Share

บทที่ 8

Author: อาอู๋
เฉียวชิงซุ่ยเงยหน้ามองเขา ร่างกายหนาวเหน็บจนน่ากลัว

เธอยอมรับความจริงที่ว่าตอนนี้ในใจของเขา เธอเทียบซูเหนี่ยนหนิงไม่ได้แล้ว

แต่มาตอนนี้ เธอถึงกับเทียบไม่ได้แม้กระทั่งคุณย่าของซูเหนี่ยนหนิงอย่างนั้นเหรอ

“ฉันไม่ยอม” เธอสะบัดมือพวกเขาทิ้งอย่างแรง “ฉันไม่ใช่คลังอะไหล่มนุษย์นะ”

พูดจบ เธอก็หันหลังเดินจากไป

ทว่าวินาทีต่อมา ท้ายทอยก็พลันเจ็บแปลบขึ้นมาอย่างรุนแรง

สันมือของลู่อวี่เซินทั้งเร็วและแรง เธอสลบฮวบลงไปโดยไม่ทันได้ตั้งตัวด้วยซ้ำ

ในห้วงสติสุดท้าย เธอรับรู้ได้เพียงว่าเขาช้อนตัวเธอขึ้นอุ้ม แล้วหันไปสั่งหมอว่า “เตรียมห้องผ่าตัด!”

เมื่อฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง ความเจ็บปวดเจียนตายก็แล่นริ้วมาจากบริเวณหน้าท้อง

เฉียวชิงซุ่ยเลิกเสื้อชุดผู้ป่วยขึ้นด้วยมือที่สั่นเทา มองเห็นรอยเลือดซึมออกมาจากบาดแผลที่พันผ้าก๊อซเอาไว้

“คุณเพิ่งผ่าตัดปลูกถ่ายตับเสร็จ อย่าเพิ่งขยับตัวสิคะ” พยาบาลกดร่างของเธอที่พยายามจะลุกขึ้นเอาไว้

เฉียวชิงซุ่ยขบเม้มริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือด

เขาถึงกับกล้า...

บังคับปลูกถ่ายตับของเธอเพื่อคุณย่าของซูเหนี่ยนหนิง!

บาดแผลใต้ชุดผู้ป่วยยังคงปวดหนึบ ราวกับมีใครเอามีดทื่อ ๆ มาคว้านอวัยวะภายในของเธอไปมา

แต่ความเจ็บแค่นี้จะเทียบกับหนึ่งส่วนหมื่นความเจ็บปวดในใจของเธอได้อย่างไร

เธอลูบไล้รอยแผลเป็นน่าเกลียดน่ากลัวบนหน้าท้องด้วยนิ้วมือที่สั่นเทา

น่าขำสิ้นดี บาดแผลที่ลึกที่สุดบนร่างกายของเธอ กลับเป็นสิ่งที่คนที่เธอรักที่สุดฝากเอาไว้ด้วยมือของเขาเอง

ช่วงหลายวันหลังจากนั้น เธอนอนนิ่งอยู่บนเตียงราวกับหุ่นเชิด ทนฟังเสียงหัวเราะต่อกระซิกที่ดังมาจากห้องพักผู้ป่วยข้าง ๆ

“คุณยายโชคดีจังเลยนะคะที่มีหลานสาวกับหลานเขยกตัญญูขนาดนี้!”

“คุณลู่ช่างเป็นคนรักครอบครัวจริง ๆ เพื่อคุณย่าของภรรยาถึงกับวิ่งเต้นจัดการให้ทุกอย่าง...”

ภรรยางั้นเหรอ

เฉียวชิงซุ่ยอยากหัวเราะ แต่กลับไม่มีแม้แต่แรงจะยกมุมปาก

เธอนอนพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลครึ่งเดือนเต็ม ๆ

ทุกวันเธอจะได้ยินเสียงลู่อวี่เซินคอยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบของซูเหนี่ยนหนิงกับคุณย่าของเธอดังมาจากโถงทางเดิน แต่เขากลับไม่เคยเหยียบย่างเข้ามาในห้องของเธอเลยสักครั้ง

