เข้าสู่ระบบเสิ่นชีแพทย์ทหารอัจฉริยะทะลุมิติมาพร้อมกับแหวนแห่งจิตวิญญานในระหว่างที่เธอไปรักษาทหารที่ค้นพบสมบัติของชาติ ถ้าถล่มลงมาทำให้นางตาย วิญญานเข้าร่างพระชายาชินอ๋องที่ไม่เป็นที่โปรดปราน อีกทั้งมีเด็กหญิงสาม
ดูเพิ่มเติม"นังหญิงชั่วเจ้าเหตุใดเจ้านำของของชินอ๋องไปขาย" เสิ่นชีรู้สึกว่าใบหน้าของนางโดนเท้าของผู้ใดเหยียบเข้าให้
"ชูเยียนพอแล้ว อย่าทำพระชายาเลย" แม่นมจินร่ำไห้อย่างอาลัยทั้งกอดเจ้ากอดแป้งทั้งสาม เสี่ยวเจี่ย เสี่ยวเม่ยเมย เสี่ยวซานเมย
"อย่าทำร้ายท่านแม่" สามแฝดตะโกนขึ้นพร้อมกัน แม้มารดาคนนี้จะใจร้ายกับพวกนาง แต่แม่นมจินก็พร่ำสอนให้กตัญญูต่อมารดา ดวงหน้าละอ่อนของพวกนางทั้งสามน้ำตาหยดแหมะลงพื้น ทำให้เสิ่นชีมองไปที่สตรีกลุ่มนั้น
เหตุใดนางถึงได้ปวดใจเช่นนี้เล่า เสิ่นชีจำได้ว่านางอยู่ในหุบเขาช่วยทหารขนทรัพย์สมบัติแผ่นดินที่มีอายุหลายพันปี จากนั้นหุบเขาถล่มลงมาทุกคนตายกันหมด
พอนางลืมตาขึ้นมาก็อยู่ในร่างของสตรีนางนี้ อีกทั้งมีชื่อแซ่เดียวกับนาง
"ความชั่วของเจ้ายังไม่พอ เจ้ายังผลักท่านหญิงน้อยเซียวหมิ่นธิดาของฝูอ๋องอีกด้วย เจ้าจะให้ชินอ๋องไปบอกฝูอ๋องว่าอย่างไร" ชูเยียนเหยียบหน้าเสิ่นชีไว้อย่างนั้น
ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมไหลเข้ามาในสมองของเสิ่นชี ท่านหญิงน้อยเซียวหมิ่นนั้นเป็นธิดาของฝูอ๋องกับชายาฝูอ๋องอย่างเจียวเหมย
เซียวหมิ่นตกลงไปในสระบัวศีรษะนางกระทบกับก้อนหินเลือดออกบัดนี้ยังไม่ได้สติ
เซียวหมิ่นมักมาที่จวนชินอ๋องเสมอเพราะฝูอ๋องหรือองค์ชายสามสนิทกับชินอ๋องมาก
ชินอ๋องที่ตาบอดข้างซ้ายเขาได้สวมหน้ากากผีเสื้อบดบังไว้ อีกทั้งขาทั้งสองข้างของเขาพิการ หลังจากที่เข้าร่วมเทศกาลล่าสัตว์เมื่อปีก่อน เขาตกหน้าผากิ่งไม้ทิ่มดวงตาของเขา
โชคดีที่สองพี่น้องอย่างชูเยียนชูหยางที่กำลังหาของป่าในตอนนั้นช่วยเหลือเขาไว้ กระนั้นเขาจึงรับสองคนนี้เป็นองครักษ์
"ท่านหญิงยังไม่ได้สติ เจ้าจะทำเช่นไร เพราะเจ้ากับเจ้าเด็กนรกสามคนนั้นทำให้ท่านหญิงเป็นเช่นนี้"
"ไม่จริงพวกข้าไม่ได้ทำ" เสิ่นชีถูกชูเยียนกระชากผมตบเข้าที่ใบหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า
"ท่านอ๋องสังหารนางรึไม่" ชูหยางเอ่ยขึ้นมองท่าทีของชินอ๋อง
เสิ่นชีเป็นบุตรของขุนนางการคลัง นางใช้แผนร้ายเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว วางยาปลุกกำหนัดเขาในงานวันคล้ายวันเกิดอดีตราชครูอย่างท่านเสิ่นเย่ซึ่งเป็นปู่ของเสิ่นชีที่เกษียณอายุราชการแล้ว
นางช่างร้ายยิ่งนักทำลายบุพเพสันนิวาสของเขากับเฟยหยี เฟยหยีบุตรสาวท่านผู้ตรวจการเฟยหง
เขามองเสิ่นชีทำให้หญิงสาวรับรู้ถึงแววตาเกลียดชังสะท้อนในดวงตาดอกท้อคู่นั้น
"ฆ่า!!!"
"ท่านอ๋องอย่าฆ่าท่านแม่ของพวกข้าเลย" สามแฝดคลานมาตรงหน้ารถเข็นของชินอ๋อง ใบหน้าอวบ ๆ ดวงตาแดงก่ำร่ำไห้ด้วยความเวทนา เจ้าแฝดโขกศีรษะให้ชินอ๋องอีกทั้งแม่นมจินก็โขกศีรษะด้วย ช่างเป็นภาพที่น่าเวทนานัก
เหล่าองครักษ์นับสิบต่างอดที่จะเห็นใจเจ้าแฝดทั้งสามมิได้ แม้มารดาอย่างเสิ่นชีไม่เคยให้ความรักสามแฝด แต่ทว่าสามแฝดร่ำไห้ขอร้องชีวิตนาง
อีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้ชินอ๋องขายหน้าเป็นที่สุดคือเจ้าเด็กแฝดสามคนนี้มิใช่ลูกเขาเพราะเจ้าเด็กแฝดคลอดก่อนกำหนดปกติต้องคลอดเดือนสิบ แต่นางคลอดเดือนแปด เขาต้องแบกรับคำครหาว่านางสวมเขาให้เขา
"ท่านพ่ออย่าฆ่านางเลย" เสี่ยวเจีย เสี่ยวเม่ยเมย เสี่ยวซานเมย ทั้งสามต่างตะโกนขอร้องแทนมารดา
"ข้าน้อยจะสังหารนางเดี๋ยวนี้" ชูเยียนไม่รอช้าเตะร่างบางจนไปชนกับต้นไม้ เสิ่นชีถึงกับกระอักเลือดคำโตออกมาอย่างน่าอนาถ
"ท่านแม่"
"พระชายา"
"ท่านอ๋องท่านหมอในวังหลวงมิอาจรักษาท่านหญิงได้นางไม่หายใจแล้ว" หมอเซี่ยจินรีบวิ่งเข้ามารายงาน
"ท่านอ๋อง ฝูอ๋องมาที่หน้าจวนแล้วขอรับ" บ่าวชายรีบวิ่งมารายงาน
เสิ่นชีคิดว่าเป็นโอกาสดีที่นางจะทำให้ท่านหญิงน้อยฟื้นขึ้นมา
"ให้ข้ารักษานางเถอะ" เสิ่นชีรู้ตัวดีนางไม่ได้ทะลุมิติมาแค่ดวงวิญญาณ แต่ของวิเศษนางมาด้วย นั่นคือเครื่องมือแพทย์
ทันใดนั้นสองพี่น้องสกุลชูกับเหล่าองครักษ์ถึงขำแทบฟันล่วง
"น้ำหน้าอย่างเจ้านี่นะเป็นวิชาแพทย์ ทั่วทั้งเมืองต้าเยียนผู้ใดไม่รู้เล่าว่าคุณหนูใหญ่จวนการคลังไล่ล่าแต่บุรุษ เพลงพิณหมากล้อมล้วนไร้ค่า อย่าไปถามหาวิชาแพทย์เลย" ชูเยียนมองเสิ่นชีปลายกระบี่พุ่งไปทางนาง
"ท่านแม่" สามแฝดร่ำไห้เป็นสายเลือด
"ช้าก่อน !!!" เสียงตะโกนของชินอ๋องพลันดังขึ้น กระบี่ของชูเยียนหยุดชะงักทันที
"ให้นางไปรักษาท่านหญิงเซียวหมิ่น หากนางมิสามารถทำให้เซียวหมิ่นฟื้นได้ เจ้าค่ะสังหารนาง" พอชูเยียนฟังประโยคแรกของชินอ๋องหมายจะโต้แย้งเหตุใดต้องให้โอกาสกับนังคนไร้ประโยชน์นี้ด้วยเล่า แต่ฟังประโยคหลังชูเยียนพอใจอย่างมากเก็บกระบี่เข้าฝัก
"หากข้ารักษาท่านหญิงได้ท่านอ๋องจะไว้ชีวิตพวกเรารึไม่" เสิ่นชีมองชินอ๋อง
"ได้ข้าจะไว้ชีวิตพวกเจ้า"
สามแฝดกอดแม่นมจินพวกนางมีทางรอดแล้ว
ชินอ๋องหรือเซียวหรงคิดว่าหากนางรักษาคนที่ใกล้ตายแล้วฟื้นได้ นางคงจะเก่งเกินไปแล้วกระมัง...
