Mag-log inเสิ่นชีแพทย์ทหารอัจฉริยะทะลุมิติมาพร้อมกับแหวนแห่งจิตวิญญานในระหว่างที่เธอไปรักษาทหารที่ค้นพบสมบัติของชาติ ถ้าถล่มลงมาทำให้นางตาย วิญญานเข้าร่างพระชายาชินอ๋องที่ไม่เป็นที่โปรดปราน อีกทั้งมีเด็กหญิงสาม
view moreเสียงประทัดหมื่นนัดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วอำเภอ ควันสีขาวลอยคลุ้งพร้อมกับกลิ่นดินปืนที่หอมอบอวล วันนี้คือวันมงคลสมรสระหว่าง หลินเฟิง นายทหารหนุ่มอนาคตไกล และ เสิ่นจู เถ้าแก่เนี้ยร้านอาหารชื่อดังร้าน "ครัวเสิ่นจู" ถูกเนรมิตให้เป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงที่ดูหรูหราและอบอุ่น ตัวอักษร "ซังฮี้" ความสุขคู่ สีแดงตัวใหญ่ถูกติดไว้ทั่วร้าน โคมไฟสีแดงส่องสว่าง แขกเหรื่อมากมายทั้งนายทหาร เพื่อนบ้าน และลูกค้าขาประจำต่างมาร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่งเสิ่นจูอยู่ในชุดเจ้าสาวกี่เพ้าสีแดงสดที่ตัดเย็บด้วยฝีมือตัวเอง โดยมีจักรเย็บผ้าสินสอดเป็นตัวช่วยขับผิวขาวผ่องให้ดูเปล่งประกายราวกับไข่มุกเม็ดงาม ใบหน้าแต้มเครื่องสำอางบางเบาแต่ดูสวยสะกดทุกสายตา"แม่สวยที่สุดในโลกเลยจ้ะ" เจียงเปาเปาในชุดกระโปรงสีชมพูฟูฟ่องวิ่งเข้ามากอดเอวแม่"ลูกสาวแม่ก็น่ารักที่สุดจ้ะ" เสิ่นจูยิ้มหวาน หัวใจพองโตด้วยความสุขที่แท้จริงแต่ในมุมมืดหน้าร้าน รถเก๋งเก่าๆ คันหนึ่งแล่นมาจอดเงียบๆ เจียงลี่ก้าวลงมาจากรถในชุดเดรสสีขาวที่ดูสุภาพเรียบร้อย แต่แววตาซ่อนมีดโกนไว้ นางถือถาดไม้ที่มีกาน้ำชาและถ้วยชาเคลือบใบสวยมาด้วย โดยมีเจียงฉงเดินตามหลังมา
หมู่บ้านตระกูลเสิ่นตั้งอยู่ในหุบเขาที่ห่างไกลและกันดารยิ่งกว่าหมู่บ้านเหอผิง สภาพบ้านเรือนทรุดโทรมบ่งบอกถึงความยากจนข้นแค้น แต่นั่นไม่ใช่เพราะโชคชะตา หากแต่เป็นเพราะความเกียจคร้านของคนในหมู่บ้านเจียงฉงเดินลัดเลาะมาตามทางเกวียนที่เต็มไปด้วยโคลนตม ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เขามาหยุดยืนอยู่ที่หน้าบ้านดินหลังหนึ่งที่หลังคามุงด้วยฟางเน่าๆ"พ่อตา แม่ยาย! ลูกเขยผู้กตัญญูกลับมาเยี่ยมแล้ว!" เจียงฉงตะโกนเรียกเสียงดังไม่นานนัก ชายชราหลังค่อมหน้าตาบอกบุญไม่รับ และหญิงชราปากคอเราะร้ายก็เดินออกมา ทั้งคู่คือ ผู้เฒ่าเสิ่น และ นางเสิ่น