Masukหลังมื้ออาหารที่เต็มไปด้วยความเย็นชาและไร้คำพูด คอสโม่พาเอื้องทรายกลับสู่รถลีมูซีนกันกระสุน บรรยากาศภายในรถหนักอึ้งกว่าเดิมหลายเท่า ความโกรธเกรี้ยวที่คุกรุ่นอยู่ในใจของคอสโม่ยังไม่จางหายไปจากการถูกยั่วยุของเซย์เยส
รถมาถึงโรงแรมที่พัก ซึ่งเป็นเพนต์เฮาส์สวีทที่หรูหราที่สุดแห่งหนึ่งในลอสแอนเจลิส การเช็กอินเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและเป็นความลับที่สุดตามคำสั่งของคอสโม่
เมื่อประตูห้องพักเปิดออก เอื้องทรายก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของความมั่งคั่งที่ไม่มีขีดจำกัด ห้องสวีทกว้างขวางถูกตกแต่งด้วยงานศิลปะราคาแพง มีผนังกระจกใสที่มองเห็นแสงไฟระยิบระยับของนครลอสแอนเจลิสได้โดยรอบ พื้นที่หลักประกอบด้วยห้องนั่งเล่นกว้างขวาง ห้องทำงานส่วนตัว และ... ห้องนอนใหญ่
เอื้องทรายเดินตามคอสโม่เข้าไปในห้องนอน เธอใจเต้นรัวเมื่อเห็นว่าภายในห้องนั้นมี เตียงขนาดคิงไซส์เพียงเตียงเดียวถูกจัดวางอยู่กลางห้องอย่างสง่างาม ในขณะที่มุมห้องมีโซฟาผ้าไหมขนาดใหญ่ไว้สำหรับนั่งพักผ่อน
คอสโม่โยนกระเป๋าเอกสารของเขาลงบนโซฟาหนัง และหันมามองเอื้องทรายด้วยสายตาที่เย็นชาและตั้งใจ เขายืนนิ่งอยู่ตรงหน้าเธอ โดยมีแสงไฟจากตึกสูงสะท้อนอยู่บนดวงตาของเขา ส่วนเธอก็ทำได้เพียงลากกระเป๋าเดินทางใบหน้าไปประชิดไว้มุมห้อง ยืนตัวลีบตัวแบนอยู่แบบนั้น
ขณะที่เขาเริ่มแกะเนกไทออกแล้วพาดลงบนเก้าอี้ เหล่สายตาหงุดหงิดมาหาเธอเล็กน้อย
“ก่อนเธอจะอาบน้ำ ช่วยทำหน้าที่คนรับใช้ส่วนตัวให้ฉันก่อนก็แล้วกัน”
“หน้าที่อะไรคะ” เอื้องทรายถามเสียงแผ่ว ใบหน้าของเธอยังคงรักษาระดับความมืออาชีพไว้ได้อย่างน่าทึ่ง แม้ว่าภายในใจจะเริ่มสั่นคลอน
คอสโม่เดินเข้ามาชิดตัวเธออีกก้าว จนเธอต้องถอยหลังไปชนกับปลายเตียง
“หนึ่ง คืนนี้เธอจะนอนที่นี่” เขาชี้นิ้วไปที่เตียง “สอง ตอนนี้ฉันต้องการอาบน้ำ และเธอ... ต้องทำหน้าที่คนรับใช้ส่วนตัว อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด”
“อาบน้ำ” เอื้องทรายทวนคำอย่างไม่เข้าใจ “หมายความว่าอย่างไรคะ”
รอยยิ้มเหยียดหยามปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลาของเขา
“ทำหน้าที่อาบน้ำให้ฉันไงล่ะ” เขากระซิบเสียงต่ำ “ฉันไม่เคยอาบน้ำให้ใคร และไม่เคยมีใครอาบน้ำให้ฉัน แต่ในเมื่อเธอเป็นคนรับใช้ที่พิเศษสุดของฉัน... เธอต้องขัดหลังให้ฉัน ล้างสบู่ให้ฉัน ดูแลความสะอาดของร่างกายฉันทุกซอกทุกมุม”
คำสั่งนั้นเกินขีดจำกัดที่เธอเคยตั้งไว้ทั้งหมด มันไม่ใช่แค่เรื่องงาน แต่มันคือการทำลายศักดิ์ศรีของเธออย่างจงใจ ความสัมพันธ์ในการทำงานทุกอย่างจะต้องมีเส้นแบ่งที่ชัดเจน แต่นี่คือการล่วงล้ำเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวที่สุด
“คุณคอสโม่ นี่มัน... มากเกินไปแล้วค่ะ” เอื้องทรายกล่าวด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมไม่ให้สั่น “ตำแหน่งของดิฉันคือผู้จัดการส่วนตัว ไม่ใช่พนักงานสปา หรือ... หรือสิ่งที่มากกว่านั้น”
เธอเว้นช่วงคำสุดท้ายอย่างจงใจเพื่อแสดงการปฏิเสธในเชิงศีลธรรม
ดวงตาของคอสโม่ลุกวาวด้วยความไม่พอใจอย่างถึงที่สุด ความท้าทายเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้ทำให้เขานึกถึงความทรยศในอดีต
หมับ!
มือที่แข็งแกร่งของคอสโม่คว้าข้อมือเรียวของเอื้องทรายไว้แน่นจนเธอต้องกัดปากเพื่อระงับเสียงร้อง มืออีกข้างของเขาเลื่อนไปที่เอวของเธอ และ กระชากร่างของเธอเข้าหาตัวจนแนบชิด จนเอื้องทรายสัมผัสได้ถึงความร้อนและกลิ่นไวน์จาง ๆ ที่ติดอยู่บนเสื้อสูทของเขา
“จำไว้เอื้องทราย” คอสโม่บีบข้อมือเธอแน่นขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงของเขาเหี้ยมเกรียมและเต็มไปด้วยการข่มขู่ “เธอก็ไม่ต่างจากคนที่ถูกซื้อมาเพื่อชดใช้หนี้ของครอบครัวเธอ ฉันสั่งให้เธอทำอะไร เธอก็ต้องทำ! เธอจะทำ หรือเธอจะลาออกไป ก็เลือกเอา”
“คุณนี่มัน!” เธอกัดฟันเพื่อระงับอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่าน
“เธอคิดว่างานตอนนี้มันหาง่ายนักเหรอ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงดูถูก “เธออยากออกไปข้างนอก แล้วลองดูสิว่าเจ้าพ่อคาสิโนอย่าง เซย์เยส จะรอเธออยู่ตรงไหน คิดให้ดี... อย่าโง่”
คำขู่นั้นไม่ได้มีแค่เรื่องงาน แต่เป็นการขู่เรื่องความปลอดภัยของเธอเองอย่างชัดเจน คอสโม่รู้ว่าเธอกลัวการถูกลากเข้าไปในโลกมืดของมาเฟีย และเขากำลังใช้ความกลัวนั้นเป็นเครื่องมือ
น้ำตาเริ่มเอ่อคลอในดวงตาของเอื้องทราย แต่เธอไม่ยอมให้มันไหลออกมา เธอเงยหน้ามองเขาอย่างท้าทายแม้ร่างกายจะถูกตรึงไว้
“คนใจร้าย” ริมฝีปากอวบอุ่นของเธอสั่นระริก
