Masukเอื้องทรายลืมตาตื่นเมื่อรู้สึกถึงแรงสะกิดจากคอสโม่ตามที่เขาสั่ง เธอพักผ่อนได้อย่างเต็มที่สมองปลอดโปร่งขึ้นมาก แต่ความรู้สึกไม่ชอบมาพากลก็ยังคงอยู่ เธอถูกปลุกหนึ่งชั่วโมงก่อนเครื่องลงตามกำหนด แล้วรีบอาบน้ำในห้องพักส่วนตัวอย่างรวดเร็ว จัดชุดเดรสสีเข้มให้เรียบร้อย และแต้มเครื่องสำอางอย่างประณีตเพื่อปกปิดร่องรอยความบอบช้ำบนริมฝีปาก
เมื่อกลับมายังห้องโดยสารหลัก คอสโม่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว เขาสวมชุดสูทสีเทาเข้มเนื้อดี ดูภูมิฐานและน่าเกรงขามกว่าชุดลำลองก่อนหน้า ทรงผมถูกเซตเสยเปิดกรอบหน้าคมสันผิดจากทุกวันที่เขาอยู่กับเธอ
“เสร็จแล้วก็มานี่” เขาออกคำสั่ง “ตารางงานใหม่ถูกส่งเข้าแท็บเล็ตเธอแล้ว ทุกอย่างต้องเป๊ะ ห้ามมีข้อผิดพลาดแม้แต่นิดเดียว”
เอื้องทรายรับคำสั่งอย่างเงียบเชียบ ก่อนที่เครื่องบินจะลงจอดที่ลอสแอนเจลิส
การต้อนรับที่สนามบินเต็มไปด้วยความเคร่งครัด รถลีมูซีนกันกระสุนคันยาวจอดรอรับ พร้อมด้วยรถเอสยูวีอีกสองคันที่บรรทุกบอดี้การ์ดสี่คนในชุดสูทสีดำสนิท ซึ่งเป็นทีมรักษาความปลอดภัยส่วนตัวที่รออยู่ที่แอลเออยู่แล้ว เอื้องทราย นั่งอยู่เบาะหลังข้างคอสโม่ เธอรู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่แค่การเดินทางมาเจรจาธุรกิจธรรมดา
สถานที่นัดหมายคือห้องสวีทส่วนตัวที่ถูกจองไว้บนชั้นสูงสุดของโรงแรมหรูที่โด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งในย่านเบเวอร์ลีฮิลส์
เมื่อชายหนุ่มและหญิงสาวเดินเข้าไปในห้องประชุมขนาดใหญ่ที่ถูกจัดเตรียมไว้ บอดี้การ์ดทั้งสี่คนก็กระจายตัวประจำจุดทันที ราวกับรู้ตำแหน่งของตนเองโดยไม่ต้องมีคำสั่งใด ๆ
ภายในห้องมีผู้ชายสองคนนั่งรออยู่ก่อนแล้ว คนหนึ่งคือทนายความที่ดูสุขุม แต่อีกคนหนึ่ง... คือชายรูปร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีขาวสะอาดตา
เขาคือ อเลฮานโดร เซย์เยส เจ้าพ่อคาสิโนและผู้มีอิทธิพลระดับมาเฟียเชื้อสายละติน บุคลิกของเขาดูน่าเกรงขามด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตรอย่างผิดธรรมชาติ แต่ดวงตาของเขากลับดูเทาหม่นลุ่มลึกและเต็มไปด้วยอันตราย
คอสโม่เลือกที่จะยืนมากกว่านั่ง โดยมีเอื้องทรายยืนอยู่ด้านหลังไหล่ซ้ายของเขาเล็กน้อย เธออยู่ในท่าทีที่สง่างามและเป็นมืออาชีพที่สุด พร้อมที่จะหยิบแฟ้มงานหรือจดบันทึกได้ทันที
การเจรจาเริ่มต้นขึ้นอย่างตึงเครียด มันไม่ใช่แค่การแลกเปลี่ยนตัวเลข แต่เป็นการแลกเปลี่ยนอำนาจและผลประโยชน์มหาศาล
