LOGINความรัก ความสัมพันธ์ที่เรียบง่าย ไม่หวือหวา หล่อหลอมก่อตัวขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นคำว่ารัก...
View More"คนบ้าหรือเปล่า เห็นเดินไปเดินมาหลายรอบแล้วนะนั่น"
"นั่นน่ะสิ ฉันเห็นตั้งแต่ตอนที่เดินเข้าห้าง จนตอนนี้จะเดินกลับอยู่แล้ว ก็ยังเห็นอยู่เลย... เดินวนไปวนมาอยู่แบบนั้นเป็นชั่วโมงได้แล้วมั้ง"
"ติดยารึเปล่า... น่ากลัวจังเลย ถ้าเกิดนางคลั่ง หยิบมีดขึ้นมาวิ่งไล่ฟันพวกเราจะทำยังไง"
"นั่นน่ะสิ..."
"อุ๊ย ๆ นั่น ๆ นั่งแล้ว ๆ ... ดูสิ ไปนั่งลงข้างขอทานนั่นแล้ว"
"ไหน ๆ ... เออ ใช่จริงด้วย"
"สงสัยจะเลิกคลั่งแล้วล่ะมั้งน่ะ"
"เฮ้อ... โล่งอกซะที"
เสียงซุบซิบดังเซ็งแซ่บนสะพานลอยค่อย ๆ จางหายไป เหลือเพียงความเงียบงัน กับเสียงถอนหายใจของใครบางคนที่เฝ้ามองด้วยความระแวง
ร่างบางของ พัชรินทร์ ทรุดตัวลงช้า ๆ นั่งแผ่หลาไปกับพื้นสะพานลอย ใกล้ ๆ กับสองแม่ลูกขอทานที่ปูเสื่อนั่งอยู่ก่อนแล้ว เหมือนกับเธอหมดแรง... หรืออาจหมดหนทางในใจ
แม่ลูกขอทานทั้งสองคนเงยหน้าขึ้น หันมามองพัชรินทร์ด้วยแววตากล้า ๆ กลัว ๆ เพราะตลอดเวลาหลายชั่วโมงที่ผ่านมา พวกเธอก็เห็นหญิงสาวคนนี้เดินไปเดินมาอยู่ตรงหน้าเกือบจะครบหนึ่งร้อยรอบเห็นจะได้ ก่อนที่ทั้งคู่จะค่อย ๆ หันหน้ากลับไปทางเดิม แล้วก้มหน้าลงตามปกติ
พัชรินทร์ทรุดตัวนั่งลงกับพื้น ดวงตาแดงช้ำก่อนจะปล่อยเสียงสะอื้นออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ น้ำตาไหลพรากอาบแก้มไม่หยุด ความเจ็บปวดที่แสนสาหัสกำลังถาโถมเข้ามาในใจเธออย่างไร้ปรานี เพราะเธอเพิ่งถูกแฟนหนุ่มที่คบกันมานานนับสิบปีบอกเลิก
มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย… ที่จะทำใจยอมรับการเลิกราครั้งนี้ โดยเฉพาะเมื่อผู้ชายคนนั้นคือคนที่เธอเคยคิดว่าเป็น… ทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิต
และวันนี้… เธอไม่มีเขาอีกต่อไปแล้ว และเรื่องราวของเขากับเธอก็คงไม่มีวันย้อนกลับไปเป็นเหมือนเดิม เพราะเขาทอดทิ้งเธอ แล้วหันไปคบกับ เพื่อนรัก ของเธอ
‘เพื่อน... เพื่อนรัก’
เพื่อนที่เธอไว้ใจมาตลอด
เพื่อนที่เธอไม่เคยแม้แต่จะคิด… ว่าหล่อนจะกล้าทำลายความรักของเธอลงได้อย่างเลือดเย็นแบบนี้หึ! บางทีคนทั้งคู่อาจตกลงเป็นแฟนกันก่อนที่เธอจะถูกบอกเลิกเสียอีกก็ได้…
"อ่ะ... ผมให้ครับ" เสียงทุ้มของชายคนหนึ่งดังขึ้นทำให้พัชรินทร์เงยหน้าขึ้นมอง ดวงตากลมโตยังคงคลอไปด้วยน้ำตา
เขายื่นธนบัตรยี่สิบบาทให้เธอด้วยสีหน้าจริงใจ
ชายหนุ่มมองหญิงสาวตรงหน้า ภาพที่เขาเห็นคือดวงหน้าที่ช้ำจากการร้องไห้ เสื้อยืดคอกลมสีดำ กางเกงที่ดูคล้ายกางเกงนอน ใบหน้าเปรอะไปด้วยรอยน้ำตา และคราบสกปรกที่อาจมาจากมือเธอเองที่เช็ดมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาคิดว่าเธอคงเป็นขอทานที่หิวจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว
แต่เขาก็อดสงสัยไม่ได้…
ทำไม “ขอทาน” คนนี้ถึงมีผิวขาวผุดผ่องผิดวิสัย?
