Share

ใบหน้าที่เสแสร้ง

last update Tanggal publikasi: 2024-12-17 11:10:18

8

ใบหน้าที่เสแสร้ง

“คุณหนูซูเหวิน มีคนมาหาเจ้าค่ะ” บ่าวในจวนมาแจ้งนางที่ห้อง ซูเหวินลุกจากโต๊ะเขียนหนังสือเดินไปเปิดประตูห้อง ถามสาวใช้ว่าผู้ใดกันที่มาแต่เช้าเช่นนี้

“ใครกันมาแต่เช้าเช่นนี้”

“องค์หญิงเจ้าค่ะคุณหนู” สาวใช้กล่าวน้ำเสียงร้อนรน เกรงว่าให้สูงศักดิ์รอนานจะไม่ดีนัก ซูเหวินขมวดคิ้วแล้วตามสาวใช้ออกไปทันที ไม่รู้ว่าเหตุใดองค์หญิงจึงมาหานางแต่เช้า คงไม่มาเคารพป้ายวิญญาณมารดานางหรอกกระมัง ระหว่างเดินก็คิดไปสารพัดอย่าง

“ถวายบังคมองค์หญิง”

“ไม่ต้องมากพิธี รีบมานั่งเถอะข้ามีเรื่องอยากให้เจ้าช่วย”

“หม่อมฉันหรือเพคะ คนทั่วไปอย่างหม่อมฉันจะช่วยสิ่งใดองค์หญิงได้กัน” นางถามอย่างไม่เข้าใจ ไม่เข้าว่าใจองค์หญิงผู้มีทุกสิ่งในใต้หล้าอยู่ในมือจะให้นางช่วยสิ่งใดได้ องค์หญิงหนิงเอ๋อราวกับรู้ว่านางคิดสิ่งใดจึงเริ่มพูดต่อ

“อีกหนึ่งเดือนจะเป็นวันฉลองวันประสูติของเสด็จแม่ ข้าอยากรำกระบี่ถวาย หากไม่ลำบากเกินไปช่วยสอนข้าได้หรือไม่” แม้จะเป็นคำขอของหญิงสาว แต่สีหน้าผู้ร้องขอกลับคาดหวังจนนางไม่กล้าปฎิเสธออกไป ทั้งที่ตั้งใจไว้ว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้คนในวังแล้วแท้ ๆ

“หม่อมฉันก็มิได้ลำบากอันใด หากองค์หญิงต้องการหม่อมฉันก็สอนได้เพคะ เพียงแต่องค์หญิงออกจากวังทุกวันคงไม่เหมาะนัก”

“ข้าก็คิดเช่นนั้น จึงอยากมอบของสิ่งนี้ให้” นางคิดไว้อยู่แล้วว่าซูเหวินคงไม่กล้าปฏิเสธ จึงถือโอกาสนำหยกสัญลักษณ์ผ่านทางมาให้ เพื่อให้นางใช้ผ่านเข้าวังได้โดยไม่ถูกผู้ใดขวาง ถึงนางจะเป็นท่านหญิงที่ฮ่องเต้เอ็นดูแต่อย่างไรนางก็เป็นคนนอก หากไม่ได้รับคำสั่งไม่สามารถเข้าวังได้ตามใจ

หญิงสาวรับหยกสลักมาถือเอาไว้ นางต้องเข้าวังเพื่อไปสอนองค์หญิง ปฏิเสธตอนนี้ก็คงไม่ทันแล้ว

“องค์หญิงอยากเริ่มเรียนตอนไหนหรือเพคะ”

“หากไม่ติดสิ่งใดพรุ่งนี้ก็เข้าวังได้เลย เริ่มช้าเกรงว่าจะไม่ทัน”

“เช่นนั้นพรุ่งนี้หม่อมฉันจะเข้าวังยามซื่อเพื่อไปสอนพระองค์ องค์หญิงคิดว่าอย่างไรเพคะ” องค์หญิงหนิงเอ๋อยิ้มแล้วพยักหน้าให้ ดูเหมือนยิ่งไม่อยากยุ่งยิ่งมีเหตุผลให้ต้องยุ่งเกี่ยวกันมากขึ้น