วันที่ออกจากโรงพยาบาล ขณะที่เฉียวชิงซุ่ยกำลังเก็บของเตรียมตัวจะกลับก็บังเอิญไปได้ยินซูเหนี่ยนหนิงร้องไห้ถามลู่อวี่เซินตรงหัวมุมทางเดิน

“คุณลู่คะ ทำไมฉันปฏิเสธคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่คุณก็ยังทำดีกับฉันโดยไม่สนอะไรเลย แถม...แถมเพื่อช่วยชีวิตคุณย่าของฉัน คุณถึงขั้นยอมผ่าตัดปลูกถ่ายตับของภรรยาคุณมาให้เลยเหรอคะ”

เฉียวชิงซุ่ยยืนนิ่งอยู่กับที่ ได้ยินเสียงทุ้มต่ำของลู่อวี่เซินตอบกลับไป “ฉันเคยบอกไปตั้งหลายรอบแล้วไง ว่าเพราะฉันชอบเธอ อยากอยู่กับเธอ แม่คุณ เธอจะให้ฉันควักหัวใจออกมาให้ดูเลยหรือไงถึงจะยอมเชื่อ”

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ ในที่สุดซูเหนี่ยนหนิงก็เหมือนจะตัดสินใจได้

“ฉัน...ฉันยอมคบกับคุณก็ได้ค่ะ แต่ฉันมีข้อแม้”

ลู่อวี่เซินดีใจจนเนื้อเต้น รีบคว้าตัวเธอเข้ามากอดไว้แน่น

“ว่ามาสิ” น้ำเสียงของเขาแหบพร่า “ขอแค่เธอบอกมา เงื่อนไขอะไรฉันก็ยอมรับได้หมด”

“ฉันจะไม่เป็นนกน้อยในกรงทอง” ซูเหนี่ยนหนิงเน้นทีละคำ “ฉันอยากคบกับคุณอย่างเปิดเผย...ภายใต้เงื่อนไขที่คุณต้องหย่าแล้วเท่านั้น”

เงียบกริบราวกับป่าช้า

เฉียวชิงซุ่ยนับจังหวะการเต้นของหัวใจตัวเอง หนึ่งครั้ง สองครั้ง...

เมื่อนับถึงครั้งที่สิบเจ็ด ในที่สุดก็ได้ยินเสียงของลู่อวี่เซิน

“ได้”

เพียงคำเดียวสั้น ๆ คำเดียวที่เบาหวิว

เฉียวชิงซุ่ยทรุดตัวลงไปนั่งกองกับพื้นโดยพิงกำแพงไว้

บาดแผลที่หน้าท้องปวดแสบปวดร้อน แต่เมื่อเทียบกับความเจ็บปวดที่หัวใจถูกควักออกไปทั้งเป็นแล้ว มันเทียบกันไม่ได้เลยสักนิด

เมื่อกลับถึงบ้าน เฉียวชิงซุ่ยก็เผาจดหมายรักฉบับสุดท้ายทิ้ง

ตอนที่เปลวไฟกำลังกลืนกินหน้ากระดาษ เธอก็หวนนึกถึงท่าทีของลู่อวี่เซินตอนที่มอบจดหมายฉบับนี้ให้

เด็กหนุ่มผู้เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นยืนอยู่ใต้ตึกบ้านเธอ บนขนตามีเกล็ดหิมะเกาะอยู่ เขาพูดว่า “ซุ่ยซุ่ย นี่จดหมายรักฉบับที่ 99 คบกับฉันนะ ฉันจะชอบเธอไปตลอดชีวิตเลย”

ตอนนี้จดหมายรักทั้ง 99 ฉบับได้กลายเป็นเถ้าถ่านไปหมดแล้ว

ตลอดชีวิตของเขา ก็มีอายุแค่สิบปีเท่านั้นแหละ

จดหมายรักเผาหมดแล้ว เธอก็สมควรไปเสียที

เฉียวชิงซุ่ยเปิดกระเป๋าเดินทาง แล้วพับเสื้อผ้าใส่ลงไปทีละชิ้น

ตอนที่ไปเก็บของในห้องหนังสือ คอมพิวเตอร์ของลู่อวี่เซินยังคงเปิดทิ้งไว้ หน้าจอโซเชียลที่ไม่ได้ล็อกเอาต์มีข้อความเด้งขึ้นมาไม่ขาดสาย:

