تسجيل الدخولชาติก่อนนางพร้อมคนในตระกูลอวี๋ เพียงเพราะพี่สาวมักใหญ่ใฝ่สูงหมายปองรัชทายาทปีศาจ ส่วนพี่ชายนั้นติดสตรีนางนึงจนเพลี้ยงพล้ำให้ศัตรูในสนามรบ!! บิดาที่เป็นพ่อค้ามาตลอดชีวิตต้องมาตายเพราะความโง่เขลาของลูกๆที่เลี้ยงมาอย่างตามใจ ส่วนนางที่เป็นแก้วตาดวงใจของคนทั้งจวน กลับไม่รู้ร้อนรู้หนาวว่าภัยกำลังจะถึงตัว เอาแต่เที่ยวเล่นไปวันๆ แม้มารดาพยายามส่งไปแต่งงาน ก็ยังช้ากว่าราชโองการสั่งลงโทษประหารทั้งตระกูล!!
عرض المزيدท่ามกลางสายฝนที่รินรดดั่งฟ้ารั่ว ทั่วจวนสกุลไป๋กลับคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวเลือดที่ไหลนองผสมปนเปไปกับน้ำฝนที่หลั่งไหลลงมาไม่ขาดสาย
“อึก!!” ร่างหนาที่มีบาดแผลเต็มตัวกำลังหายใจรวยรินของไป๋เหวินหลง แม่ทัพแห่งเปียนจิ้ง…บุตรชายคนโตของจวนสกุลไป๋ “อย่า…” ร่างบอบบางของน้องสาวคนสุดท้องที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจ ถูกทหารชุดดำกำลังจับนางให้คุกเข่ามองดูทุกคนตายช้าๆ เสียงกรีดร้องของไป๋รั่วซีที่โดนอุดปากด้วยผ้าหยาบๆ บาดใจพี่ชายเหลือเกิน “ห่วงนางหรือ? เหตุใดเจ้าต้องห่วงกัน…ไม่นานนางก็ตามเจ้าไปอยู่แล้ว น่าเสียดาย…น่าเสียดายที่นางเปลี่ยนแซ่ไม่ทัน!!“ ดวงตากลมโตที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำตา ส่ายหน้าขอร้องให้พี่ชายอย่าทิ้งนางไป “เหวินหลงเจ้าคิดหรือว่า…เพียงแค่เจ้ามีความรักจะทำให้เจ้าเป็นรองศัตรูได้งั้นหรือ หึ!! ข้าจะบอกให้เอาบุญหากวันนี้ข้าไม่ส่งเม่ยหลินไปหลอกล่อเจ้า ข้าจะได้ขึ้นเป็นใหญ่ในตำแหน่งแม่ทัพผู้ปราบกบฏได้อย่างไร!!” “จื่อซวนเหตุใดเจ้าจึง ใจร้ายเช่นนี้!!” “เพราะว่า….เจ้าไม่ควร…เป็นคนโปรดของรัชทายาทอย่างไรหล่ะ เพราะอีกไม่นาน ใต้หล้าแห่งนี้จะต้องเปลี่ยนรัชทายาทคนใหม่ คนที่…มีข้าเป็นผู้สนับสนุนและจากนั้นอำนาจทั้งหมดก็จะอยู่ในมือข้า!!” ฉึบ!! ”อึก!!“ คมดาบที่อาบด้วยเลือดพรากลมหายใจของพี่ชายนางไปแล้ว ”อื้ออออออ“ แม้จะเปล่งเสียงกรีดร้องออกมาเท่าไหร่ก็ไม่สามารถระบายความเจ็บปวดที่อยู่ในใจนางได้ รองเท้าผ้าสีดำสนิทเดินตรงเข้ามาหานางช้าๆ แววตาคมกริบก้มลงมามองนางชิดใกล้ ”ไป๋ รั่ว ซี นามของเจ้าแปลว่า…แสงอรุณแรกงั้นหรือ“ มือหยาบกระด้างบีบปลายคางของนางจนเจ็บ ”ข้าเคยต้องการแสงอรุณนั้น แต่เจ้ากลับ…ปฏิเสธจะแต่งงานกับข้าเพียงเพราะอยากท่องยุทธภพ หึ!! การเลือกของเจ้ามันโง่เง่าสิ้นดี!!