“ดี เช่นนั้นรบกวนเจ้าแล้ว หากมีสิ่งใดขาดเหลือแจ้งข้าได้เลย ข้าจะเตรียมไว้ให้เอง” ซูเหวินพยักหน้ารับคำองค์หญิงหนิงเอ๋อ หันกลับไปมองประตูเห็นชายอาภรณ์ตรงประตูจึงได้รู้ว่ามีคนกำลังแอบฟัง ซึ่งเดาได้ไม่ยากนักว่าเป็นผู้ใด

“องค์หญิงมีสิ่งอื่นอยากรับสั่งอีกหรือไม่เพคะ” องค์หญิงรับรู้ในทันทีว่านางมีสิ่งอื่นต้องไปทำ เมื่อได้ในสิ่งที่ต้องการแล้วก็ไม่มีอย่างอื่นให้ทำอีก เช่นนี้กลับก่อนดีกว่า

“เช่นนั้นข้ากลับก่อนดีกว่า พรุ่งนี้จะให้คนมารับ”

“ไม่เป็นไรเพคะ หม่อมฉันไปเองดีกว่าจะได้ไม่เสียเวลา” หากนางกล่าวหนักแน่นเช่นนี้ ก็เอาตามนางว่า “เอาตามเจ้าว่า ข้าจะรอพรุ่งนี้” องค์หญิงกล่าวจบก็เดินกลับออกไป ชายกระโปรงเมื่อครู่ก็หายไปด้วย ซูเหวินเดินตามออกไปส่งองค์หญิงที่ประตูใหญ่ของจวน ตอนเดินกลับนางแวะไปยังเรือนฝั่งขวาซึ่งเป็นเรือนของน้องสาวต่างมารดาซูหนี่

“พี่หญิงท่านมาทำอะไรที่เรือนข้าหรือ”

“ข้ามาดูว่าผู้ใดกล้าแอบฟังผู้อื่ยพูดคุยกันราวกับคนไม่ได้รับการอบรมสั่งสอน” ซูเหวินกล่าวขณะเดินวนไปวนมาที่โถงเล็กในเรือนนอนของซูหนี่ ต้องการกดดันให้นางร้อนรน แต่สตรีร้อยมารยาอย่างซูหนี่มีหรือจะสะทกสะท้าน นางทำหน้าซื่อตาใสพูดจาด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานเพราะยามนี้มีองครักษ์อยู่ด้วย

นางไม่เคยหลุดให้ผู้ใดเห็นตัวตนแท้จริงเลยนอกจากพี่สาวอย่างซูเหวิน หากไม่มีผู้อื่นอยู่ด้วยนางมักหาเรื่องพี่สาวผู้อ่อนแอคนก่อนอย่าซูเหวินอยู่บ่อยครั้ง

นางไม่เคยตบตีแต่มักให้บ่าวไพร่มัดนางใช้เข็มจิ้มตามร่างกายภายใต้อาภรณ์ จึงไม่มีผู้ใดเคยเห็น นอกจากนี้ยังมักใช้น้ำร้อนมาแนบฝ่ามือฝ่าเท้าเพื่อแกล้งนางอีกด้วย

ชาติก่อนตอนที่นางไม่อยากแต่งเป็นอนุภรรยาองค์ชายสี่ ก็เป็นซูหนี่เป่าหูบิดากับมารดาให้รับหมั้นองค์ชายสี่ให้นางแต่งเป็นอนุ นางมักมาเยาะเย้ยว่านางต่ำต้อย หากเรื่องนางไม่เว้นแต่ละวัน

เมื่อยังเด็กหลายครั้งนางบอกแก่บิดาแต่นอกจากเขาจะไม่ช่วยเหลือ ยังไม่เชื่อว่าบุตรสาวผู้อ่อนหวานอย่างซูหนี่จะทำร้ายพี่สาวได้ กลายเป็นนางใส่ร้ายน้องสาวเพียงเพราะความริษยา นางน้อยใจเพียงลำพังมาตลอด ทำให้ชาติแรกตกหลุมรักองค์ชายสี่ผู้นั้นจนยอมแต่งเป็นอนุภรรยา ยอมทนรับใช้พระชายาถูกกลั้นแกล้งสารพัด

