Masukเอื้องทรายยืนนิ่งราวกับรากไม้ที่ถูกตรึงกลางห้องทำงาน ความรู้สึกของเธอไม่ได้มีเพียงความกลัว แต่ยังมีความอับอายปะปนอยู่ด้วย เธอไม่คิดว่าจะถูกเขาลิดรอนศักดิ์ศรีการทำงานอย่างสิ้นเชิง
ซ้ำร้ายยังรู้สึกว่าตัวเองกำลังตกนรกทั้งเป็น ไม่ต่างจากการที่เธอต้องรับใช้ปีศาจที่เคยเป็น 'พี่ชาย' ของเพื่อนสนิท ทุกคำพูดของเขาไม่ใช่แค่คำสั่ง แต่คือการตอกย้ำว่าเธอเป็นเพียงเครื่องมือที่ไร้ค่า
“คุณต้องการให้ฉันทำอะไรคะ มิสเตอร์เอร์นานเดซ” เอื้องทรายถามด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ แต่ดวงตาของเธอแข็งกร้าวอย่างไม่ยอมแพ้
คอสโม่หัวเราะในลำคอ ซึ่งเป็นเสียงที่เย้ยหยันและเย็นชาอย่างยิ่ง “ดีมาก! จำไว้ว่าต่อจากนี้ไป เธอคือผู้จัดการส่วนตัวของฉันแต่เพียงผู้เดียว และหากเธอทำให้ฉันไม่พอใจเมื่อไหร่... ฉันจะลงโทษเธอด้วยวิธีที่เธอคาดไม่ถึง”
วันนั้นทั้งวันกลายเป็นฝันร้ายที่เปิดเผยต่อหน้าเอื้องทราย คอสโม่เริ่มแผนการทรมานทางอ้อมทันที
เขาถอดรองเท้าหนังราคาแพงของเขาออก แล้วโยนผ้าเช็ดทำความสะอาดที่เตรียมไว้ตรงหน้าทราย “รองเท้าฉันสกปรกมาก... จัดการซะ” เขาสั่งด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ
หลังจากนั้น คือการทรมานด้วยคำสั่งที่ไม่รู้จบ
เขาให้เธอสั่งอาหารกลางวันจากร้านอาหารที่ดีที่สุดในเมือง แต่ปฏิเสธทุกเมนูตั้งแต่คำแรก และให้เธอสั่งใหม่เกือบสิบครั้ง
ช่วงบ่ายเขาให้เธอจัดหาไวน์แดงที่ดีที่สุดมาให้เลือกเกือบสิบยี่ห้อ แต่กลับบอกว่า “รสชาติเหมือนน้ำล้างจาน” แล้วสั่งให้เธอนำไปเททิ้งต่อหน้าต่อตาโดยไม่สนใจราคา
ต่อมาเขาสั่งให้เธอเปลี่ยนผ้าปูที่นอนใหม่ถึงสามครั้ง โดยอ้างว่าสัมผัสของผ้าไม่นุ่มพอ ทำให้เธอต้องคุกเข่าจัดเตียงด้วยตัวเอง ท่ามกลางสายตาของพนักงานคนอื่น ๆ ที่เคยยกย่องเธอ
ทุกการกระทำของผู้บริหารคนใหม่ คือการกลั่นแกล้งเธอด้วยสารพัดวิธีที่เขาจะทำได้
แต่เธอทำได้เพียงเก็บความเจ็บปวดไว้ภายในและทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด เพราะเธอรู้ดีว่าถ้าเธอปฏิเสธ... เขาจะทำลายทุกอย่างที่เธอเหลืออยู่
***********************
ช่วงค่ำ
คอสโม่โทรเรียกผู้จัดการสาวเข้าไปในห้องเพนต์เฮาส์ของเขา โดยมีผู้หญิงคนหนึ่งที่สวยราวกับนางแบบนั่งอยู่บนโซฟาด้วยสีหน้าเย้ายวน
“มานี่สิ ” คอสโม่จิกเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย “ฉันมีเรื่องสำคัญให้เธอทำ”
เขาไม่ได้สั่งให้เธอเตรียมเครื่องดื่ม หรือเก็บของ แต่เขาสั่งให้เธอ นั่งลงที่เก้าอี้มุมห้อง และห้ามเคลื่อนไหว
“นั่งดูซะ” เจ้าของใบหน้าครั่นคร้ามสั่งด้วยสายตาที่ท้าทาย “ฉันอยากให้เธอเห็นว่า... คนรักของฉันได้รับการปรนนิบัติอย่างสมบูรณ์แบบแค่ไหน”
