Se connecter“ผม... ผมจำได้แล้ว ผมจำรอยแผลที่เข่าคุณได้ และผมจำแหวนวงนั้นได้” เขามองแหวนของเธออีกครั้ง ปลายฟ้าเบิกตากว้าง สีหน้าของเธอเผยความตระหนกอย่างสมบูรณ์ การอำพรางตัวตนที่เธอพยายามสร้างมาถูกทำลายลงทั้งหมด ธีร์กลับมาทรุดตัวนั่งยองๆ ตรงหน้าเธออีกครั้ง ความโกรธที่เคยมีต่อการถูกหักหน้า มลายหายไปจนสิ้น เมื่อเขาได้เห็นความหวาดกลัวที่บริสุทธิ์ในดวงตาของเธอ การที่เธอวิ่งหนีไปไม่ใช่การดูหมิ่น แต่คือการหลีกหนีจากความเจ็บปวด “ผมขอถามแค่คำเดียวครับ... ทำไมคุณถึงหนีไปจากห้องของผมในเช้าวันนั้นครับ ปลายฟ้า”
Voir plusDingin. Hal pertama yang menyadarkan Rania adalah rasa dingin yang merayap dari lantai pualam melalui gaun sutra tipis yang asing di kulitnya. Kepalanya berdenyut sakit, seolah ada gema dari kecelakaan fatal yang seharusnya merenggut nyawanya. Udara di sekitarnya terasa pengap, beraroma debu tua dan kain yang sudah lama tak dijemur. Saat ia membuka mata, yang ia lihat bukanlah langit-langit apartemennya di Jakarta, melainkan ukiran megah yang tertutup debu dan sarang laba-laba.
Ini bukan tubuhnya. Tangan yang diangkatnya terlalu pucat, terlalu ramping, dengan kuku-kuku yang terawat sempurna—tanda kehidupan yang tidak mengenal kerja keras. Lalu, gelombang ingatan brutal menghantamnya—bukan miliknya. Wajah tampan seorang Kaisar yang menatapnya dengan kebencian sedingin es. Vonis pengasingan yang diucapkan tanpa sedikit pun keraguan. Nama "Aurelia". Status: Permaisuri Terbuang. Dia ingat kilatan lampu truk, lalu kegelapan. Dia seharusnya sudah mati. Sepertinya, takdir punya selera humor yang kejam. Dia kini terjebak di neraka orang lain, sebuah sangkar emas yang telah ditinggalkan pemiliknya untuk membusuk. Pintu ruangan terbuka dengan kasar, membuyarkan lamunannya. Seorang kepala pelayan paruh baya, Delia, masuk tanpa membungkuk. Kunci-kunci yang tergantung di pinggangnya bergemeletuk, satu-satunya suara selain langkah kakinya yang berat. Wajahnya adalah topeng cemoohan saat ia meletakkan semangkuk bubur encer di meja dengan bunyi keras yang disengaja. "Nikmati sarapan Anda, Yang Mulia," katanya, nada suaranya penuh racun dan penghinaan yang tak terselubung. "Setidaknya Anda tidak akan mati kelaparan hari ini. Itu akan merepotkan kami." --- Aurelia yang asli pasti akan gemetar atau menangis mendengar hinaan ini. Tapi jiwa di dalam tubuh itu sekarang adalah Rania. Dan Rania tidak menangis. Dia menganalisis. Otaknya yang dingin langsung bekerja, memindai Delia seperti memindai seorang karyawan bermasalah saat rapat evaluasi. *Aset: nol. Kewajiban: tak terbatas. Ancaman langsung: wanita di depanku.