดพาไปเที่ยวห้างสรรพสินค้ายังต้องจูงมือห้ามขาด ปล่อยหลุดมือไม่ได้เลย มันหาย ครั้งนั้นเขาเผลอปล่อยมือแวบเดียวตอนควักกระเป๋าจ่ายเงิน หันมองอีกทีไม่เจอตัวแล้ว สองพี่น้องพากันหายไปไหนก็ไม่รู้ กว่าจะหาตัวเจอร่วม 20 นาที ต้องประกาศประชาสัมพันธ์ตามหาทั่วห้างสรรพสินค้า ลูกชอบออกผจญภัย เด็กคงจะสนุก แต่หัวอกคนเป็นพ่ออย่างเขาวิตกกังวล กลัวใครมาอุ้มจับไปขายทิ้งสองหมูดื้อจอมป่วนไว้ที่บ้านปลอดภัยกว่า แต่จะให้อยู่กับคุณทวดก็ไม่ไหวอีก ตาสุวิทย์ กับยายดาวเรือง อายุ 76 ปี เหมือนจะ
สัปดาห์ถัดมา เลิกเรียนกลับบ้าน วันนี้มีของฝากมาให้แม่ หยองหยอง แฮมแฮม เปิดกระเป๋าสะพายหลัง รูดซิปลง อุ้งมือน้อยคว้าหยิบบางสิ่งที่ตั้งใจทำออกมา“มามี้ หยองทำที่โยงเยียน ให้มามี้” หยองหยองยื่นส่งสิ่งนั้นแก่มารดา“ทีเชอร์บอก เอามาให้มามี้”แฮมแฮมพูดน้ำคำไร้เดียงสา ส่งยื่นให้แม่ด้วยเช่นกันกระดาษแข็งสีชมพูที่ลูกถือในมือ ฉันพอเดาได้ว่ามันคืออะไร การ์ดนั่นเอง วันนี้ 12 สิงหา เป็นวันแม่ ลูกนำการ์ดมามอบให้ฉัน หัวใจของฉันพองโต เป็นครั้งแรกที่ฉันได้รับสิ่งนี้ในฐานะแม่ ความรู้สึกปลาบปลื้มใจเอ่อล้น พรั่งพรูมาพร้อมกับน้ำในดวงตา“น่ารักจังเลยค่ะ ขอบคุณนะคะลูก”ฉันรับการ์ดสีชมพูติดกากเพชรวิบวับ เปิดออกเพื่อดูภายใน รูปหัวใจสีแดงถูกระบายด้วยสีเทียน มันดูบิดเบี้ยวเพราะถูกวาดด้วยฝีมือของเด็ก สำหรับฉันเป็นรูปสวยมาก“มาเทอร์เดย์” หยองหยองพูดขึ้น คุณครูที่โรงเรียนบอกมาเช่นนี้ ซึ่งเด็กหญิงเองไม่ได้เข้าใจความหมายมากนักว่ามันคือวันอะไร เป็นวันของแม่หรือเปล่าฉันก้มจุ๊บเหม่งลูกสาวคนละที“หยองหยอง แฮมแฮม ของแม่น่ารักที่สุด”อีกด้านหนึ่ง“พวงมาลัยครับ เราเอาไปไหว้แม่กันนะ”หยองหยอง แฮมแฮม ยกพวงมาลัยดอกมะลิสีขาวส
บ่ายสองของวันจันทร์ รองประธานในชุดสูท แวะมารับลูกสาวที่โรงเรียนนานาชาติชื่อดังตามเคย ระหว่างที่นั่งในรถหยองหยองย้ำบอกพ่อ กลัวพ่อจะลืม“ปาปี๊ ไปจื๊อเปียก ให้ฉีนวล”“ครับ”เฟลิกซ์หอมหัวหยองหยองที่นั่งบนตัก ก่อนจะสั่งคนขับรถแวะร้านขายอาหารหมาแมว ในตะกร้าพลาสติก มีขนมแมวเลียของส้ม กับสีนวล อาหารเม็ด เปียกยี่ห้อดี แล้วก็ขนมขบเคี้ยวบำรุงของแมวตั้งแต่หยองหยองรู้ว่าสีนวลตั้งท้อง