LOGIN
บ่าวสาวสมกันสะพรึงมาก รักกันไปนานๆ นะ
โอ๊ย บทจะแต่งก็ไฟแลบเหลือเชื่อ...ไม่อยากเชื่อเลย ไม่อยากเมนต์มากเกรงใจใครบางคน แต่เป็นอันว่า มีความสุขนะแก
อยากมือลั่นแท็ค แต่ก็น่ะ ยินดีด้วยจ้ะ เจ้าสาว
เจ้าบ่าวไฟแลบมาก เจ้าสาวไฟแลบไปอีก รักกันนานๆ นะ
อาตม์ไล่อ่านแต่ล่ะข้อความ ที่อยู่ใต้ภาพของคู่บ่าวสาว แล้วก็ถอนใจยาว เขาตกลงใจบล็อก ทุกสิ่งเสีย หลังจากที่อ่านทุกๆ ข้อความส่งท้าย ให้ฝังลึก ให้ตอกย้ำลงไปในหัวใจของผู้ชายคนหนึ่ง ผู้ชายที่ถูกทรยศ
เขาเจ็บ...
เขาอุตส่าห์ซื่อสัตย์ และตั้งใจที่จะมีอนาคตร่วมกับเธอ
เขาคบหากับเธอมายาวนาน ถึงขนาดหมั้นหมายกัน แต่เพราะความยาวนานนั้นหรือเปล่านะ เขาทำงานเป็นหมอ งานที่ทำให้ไม่ค่อยมีเวลา การคบหายาวนานกลับกลายเป็นความห่าง ห่างกันไปไกลทุกที เขาเริ่มพบปะคู่หมั้นน้อยลง และสุดท้าย เมื่อต้นปี เธอก็มีทีท่าเปลี่ยนไป ทริปที่เขาตั้งใจจะลาพักร้อน เธอบอกว่าไม่ต้องลาเธอไม่ว่างไปธุระ แล้วในเฟซบุ๊กของเธอก็ปรากฎภาพของข้อมือของผู้ชายคนหนึ่งกับนาฬิกาเรือนล่ะเหยียบล้าน ที่จับมือของเธอไว้ สิริรดาบอกกับใครต่อใครว่าคนรู้จัก เพราะเธอตอนนั้นยังขึ้นชื่อว่าคบหากับเขา ขนาดสถานะในเฟซบุ๊กก็ยังยืนยันตามนั้น
แล้วต้นเดือนที่แล้ว คู่หมั้นของเขาก็โพสต์ภาพการ์ดแต่งงาน
ที่ลงชื่อเจ้าบ่าวว่า
พิราม
ไม่ใช่อาตม์
จบทุกสิ่งทุกอย่างด้วยภาพนั้น
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น หมอหนุ่มกดรับ เวลานี้คนเดียวที่เขาจะรับสายก็คงจะเป็นผู้ชายคนนี้นั่นล่ะ ปรีดิ์...เพื่อนซี้เพื่อนตายของเขา
“ไอ้อาตม์ ไอ้ห่า มึงอย่าฆ่าตัวตายนะ มึงไหวไหม ไหวหรือเปล่าให้กูไปอยู่ด้วยไหม?”