คอสโม่เห็นสีหน้าที่กำลังทุกข์ใจนั่นจึงยอมคลายฝ่ามือของตนเอง แต่ยังคงรั้งเอวเธอไว้แน่น
“ฉันไม่ได้ให้เธอแก้ผ้าซะหน่อย” เขาเผยความจริงที่ทำลายความเข้าใจของเธอทั้งหมด “ฉันต่างหากที่จะแก้ผ้าต่อหน้าเธอ ฉันต่างหากที่ต้องเปลื้องผ้าให้เธออาบน้ำให้ ขณะที่เธอทำหน้าที่แค่ ขัดตัวบริการให้ฉัน”
ท่ามกลางความมืดมิดของน่านฟ้าสากล เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวที่ติดอาวุธและระบบพรางตัวดีที่สุดมุ่งหน้าสู่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คอสโม่นั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเอื้องทราย เขาบรรจงทำแผลให้เธอด้วยตัวเองอย่างมือเบาที่สุดเท่าที่มาเฟียอย่างเขาจะทำได้"พี่ขอโทษนะทราย...ที่ปกป้องทรายกับลูกไม่ดีพอ" เสียงของคอสโม่สั่นพร่า เขาจูบลงบนผ้าพันแผลที่ต้นแขนของเธออย่างแสนรัก"ไม่ใช่ความผิดของพี่โม่ค่ะ พวกมันจงใจลอบกัด" เอื้องทรายใช้มืออีกข้างลูบแก้มสามี "ดูสิคะ คอสมอสหลับแล้ว ลูกเก่งมากเลยนะ"คอสมอสที่ร้องไห้จนเพลียหลับสนิทอยู่ในอ้อมแขนของพ่อที่ใช้มืออีกข้างโอบอุ้มไว้ไม่ยอมปล่อย ท่าทางน่าเอ็นดูของเด็กน้อยที่กำนิ้วโป้งของพ่อไว้แน่นทำให้บรรยากาศที่ตึงเครียดผ่อนคลายลง"ที่ดูไบ พี่มีอาณาจักรที่แม้แต่มนตราก็เอื้อมไม่ถึง" เขาเอ่ยด้วยแววตาเป็นประกายเย็นเยือก "ที่นั่นมี 'The Mirage Fortress' เซฟเฮาส์ที่สร้างอยู่ใจกลางทะเลทรายส่วนตัว ระบบรักษาความปลอดภัยที่นั่นใช้ระบบปฏิบัติการระดับเดียวกับที่ใช้ในกองทัพ และบอดี้การ์ดที่นั่นคือหน่วยรบพิเศษที่พี่เลี้ยงไว้เองทั้งหมด"เมื่อเครื่องลงจอดที่สนามบินส่วนตัวในดูไบ ขบวนรถโรลส์-รอยซ์
คอสโม่จ้องมองใบหน้าที่ไร้สติของชายชุดดำในจอมอนิเตอร์ แววตาคมกริบฉายแววอำมหิตขึ้นมาวูบหนึ่ง เขาไม่ได้ตกใจที่ถูกบุกรุก แต่เขากำลังประเมินระดับความกระหายของศัตรู"โปรเจกต์ในตะวันออกกลางงั้นเหรอ" มาเฟียหนุ่มพึมพำลอดไรฟัน "มันไม่ได้ต้องการแค่ขัดขวางธุรกิจหรอกทราย แต่มันต้องการทำลายรากฐานอำนาจใหม่ที่พี่กำลังสร้าง เพื่อบีบให้เราเหลือทางเดินเดียวคือเส้นทางที่มนตราขีดไว้"เอื้องทรายรัวนิ้วลงบนคีย์บอร์ดด้วยความเชี่ยวชาญ ระบบรักษาความปลอดภัยที่เธอวางไว้เริ่มทำงานในโหมดสกัดกั้นและขุดรากถอนโคนทันที"ทรายตั้งระบบล็อกดาวน์ห้องนอนใหญ่และส่งสัญญาณแจ้งตำรวจท้องที่แล้วค่ะ อีกไม่เกิน 5 นาทีพวกมันจะถูกลากตัวไปในฐานะผู้ก่อการร้าย" หญิงสาวหันไปหาคอสโม่ "แต่สิ่งที่น่ากลัวคือ เฟรย่าทำแบบนี้หมายความว่าพวกเขารู้ทุกความเคลื่อนไหวของเราจริงๆ ค่ะพี่โม่"ขณะที่บรรยากาศในห้องทำงานเริ่มตึงเครียดจนแทบไม่มีอากาศหายใจ เสียงหัวเราะสดใสของเด็กน้อยก็ดังขึ้นแทรกกลางรังสีอำมหิต"แอ้! ปะ-ป๊ะ! บูววว!"คอสมอสตัวน้อยที่นั่งอยู่บนพรมหนานุ่มกลางห้องทำงาน โดยมีชาร์มและชิลลี่ คอยประกบซ้ายข
วิกฤตครั้งใหม่ปะทุขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว เมื่อสายรายงานด่วนเข้ามาว่า The Astraea Palace ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงแรมที่คอสโม่เพิ่งเทคโอเว่อร์ไปเมื่อปีก่อนถูกลอบวางเพลิงจนได้รับความเสียหายบางส่วน วินาทีที่ทราบข่าว มาเฟียหนุ่มไม่ได้กังวลเรื่องตัวเงิน แต่เขารู้สึกถึงกลิ่นอายของมนตราที่เริ่มรุกคืบเข้ามาใกล้ตัวมากขึ้น"พี่ต้องไปเวกัสคืนนี้เลยทราย" คอสโม่พูดขณะที่กำลังจัดเตรียมอาวุธและเอกสารสำคัญ สีหน้าของเขาเคร่งขรึมและดุดันจนน่าเกรงขาม"ทรายจะอยู่ดูแลคอสมอสที่นี่เองค่ะ พี่โม่ไม่ต้องห่วง""ไม่ได้ครับ!" คอสโมขัดขึ้นทันที เขาเดินเข้าไปกุมมือภรรยาไว้แน่น "พี่ไม่ไว้ใจให้ทรายกับลูกอยู่ที่นี่ลำพัง ไอ้รามินกับยัยเฟรย่ายังป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้ พี่ไม่มีทางยอมให้พวกมันมีโอกาสเข้าใกล้ทรายตอนที่พี่ไม่อยู่เด็ดขาด"แม้คอสโม่จะมีบอดีการ์ดสาวฝีมือระดับพระกาฬที่เขาไว้วางใจที่สุดคอยอารักขาเอื้องทรายอย
แสงแดดอ่อนยามเช้าลอดผ่านผ้าม่านเนื้อหนาเข้ามาตกกระทบเตียงนอนยับยู่ยี่ สภาพภายในห้องดูเหมือนเพิ่งผ่านสมรภูมิรบมาอย่างหนักหน่วง เสื้อผ้ากระจัดกระจายเกลื่อนพื้น โดยเฉพาะบิกินี่สีนู้ดตัวจิ๋วที่ขาดวิ่นกองอยู่ปลายเตียง เป็นประจักษ์พยานความดิบเถื่อนของค่ำคืนที่ผ่านมาเอื้องทรายนอนคว่ำหน้าหลับสนิทอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนาที่คลุมกายหมิ่นเหม่ เผยให้เห็นลาดไหล่เนียนและแผ่นหลังขาวผ่องที่บัดนี้เต็มไปด้วยรอยตราประทับสีกุหลาบเข้ม เป็นจ้ำๆ กระจายไปทั่ว ตั้งแต่ต้นคอไล่ลงไปถึงเนินอกและบั้นเอว บ่งบอกว่าสามีของเธอตีตราจองซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่เหลือพื้นที่ว่างในขณะที่คนถูกกระทำนอนหมดสภาพ คอสโม่กลับตื่นขึ้นมาด้วยความสดใส ใบหน้าหล่อเหลาดูอิ่มเอิบผิวพรรณเปล่งปลั่ง เขาอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำสีขาว ยืนจิบกาแฟดำร้อนๆ มองดูภรรยาที่นอนหลับปุ๋ยด้วยสายตาเอ็นดูระคนภาคภูมิใจ"หลับลึกขนาดนี้...