กวิสรามองนาฬิกาข้อมือเรือนเล็ก ที่บอกเวลาเกือบบ่ายสองโมงครึ่งอย่างหงุดหงิดเล็กน้อย นายจ้างของเธอเลทเวลาไปแล้วเกือบสองชั่วโมง หลังจากที่เธอโทรศัพท์ไปนัดแนะตามเบอร์โทรศัพท์ ที่ได้มาจากผลิดา เสียงหวานของสตรีที่อยู่ปลายสายฟังดูอ่อนเยาว์ และผิดคาดจากที่เธอคิดไว้ ว่าจะต้องได้ยินเสียงทรงอำนาจบอกความเป็นเจ้ายศเจ้าอย่างตอบกลับมา
‘ดิฉันเป็นเลขาของคุณวรปรัชญ์ บังเอิญท่านเข้าประชุม แต่ท่านบอกว่าถ้าคุณกวิสราโทรมาให้นัดคุณได้เลยค่ะ’
‘เอ่อ...ไม่ทราบว่าคุณวรปรัชญ์สะดวกนัดที่ไหนค่ะ แล้วกี่โมง ดิฉันจะได้เตรียมตัวน่ะค่ะ’
‘ร้าน เดอะแกรนด์ เบส อิตตาเลียนน่ะค่ะ เวลาบ่ายโมงตรง ท่านชอบคนตรงเวลานะคะ’
“ชอบคนตรงเวลา แต่ป่านนี้ยังไม่โผล่มานี่นะ”
เธอบ่นพึมพำกับตัวเอง มือเรียวคว้าแก้วน้ำส้มแช่เย็นขึ้นมาจิบแต่ปรากฏว่ามันหมดแล้ว กวิสราถอนใจเฮือก
“แล้วนัดมาร้านแพงหูดับแบบนี้เสียด้วย น้ำส้มแก้วหนึ่งก็เกือบสองร้อยแล้ว หรือว่าจะเหลวนะงานนี้”
กวิสรามองไปรอบๆ สลับกับมองนาฬิกา ที่เข็มเวลาเคลื่อนไปเรื่อยๆ เธอยังไม่เห็นใครที่จะดูเหมาะกับเป็น ‘คุณวรปรัญช์’ เลยสักนิด มือเรียวคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมา และกดเบอร์ของนายจ้างอีกรอบ ก่อนจะขมวดคิ้ว เมื่อทางฝ่ายนั้นปิดเครื่อง
หญิงสาวส่ายหน้าช้าๆ เออหนอ...หรือว่าจะชวดเงินล้านแล้วล่ะมั้งเราคราวนี้ เลทนัดเธอไปหนึ่งชั่วโมง และปิดโทรศัพท์หนีการติดต่อแบบนี้ งานนี้คงจะเป็นเพียงแค่ฝันหวานแล้ว มือเรียวทำท่าจะขยับเรียกบริกรมาคิดเงิน ไว้ค่อยไปคุยกับผลิดาอีกทีถ้าเกิดฝ่ายนั้นมาโวยวายทีหลัง ก็อยากผิดนัดเองนี่นา ช่วยไม่ได้ และตอนนี้เธอก็หิวมากแล้ว อาหารที่นี่แพงหูดับเธอคงสู้ราคาไม่ไหวแน่ๆ แค่สั่งน้ำส้มดื่มไปแก้วเดียว เงินในกระเป๋าก็เกือบจะหมดแล้ว หญิงสาวพกเงินสดมาแค่พันกว่าบาทเท่านั้นเอง
“สวัสดีครับ คุณกวิสราใช่ไหม?”
เสียงห้าวทุ้มเอ่ยทักทายขึ้น ก่อนที่กวิสราจะทันร้องเรียกบริกรมาเก็บเงิน แล้วเดินออกไปจากร้านอาหารชั้นหรูแห่งนี้ เธอหันขวับมาทางต้นเสียง ชายหนุ่มใบหน้าคมสัน นัยน์ตาสีนิลดำ กำลังมองจ้องเธออยู่ เขาแต่งกายด้วยชุดสูททำงานสีดำหรู เข้ากับบุคลิกที่ดูเป็นหนุ่มนักธุรกิจผู้คล่องแคล่วกระชับกระเฉง
“เอ่อ..ค่ะ”
หญิงสาวหรี่ตา ก่อนจะมองไปรอบๆ มีเขาเพียงคนเดียวที่มาทักทายเธอ โต๊ะนี้เลขานุการของวรปรัชญ์จองไว้เพื่อจะมาพบปะพูดคุยกับเธอ ทักเธอถูกคนแบบนี้น่าจะเป็นคนของนายจ้างแน่ๆ คิดได้ดังนั้น กวิสราก็ยิ้มเยือนให้เขา รอยยิ้มนั้นทรงเสน่ห์และกระตุกหัวใจคนมองยิ่งนัก ชายหนุ่มหรี่ตาแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ทันที เมื่อได้พินิจใบหน้าสวยเย้ายวนของอีกฝ่ายเต็มตา
‘แบบนี้สิ ที่จะทำให้ไอ้ไก่อ่อนนั่น หลงใหลจนหัวปักหัวปำ หึๆ”
“ไม่ทราบว่าคุณวรปรัชญ์ส่งคุณมาหรือเปล่าคะ แล้วเธออยู่ที่ไหน หรือว่าดิฉันต้องรออีก”
“ผมนี่แหละครับวรปรัชญ์”
ชายหนุ่มเอ่ยเสียงกลั้วหัวเราะ ขณะที่คนฟังทำตาโตอย่างตกใจ คาดไม่ถึงที่นายจ้างของเธอเป็นผู้ชาย!