“คุณเอร์นานเดซ ดูเหมือนว่าคุณจะมาพร้อมกับของมีค่าชิ้นใหม่นะครับ” อเลฮานโดร เซย์เยส พูดขึ้นด้วยรอยยิ้มร้ายกาจในระหว่างที่ทนายความกำลังอ่านสัญญา เขาไม่ได้มองไปที่คู่เจรจา แต่ดวงตาคมกริบคู่นั้น จ้องมองตรงมาที่เอื้องทราย
ผู้ติดตามสาวรู้สึกเหมือนถูกอีกฝ่ายถอดเสื้อผ้าออกด้วยสายตาของเขา เซย์เยส จ้องเธอด้วยความชื่นชมอย่างเปิดเผย ซึ่งแตกต่างจากสายตาของคอสโม่ที่เต็มไปด้วยความรังเกียจ
“ผมไม่เคยเห็นผู้ช่วยคนไหนของคุณที่น่าดึงดูดใจขนาดนี้มาก่อนเลย” อเลฮานโดรพูดต่อ เขาใช้ภาษาอังกฤษแต่เน้นสำเนียงละตินที่หนักแน่น “คุณผู้หญิง...คุณควรจะอยู่บนหน้าปกนิตยสาร ไม่ใช่มายืนเป็นเงาให้ชายที่เย็นชาอย่างมิสเตอร์เอร์นานเดซ”
เอื้องทรายยืนนิ่ง สีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง เธอรู้ว่านี่คือการลองเชิงและหยั่งเชิงอำนาจระหว่างสองมาเฟีย ซึ่งบัดนี้เธอได้กลายเป็นเครื่องมือในการยั่วยุ
คอสโม่ไม่ได้หันมามองเธอแม้แต่น้อย แต่เสียงของเขาเย็นเยียบจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง
“เธอไม่ใช่ 'ของมีค่า' หรอกครับคุณเซย์เยส” คอสโม่พูดเน้นย้ำทุกคำ “เธอคือ คนรับใช้ที่ผมจ้างมาเพื่อทำงานที่น่าเบื่อหน่าย และเธอมีราคาแพงเกินกว่าที่คนอย่างคุณจะสนใจ”
อีกฝ่ายหัวเราะเสียงดัง ก่อนจะพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีสบาย ๆ
“ผมชอบความท้าทายนะครับคอสโม่... โดยเฉพาะสิ่งที่ถูกแปะป้ายว่า ‘น่าเบื่อหน่าย’ แต่ภายใต้ป้ายนั้นซ่อนเพชรเม็ดงามเอาไว้”
เขาไม่ละสายตาไปจากเอื้องทรายแม้แต่วินาทีเดียว มันชัดเจนแล้วว่า อเลฮานโดร เซย์เยสได หมายตาผู้หญิงข้างกายของคอสโม่ตั้งแต่แรกเห็น และเกมการแก้แค้นระหว่างคอสโม่กับเอื้องทราย กำลังจะถูกแทรกแซงด้วยเกมอำนาจที่อันตรายและเร่าร้อนกว่ามาก
เอื้องทรายรู้สึกว่าแขนของคอสโม่ที่อยู่ใกล้เธอ ตึงเครียดขึ้นอย่างรุนแรง ถึงแม้เขาจะยังคงใบหน้านิ่งเฉย แต่เธอก็สัมผัสได้ถึงพลังงานแห่งความเดือดดาลที่ปะทุออกมาจากตัวเขา
คอสโม่ไม่พอใจ...ไม่พอใจที่ ‘สิ่งของ’ ของเขาถูกคนอื่นหมายปอง
“เงื่อนไขชัดเจนนะครับ คุณเซย์เยส เซ็นหรือยกเลิก” คอสโม่พูดด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดก่อนจะปิดแฟ้มลงอย่างไม่รีรอ ความเด็ดขาดของเขาทำให้การเจรจาจบลงอย่างรวดเร็ว อเลฮานโดร เซย์เยส หัวเราะในลำคออีกครั้ง ก่อนจะเซ็นสัญญาด้วยลายเซ็นที่หวัดแต่ดูทรงพลัง เขาหันมาสบตาเอื้องทรายเป็นครั้งสุดท้ายด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยคำสัญญาบางอย่าง ก่อนจะลุกขึ้นและเดินออกจากห้องไปพร้อมทนายความ