สงสัยเมื่อคืนพี่จะหนักมือไปหน่อย" เขาพึมพำยิ้มๆ พลางก้มลงไปจูบเ
เมื่อเสียงครางกระเส่าของเอื้องทรายเริ่มแผ่วลงหลังจากพายุอารมณ์ระลอกเมื่อครู่พัดผ่านไป คอสโม่ก็ค่อยๆ ถอนนิ้วทั้งสามออกจากช่องทางรักที่บวมช้ำและขมิบตอดรัดแน่น เสียงน้ำรักที่เสียดสีกันดังจ๊วบเบาๆ บาดอารมณ์คนฟังความว่างเปล่าที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้เอื้องทรายรู้สึกโหวงเหวง เธอปรือตาฉ่ำน้ำขึ้นมองสามี เห็นเขากำลังขยับตัวขึ้นมาคร่อมทับ ร่างกายกำยำเต็มไปด้วยมัดกล้ามที่เกร็งเขม็ง เส้นเลือดปูดโปนตามท่อนแขนและลำคอบ่งบอกถึงความอดกลั้นที่มาถึงขีดสุดเบื้องล่างนั้นคือ ตัวตนที่แข็งขึงและใหญ่โตราวกับท่อนเหล็กร้อนระอุ ผงาดง้ำเตรียมพร้อมรบมานาน มันสั่นระริกและมีน้ำใสเยิ้มปริ่มที่ส่วนปลาย บ่งบอกว่าเขาก็ต้องการปลดปล่อยมากแค่ไหน"เตรียมตัวรับ 'ของจริง' นะครับเมีย...คราวนี้พี่ไม่ยั้งมือแล้วนะ"คอสโม่จับเอวคอดกิ่วของภรรยายึดไว้แน่น เขากดส่วนหัวที่บานใหญ่ถูไถไปตามรอยแยกฉ่ำน้ำ เพื่อชโลมน้ำรักให้
หลังจากปรนเปรอความสุขสมด้วยปลายลิ้นจนเอื้องทรายขาอ่อนพับ คอสโม่ค่อยๆ ยืดตัวขึ้นเต็มความสูง เขาโอบประคองร่างภรรยาที่ยังสั่นเทิ้มให้ยืนพิงอกแกร่งใต้สายน้ำอุ่น สายตาคมกริบเลื่อนลงมาหยุดอยู่ที่ทรวงอกอวบอิ่มคู่สวยที่ตอนนี้ดูขยายใหญ่และตึงคัดอย่างเห็นได้ชัด เพราะห่างหายจากการให้นมลูกชายตัวดีมาหลายชั่วโมง"นมคัดเหรอทราย แดงเถือกเชียว" คอสโม่ถามเสียงทุ้ม พลางใช้นิ้วโป้งเกลี่ยวนรอบฐานปานนมที่แข็งขึง"อื้อ...เจ็บนิดหน่อยค่ะ สงสัยตาหนูไม่ได้ดูดนาน มันเลยตึงๆ" เอื้องทรายนิ่วหน้าเล็กน้อยด้วยความอึดอัด"งั้นเดี๋ยวพ่อช่วย 'ระบาย' ให้นะครับ"คอสโม่ไม่พูดเปล่า เขาก้มหน้าลงไปครอบครองยอดอกสีหวานข้างหนึ่งทันที ริมฝีปากร้อนผ่าวอ้าอมความอวบอิ่มเข้าไปจนเต็มปาก ก่อนจะออกแรงดูดดึงอย่างหนักหน่วงและเป็นจังหวะ ราวกับทารกที่หิวกระหาย แต่ดุดันและเร่าร้อนกว่าหลายเท่า







