LOGIN“เรื่องมันยาว ไม่เชิงรู้จักหรอก อันที่จริงฉันไม่รู้จักเขาด้วยซ้ำ ไม่รู้จักแม้กระทั่งชื่อ”
“โธ่หมูหวาน ไม่รู้จักแล้วไปนอนกับเขาจนท้องป่องได้ยังไง โง่จริง ๆ เลยเพื่อนฉัน ฉันละอยากจะบ้า”
“ฉันใจง่ายฉันรู้”
หมูหวานอธิบายเพิ่มเติมในส่วนความรู้สึกของเธอ
“จุดเริ่มต้นอาจจะฉาบฉวย ทีแรกฉันแอบคิดว่าอนาคตเราอาจจะเป็นคนรักกันได้ แต่ฉันคิดผิด”
ตาย… ตาย… อกอีแป้นจะแตก เมษาจ้องหน้าเพื่อนรัก ตะลึงในสิ่งที่ได้ยิน คำพูดนั้นได้ผ่านเซลล์สมองมาหรือเปล่า
“นี่แกไปตกหลุมรักเขาเหรอ ? ฟังนะ TRUE LOVE กับ SEX มันคนละส่วนกันนะ! ใช้สมองแยกแยะบ้าง แกกินข้าวหรือกินหญ้า”
เมษายอมรับว่าหมูหวานหน้าตาดี เรียกได้ว่าสวย วัย 24 ปี สวยสะพรั่งแม้จะมีลูกแล้วก็เถอะ ถ้าไม่บอกไม่มีใครดูออกว่าลูกสอง ที่ทำงานมีหนุ่ม ๆ ขายขนมจีบไม่ขาด แต่ก็ไม่เห็นจะคบกับใคร สุดท้ายท้องไม่มีพ่อ มันน่าด่านักไม่รู้จักป้องกันดูแลตัวเอง สะเพร่าไม่เข้าเรื่อง
บรรยากาศภายในบ้านเงียบเชียบชวนอึดอัด เมษายังอารมณ์เดือดดาลไม่หาย ขึ้นเสียงด่ากราดเพื่อนรักชุดใหญ่
“ฉันคิดว่าแกฉลาดมาตลอดนะ จนกระทั่งเรื่องนี้ ไม่คิดไตร่ตรองบ้างเหรอ เด็กที่เกิดมาไม่มีพ่อมันจะเป็นยังไง ไม่สงสารลูกเหรอ ?? มันป้อนหญ้าให้แกกินเหรอฮะ ถึงได้ไปหลงมัน”
เว้นช่วงหายใจ ก่อนจะสวดธรรมะสั่งสอน
“ไอ้บ้านั่นมันหลอกฟันแกฟรี มันไม่รับผิดชอบหรอก ดูสิ! ไปหามันมาสองวันแล้ว แล้วมันมาเจอแกเหรอฮะ”
“มันทิ้งให้แกแบกท้องป่องคนเดียวมากี่เดือน แล้วดูตอนนี้ ลูกเกิดมาจะครบแปดเดือนแล้ว ยังไม่เคยเห็นหน้าพ่อเลย”
ประดุจหอกนับพันปักทิ่มกลางอก หัวใจที่บอบบางเป็นทุนเดิม หมูหวานได้ฟังคำตำหนิติเตียนน้ำตาร่วงในทันที ความผิดหวังที่เธอได้รับมา ทุกอย่างมันแย่ไปหมด จะให้เก็บกดต่อไปก็เกินจะทน เสียงสะอื้นปลดปล่อยอีกด้านของความรู้สึก ตามมาด้วยหยดน้ำเปียกสองแก้ม มือเรียวยกป้องปิดปากพยายามกลั้นให้เบาที่สุด กลัวลูกจะตื่นมาได้ยิน
“ฉันรู้ ตอนนั้นฉันก็แค่โง่ อย่าด่าฉันซ้ำได้ไหม ฉันรู้แล้ว”
“แล้วทีนี้จะทำยังไง แกจะเลี้ยงต่อคนเดียวก็ไม่ไหวด้วยสิ คนเดียวยังพอว่านี่ตั้งสองคน พ่อมันก็ไม่เอา ฉันว่ามันจงใจไม่มาเจอเรามากกว่า”
“ฉันไม่ได้ดูถูกแกนะ แกก็เพื่อนฉัน แต่คนระดับอย่างมันจะลดตัวมาเอาแกเหรอ มันแค่ไข่ทิ้งเรี่ยราด แล้วแกก็ไปอุ้มท้องไข่มัน ฉันด่าเพราะอยากให้แกเจ็บแล้วจำ แกจะโกรธฉันก็ได้”
เมษาเค้นถามอีกเรื่องหนึ่งที่สงสัย
“แล้วแกตั้งใจปล่อยท้องหวังจับมันหรือเปล่า ตอบตามความจริง ?”
