แชร์

เขาตบฉัน

ผู้เขียน: อีไลจา
เกรเซีย

เขาตบฉัน... เขาตบฉันเพื่อปกป้องไอ้ผู้ชายคนนี้

ฉันกุมแก้มตัวเองไว้ ยืนอึ้งอยู่กับที่ ความแสบร้อนไปทั่วผิว แต่นั่นไม่ใช่ความเจ็บที่แท้จริง หัวใจฉันเหมือนกำลังจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ

ฉันเงยหน้าขึ้น สบตาเขา ตาเขาเบิกกว้าง เหมือนเพิ่งจะรู้สึกตัวว่าทำอะไรลงไป

"ก...เกรซี่..." เขาพูดเสียงในลำคอ "ผม..."

น้ำตาทำให้ตาฉันมัวอีกครั้ง และฉันก็ไม่คิดจะหยุดมันด้วย

ฉันไม่รู้ว่าที่ร้องไห้นี่เพราะโดนตบ หรือเพราะผู้ชายที่ฉันรักมากกว่าอะไรในโลกเพิ่งจะลงไม้ลงมือกับฉันกันแน่

ผู้ชายคนที่เคยเปิดประตูรถให้ฉัน คนที่เคยลูบหลังให้ตอนฉันปวดท้องตะคริว คนที่เคยร้องไห้ตอนฉันอาหารเป็นพิษเพราะเขาทนเห็นฉันเจ็บปวดไม่ได้

ชาร์ลส์คนนั้นเพิ่งจะตบฉันเพื่อปกป้องชู้รัก

ฉันถอยหลังออกมาช้าๆ หายใจถี่รัวเหมือนสูดอากาศเข้าปอดไม่พอ มือที่ทิ้งข้างลำตัวสั่น

"เกรซี่ ได้โปรด" เขาพูดพลางก้าวเข้ามาหา "ผมไม่ได้ตั้งใจ ผมแค่—"

"อย่ามาแตะตัวฉันนะ ชาร์ลส์!" ฉันกรีดร้องลั่น

เขาชะงักและยืนแข็งทื่อ มือยังค้างอยู่กลางอากาศ เขาถอยหลังกลับไป ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความรู้สึกผิด

มาร์คหรือชื่อเหี้ยอะไรนั่นเดินมาข้างหลังแล้ววางมือลงบนหลังชาร์ลส์อย่างนุ่มนวล

"ไม่เป็นไรหรอกชาร์ลส์ ฉันรู้ว่านายไม่ได้ตั้งใจ นายน่ะอ่อนโยนเกินไปสำหรับเรื่องพวกนี้"

หน้าอกฉันบีบรัดแน่น เหมือนโดนอะไรบางอย่างบดขยี้ ฉันมองดูพวกเขาสองคน ยืนอยู่ตรงนั้นเหมือนเป็นคนโดนกระทำ เหมือนฉันเป็นฝ่ายบุกเข้ามาทำลายความสงบของพวกเขา

ให้ตายสิ มันเจ็บ เจ็บโคตรเลย

ฉันหลับตาลงครู่หนึ่ง พยายามตั้งสติหายใจ เพื่อไม่ให้ตัวเองล้มพับลงไปกับพื้น

ฉันลืมตาขึ้นมาเห็นชาร์ลส์มองฉันด้วยสายตาสมเพช มาร์คยังคงแสยะยิ้มสะใจ ฉันกลืนน้ำลายลงคอ พูดออกไปเสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน "ฉันมีคำถามเดียวจะถามนาย ชาร์ลส์"

"อ...อะไรเหรอ?"

"นายมีอารมณ์กับผู้หญิงบ้างไหม?" เสียงฉันสั่น "กับฉันเนี่ย... มีบ้างไหม?"

ชาร์ลส์อ้าปากจะพูด แต่มาร์คหัวเราะขัดขึ้นมา "มันสำคัญด้วยเหรอ?"