จากนั้นเขาก็เริ่มกิจกรรมทางเพศกับผู้หญิงคนนั้นต่อหน้าต่อตาของเธออย่างเปิดเผย
บรรยากาศในห้องถูกแทนที่ด้วยเสียงกระเส่าและเสียงครวญครางที่ดังระงม คอสโม่โอบรัดร่างของหญิงสาวและสอดใส่เข้าสู่ตัวเธออย่างกระแทกกระทั้น
เสียงเนื้อหนังที่กระทบกันดังซอยถี่ๆเป็นจังหวะที่เร่าร้อนและต่อเนื่องราวกับจงใจ เสียงครางที่แหบพร่าของหญิงสาวดังชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ คลอไปกับเสียงกระซิบสั่งการที่เย็นชาของคอสโม่
ทุกท่าทาง ทุกสัมผัสที่เขาแสดงออกมาต่อหน้าเธอ เต็มไปด้วยเจตนาอันชั่วร้ายที่จะทำลายความรู้สึกของเอื้องทรายโดยเฉพาะ ใบหน้าของคอสโม่ในยามนั้นดูดิบเถื่อนและกระหายอำนาจ ราวกับกำลังช่วงชิงชัยชนะเหนือเหยื่อที่ถูกตรึงไว้
จนกระทั่งทุกอย่างจบลงหลังผ่านไปหลายต่อหลายยก เสียงครวญครางหยุดลงพร้อมกับเสียงหอบหายใจ เจ้าของใบหน้าดุดันถอนตัวออกมาจากหญิงสาว จากนั้นเขาก็จงใจหยิบถุงยางอนามัยที่ใช้แล้ว โยนมันลงมาใส่ตัวของเอื้องทรายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ด้วยรอยยิ้มเย็นยะเยือกเป็นการปิดฉากการทรมานทางจิตใจในค่ำคืนนั้น
หญิงสาวรู้สึกว่าเลือดในกายเย็นเฉียบ เธอกำหมัดแน่นจนเล็บจิกลงบนฝ่ามือ ความอัปยศ นั้นบาดลึกกว่าคำพูดใด ๆ นี่คือการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีและจิตวิญญาณของเธออย่างไม่มีขีดจำกัด
เอื้องทรายหลับตาลงช้า ๆ เพื่อสกัดกั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา แต่เมื่อเปิดตาขึ้นอีกครั้ง ความหวาดกลัวได้มลายหายไป เหลือเพียงเปลวเพลิงที่กำลังลุกโชนอยู่ในดวงตา ก่อนจะขบคิดในใจอย่างไม่ยอมแพ้
"ก็เอาสิ! ถ้าอยากให้ทรายเล่นเกมนี้ด้วย ทรายก็จะทำให้พี่สนุกจนลืมไม่ลงเลย"
ท่ามกลางความมืดมิดของน่านฟ้าสากล เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวที่ติดอาวุธและระบบพรางตัวดีที่สุดมุ่งหน้าสู่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คอสโม่นั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเอื้องทราย เขาบรรจงทำแผลให้เธอด้วยตัวเองอย่างมือเบาที่สุดเท่าที่มาเฟียอย่างเขาจะทำได้"พี่ขอโทษนะทราย...ที่ปกป้องทรายกับลูกไม่ดีพอ" เสียงของคอสโม่สั่นพร่า เขาจูบลงบนผ้าพันแผลที่ต้นแขนของเธออย่างแสนรัก"ไม่ใช่ความผิดของพี่โม่ค่ะ พวกมันจงใจลอบกัด" เอื้องทรายใช้มืออีกข้างลูบแก้มสามี "ดูสิคะ คอสมอสหลับแล้ว ลูกเก่งมากเลยนะ"คอสมอสที่ร้องไห้จนเพลียหลับสนิทอยู่ในอ้อมแขนของพ่อที่ใช้มืออีกข้างโอบอุ้มไว้ไม่ยอมปล่อย ท่าทางน่าเอ็นดูของเด็กน้อยที่กำนิ้วโป้งของพ่อไว้แน่นทำให้บรรยากาศที่ตึงเครียดผ่อนคลายลง"ที่ดูไบ พี่มีอาณาจักรที่แม้แต่มนตราก็เอื้อมไม่ถึง" เขาเอ่ยด้วยแววตาเป็นประกายเย็นเยือก "ที่นั่นมี 'The Mirage Fortress' เซฟเฮาส์ที่สร้างอยู่ใจกลางทะเลทรายส่วนตัว ระบบรักษาความปลอดภัยที่นั่นใช้ระบบปฏิบัติการระดับเดียวกับที่ใช้ในกองทัพ และบอดี้การ์ดที่นั่นคือหน่วยรบพิเศษที่พี่เลี้ยงไว้เองทั้งหมด"เมื่อเครื่องลงจอดที่สนามบินส่วนตัวในดูไบ ขบวนรถโรลส์-รอยซ์