* Delia, kesal karena tidak mendapat reaksi emosional yang memuaskan, mendecakkan lidahnya. "Apa Anda bisu sekarang? Cepat habiskan makananmu itu, saya tidak punya waktu seharian untuk melayanimu." Tapi Rania lebih dulu berbicara, memotongnya dengan presisi seorang ahli bedah. "Gaunmu," kata Rania. Suaranya serak karena lama tidak digunakan, tapi stabil dan tanpa emosi. Delia mengerjap bingung. "Apa yang salah dengan gaun saya?" "Tidak ada yang salah," ulang Rania, matanya yang biru pucat kini menatap lurus, tajam, dan tanpa kehangatan. "Justru itu masalahnya. Gaun seragammu itu linen-sutra dari Selatan. Mahal. Sangat tidak biasa untuk seorang kepala pelayan di istana terbuang yang bahkan tidak mampu membeli kayu bakar yang layak. Jahitannya juga baru. Siapa yang menyetujui anggaran untuk itu?" Kepercayaan diri di wajah Delia goyah untuk pertama kalinya. Ini bukan pertanyaan yang bisa dilontarkan oleh Aurelia yang naif. "Ini... ini seragam standar dari istana utama. Stok lama." "Benarkah?" Rania tersenyum tipis, senyum yang tidak mencapai matanya dan membuat Delia merinding. "Kalau begitu, aku yakin kau tidak akan keberatan jika aku meminta untuk melihat buku besar pengeluaran istana ini. Aku hanya ingin memastikan semua aset Yang Mulia Kaisar dialokasikan secara efisien." Kata "efisien" terdengar begitu asing dan mengancam dari bibir Permaisuri. Warna terkuras dari wajah Delia. Buku besar? Dia tahu apa isi buku-buku itu. Kebohongan, pencurian, dan pengkhianatan yang ditulis dengan tinta. Selama ini, tidak ada yang pernah berpikir untuk memeriksanya, apalagi sang Permaisuri yang dianggap bodoh dan patah hati. Kepala pelayan yang tadinya angkuh itu kini berdiri kaku, bibirnya sedikit gemetar. Dia menatap Permaisuri di hadapannya—wanita yang sama yang biasa ia hina setiap hari. Tapi tatapan mata itu... tatapan itu berbeda. Di sana tidak ada lagi kesedihan atau keputusasaan. Yang ada hanyalah perhitungan yang dingin dan berbahaya, seperti predator yang baru saja menemukan jejak mangsanya. Untuk pertama kalinya, Delia tidak melihat seorang ratu yang telah mati. Dia melihat sesuatu yang jauh lebih menakutkan baru saja bangkit dari kuburnya.