ฉันไม่สนใจ จ้องตาชาร์ลส์ เขาหลบตาลงแล้วกระซิบ "ผมขอโทษ"

แค่คำเดียวฉันก็เข้าใจแจ่มแจ้ง เขาเป็นเกย์ ผู้ชายที่ฉันกำลังจะแต่งงานด้วยในอีกไม่กี่วันนี้เป็นโคตรเกย์

"ล...แล้วทำไม? ทำไมนายทำแบบนี้กับฉัน? หลอกให้ฉันมีความหวังทำไม? ถ้านายเป็นเกย์ นายจะแกล้งทำเป็นรักฉันทำไม?!"

"ผมขอโทษนะเกรซี่" เขาพูดซ้ำ เหมือนคำขอโทษจะอุดรูโหว่ในอกฉันได้ เหมือนจะอธิบายได้ว่าทำไมผู้ชายที่ฉันไว้ใจที่สุดถึงกลายเป็นคนที่ทำร้ายฉันได้เจ็บแสบที่สุด

"ไม่" ฉันส่ายหัว เสียงเริ่มแข็ง "ไม่ต้องมาขอโทษ ตอบคำถามเฮงซวยๆ นั่นมาซะ"

"คุณก็รู้ว่าพ่อแม่เราอยากให้แต่งงานกัน" จู่ๆ ชาร์ลส์ก็พูดเสียงต่ำ "ตอนพ่อแม่รู้ว่าผม... ชอบผู้ชาย พวกเขาโกรธมาก เขาไม่อยากมีลูกเป็นเกย์ เขาอยากได้ลูกที่ปกติ เขาบีบให้ผมทำแบบนี้เกรซี่ เขาคิดว่าการแต่งงานจะช่วยมันได้ ว่าคุณจะช่วยแก้ปัญหาได้ ผมไม่ได้ตั้งใจจะ—"

"เลิกพูดไร้สาระสักที ชาร์ลส์" ฉันตวาด

เขาชะงัก เขาคงไม่เคยเห็นฉันมุมนี้มาก่อน เพราะตอนอยู่กับเขา ฉันเป็นแค่ผู้หญิงน่ารักใสซื่อมาตลอด

"นายคิดจริงๆ เหรอว่าฉันจะเห็นใจนายตอนนี้? หลังจากที่นายทำทุกอย่างลงไป?"

เขาอ้าปากจะพูดอีก แต่ฉันไม่ยอมให้พูด

"นายใช้ฉันเป็นแค่เครื่องมือ เป็นแค่ตัวละครบังหน้าให้พ่อแม่นาย เป็นเจ้าสาวแสนสมบูรณ์แบบเพื่อให้นายดูแมน และฉันก็รักนาย... โถ่เอ๊ย ฉันก็รักนายทั้งที่นายทำเหี้ยกับฉันขนาดไหน ทั้งที่นายเย็นชา ทั้งที่นายดูห่างเหินเวลาอยู่บนเตียง ฉันก็คิดไปเองว่านายเครียด เรื่องงาน หรือเรื่องอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่เรื่องนี้ แต่นานหลอก... นายปั่นหัวฉันมาตั้งแต่ต้น"

ฉันกะพริบตาไล่น้ำตาที่เอ่อขึ้นมาอีกครั้ง โกรธตัวเองมากที่ยังร้องไม่หยุด "ถ้านายบอกความจริงตั้งแต่แรกที่เจอ... ฉันก็คงจะเข้าใจ ฉันก็คงจะช่วยนายไปแล้ว แต่นายกลับเลือกที่จะโกหก นายปล่อยให้ฉันตกหลุมรักนาย ปล่อยให้เชื่อว่าเรามีอะไรที่มันจริงใจต่อกัน"

"อย่ามาป้ายความผิดให้พ่อแม่นายเลย" ฉันพูด "นายก็เลวเหมือนกันนั่นแหละ อย่าเอาเรื่องรสนิยมทางเพศมาเป็นข้ออ้างในการนอกใจ!"