[พี่เซิน ได้ยินมาว่าซูเหนี่ยนหนิงตกลงคบกับพี่แล้วเหรอ แต่มีข้อแม้ว่าพี่ต้องหย่าเนี่ยนะ พี่ตั้งใจจะหย่ากับซุ่ยซุ่ยจริง ๆ เหรอ]

[พี่เซิน พี่คิดให้ดี ๆ นะ ซูเหนี่ยนหนิงพูดไปพูดมาก็แค่นกน้อยในกรงทอง แต่ซุ่ยซุ่ยเป็นเพื่อนสมัยเด็กที่โตมากับพี่ตั้งกี่ปี]

[อีกอย่าง ถ้าหย่ากันจริง ๆ ซุ่ยซุ่ยจะเสียใจแค่ไหน ง้อไม่ใช่ง่าย ๆ นะ!]

[@ลู่อวี่เซิน พี่เซิน พี่คิดยังไงเนี่ย พูดอะไรหน่อยสิ]

เฉียวชิงซุ่ยยืนนิ่งอยู่กับที่ มองข้อความที่เด้งขึ้นมาทีละบรรทัดเงียบ ๆ จนกระทั่งในที่สุดเธอก็เห็นข้อความตอบกลับของลู่อวี่เซิน:

[อยากเก็บไว้ทั้งสองคนแหละ]

[แต่ตอนนี้ อยากได้เหนี่ยนหนิงมากกว่า]

แชตกลุ่มเงียบไปไม่กี่วินาที จากนั้นก็แตกฮือ

[ให้ตายเถอะ ฉันตาฝาดไปหรือเปล่า ซูเหนี่ยนหนิงคนนี้มีเสน่ห์อะไรนักหนา ถึงทำให้พี่หลงจนคิดจะหย่าจริง ๆ น่ะ]

[พี่คิดให้ดีนะ ซุ่ยซุ่ยก็หัวดื้อเอาเรื่อง ถ้าพี่ขอหย่า พวกพี่ก็น่าจะจบเห่เหมือนกัน]

[ไม่เห็นยาก ฉันคิดวิธีออกละ พี่เซิน พี่ก็ร่างหนังสือหย่าขึ้นมา แล้วหลอกซุ่ยซุ่ยว่าเป็นเอกสารโอนกรรมสิทธิ์บ้านสิ เธอเชื่อใจพี่ขนาดนั้น รับรองว่าต้องเซ็นแบบไม่ดูแน่]

[แค่ปิดเธอไว้ เธอก็จะไม่โวยวาย ไม่หนีไปไหน รอให้พี่เบื่อซูเหนี่ยนหนิงเมื่อไหร่ ค่อยไปยกเลิกหนังสือหย่าทีหลังก็สิ้นเรื่อง]

ในแชตกลุ่มเต็มไปด้วยข้อความเห็นด้วยกับ “แผนเด็ด” นี้

[บ้าเอ๊ย เจ๋งสุด ๆ ทำแบบนี้พี่เซินก็เก็บไว้ได้ทั้งสองคนเลยสิ]

และลู่อวี่เซินก็ตอบกลับมาสั้น ๆ ว่า:

[วิธีนี้ดี]

เฉียวชิงซุ่ยค่อย ๆ พับหน้าจอคอมพิวเตอร์ลง ปลายนิ้วเย็นเฉียบ

ที่แท้ในสายตาเขา เธอไม่มีแม้แต่สิทธิ์ที่จะรับรู้ความจริงด้วยซ้ำ

เช้าวันรุ่งขึ้น เฉียวชิงซุ่ยเพิ่งกินมื้อเช้าเสร็จ ลู่อวี่เซินก็กลับมา

เขาอยู่ในชุดสูทเรียบร้อย ในมือถือเอกสารมาฉบับหนึ่งตามคาด

“ซุ่ยซุ่ย เซ็นเอกสารนี้หน่อยสิ” น้ำเสียงของเขาเป็นธรรมชาติราวกับกำลังคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ “ฉันจะโอนคฤหาสน์ฝั่งตะวันออกของเมืองให้เธอน่ะ”

เฉียวชิงซุ่ยมองชายที่เคยออกรับเหล้าแทนเธอ เคยมีเรื่องชกต่อยเพื่อเธอ และเคยคุกเข่าขอเธอแต่งงานท่ามกลางหิมะคนนี้เงียบ ๆ

