Share

บทที่ 7

Author: อาอู๋
“ซุ่ยซุ่ย!”

จู่ ๆ เสียงของลู่อวี่เซินก็ดังมาจากด้านหลัง

เธอหันหน้าไปก็เห็นเขาก้าวลงมาจากรถแล้วดึงเธอเข้าไปกอดไว้แน่น น้ำเสียงแฝงความร้อนรนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “เธอหนีจากโจวหลินมาได้ ทำไมไม่บอกฉันสักคำ แล้วทำไมยังไม่กลับบ้านอีก รู้ไหมว่าฉันตามหาเธอมานานแค่ไหน”

เฉียวชิงซุ่ยซบอยู่กับอกเขา ได้กลิ่นน้ำหอมของซูเหนี่ยนหนิงที่ยังหลงเหลืออยู่บนตัวเขา จึงเอ่ยเสียงแผ่ว “ตอนนี้นายยังสนความตายของฉันอยู่เหรอ”

“ทำไมฉันจะไม่สนเธอ” ลู่อวี่เซินกระชับวงแขนแน่นขึ้น “ฉันส่งเหนี่ยนหนิงกลับไปปุ๊บก็รีบมาหาเธอทันทีเลยนะ”

เฉียวชิงซุ่ยอยากหัวเราะ แต่กลับหัวเราะไม่ออก

เธอชูจดหมายที่เปียกชุ่มขึ้นมา “นายยังจำเจ้านี่ได้ไหม ไทม์แคปซูลที่เราฝังไว้ด้วยกันตอนอายุ 18 น่ะ”

ลู่อวี่เซินขมวดคิ้ว “ไทม์แคปซูลอะไรกัน เราเคยฝังของแบบนี้ด้วยเหรอ”

เขาเงยหน้ามองดูท้องฟ้า “เอาละ กลับกันก่อนเถอะ ลมแรงขนาดนี้ ขืนเธอป่วยขึ้นมาเดี๋ยวเหนี่ยนหนิงก็ต้องมาคอยดูแลเธออีก”

วินาทีนั้น เฉียวชิงซุ่ยก็หัวเราะออกมา

หัวเราะไปหัวเราะมา เธอก็หัวเราะจนน้ำตาไหล

ที่แท้ สิ่งที่เธอเฝ้าคะนึงหาไม่เคยลืม

เขากลับลืมมันไปหมดแล้ว

เฉียวชิงซุ่ย ได้ยินไหม เขาลืมมันไปตั้งนานแล้ว!

วันเวลาหลังจากนั้น เฉียวชิงซุ่ยพักรักษาตัวอยู่บ้าน ทำได้เพียงทนมองท่าทีที่ซูเหนี่ยนหนิงมีต่อลู่อวี่เซินค่อย ๆ อ่อนลง

เครื่องประดับและกระเป๋าที่เขามอบให้ เธอเริ่มยินดีรับมันไว้

ยามเขากลับบ้านดึกดื่น เธอก็จะคอยรออยู่ที่ห้องนั่งเล่น

บางครั้งเฉียวชิงซุ่ยถึงกับเห็นซูเหนี่ยนหนิงแอบจับมือลู่อวี่เซินด้วยซ้ำ

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ทั้งสามคนไปร่วมงานเลี้ยงธุรกิจด้วยกัน

ลู่อวี่เซินต้องไปพบปะผู้คน ก่อนไปเขาได้กำชับเฉียวชิงซุ่ยว่า “ดูแลเหนี่ยนหนิงให้ดีนะ”

บรรดาลูกคุณหนูไฮโซรอบข้างพากันซุบซิบนินทา

“เห็นไหม ถึงกับให้เมียหลวงคอยดูแลนกน้อยในกรงทอง คุณชายลู่ตามใจหล่อนจนไม่รู้จะบรรยายยังไงแล้ว”

“แค่นั้นที่ไหนล่ะ เมียน้อยแต่งตัวหรูหรากว่าเมียหลวงซะอีก มองปราดเดียวก็รู้ว่ารักเข้ากระดูกแล้ว”

“แต่ฉันได้ยินมาว่าเมื่อก่อนประธานลู่รักภรรยามากไม่ใช่เหรอ ทำไมตอนนี้ถึง...”