พ่อแม่แท้ๆ ของเสิ่นจู ผู้ที่เคยขายลูกสาวกินเมื่อสิบกว่าปีก่อนเพื่อแลกกับข้าวสารเพียงสองกระสอบ"ไอ้เจียงฉง? แกมาทำไม ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นหัว" ผู้เฒ่าเสิ่นถามเสียงห้วน พลางถ่มน้ำหมากพุ่งปรี๊ดลงพื้น"ฉันเอาข่าวดีมาบอกจ้ะพ่อ" เจียงฉงรีบปั้นหน้าเศร้า "ตอนนี้เสิ่นจู... ลูกสาวพ่อ มันหย่ากับฉันแล้ว มันทิ้งผัวทิ้งลูกหนีไปเสวยสุขในเมือง""มันจะไปตายที่ไหนก็เรื่องของมัน ขายไปแล้ว ขาดกันแล้ว" นางเสิ่นตัดบทอย่างไม่ใยดี นางไม่เคยรักลูกสาวคนนี้อยู่แล้ว เพราะถือว่าเป็นลูกสาวที่
กิจการร้าน "ครัวเสิ่นจู" ดำเนินไปได้อย่างสวยงามเกินความคาดหมาย เพียงเปิดร้านได้ไม่ถึงเดือน เสิ่นจูก็สามารถคืนทุนค่าตกแต่งร้านได้ทั้งหมด และเริ่มมีเงินเก็บก้อนโตนอนนิ่งอยู่ในบัญชีธนาคารเที่ยงวันนี้ ลูกค้าแน่นร้านจนแทบไม่มีที่เดิน กลิ่นหอมของบะหมี่เนื้อตุ๋นสูตรลับ ใส่น้ำวิเศษ ลอยอบอวล ผสมกับเสียงพูดคุยจอแจอย่างมีความสุข เสิ่นจูในชุดเถ้าแก่เนี้ยสวยสง่ายืนคิดเงินอยู่ที่เคาน์เตอร์ด้วยรอยยิ้มแต่ทว่า ความสงบสุขมักอยู่ได้ไม่นาน"เฮ้ย! หลีกไป! กูจะเข้าไปหาเจ้าของร้าน!"เสียงตะโกนหยาบคายดังมาจากหน้าร้าน พร้อมกับร่างผอมโซของชายวัยกลางคนในชุดสกปรกมอมแมมที่เดินเบียดลูกค้าเข้ามา กลิ่นตัวเหม็นเปรี้ยวของเขาทำให้ลูกค้าหลายคนต้องยกมือปิดจมูกด้วยความรังเกียจเจียงฉงมาถึงแล้วหลังจากได้รับจดหมายยุยงจากเจียงลี่ ความโลภก็บังตาจนลืมความกลัวคุกตะราง เขารีบเดินทางกลับมาจากที่ซ่อนตัวทันทีที่รู้ข่าวว่าอดีตเมียรวยล้นฟ้า"เสิ่นจู! นังเสิ่นจู! ออกมาหากูเดี๋ยวนี้!" เจียงฉงตะโกนลั่นร้าน ตบโต๊ะเก็บเงินดัง ปังเสิ่นจูเงยหน้าขึ้นจากสมุดบัญชี ทันทีที่เห็นหน้าอดีตสามี แววตาของนางไม่ได้มีความกลัวหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงค
หลังจากเหตุการณ์สงครามราคาขนมไข่จบลงด้วยชัยชนะของของแท้ กิจการ "ขนมไข่แม่จู & เปาเปา" ก็รุ่งเรืองถึงขีดสุด ลูกค้าประจำเพิ่มขึ้นทวีคูณจนรถเข็นคันงามเริ่มรับมือไม่ไหว ขนมทำมาเท่าไหร่ก็หมดเกลี้ยงภายในพริบตาแต่อุปสรรคใหม่ก็เข้ามาเยือนพร้อมกับฤดูกาล ฝนฤดูใบไม้ผลิเริ่มโปรยปรายลงมาอย่างหนักติดต่อกันหลายวัน การเข็นรถขายของตากฝนทำให้เสิ่นจูเริ่มมีอาการไอคอกแคก