นี่แหละคือผู้ชายที่เธอรักมานานนับสิบปี

“เอาสิ” เธอแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องแล้วรับปากกามา เซ็นชื่อลงใน “สัญญาโอนบ้าน” ฉบับนั้นโดยไม่แม้แต่จะปรายตามอง

ลู่อวี่เซินถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกอย่างเห็นได้ชัด “ช่วงนี้ฉันจะพาเหนี่ยนหนิงไปเที่ยว คงไม่ได้กลับบ้านนะ”

ตอนที่เขาหันหลังจะเดินจากไป เฉียวชิงซุ่ยก็เอ่ยเรียกเสียงแผ่ว “ลู่อวี่เซิน”

“หืม” เขาหันกลับมา

“ไม่มีอะไร ขอให้เที่ยวให้สนุกนะ”

เมื่อเขาคล้อยหลังไปแล้ว เฉียวชิงซุ่ยก็ถือเอกสารมุ่งหน้าตรงไปยังสำนักงานเขตทันที

เจ้าหน้าที่เน้นย้ำเพื่อความแน่ใจ “คุณเฉียวคะ คุณแน่ใจนะคะว่าจะจดทะเบียนหย่า ถ้าทำเรื่องแล้ว จะไม่สามารถยกเลิกได้แล้วนะคะ”

“แน่ใจที่สุดค่ะ”

วินาทีที่ตราประทับถูกประทับลงไป หัวใจของเธอกลับสงบลงอย่างน่าประหลาด

ที่แท้การตัดใจอย่างเด็ดขาดมันเป็นความรู้สึกแบบนี้นี่เอง ไม่เจ็บไม่คัน เหมือนกับการถอนฟันผุ ๆ ทิ้งไปซีกหนึ่ง

โถงผู้โดยสารในสนามบินคลาคล่ำไปด้วยผู้คน เฉียวชิงซุ่ยกำตั๋วเครื่องบินเที่ยวเดียวไว้ในมือ แล้วก้มมองโทรศัพท์มือถือเป็นครั้งสุดท้าย

ในโซเชียล เพื่อนของลู่อวี่เซินโพสต์รูปคู่ของเขากับซูเหนี่ยนหนิงที่สนามบิน

พร้อมแคปชัน: [ยินดีกับพี่เซินด้วยที่ในที่สุดก็ได้สาวงามมาครอง!]

เฉียวชิงซุ่ยปิดโทรศัพท์มือถือ ถอดซิมการ์ดทิ้ง แล้วก้าวยาว ๆ ตรงไปยังประตูขึ้นเครื่อง

ขอยินดีกับตัวเธอด้วยเหมือนกัน

ที่ได้รับอิสระ และได้เกิดใหม่อีกครั้ง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ไม่อาจเป็นดวงจันทร์ของคุณได้   บทที่ 25

    วันนั้นซูเหนี่ยนหนิงเบลอ ๆ แทงเข็มพลาดติดกันหลายครั้ง จนหลังมือของเขาเขียวช้ำบวมเป่งไปหมดคราวก่อน เขาทำยังไงไปนะเขาดันไปคิดว่าท่าทางซุ่มซ่ามแบบนั้นมันดูน่ารักดี ถึงขนาดตอนที่ซูเหนี่ยนหนิงร้องไห้ขอโทษ เขากลับยิ้มอย่างไม่ใส่ใจแล้วบอกว่าไม่เป็นไร ค่อย ๆ ทำไปก็ได้นับแต่นั้นมา เขาก็จมดิ่งลงสู่วังวนของเธอ ถลำลึกจนกู่ไม่กลับแต่คราวนี้ เขากลับมองซูเหนี่ยนหนิงที่กำลังขอโทษด้วยสายตาเย็นชา แล้วตวาดลั่น “ไปเรียกหัวหน้าของคุณมา!”หลังจากนั้น โรงพยาบาลก็จ่ายเงินชดเชยให้ซูเหนี่ยนหนิงก้อนหนึ่งแล้วไล่เธอออก ซูเหนี่ยนหนิงจึงหายออกไปจากชีวิตของเขาอย่างถาวรและเมื่อเขาให้น้ำเกลือเสร็จ เงาร่างคุ้นตาก็เดินเข้ามาหาเขาพร้อมกับยื่นมือให้“อวี่เซิน กลับบ้านกันเถอะ”ลู่อวี่เซินเงยหน้ามองเฉียวชิงซุ่ยที่มีแววตาเปี่ยมรักและรอยยิ้มประดับอยู่บนมุมปาก เขาก็ยิ้มตามออกมาเขายื่นมือไปจับมือเธอแล้วลุกขึ้นยืน “อืม กลับบ้านกัน...”ทั้งสองคนจับมือกันแน่น เดินเคียงคู่กันไปสู่แสงสว่างเบื้องหน้า จนกระทั่งร่างเลือนหายไป...ในขณะที่โลกแห่งความเป็นจริง ลู่อวี่เซินที่นอนจมกองเลือดอยู่ก็ค่อย ๆ หมดลมหายใจเสียงกรีดร้อ