ราวกับชีวิตนางเกิดมาเพื่อเป็นที่ระบายอารมณ์ของผู้อื่น ไม่มีผู้ใดสนใจความรู้สึกจริง ๆ ของนางเลยสักคน

“ท่านพี่ หมายถึงสิ่งใดซูหนี่มิเข้าใจเลย”

“เลิกเสแสร้งเถอะ อย่างไรอันฉีก็เป็นคนของข้า ต้องอยู่ข้างกายข้าเสมอ เจ้าไม่มีทางซ่อนมารยาตนเองจนมิดได้หรอก”

“แหม ท่านพี่เหงามากนักหรือจึงต้องมีองครักษ์ไว้แก้เหงา” เมื่อรู้ว่าตนเองคงทนใส่ซื่อต่อหน้าองครักษ์ของพี่สาวไม่ได้นาน จึงคิดว่าไม่ทนเลยจะดีกว่า เป็นองครักษ์แล้วอย่างไร ถึงอย่างไรนางก็ได้ชื่อว่าเป็นคุณหนูของตระกูลต่ง บ่าวไพร่จะทำสิ่งใดนางได้

“ในที่สุดก็เผยตัวตนที่แสนน่ารังเกียจมาแล้วสินะ”

“ข้าแอบฟังแล้วอย่างไร หากไม่มีสิ่งใดเป็นความลับจะกลัวไปทำไม”

“ข้าไม่เคยพูดว่ากลัวสักคำ เพียงแต่สตรีที่ได้รับการอบรมย่อมไม่แอบฟังบทสนทนาของผู้อื่น เจ้าไม่คิดเช่นนั้นหรือ แต่ย่อมเข้าใจได้มารดาเจ้าไม่มีเวลาอบรมสั่งสอนเจ้าจึงมักเรียกร้องความสนใจด้วยการแสร้งทำเป็นหญิงสาวผู้อ่อนหวาน” ซูเหวินยั่วโมโหผู้เป็นน้องสาว ใบหน้าที่ยิ้มใสซื่อเมื่อครุ่แปรเปลี่ยนเป็นบึ้งตึง คิ้วเรียวขมวดเป็นปม

“เจ้าลืมไปแล้วกระมังว่าเข็มเย็บผ้านั้นเป็นอย่างไร” หญิงสาวที่มีศักดิ์เป็นน้องกล่าวด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว ย่างเท้าเข้าหานางใบหน้าไม่มีความใสซื่อเหมือนเมื่อครู่สักนิด สาวใช้ของนางเองก็เดินตามมาไม่ห่าง

“เจ้าจะทำสิ่งใด ไม่รู้หรือว่าข้าเป็นคุณหนูสกุลต่ง บาวชั้นต่ำ” ต่งซูหนี่หยุดเดินจ้องหน้าหลันอันฉีที่เดินมาขวาง ยืนประจันหน้ากับนางอยู่ ชักสีหน้าไม่พอใจแต่ไม่กล้าลงไม้ลงมือกับเขา เพราะบุรุษตรงหน้าไม่มีทีท่าเกรงกลัวฐานะคุณหนูของนางเลยแม้แต่น้อย

“ข้าน้อยทราบดี แต่ไม่ว่าผู้ที่อยู่ตรงหน้าจะเป็นใคร หากต้องการแตะต้องคุณหนู ข้าฆ่าได้ทั้งนั้น” หลันอันฉีกล่าวเสียงเรียบราวกับมันไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ผู้ที่ฟังกลับไม่คิดเช่นนั้น นางก้าวถอยหลังทันทีที่สบสายตาน่าหวาดหวั่นขององครักษ์หนุ่ม

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ได้โอกาสอีกคราข้าไม่ขอเป็นอนุ   มีเพียงท่าน [จบ]