“เอ่อ ทำไมกูจะต้องฆ่าตัวตายวะ”
เศร้าก็เศร้า แต่ประโยคของเพื่อนก็ทำให้เขาอดขำกับความห่วงแบบตีโพยตีพายของเพื่อนรักไม่ได้
“ก็มึง โธ่...ไอ้อาตม์ ยังต้องให้กูพูดอะไร แฟนมึงไปแต่งงานกับคนอื่น มึงยื่นใบลาพักร้อน ห่า! นี่มันเรื่องใหญ่นะ”
“กูก็แค่อยากพัก กูเสียใจเรื่อง...เค้า”
หมออาตม์ยังจี๊ดๆ ในอก จนไม่อยากพูดชื่ออดีตคนรัก อา...ใช่ ต่อไปนี้เธอคืออดีตของแล้ว
“ก็เท่านั้น กูไม่ได้ไปฆ่าตัวตายอะไรหรอก มึงไม่ต้องห่วง”
“แน่ใจนะ”
“เอ่อ”
“เอ่อก็ดี ไอ้ห่า อย่าทำอะไรตัวเองนะ มึงไปพักให้สบายใจมีอะไรก็โทรมากูพร้อมตลอดนะเพื่อน”
“อืม”
“ตอบอืมแบบนี้ ก็หมออาตม์คนเดิม เสียงดุๆ ฉิบหายตอนรำคาญแบบนี้ เออ มึงคนเดิมของกูกลับมาแล้ว”
“ไอ้บ้า”
“บ้ารักเพื่อน บ้าเป็นห่วงเพื่อนนะโว้ย อย่าทุกข์มาก”
“เอ่อ”
“ฮา...ตอบมายาวๆ กูไม่ชิน ต้องแบบนี้ แค่นี้นะ เที่ยวให้สนุกนะโว้ย”
เขาวางสายจากเพื่อนสนิท หมอปรีดิ์กับเขา สนิทสนมกันมาเป็นสิบปี หมอนั่นรู้ใจเขาทุกอย่าง ชนิดว่าอ้าปากก็รู้ทันกันแล้วว่าจะพูดว่าอะไร
หมอนั่นเป็นห่วงเขา ใครต่อใครก็เป็นห่วงเขา พ่อของเขาเองด้วย ว่าเขาอาจจะคิดมาก เพราะเขากับสิริรดาคบหากันมายาวนาน แล้วคนอย่างเขาที่ไม่ใช่คนเจ้าชู้ นิยมมีแฟนทีละคน ในสายตาของหมอปรีดิ์เพื่อนซี้ ที่เปลี่ยนสาวแทบจะอาทิตย์ล่ะคน ก็ย่อมจะมองว่าเขาคงจะเจ็บหนักมาก
ก็...
เจ็บอยู่นะ แต่เพราะความห่าง ความระแคะระคายในระยะหลัง ทำให้หัวใจเขาเผลอตั้งระบบป้องกันความเจ็บปวดขึ้นกระมัง พอฟ้าผ่าเปรี้ยงลงจริง เขาเลยไม่เจ็บมากเพราะคาดไว้แล้วว่าจะต้องเป็นอย่างนั้น
เรื่องคิดสั้นเพราะความรักไม่ได้อยู่ในสมองเขาเลย
เขาถอนหายใจอีกหน เปิดตู้ออกแล้วเก็บเสื้อผ้า แม้กระทั่ง ผอ. ท่านก็ยังเป็นห่วงกับการช้ำรักของเขาหนนี้ อาตม์อดยิ้มเศร้าๆ ไม่ได้ ท่านให้วันลาเขามาเป็นสามอาทิตย์โน่น บอกว่าไปพักให้สบายใจ จะจัดการเองเรื่องบุคลากร
พัก...