"เอามาให้ฉันทำไมคะ... ฉันไม่ใช่ขอทานนะคะ" เธอเอ่ยถามเสียงสั่น น้ำตายังไหลอาบแก้ม
"อ่ะ… เออ... ขอโทษด้วยครับ" ชายหนุ่มหน้าเจื่อน รีบกล่าวขอโทษอย่างรู้สึกผิด แล้วถามด้วยความสงสัยจริงใจ
"ทำไมถึงมานั่งอยู่ตรงนี้ล่ะครับ?"พัชรินทร์สะอึก น้ำตาไหลทะลักออกมาอีกครั้งทันทีเมื่อได้ยินคำถามนั้น
“ฮึก… ฮือ…” เธอปล่อยโฮ ก่อนจะเอ่ยเสียงสั่นพร่า
“ฉันเป็นแค่คนที่หมดหวังในความรัก... หมดหวังในชีวิต แฟนที่คบมาเป็นสิบปีทิ้งฉันไปมีคนใหม่… แค่นั้นฉันยังเจ็บไม่พอ คุณรู้ไหมว่า... คนที่เขาไปคบด้วยคือใคร? ผู้หญิงคนนั้นก็คือ เพื่อนรัก ของฉันเอง!”
ประโยคสุดท้ายพรั่งพรูออกมาพร้อมกับเสียงสะอื้นหนักหน่วง
ชายหนุ่มฟังอย่างเงียบงัน ก่อนจะค่อย ๆ ทรุดตัวนั่งลงข้าง ๆ เธอ... ด้วยแววตาเข้าใจ
"มันก็แค่ความรัก วันหนึ่งคุณจะเจอคนที่ดีกว่าเขา คนที่เห็นคุณค่าของคุณจริง ๆ ส่วนเพื่อนของคุณคนนั้น... อย่าเรียกเขาว่า เพื่อนรัก เลยครับ เพราะถ้าเขารักคุณจริง เขาจะไม่มีวันทำเรื่องแบบนั้นกับคุณแน่นอน แม้แต่คำว่า 'เพื่อน' เขาก็ไม่สมควรได้รับมันด้วยซ้ำ"
เขาหยุดชั่วครู่ แล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"ผมเองก็เคยเจอเรื่องแบบคุณมาก่อน มันแย่มากตอนนั้น... แต่พอมองย้อนกลับไป ผมก็คิดนะ ว่าตัวเองโชคดีแค่ไหนที่ไม่ต้องใช้ชีวิตร่วมกับคนแบบนั้นอีก วันนี้คุณแค่พบเจอกับคนผิด แต่สักวันคุณจะได้เจอคนที่ใช่ คนที่ดีกว่า ผู้ชายห่วย ๆ คนนั้นแน่นอน อย่าหมดหวังกับชีวิต เพียงเพราะคนที่ไม่เห็นค่าคุณเดินออกไป"
"แต่ไม่มีเขาแล้ว... ฉันไม่รู้ว่าฉันจะอยู่ไปทำไม ฮือ ๆ ..." พัชรินทร์สะอื้นหนัก น้ำตาไหลไม่หยุด
"แล้วพ่อแม่คุณล่ะ?" เขาถามเบา ๆ "ลองคิดถึงพวกเขาสิ… ญาติพี่น้อง หลาน คนอื่น ๆ ที่ยังต้องการคุณ คุณยังมีค่าสำหรับคนพวกนั้นนะ อย่าให้คนเลว ๆ คนเดียวมาเป็นเหตุผลให้คุณทำลายตัวเองเลย"
"คุณพูดก็ถูก... ฉันยังมีแม่ แต่เขา... เขาคือแฟนคนแรกของฉัน ฉันรักเขา ฉันคิดถึงเขา ฉันลืมเขาไม่ได้ ฮือ ๆ ๆ"
"คุณลืมเขาได้" ชายหนุ่มตอบทันที "คุณแค่ต้องเชื่อมั่นในตัวเอง ที่คุณยังคิดถึงเขา เพราะคุณปล่อยให้ตัวเองว่างมากเกินไป ลองหางานทำสิครับ จะทำงานบ้าน หรือหางานเสริมก็ได้ ทำตัวให้ยุ่งเข้าไว้ แล้วคุณจะไม่มีเวลาไปนั่งคิดถึงเขา วันหนึ่งคุณจะค่อย ๆ ลืมเขาไปเอง"