    45มีเพียงท่านเช้ามาทั่วทั้งเมืองต่างมีข่าวว่าตระกูลหลานของเสนาบดีเลี้ยงต้อนรับบุตรชายคนเล็ก และยังมีข่าวงานหมั้นหมายของบุตรชายกับหญิงสาวตระกูลสูงศักดิ์ตระกูลหนึ่ง“หงอิงให้คนเตรียมรถม้า ข้าจะไปตระกูลหลาน”“เจ้าค่ะคุณหนู”“ไหนบอกว่ารักข้า ยอมปลิดชีพตนตามมาเพื่อดูแล แต่เสร็จเรื่องแล้วจะไปแต่งผู้อื่นแบบนี้ได้อย่างไรกัน หลันอันฉีเจ้าใจร้ายยิ่งนัก” นางบ่นพึมพำขณะผลัดเปลี่ยนอาภรณ์อยู่ลำพัง เดิมทีวันนี้ตั้งใจจะไปถามเขาให้รู้เรื่องว่าเหตุใดจึงหนีนางไปเช่นนี้ แต่เช้านี้กลับได้ยินบ่าวในเรือนพูดคุยกัน บุตรชายคนเล็กของเสนาบดีขวากลับมาและที่จวนหลานกำลังจะมีงานมงคลครึ่งชั่วยามรถม้าจากจวนต่งก็มาถึงหน้าจวนหลาน ผู้คนหน้าจวนมิได้มีผู้คนมากมายนัก อาจเพราะทั่วเมืองกำลังไว้ทุกข์ให้หวงกุ้ยเฟยที่สิ้นพระชนม์ งดเว้นงานรื่นเริงสังสรรค์ งดเว้นการจัดการงานสมรส ที่จวนหลานเพียงเชิญสหายสนิทมากินอาหารและพูดคุยเรื่องแต

  • ได้โอกาสอีกคราข้าไม่ขอเป็นอนุ   ในใจมีผู้ใด

    44ในใจมีผู้ใด“องค์ชายสี่เชิญนั่งเพคะ” เมื่อไท่จื่อเดินออกไป องค์ชายสี่ก็เดินเข้ามา เขาเองก็คงมาด้วยเหตุผลเดียวกับไท่จื่อ หลิงซือฝูเองก็เช่นเดียวกัน เหตุใดชาติก่อนนางจึงไม่มีผู้คนมารักมากมายเพียงนี้บ้าง“ท่านหญิงคงรู้แล้วว่าข้ามาด้วยเหตุใด”“พอรู้เพคะ แต่...”“ท่านหญิงฟังข้าให้จบก่อนได้หรือไม่” นางไม่ได้ตอบแต่พยักหน้าแทนคำตอบ จากนั้นนั่งเงียบให้เขาได้พูดเรื่องราวต่าง ๆ ให้จบสิ้นไม่ติดค้างในใจก่อน“ในใจข้ามีท่านหญิงมาตั้งแต่เราได้รู้จักกันในคราแรกแล้วยิ่งรู้สึกชื่นชมเมื่อได้รู้จักท่านมากขึ้น ช่วงเวลาที่ท่านกับน้องหญิงมาที่สำนักศึกษาข้าดีใจยิ่งนักที่ได้เห็นท่านทุกวัน”“...”“แต่เมื่อได้รู้ว่ามารดาทำสิ่งใดลงไปบ้าง ข้าจึงเริ่มรู้สึกว่าท่านรู้บางสิ่งที่ข้าไม่รู้ จนได้รู้ว่าเสด็จแม่เป็นหนึ่งในผู้ที่ส่งคนมาทำร้ายท่าน ยามนั้นข้าได้รู

  • ได้โอกาสอีกคราข้าไม่ขอเป็นอนุ   ผู้ทำผิดถูกลงโทษ

    43ผู้ทำผิดถูกลงโทษประกาศจากในวังให้มีการสอบรับเลือกขุนนางอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า เพราะขุนนางจากตระกูลซูถูกลงโทษและถูกปลด องค์จักรพรรดิของแผ่นดินนี้ยังคงเป็นจักรพรรดิหนิงหวง องค์ชายสี่เกลี้ยกล่อมมารดาไม่สำเร็จจึงกราบทูลต่อบิดาด้วยความเสียใจถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่ได้ยินมาด้วยเห็นแก่บุตรชายฮ่องเต้จึงยังคงรักษาพระเกียรติของหวงกุ้ยเฟยเอาไว้ ทรงประทานเหล้าพิษและปล่อยข่าวไปว่าพระองค์ทรงป่วยจนสิ้นพระชนม์ มิได้บอกกล่าวแก่ผู้ใดว่าพระนางร่วมมือกับตระกูลซูก่อกบฎองค์ชายสามได้รับแต่งตั้งเป็นไท่จื่อ เพราะองค์ชายสี่ขอเป็นผู้คอยช่วยเหลือเคียงข้างพี่ชายเท่านั้น กุ้ยเฟยเองก็ถูกแต่งตั้งเป็นฮ่องเฮาหลังจากเหตุการณ์นี้เช่นกัน ราชสำนักสั่นคลอนอย่างแท้จริง โชคดีที่ได้เสนาบดีขวาเป็นเสาหลักอยู่ จึงไม่มีจราจลใดในยามนี้ตระกูลซูถูกตัดสินประหารชีวิต แต่ซูฉางเหอยอมรับความผิดทั้งหมดไว้เอง ซูชิงเยียนและหญิงสาวในตระกูลจึงถูกลงโทษเนรเทศไปยังเขตชายแดนที่หนาวเหน็บห้ามกลั