“ แววตาเหี้ยมโหดไม่ทำนางกลัว ในใจกลับคิดให้เขาลงมือกับนางเสียที!! ”หากวันนี้เจ้ายอมแต่งเข้าจวนแม่ทัพหยางของข้า คนในครอบครัวเจ้าอาจจะยังมีชีวิตรอด แต่…ก็ยกเว้นพี่ชายเจ้าไว้สักคน เพราะว่า…หากเขายังอยู่รัชทายาทจะแข็งแกร่งจนใครก็โค่นไม่ได้!! เจ้าก็รู้…ศึกชิงอำนาจหน่ะมันเหลือใครไว้ไม่ได้หรอก!!“ มือเล็กกำแน่นจนข้อมือขาวซีด นางมองเขาด้วยแววตาเกลียดชังที่สุด บุรุษใจอำมหิตผู้นี้คือสหายคนสนิทของพี่ชาย คือรองแม่ทัพที่ร่วมเป็นร่วมตายกับพี่ชายของนางมายาวนาน นางเคยคิดว่า การที่นางไม่แต่งงานกับคนดีๆเช่นเขา เพราะนางมีความฝันและไม่ควรดึงรั้งเขาไว้เพียงเพราะความเหมาะสมที่ผู้ใหญ่เห็น แต่ใครเลยจะคิด รองแม่ทัพหยางจื่อซวนผู้นี้ ทะเยอทะยานมักใหญ่ใฝ่สูงเกินคน!! พรึบ มือหนาดึงผ้าอุดปากนางอยู่โยนทิ้งอย่างไม่ใยดี ”เจ้าคง…อยากจะอ้อนวอนข้าใช่หรือไม่“ นางยกยิ้มมุมปากก่อนจะถมน้ำลายลงพื้น “ถุย!!” “ข้าหรือจะอ้อนวอน จื่อซวนหากจะฆ่าเจ้าก็รีบฆ่าเสียเถิด แต่ว่า…ก่อนจะพรากลมหายใจข้าไป ข้าขอถามสิ่งที่ค้างคาใจอีกหน่อย” ใบหน้าบึ้งตึงยอมพยักหน้าให้คนของตนเอง ปล่อยมือจากการจับกุมนางเอาไว้ สตรีร่างเล็กสบัดข้อมือเล็กน้อยคลายความเมื่อยขบ ”พี่สาวของข้า…นางอยู่ที่ใด!!“ ก่อนหน้านี้พี่สาวนางริอาจปีนขึ้นเตียงรัชทายาทปีศาจ ทั้งที่เป็นสตรีซื่อบื่อ จะเอาความคิดพวกนี้มาจากไหน!! ไป๋รั่วซีหาคำตอบมาตลอด แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมของรองแม่ทัพชั่วผู้นี้ก็เข้าใจทันที…เขามีส่วนกับเรื่องนี้แน่นอน!! ”สตรีที่โง่งมจนเทิดทูลความรักเช่นนั้น เจ้าคิดว่าถูกชาวเมืองเหยียดหยามและด่าทอเรื่องเป็นสตรีหยำฉ่า กล้ายั่วยวนรัชทายาท จะกล้ามีชีวิตอยู่ต่อหรือ ข้าก็แค่มอบผ้าขาวให้นาง1ผืน นางก็ยินดีรับมันไปแต่โดยดี เห็นหรือไม่…ตั้งแต่ต้นจนจบนางมีแต่ความโง่เขลาและเป็นได้แค่หุ่นเชิดที่รอรับคำสั่งจากข้าเท่านั้น!!“ ไป๋รั่วซียกยิ้มขื่น นางหัวเราะในลำคอ ก่อนจะทนไม่ไหวแหงนหน้าขึ้นหัวเราะกลางสายฝน หัวเราะจนดังลั่นลานจวนสกุลไป๋ที่มีแต่ศพคนในจวนนอนตายเกลื่อนกลาดดูน่ากลัวพิลึก ”ฮ่าๆ ฮ่าๆ ฉลาด ฮ่าๆ ฉลาดจริงๆ“ ทหารชั่วทั้งหลายกำดาบแน่น หยางจื่อซวนขบฟันจนกรามโหนกนูน ”เจ้าหัวเราะอะไร!!“ ”นายท่านมิใช่ว่าแม่นางน้อยไป๋ผู้นี้วิปลาศไปแล้วหรือขอรับ!!