"ฉันจะทำได้เหรอ…? ไม่… ฉันทำไม่ได้หรอก..." เธอพูดเสียงเบาเหมือนจะหมดแรง
"คุณยังไม่เคยลองเลย แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าทำไม่ได้?" เขายิ้มเล็กน้อย แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจ
"ไม่มีอะไรในโลกที่มนุษย์เราทำไม่ได้ นอกจากสิ่งที่เราไม่เคยพยายามจะทำมัน คุณดูสิ มนุษย์สร้างเครื่องบินได้ ไปถึงดวงจันทร์ได้ แล้วทำไมคุณจะลืมผู้ชายคนเดียวไม่ได้? กลับบ้านไปนะครับ แล้วลองมองตัวเองในกระจก ถามตัวเองดูว่าเขาทำให้คุณดูแย่ไปแค่ไหน แล้วตัดใจซะ วันหนึ่งคุณจะย้อนกลับมาหัวเราะ แล้วถามตัวเองว่า ‘คุณรักผู้ชายแบบนั้นไปได้ยังไง?’ "
เมื่อเขาพูดจบ ก็ค่อย ๆ ลุกขึ้น แล้วเดินจากไปอย่างเงียบ ๆ ทิ้งไว้เพียงเสียงฝีเท้าที่ค่อย ๆ เลือนหาย
พัชรินทร์ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม หัวใจเธอค่อย ๆ สงบลงเมื่อทบทวนคำพูดของเขา ผู้ชายแปลกหน้าคนนั้นพูดเหมือนเข้าใจเธอทุกอย่าง และมันกำลังเปลี่ยนความคิดของเธอ
เธอไม่ควรปล่อยให้ตัวเองตกต่ำถึงเพียงนี้
เธอควรลุกขึ้น ทำตัวให้ดีขึ้น เป็นคนที่สวย รวย และเก่ง จนผู้ชายคนนั้นต้องรู้สึกเสียใจที่ทิ้งเธอไป
พัชรินทร์ ฐิติมาพัน คนเก่า ต้องไม่มีอยู่อีกต่อไป!
เมื่อกลับมาถึงบ้าน พัชรินทร์ยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ เธอมองตัวเองนานแสนนาน ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ
"เขาพูดถูกจริง ๆ ..." เธอกระซิบกับตัวเอง
จากนั้นก็หันหลังให้กระจก หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เริ่มค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพเสริม เธอใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมงจนค้นพบว่าใจเธออยากจะทำอะไร...
เปิดร้านขายเสื้อผ้าแฟชั่นของผู้หญิง
วันรุ่งขึ้น พัชรินทร์ลงมือจริง เธอเริ่มออกแบบเสื้อผ้า แล้วนำแบบไปจ้างช่างตัดเย็บ
แรกเริ่มเธอแบ่งเวลาไปขายที่ตลาดนัด พร้อมทำงานประจำไปด้วย โชคดีที่เสื้อผ้าที่เธอออกแบบมีสไตล์เฉพาะตัว สวย ทันสมัย และไม่เหมือนใคร ทำให้ลูกค้าแน่นร้านในเวลาไม่นาน จนสุดท้ายต้องลาออกจากงานประจำมาดูแลกิจการเต็มตัว พร้อมจ้างพนักงานเพิ่ม
ไม่นานก็มีพ่อค้าแม่ค้ามารับสินค้าเธอไปขายต่อ ธุรกิจของเธอเติบโตเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ ใช้เวลาเพียงปีเดียว พัชรินทร์สามารถสร้างเงินล้านได้ด้วยตัวเอง