"ผมเสียใจจริงๆ" เขาพูดพลางก้มมองพื้น

ฉันใช้หลังมือปาดน้ำตาอย่างแรง "เก็บคำขอโทษนายไว้เถอะ ฉันไม่ต้องการ"

นิ้วฉันสั่นขณะจับแหวนบนมือ มันคือแหวนหมั้นของเรา

ฉันจำคืนที่เขาให้แหวนวงนี้ได้ จำตอนที่ฉันร้องไห้ จูบเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า สัญญาว่าจะไม่ถอดมันออกเลย และตอนนี้ ฉันกำลังจะทำในสิ่งที่ฉันไม่เคยจินตนาการถึงมาก่อน

ฉันค่อยๆ ถอดมันออก ช้าๆ ราวกับเนื้อเหล็กนั่นมันแผดเผาผิวฉัน แล้วเขวี้ยงมันลงที่ปลายเท้าเขา

"เราจบกันแค่นี้ ชาร์ลส์" ฉันพูดเสียงเรียบ "ฉันไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเศษสวะอย่างนาย หรือครอบครัวขยะๆ ของนายอีก"

ชาร์ลส์ส่ายหน้าอย่างไม่อยากเชื่อ "คุณทำแบบนั้นไม่ได้นะเกรซี่ ผมรู้ว่าคุณโกรธ แต่นี่มัน... มันคือข้อตกลงทางธุรกิจนะ คุณก็รู้ ครอบครัวเรา—"

ฉันหัวเราะออกมาแห้งๆ "ข้อตกลงทางธุรกิจ"

งั้นสำหรับเขา เรื่องทั้งหมดมันก็แค่นี้เองสินะ ฉันเป็นแค่ข้อตกลงทางธุรกิจ

"ก็ได้! งั้นฉันก็จะเดินออกไปจากข้อตกลงธุรกิจสุดที่รักของนาย ไปหาคนอื่นที่พร้อมจะขายตัวให้กับคำโกหกของนายเอาเองเถอะ ฉันเลิกเล่นบทบาทนี้แล้ว"

ฉันมองตาเขา และเป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นความกลัวในนั่น

"เห็นหน้านายแล้วฉันขยะแขยง" ฉันกระซิบ "ฉันเสียใจมากที่เคยตกหลุมรักนาย"

"เกรเซีย—" เขาทำท่าจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ฉันไม่รอฟังคำโกหกต่อไป ฉันหันหลังเดินออกมา ทิ้งทั้งแหวน ทั้งงานแต่ง ทั้งชีวิตที่ฉันนึกว่าสร้างมาด้วยกัน และทิ้งผู้ชายที่ไม่เคยรักฉันเลยแม้แต่นิดเดียว
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ได้โปรด...แด๊ดดี้   ขอบคุณนะคะที่ทำให้หนูเสร็จ

    เกรซทันทีที่คำพูดนั้นหลุดออกจากปาก ฉันรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างขาดสะบั้นลงในตัวเขาเขากัดฟันแน่น เขาบีบขาฉันแรงขึ้น และโดยไม่มีคำพูดใดๆ เขาดึงนิ้วออกจนสุดแล้วกระแทกกลับเข้ามาใหม่ทันทีฉันอุทานเสียงหลง แทบจะเป็นการกรีดร้อง หลังฉันแอ่นพ้นโต๊ะ สะโพกกระตุกตอบสนอง ตาเบิกกว้างขณะพยายามประมวลผลความช็อกนี้ฉันมองเขา อ้าปากค้าง หายใจถี่ เขายังคงจ้องหน้าฉัน สบตากันไม่ปล่อย แต่มีบางอย่างเปลี่ยนไป สีหน้าเขาไม่เหมือนเดิม เหมือนเขาอยู่ที่นี่กับฉัน แต่ในขณะเดียวกันก็เหมือนหลุดไปอีกโลกหนึ่ง สายตาเขาดุดันจัด เหมือนบางอย่างในตัวเขาถูกปลดปล่อยออกมาและจะไม่ทนเก็บมันไว้อีกต่อไปฉันกระซิบอย่างสิ้นเรี่ยวแรง “ทะ...ท่าน...”เหมือนแค่คำคำเดียวนี้มันไปจุดชนวนข้างล่างของฉัน ฉันรู้สึกว่าข้างในมันรัดนิ้วเขาแน่นขึ้น เหมือนร่างกายฉันปฏิเสธที่จะปล่อยเขาไปเขาขยับตัวข้ามมาหา ร่างเขาทับอยู่บนฉัน เขาจับต้นขาฉันแล้วยกขึ้น พาดไว้บนไหล่เขา ท่านี้ทำให้ฉันถูกแหกออกต่อหน้าเขาโดยสมบูรณ์ หมดเปลือก อ่อนแอ และเจ็บเขาวางมือลงบนโต๊ะข้างตัวฉัน อกเขาชิดอกฉัน หน้าเขาใกล้จนฉันรู้สึกถึงลมหายใจร้อนๆ ที่เป่ารดแก้ม และด้วยเสียงที่ทุ้

