ตอนนี้ทุกคนในแผนกต่างก็รู้เรื่องที่ฉันจะต้องย้ายไปช่วยงานแผนกอื่น อย่าว่าฉันแปลกใจกับคำสั่งประหลาดนี้เลย แม้แต่พนักงานที่ทำงานที่นี่มานานหลายปียังพากันสงสัยกับคำสั่งนี้กันทั้งนั้น รวมถึงสองเพื่อนสาวในแผนกที่ฉันสนิทมากกว่าคนอื่นๆ
“มันแปลกๆ พวกเธอไม่คิดว่ามันดูเจาะจงเกินไปหรือเปล่า แล้วฉันก็ยังไม่รู้ว่าต้องไปทำงานอะไรเลยอะ โอ๊ย! เครียดเจงๆ” เมย์บ่นออกมาเบาๆ ขณะนั่งมองหน้าเมเปิ้ลและพิมพ์ดาวสลับกัน
“นั่นสิ ขนาดพี่เชนที่ทำงานแผนกนี้มานานหลายปียังงงๆ เลยเพราะไม่เคยมีกรณีแบบนี้มาก่อนอะ” พิมพ์ดาวเอ่ยพูดออกมาเมื่อนึกถึงคำพูดของรุ่นพี่ในแผนก
“ฉันก็คิดว่ามันน่าแปลกแถมยังน่าสงสัยด้วย ให้ไปทำงานอะไรแผนกไหนก็ไม่บอกอีกนะ เอ่อ..แต่มันก็แค่ชั่วคราวเองน่าเมย์ เดี๋ยวก็ย้ายกลับมาทำงานแผนกเดิม” เมเปิ้ลพยายามพูดปลอบใจเพื่อนสาวที่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดและมีสีหน้าราวกับคนอมทุกข์
“จะบอกว่าไม่เครียดก็คงไม่ใช่ แต่ช่างมันเถอะ ก็ยังดีกว่าถูกให้ออกจากงานอะนะ ฉันคงคิดถึงเธอสองคนมากอะ”
“คิดถึงก็มาหาสิอยู่บริษัทเดียวกันจะเจอกันเมื่อไหร่ก็ได้ไหม” พิมพ์ดาวหลุดยิ้มทันทีเมื่อเห็นแววตาราวกับเด็กน้อยของอันโดรเมดา พอเธอทำแล้วช่างไม่เข้ากับหน้าตาและบุคลิกภายนอกของเพื่อนสาวเลย
ฉันสนิทกับทั้งสองคนมากที่สุดในแผนกเพราะเข้ามาทำงานพร้อมกันแถมนิสัยและความคิดก็เข้ากันได้เป็นอย่างดี พอเริ่มมีเพื่อนร่วมงานดีๆ ในที่ทำงานก็มีอันต้องได้ย้ายไปทำงานแผนกอื่น และต้องไปเริ่มปรับตัวใหม่อีกซึ่งคำว่าชั่วคราวนี่มันกี่สัปดาห์หรือจะนานเป็นเดือน ฉันก็ยังไม่รู้เลยแล้วจะไม่ให้รู้สึกเครียดได้ยังไงกัน
บทที่ 3
คืนวันเสาร์ ISSARA ROYAL BANGKOK HOTEL. ชั้น 6 Club & Lounge
หญิงสาวยืนสอดส่องสายตามองดูที่เคาน์เตอร์บาร์อยู่ครู่หนึ่ง และสายตาก็ปะทะเข้ากับเป้าหมายอย่างจัง บาร์เทนเดอร์หนุ่มสุดหล่อยืนพูดคุยกับลูกค้าสาวๆ ที่นั่งยึดพื้นที่หน้าเคาน์เตอร์บาร์จนแทบไม่มีที่นั่งหรือที่ยืนเหลืออยู่เลย ไม่แปลกใจที่เขาจะโซฮอตกับลูกค้าสาวๆ ขนาดนี้เพราะใบหน้าหล่อๆ นั้นเป็นสาเหตุ
ตอนนี้ฉันชักไม่แน่ใจว่าเขาจะจำอะไรได้ไหมเพราะเรื่องมันผ่านมาตั้งอาทิตย์หนึ่งแล้ว คืนนั้นฉันนั่งอยู่ตรงหน้าเขาพอดีบางทีเขาอาจจะยังจำฉันได้ ไหนๆ ฉันก็มาถึงที่นี่แล้วลองเข้าไปถามดูดีกว่า เมื่อคิดได้แบบนั้นฉันก็ตัดสินใจเดินเข้าไปหาเขาทันที ร่างเพรียวระหงเดินแทรกช่องว่างที่กำลังมีคนเดินออกมาจากหน้าเคาน์เตอร์บาร์
เธอยิ้มกว้างให้เขา ชายหนุ่มชายตามองหญิงสาวเล็กน้อยแต่ก็หันกลับไปผสมค็อกเทลต่อ
“เอ่อ.. สวัสดีค่ะ”
“สวัสดีครับ รับเครื่องดื่มอะไรดีครับ”
“คือ..คุณพอจะจำฉันได้หรือเปล่าคะ คืนวันเสาร์ที่บริษัทจัดงานปาร์ตี้ฉันนั่งตรงเคาน์เตอร์บาร์ข้างหน้าคุณ”