เมื่อประตูห้องปิดลง มาเฟียหนุ่มก็คว้ากระเป๋าเอกสารของตัวเองทันที เขาไม่พูดอะไรกับเอื้องทราย แต่หันไปออกคำสั่งกับหัวหน้าบอดี้การ์ดด้วยเสียงต่ำ
“ไปร้านอาหารที่จัดเตรียมไว้”
รถยนต์เคลื่อนตัวไปเพียงไม่กี่ช่วงตึกก็จอดที่ร้านอาหารหรูหราที่ดูสงบและมีความเป็นส่วนตัวสูง มันเป็นร้านที่แม้แต่ชาวแอลเอเองก็รู้ว่าจองยาก และแน่นอนว่าคืนนี้มีลูกค้าเพียงไม่กี่โต๊ะเท่านั้น
เมื่อพวกเขาเข้าไปภายในร้าน คอสโม่จึงสั่งให้เอื้องทรายยืนรอข้าง ๆ ก่อนจะหันไปสั่งบอดี้การ์ดสี่คนที่เดินตามมาติด ๆ
“พวกนายลงไปรอข้างล่าง” เขาสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ฉันต้องการความเป็นส่วนตัว หากเธอหนีไปจากสายตาฉันได้แม้แต่วินาทีเดียว... ฉันจะจัดการกับพวกนายเอง”
เอื้องทรายรู้สึกถึงความสับสนปนเปอยู่กับความหวาดระแวง การที่เขาเลือกที่จะนั่งกินข้าวในที่เปิดเผย แต่กลับสั่งให้บอดี้การ์ดไปรอข้างล่าง นั่นหมายความว่า เขาไว้ใจอำนาจของตัวเองมากกว่าปืนของลูกน้อง ที่จะสามารถควบคุมเธอได้ในระยะประชิด
พวกเขานั่งลงที่โต๊ะมุมส่วนตัว คอสโม่ยังคงไม่สบตาเธอ เขาพูดกับบริกรด้วยภาษาที่เย็นชา สั่งไวน์ราคาแพง และอาหารสองจานโดยไม่ถามความเห็นของเธอแม้แต่น้อย
ในระหว่างมื้ออาหาร เธอจึงได้แต่จ้องมองเขาอย่างเงียบงัน กรามของเขายังคงเกร็งแน่น แม้ว่าการเจรจาจะสำเร็จไปแล้วก็ตาม อารมณ์ของเขาไม่ได้มาจากความเครียดเรื่องงาน แต่มาจากความหงุดหงิดที่ถูกยั่วยุโดยอเลฮานโดร เซย์เยส
ทำไมเขาถึงดูโกรธขนาดนี้ เอื้องทรายคิดในใจ เขายังเรียกเธอว่า 'คนรับใช้' และลดค่าเธอลงต่อหน้าทุกคน แต่เมื่อคนอื่นอยากได้ 'สิ่งของ' ที่เขาทิ้งแล้ว เขากลับโมโหจนตัวสั่น
ความรู้สึกเป็นเจ้าของที่รุนแรงและบิดเบี้ยวของคอสโม่ทำให้เธอรู้สึกเย็นยะเยือกมากกว่าคำขู่ของเขาเสียอีก
เธอตระหนักว่าเธอถูกขังอยู่ในกรงที่มองไม่เห็น ระหว่างความรังเกียจที่ต้องการทรมานเธอของคอสโม่ กับความปรารถนาที่อันตรายของอเลฮานโดร เรเยส ซึ่งทั้งสองฝ่ายต่างก็มองเธอเป็นแค่เครื่องมือที่ใช้ในการเล่นเกมอำนาจของพวกเขา
ทางเลือกเดียวของเธอก็คือ... การเล่นบทบาทนี้ให้ดีที่สุด เพื่อให้ได้อิสรภาพของตัวเองกลับคืนมา
