Masukเอื้องทรายลืมตาตื่นเมื่อรู้สึกถึงแรงสะกิดจากคอสโม่ตามที่เขาสั่ง เธอพักผ่อนได้อย่างเต็มที่สมองปลอดโปร่งขึ้นมาก แต่ความรู้สึกไม่ชอบมาพากลก็ยังคงอยู่ เธอถูกปลุกหนึ่งชั่วโมงก่อนเครื่องลงตามกำหนด แล้วรีบอาบน้ำในห้องพักส่วนตัวอย่างรวดเร็ว จัดชุดเดรสสีเข้มให้เรียบร้อย และแต้มเครื่องสำอางอย่างประณีตเพื่อปกปิดร่องรอยความบอบช้ำบนริมฝีปาก
เมื่อกลับมายังห้องโดยสารหลัก คอสโม่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว เขาสวมชุดสูทสีเทาเข้มเนื้อดี ดูภูมิฐานและน่าเกรงขามกว่าชุดลำลองก่อนหน้า ทรงผมถูกเซตเสยเปิดกรอบหน้าคมสันผิดจากทุกวันที่เขาอยู่กับเธอ
“เสร็จแล้วก็มานี่” เขาออกคำสั่ง “ตารางงานใหม่ถูกส่งเข้าแท็บเล็ตเธอแล้ว ทุกอย่างต้องเป๊ะ ห้ามมีข้อผิดพลาดแม้แต่นิดเดียว”
เอื้องทรายรับคำสั่งอย่างเงียบเชียบ ก่อนที่เครื่องบินจะลงจอดที่ลอสแอนเจลิส
การต้อนรับที่สนามบินเต็มไปด้วยความเคร่งครัด รถลีมูซีนกันกระสุนคันยาวจอดรอรับ พร้อมด้วยรถเอสยูวีอีกสองคันที่บรรทุกบอดี้การ์ดสี่คนในชุดสูทสีดำสนิท ซึ่งเป็นทีมรักษาความปลอดภัยส่วนตัวที่รออยู่ที่แอลเออยู่แล้ว เอื้องทราย นั่งอยู่เบาะหลังข้างคอสโม่ เธอรู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่แค่การเดินทางมาเจรจาธุรกิจธรรมดา
สถานที่นัดหมายคือห้องสวีทส่วนตัวที่ถูกจองไว้บนชั้นสูงสุดของโรงแรมหรูที่โด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งในย่านเบเวอร์ลีฮิลส์
เมื่อชายหนุ่มและหญิงสาวเดินเข้าไปในห้องประชุมขนาดใหญ่ที่ถูกจัดเตรียมไว้ บอดี้การ์ดทั้งสี่คนก็กระจายตัวประจำจุดทันที ราวกับรู้ตำแหน่งของตนเองโดยไม่ต้องมีคำสั่งใด ๆ
ภายในห้องมีผู้ชายสองคนนั่งรออยู่ก่อนแล้ว คนหนึ่งคือทนายความที่ดูสุขุม แต่อีกคนหนึ่ง... คือชายรูปร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีขาวสะอาดตา
เขาคือ อเลฮานโดร เซย์เยส เจ้าพ่อคาสิโนและผู้มีอิทธิพลระดับมาเฟียเชื้อสายละติน บุคลิกของเขาดูน่าเกรงขามด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตรอย่างผิดธรรมชาติ แต่ดวงตาของเขากลับดูเทาหม่นลุ่มลึกและเต็มไปด้วยอันตราย
คอสโม่เลือกที่จะยืนมากกว่านั่ง โดยมีเอื้องทรายยืนอยู่ด้านหลังไหล่ซ้ายของเขาเล็กน้อย เธออยู่ในท่าทีที่สง่างามและเป็นมืออาชีพที่สุด พร้อมที่จะหยิบแฟ้มงานหรือจดบันทึกได้ทันที