“เมื่อก่อนก็รัก แต่ตอนนี้เจอคนที่รักมากกว่าแล้วไง เรื่องหัวใจมันเปลี่ยนแปลงกันได้ในชั่วอึดใจแหละ”

เฉียวชิงซุ่ยรับฟังคำพูดเหล่านั้นเงียบ ๆ โดยไม่ปริปากพูดอะไร

กระทั่งซูเหนี่ยนหนิงดูเหมือนจะเริ่มเบื่อ จึงหันมาพูดกับเฉียวชิงซุ่ยอย่างรำคาญใจว่า “ฉันจะไปเดินเล่นเอง คุณนายลู่ไม่ต้องตามฉันมาหรอกค่ะ ฉันไม่ก่อเรื่องหรอก”

พูดจบ เธอก็ถือแก้วแชมเปญแล้วเดินหายไปอย่างไร้ร่องรอย โดยไม่รอให้เฉียวชิงซุ่ยตอบรับ

แต่ผ่านไปไม่ถึงสิบนาที เฉียวชิงซุ่ยก็ได้ยินเสียงกรีดร้องที่คุ้นเคยดังมาจากที่ไม่ไกลนัก

เธอรีบพุ่งตัวไปก็เห็นคุณชายเสเพลคนหนึ่งกำลังคว้าข้อมือซูเหนี่ยนหนิงไว้แน่น “นังตัวดี ทำมาเป็นหยิ่งยโส ทั้งจิงเป่ยเนี่ย ไม่มีผู้หญิงคนไหนที่ฉันแตะต้องไม่ได้!”

“ไอ้สารเลว อย่ามาแตะต้องฉันนะ!” ซูเหนี่ยนหนิงดิ้นรนทั้งขอบตาแดงก่ำ “ฉันจะบอกอะไรให้นะ ถึงฉันจะจน แต่ฉันก็มีศักดิ์ศรี ไม่มีวันยอมให้แกมาย่ำยีหรอก!”

เฉียวชิงซุ่ยกำลังจะก้าวเข้าไปช่วย แต่กลับเห็นซูเหนี่ยนหนิงล้วงมีดพกเล่มสวยออกมาจากกระเป๋าถือเสียก่อน

ประกายมีดเย็นเยียบตวัดวาบ ใบหน้าของคุณชายเสเพลจนเลือดออก

ชายหนุ่มโกรธจัด เงื้อมือขึ้นเตรียมจะตบเธอ

แต่ทว่าจังหวะนั้นเอง เงาดำสายหนึ่งก็พุ่งพรวดเข้ามา

หมัดของลู่อวี่เซินกระแทกเข้าที่ใบหน้าของหมอนั่นอย่างแรง

เฉียวชิงซุ่ยยืนนิ่งอยู่กับที่ มองเขาซัดหมัดแล้วหมัดเล่าจนอีกฝ่ายเลือดอาบเต็มหน้าราวกับสิงโตกำลังคลุ้มคลั่ง

“ประธาน...ประธานลู่...” คุณชายเสเพลที่ใบหน้าโชกเลือดรีบเอ่ยปากร้องขอชีวิต “สองครอบครัวเรายังมีธุรกิจร่วมกันอยู่นะ!”

“ตอนนี้ไม่มีแล้ว” ลู่อวี่เซินประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา พลางกวาดสายตามองทุกคน “จำเอาไว้ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ใครหน้าไหนกล้าแตะต้องซูเหนี่ยนหนิงก็เท่ากับเป็นศัตรูกับลู่ซื่อกรุ๊ป!”

“และหมอนี่ ก็คือจุดจบของพวกคุณ!”

ท่ามกลางความเงียบสงัด ลู่อวี่เซินสั่งให้คนลากคุณชายเสเพลที่ถูกซัดจนปางตายออกไป

ตอนที่เขาหันกลับมา เฉียวชิงซุ่ยก็เผลอก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ

“เฉียวชิงซุ่ย!” แววตาดุร้ายของเขายังไม่จางหายไป “นี่เหรอวิธีดูแลเหนี่ยนหนิงของเธอ”

เธออ้าปากจะพูด แต่กลับพูดอะไรไม่ออก

แสงไฟจากแชนเดอเลียร์คริสตัลช่างสว่างจ้า แยงตาจนเธอปวดร้าวไปหมด

เธอมองเขาประคับประคองปกป้องซูเหนี่ยนหนิงไว้ในอ้อมอกแล้วเดินจากไป จู่ ๆ ก็นึกถึงตอนที่แต่งงานกันปีนั้น มีคนเผลอทำไวน์แดงหกใส่กระโปรงของเธอ เขาก็โกรธจัดขึ้นมาแบบนี้เช่นกัน

ตอนนั้นเขาพูดว่า “ภรรยาของผม ไม่ถึงคิวให้คนอื่นมารังแก”

แต่ตอนนี้เขาพูดว่า “เหนี่ยนหนิงของผม ไม่ถึงคิวให้คนอื่นมารังแก”

พวกเขาพูดถูก ความรักน่ะ เปลี่ยนแปลงกันได้ในชั่วอึดใจจริง ๆ

หลังจบงานเลี้ยง ทั้งสามคนก็เดินทางกลับพร้อมกัน

กระทั่งเสียงริ้วโทนบาดแก้วหูดังขึ้นทำลายความเงียบ

“อะไรนะคะ ได้ค่ะ ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้!”