แสงแฟลชวูบวาบและเสียงดนตรีบีทหนักหน่วงดังกึกก้องไปทั่วฮอลล์จัดแสดงงาน Milan Fashion & High Jewelry Week" ที่มาจัดรอบพรีเมียร์ในนิวยอร์กที่นั่งฟรอนต์โรว์ฝั่งซ้าย เลดี้ลูซี่ ในชุดเดรสเกาะอกสีดำกำมะหยี่เรียบหรู นั่งไขว่ห้างอย่างสง่างาม ในฐานะดีไซเนอร์กิตติมศักดิ์ที่ออกแบบเครื่องประดับคอลเลกชันไฮไลต์ของงาน เธอมาเพียงลำพัง แผ่รังสีความเย็นชาและสูงศักดิ์จนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้แต่ทว่าสิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ไม่ใช่สปอตไลต์ที่สาดส่อง แต่เป็นสายตาของผู้ชายที่นั่งอยู่ฟรอนต์โรว์ฝั่งตรงข้ามต่างหากคอสมอส เอร์นานเดซ นั่งเอนหลังพิงเก้าอี้ด้วยท่วงท่าของราชสีห์ผู้กุมอำนาจ เขาสวมสูทสีเข้มปลดกระดุมคอเสื้อดูดุดันอันตราย ข้างกายเขามี ไดร่า ฟลอยด์ นั่งควงแขนและซบไหล่อย่างแนบชิดตามประสาตัวเต็งคุณนายมาเฟียตั้งแต่เริ่มงาน คอสมอสแทบไม่ปรายตาดูนางแบบบนรันเวย์เลย นัยน์ตาสองเฉดสีคู่นั้นจดจ้องข้ามฟลอร์มาที่ลูซี่อย่างจาบจ้วง ดุดันและเรียกร้อง สายตาของเขาเหมือนมีอุณหภูมิร้อนจัด ทะลุทะลวงกำแพงน้ำแข็งที่เธอสร้างไว้จนมันเริ่มหลอมละลาย‘ทำไมเขาต้องมองเธอแบบนั้น...และทำไมต้องควงผู้หญิงคนนั้นมาเย้ยกัน
เวลา 4 ปีสำหรับบางคนอาจเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ แต่สำหรับคอสมอสและลูซี่มันคือช่วงเวลาแห่งการเติบโตที่อาบไล้ไปด้วยความเจ็บปวดและการเปลี่ยนแปลงที่พลิกผันชีวิตของพวกเขาทั้งคู่ไปตลอดกาลจดหมายเปื้อนเลือดฉบับนั้นกลายเป็นกำแพงน้ำแข็งที่มองไม่เห็น ลูซี่ตัดขาดการติดต่อทุกช่องทาง หายไปจากชีวิตของคอสมอสราวกับไม่เคยมีตัวตน ทิ้งให้เด็กหนุ่มที่ตั้งตารอคอยการกลับมาของเธอ ต้องจมอยู่กับคำถามที่ไม่มีวันได้รับคำตอบจนกระทั่งกาลเวลาพัดพาพวกเขาก้าวเข้าสู่วัย 22 ปีเต็ม วัยผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์แบบ แข็งแกร่ง และยืนตระหง่านอยู่บนจุดสูงสุดในวงการของตนเอง***************ณ นครมิลาน ประเทศอิตาลี ศูนย์กลางแฟชั่นและศิลปะของโลกภายในงานกาล่าเปิดตัวเครื่องประดับคอลเลกชันฤดูหนาวที่หรูหราที่สุด สปอตไลต์ทุกดวงจับจ้องไปที่หญิงสาวร่างระหงในชุดราตรีสีดำเรียบหรูที่ขับเน้นผิวขาวจัดของเธอให้โดดเด่น เธอสวมสร้อยคอเพชรทรงหยดน้ำที่งดงามราวกับงานประติมากรรมชิ้นเอกเธอคือ "เลดี้ลูซี่ แห่งราชรัฐเมอร์เวล"ลูซี่ในวัย 22 ปี ไม่ใช่เด็กหญิงขี้แยที่เอาแต่ร้องไห้โทษตัวเองอีกต่อไป เธอเพิ่งคว้าเกียรตินิยมอันดับหนึ่งด้านการออกแบบเครื่องประดับ จา