หมูหวานยังคงมีน้ำตา เธอตอบเสียงเบา
“บังเอิญ ไม่คิดเหมือนกันว่าจะได้น้องมา แค่ครั้งเดียวจริง ๆ นะ ใครจะไปรู้ ฉันไม่เคยนอนกับใครนี่”
“ไม่เป็นไร คนเราโง่กันได้ ไหน ๆ หลานฉันก็ออกมาดูโลกแล้ว พ่อมันต้องรู้เรื่องนี้!”
เช้าวันจันทร์หมูหวานกับเมษาลางานพร้อมกัน กลับมายังที่เดิมพร้อมกับหยองหยองแฮมแฮมในรถเข็น วันนี้เมษามาพร้อมกับแผนการสุดร้ายกาจที่พึ่งคิดได้เมื่อคืน
หมูหวานอยากจะยกเลิกแผนการนี้ หากแต่เมษาท้วงติง วิธีนี้แหละ เอาให้คนรู้กันทั้งตึกไปเลย ตีข่าวออกหน้าหนังสือพิมพ์ยิ่งดี พ่อมันต้องรับผิดชอบ พ่อมันไม่ได้ตายสักหน่อย แถมรวยด้วย ลูกสองคนมันเลี้ยงได้สบาย หลานป้าต้องได้เป็นคุณหนู
“จะเอางี้จริงเหรอ” หมูหวานถามย้ำ
“อืม”
“จะดีเหรอ”
“อืม อยู่เฉย ๆ ฉันจัดการเอง”
ในตัวอาคารสถานที่แปลกตา อุณหภูมิค่อนข้างหนาว หยองหยอง แฮมแฮม ลืมตาตื่นไม่เจอแม่ แม่อยู่ไหน ?
“เสียงเด็กที่ไหนร้องไห้ ?”
พนักงานหนึ่งในนั้นพูดขึ้น แห่แหนมาดูตามต้นตอของเสียงร้อง ปรากฏเป็นทารกคู่แฝดนอนร่ำไห้ในรถเข็นน้ำตาเปียกแก้มน่าเอ็นดู
“แล้วแม่ล่ะไปไหน ?”