ผ่านไปสองปี พัชรินทร์ได้สร้างแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเองสำเร็จ เธอเช่าอาคารพาณิชย์เล็ก ๆ ย่านชานเมือง และจัดตั้งบริษัทเล็ก ๆ ที่กำลังเติบโตอย่างมั่นคง จากอดีตที่เคยเป็นพนักงานกินเงินเดือนหมื่นต้น ๆ วันนี้รายได้ของเธอเพิ่มขึ้นหลายสิบเท่า ความมั่นใจ และศรัทธาในตัวเองกลับคืนมาอย่างเต็มเปี่ยม
เธอไม่เคยลืมผู้ชายคนนั้น... คนแปลกหน้าที่เข้ามาในวันที่เธอหมดสิ้นทุกอย่าง เขาไม่ได้ให้เงิน ไม่ได้ยื่นโอกาส แต่กลับให้ "แรงใจ" และคำพูดไม่กี่คำที่เปลี่ยนวิธีคิดของเธอไปตลอดกาล
พัชรินทร์หวังว่าสักวันจะได้พบเขาอีกครั้ง เธออยากกล่าวขอบคุณจากใจ ว่าชีวิตที่มีอยู่ทุกวันนี้... เธอได้มันมาเพราะเขา
ในเวลานี้ ลูกค้าหนุ่ม ๆ มากหน้าหลายตาต่างแวะเวียนมาหาเธอเสมอ บ้างก็หิ้วขนมของฝากมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ทว่าพัชรินทร์กลับไม่เคยเปิดหัวใจให้ใครอีกเลย เพราะเธอยังไม่ลืมบาดแผลในอดีตที่เคยทำให้เธอล้มทั้งยืน
“พี่หลินครับ ผมจำได้นะ ว่าเมื่อวานลูกค้าหนุ่มคนนั้นเขาเพิ่งเซ็นสัญญาเสื้อผ้าล็อตใหม่กับเราไปแล้ว แล้ววันนี้เขามาทำไมอีก... อ๋อ ผมรู้แล้ว! เขามาจีบบอสของผมนี่เอง ดูสิครับ มีขนมมาฝากด้วย” นนท์ แอดมินหนุ่มขวัญใจทีมงาน แถมพ่วงตำแหน่งเลขา และเจ้าหน้าที่บัญชี กล่าวแซวพร้อมหัวเราะ เมื่อครู่เขาเพิ่งเดินสวนกับชายหนุ่มหน้าตาดีที่เข้ามาที่บริษัท และเมื่อเห็นขนมถุงโตผูกโบว์ชมพูวางอยู่บนโต๊ะเจ้านายสาว ก็พอเดาเรื่องได้ทันที
“งั้นพี่ขอเลื่อนเงินเดือนนนท์ไปเดือนหน้านะ พอดีขนมมันเยอะ... พี่ต้องแอบเก็บตังค์ไว้ใช้จ่ายเรื่องค่ารักษาโรคเบาหวานในอนาคตนิดนึง” พัชรินทร์พูดหยอกกลับพร้อมรอยยิ้มมุมปาก
“โอ๊ย! พี่หลินครับ สงสารกระเป๋าตังค์ผมเถอะ!” นนท์หัวเราะร่า ก่อนจะหันมาเข้าเรื่อง “ผมนัดบริษัททำโฆษณาไว้แล้วนะครับ”
“อืม... แล้วนัดไว้ที่ไหนล่ะ?”
“ร้านกาแฟ The Tree ครับ ร้านประจำที่ผมชอบนัดให้พี่ไปพบลูกค้านั่นแหละ”
“โอเคจ้ะ แล้วส่งแผนที่ให้เขาหรือยัง?”
“เรียบร้อยครับ ที่สำคัญคือวันนี้เจ้าของบริษัทเขาจะมาคุยเองเลยนะครับ ชื่อคุณณธีพัฒน์ เป็นบริษัท Start-up เหมือนเราเลย ราคาคงไม่แรงแน่นอนครับ!”