  • ไม่อาจเป็นดวงจันทร์ของคุณได้   บทที่ 24

    เสียงหอบหายใจจากปลายสายเริ่มถี่กระชั้นขึ้นเรื่อย ๆ น้ำเสียงเจือความปวดร้าวอย่างเห็นได้ชัดทว่าเฉียวชิงซุ่ยกลับทำเป็นไม่ได้ยิน“ตลอดเวลาที่เราคบกัน นายชอบถามหาเหตุผลจากฉันเสมอ ต่อให้ฉันจะเอาคำตอบไปวางไว้ตรงหน้านาย นายก็มองไม่เห็นอยู่ดี เพราะงั้นต้นตอของเรื่องทั้งหมดนี้ มันเป็นเพราะนายไม่ได้ใส่ใจฉันไงล่ะ”เพราะไม่ใส่ใจความรู้สึกของเธอ ถึงได้กล้านอกใจอย่างหน้าไม่อาย ปล่อยให้ซูเหนี่ยนหนิงมาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอ ปล่อยให้เธอต้องเจ็บปวดซ้ำแล้วซ้ำเล่าทั้งที่มันไม่ควรจะเกิดขึ้นเลย“ทีนี้นายรู้คำตอบแล้วใช่ไหมว่าทำไมเราถึงหย่ากัน”“ลู่อวี่เซิน ในเมื่อเราหย่ากันแล้ว เราก็ไม่ควรจะติดต่อกันอีก”พูดจบ เฉียวชิงซุ่ยก็เตรียมจะวางสาย แต่ลู่อวี่เซินกลับร้องขอความเมตตาอย่างลนลาน“ไม่ ไม่นะซุ่ยซุ่ย เธอจะทำแบบนี้ไม่ได้นะ เรามาเจอกันหน่อยเถอะ ได้ไหม”ในความทรงจำของเฉียวชิงซุ่ย ลู่อวี่เซินแทบจะไม่เคยก้มหัวขนาดนี้มาก่อน มีแค่ไม่กี่ครั้งเท่านั้นที่เขาทำแบบนี้เพื่อไม่ให้เธอหย่ากับเขา“ไม่ละ ยกเว้นว่าใครตาย ไม่งั้นเราอย่าเจอกันอีกเลย”“ตู๊ด ๆ ๆ —”ลู่อวี่เซินมองหน้าจอโทรศัพท์ที่มืดดับลง จู่ ๆ ความเจ็