หันซ้ายขวาไม่มีคนที่คาดว่าเป็นบุพการี เหลือทิ้งไว้เพียงกระดาษโน้ตในรถเข็น
เสียงทารกร่ำไห้ก้องทั่วบริเวณ ดึงดูดความสนใจของทุกคนที่ผ่านไปผ่านมา
สองพี่น้องฟรินน์เฟลิกซ์ ลงลิฟต์มายังชั้นล่างพร้อมกับผู้ช่วยมือขวาที่ประกบเดินตามหลัง สิ่งแรกที่ได้ยินคือเสียงเด็กร้อง
“ลูกใครมาร้องแถวนี้พี่ ?” ฟรินน์สะกิดข้อศอกพี่ชายเบา ๆ
“ไม่รู้สิ” เฟลิกซ์ตอบเฉยชา เขาไม่ได้สนใจ วันนี้ยุ่ง เตรียมจะออกไปข้างนอกมีนัดคุยงาน
ฟรินน์ หนุ่มหล่อหน้านิ่งมหาลัยฯ วัย 22 ปี น้องชายร่วมเลือดของเฟลิกซ์ ทั้งคู่มีบิดาคนเดียวกัน หากแต่คนละแม่ อาชีพปัจจุบันเป็นนักศึกษา อยู่ในช่วงฝึกงานตามหลักสูตรของมหาวิทยาลัย ฝึกงานที่บริษัทพ่อตัวเอง
เฟลิกซ์ หนุ่มลูกครึ่งอิตาลี วัย 29 ปี ลูกชายคนโตของตระกูล เขาเป็นความภาคภูมิใจของบิดา ประดุจถ้วยเกียรติยศ ลูกชายที่เพอร์เฟ็กต์สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ พ่อคาดหวังในตัวเขาสูงเสียดฟ้า
จังหวะที่เดินผ่าน สายตาของฟรินน์สอดส่องไปยังจุดรวมพล เหมือนจะมีเรื่องเกิดขึ้น กลุ่มพนักงานสาวรวมตัวห้อมล้อมมุงดูบางสิ่ง
ผู้จัดการแผนกเหลือบเห็นรองประธานกับน้องชายลงมาพอดี ปรี่ตรงมาหาทั้งคู่รวดเร็ว หน้าตาตื่น
“เอ่อ… มีเรื่องนิดหน่อยครับ รบกวนเวลารองประธานไปดูหน่อยครับ”
“ฟรินน์ไปดูสิ” เฟลิกซ์สั่งน้องชาย เขามีสายโทรศัพท์เข้าพอดี
ระหว่างที่เดินฟรินน์เอ่ยถามหนุ่มตี๋หัวหน้าแผนก
“ลูกใครมาร้อง”
“เอ่อ… คุณฟรินน์มาพิจารณาเองเถอะครับ ว่าใช่หรือเปล่า ผมไม่กล้าแจ้งตำรวจกลัวจะเป็นเรื่องใหญ่โต”
ตั้งแต่แต่งงานกันมา ยังไม่มีโอกาสพาภรรยาไปเที่ยวไหนไกลๆ ช่วงฮันนีมูนเธอแพ้ท้อง เราเลยอยู่บ้านเป็นหลัก เที่ยวต่างจังหวัดกันนิดหน่อย ทว่าหนนี้เฟลิกซ์มีแพลนพาหมูหวานไปเที่ยวต่างประเทศเธอคลอดแล้ว น้องฟร๊องต์อายุครบ 8 เดือน ไม่น่าจะมีอะไรน่ากังวล ที่น่าห่วงคือไอ้สองหมูดื้อ แน่นอนว่าเที่ยวหนนี้เขาจะไม่พาลูกไปด้วย เพราะแทนที่จะได้ผ่อนคลายกลับต้องมาตามวิ่งไล่จับลูกไม่ได้พัก สร้างเรื่องปวดหัวอีกแน่ เผลอๆ ไปหลงในต่างแดนวุ่นอีก ตัดปัญหาคือให้สองหมูดื้ออยู่บ้านอาจจะเป็นการตัดสินใจที่ไม่ยุติธรรมสำหรับเด็กๆ แต่เขาคิดทบทวนถี่ถ้วนดีแล้ว