“ฮ่องเต้ซีอวิ๋นทรงชะงักไปเล็กน้อย พระเนตรทอดมองพระชายาคู่บัลลังก์ด้วยความสนใจ “อุบายที่แยบยลอย่างนั้นหรือ? หว่านหรง… เจ้ามีแผนการอันใดลองว่ามาซิ” ฮองเฮาหว่านหรงแย้มพระสรวลอย่างมั่นใจ นางก้าวเข้ามาใกล้พระแท่นมังกร ก่อนจะอธิบายแผนการอันล้ำลึกให้ฟังอย่างเป็นระบบ “ทูลฝ่าบาท ปัญหาของชาวบ้านหูเป่ยในยามนี้ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่มีแรงกาย แต่พวกเขา ‘เสพติดความสบาย’ และคิดว่าทางการจะต้องเลี้ยงดูพวกเขาไปตลอดชีวิตโดยไม่ต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อ หากเรายังคงแจกจ่ายเสบียงและเงินทองให้เฉกเช่นเดิม พวกเขาก็จะยิ่งนอนรออย่างไร้จิตสำนึก ดังนั้น วิธีการแก้เผ็ดที่ดีที่สุด มิใช่การใช้โซ่ตรวนล่ามพวกเขาไปทำงาน แต่เป็นการใช้ ‘กฎแห่งความจริงและการคัดสรร’ เพคะ”“กฎแห่งความจริงและการคัดสรรคือสิ่งใดกัน?” ซีอวิ๋นตรัสถามด้วยความใคร่รู้“หม่อมฉันเสนอให้ฝ่าบาททรงออกพระราชโองการด่วนที่สุดไปยังแคว้นหูเป่ย โดยปรับเปลี่ยนนโยบายการช่วยเหลือเสียใหม่” หว่านหรงกล่าวด้วยแววตาเป็นประกาย “ประการแรก ทางการจะไม่แจกเสบียงและเงินทองให้โดยเปล่าประโยชน์ แก่ผู้ที่แข็งแรงสมบูรณ์อีกต่อไป ผู้ใดที่ปฏิเสธงานขุดลอกคลอง จะถูกตัดสิทธิ์การรับความช่วย
ทว่า ความสุขสำราญในราชสำนักมักอยู่ได้ไม่นานนัก เมื่อยามรุ่งอรุณแห่งวันใหม่มาเยือน ขันทีหนุ่มรีบเร่งฝีเท้าเข้ามารายงานด้วยสีหน้าตื่นตระหนก “ทูลฝ่าบาท! เกิดเรื่องใหญ่ที่แคว้นหูเป่ยพ่ะย่ะค่ะ!”ซีอวิ๋นที่ยังคงประทับอยู่ข้างพระวรกายของฮองเฮาหว่านหรงทรงขมวดพระขนงทันที “มีเรื่องอันใด โคตรตระกูลซูถูกกวาดล้างจนหมดสิ้นแล้ว ยังมีผู้ใดกล้าก่อความวุ่นวายอีกหรือ?”“มิใช่กบฏพ่ะย่ะค่ะ…” ขันทีละล่ำละลักทูลตอบ “แต่เป็นชาวบ้านและแรงงานในโครงการขุดลอกคูคลองและสร้างเขื่อนกั้นน้ำที่หูเป่ย พวกเขากลุ่มใหญ่รวมตัวกันประท้วงจะไม่ยอมทำงานพ่ะย่ะค่ะ! พวกเขาอ้างว่างานหลวงเหน็ดเหนื่อยเกินไป ตากแดดตากลมลำบากยากเข็ญ ขอเพียงแค่นอนกินอยู่บ้านเฉยๆ นอนตื่นสายแล้วรอรับเบี้ยเลี้ยงจากทางการก็พอใจแล้ว ขี้เกียจเกินกว่าจะหยิบจับจอบหรือแบกหินพ่ะย่ะค่ะ!”คำรายงานนั้นทำให้ทั้งห้องโถงตกอยู่ในความเงียบงัน ห่าวหรานที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากราชการต้องการมาหารือบางเรื่องพลอยชะงักฝีเท้า สีหน้าเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ “ขี้เกียจ? ไม่ยอมทำงานเพราะไม่อยากเหนื่อยงั้นหรือ? ทางการมีเสบียงแจกจ่ายและค่าจ้างให้อย่างสมเหตุสมผล เหตุใดจึงกลายเป็นเช