เขาควรจะไปพัก ให้เวลากับตัวเอง ชีวิตของเขาเป๋ไปเล็กน้อยเพราะความรัก กับสิริรดาทำไมถึงเลิกกับเขา ก็เพราะเธออาจจะมองไม่เห็นความก้าวหน้าในการคบกับเขากระมัง เขาถ่วงเวลาการเป็นครอบครัวกับเธอมาตลอดเพราะยังสนุกกับงาน ทั้งหมดก็เพราะเขานี่ล่ะ ที่ทำให้เธอไม่มั่นคง จนไปแต่งงานสายฟ้าแลบกับผู้ชายคนอื่น
พักใจก่อนเถอะวะไอ้อาตม์
เขาบอกกับตัวเอง ขณะที่ปิดกระเป๋า นั่งไล่โทรศัพท์มองหาที่พักดีๆ วิวทะเลสวยๆ ไม่รู้ว่าทำไมอกหักคนชอบไปทะเลอาจจะเพราะให้ธรรมชาติปลอบโยนกระมัง ส่วนไอ้หมอปรีดิ์เพื่อนซี้ ส่งข้อความมาพร้อมกับส่วนลด และโรงแรมดีๆ มาหลายแห่ง บอกกับเขาว่าให้บิกินี่ หน้าอก และบั้นท้ายเยียวยาอาการอกเดาะ ไอ้เพื่อนบ้า...คิดเป็นแต่เรื่องแบบนี้จริงๆ สินะ
เขาตกลงใจกับรีสอร์ตแห่งหนึ่ง ที่เป็นส่วนตัวดี เขาเดินลงไปชั้นล่าง บิดาทักเขาแล้วไม่ได้ถามอะไรเซ้าซี้ต่อ เพราะรู้จักลูกชายดี ว่าหมออาต์มถ้าอยากเปิดปากระบายจะพูดเอง ถ้าไม่อยากระบายคือไม่อยากคุย ยิ่งไปถามนั่นแหละจะทำให้ยิ่งเครียด
“ไปไหนลูก” พ่อของเขาถามแค่นั้น
“ไปทางประจวบครับ”
“อือ ไปดีๆ ล่ะ ลากี่วัน”
“ผอ. ให้นานอยู่ครับ แต่ผม...ถ้าสบายใจก็กลับ ผมไม่ชอบพักนานๆ”
“เอาน่ะ ไปพักให้สบายใจ ทางนี้ไม่ต้องห่วงพ่อ”
“ครับ”
อาตม์เดินไปขึ้นรถของเขา เหวี่ยงกระเป๋าไว้ตรงเบาะหลัง แล้วสตาร์ทรถ ตั้งจีพีเอสไปยังจุดหมาย สิ่งที่เขาต้องการคือการพัก การอยู่คนเดียว รักษาใจที่ระบม...เขาคงจะทำใจได้เร็วกว่าที่คิด
เด็กบ้าน่าจับตีจริงๆ ไม่ยอมตอบข้อความเขาเลย อ่านแล้วไม่ตอบหมายความว่ายังไงกัน หมอหนุ่มหน้าบูดบึ้ง นึกเข่นเขี้ยวถึงยัยจอมดื้อของเขา เอาเถอะ เย็นนี้ล่ะ เขาจะฉุดพามาด้วยกันที่บ้านเสียเลย รักมันคับอกแน่นใจ จนทำอะไรไม่ถูกอีกแล้ว หงุดหงิดไปหมด แม้กระทั่งเสียงผิวปากของคนใกล้ๆ เขาหันขวับไปทางต้นเสียง ก่อนจะเปรยเสียงห้วนๆ “หน้าตาสดชื่นมากนะมึงน่ะ”หมออาตม์ที่ได้ยินเพื่อนผิวปากรื่นรมย์จึงเอ่ยแขวะขึ้นมา หมอปรีดิ์หันมองเพื่อนก่อนจะเลิกคิ้ว ตอนนี้สองหนุ่มกำลังนั่งทำรายงานสรุปกันอยู่ในห้องพักแพทย์ หน้าตาของหมออาตม์ ดูมุ่ย ดูเครียด เพื่อนรักเองก็พึ่งจะสังเกตเห็นว่าเพื่อนรักหน้าบูดยิ่งกว่าตูดลิง ก็เลยกระแอม เลิกฮัมเพลงเพราะเกรงว่าท่าจะไม่ดี ดูเหมือนเพื่อนรักพร้อมจะพานพาโล“ก็...