ชายหนุ่มมองสำรวจใบหน้าหญิงสาวตรงหน้าก่อนจะไล่สายตาลงมาถึงหน้าอกของเธอก่อนจะเลื่อนสายตากลับขึ้นไปมองหน้าคนพูดอีกครั้ง สายตาของเขาทำให้เธอรู้สึกหน้าชาไปทันที ถึงจะถูกจ้องที่หน้าอกบ่อยแค่ไหนแต่การกระทำเสียมารยาทของชายหนุ่มตรงหน้าก็ทำให้เธออดรู้สึกไม่พอใจไม่ได้
“หึ..ก็พอจะจำได้”
“ฉันมีเรื่องอยากจะรบกวนถามคุณหน่อย เอ่อ..คือ” เมย์หยุดพูดไปครู่หนึ่งเมื่อสายตาปะทะเข้ากับสาวๆ ที่หันมาจ้องหน้าเธออย่างไม่พอใจ
“ตอนนี้คงไม่สะดวก รอหลังผมเลิกงานได้ไหม” บาร์เทนเดอร์หนุ่มหล่อเอ่ยขึ้น
“เอ่อ..เลิกงานกี่โมงคะ”
“เที่ยงคืน”
“คุยตอนนี้ไม่ได้เหรอคะ ใช้เวลาแค่แป๊บเดียวไม่นานหรอกค่ะ” สายตาชำเลืองดูเวลาในโทรศัพท์ที่เวลาตอนนี้เพิ่งจะสี่ทุ่มเอง ถ้าต้องรอถามเขาหลังเลิกงาน เธอต้องนั่งรออีกตั้ง 2 ชั่วโมง กว่าจะได้กลับบ้านไม่ตีหนึ่งเลยเหรอไง
“รับเครื่องดื่มอะไรดีครับ?” เขาส่ายหน้าปฏิเสธแทนคำตอบ
“เอ่อ..แนะนำหน่อยสิคะ ปกติฉันไม่ค่อยดื่มค็อกเทลเท่าไหร่” เมย์พ่นลมหายใจออกมาอย่างหงุดหงิดพลางมองหาที่นั่งที่ยังว่างอยู่ เป็นจังหวะที่ชายหนุ่มคนหนึ่งลุกออกจากที่นั่งทำให้เธอรีบขยับตัวลงไปนั่งที่เก้าอี้ตัวนั้นทันที
บาร์เทนเดอร์หนุ่มยกยิ้มมุมปากก่อนจะพยักหน้าให้เพื่อนบาร์เทนเดอร์อีกคนให้เปลี่ยนตำแหน่งกับเขา ขณะเดินไปยืนตรงที่หญิงสาวนั่งอยู่ ชายหนุ่มเทส่วนผสมลงไปในกระบอกเช็คเกอร์ก่อนจะเขย่าส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากันและเทน้ำสีชมพูสดลงแก้วใบสวยและหยิบมันลงวางลงบนโต๊ะตรงหน้าเธอ เขาหยิบสตอร์เบอรี่ลูกโตสี่ลูกใส่ลงถ้วยแก้วใบเล็กวางลงข้างๆ
“ว้าว! สีสวยจัง เรียกว่าอะไรคะ?”
“Virgin Cocktail ผมคิดว่ามันเหมาะกับคุณ ดื่มง่ายๆ รสชาติเหมือนน้ำผลไม้ อืม..ส่วนผสมก็มีBitter soda ,Pink grapefruit juice, Homemade grenadine, Pink pepper con แล้วก็ผสม Gin นิดหน่อย แก้วนี้ผมเลี้ยงส่วนสตอร์เบอรี่ถ้วยนี้แถมฟรี” บาร์เทนเดอร์หนุ่มขยิบตาให้เธอก่อนจะหันไปผสมค็อกเทลให้ลูกค้าคนอื่นต่อ
“เอ่อ..ไม่เป็นไรเดี๋ยวฉันจ่ายเอง”
“ไม่เป็นไรครับ แก้วต่อไปคุณค่อยจ่ายก็ได้ ลองชิมดูสิรสชาติถูกใจไหม”
“ขอบคุณค่ะ อืม..รสชาติดี เหมือนดื่มน้ำผลไม้เลย” เมย์ยกแก้วขึ้นมาจิบต่อแก้เขิน สายตาเบือนไปมองทางอื่นไม่กล้าสบสายตาสีเทาอมเขียวคู่นั้นของเขา
ฉันไม่รู้จะคุยอะไรนอกจากหันไปมองที่แดนซ์ฟลอร์เป็นพักๆ นั่งฟังเพลงพร้อมกับจิบเครื่องดื่มในมือไปเรื่อยๆ อารมณ์ตอนนี้ก็กรึมๆ รู้สึกเลือดลมในกายสูบฉีดขึ้นมา ดื่มไปได้สักพักก็หมดแก้วที่สองแต่แอลกอฮอล์คงน้อยจริงอย่างที่เขาบอกเพราะฉันไม่รู้สึกเหมือนดื่มเหล้าเลยเหมือนดื่มน้ำผลไม้ชิลๆ มากกว่า
ขณะที่รอเครื่องดื่มแก้วใหม่จากบาร์เทนเดอร์หนุ่ม เธอก็ชวนเขาคุยไปด้วย