การเจรจาเริ่มต้นขึ้นอย่างตึงเครียด มันไม่ใช่แค่การแลกเปลี่ยนตัวเลข แต่เป็นการแลกเปลี่ยนอำนาจและผลประโยชน์มหาศาล
“คุณเอร์นานเดซ ดูเหมือนว่าคุณจะมาพร้อมกับของมีค่าชิ้นใหม่นะครับ” อเลฮานโดร เซย์เยส พูดขึ้นด้วยรอยยิ้มร้ายกาจในระหว่างที่ทนายความกำลังอ่านสัญญา เขาไม่ได้มองไปที่คู่เจรจา แต่ดวงตาคมกริบคู่นั้น จ้องมองตรงมาที่เอื้องทราย
ผู้ติดตามสาวรู้สึกเหมือนถูกอีกฝ่ายถอดเสื้อผ้าออกด้วยสายตาของเขา เซย์เยส จ้องเธอด้วยความชื่นชมอย่างเปิดเผย ซึ่งแตกต่างจากสายตาของคอสโม่ที่เต็มไปด้วยความรังเกียจ
“ผมไม่เคยเห็นผู้ช่วยคนไหนของคุณที่น่าดึงดูดใจขนาดนี้มาก่อนเลย” อเลฮานโดรพูดต่อ เขาใช้ภาษาอังกฤษแต่เน้นสำเนียงละตินที่หนักแน่น “คุณผู้หญิง...คุณควรจะอยู่บนหน้าปกนิตยสาร ไม่ใช่มายืนเป็นเงาให้ชายที่เย็นชาอย่างมิสเตอร์เอร์นานเดซ”
เอื้องทรายยืนนิ่ง สีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง เธอรู้ว่านี่คือการลองเชิงและหยั่งเชิงอำนาจระหว่างสองมาเฟีย ซึ่งบัดนี้เธอได้กลายเป็นเครื่องมือในการยั่วยุ
คอสโม่ไม่ได้หันมามองเธอแม้แต่น้อย แต่เสียงของเขาเย็นเยียบจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง
“เธอไม่ใช่ 'ของมีค่า' หรอกครับคุณเซย์เยส” คอสโม่พูดเน้นย้ำทุกคำ “เธอคือ คนรับใช้ที่ผมจ้างมาเพื่อทำงานที่น่าเบื่อหน่าย และเธอมีราคาแพงเกินกว่าที่คนอย่างคุณจะสนใจ”
อีกฝ่ายหัวเราะเสียงดัง ก่อนจะพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีสบาย ๆ
“ผมชอบความท้าทายนะครับคอสโม่... โดยเฉพาะสิ่งที่ถูกแปะป้ายว่า ‘น่าเบื่อหน่าย’ แต่ภายใต้ป้ายนั้นซ่อนเพชรเม็ดงามเอาไว้”
เขาไม่ละสายตาไปจากเอื้องทรายแม้แต่วินาทีเดียว มันชัดเจนแล้วว่า อเลฮานโดร เซย์เยสได หมายตาผู้หญิงข้างกายของคอสโม่ตั้งแต่แรกเห็น และเกมการแก้แค้นระหว่างคอสโม่กับเอื้องทราย กำลังจะถูกแทรกแซงด้วยเกมอำนาจที่อันตรายและเร่าร้อนกว่ามาก
เอื้องทรายรู้สึกว่าแขนของคอสโม่ที่อยู่ใกล้เธอ ตึงเครียดขึ้นอย่างรุนแรง ถึงแม้เขาจะยังคงใบหน้านิ่งเฉย แต่เธอก็สัมผัสได้ถึงพลังงานแห่งความเดือดดาลที่ปะทุออกมาจากตัวเขา
คอสโม่ไม่พอใจ...ไม่พอใจที่ ‘สิ่งของ’ ของเขาถูกคนอื่นหมายปอง