มึงเป็นอะไรวะไอ้หมออาตม์”“เฮ้อ...” เพื่อนของเขายักไหล่ ก่อนจะก้มหน้าก้มตากับรายงานเอกสารตรงหน้า หมอปรีดิ์แย่งปากกามาถือไว้ เลยโดนเพื่อนตวัดสายตาพิฆาตใส่ แต่ความที่สนิทกันมาขนาดนี้ ทำให้เขากล้าที่จะเจาะใจถามเพื่อน“เครียดเรื่องน้องไซด์ไลน์นั่น?”“เค้าไม่ได้ทำแล้ว”“เอ่อ...ก็ทำตอนกับมึงไง เฮ้ยๆ ไม่ต้องมามองกูตาเหมือนจะกิน
พรุ่งนี้พี่จะไปรับที่มหาวิทยาลัย เราจะต้องเคลียร์กัน พี่กลับไปก่อนเพราะมีเคสด่วนของคนไข้ ถ้าไม่อย่างนั้น พูลจะได้รู้ว่าพี่จะลงโทษคนดื้อที่ไม่ยอมรับสัมพันธ์จากพี่แบบไหนอีกแก้มสาวแดงก่ำ เมื่อเห็นภาพที่เขาส่งทิ้งไว้ มันเป็นภาพเขาก้มลงหอมแก้มเธอ เธอหลับไปแบบไม่รู้เรื่องจริงๆ ก็เขาน่ะ...โอย...เธอเพลียไปหมด จนลุกแทบไม่ไหว ร่องรอยรักของเธอและเขาปรากฏอยู่ทำให้เธออายมากกว่าเดิม ยัยไอ๊ซ์ ยัยตัวร้าย รู้เห็นเป็นใจกับพี่อาตม์แน่ๆ คิดจะไปเฉ่งเพื่อน แต่เพื่อนก็ดันมาเสียก่อน อลิสากลับมาที่ห้องในตอนบ่าย เพราะอาตม์ส่งข้อความไปขอบคุณเธอ เธอจึงนึกว่าทั้งคู่น่าจะเคลียร์กันได้เรียบร้อยแล้ว สายตาของเพื่อนที่เบิกมองเธอ ทำให้กานพลูอายม้วน แทบจะบิดเมื่อเพื่อนรักเอ่ยขึ้นเสียงแหลม“ตายแล้วยัยพูล เมื่อคืนนี้ฟ้าเหลืองไหมนั่นน่ะ พี่อาตม์ฟัดเธอทั้งคืนแน่ๆ หว๋าย...สภาพนี้โผล่กลับบ้านนะ แม่แก้วซักตายแน่ๆ”“บ้า อื้อ โอ๊ย ยัยบ้า” อายเพื่อนจนไม่รู้จะทำยังไง อลิสาหัวเราะขำ แล้วก็เดินเข้าไปในห้องของตัวเอง ค้นหาอะไรสักพัก ก็โผล่มาพร้อมเสื้อคอเต่าแขนยาว และกระโปรงยาวส่งให้เพื่อน สีหน้ารู้ทันจนกานพลูหน้าแดงแจ๋ เธอเอ
อาตม์ก้าวพรวดเดียวก็รวบตัวเด็กดื้อที่เพียรหนีเขามาตลอดไว้จนได้ กานพลูตัวแข็งเมื่อตกอยู่ในอ้อมกอดนี้ อ้อมกอดที่เธอเองก็โหยหา...เขาก้มลงตามองมาดหมายที่ปากอิ่มเผยอแย้มนิดๆ ของเธอ ริมฝีปากนั่นทำท่าจะขยับ หากเขาขู่เสียงดุชิดปากอิ่ม“ไม่ต้องพูด”“อื้ม”เขาปิดคำปฏิเสธ คำพูดใดๆ ที่จะคัดค้านจากเธอไว้ด้วยปากเขา เมื่อปากแตะปาก ก็ราวกับไฟไหม้ฟาง เธอและเขาจูบกันอย่างดื่มด่ำ กอดกันแนบแน่น มือของเขาลูบไล้ไปตามร่างเนียนละมุนที่แสนจะคิดถึง