แม้ตัวจะห่างไกล แต่หัวใจของ คอสมอส ไม่เคยยอมแพ้ หลังจากแผลที่หลังหายดี เขาเริ่มปฏิบัติการง้อเลดี้ขี้กลัว ด้วยอาวุธที่คลาสสิกที่สุดจดหมายจดหมายฉบับแรกจากคอสมอส คือ กระดาษสมุดฉีก ลายมือโย้เย้ มีรอยลบเยอะมาก"ถึง ยัยเลดี้ขี้แยฉันหายเจ็บแล้วนะ! แผลเป็นเท่มาก เหมือนรอยสักมังกรเลย พ่อบอกว่าลูกผู้ชายต้องมีแผลเป็นถึงจะหล่อ เธอไม่ต้องร้องไห้แล้วนะป.ล. วาดรูปมาให้ดู ฉันวาดรูปเธอตอนตกสไลเดอร์ด้วย ตลกชะมัด ฮ่าๆๆ"(แนบรูปวาดสีเทียน: เด็กผู้หญิงใส่กระโปรงบาน กลิ้งหลุนๆ เป็นก้อนกลมๆ)จดหมายตอบกลับจากลูซี่ (กระดาษเขียนจดหมายกลิ่นกุหลาบ ลายมือบรรจง)"ถึง นายองครักษ์หน้ามึนใครขี้แยยะ! ฉันแค่ฝุ่นเข้าตาต่างหาก! แล้วรูปวาดนั่นมันอะไร ฉันสวยกว่านั้นตั้งเยอะ!ฉันส่งช็อกโกแลตจากเมอร์เวลไปให้ กินให้อ้วนไปเลยนะ จะได้กลิ้งแทนเดิน!"ช่วงอายุสิบสองปีคอสมอสเลือกส่งพัสดุไปแทน เป็นกล่องพัสดุขนาดกลาง ภายในมีรูปถ่ายโพลารอยด์หลายใบรูปแรกของคอสมอสในวัยสิบสองเริ่มสูงและหล่อเข้ม ยืนเก๊กท่าคู่กับ โซล่าร์และสกาย ที่โตเป็นหนุ่มสาวน้อยหน้าตาดี ที่ทะเลภูเก็ตในเมืองไทย รูปที่สองคือภาพต้มยำกุ้งหม้อไฟฟือดๆ และรูปสุดท้ายภาพคอ
หนึ่งเดือนผ่านไปบาดแผลทางกายของคอสมอสเริ่มสมานตัวจนเกือบหายดี เหลือทิ้งไว้เพียงรอยแผลเป็นแนวยาวกลางแผ่นหลัง ที่จะเป็นเครื่องเตือนใจถึงวีรกรรมความกล้าหาญไปตลอดชีวิตแต่บาดแผลทางใจของเด็กชายวัย 5 ขวบ กลับดูเหมือนจะหายช้ากว่านั้นมาก...ณ คฤหาสน์เอร์นานเดซ บรรยากาศที่เคยสดใสกลับดูเงียบเหงาลงถนัดตา แม้จะมีเสียงเจี๊ยวจ๊าวของ สเตลล่า และน้องแฝด โซล่าร์-สกาย คอยสร้างสีสัน แต่สำหรับคอสมอส โลกของเขาเหมือนขาดสีชมพูบานเย็นที่คุ้นเคยไปเด็กชายนั่งมองตุ๊กตากระต่ายเน่าตัวเก่าๆ ที่ลูซี่ลืมทิ้งไว้ในสวนวันนั้น เขากอดมันไว้แน่น นั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างห้องนอน"ยัยเลดี้... ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้างนะ จะมีใครคอยรับตอนตกสไลเดอร์ไหม"*****************ณ ปราสาทหินเก่าแก่ท่ามกลางหุบเขาและสายหมอกของราชรัฐเมอร์เวลเลดี้ลูซี่ ในวัย 5 ขวบ นั่งกอดเข่าอยู่ริมหน้าต่างบานใหญ่ มองสายฝนที่ตกลงมาอย่างไม่ขาดสาย อากาศที่นี่หนาวเย็นจับใจ ต่างจากแสงแดดอุ่นๆ ที่ลาสเวกัสลิบลับเธอกลับมาเป็นเลดี้ผู้เพียบพร้อมอีกครั้ง สวมชุดกระโปรงลูกไม้สวยงาม เรียนมารยาท เรียนดนตรี แต่แววตาที่เคยเป็นประกายมั่นใจกลับหม่นหมองลงทุกครั้งที่หลับ