“คุณกวิสรา ปองทิวาใช่ไหมครับ สวยมาก มีเสน่ห์อย่างที่มีคนบอกไว้จริงๆ ต้องแบบนี้สิถึงจะคุ้มกับเงินที่ลงทุน ไปคุยรายละเอียดกันที่อื่นดีกว่าครับ งานของเราต้องการที่ลับเฉพาะหน่อย ผมหวังว่าคุณคงจะตกลงทำงานให้ผมได้ ผมจ่ายไม่อั้น อาจจะเกินที่ตกลงไว้ถ้าคุณผลงานดี”
คำพูดของวรปรัชญ์ทำให้กวิสราถึงกับลืมความตกใจไปในทันที เธอยิ้มให้เขาพร้อมกับพยักหน้า นัยน์ตาสวยคมเฉี่ยวกวาดมองคนตรงหน้าอย่างจะเก็บรายละเอียดของชายหนุ่มหน้าตาดีมาดนักธุรกิจ ไว้เพื่อประเมินคนที่เป็นนายจ้างของเธอ
“คุยรายละเอียดกันก็ดีเหมือนกันค่ะ ดิฉันจะได้ดูว่ามันคุ้มกันหรือเปล่า กับงานที่ต้องทำให้กับคุณ สำหรับเรื่องข้อเสนอที่ให้มา ต้องดูเนื้องานด้วยว่าต้องทำอะไรมากขนาดไหน ถ้าเกิดว่าต้องทำยากมากๆ ล่ะก็ ดิฉันก็อาจจะขอเรียกเพิ่มเติมน่ะค่ะ”
“ไม่มีปัญหาครับ”
วรปรัชญ์หรี่ตา มองสาวสวยข้างหน้าอย่างพิเคราะห์ ดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะไม่ใช่ประเภทมีดีแค่หน้าตาอย่างเดียวเสียแล้ว เธอยังเจ้าเล่ห์ และดูท่าทางจะเอาเรื่องเหมือนกันทีเดียว แบบนี้สิที่เขาต้องการ ไม่ใช่มีแค่หน้าตาสวยเย้ายวน หากแต่เจ้าตัวยังมีสมองและฉลาด
“เราไปคุยกันเลยดีกว่า คุณกวิสรา ผมอยากจะแจ้งรายละเอียดของงานให้คุณทราบเต็มทีแล้ว และหวังว่าคุณคงจะชอบกับข้อเสนอของผม อ้อ...ส่วนเรื่องการขอเรียกเพิ่มเติมของค่าจ้าง ต้องลองมาคุยกันดูครับ ว่าคุณจะทำให้ผมพอใจกับความฉลาดและเสน่ห์ของคุณได้มากขนาดไหน”
ทันทีที่อ่านรายละเอียดในเอกสารที่วรปรัชญ์ยื่นให้เสร็จ กวิสราก็กัดริมฝีปาก มีความลังเลเล็กน้อยในนัยน์ตาคู่คมหวาน วรปรัชญ์ซึ่งกำลังจับจ้องอาการของเธออยู่ เหมือนจะสังเกตได้ว่าเจ้าตัวกำลังคิดแบบไหน เสียงห้าวทุ้มเอ่ยลอยๆ ขึ้นทันที
“แค่งานง่ายๆ คงไม่ยากกว่าที่คุณเคยทำ ตีสนิท ทำให้หลงเสน่ห์ แล้วก็ลากไปขึ้นเขียงที่โรงแรมดีๆ สักแห่ง แน่นอนว่าคุณไม่ต้องนอนกับเขาจริงๆ เพราะว่าผมจะพาภรรยาเขาไปในเหตุการณ์นั้นพอดี แค่นี้งานคุณก็จบ ไม่ยุ่งยาก”
นัยน์ตากลมโตเหลือบมองเขา เธอกัดริมฝีปาก ยังครุ่นคิดอยู่ว่าจะรับงานนี้ดีไหม เพราะปรกติแล้วเนื้องานของเธอไม่ใช่แบบนี้ กวิสราจะรับงานมาจากคนที่ต้องการเลิกจากสามี ไม่ใช่งานที่ต้องทำให้ทั้งคู่เลิกร้างกันแบบนี้
ดูเหมือนว่าสำนึกผิดถูก จะวาบขึ้นมาในจิตใจของกวิสราอย่างช่วยไม่ได้ พรากผัวพรากเมียเขา มันก็เป็นการทำบาปอยู่เหมือนกัน คนตรงหน้านี้กำลังคิดอะไรกันแน่ ดูแล้วเขาไม่น่าจะทำอย่างนี้เลยสักนิด หรือว่าเขาจะหลงรักภรรยาของผู้ชาย ที่ต้องการให้เธอไปจัดการวางแผนยวนเสน่ห์กันหนอ นี่เธอพาตัวเองเข้ามาพัวพันกับรักสามเส้าเข้าแล้วหรือเปล่านะ