กานพลูเองก็ไม่อยากเอื้อนเอ่ยใดๆ เธออยากจะรู้สึก อยากจะกอดเขา ไม่มีข้อแม้ใดๆ อีกแล้วเสื้อผ้าของเธอและเขา ตกตามทางจนไปถึงเตียง ทั้งคู่ก็เปลือยเปล่า ริมฝีปากของเขาและเธอยังไม่เคลื่อนออกจากกัน มือร้อนผ่าวนั้นลูบไล้ไปตามทรวงอกอิ่ม เคล้นคลึงหยกเอินปลายยอด อีกมือไต่ลงไปยังส่วนนั้น กลีบกุหลาบคลี่แย้มรอคอย เขาแยกมันออกตัวเขาเองต้องการเธอจนแทบระเบิดแล้วตอนนี้ไม่มีการเล้าโลมมากมายใดๆ มีเพียงการเร่งด่วนที่อยากจะแนบแน่นเป็นของกันและกัน กานพลูเองเปิดรับเขาอย่างเต็มอกเต็มใจ เมื่อเขาแทรกสอดเข้ามาจนสุดตัวตน เขาก็ถอนปากออก มองสบตาที่ปรือฉ่ำ แก้มแดงนิดๆ ของเธอ ภาพนี้คือภาพที่
เมื่อคืนนี้เขาเมา เมามากเลยล่ะ เมาแล้วเผลอไปบอกอะไรไอ้หมอปรีดิ์หรือเปล่าหว่า? หมอหนุ่มคิดอย่างสับสน เขาพูดอะไรไปบ้างวะมึงรักน้องเค้า...รักได้หรือวะไอ้อาตม์ เสียเป็นแสนนะโว้ยจะได้ใจหรือเปล่าเหอะ คิดใหม่ก็ดีนะเพื่อนอา...เพื่อนรักส่งข้อความมาแบบนี้แล้ว รู้ล่ะว่าตัวเองไปบอกอะไรบ้าง หมออาตม์เกาหัวเกาหูจนยุ่งไปหมด ก็มันรักไปแล้วนี่หว่า เวลาไม่เกี่ยง เกี่ยงที่ความรู้สึกล้วนๆอลิสาส่งข้อความมาเล่าเรื่องของกานพลูคร่าวๆ ให้เขาได้รับรู้ เขาเลยรู้ว่าการที่กานพลูยอมทำไซด์ไลน์เพราะเรื่องแม่ป่วย ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องโกหกตอแหลสร้างภาพอะไร เขาไปเช็คที่โรงพยาบาลด้วย แล้วเขาก็ยังฝากฝังเคสของแม่เธอกับนายแพทย์ที่รู้จักกันแล้วด้วย ว่าให้ช่วยดูแลให้หน่อย แต่เธอจ่ายค่าโรงพยาบาลไปแล้วนี่สิ ไม่อย่างนั้นเขาก็จะช่วยจ่ายเหมือนกันรักแล้วรักเลย รักแล้วก็อยากได้อีก น้องก็ทำมึนทำหนี เขาจะทำอย่างไรดีหนอ...ไอ้จะครั้นไปตามเฝ้าน้อง เขาก็ไม่ค่อยมีเวลา ด้วยหน้าที่การงานของเขาด้วยนั่นแหละ แถมยังพักร้อนไปตั้งนาน จะแว้บจะหายจะแลกเวรกับเพื่อนหมอด้วยกัน ก็ให้เกรงใจ ผอ. ตอนนี้ทุกคนดูจะให้กำลังใจเขา บางคนก็มาให้กำลังใจตรงๆ