ครั้นงานเลี้ยงจบลงด้วยความชื่นมื่นในขณะที่ ท่านดยุกเฟรเดอริกและคอสโม่กำลังยืนส่งแขกอยู่ที่โถงด้านหน้า ลูซี่แอบเดินเลี่ยงออกมาที่สวนกุหลาบด้านข้างคฤหาสน์เพื่อตามหาตุ๊กตากระต่ายที่เธอเผลอลืมทิ้งไว้ตอนวิ่งเล่นเมื่อเย็น"นี่ยัยตัวเล็ก! เดินไปไหนคนเดียว มืดแล้วนะ!" คอสมอสที่ตาไวเสมอ รีบวิ่งตามมาทันที "เดี๋ยวผีหลอกนะเว้ย""ฉันลืมตุ๊กตา! แล้วฉันก็ไม่ใช่ตัวเล็ก! ฉันเป็นเลดี้!" ลูซี่หันมาเถียง "นายไม่ต้องตามมาเลยนะองครักษ์เก๊!"ทว่าความเงียบสงัดของสวนกุหลาบถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มชายฉกรรจ์ชุดดำ 4 คนที่โผล่ออกมาจากพุ่มไม้!"เจอตัวแล้ว... นังเด็กเลือดผสม""กรี๊ดดด! ปล่อยนะ! Help me!" ลูซี่ถูกชายคนหนึ่งใช้ผ้าปิดปากและรวบตัวอุ้มขึ้นพาดบ่าอย่างรวดเร็ว"เฮ้ย! ปล่อยลูซี่นะ!" คอสมอสตะโกนลั่น แทนที่จะวิ่งหนีไปตามคนช่วย สัญชาตญาณความบ้าบิ่นสั่งให้เขากระโดดงับแขนชายคนที่อุ้มลูซี่เต็มแรง"โอ๊ย! ไอ้เด็กบ้า!" คนร้ายสะบัดแขนจนคอสมอสกระเด็น แต่เจ้าเสือน้อยไม่ยอมแพ้ เขาวิ่งตามไปเกาะขารถตู้สีดำที่กำลังจะแล่นออกไป ก่อนจะถูกคนร้ายอีกคนกระชากคอเสื้อแล้วโยนเข้าไปในรถด้วยกัน"เอาไปทั้งคู่เลย! ไว้เป็นต
สองสัปดาห์หลังจาก สเตลล่า หายป่วยจากโรคหัดกุหลาบจนผิวกลับมาเนียนใสเหมือนเดิม คฤหาสน์เอร์นานเดซและโรงแรม The Astraea Palace ก็กลับมาคึกคักอีกครั้ง เพื่อต้อนรับงานเลี้ยงสุดยิ่งใหญ่แห่งปี"The Grand Alliance Gala: Hernandez X Merveille"งานฉลองการร่วมทุนธุรกิจระหว่าง เครือเอร์นานเดซ เจ้าพ่ออสังหาฯ และโรงแรมกับ ราชรัฐเมอร์เวล เจ้าแห่งเหมืองเพชรและอัญมณีของท่านดยุกเฟรเดอริกและดัชเชสคาเทอริน่าห้องบอลรูมถูกเนรมิตให้กลายเป็นสวนกุหลาบขาวสไตล์อังกฤษ ประดับด้วยคริสตัลระยิบระยับ แขกเหรื่อระดับ VVIP ทั่วฟ้าเมืองไทยและเซเลบจากต่างประเทศต่างตบเท้าเข้าร่วมงานอย่างคับคั่งไฟในฮอลล์หรี่ลง สปอร์ตไลท์ส่องไปที่บันไดวนขนาดใหญ่คอสโม่เดินลงมาอย่างสง่างามในชุดทักซิโด้สีดำกำมะหยี่ ขนาบข้างด้วยเอื้องทรายในชุดราตรียาวสีน้ำเงินเข้มปักเลื่อมระยิบระยับราวกับท้องฟ้ายามค่ำคืน สวมชุดเครื่องเพชรชุดใหญ่ที่ส่งประกายเจิดจรัสตามมาด้วย ท่านดยุกเฟรเดอริก ในชุดสูทหางยาวเต็มยศประดับสายสะพายและดัชเชสคาเทอริน่า ในชุดราตรีสีทองอร่าม"ขอต้อนรับทุกท่านสู่ค่ำคืนแห่งมิตรภาพ..." คอสโม่กล่าวเปิดงานด้วยน้ำเสียงทรงพลัง "การร่วมมือครั้