  • ได้โปรด...แด๊ดดี้   ได้โปรด แด๊ดดี้

    เกรซฉันไม่รู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นสมองของฉันหยุดสั่งการไปหมดแล้ว ทั้งการสัมผัสของเขา การเล้าโลม เสียงของเขา... พระเจ้า คำพูดพวกนั้น มันแล่นผ่านไปตามหลังจนขนลุกไปหมด“เธอแฉะไปหมดแล้ว เสิร์ฟมาให้ฉันอย่างกับคอร์สอาหารสุดสมบูรณ์แบบ ถ้าไม่ลิ้มลองคงจะเสียมารยาทแย่ คราวนี้ก็อยู่นิ่งๆ แล้วปล่อยให้ฉันกินเธอ”อะไร... นี่มันอะไรกันเนี่ย? ใครเขาพูดจาแบบนั้นกัน?ตลอดยี่สิบสามปีในชีวิต ฉันไม่เคยได้ยินอะไรที่มันโผงผางดิบเถื่อน และโอหังขนาดนี้มาก่อน แต่มันกลับเร่าร้อนพอที่จะทำให้ขาฉันสั่นพั่บๆ ได้โต๊ะทำงานมันทั้งยาวและเย็นเฉียบ ฉันนอนอยู่ตรงกลาง ถูกจับขาแยกออกอย่างกับเครื่องเซ่นสังเวย ขาถ่างกว้างโดยมีเขาแทรกอยู่ตรงกลางเหมือนฉันเป็นบุฟเฟต์ส่วนตัวของเขา สายตาที่เขามองมา แม่งเอ๊ย เขาเหมือนสัตว์ร้ายที่กำลังดมกลิ่นเหยื่อก่อนจะขย้ำ และฉันก็คืออาหารมื้อนั้น ที่ถูกจัดใส่จานเตรียมรอไว้ให้เขาแล้วฉันเกือบจะหัวเราะออกมา ถ้าฉันไม่ได้กำลังร้อนรุ่มจากข้างในจนจะระเบิดแบบนี้ ฉันเปลี่ยนจากการทำเมินเขา แอบซ่อนจากเขา วิ่งหนีไปทางตรงข้ามกับผู้ชายคนนี้ มาลงเอยด้วยการนอนแผ่บนโต๊ะทำงานเฮงซวยนี่ หัวใจเต้นรัวเพื่อรอให