บรรยากาศภายในเมืองหลวงต้าเซี่ยในยามนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความสุขและความยินดี ท้องถนนทุกสายถูกประดับประดาด้วยโคมไฟสีแดงและผ้าแพรต่วนสีทองอร่าม ท้องฟ้าโปร่งใสไร้เมฆหมอก ราวกับฟ้าดินกำลังร่วมอวยพรให้กับงานมงคลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งรัชศกใหม่ พระราชพิธีอภิเษกสมรสและการสถาปนาแต่งตั้ง “เฉิงหว่านหรง” ขึ้นเป็นพระนางฮองเฮาเคียงบัลลังก์ของฮ่องเต้ซีอวิ๋นตึก ตึก ตึก ฝีเท้าบางเบาแต่มั่นคง เดินเข้ามายังท้องพระโรง เหล่าขุนนางต่างมองด้วยสายตาชื่นชม เพราะนอกจากใบหน้าที่งดงามแล้ว ยังมีความสามารถที่ใครในใต้หล้าล้วนประจักษ์มาแล้วทั้งสิ้น เฉิงหว่านหรงในชุดฉลององค์ฮองเฮาสีแดงปักลายหงส์ทองคำสลับดิ้นเงิน 1,000 เข็ม งดงามตระการตาจนผู้พบเห็นต้องตะลึงงัน ใบหน้ารูปไข่แต่งแต้มด้วยเครื่องประดับมุกและหยกแท้ ทว่าดวงตากลับฉายแววสุขุมนุ่มลึก นางก้าวเดินเคียงคู่กับฮ่องเต้ซีอวิ๋นผู้ทรงฉลองพระองค์มังกรทองสง่างาม ท่ามกลางเสียงแซ่ซ้องถวายพระพร “ทรงพระเจริญ หมื่นปี หมื่นๆ ปี” ที่ดังสะท้อนก้องกังวานไปทั่วทั้งพระราชวัง“จากนี้แผ่นดินทอง ต้องขอร้องให้เจ้าช่วยดูแล” มงกุฎหงส์ถูกสวมลงบนพระเศียรของเฉิงหว่านหรง ทั้งใ่าบาทยัง
ซีอวิ๋นแค่นหัวเราะในลำคอแผ่วเบา แววตาส่อประกายเหี้ยมเกรียมขึ้นมาทันที ก่อนจะนึกถึงสตรีที่ยืนอยู่ไม่ไกล พระองค์รีบหันไปหานางอย่างรีบร้อน”หว่านหรง เสด็จแม่จำต้องรับสนมเข้ามา เพราะความเหมาะสม เจ้าวางใจข้าไม่เคยร่วมหอกับผู้ใด!!“ ความกังวลในแววตาฉายชัดจนเหล่าข้ารับใช้ก้มหน้าซ่อนยิ้ม รวมถึงห่าวหรานเองก็ด้วยเฉิงหว่านหรงทอดถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “แล้วเหตุใดนางถึงเลือกที่จะลงมือในตอนนี้ และเจาะจงเป็นตัวหม่อมฉันเล่าเพคะ ทั้งที่หม่อมฉันยังไม่ได้ตบแต่งเข้าวังด้วยซ้ำ?”องครักษ์รีบก้มศีรษะลงต่ำแล้วทูลตอบ “เรียนคุณหนูเฉิง จากการเค้นสอบคนสนิทของสนมซู พบว่านางมีความทะเยอทะยานอย่างยิ่งยวด นางหวังว่าหากกำจัดคุณหนูเฉิงให้พ้นทางได้ ฝ่าบาทจะไม่ทรงแต่งตั้งใครขึ้นเป็นฮองเฮา และด้วยความที่ตระกูลของนางแอบติดต่อกับกลุ่มขุนนางเก่าที่ต่อต้านการเปลี่ยนแปลงในราชสำนัก” ทหารคนที่หนึ่งรีบรายงานด้วยความสัจจริง“พวกเขาวางแผนกันว่า หากคุณหนูเฉิงตายที่ชายแดนเป่ยโจว ฝ่าบาทจะทรงกริ้วและเกิดความวุ่นวายทางการเมือง จนไม่มีแก่ใจจะอภิเษกสมรสกับใครอีก ยิ่งไปกว่านั้น… นางยังหวังลึกๆ ว่า หากสถานการณ์ใ


















المراجعات