ขนาดพาไปเที่ยวห้างสรรพสินค้ายังต้องจูงมือห้ามขาด ปล่อยหลุดมือไม่ได้เลย มันหาย ครั้งนั้นเขาเผลอปล่อยมือแวบเดียวตอนควักกระเป๋าจ่ายเงิน หันมองอีกทีไม่เจอตัวแล้ว สองพี่น้องพากันหายไปไหนก็ไม่รู้ กว่าจะหาตัวเจอร่วม 20 นาที ต้องประกาศประชาสัมพันธ์ตามหาทั่วห้างสรรพสินค้า ลูกชอบออกผจญภัย เด็กคงจะสนุก แต่หัวอกคนเป็นพ่ออย่างเขาวิตกกังวล กลัวใครมาอุ้มจับไปขายทิ้งสองหมูดื้อจอมป่วนไว้ที่บ้านปลอดภัยกว่า แต่จะให้อยู่กับคุณทวดก็ไม่ไหวอีก ตาสุวิทย์ กับยายดาวเรือง อายุ 76 ปี เหมือนจะ
สัปดาห์ถัดมา เลิกเรียนกลับบ้าน วันนี้มีของฝากมาให้แม่ หยองหยอง แฮมแฮม เปิดกระเป๋าสะพายหลัง รูดซิปลง อุ้งมือน้อยคว้าหยิบบางสิ่งที่ตั้งใจทำออกมา“มามี้ หยองทำที่โยงเยียน ให้มามี้” หยองหยองยื่นส่งสิ่งนั้นแก่มารดา“ทีเชอร์บอก เอามาให้มามี้”แฮมแฮมพูดน้ำคำไร้เดียงสา ส่งยื่นให้แม่ด้วยเช่นกันกระดาษแข็งสีชมพูที่ลูกถือในมือ ฉันพอเดาได้ว่ามันคืออะไร การ์ดนั่นเอง วันนี้ 12 สิงหา เป็นวันแม่ ลูกนำการ์ดมามอบให้ฉัน หัวใจของฉันพองโต เป็นครั้งแรกที่ฉันได้รับสิ่งนี้ในฐานะแม่ ความรู้สึกปลาบปลื้มใจเอ่อล้น พรั่งพรูมาพร้อมกับน้ำในดวงตา“น่ารักจังเลยค่ะ ขอบคุณนะคะลูก”ฉันรับการ์ดสีชมพูติดกากเพชรวิบวับ เปิดออกเพื่อดูภายใน รูปหัวใจสีแดงถูกระบายด้วยสีเทียน มันดูบิดเบี้ยวเพราะถูกวาดด้วยฝีมือของเด็ก สำหรับฉันเป็นรูปสวยมาก“มาเทอร์เดย์” หยองหยองพูดขึ้น คุณครูที่โรงเรียนบอกมาเช่นนี้ ซึ่งเด็กหญิงเองไม่ได้เข้าใจความหมายมากนักว่ามันคือวันอะไร เป็นวันของแม่หรือเปล่าฉันก้มจุ๊บเหม่งลูกสาวคนละที“หยองหยอง แฮมแฮม ของแม่น่ารักที่สุด”อีกด้านหนึ่ง“พวงมาลัยครับ เราเอาไปไหว้แม่กันนะ”หยองหยอง แฮมแฮม ยกพวงมาลัยดอกมะลิสีขาวส
บ่ายสองของวันจันทร์ รองประธานในชุดสูท แวะมารับลูกสาวที่โรงเรียนนานาชาติชื่อดังตามเคย ระหว่างที่นั่งในรถหยองหยองย้ำบอกพ่อ กลัวพ่อจะลืม“ปาปี๊ ไปจื๊อเปียก ให้ฉีนวล”“ครับ”เฟลิกซ์หอมหัวหยองหยองที่นั่งบนตัก ก่อนจะสั่งคนขับรถแวะร้านขายอาหารหมาแมว ในตะกร้าพลาสติก มีขนมแมวเลียของส้ม กับสีนวล อาหารเม็ด เปียกยี่ห้อดี แล้วก็ขนมขบเคี้ยวบำรุงของแมวตั้งแต่หยองหยองรู้ว่าสีนวลตั้งท้อง