“เงื่อนไขชัดเจนนะครับ คุณเซย์เยส เซ็นหรือยกเลิก” คอสโม่พูดด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดก่อนจะปิดแฟ้มลงอย่างไม่รีรอ ความเด็ดขาดของเขาทำให้การเจรจาจบลงอย่างรวดเร็ว อเลฮานโดร เซย์เยส หัวเราะในลำคออีกครั้ง ก่อนจะเซ็นสัญญาด้วยลายเซ็นที่หวัดแต่ดูทรงพลัง เขาหันมาสบตาเอื้องทรายเป็นครั้งสุดท้ายด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยคำสัญญาบางอย่าง ก่อนจะลุกขึ้นและเดินออกจากห้องไปพร้อมทนายความ
เมื่อประตูห้องปิดลง มาเฟียหนุ่มก็คว้ากระเป๋าเอกสารของตัวเองทันที เขาไม่พูดอะไรกับเอื้องทราย แต่หันไปออกคำสั่งกับหัวหน้าบอดี้การ์ดด้วยเสียงต่ำ
“ไปร้านอาหารที่จัดเตรียมไว้”
รถยนต์เคลื่อนตัวไปเพียงไม่กี่ช่วงตึกก็จอดที่ร้านอาหารหรูหราที่ดูสงบและมีความเป็นส่วนตัวสูง มันเป็นร้านที่แม้แต่ชาวแอลเอเองก็รู้ว่าจองยาก และแน่นอนว่าคืนนี้มีลูกค้าเพียงไม่กี่โต๊ะเท่านั้น
เมื่อพวกเขาเข้าไปภายในร้าน คอสโม่จึงสั่งให้เอื้องทรายยืนรอข้าง ๆ ก่อนจะหันไปสั่งบอดี้การ์ดสี่คนที่เดินตามมาติด ๆ
“พวกนายลงไปรอข้างล่าง” เขาสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ฉันต้องการความเป็นส่วนตัว หากเธอหนีไปจากสายตาฉันได้แม้แต่วินาทีเดียว... ฉันจะจัดการกับพวกนายเอง”
เอื้องทรายรู้สึกถึงความสับสนปนเปอยู่กับความหวาดระแวง การที่เขาเลือกที่จะนั่งกินข้าวในที่เปิดเผย แต่กลับสั่งให้บอดี้การ์ดไปรอข้างล่าง นั่นหมายความว่า เขาไว้ใจอำนาจของตัวเองมากกว่าปืนของลูกน้อง ที่จะสามารถควบคุมเธอได้ในระยะประชิด
พวกเขานั่งลงที่โต๊ะมุมส่วนตัว คอสโม่ยังคงไม่สบตาเธอ เขาพูดกับบริกรด้วยภาษาที่เย็นชา สั่งไวน์ราคาแพง และอาหารสองจานโดยไม่ถามความเห็นของเธอแม้แต่น้อย
ในระหว่างมื้ออาหาร เธอจึงได้แต่จ้องมองเขาอย่างเงียบงัน กรามของเขายังคงเกร็งแน่น แม้ว่าการเจรจาจะสำเร็จไปแล้วก็ตาม อารมณ์ของเขาไม่ได้มาจากความเครียดเรื่องงาน แต่มาจากความหงุดหงิดที่ถูกยั่วยุโดยอเลฮานโดร เซย์เยส
ทำไมเขาถึงดูโกรธขนาดนี้ เอื้องทรายคิดในใจ เขายังเรียกเธอว่า 'คนรับใช้' และลดค่าเธอลงต่อหน้าทุกคน แต่เมื่อคนอื่นอยากได้ 'สิ่งของ' ที่เขาทิ้งแล้ว เขากลับโมโหจนตัวสั่น
ความรู้สึกเป็นเจ้าของที่รุนแรงและบิดเบี้ยวของคอสโม่ทำให้เธอรู้สึกเย็นยะเยือกมากกว่าคำขู่ของเขาเสียอีก