เสิ่นชีเดินตามคนพวกนั้นเข้าในเรือนรักษาท่านหญิงน้อย นางมองร่างที่ใบหน้าซีด
"พวกท่านออกไปรอด้านนอก" นางมองไปที่ทุกคน
"นี่เจ้า" ชูหยางพลันมองนางอย่างไม่วางใจ ชินอ๋องพยักหน้าให้เสียนเห่าเข็นรถเข็นไม้ของเขาออกไป
ภายในห้องมีเพียงนางกับท่านหญิงน้อยเซียวหมิ่น
เสิ่นชีจะให้ท่านหญิงน้อยตายไม่ได้ หญิงสาวพลันตาสายตามองไปที่แหวนหยก นางเข้าไปในแหวนหยกแห่งจิตวิญญาณ นำเครื่องช็อตไฟฟ้าออกมา
ร่างกายของเซียวหมิ่นตอบสนองแล้ว หญิงสาวฉีดยาแก้ปวดให้ท่านหญิง
"เสร็จแล้วพวกท่านเข้าไปดูนางเถอะ" ทุกคนมองนางด้วยสายตาชิงชัง โดยเฉพาะฝูอ๋องเซียวคัง
ทุกคนต่างรีบเข้าไปด้านในรวมทั้งหมอหลวง สามแฝดกับแม่นมรีบกอดมารดาทันที...
เสียงประทัดหมื่นนัดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วอำเภอ ควันสีขาวลอยคลุ้งพร้อมกับกลิ่นดินปืนที่หอมอบอวล วันนี้คือวันมงคลสมรสระหว่าง หลินเฟิง นายทหารหนุ่มอนาคตไกล และ เสิ่นจู เถ้าแก่เนี้ยร้านอาหารชื่อดังร้าน "ครัวเสิ่นจู" ถูกเนรมิตให้เป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงที่ดูหรูหราและอบอุ่น ตัวอักษร "ซังฮี้" ความสุขคู่ สีแดงตัวใหญ่ถูกติดไว้ทั่วร้าน โคมไฟสีแดงส่องสว่าง แขกเหรื่อมากมายทั้งนายทหาร เพื่อนบ้าน และลูกค้าขาประจำต่างมาร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่งเสิ่นจูอยู่ในชุดเจ้าสาวกี่เพ้าสีแดงสดที่ตัดเย็บด้วยฝีมือตัวเอง โดยมีจักรเย็บผ้าสินสอดเป็นตัวช่วยขับผิวขาวผ่องให้ดูเปล่งประกายราวกับไข่มุกเม็ดงาม ใบหน้าแต้มเครื่องสำอางบางเบาแต่ดูสวยสะกดทุกสายตา"แม่สวยที่สุดในโลกเลยจ้ะ" เจียงเปาเปาในชุดกระโปรงสีชมพูฟูฟ่องวิ่งเข้ามากอดเอวแม่"ลูกสาวแม่ก็น่ารักที่สุดจ้ะ" เสิ่นจูยิ้มหวาน หัวใจพองโตด้วยความสุขที่แท้จริงแต่ในมุมมืดหน้าร้าน รถเก๋งเก่าๆ คันหนึ่งแล่นมาจอดเงียบๆ เจียงลี่ก้าวลงมาจากรถในชุดเดรสสีขาวที่ดูสุภาพเรียบร้อย แต่แววตาซ่อนมีดโกนไว้ นางถือถาดไม้ที่มีกาน้ำชาและถ้วยชาเคลือบใบสวยมาด้วย โดยมีเจียงฉงเดินตามหลังมา
หมู่บ้านตระกูลเสิ่นตั้งอยู่ในหุบเขาที่ห่างไกลและกันดารยิ่งกว่าหมู่บ้านเหอผิง สภาพบ้านเรือนทรุดโทรมบ่งบอกถึงความยากจนข้นแค้น แต่นั่นไม่ใช่เพราะโชคชะตา หากแต่เป็นเพราะความเกียจคร้านของคนในหมู่บ้านเจียงฉงเดินลัดเลาะมาตามทางเกวียนที่เต็มไปด้วยโคลนตม ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เขามาหยุดยืนอยู่ที่หน้าบ้านดินหลังหนึ่งที่หลังคามุงด้วยฟางเน่าๆ"พ่อตา แม่ยาย! ลูกเขยผู้กตัญญูกลับมาเยี่ยมแล้ว!" เจียงฉงตะโกนเรียกเสียงดังไม่นานนัก ชายชราหลังค่อมหน้าตาบอกบุญไม่รับ และหญิงชราปากคอเราะร้ายก็เดินออกมา ทั้งคู่คือ ผู้เฒ่าเสิ่น และ นางเสิ่น พ่อแม่แท้ๆ ของเสิ่นจู ผู้ที่เคยขายลูกสาวกินเมื่อสิบกว่าปีก่อนเพื่อแลกกับข้าวสารเพียงสองกระสอบ"ไอ้เจียงฉง? แกมาทำไม ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นหัว" ผู้เฒ่าเสิ่นถามเสียงห้วน พลางถ่มน้ำหมากพุ่งปรี๊ดลงพื้น"ฉันเอาข่าวดีมาบอกจ้ะพ่อ" เจียงฉงรีบปั้นหน้าเศร้า "ตอนนี้เสิ่นจู... ลูกสาวพ่อ มันหย่ากับฉันแล้ว มันทิ้งผัวทิ้งลูกหนีไปเสวยสุขในเมือง""มันจะไปตายที่ไหนก็เรื่องของมัน ขายไปแล้ว ขาดกันแล้ว" นางเสิ่นตัดบทอย่างไม่ใยดี นางไม่เคยรักลูกสาวคนนี้อยู่แล้ว เพราะถือว่าเป็นลูกสาวที่
กิจการร้าน "ครัวเสิ่นจู" ดำเนินไปได้อย่างสวยงามเกินความคาดหมาย เพียงเปิดร้านได้ไม่ถึงเดือน เสิ่นจูก็สามารถคืนทุนค่าตกแต่งร้านได้ทั้งหมด และเริ่มมีเงินเก็บก้อนโตนอนนิ่งอยู่ในบัญชีธนาคารเที่ยงวันนี้ ลูกค้าแน่นร้านจนแทบไม่มีที่เดิน กลิ่นหอมของบะหมี่เนื้อตุ๋นสูตรลับ ใส่น้ำวิเศษ ลอยอบอวล ผสมกับเสียงพูดคุยจอแจอย่างมีความสุข เสิ่นจูในชุดเถ้าแก่เนี้ยสวยสง่ายืนคิดเงินอยู่ที่เคาน์เตอร์ด้วยรอยยิ้มแต่ทว่า ความสงบสุขมักอยู่ได้ไม่นาน"เฮ้ย! หลีกไป! กูจะเข้าไปหาเจ้าของร้าน!"เสียงตะโกนหยาบคายดังมาจากหน้าร้าน พร้อมกับร่างผอมโซของชายวัยกลางคนในชุดสกปรกมอมแมมที่เดินเบียดลูกค้าเข้ามา กลิ่นตัวเหม็นเปรี้ยวของเขาทำให้ลูกค้าหลายคนต้องยกมือปิดจมูกด้วยความรังเกียจเจียงฉงมาถึงแล้วหลังจากได้รับจดหมายยุยงจากเจียงลี่ ความโลภก็บังตาจนลืมความกลัวคุกตะราง เขารีบเดินทางกลับมาจากที่ซ่อนตัวทันทีที่รู้ข่าวว่าอดีตเมียรวยล้นฟ้า"เสิ่นจู! นังเสิ่นจู! ออกมาหากูเดี๋ยวนี้!" เจียงฉงตะโกนลั่นร้าน ตบโต๊ะเก็บเงินดัง ปังเสิ่นจูเงยหน้าขึ้นจากสมุดบัญชี ทันทีที่เห็นหน้าอดีตสามี แววตาของนางไม่ได้มีความกลัวหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงค
หลังจากเหตุการณ์สงครามราคาขนมไข่จบลงด้วยชัยชนะของของแท้ กิจการ "ขนมไข่แม่จู & เปาเปา" ก็รุ่งเรืองถึงขีดสุด ลูกค้าประจำเพิ่มขึ้นทวีคูณจนรถเข็นคันงามเริ่มรับมือไม่ไหว ขนมทำมาเท่าไหร่ก็หมดเกลี้ยงภายในพริบตาแต่อุปสรรคใหม่ก็เข้ามาเยือนพร้อมกับฤดูกาล ฝนฤดูใบไม้ผลิเริ่มโปรยปรายลงมาอย่างหนักติดต่อกันหลายวัน การเข็นรถขายของตากฝนทำให้เสิ่นจูเริ่มมีอาการไอคอกแคก และลูกค้าก็ไม่สะดวกมายืนต่อแถวตากฝนซื้อ"แม่จ๊ะ หนูว่าถึงเวลาที่เราต้องมีหน้าร้านเป็นหลักแหล่งแล้วนะจ๊ะ"เจียงเปาเปาเสนอความคิดขณะช่วยแม่นวดขาที่ปวดเมื่อยจากการยืนนาน "ขืนขายตากฝนแบบนี้ เดี๋ยวแม่ป่วยไปจะไม่คุ้มกัน"เสิ่นจูถอนหายใจ "แม่ก็อยากมีร้านนะลูก แต่ค่าเช่าที่ในเมืองมันแพงหูฉี่ เราจะมีปัญญาจ่ายไหวหรือ""เรื่องนั้นให้ผมจัดการเองครับ"หลินเฟิงที่แวะมาทานข้าวเย็นตามปกติเอ่ยขึ้น เขาวางตะเกียบลงแล้วหยิบกุญแจพวงหนึ่งออกมาวางบนโต๊ะ"ผมไปดูที่ทางมาให้แล้ว เป็นตึกแถวชั้นเดียวเก่าๆ ใกล้กับโรงภาพยนตร์อำเภอ เจ้าของเดิมเขาแก่แล้วทำต่อไม่ไหวเลยประกาศเซ้งราคาถูก ทำเลดีมาก คนพลุกพล่านทั้งวันทั้งคืน ถ้าคุณสนใจ พรุ่งนี้ไปดูกันได้เลย"ดวงตาของเสิ่นจ
เขาจะทำอย่างไรดีสามแฝดไม่ให้อภัยเขาเสียแล้ว ที่ผ่านมาเขาได้ยินชื่อเสียงที่ไม่ดีของนางอย่างมากก่อนที่นางจะทำมิดีมิร้ายกับเขา จนกระทั่งมีครรภ์แฝดนางคลอดก่อนกำหนดผู้ใดจะไม่คิดเล่าว่าอาจจะเป็นลูกของคนอื่น"เอาเถอะข้าไม่ยอมแพ้ นับแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไปนำขนมไปให้สามแฝดทุกเช้า หากผู้ใดไม่เคารพท่านหญิงน้อ
เช้าของวันถัดมาฟ่านเหอกับฟ่านหยงมาหาเสิ่นชีที่จวนอ๋องมอบเงินหนึ่งพันตำลึงให้เสิ่นชีที่ถือสัญญาไปทวงถึงจวนอ๋อง ในตอนนั้นสองพี่น้องสกุลฟ่านเห็นเหมียวเจียงกำลังจะขึ้นรถม้าไปวัดนางชีซัวอ๋องเห็นสัญญานี้แล้วแทบจะกระอักเลือดทั้งมอบเงินให้ทั้งก่นด่าเหมียวเจียงไม่เหลือชิ้นดี"ขอบใจเจ้าทั้งสองมากเงิ
เสิ่นชีไม่คิดว่านางกำนัลจะทำชุดของนางเลอะไปหมดแล้วยิ่งต้องเข้าร่วมงานเลี้ยงช่วงบ่ายเสียด้วย"บ่าวขออภัยพระชายาชินอ๋องเพคะ บ่าวมิได้ตั้งใจ" นางกำนัลผู้นั้นมือสั่นหมดแล้วทุกสายตามองไปที่เสิ่นชี ชายาชินอ๋องนิ่งมากทุกคนคิดว่าเสิ่นชีจะต้องด่าทอนางกำนัลคนนี้เป็นแน่แท้ "ช่างเถอะ" เสิ่นชีเอ่ยอย่างไม่สนใจ
"ท่านมีอันใดกับข้า" ชินอ๋องส่งสายตาไปทางเสียนเห่าให้องครักษ์ออกไปที่นอกศาลา"ข้ามาเตือนเจ้า เจ้าอย่าได้ไปทำให้ผู้ใดขวางหูขวางตาในวังหลวงมิเช่นนั้นเจ้าอาจจะมีจุดจบไม่ดี" ชินอ๋องให้เสียนเห่าไปสืบเรื่องตุ๊กตาผ้าสาปแช่งแล้ว เพราะเขามิเชื่อว่าเป็นฝีมือของตงฮวาที่ทำคนเดียวเสิ่นชีทำเป็นหูทวนลมไม่