  • ได้โอกาสอีกคราข้าไม่ขอเป็นอนุ   ข้าไม่รั้ง

    42ข้าไม่รั้งเพียงสามวันนางก็ได้ข่าวจากหลิงซือฝูว่าองค์ชายสี่ทรงกราบทูลต่อฮ่องเต้ หวงกุ้ยเฟยทรงสมคบคิดกับตระกูลซูคิดก่อการกบฎ เรื่องนี้ถูกสอบสวนอย่างหนักรวมไปถึงคดีสินบนของเหล่าขุนนาง กระทั่งคดีลอบทำร้ายท่านหญิงเจียวจ้านแห่งสกุลต่ง ทำให้เช้านี้ต่งซูหนี่ถูกพาตัวไปยังกรมอาญาเพื่อสอบสวนร่วมกันเช้านี้ต่งซูเหวินจึงมีสีหน้าสดชื่นกว่าก่อน หากในจวนไม่มีต่งซูหนี่เหมือนทุกวันคงดีนัก หลังอ่านจดหมายของหลิงซือฝูเสร็จนางไปเดินเล่นอยู่หน้าลานประลองชื่นชมลานประลอง และต้นเฟิงที่มารดารักยิ่ง ใบหน้างดงามประดับด้วยรอยยิ้มกว้างหลังจากนี้นางคงได้ใช้ชีวิตตนเองอย่างสงบสุขเสียที“เหตุใดเจ้าต้องทำกับน้องสาวตนเองถึงเพียงนี้” นางคงลืมไปชั่วครู่ว่าภายในจวนนี้ยังมีมารดาเลี้ยง และบิดาผู้ลำเอียงของนางอยู่ต่งซูเหวินถอนหายใจหนัก ๆ ก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับสองสามีภรรยาทางด้านหลัง นางรู้อยู่แล้วว่ามารดาเลี้ยงต้องมาหาเรื่องนางหากซูหนี่ถูกนำตัว

  • ได้โอกาสอีกคราข้าไม่ขอเป็นอนุ   ถูกต้องหรือถูกใจ

    41ถูกต้องหรือถูกใจ“ถวายบังคมองค์ชาย องค์ชายท่านมาที่นี่ได้อย่างไร” ต่งซูเหวินถามด้วยน้ำเสียงแปลกใจ นางไม่คิดว่าจะได้เจอองค์ชายสี่ที่หน้าจวนในยามนี้ ท้องฟ้าเริ่มไร้แสงผู้คนเริ่มเก็บตัวอยู่ในบ้านเรือนตนเองเพราะอีกไม่นานตะวันจะลับฟ้าผู้ใดจะคิดเล่าว่าจะมีองค์ชายมายืนหน้าจวนตนเองพร้อมม้าอีกหนึ่งตัวเช่นนี้“ขออภัยท่านหญิงที่ข้าเสียมารยาทมาหาท่านในยามนี้ แต่ข้าไม่รู้ว่าจะพูดคุยเรื่องนี้กับผู้ใดได้อีกนอกจากท่าน ในหัวเอาแต่คิดถึงเรื่องที่ท่านหญิงพูดเมื่อคราวก่อน”“องค์ชายทรงร้อนใจเช่นนี้ เชิญเถอะเพคะ” แม้นางจะหมดรักในตัวเขาตั้งแต่ชาติก่อนแล้ว แต่ความห่วงใยนี้ก็คงมิอาจตัดได้หมด ฟังจากเรื่องราวทั้งหมดผู้ที่น่าเห็นใจนอกจากนางก็คือเขา เพราะนางเห็นใจครอบครัวจึงยอมแต่งเป็นพระชายารองอีกครั้ง ส่วนเขาเห็นใจมารดาจึงยอมทำผิดใหญ่หลวงบุตรต้องกตัญญูแต่หากว่าบิดามารดามิได้ใฝ่สิ่งดี บาปกรรมก็ล้วนตกอยู่ที่บุตรท