เห่อใหญ่เลย สีนวลท้องโตมากโข นี่ก็ใกล้คลอดแล้ว อีกประมาณหนึ่งสัปดาห์“หนูอุ้มสีนวลระวังนะคะ อย่าบีบท้องแม่สีนวลนะลูก”“ค่าาาา”หยองหยองอุ้มสีนวลสุดที่รักด้วยความถนอม จูบหน้าผากของสีนวลแฮมแฮมอุ้มไอ้ส้มเดินขึ้นบันไดตามหลังพี่สาว ค่ำแล้วพาแมวเข้านอนด้วยกันไม่กี่วันถัดมา เวลาตี 5 ใกล้รุ่งสาง ฉันยังไม่ได้นอน นั่งมุงกล่องกระดาษลัง เฝ้าสีนวลคลอดลูกตั้งแต่เที่ยงคืน ค่อยหายโล่งใจ ออกมาปลอดภัยครบสมบูรณ์ทุกตัว ฉันจับทั้งสี่จิ๋วเข้าเต้าแม่สีนวลขนเจ้าจิ๋วแห้งสนิท ฟูนิดหน่อย น่ารักมากๆ ลายส้มหนึ่งตัวเหมือนพ่อ อีกสามตัวลายสีขาวเทาเหมือนแม่“เฟลิกซ์ นี่หลานคุณ”เฟลิกซ์หันมาทางภรรยาคนสวย เธอกำลังหยอกล้อเขาหมูหวานไม่วายแหย่สามีต่อ
เขาชอบการเย้ายวนของเธอ พึ่งอาบน้ำเสร็จไม่ทันไร เหมือนคืนนี้จะมีกิจกรรมออกเหงื่อให้ทำต่อ สองมือใหญ่ช้อนอุ้มลูกชายตัวน้อย นำย้ายไปไว้ที่เปลนอนข้างเตียง พ่อกับแม่มีเรื่องต้องทำกันบนเตียงชายชุดนอนตัวบางถูกดึงขึ้นเหนือเอว พร้อมกับสองขาที่เปิดอ้า ท้าทายสายตาหิวโซ เฟลิกซ์กลืนน้ำลายย่างฝืดคอ ความชื้นแฉะเยิ้มไหล ปลายนิ้วเปิดปากล่าง ช่องเล็กแค่นี้ แต่ช่างวิเศษ มันสามารถกลืนความใหญ่โตของเขาได้ทั้งลำ แถมยังกินอย่างตะกละตะกลามเธอหวีดร้อง ขยำผ้าปูที่นอนกลั้นอารมณ์รัก เขาเล่นใส่เข้าในมาทีเดียวเธอหย่นคิ้ว อารมณ์กำลังพุ่ง ทว่าชายด้านบนไม่เริ่มขยับสักที เขาแค่ใส่เฉยๆ แล้วก็เอาแต่จ้องหน้าอมยิ้มเบาๆ ราวกับว่ากำลังรอบางสิ่ง“ขยับสิ”“อยากมากไหม”เธอเขินอายแก้มแดงผ่อง เม้มปากพยักหน้าน่าเอ็นดู“ต้องพูดยังไงก่อน การขอร้องคนอื่น”“เฟลิกซ์”ชายด้านบนยิ้มแหย่ เขาต้องการให้เธอร้องขอ เขาถึงจะทำให้เธอเม้มปากมันเขี้ยว ถึงกระนั้นก็ต้องยอม มันเสียบคาอยู่ จะตายแล้วตอนนี้ เธอดัดเสียงหวาน เว้าวอน ขอความเมตตาจากเขา“เอาเมียหน่อย นะคะที่รัก”เขาแสยะยิ้มชอบใจเมื่อได้ในสิ่งที่ตัวเองอยากฟังก้อนหน้าอกของเธอกระเพื่อมตามแร