  • ได้โปรด...แด๊ดดี้   อยู่นิ่งๆ แล้วปล่อยให้ฉันกินเธอ

    อะพอลโลฉันก้มมองเธอ ใบหน้าไร้ความรู้สึก ฝันร้ายอีกแล้วฉันรู้จักตัวเองดีพอที่จะรู้ว่าผลที่ตามมาจะเป็นยังไง ถ้าฉันไม่เบี่ยงเบนความวุ่นวายในหัวออกไป มันจะกัดกินฉันจนหมด และตอนนี้ ผู้หญิงคนนี้... ผู้หญิงที่ประหลาดและแสนจะวุ่นวายที่นอนอยู่ใต้ฉัน ถูกตรึงไว้กับโต๊ะทำงาน เธอนี่แหละคือตัวเบี่ยงเบนความสนใจชั้นเลิศเลยดวงตาเบิกกว้างของเธอพยายามค้นหาความหมายในตาฉัน มองหาว่าฉันล้อเล่นหรือเปล่า เธอยังพยายามปั้นยิ้มแห้งๆ เหมือนจะหลอกตัวเองว่ามันไม่มีอะไร แต่พอเธอรู้ว่าฉันไม่ได้พูดเล่น ยิ้มนั่นก็หายไปในทันที“อะ...อะไรนะคะ?” เธอพึมพำ กระซิบด้วยน้ำเสียงสั่น “คุณอะพอลโล ฉัน...”ฉันโน้มตัวเข้าไปใกล้ พูดเสียงต่ำ “ฉันกินเธอเหมือนเธอเป็นมื้อสุดท้ายบนโลกใบนี้”เธอหลับตาปริบๆ ด้วยความสับสน คิ้วของเธอยกขึ้นจนฉันพูดเสริมต่อว่า “มีอะไรอีกนะ? อ๋อ นิ้วของฉันใหญ่กว่าไอ้จ้อนของมันซะอีก”ดวงตาของเธอเบิกโพลงเมื่อนึกออก แล้วเธอก็อุทานออกมาด้วยความตกใจฉันมองใบหน้าของเธออย่างครุ่นคิด ก่อนจะเอนตัวกลับไปเพื่อให้สบตาเธอได้ถนัด “เธอพูดเองนี่ ตอนท้ายสายที่คุยกัน ฉันเชื่อว่าเธอพูดว่า ‘ใครมันจะไปเรียกท่านประธานว่าคนร

  • ได้โปรด...แด๊ดดี้   คุณเกรซ อยากเสร็จไหม

    เกรซ"เกรซ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ท่านประธานต้องการให้คุณไปทำงานขึ้นตรงกับเขา ขึ้นไปข้างบนได้เลย"สมองฉันหยุดทำงานไปเลยข้างบน... ทำงานโดยตรงกับอะพอลโลฉันหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ แบบงงๆ พลางส่ายหัว "อ่า... ฉันต้องประสาทกลับไปแล้ว ใช่ ใช่เลย ฉันบ้าไปแล้วแน่ๆ"มันไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด ไม่มีทางที่คนอย่าง 'เกรซ' จะต้องไปทำงานอยู่ใต้ปีศาจนั่น ฉันเนี่ยนะ?ในบริษัทใหญ่ยักษ์ที่มีพนักงานเป็นพันคน?มันต้องมีอะไรผิดพลาดสักอย่างฉันมองหน้าคุณเอเดน รอให้เขาบอกว่าล้อเล่นแล้วเราจะได้ฮาแตกไปด้วยกัน แต่เขากลับจ้องฉันนิ่ง... แบบโคตรจริงจังฉันชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง ยักคิ้วสูง "ฉันเนี่ยนะ?"เขาตอบ "เท่าที่รู้ ที่นี่มีเกรซแค่คนเดียวไม่ใช่เหรอ?" แล้วเขาก็หันไปหาผู้หญิงข้างๆ "เซียน่า เชสบอกว่ายังไงนะ?"ผู้หญิงคนนั้นเช็กแท็บเล็ตแล้วตอบ "หืม เขาบอกว่าคนที่ใส่แว่นอันใหญ่ๆ ผมสั้นสีบลอนด์ แล้วก็แต่งตัวเหมือนกำลังจะไปห้องสมุดน่ะค่ะ"เอเดนกวาดสายตามองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า"นั่นแหละ ใช่แน่นอน"เข่าฉันอ่อนทันทีอ่อนจริงๆ ไม่ได้เปรียบเปรย เข่าทรุดไปเลยริเวอร์คว้าแขนฉันไว้ได้ทันเวลา "เฮ้—โอเคไหม?"ฉันหัว