เธอตระหนักว่าเธอถูกขังอยู่ในกรงที่มองไม่เห็น ระหว่างความรังเกียจที่ต้องการทรมานเธอของคอสโม่ กับความปรารถนาที่อันตรายของอเลฮานโดร เรเยส ซึ่งทั้งสองฝ่ายต่างก็มองเธอเป็นแค่เครื่องมือที่ใช้ในการเล่นเกมอำนาจของพวกเขา
ทางเลือกเดียวของเธอก็คือ... การเล่นบทบาทนี้ให้ดีที่สุด เพื่อให้ได้อิสรภาพของตัวเองกลับคืนมา
ท่ามกลางความมืดมิดของน่านฟ้าสากล เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวที่ติดอาวุธและระบบพรางตัวดีที่สุดมุ่งหน้าสู่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คอสโม่นั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเอื้องทราย เขาบรรจงทำแผลให้เธอด้วยตัวเองอย่างมือเบาที่สุดเท่าที่มาเฟียอย่างเขาจะทำได้"พี่ขอโทษนะทราย...ที่ปกป้องทรายกับลูกไม่ดีพอ" เสียงของคอสโม่สั่นพร่า เขาจูบลงบนผ้าพันแผลที่ต้นแขนของเธออย่างแสนรัก"ไม่ใช่ความผิดของพี่โม่ค่ะ พวกมันจงใจลอบกัด" เอื้องทรายใช้มืออีกข้างลูบแก้มสามี "ดูสิคะ คอสมอสหลับแล้ว ลูกเก่งมากเลยนะ"คอสมอสที่ร้องไห้จนเพลียหลับสนิทอยู่ในอ้อมแขนของพ่อที่ใช้มืออีกข้างโอบอุ้มไว้ไม่ยอมปล่อย ท่าทางน่าเอ็นดูของเด็กน้อยที่กำนิ้วโป้งของพ่อไว้แน่นทำให้บรรยากาศที่ตึงเครียดผ่อนคลายลง"ที่ดูไบ พี่มีอาณาจักรที่แม้แต่มนตราก็เอื้อมไม่ถึง" เขาเอ่ยด้วยแววตาเป็นประกายเย็นเยือก "ที่นั่นมี 'The Mirage Fortress' เซฟเฮาส์ที่สร้างอยู่ใจกลางทะเลทรายส่วนตัว ระบบรักษาความปลอดภัยที่นั่นใช้ระบบปฏิบัติการระดับเดียวกับที่ใช้ในกองทัพ และบอดี้การ์ดที่นั่นคือหน่วยรบพิเศษที่พี่เลี้ยงไว้เองทั้งหมด"เมื่อเครื่องลงจอดที่สนามบินส่วนตัวในดูไบ ขบวนรถโรลส์-รอยซ์
คอสโม่จ้องมองใบหน้าที่ไร้สติของชายชุดดำในจอมอนิเตอร์ แววตาคมกริบฉายแววอำมหิตขึ้นมาวูบหนึ่ง เขาไม่ได้ตกใจที่ถูกบุกรุก แต่เขากำลังประเมินระดับความกระหายของศัตรู"โปรเจกต์ในตะวันออกกลางงั้นเหรอ" มาเฟียหนุ่มพึมพำลอดไรฟัน "มันไม่ได้ต้องการแค่ขัดขวางธุรกิจหรอกทราย แต่มันต้องการทำลายรากฐานอำนาจใหม่ที่พี่กำลังสร้าง เพื่อบีบให้เราเหลือทางเดินเดียวคือเส้นทางที่มนตราขีดไว้"เอื้องทรายรัวนิ้วลงบนคีย์บอร์ดด้วยความเชี่ยวชาญ ระบบรักษาความปลอดภัยที่เธอวางไว้เริ่มทำงานในโหมดสกัดกั้นและขุดรากถอนโคนทันที"ทรายตั้งระบบล็อกดาวน์ห้องนอนใหญ่และส่งสัญญาณแจ้งตำรวจท้องที่แล้วค่ะ อีกไม่เกิน 5 นาทีพวกมันจะถูกลากตัวไปในฐานะผู้ก่อการร้าย" หญิงสาวหันไปหาคอสโม่ "แต่สิ่งที่น่ากลัวคือ เฟรย่าทำแบบนี้หมายความว่าพวกเขารู้ทุกความเคลื่อนไหวของเราจริงๆ ค่ะพี่โม่"ขณะที่บรรยากาศในห้องทำงานเริ่มตึงเครียดจนแทบไม่มีอากาศหายใจ เสียงหัวเราะสดใสของเด็กน้อยก็ดังขึ้นแทรกกลางรังสีอำมหิต"แอ้! ปะ-ป๊ะ! บูววว!"คอสมอสตัวน้อยที่นั่งอยู่บนพรมหนานุ่มกลางห้องทำงาน โดยมีชาร์มและชิลลี่ คอยประกบซ้ายข
วิกฤตครั้งใหม่ปะทุขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว เมื่อสายรายงานด่วนเข้ามาว่า The Astraea Palace ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงแรมที่คอสโม่เพิ่งเทคโอเว่อร์ไปเมื่อปีก่อนถูกลอบวางเพลิงจนได้รับความเสียหายบางส่วน วินาทีที่ทราบข่าว มาเฟียหนุ่มไม่ได้กังวลเรื่องตัวเงิน แต่เขารู้สึกถึงกลิ่นอายของมนตราที่เริ่มรุกคืบเข้ามาใกล้ตัวมากขึ้น"พี่ต้องไปเวกัสคืนนี้เลยทราย" คอสโม่พูดขณะที่กำลังจัดเตรียมอาวุธและเอกสารสำคัญ สีหน้าของเขาเคร่งขรึมและดุดันจนน่าเกรงขาม"ทรายจะอยู่ดูแลคอสมอสที่นี่เองค่ะ พี่โม่ไม่ต้องห่วง""ไม่ได้ครับ!" คอสโมขัดขึ้นทันที เขาเดินเข้าไปกุมมือภรรยาไว้แน่น "พี่ไม่ไว้ใจให้ทรายกับลูกอยู่ที่นี่ลำพัง ไอ้รามินกับยัยเฟรย่ายังป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้ พี่ไม่มีทางยอมให้พวกมันมีโอกาสเข้าใกล้ทรายตอนที่พี่ไม่อยู่เด็ดขาด"แม้คอสโม่จะมีบอดีการ์ดสาวฝีมือระดับพระกาฬที่เขาไว้วางใจที่สุดคอยอารักขาเอื้องทรายอย
แสงแดดอ่อนยามเช้าลอดผ่านผ้าม่านเนื้อหนาเข้ามาตกกระทบเตียงนอนยับยู่ยี่ สภาพภายในห้องดูเหมือนเพิ่งผ่านสมรภูมิรบมาอย่างหนักหน่วง เสื้อผ้ากระจัดกระจายเกลื่อนพื้น โดยเฉพาะบิกินี่สีนู้ดตัวจิ๋วที่ขาดวิ่นกองอยู่ปลายเตียง เป็นประจักษ์พยานความดิบเถื่อนของค่ำคืนที่ผ่านมาเอื้องทรายนอนคว่ำหน้าหลับสนิทอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนาที่คลุมกายหมิ่นเหม่ เผยให้เห็นลาดไหล่เนียนและแผ่นหลังขาวผ่องที่บัดนี้เต็มไปด้วยรอยตราประทับสีกุหลาบเข้ม เป็นจ้ำๆ กระจายไปทั่ว ตั้งแต่ต้นคอไล่ลงไปถึงเนินอกและบั้นเอว บ่งบอกว่าสามีของเธอตีตราจองซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่เหลือพื้นที่ว่างในขณะที่คนถูกกระทำนอนหมดสภาพ คอสโม่กลับตื่นขึ้นมาด้วยความสดใส ใบหน้าหล่อเหลาดูอิ่มเอิบผิวพรรณเปล่งปลั่ง เขาอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำสีขาว ยืนจิบกาแฟดำร้อนๆ มองดูภรรยาที่นอนหลับปุ๋ยด้วยสายตาเอ็นดูระคนภาคภูมิใจ"หลับลึกขนาดนี้...สงสัยเมื่อคืนพี่จะหนักมือไปหน่อย" เขาพึมพำยิ้มๆ พลางก้มลงไปจูบเ