“ผมจะจ่ายเพิ่มอีกเก้าแสน”
ประโยคนั้นแทบจะขจัดความคิดผิดถูกออกไปจากสมองของกวิสราได้ชั่วครู่ เธอตั้งใจฟังสิ่งที่เขาพูดทันที
“ถ้าคุณทำงานให้ผมอีกเล็กๆ น้อยๆ นอกเหนือจากบทชู้รักของป้องนที”
“คุณจะให้ดิฉันทำอะไรเหรอคะ”
วรปรัชญ์หัวเราะเบาๆ เขาควงปากกาในมือเล่น เอนหลังตามสบายกับพนักพิงของเก้าอี้เบาะหนังหนานุ่มแบบผู้บริหาร เครื่องปรับอากาศในห้องทำงานของเขาเย็นเชียบ แต่กวิสรากลับตื่นเต้นจนมีเหงื่อซึมออกมาตามไรผม
เก้าแสน บวกกับเก้าแสน หนึ่งล้านแปดแสนบาท! งานเดียวกับเงินมหาศาลขนาดนี้ งานเดียวแล้วเธอก็ไม่ต้องไปดิ้นรนทำงานผิดศีลธรรมแบบนี้อีก ไม่ต้องปิดบังน้องสาวว่าทำอะไรอยู่ เธอจะพ้นจากสภาพนี้ไปแล้วเสียที
“ก็แค่ล้วงความลับบ้างนิดหน่อย ระหว่างที่คุณเป็นเลขานุการของเขา และผมอาจจะให้คุณทำอะไรอีกนิดหน่อย เท่านั้นเอง รับรองว่าไม่ยากสำหรับสาวฉลาดๆ อย่างคุณ ว่ายังไงครับ คุณกวิสรา ตกลงเราจะได้ร่วมงานกันไหม?”
“สองล้านบาทค่ะ”
ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้กวิสราพูดแบบนั้นออกไป เมื่อมีโอกาสต่อรองเธอก็ไม่พลาดที่จะคว้าเอาไว้ คนอย่าง กวิสราลงทุนทำอะไรไปแล้วค่าตอบแทนต้องได้จนคุ้มแสนคุ้มเสมอ
“ตกลง สองล้านบาท”
มือหนาเลื่อนลิ้นชักโต๊ะทำงานให้เปิดออก พร้อมกับคว้าเอาสมุดเช็คออกมา มืออีกข้างหยิบปากกาปลอกทองออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูท กรอกตัวเลขลงและตวัดลายเซ็นทันทีอย่างไม่รีรอ พร้อมกับฉีกออกแล้วยื่นส่งให้กวิสรา ที่มองเช็คฉบับนั้นอย่างไม่แน่ใจว่านี่เธอฝันไปหรือเปล่า
“ก้อนแรก หนึ่งล้านบาท คุณจะไปขึ้นเช็คได้ทันทีที่เข้าทำงานกับป้องนทีได้สองอาทิตย์ แต่ผมจะดูแลการทำงานของคุณอยู่ทุกระยะ อย่ามาเล่นตลกกับผมเป็นอันขาด เพราะผมไม่ชอบเรื่องตลก”
เสียงห้าวนั้นหัวเราะเบาๆ หากแต่คนฟังรู้สึกว่ามันไม่ได้ขำขันเลยสักนิด เมื่อเอื้อมมือรับเช็คเงินสดจากเขา มันลงวันที่ไว้เรียบร้อย เมื่อมองสบตากับนัยน์ตาคมกริบเจ้าเล่ห์นั่น กวิสราก็อดหนาวเยือกไม่ได้เมื่อเขาพูดประโยคต่อไป
“ก้อนต่อไป อีกหนึ่งล้านบาท คุณจะได้ทันทีที่ป้องนทีหย่าขาดกับภรรยาของเขา จำไว้ว่าคุณไม่ได้ชื่อ กวิสรา ปองทิวาอีกแล้ว เมื่อเข้าทำงานที่ สหัสวรรษกรุ๊ป คุณคือ ณัฐณิชา ฐานนันท์ ญาติห่างๆ ของผมที่มาฝึกงานในตำแหน่งเลขานุการของป้องนที สหัสวรรษ คุณเริ่มงานได้วันจันทร์นี้นะครับคนสวย หวังว่าเสน่ห์และความฉลาดของคุณ มันคงจะให้ผลตอบแทนผมได้คุ้มค่ากับเงินที่ผมจ่ายไปสองล้าน”