คอสโม่จ้องมองใบหน้าที่ไร้สติของชายชุดดำในจอมอนิเตอร์ แววตาคมกริบฉายแววอำมหิตขึ้นมาวูบหนึ่ง เขาไม่ได้ตกใจที่ถูกบุกรุก แต่เขากำลังประเมินระดับความกระหายของศัตรู"โปรเจกต์ในตะวันออกกลางงั้นเหรอ" มาเฟียหนุ่มพึมพำลอดไรฟัน "มันไม่ได้ต้องการแค่ขัดขวางธุรกิจหรอกทราย แต่มันต้องการทำลายรากฐานอำนาจใหม่ที่พี่กำลังสร้าง เพื่อบีบให้เราเหลือทางเดินเดียวคือเส้นทางที่มนตราขีดไว้"เอื้องทรายรัวนิ้วลงบนคีย์บอร์ดด้วยความเชี่ยวชาญ ระบบรักษาความปลอดภัยที่เธอวางไว้เริ่มทำงานในโหมดสกัดกั้นและขุดรากถอนโคนทันที"ทรายตั้งระบบล็อกดาวน์ห้องนอนใหญ่และส่งสัญญาณแจ้งตำรวจท้องที่แล้วค่ะ อีกไม่เกิน 5 นาทีพวกมันจะถูกลากตัวไปในฐานะผู้ก่อการร้าย" หญิงสาวหันไปหาคอสโม่ "แต่สิ่งที่น่ากลัวคือ เฟรย่าทำแบบนี้หมายความว่าพวกเขารู้ทุกความเคลื่อนไหวของเราจริงๆ ค่ะพี่โม่"ขณะที่บรรยากาศในห้องทำงานเริ่มตึงเครียดจนแทบไม่มีอากาศหายใจ เสียงหัวเราะสดใสของเด็กน้อยก็ดังขึ้นแทรกกลางรังสีอำมหิต"แอ้! ปะ-ป๊ะ! บูววว!"คอสมอสตัวน้อยที่นั่งอยู่บนพรมหนานุ่มกลางห้องทำงาน โดยมีชาร์มและชิลลี่ คอยประกบซ้ายข
วิกฤตครั้งใหม่ปะทุขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว เมื่อสายรายงานด่วนเข้ามาว่า The Astraea Palace ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงแรมที่คอสโม่เพิ่งเทคโอเว่อร์ไปเมื่อปีก่อนถูกลอบวางเพลิงจนได้รับความเสียหายบางส่วน วินาทีที่ทราบข่าว มาเฟียหนุ่มไม่ได้กังวลเรื่องตัวเงิน แต่เขารู้สึกถึงกลิ่นอายของมนตราที่เริ่มรุกคืบเข้ามาใกล้ตัวมากขึ้น"พี่ต้องไปเวกัสคืนนี้เลยทราย" คอสโม่พูดขณะที่กำลังจัดเตรียมอาวุธและเอกสารสำคัญ สีหน้าของเขาเคร่งขรึมและดุดันจนน่าเกรงขาม"ทรายจะอยู่ดูแลคอสมอสที่นี่เองค่ะ พี่โม่ไม่ต้องห่วง""ไม่ได้ครับ!" คอสโมขัดขึ้นทันที เขาเดินเข้าไปกุมมือภรรยาไว้แน่น "พี่ไม่ไว้ใจให้ทรายกับลูกอยู่ที่นี่ลำพัง ไอ้รามินกับยัยเฟรย่ายังป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้ พี่ไม่มีทางยอมให้พวกมันมีโอกาสเข้าใกล้ทรายตอนที่พี่ไม่อยู่เด็ดขาด"แม้คอสโม่จะมีบอดีการ์ดสาวฝีมือระดับพระกาฬที่เขาไว้วางใจที่สุดคอยอารักขาเอื้องทรายอย