เมื่อเสียงครางกระเส่าของเอื้องทรายเริ่มแผ่วลงหลังจากพายุอารมณ์ระลอกเมื่อครู่พัดผ่านไป คอสโม่ก็ค่อยๆ ถอนนิ้วทั้งสามออกจากช่องทางรักที่บวมช้ำและขมิบตอดรัดแน่น เสียงน้ำรักที่เสียดสีกันดังจ๊วบเบาๆ บาดอารมณ์คนฟังความว่างเปล่าที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้เอื้องทรายรู้สึกโหวงเหวง เธอปรือตาฉ่ำน้ำขึ้นมองสามี เห็นเขากำลังขยับตัวขึ้นมาคร่อมทับ ร่างกายกำยำเต็มไปด้วยมัดกล้ามที่เกร็งเขม็ง เส้นเลือดปูดโปนตามท่อนแขนและลำคอบ่งบอกถึงความอดกลั้นที่มาถึงขีดสุดเบื้องล่างนั้นคือ ตัวตนที่แข็งขึงและใหญ่โตราวกับท่อนเหล็กร้อนระอุ ผงาดง้ำเตรียมพร้อมรบมานาน มันสั่นระริกและมีน้ำใสเยิ้มปริ่มที่ส่วนปลาย บ่งบอกว่าเขาก็ต้องการปลดปล่อยมากแค่ไหน"เตรียมตัวรับ 'ของจริง' นะครับเมีย...คราวนี้พี่ไม่ยั้งมือแล้วนะ"คอสโม่จับเอวคอดกิ่วของภรรยายึดไว้แน่น เขากดส่วนหัวที่บานใหญ่ถูไถไปตามรอยแยกฉ่ำน้ำ เพื่อชโลมน้ำรักให้
หลังจากปรนเปรอความสุขสมด้วยปลายลิ้นจนเอื้องทรายขาอ่อนพับ คอสโม่ค่อยๆ ยืดตัวขึ้นเต็มความสูง เขาโอบประคองร่างภรรยาที่ยังสั่นเทิ้มให้ยืนพิงอกแกร่งใต้สายน้ำอุ่น สายตาคมกริบเลื่อนลงมาหยุดอยู่ที่ทรวงอกอวบอิ่มคู่สวยที่ตอนนี้ดูขยายใหญ่และตึงคัดอย่างเห็นได้ชัด เพราะห่างหายจากการให้นมลูกชายตัวดีมาหลายชั่วโมง"นมคัดเหรอทราย แดงเถือกเชียว" คอสโม่ถามเสียงทุ้ม พลางใช้นิ้วโป้งเกลี่ยวนรอบฐานปานนมที่แข็งขึง"อื้อ...เจ็บนิดหน่อยค่ะ สงสัยตาหนูไม่ได้ดูดนาน มันเลยตึงๆ" เอื้องทรายนิ่วหน้าเล็กน้อยด้วยความอึดอัด"งั้นเดี๋ยวพ่อช่วย 'ระบาย' ให้นะครับ"คอสโม่ไม่พูดเปล่า เขาก้มหน้าลงไปครอบครองยอดอกสีหวานข้างหนึ่งทันที ริมฝีปากร้อนผ่าวอ้าอมความอวบอิ่มเข้าไปจนเต็มปาก ก่อนจะออกแรงดูดดึงอย่างหนักหน่วงและเป็นจังหวะ ราวกับทารกที่หิวกระหาย แต่ดุดันและเร่าร้อนกว่าหลายเท่า





![DarkZ [I] MYZTERY HORO](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