เห่อใหญ่เลย สีนวลท้องโตมากโข นี่ก็ใกล้คลอดแล้ว อีกประมาณหนึ่งสัปดาห์“หนูอุ้มสีนวลระวังนะคะ อย่าบีบท้องแม่สีนวลนะลูก”“ค่าาาา”หยองหยองอุ้มสีนวลสุดที่รักด้วยความถนอม จูบหน้าผากของสีนวลแฮมแฮมอุ้มไอ้ส้มเดินขึ้นบันไดตามหลังพี่สาว ค่ำแล้วพาแมวเข้านอนด้วยกันไม่กี่วันถัดมา เวลาตี 5 ใกล้รุ่งสาง ฉันยังไม่ได้นอน นั่งมุงกล่องกระดาษลัง เฝ้าสีนวลคลอดลูกตั้งแต่เที่ยงคืน ค่อยหายโล่งใจ ออกมาปลอดภัยครบสมบูรณ์ทุกตัว ฉันจับทั้งสี่จิ๋วเข้าเต้าแม่สีนวลขนเจ้าจิ๋วแห้งสนิท ฟูนิดหน่อย น่ารักมากๆ ลายส้มหนึ่งตัวเหมือนพ่อ อีกสามตัวลายสีขาวเทาเหมือนแม่“เฟลิกซ์ นี่หลานคุณ”เฟลิกซ์หันมาทางภรรยาคนสวย เธอกำลังหยอกล้อเขาหมูหวานไม่วายแหย่สามีต่อ
เขาชอบการเย้ายวนของเธอ พึ่งอาบน้ำเสร็จไม่ทันไร เหมือนคืนนี้จะมีกิจกรรมออกเหงื่อให้ทำต่อ สองมือใหญ่ช้อนอุ้มลูกชายตัวน้อย นำย้ายไปไว้ที่เปลนอนข้างเตียง พ่อกับแม่มีเรื่องต้องทำกันบนเตียงชายชุดนอนตัวบางถูกดึงขึ้นเหนือเอว พร้อมกับสองขาที่เปิดอ้า ท้าทายสายตาหิวโซ เฟลิกซ์กลืนน้ำลายย่างฝืดคอ ความชื้นแฉะเยิ้มไหล ปลายนิ้วเปิดปากล่าง ช่องเล็กแค่นี้ แต่ช่างวิเศษ มันสามารถกลืนความใหญ่โตของเขาได้ทั้งลำ แถมยังกินอย่างตะกละตะกลามเธอหวีดร้อง ขยำผ้าปูที่นอนกลั้นอารมณ์รัก เขาเล่นใส่เข้าในมาทีเดียวเธอหย่นคิ้ว อารมณ์กำลังพุ่ง ทว่าชายด้านบนไม่เริ่มขยับสักที เขาแค่ใส่เฉยๆ แล้วก็เอาแต่จ้องหน้าอมยิ้มเบาๆ ราวกับว่ากำลังรอบางสิ่ง“ขยับสิ”“อยากมากไหม”เธอเขินอายแก้มแดงผ่อง เม้มปากพยักหน้าน่าเอ็นดู“ต้องพูดยังไงก่อน การขอร้องคนอื่น”“เฟลิกซ์”ชายด้านบนยิ้มแหย่ เขาต้องการให้เธอร้องขอ เขาถึงจะทำให้เธอเม้มปากมันเขี้ยว ถึงกระนั้นก็ต้องยอม มันเสียบคาอยู่ จะตายแล้วตอนนี้ เธอดัดเสียงหวาน เว้าวอน ขอความเมตตาจากเขา“เอาเมียหน่อย นะคะที่รัก”เขาแสยะยิ้มชอบใจเมื่อได้ในสิ่งที่ตัวเองอยากฟังก้อนหน้าอกของเธอกระเพื่อมตามแร