วันนี้จะต้องไปทำงานแล้วสินะ แต่เขาไม่พร้อมเลย เมื่อเดินเข้าโรงพยาบาล ความไม่พร้อมก็จำต้องเป็นความพร้อม สมองของเขามันตัดแบบอัตโนมัติ ให้คิดแต่งานตรงหน้า แล้วเมื่อถึงเวลาพัก มันก็ตัดโหมดเข้ามาเรื่องของหล่อนอีกแล้วรัก...มันเร็วเกินไปไหมแต่ความรักมันคือความรู้สึก...คืออารมณ์อย่างหนึ่งเขากำลังครุ่นคิดอย่างหนัก ว่าควรเดินหน้าอย่างไร กับยัยตัวยุ่งนั่นดี เขาขอแอดไลน์เธอไปตามเบอร์โทรศัพท์ที่อลิสาให้ไว้ แล้วส่งข้อความบอกเธอไว้ ว่ากรุณารับแอดเขาด้วย เขาคิดถึง อยากคุย ไม่ได้อยากจะถามเรื่องซื้อขายอะไร แต่จนป่านนี้...หล่อนก็ยังไม่ได้รับแอด ไม่อ่าน เด็กบ้า...คอยดูนะ จะจับมาตีแล้วก็จะจับมาจูบเครียดก็เครียด ยังจะมีอารมณ์มาคิด...คิดทำอะไรกับเขาแบบนั้นอีกนะไอ้อาตม์เขาจะให้ทำหรือเปล่าล่ะ ถอยห่างเสียขนาดนั้น ติดต่อก็ไม่ยอมติดต่อกลับ อะไรแบบนี้กันนะ คอยดูเถอะ! คิดถึงหล่อนก็ทั้งขมทั้งหวานไปพร้อมๆ กัน นึกแล้วก็พาลไปถึงเพื่อนซี้ ที่จัดหาของขวัญแสนหวานมาให้เขาแบบนั้น ไอ้ปรีดิ์น่ะไอ้ปรีดิ์ เขาจะแช่งให้หมอนั่น กลุ้มใจเพราะเรื่องนี้เหมือนๆ กันกับเขา จะว่าไปยังไม่ได้เจอหน้ากันเลย เขาหลบมันด้วยนั่นแ
อาตม์อยากจะทำมากกว่านั่งมองเธออยู่อย่างนี้เขาอยากจะดึงเธอเข้ามากอด แล้วดึงให้ขึ้นรถเขาไปด้วยกันวางเธอลงบนเตียงแล้ว...“พี่อาตม์มีธุระอะไรกับหนูอีกคะ”คำถามจากคนที่นั่งก้มหน้าหลบสายตาเขา เล่นเอาหมอหนุ่มตื่นจากภวังค์หวาน เขาขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะมองเธออย่างสำรวจ กานพลูในชุดนักศึกษา เธอสวมเสื้อตัวใหญ่พอสมควร ไม่รัดรึง กระโปรงยาวกรอมข้อเท้า ผมรวบเป็นหางม้าเรียบร้อย หน้าแต่งอ่อนๆ แค่ลุ๊คของเธอที่เหมือนเด็กเรียน สาวเรียบร้อย มันก็ไม่เหมาะกับงานที่เธอรับทำเลยสักนิด เขาแอบส่องเธอ นั่นล่ะ ส่องต้องใช้คำนี้เขาไม่เคยทำอะไรแบบนี้ แต่เขาจับตาดูความเคลื่อนไหวของเธอ ในยุคนี้ใครๆ ก็มักจะออกมาแสดงความคิดเห็น หรือชีวิต ไลฟ์สไตล์ของตัวเองผ่านโลกโซเชียล เขาก็ยังไม่ใช่ข้อยกเว้น แต่กานพลู...หัดอัพสถานะ อัพรูปบ้างก็ดีนะ เฮ้อ...แม้กระทั่งรูปที่เขาถ่ายให้ แล้วขอให้เธอขึ้นใช้เป็นโปรไฟล์ เธอก็มีแค่รูปนั้นนี่แหละที่อัพเดตล่าสุด เขาไม่ได้อะไรจากการเฝ้าดูเธอผ่านโซเชียลเลย เขาอึดอัด หงุดหงิด พอกลับมาแล้วก็ยังไม่พร้อมทำงานขอลางานต่ออีกอาทิตย์หนึ่ง กลายเป็นโรคนอนไม่หลับ เพราะ...เพราะคิดถึง“มีสิ มีมากด้วย” เขาอึ