หมูหวานถอนลมหายใจเบาๆ อยากระบายความในใจที่ทนอัดอั้น“เฟลิกซ์เองก็เวอร์เหมือนพ่อเขา เลี้ยงแบบคนรวย ชอบประเคนนั่นโน่นนี่ราคาแพงให้ลูก ทั้งปู่ ทั้งพ่อมัน หยองหยอง แฮมแฮม เลยได้ใจ หัวไฮโซ ชอบกระแดะ ของกลิ่นเหม็นๆ มันไม่กินเลยนะ แล้วก็ตอนไปเที่ยว ไปห้างฯ ซื้อของ ชี้นิ้วจะเอาท่าเดียว ถ้าฉันพาไปฉันจะไม่ซื้อให้ ของเล่นเต็มบ้านแล้ว ซื้อมาก็ไม่เห็นจะเล่น ซื้อมากอง ติดนิสัยจะเอาจะเอา กลับบ้านโกรธฉันอีกแม่ไม่ซื้อให้ มันไปฟ้องพ่อมัน แฮมแฮมนี่ตัวขี้ฟ้องเลย แล้วพ่อมันก็พาไปซื้อ พอฉันจะสอนจะดัดนิสัยลูก เฟลิกซ์ก็ขวางตลอดเลย เป็นอยู่แบบนี้ ฉันละเหนื่อย”ปัญหาของคนรวยเมษาได้ฟังยิ้มอ่อน เรื่องหยุมหยิมในครอบครัวเศรษฐี เมษาเลิกคิ้วแหย่ ส่งยิ้มแก่เพื่อน “อืม ผู้ชายคนนี้แหละ รักแท้ของแก ที่แกเฝ้ารอ ได้มาเป็นผัวแล้วไง ดีใจด้วยนะ”เมษาจับความรู้สึกได้แม้หมูหวานจะบ่น แต่มันมีความสุข ดีใจแทนมัน ชีวิตเปลี่ยนมาเป็นสะใภ้เศรษฐี ไม่ต้องทนลำบากแบบเมื่อก่อนไม่ทันไรผู้ชายที่เอ่ยถึงเผอิญเดินมาทางนี้พอดี สองสาวปิดปากนิ่งเงียบหนุ่มไฮโซหน้าหล่อวางแก้วนมอุ่นที่เขาชงมาแก่ภรรยา ตั้งใกล้มือของเธอ นมบำรุงครรภ์หมูหวานมองแก้วดั
บ่ายสาม หมูหวานตื่นนอน สิ่งแรกที่เธอปรารถนาคือกินข้าว 40 นาทีต่อมา ของที่สั่งไว้มาส่งถึงประตูรั้วหน้าบ้าน ป้าแม่ครัวจัดใส่จานสวยงามน่ารับประทานเฟลิกซ์ส่งเรน จอมทัพ กลับบ้านมัน เริ่มจะเย็นละ เขามีลูกมีเมียไม่ได้โสดเหมือนแต่ก่อน จะให้มานั่งก๊งเหล้าทั้งวันกับเพื่อนก็กระไรอยู่ชายตัวสูงเดินวนมาหาภรรยา เธอกำลังนั่งกินปูไข่ดองท่าทางเอร็ดอร่อย อ้าปากสวบดูดเนื้อปูเสียงดังจ๊วบจ๊าบ ดวงตาของเขาเฝ้ามองคนท้อง รู้สึกกังวลใจ อาหารดิบอาจส่งผลไม่ดีต่อครรภ์ เพราะมันยังดิบ มีสิ่งแปลกปลอมปรสิตต่างๆ มากมายแฝงอยู่ในเนื้อปู มันต่างจากเนื้อวัวเกรดพรีเมียมที่ผ่านการน็อกน้ำแข็งหลายสิบชั่วโมง ปูไข่ดองเขาใช้ปูตัวเป็นๆ เพื่อรักษาสภาพเนื้อเธอกินมากเกินไป มื้อละ 3-4 ตัว เขาไม่ได้อยากจะขัดใจเมีย แต่เธอกินปูไข่ดอง เช้า เที่ยง เย็น ค่ำ ทุกมื้อต้องมีเมนูปูไข่ดอง แล้วก็กุ้งดอง ของดิบทั้งนั้น เป็นอย่างนี้ติดต่อกันมาสองเดือนละ ก่อนหน้านี้หยุดกิน พักหลังกลับมากินอย่างโหยหาเฟลิกซ์ได้โอกาสเอื้อนเอ่ยบอกภรรยา“มันดิบ อย่ากินบ่อย สัปดาห์ละ 2-3 ครั้งพอนะ”แววตาสดใสแปรเปลี่ยนเป็นขุ่นมัว หมูหวานชะงักเมื่อถูกขัดจังหวะมื้ออาหาร เ