“ดีเลยจ้ะ แบบนี้คุยกันง่ายหน่อย” พัชรินทร์ยิ้มพลางกลับไปก้มหน้าทำงานต่อ
“ใครเหรอลูก แฟนหรือเปล่า?” หญิงชราหรี่ตามองชายหนุ่มพลางเอ่ยถามลูกสาวอย่างติดตลก“ไม่ใช่ค่ะแม่... เพื่อนหลินเองค่ะ ชื่อคุณซัน” พัชรินทร์ตอบยิ้ม ๆ“สวัสดีครับ” ณธีพัฒน์กล่าวพลางยกมือไหว้อย่างสุภาพหญิงชราพยักหน้ารับ ก่อนจะหันมาทางเขาแล้วพูดเสียงดังฟังชัด“สวัสดีจ้ะลูก ถ้าสนใจเปลี่ยนสถานะจากเพื่อนเป็นแฟนก็บอกแม่นะ แม่พร้อมเชียร์เต็มที่!”ณธีพัฒน์หัวเราะออกมาเบา ๆ“ครับคุณแม่... เสียดายจังที่ผมมีแฟนแล้ว” คำตอบของเขาทำให้หญิงชราหันไปจ้องลูกสาวด้วยสีหน้าผสมผสานระหว่างแซวกับเอาจริง“เห็นไหม ใครเขาก็มีแฟนกันหมดแล้ว แล้วเมื่อไหร่หนูจะมีกับเขาบ้างล่ะ?”“โถ่... แม่คะ เลิกพูดเรื่องนี้เถอะค่ะ ทานข้าวกันดีกว่า” พัชรินทร์รีบเบี่ยงประเด็น ก่อนจะตักกับข้าวใส่จานให้แม่หญิงชราหัวเราะเบา ๆ รับอาหารจากลูกสาวอย่างเอ็นดูระหว่างมื้ออาหาร บทสนทนาเบา ๆ เกิดขึ้นสลับกับเสียงหัวเราะบ้างเป็นระยะ ความอบอุ่นในบรรยากาศค่อย ๆ แทรกซึมเข้ามาแทนที่ความตึงเครียดในใจของณธีพัฒน์เขารู้ตัวอีกที... ก็หัวเราะออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ และลืมความรู้สึกหม่นหมองของตัวเองไปชั่วขณะหลังอาหาร ณธีพัฒน์อาสาขับรถไปส่งพัชรินทร์ และแม่ของ
ณธีพัฒน์เปิดประตูรถฝั่งผู้โดยสารให้พัชรินทร์ เธอกล่าวขอบคุณเบา ๆ ก่อนจะก้าวขึ้นไปนั่ง เขาปิดประตูอย่างสุภาพแล้วเดินอ้อมไปขึ้นฝั่งคนขับ ก่อนจะขับรถออกจากลานจอด“บริษัทอยู่กรุงเทพฯ แต่บ้านอยู่นนท์ แบบนี้คงเดินทางลำบากน่าดูเลยนะครับ?” เขาถามขึ้นหลังจากรถแล่นมาได้สักพัก“ไม่ลำบากหรอกค่ะ เพราะปกติไม่ค่อยได้กลับบ้านอยู่แล้ว” พัชรินทร์หัวเราะเบา ๆ อย่างอารมณ์ดี“หมายถึง… นอนที่บริษัทเลยเหรอครับ?”“อ้าว ทำไมคุณมองฉันในแง่ดีขนาดนั้นล่ะคะ? ทำไมไม่คิดว่าหลินออกไปเที่ยวทุกคืน จนไม่ได้กลับบ้านบ้างล่ะ?”“ดูจากบุคลิกคุณหลินแล้ว ไม่น่าใช่ผู้หญิงเที่ยวหรอกครับ ผมว่า... คุณเป็นคนบ้างานมากกว่าด้วยซ้ำ ไม่งั้นบริษัทจะโตเร็วขนาดนี้ได้ยังไงครับ”“คุณมองฉันถูกแล้วล่ะค่ะ” เธอยิ้มพลางพยักหน้า “งานเยอะจนไม่มีเวลากลับบ้านจริง ๆ แต่ถ้าวันไหนน้องเซลล์ไม่ใช้รถ ต่อให้ดึกแค่ไหน ฉันก็ขับรถกลับบ้านนะคะ”“งั้นถ้าวันไหนผมผ่านแถวนั้น ผมจะโทรถามนะครับ ว่าจะกลับบ้านไหม ถ้ากลับ เดี๋ยวผมรับกลับด้วยเลย ถือว่าผมเป็นสารถีประจำให้คุณ”“แหม… ขอบคุณมากเลยนะคะ แต่เกรงใจคุณ แล้วก็... เกรงใจแฟนคุณด้วยค่ะ”“ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ” เขาหั