  • ได้โปรด...แด๊ดดี้   เขาไล่ฉันออกแน่ๆ

    เกรซเสียงเพลงดังก้องอยู่ในหู ฉันไถหน้าจอหาประกาศรับสมัครงานไปเรื่อยๆ นิ้วเริ่มล้า ตาก็เริ่มแห้งเฮ้อ... ไม่มีอะไรเลยไม่ตำแหน่งเต็ม ก็ข้อเสนอห่วยแตก เงินน้อย งานหนัก หรือไม่ก็พวกต้มตุ๋นฉันถอนหายใจยาวแล้วเอามือปิดหน้า ปิดลงบนตาที่ปิดสนิท ฉันจะเอายังไงกับชีวิตดี?ฉันต้องหางานทำ ต้องหาเงินเลี้ยงตัวเอง จะมาอยู่เป็นปลิงดูดเลือดแบบนี้ไม่ได้ ต่อให้เอเลนอร์กับไวแอตต์จะบอกกี่ครั้งว่าไม่ถือ แต่ฉันถือ!"อ๊า..." ฉันพึมพำ "ทำไมงานนี้ถึงเป็นข้อเสนอที่ดีที่สุดได้?"ทั้งสวัสดิการ ประสบการณ์ เงินเดือน แถมทีมประชาสัมพันธ์ที่ดีที่สุด ทุกอย่างในการทำงานที่รี้ดคอร์ปอเรชั่นคือสิ่งที่ฉันต้องการเสียอย่างเดียว... ฉันคงโดนไล่ออกเร็วๆ นี้"เขาไล่ฉันออกแน่ๆ" ฉันพึมพำแต่บางที... อาจจะไม่ก็ได้นะ?ฉันเลียริมฝีปาก พยายามปลอบใจตัวเอง "ไม่หรอก... หมายถึง เขาอาจจะไม่ไล่ออกก็ได้ มันยังมีความหวัง"ฉันหัวเราะอย่างขมขื่น "เหอะ... สาเหตุที่เขาจะไล่ฉันออกมีเป็นล้านข้อ ทำไมเขาจะไม่ทำล่ะ? เขาทั้งโหด ทั้งใจดำ แล้วก็—" ฉันตบพวงมาลัยเบาๆ "ทำไมต้องเป็นเขาด้วย!"ฉันร้องฮือแล้วเงยหน้าขึ้นก่อนจะกรีดร้องลั่น "โอ้พระเจ้

  • ได้โปรด...แด๊ดดี้   ปลาตัวใหญ่

    อะพอลโลฉันมองคนสองคนที่อยู่ตรงหน้า สีหน้าเย็นชา ไร้ซึ่งร่องรอยของความเห็นใจในฐานะนักธุรกิจ ฉันรู้ที่จะดูออกว่าใครกำลังกลัว ยังไงฉันก็ต้องใช้ทักษะนี้ในการจัดการกับหุ้นส่วนธุรกิจ ฉันต้องอ่านคนให้ออกเหมือนอ่านหนังสือมันจะมีสัญญาณเสมอเวลาคนเรากลัว สิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่ซ่อนไม่มิด บางคนพยายามปกปิด ถึงขั้นแต่งองค์ทรงเครื่องเป็นคนละคน แต่อีกพวกก็ทำตัวให้เห็นชัดจนน่าขำและสำหรับไอ้โง่สองตัวที่อยู่ตรงหน้าฉัน ความกลัวมันแปะอยู่บนหน้าจนเห็นชัดยัยนั่นถอยหลังตามสัญชาตญาณ มือจิกชายกระโปรงแน่น ส่วนไอ้ผู้ชายก็กลืนน้ำลายดัง ลูกกระเดือกขยับขึ้นลงน่าสมเพช"คะ... คุณ... พูดเรื่องอะไร?" เขาตะกุกตะกัก "พูดแบบนี้ได้ยังไง? เพราะสิ่งที่เกิดขึ้น ลูกเราถึงต้องมีสภาพแบบนี้!"ยัยนั่นพยักหน้าหงึกๆ นิ้วสั่นพั่บๆ "ใช่! ถึงคุณจะไม่เกี่ยวข้องโดยตรง แต่คนที่อยู่ใต้บังคับบัญชาคุณทำ คุณไม่ควรใจดำกับพ่อแม่ที่กำลังเศร้าแบบนี้! คุณถึงขั้นขู่เราว่าเราจะเสียใจถ้าไม่ยอมมาพบคุณ" เสียงเธอสั่นในช่วงท้าย พร้อมกับน้ำตาปลอมๆ ที่ไหลลงมา "เขาบอกว่าคนไม่มีลูกจะไม่มีวันเข้าใจความเจ็บปวดของคนเป็นพ่อแม่หรอก"สายตาผมดุดันขึ้น ยัย

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status