  • ได้โอกาสอีกคราข้าไม่ขอเป็นอนุ   สาเหตุของการตาย

    40สาเหตุของการตาย“เจ้าเล่าให้ละเอียดหน่อย นี่เรื่องจริงหรือไม่” นางถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทั้งยังตกใจมากเมื่อคิดว่ามีผู้อื่นย้อนเวลามาเหมือนนางเช่นนี้ แล้วยังเป็นผู้ที่อยู่ข้างกายนางตลอด อีกทั้งยังปิดบังนางมาตลอดไม่เคยบอกสิ่งใดแก่นางแต่หากเขาได้ย้อนเวลากลับมานั่นหมายถึงเขาก็มีเรื่องอยากแก้ไข แล้วเรื่องนั้นคงต้องเกี่ยวกับนางไม่เช่นนั้นบุตรชายเสนาบดีอย่างเขา คงไม่ยอมมาลำบากอยู่ข้างนางเช่นนี้“หลายปีก่อนตอนรวมแผ่นดินข้ากับมารดาถูกจับเป็นเฉลย เพื่อให้ท่านพ่อยอมทรยศแต่ได้รองทัพต่งแอบลอบเข้าไปช่วยเหลือสุดท้ายหนีออกมาได้ ข้าและท่านแม่บาดเจ็บได้ท่านคอยดูแลตอนอยู่นอกแคว้น ข้าจำได้แม่นยำว่าคุณหนูจิตใจดีมากเพียงใด หลังจากช่วยเหลือไว้คุณหนูกับรองแม่ทัพต่งก็จากไปโดยฝากข้าและท่านแม่ไว้กับชาวบ้านนอกแคว้น ทั้งยังมอบเงินไว้ให้ท่านแม่รักษาตัวด้วย”“...”“ต่อมาพบว่าตระกูลต่งสิ้นแล้ว จึงได้แต่เสียใจ

  • ได้โอกาสอีกคราข้าไม่ขอเป็นอนุ   จำต้องเลือก

    33จำต้องเลือกสองเท้าก้าวไปข้างหน้าอยู่หลายครั้งแต่ก็ย้อนกลับมายืนที่เดิมอยู่ตลอด ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าเสด็จแม่จะทำการใหญ่เช่นนี้ได้ ยอมแม้กระทั่งวางยาสวามี

  • ได้โอกาสอีกคราข้าไม่ขอเป็นอนุ   เกรงจะไม่รอด

    23เกรงจะไม่รอด“ท่านหญิง”“คุณหนูนั่นหลิงซือฝูขอรับ” หลันอันฉีเบี่ยงหน้ามองสตรีที่หลบอยู่ด้านหลัง บอกนางด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ต่งซูเหวินรีบชะเง้อม

  • ได้โอกาสอีกคราข้าไม่ขอเป็นอนุ   นัดหมาย

    22นัดหมาย“ถวายบังคมองค์ชายสี่” แม้จะยังมีความเคียดแค้นอยู่ในใจ แต่เกลียดอย่างไรก็ไม่อาจเสียมารยาทต่อองค์ชายได้ เอ่ยทักเสร็จนางจึงยืนนิ่งไม่แสดงอารมณ์ใดออกไป

  • ได้โอกาสอีกคราข้าไม่ขอเป็นอนุ   รับปากแล้ว

    21รับปากแล้วเดิมเคยให้สัญญากับนางเอาไว้ว่าเรื่องออกเรือนให้นางตัดสินใจเอง แม้จะดีใจที่บุตรชายพึงใจนาง แต่กษัตริย์ตัดแล้วไม่คืนคำ เมื่อครู่ก็ให้คำสัตย์กับกุ้ยเฟยไปแล้วว่าจะประทานส

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status