และลูกค้าก็ไม่สะดวกมายืนต่อแถวตากฝนซื้อ"แม่จ๊ะ หนูว่าถึงเวลาที่เราต้องมีหน้าร้านเป็นหลักแหล่งแล้วนะจ๊ะ"เจียงเปาเปาเสนอความคิดขณะช่วยแม่นวดขาที่ปวดเมื่อยจากการยืนนาน "ขืนขายตากฝนแบบนี้ เดี๋ยวแม่ป่วยไปจะไม่คุ้มกัน"เสิ่นจูถอนหายใจ "แม่ก็อยากมีร้านนะลูก แต่ค่าเช่าที่ในเมืองมันแพงหูฉี่ เราจะมีปัญญาจ่ายไหวหรือ""เรื่องนั้นให้ผมจัดการเองครับ"หลินเฟิงที่แวะมาทานข้าวเย็นตามปกติเอ่ยขึ้น เขาวางตะเกียบลงแล้วหยิบกุญแจพวงหนึ่งออกมาวางบนโต๊ะ"ผมไปดูที่ทางมาให้แล้ว เป็นตึกแถวชั้นเดียวเก่าๆ ใกล้กับโรงภาพยนตร์อำเภอ เจ้าของเดิมเขาแก่แล้วทำต่อไม่ไหวเลยประกาศเซ้งราคาถูก ทำเลดีมาก คนพลุกพล่านทั้งวันทั้งคืน ถ้าคุณสนใจ พรุ่งนี้ไปดูกันได้เลย"ดวงตาของเสิ่นจ
เช้าของวันถัดมาฟ่านเหอกับฟ่านหยงมาหาเสิ่นชีที่จวนอ๋องมอบเงินหนึ่งพันตำลึงให้เสิ่นชีที่ถือสัญญาไปทวงถึงจวนอ๋อง ในตอนนั้นสองพี่น้องสกุลฟ่านเห็นเหมียวเจียงกำลังจะขึ้นรถม้าไปวัดนางชีซัวอ๋องเห็นสัญญานี้แล้วแทบจะกระอักเลือดทั้งมอบเงินให้ทั้งก่นด่าเหมียวเจียงไม่เหลือชิ้นดี"ขอบใจเจ้าทั้งสองมากเงิ
เสิ่นชีไม่คิดว่านางกำนัลจะทำชุดของนางเลอะไปหมดแล้วยิ่งต้องเข้าร่วมงานเลี้ยงช่วงบ่ายเสียด้วย"บ่าวขออภัยพระชายาชินอ๋องเพคะ บ่าวมิได้ตั้งใจ" นางกำนัลผู้นั้นมือสั่นหมดแล้วทุกสายตามองไปที่เสิ่นชี ชายาชินอ๋องนิ่งมากทุกคนคิดว่าเสิ่นชีจะต้องด่าทอนางกำนัลคนนี้เป็นแน่แท้ "ช่างเถอะ" เสิ่นชีเอ่ยอย่างไม่สนใจ
"ท่านมีอันใดกับข้า" ชินอ๋องส่งสายตาไปทางเสียนเห่าให้องครักษ์ออกไปที่นอกศาลา"ข้ามาเตือนเจ้า เจ้าอย่าได้ไปทำให้ผู้ใดขวางหูขวางตาในวังหลวงมิเช่นนั้นเจ้าอาจจะมีจุดจบไม่ดี" ชินอ๋องให้เสียนเห่าไปสืบเรื่องตุ๊กตาผ้าสาปแช่งแล้ว เพราะเขามิเชื่อว่าเป็นฝีมือของตงฮวาที่ทำคนเดียวเสิ่นชีทำเป็นหูทวนลมไม่
เซียวตี้สั่งให้หลิวกงกงพาสี่แม่ลูกนั้นกลับไปนั่งที่เดิมได้แล้ว การแสดงของสาวงามพลันเริ่มขึ้น เสิ่นชีนั่ง นางมองเจ้าสามแฝดยิ้มอย่างมีความสุข ต่อไปคนในจวนอ๋องจะต้องเรียกสามแฝดว่าท่านหญิงเช่นเดียวกับเซียวหมิ่นบุตรสาวของนางจะไม่น้อยหน้าผู้ใดอีกต่อไป ในระหว่างที่เสิ่นชีมองสามแฝดด้วยความอ่อนโยนสายตานับส

