เช้าวันรุ่งขึ้น ปลายฟ้าตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกปวดร้าวไปทั่วร่างกาย โดยเฉพาะผิวหนังบริเวณแขนและไหล่ที่แดงและระบม ธีร์นั่งอยู่ข้างเตียง เขาป้อนยาตามที่อคิณแนะนำและป้อนข้าวต้มอุ่น ๆ ให้เธออย่างนุ่มนวลปลายฟ้าจำเหตุการณ์เมื่อคืนได้ทั้งหมด ความอับอายและความรู้สึกผิดที่ต้องแสดงความอ่อนแอออกมาต่อหน้าธีร์ทำให้เธอไม่กล้าสบตาเขา“ปลายฟ้าครับ” ธีร์พูดเสียงเรียบ แต่จริงจัง “วันนี้คุณไม่ต้องไปทำงานแล้วผมจะพาคุณไปหาพี่ชายของผม”ปลายฟ้าเงยหน้าขึ้นมองธีร์อย่างสับสน“พี่คิณเป็นจิตแพทย์ครับ” ธีร์อธิบายอย่างใจเย็น “คุณไม่จำเป็นต้องเล่าเรื่องราวทั้งหมด ถ้าคุณยังไม่พร้อม แต่คุณต้องไปพบเขานะครับ เพื่อตัวคุณเอง”เขาจับมือปลายฟ้าไว้เบา ๆ “ผมไม่อยากให้เรื่องแบบเมื่อคืนเกิดขึ้นอีกแล้วครับ ผมกลัว... ผมกลัวว่าคุณจะทำร้ายตัวเองหนักกว่านี้”แววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและจริงใจของธีร์ ทำให้ปลายฟ้าปฏิเสธไม่ลง เธอรู้ดีว่าเธอไม่สามารถจัดการกับความรู้สึกที่กำลังทำลายเธอจากภายในนี้ได้ด้วยตัวเองอีกต่อไป“ไม่เป็นไรแล้วนะครับ ปลายฟ้า” ธีร์บอกว่าไปนอนกันนะครับ “คุณต้องพักผ่อนเยอะๆ”ณ คลินิกของอคิณธีร์ขับรถพาปลายฟ้าไปยังค
“ปลายฟ้า! มองผมครับ! หายใจช้า ๆ นะครับ” ธีร์สั่งด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดแต่เต็มไปด้วยความห่วงใย เขาไม่รู้ว่าเธอเห็นอะไร แต่เขารู้ว่าเธอหลุดออกจากโลกแห่งความเป็นจริงไปแล้ว“ผมอยู่นี่แล้วนะครับ! ผมจะไม่ปล่อยคุณไปไหน!” ธีร์ย้ำเสียงหนักแน่น เพื่อดึงสติของเธอกลับมา “ปลอดภัยแล้วนะครับปลายฟ้า”ธีร์ใช้มือข้างที่ไม่ได้เปื้อนเลือดจากรอยเล็บประคองศีรษะของเธอไว้ แล้วค่อย ๆ กดให้เธอซบลงที่แผงอกของเขาอีกครั้ง พลางลูบหลังเธออย่างอ่อนโยนจนกระทั่งเสียงสะอื้นของเธอค่อย ๆ ลดระดับลงธีร์กอดร่างที่สั่นเทิ้มของปลายฟ้าไว้แน่น เขาใช้ร่างกายที่แข็งแรงของตัวเองเป็นกำแพง ปิดกั้นเธอจากโลกภายนอกและแสงสลัวของซอกซอย ทุกสิ่งทุกอย่างในตัวเธอตอนนี้คือความเปราะบาง ความหวาดกลัว และความเจ็บปวดที่ไม่อาจทานทนได้ปลายฟ้า ปล่อยเสียงสะอื้นที่ถูกกักเก็บไว้ทั้งหมดออกมา มันเป็นเสียงที่ไร้ถ้อยคำ แต่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดจากการถูกทรยศและทำลายอย่างรุนแรง ธีร์รับรู้ได้ถึงความเปียกชื้นบนเสื้อเชิ้ตของเขา แต่เขาไม่สนใจ เขาทำเพียงแค่ลูบหลังเธอซ้ำๆ อย่างช้าๆ และมั่นคง“ปล่อยมันออกมาให้หมดเลยนะครับปลายฟ้า” ธีร์กระซิบข้างหูเธอ เสียงของเขาทุ้ม
“อ้าว! มาแล้วเหรอปลายฟ้า!” นวลจันทร์ส่งเสียงทักอย่างดีใจ แต่สำหรับปลายฟ้าแล้วภาพตรงหน้าคือภาพฝันร้ายที่กลับมาเยือนโอมยิ้มกว้างอย่างเจ้าเล่ห์ เขาไม่ได้ดูสำนึกผิดเลยแม้แต่น้อย แต่กลับดูดีใจที่ได้เจอเธอปลายฟ้าเดินเข้าไปนั่งลงตรงข้ามพวกเขาด้วยสีหน้าเย็นชา“ทำไมไม่รับสายไม่ตอบข้อความพี่เขาเลย!” นวลจันทร์เริ่มต้นตำหนิเธออย่างรวดเร็ว โดยไม่รอให้อีกฝ่ายได้พูดอะไร“จนโอมเขาต้องไปหาแม่ที่บ้าน! ทำอะไรหัดโตได้แล้วนะปลายฟ้า!”คำพูดตำหนิของแม่ราวกับมีคนมาบีบคั้นสมองของปลายฟ้าให้แน่น เธอเริ่มรู้สึกหูอื้อ ภาพตรงหน้าบิดเบี้ยวเล็กน้อย ความรู้สึกหวาดกลัวและคลื่นไส้ปั่นป่วนอยู่ในท้อง“พี่เขามาหาแกด้วยความหวังดี เขารักแกจะตาย” นวลจันทร์พูดต่อโดยไม่สนใจสีหน้าของลูกสาว“ปลายฟ้า พี่อุตส่าห์มาหาถึงที่นี่นะ” โอมเสริมด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนจนน่าขยะแขยง“รู้ไหมว่าพี่คิดถึงปลายฟ้ามากแค่ไหน”ความกดดันจากแม่และโอมที่ประดังเข้ามาพร้อมกัน ทำให้ปลายฟ้าแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้ หัวของเธอเหมือนโดนบีบแน่น และความรู้สึกอยากอาเจียนก็แล่นขึ้นมาปลายฟ้าพยายามรวบรวมสติทั้งหมดไว้ และเปล่งเสียงออกมาเบาที่สุด เสียงที่สั่นเครือแต่