แสงแดดอ่อนยามเช้าลอดผ่านผ้าม่านเนื้อหนาเข้ามาตกกระทบเตียงนอนยับยู่ยี่ สภาพภายในห้องดูเหมือนเพิ่งผ่านสมรภูมิรบมาอย่างหนักหน่วง เสื้อผ้ากระจัดกระจายเกลื่อนพื้น โดยเฉพาะบิกินี่สีนู้ดตัวจิ๋วที่ขาดวิ่นกองอยู่ปลายเตียง เป็นประจักษ์พยานความดิบเถื่อนของค่ำคืนที่ผ่านมาเอื้องทรายนอนคว่ำหน้าหลับสนิทอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนาที่คลุมกายหมิ่นเหม่ เผยให้เห็นลาดไหล่เนียนและแผ่นหลังขาวผ่องที่บัดนี้เต็มไปด้วยรอยตราประทับสีกุหลาบเข้ม เป็นจ้ำๆ กระจายไปทั่ว ตั้งแต่ต้นคอไล่ลงไปถึงเนินอกและบั้นเอว บ่งบอกว่าสามีของเธอตีตราจองซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่เหลือพื้นที่ว่างในขณะที่คนถูกกระทำนอนหมดสภาพ คอสโม่กลับตื่นขึ้นมาด้วยความสดใส ใบหน้าหล่อเหลาดูอิ่มเอิบผิวพรรณเปล่งปลั่ง เขาอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำสีขาว ยืนจิบกาแฟดำร้อนๆ มองดูภรรยาที่นอนหลับปุ๋ยด้วยสายตาเอ็นดูระคนภาคภูมิใจ"หลับลึกขนาดนี้...สงสัยเมื่อคืนพี่จะหนักมือไปหน่อย" เขาพึมพำยิ้มๆ พลางก้มลงไปจูบเ
เมื่อเสียงครางกระเส่าของเอื้องทรายเริ่มแผ่วลงหลังจากพายุอารมณ์ระลอกเมื่อครู่พัดผ่านไป คอสโม่ก็ค่อยๆ ถอนนิ้วทั้งสามออกจากช่องทางรักที่บวมช้ำและขมิบตอดรัดแน่น เสียงน้ำรักที่เสียดสีกันดังจ๊วบเบาๆ บาดอารมณ์คนฟังความว่างเปล่าที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้เอื้องทรายรู้สึกโหวงเหวง เธอปรือตาฉ่ำน้ำขึ้นมองสามี เห็นเขากำลังขยับตัวขึ้นมาคร่อมทับ ร่างกายกำยำเต็มไปด้วยมัดกล้ามที่เกร็งเขม็ง เส้นเลือดปูดโปนตามท่อนแขนและลำคอบ่งบอกถึงความอดกลั้นที่มาถึงขีดสุดเบื้องล่างนั้นคือ ตัวตนที่แข็งขึงและใหญ่โตราวกับท่อนเหล็กร้อนระอุ ผงาดง้ำเตรียมพร้อมรบมานาน มันสั่นระริกและมีน้ำใสเยิ้มปริ่มที่ส่วนปลาย บ่งบอกว่าเขาก็ต้องการปลดปล่อยมากแค่ไหน"เตรียมตัวรับ 'ของจริง' นะครับเมีย...คราวนี้พี่ไม่ยั้งมือแล้วนะ"คอสโม่จับเอวคอดกิ่วของภรรยายึดไว้แน่น เขากดส่วนหัวที่บานใหญ่ถูไถไปตามรอยแยกฉ่ำน้ำ เพื่อชโลมน้ำรักให้
หลังจากปรนเปรอความสุขสมด้วยปลายลิ้นจนเอื้องทรายขาอ่อนพับ คอสโม่ค่อยๆ ยืดตัวขึ้นเต็มความสูง เขาโอบประคองร่างภรรยาที่ยังสั่นเทิ้มให้ยืนพิงอกแกร่งใต้สายน้ำอุ่น สายตาคมกริบเลื่อนลงมาหยุดอยู่ที่ทรวงอกอวบอิ่มคู่สวยที่ตอนนี้ดูขยายใหญ่และตึงคัดอย่างเห็นได้ชัด เพราะห่างหายจากการให้นมลูกชายตัวดีมาหลายชั่วโมง"นมคัดเหรอทราย แดงเถือกเชียว" คอสโม่ถามเสียงทุ้ม พลางใช้นิ้วโป้งเกลี่ยวนรอบฐานปานนมที่แข็งขึง"อื้อ...เจ็บนิดหน่อยค่ะ สงสัยตาหนูไม่ได้ดูดนาน มันเลยตึงๆ" เอื้องทรายนิ่วหน้าเล็กน้อยด้วยความอึดอัด"งั้นเดี๋ยวพ่อช่วย 'ระบาย' ให้นะครับ"คอสโม่ไม่พูดเปล่า เขาก้มหน้าลงไปครอบครองยอดอกสีหวานข้างหนึ่งทันที ริมฝีปากร้อนผ่าวอ้าอมความอวบอิ่มเข้าไปจนเต็มปาก ก่อนจะออกแรงดูดดึงอย่างหนักหน่วงและเป็นจังหวะ ราวกับทารกที่หิวกระหาย แต่ดุดันและเร่าร้อนกว่าหลายเท่า