  • ไม่อาจเป็นดวงจันทร์ของคุณได้   บทที่ 23

    ถึงจะเป็นอย่างนั้น แต่คุณหลินก็ตื้นตันใจมากแล้ว หากเทียบกับท่าทีห่างเหินและเย็นชาของเฉียวชิงซุ่ยก่อนหน้านี้ นี่นับว่าเป็นพัฒนาการที่ก้าวกระโดดเลยทีเดียวทางฝั่งต่างประเทศ หลังจากเฉียวชิงซุ่ยอ่านข้อความจากคุณหลินที่ส่งมาขอบคุณและบอกว่าชอบของขวัญของเธอ เธอก็นั่งเหม่อลอยอยู่เนิ่นนาน ปล่อยให้ความรู้สึกอันซับซ้อนกลืนกินตัวเองไปทีละนิดความจริงแล้ว เธอให้อภัยคุณหลินมาตั้งนานแล้วท้ายที่สุดแล้วในเรื่องตอนนั้นคุณหลินเป็นเพียงเหยื่อ แต่เพราะเธอเอาแต่ยืนอยู่ในมุมของแม่ คิดว่าเขาทรยศแม่ เธอจึงตัดสินใจตัดขาดจากเขาอย่างเด็ดเดี่ยวจนกระทั่งได้เผชิญกับความล้มเหลวในชีวิตแต่งงานด้วยตัวเอง ได้พบเจอผู้คนและเรื่องราวมากมาย เธอถึงเริ่มเข้าใจความยากลำบากของคุณหลินขึ้นมาบ้างเพียงแต่ความเจ็บปวดได้ถูกสร้างขึ้นไปแล้ว ต่อให้เฉียวชิงซุ่ยอยากจะชดเชยให้ ก็ไม่รู้จะเริ่มต้นจากตรงไหนดีเธอจึงทำได้เพียงค่อยเป็นค่อยไป อย่างน้อยก็เหมือนที่พ่อบ้านบอก เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจในภายหลังขณะนั้นเอง โทรศัพท์ในมือก็สั่นครืด ทำเอาเฉียวชิงซุ่ยสะดุ้งหลุดจากภวังค์ ทันทีที่เห็นชื่อ "พ่อ" ปรากฏบนหน้าจอเฉียวชิงซุ่ยลั

  • ไม่อาจเป็นดวงจันทร์ของคุณได้   บทที่ 22

    ณ ตระกูลลู่ ลู่อวี่เซินไม่รู้เรื่องที่คุณหลินตั้งใจจะทำกับเขาเลยแม้แต่น้อย ในหัวของเขามีเพียงความคิดเดียว นั่นคือตามหาเฉียวชิงซุ่ยให้พบเขาคอยส่งคนนำของขวัญชดเชยสารพัดไปให้คุณหลิน ถึงขั้นสั่งให้คนไปบูรณะป้ายหลุมศพของแม่เฉียวชิงซุ่ยใหม่แต่สุดท้ายของทุกชิ้นก็ถูกโยนกลับออกมาในสภาพเดิมทั้งหมดลู่อวี่เซินไม่สนใจ ยังคงให้คนส่งของขวัญต่อไปในขณะเดียวกัน คนที่เขาส่งไปตามหาเธอที่ตระกูลหลินในต่างประเทศก็ถูกไล่ตะเพิดกลับมา ซ้ำยังออกนอกประเทศไม่ได้แล้วอีกด้วย“แกพูดว่าไงนะ”เมื่อลู่อวี่เซินได้ยินว่าคนของตัวเองถูกจำกัดไม่ให้ออกนอกประเทศอีกครั้ง เขาก็นั่งไม่ติดเก้าอี้อีกต่อไปตอนที่เขาถูกคุณหลินไล่ออกมา จู่ ๆ เขาก็นึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้แม้เขาจะไม่รู้ว่าเฉียวชิงซุ่ยยกโทษให้หรือยัง แต่การที่คุณหลินบินกลับประเทศจะต้องได้รับการยินยอมจากเธออย่างแน่นอนไม่อย่างนั้นเฉียวชิงซุ่ยคงโวยวายไปนานแล้ว นั่นก็แสดงว่าเฉียวชิงซุ่ยยังอยู่ต่างประเทศ และมีเพียงสถานที่เดียวในต่างประเทศที่เขายังไม่ได้ไปตามหา เพราะคิดว่าเธอจะไม่มีวันกลับไป นั่นก็คือบ้านตระกูลหลินนั่นเองทีแรกลู่อวี่เซินยังไม่ค่อยแน่ใจนัก แต่พอ