พัชรินทร์เดินทางมาถึงร้าน The Tree ก่อนเวลานัดเกือบยี่สิบนาทีเช่นเคย เธอเป็นคนที่รักษาเวลาอย่างเคร่งครัด และมักเป็นฝ่ายมาถึงก่อนเสมอ ทว่าในวันนี้... กลับมีใครบางคนมาถึงก่อนเธอเสียอีกเขานั่งอยู่ที่โต๊ะที่นัดไว้ หันหลังให้เธอ ท่าทางสงบ เยือกเย็น แต่แฝงไว้ด้วยความมั่นใจหญิงสาวเดินเข้าไปทักทายอย่างสุภาพ และเมื่อชายหนุ่มหันหน้ากลับมา…หัวใจของเธอเต้นแรงโดยไม่ทันตั้งตัว ใบหน้าของเขา… ดวงตาของเขา… รอยยิ้มของเขา…เขาคือผู้ชายคนนั้น คนที่เธอเฝ้าจดจำมาตลอดสองปี!“คุณพัชรินทร์ใช่ไหมครับ” ชายหนุ่มกล่าวทักด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน“ค่ะ... คุณณธีพัฒน์” เสียงเธอแผ่วลงเล็กน้อยอย่างคนที่พยายามควบคุมความรู้สึกประหลาดที่ตีขึ้นมาในอก“สั่งอะไรทานก่อนไหมครับ?”“ก็ดีค่ะ” เธอยิ้มบาง ๆ พลางเหลือบมองแก้วกาแฟของเขาที่ว่างเปล่า“มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะเนี่ย?” เธอถามพลางมองเขาด้วยแววตาสงสัยปนชื่นชม“ก่อนคุณประมาณครึ่งชั่วโมงครับ พอดีผมมีธุระแถวนี้ เลยแวะมารอก่อนน่ะครับ”“อ๋อ แบบนี้นี่เอง ปกติไม่มีใครมาก่อนหลินเลยค่ะ หลินมักจะเป็นฝ่ายนั่งรอทุกที วันนี้เห็นคุณมารอก่อนก็ตกใจนิดหน่อยค่ะ”“ถ้างั้นบริษัทของผมขอคะแนนพิเศษหน่อย
"คนบ้าหรือเปล่า เห็นเดินไปเดินมาหลายรอบแล้วนะนั่น""นั่นน่ะสิ ฉันเห็นตั้งแต่ตอนที่เดินเข้าห้าง จนตอนนี้จะเดินกลับอยู่แล้ว ก็ยังเห็นอยู่เลย... เดินวนไปวนมาอยู่แบบนั้นเป็นชั่วโมงได้แล้วมั้ง""ติดยารึเปล่า... น่ากลัวจังเลย ถ้าเกิดนางคลั่ง หยิบมีดขึ้นมาวิ่งไล่ฟันพวกเราจะทำยังไง""นั่นน่ะสิ...""อุ๊ย ๆ นั่น ๆ นั่งแล้ว ๆ ... ดูสิ ไปนั่งลงข้างขอทานนั่นแล้ว""ไหน ๆ ... เออ ใช่จริงด้วย""สงสัยจะเลิกคลั่งแล้วล่ะมั้งน่ะ""เฮ้อ... โล่งอกซะที"เสียงซุบซิบดังเซ็งแซ่บนสะพานลอยค่อย ๆ จางหายไป เหลือเพียงความเงียบงัน กับเสียงถอนหายใจของใครบางคนที่เฝ้ามองด้วยความระแวงร่างบางของ พัชรินทร์ ทรุดตัวลงช้า ๆ นั่งแผ่หลาไปกับพื้นสะพานลอย ใกล้ ๆ กับสองแม่ลูกขอทานที่ปูเสื่อนั่งอยู่ก่อนแล้ว เหมือนกับเธอหมดแรง... หรืออาจหมดหนทางในใจแม่ลูกขอทานทั้งสองคนเงยหน้าขึ้น หันมามองพัชรินทร์ด้วยแววตากล้า ๆ กลัว ๆ เพราะตลอดเวลาหลายชั่วโมงที่ผ่านมา พวกเธอก็เห็นหญิงสาวคนนี้เดินไปเดินมาอยู่ตรงหน้าเกือบจะครบหนึ่งร้อยรอบเห็นจะได้ ก่อนที่ทั้งคู่จะค่อย ๆ หันหน้ากลับไปทางเดิม แล้วก้มหน้าลงตามปกติพัชรินทร์ทรุดตัวนั่งลงกับพื้น ดวงตาแ










![ทะลุมิติมาเป็นทาสรักคุณหมอสาย S [NC20+/SM]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