ปลายฟ้าหน้าซีดเผือด เธอเข้าใจในทันทีว่า ธีร์ ไม่ได้แค่ขอร้อง แต่กำลังใช้สถานการณ์นี้บีบบังคับเธอ เธอไม่สามารถเป็นต้นเหตุให้บริษัทต้องเสียหายได้ เธอพยักหน้าอย่างช้า ๆ ด้วยใบหน้าที่จำนนต่ออำนาจและความต้องการของเขาสุดท้ายธีร์ก็กดดันให้ปลายฟ้าถ่ายแบบจนได้ ธีร์คลี่ยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ แต่รอยยิ้มนั้นไม่ได้แสดงความอ่อนโยนเลยแม้แต่น้อย เขามองไปที่ช่างภาพ“โอเคครับ ทีมงาน!” ธีร์ประกาศเสียงดัง “นางแบบคนใหม่ของเราคือคุณปลายฟ้า เตรียมเปลี่ยนชุดและแต่งหน้าทำผมให้เธอเดี๋ยวนี้! เราจะเริ่มถ่ายทำภายในสิบห้านาที”ธีร์ปล่อยให้ปลายฟ้ายืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ก่อนจะเดินกลับไปยังโต๊ะทำงานของตัวเอง ทิ้งให้ปลายฟ้ารับรู้ว่าเกมนี้เธอไม่มีสิทธิ์ที่จะชนะเขาได้เลยหลังจากที่ปลายฟ้าได้รับการแปลงโฉมและกลับมาพร้อมกับแววตาที่เต็มไปด้วยพลังอำนาจ ธีร์ ก็ตัดสินใจที่จะเข้าร่วมถ่ายแบบคู่กับเธอในทันทีปลายฟ้าถูกพาตัวมาพักหลังจากถ่ายแบบเดี่ยวเสร็จ ก่อนจะเริ่มถ่ายคู่กับธีร์ เธอเห็นตัวเองในกระจก... ใบหน้าที่สวยสง่าและเปี่ยมด้วยพลังอำนาจ แต่ดวงตาของเธอยังคงมีความไม่พอใจและกังวลอย่างชัดเจนธีร์ดูปลายฟ้าที่กำลังแต่งหน้า เขานั่งอยู่บ
ปลายฟ้าและธีร์นั่งอยู่ในห้องประชุมขนาดใหญ่ที่มีเครื่องปรับอากาศเย็นเฉียบ พวกเขากำลังจัดการประชุมคัดเลือกนางแบบสำหรับแบรนด์เครื่องสำอางและเสื้อผ้าไลน์ใหม่ของบริษัทชื่อว่า Zenithปลายฟ้าสวมชุดทำงานที่ดูเนี้ยบและเป็นทางการ เธอรักษาระยะห่างจากธีร์อย่างเคร่งครัด หลังจากเหตุการณ์ในคอนโด แม้ธีร์จะเข้าใจคว
ข้อความที่ถูกส่งมาโดยตรงระบุชัดเจน "ฉันคือเจ้าของของปริ๊นเซสค่ะ"ใจของปลายฟ้าหล่นวูบ ปลายฟ้ารู้สึกใจหายมากๆ ราวกับหัวใจถูกบีบอัดจนหายใจไม่ออก เธอเคยคิดว่าเรื่องนี้จะไม่มีวันเกิดขึ้น หรืออย่างน้อยก็คงไม่เกิดขึ้นเร็วขนาดนี้ เพราะธีร์เองก็ผูกพันกับเจ้าแมวน้อยตัวนี้ไปแล้วปลายฟ้าอ่านข้อความซ้ำหลายครั้ง
ปลายฟ้าซบหน้าเข้ากับแผงอกที่เปลือยเปล่าของธีร์อย่างเต็มใจ เธอได้ยินเสียงหัวใจของเขาเต้นอย่างช้า ๆ และสม่ำเสมอ เป็นจังหวะที่ช่วยปลอบประโลมจิตใจของเธอได้เป็นอย่างดีในอ้อมกอดที่แน่นหนานี้ปลายฟ้าไม่ได้รู้สึกว่าเธอกำลังนอนอยู่กับเจ้านายที่เย็นชา แต่เป็นผู้ชายคนหนึ่งที่ต้องการเพียงความรักและการปลอบโยนเท
“ฉันต้องขอโทษแทนคุณเทวาด้วยนะคะ” อรัญญากล่าวอย่างรู้สึกผิด “ฉันรู้สึกผิดกับธีร์ และฉันเหนื่อยมาก ๆ เลย ค่ะ”อรัญญาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าอย่างอ่อนล้า“ฉันเข้ามาเป็นเมียน้อยในตอนแรก และยอมทนอยู่เพื่อรอให้ แม่ของธีร์เสีย ไป ก่อนที่ฉันจะได้ขึ้นมาเป็นคุณนายที่ถูกต้อง”คำสารภาพของอรัญญาดังก้องอยู่ในความเง