หมูหวานถอนลมหายใจเบาๆ อยากระบายความในใจที่ทนอัดอั้น“เฟลิกซ์เองก็เวอร์เหมือนพ่อเขา เลี้ยงแบบคนรวย ชอบประเคนนั่นโน่นนี่ราคาแพงให้ลูก ทั้งปู่ ทั้งพ่อมัน หยองหยอง แฮมแฮม เลยได้ใจ หัวไฮโซ ชอบกระแดะ ของกลิ่นเหม็นๆ มันไม่กินเลยนะ แล้วก็ตอนไปเที่ยว ไปห้างฯ ซื้อของ ชี้นิ้วจะเอาท่าเดียว ถ้าฉันพาไปฉันจะไม่ซื้อให้ ของเล่นเต็มบ้านแล้ว ซื้อมาก็ไม่เห็นจะเล่น ซื้อมากอง ติดนิสัยจะเอาจะเอา กลับบ้านโกรธฉันอีกแม่ไม่ซื้อให้ มันไปฟ้องพ่อมัน แฮมแฮมนี่ตัวขี้ฟ้องเลย แล้วพ่อมันก็พาไปซื้อ พอฉันจะสอนจะดัดนิสัยลูก เฟลิกซ์ก็ขวางตลอดเลย เป็นอยู่แบบนี้ ฉันละเหนื่อย”ปัญหาของคนรวยเมษาได้ฟังยิ้มอ่อน เรื่องหยุมหยิมในครอบครัวเศรษฐี เมษาเลิกคิ้วแหย่ ส่งยิ้มแก่เพื่อน “อืม ผู้ชายคนนี้แหละ รักแท้ของแก ที่แกเฝ้ารอ ได้มาเป็นผัวแล้วไง ดีใจด้วยนะ”เมษาจับความรู้สึกได้แม้หมูหวานจะบ่น แต่มันมีความสุข ดีใจแทนมัน ชีวิตเปลี่ยนมาเป็นสะใภ้เศรษฐี ไม่ต้องทนลำบากแบบเมื่อก่อนไม่ทันไรผู้ชายที่เอ่ยถึงเผอิญเดินมาทางนี้พอดี สองสาวปิดปากนิ่งเงียบหนุ่มไฮโซหน้าหล่อวางแก้วนมอุ่นที่เขาชงมาแก่ภรรยา ตั้งใกล้มือของเธอ นมบำรุงครรภ์หมูหวานมองแก้วดั
บ่ายสาม หมูหวานตื่นนอน สิ่งแรกที่เธอปรารถนาคือกินข้าว 40 นาทีต่อมา ของที่สั่งไว้มาส่งถึงประตูรั้วหน้าบ้าน ป้าแม่ครัวจัดใส่จานสวยงามน่ารับประทานเฟลิกซ์ส่งเรน จอมทัพ กลับบ้านมัน เริ่มจะเย็นละ เขามีลูกมีเมียไม่ได้โสดเหมือนแต่ก่อน จะให้มานั่งก๊งเหล้าทั้งวันกับเพื่อนก็กระไรอยู่ชายตัวสูงเดินวนมาหาภรรยา เธอกำลังนั่งกินปูไข่ดองท่าทางเอร็ดอร่อย อ้าปากสวบดูดเนื้อปูเสียงดังจ๊วบจ๊าบ ดวงตาของเขาเฝ้ามองคนท้อง รู้สึกกังวลใจ อาหารดิบอาจส่งผลไม่ดีต่อครรภ์ เพราะมันยังดิบ มีสิ่งแปลกปลอมปรสิตต่างๆ มากมายแฝงอยู่ในเนื้อปู มันต่างจากเนื้อวัวเกรดพรีเมียมที่ผ่านการน็อกน้ำแข็งหลายสิบชั่วโมง ปูไข่ดองเขาใช้ปูตัวเป็นๆ เพื่อรักษาสภาพเนื้อเธอกินมากเกินไป มื้อละ 3-4 ตัว เขาไม่ได้อยากจะขัดใจเมีย แต่เธอกินปูไข่ดอง เช้า เที่ยง เย็น ค่ำ ทุกมื้อต้องมีเมนูปูไข่ดอง แล้วก็กุ้งดอง ของดิบทั้งนั้น เป็นอย่างนี้ติดต่อกันมาสองเดือนละ ก่อนหน้านี้หยุดกิน พักหลังกลับมากินอย่างโหยหาเฟลิกซ์ได้โอกาสเอื้อนเอ่ยบอกภรรยา“มันดิบ อย่ากินบ่อย สัปดาห์ละ 2-3 ครั้งพอนะ”แววตาสดใสแปรเปลี่ยนเป็นขุ่นมัว หมูหวานชะงักเมื่อถูกขัดจังหวะมื้ออาหาร เ