“รับรองค่ะว่าฉันจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง”
กวิสรารับคำอย่างหนักแน่น เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างอึดอัด เมื่อมองสบสายตาเจ้าเล่ห์ที่มองแล้วก็ให้นึกถึงหมาป่ากำลังจ้องจะตะปบเหยื่อ หมาป่าจอมเจ้าเล่ห์ซึ่งไม่น่าจะไปเกี่ยวข้องด้วย
“ผมก็หวังไว้ว่าอย่างนั้น เพราะคนอย่างผมไม่เคยเสียเงินแม้แต่บาทเดียว ถ้าผลตอบแทนนั้นไม่คุ้มค่า”
วรปรัชญ์หัวเราะ ขณะที่คนฟังรู้สึเหมือนว่าเช็คเงินสดหนึ่งล้านบาทในมือกลายเป็นก้อนหินอันแสนหนัก กวิสราอดคิดไม่ได้ เมื่อออกมาจากห้องทำงานของวรปรัชญ์ว่า งานที่เธอรับทำครั้งนี้มันจะคุ้มค่ากับเงินสองล้านที่รับมาหรือเปล่า เพราะดูแล้วอีกฝ่ายนั้นเป็นเหมือนกับหมาป่าจอมเจ้าเล่ห์ แสนลือดเย็น น่ากลัว และลึกลับ
“เอาเถอะน่า คิดอะไรมากมายกันนะ ยายเตย”
หญิงสาวย่นจมูก แล้วสลัดความคิดหวาดระแวงชายหนุ่มรูปงาม หากแต่ดูเจ้าเล่ห์ลึกลับออกไปจากสมองของเธอ เธอรู้สึกว่าการเผชิญหน้าพูดคุยกับเขา ทำให้ต้องใช้พลังงานมากพอดู เพราะต้องระวังตัว และเกร็งกับสายตาเจ้าเล่ห์รู้ทันที่มองส่งมา เกร็งจนลืมไปว่าตัวเองยังไม่ได้ทานอะไร เธอจึงแวะทานอาหารที่ร้านข้างทางแห่งหนึ่ง เพราะท้องเริ่มร้องประท้วงแล้วว่าถึงเลยเวลาอาหารมานาน
“เงินดีขนาดนี้”
มือเรียวมือเข้าไปในซองเอกสารที่วางอยู่บนหน้าตัก เพราะเป็นสิ่งสำคัญมากจนเอาไว้ห่างตัวไม่ได้ แตะมือกับกระดาษชิ้นเล็กหากแต่มีค่ามหาศาลแล้วยิ้มออกมาอย่างสุขใจ
“สองล้านเลยนะยายเตย เลิกทำงานแบบนี้ไปตลอดชีวิตเลย เราจะได้มีเงินลงทุนทำร้าน ไม่ต้องปิดบังอะไรกับตองอีกต่อไปแล้ว แบบนี้จะให้ไปทำมากกว่านี้ก็น่าจะคุ้มเกินคุ้ม”
กวิสรารู้สึกอิ่มเอมยิ่งนัก พอใจกับงานสุดท้ายที่เธอจะทำ แม้จะรู้สึกผิดไปบ้าง แต่ก็ช่างประไร ในเมื่อค่าเหนื่อยนั้น มันจะทำให้เธอมีชีวิตใหม่ ชีวิตที่ดีขึ้น เลิกทำงานนี้ และยิ่งกว่านั้นเธอจะได้ไม่รู้สึกผิดต่อกณิกาน้องสาว ไม่ต้องโกหกเกี่ยวกับเรื่องงานที่ทำอีกต่อไปแล้ว สิ่งที่กวิสรารู้สึกหนักอึ้งทุกครั้งเมื่อต้องโกหกน้องสาว เงินก้อนนี้จะทำให้ทุกสิ่งของเธอดีขึ้น ฉะนั้นแล้วเธอยอมทำได้ทุกอย่างจริงๆ ความรู้สึกผิดถูกจะฝังมันเอาไว้ชั่วคราว แม่มดสาวจอมเจ้าเล่ห์ กวิสรา พร้อมที่จะทำงานแล้ว...