  • ไม่อาจเป็นดวงจันทร์ของคุณได้   บทที่ 21

    คุณหลินแทบจะหัวเราะด้วยความโมโหเมื่อได้ยินคำพูดของลู่อวี่เซิน“ไอ้ที่แกบอกว่าจบกับนกน้อยในกรงทองแล้ว ก็เพราะแกเบื่อหล่อนไปเองไม่ใช่หรือไง แล้วถ้าเกิดแกไม่เบื่อเลยขึ้นมา ลูกสาวฉันไม่ต้องเป็นม่ายทั้งที่สามียังไม่ตายไปตลอดชีวิตเลยหรือไง”“อีกอย่าง แกแต่งงานกับลูกสาวฉันมานาน น่าจะรู้นิสัยของเธอดีว่าเธอเป็นคนที่ยอมหักไม่ยอมงอ ตอนนั้นฉันแค่เหงาเลยหาคนซื่อ ๆ มาแต่งงานด้วย ส่วนทรัพย์สินทุกอย่างฉันก็ยกให้ซุ่ยซุ่ยไปหมดแล้ว แต่ดูสิ หลายปีมานี้เธอไม่ยอมพูดกับฉันสักคำ ทั้งที่ฉันทำไปก็เพราะเพิ่งเสียภรรยานะ แกลองหันกลับมาดูตัวแกเองสิ แกเอาอะไรมามั่นใจว่าเธอยังรักแกอยู่ ถ้าเธอรักแกจริง เธอคงไม่ทิ้งแกไปหรอก”“ลู่อวี่เซิน เลิกหลอกตัวเองได้แล้ว แกลเลอรีนี่แกก็เลิกหวังไปได้เลย กลับไปซะ แล้วต่อไปก็อย่าหวังว่าจะหาตัวเธอเจออีก เธอไม่มีวันยอมมาเจอหน้าแกหรอก”พูดจบ คุณหลินก็ยกถ้วยชาขึ้นจิบเป็นเชิงไล่แขก ในขณะเดียวกันบอดี้การ์ดของคุณหลินก็เดินเข้ามาจากหน้าประตู พลางเอ่ย“คุณลู่ เชิญครับ!”“ปัง!”ประตูแกลเลอรีปิดสนิทลงต่อหน้าต่อตาลู่อวี่เซิน สายฝนที่เทกระหน่ำลงมาจากฟากฟ้าสาดซัดจนร่างของลู่อวี่เซินเปียกโชก

  • ไม่อาจเป็นดวงจันทร์ของคุณได้   บทที่ 20

    วันที่ตกลงเข้าซื้อแกลเลอรีศิลปะของคุณนายหลิน ลู่อวี่เซินมาถึงแกลเลอรีตั้งแต่เช้าตรู่แม้พนักงานของแกลเลอรีจะบอกเขาแล้วว่าเฉียวชิงซุ่ยจะไม่มาปรากฏตัวในการเจรจาเข้าซื้อกิจการวันนี้ แต่เขาก็ยังคงแอบหวังอยู่ลึก ๆ ว่า เผื่อว่าล่ะ เผื่อเฉียวชิงซุ่ยจะโผล่มาล่ะยังไงนี่ก็เป็นหยาดเหงื่อแรงกายของแม่ตอนยังมีชีวิตอยู่ เธอรักแม่มากขนาดนั้น จะไม่มาได้ยังไงลู่อวี่เซินคิดเช่นนี้ และเฝ้ารอเฉียวชิงซุ่ยเช่นนี้ต่อไปในที่สุดเสียงฝีเท้าก็ดังแว่วใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ลู่อวี่เซินรีบยืดตัวตรง มองตรงไปยังประตูที่เปิดกว้างด้วยแววตาเปี่ยมความหวังและในที่สุด ท่ามกลางความเฝ้ารอของลู่อวี่เซิน ร่างในชุดสีขาวร่างหนึ่งก็ค่อย ๆ เดินเข้ามาเขารีบลุกขึ้นยืนมองผู้มาเยือน คำว่า “ซุ่ยซุ่ย” ยังไม่ทันหลุดพ้นริมฝีปาก ก็พลันจุกอยู่ที่คอ“คุณลุง ทำไมถึงเป็นคุณลุงล่ะครับ ซุ่ยซุ่ยล่ะ”คนที่มาไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นคุณพ่อของเฉียวชิงซุ่ยนั่นเองคุณหลินมองลู่อวี่เซินตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชา พลางเอ่ยขึ้น“ฉันไม่มีความจำเป็นต้องบอกว่าเธออยู่ที่ไหน แต่แกจะมาซื้อแกลเลอรีของภรรยาฉัน ทำไมฉันถึงจะมาไม่ได้”ลู่อวี่เซินอ้าปากค้างเล็กน้อ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status