ซูเหนี่ยนหนิงวางสาย พลันน้ำตาก็ร่วงหล่นราวกับสายฝน “คุณลู่คะ ช่วยพาฉันไปโรงพยาบาลก่อนได้ไหมคะ...คุณย่า...คุณย่าของฉันโคม่าค่ะ...”

ลู่อวี่เซินไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาหักพวงมาลัยกลับรถอย่างกะทันหัน

ท่ามกลางเสียงยางบดถนนดังสนั่น หน้าผากของเฉียวชิงซุ่ยกระแทกเข้ากับหน้าต่างรถอย่างแรง ทว่าเขากลับไม่แม้แต่จะปรายตามองเธอ มัวแต่ห่วงปลอบซูเหนี่ยนหนิงที่นั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่เบาะหน้า

“ไม่ต้องกลัว” เขาขับรถมือเดียว ส่วนมืออีกข้างก็กอบกุมนิ้วมือที่สั่นเทาของซูเหนี่ยนหนิงไว้แน่น “ฉันอยู่นี่แล้ว”

เมื่อวิ่งมาถึงโถงทางเดิน คุณหมอก็เดินออกมาจากห้องผ่าตัดพอดี

“คนไข้ตับวายครับ ถ้าปลูกถ่ายก็อาจจะยังพอประคองอาการไปได้อีกระยะ แต่หมอขอแนะนำว่าไม่จำเป็นต้องทำหรอกครับ เพราะอายุท่านก็มากแล้ว อีกอย่าง ตอนนี้ตับบริจาคก็หาได้ยากมากด้วย”

“ทำค่ะ! ยังไงก็ต้องผ่าตัด!” จู่ ๆ ซูเหนี่ยนหนิงก็คว้าเสื้อกาวน์ของคุณหมอไว้ เล็บแทบจะจิกทะลุเนื้อผ้า “เท่าไหร่ก็จ่ายค่ะ!”

ลู่อวี่เซินหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้ว “ฉันจะสั่งให้คนรีบไปหาตับบริจาคเดี๋ยวนี้”

แผ่นหลังของเขาตอนคุยโทรศัพท์ช่างตั้งตรงดุจต้นสน เหมือนตอนพ่อของเฉียวชิงซุ่ยหัวใจวายเฉียบพลันในปีนั้น เขาก็จัดการเรียกตัวผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าของเมืองมาอย่างเฉียบขาดแบบนี้เช่นกัน

เพียงแต่ตอนนี้ ความเด็ดขาดนั้นถูกมอบให้คนอื่นไปแล้ว

ไม่นานนักผู้ช่วยก็โทรกลับมา

เฉียวชิงซุ่ยยืนอยู่ข้าง ๆ มองเห็นคิ้วของลู่อวี่เซินขมวดเข้าหากันอย่างชัดเจน “ใคร”

ปลายสายอึกอักอยู่พักหนึ่ง สุดท้ายเสียงของผู้ช่วยก็ดังลอดออกมาอย่างชัดเจน “คุณนาย...ครับ ผลเนื้อเยื่อเข้ากันได้สมบูรณ์”

ซูเหนี่ยนหนิงหันขวับมามองเฉียวชิงซุ่ย ทั้งที่น้ำตายังอาบแก้ม แต่เธอก็พุ่งตัวเข้ามากุมมือเธอเอาไว้ “คุณนายลู่คะ ขอร้องละ...”

นิ้วมือของเธอเย็นเฉียบ ชื้นไปด้วยเหงื่อ

เฉียวชิงซุ่ยทำท่าจะชักมือกลับตามสัญชาตญาณ ทว่ากลับถูกลู่อวี่เซินกดเอาไว้แน่น

“ซุ่ยซุ่ย บริจาคแค่ส่วนเดียวเอง” น้ำเสียงของเขาแผ่วเบา เอ่ยเกลี้ยกล่อมอย่างอ่อนโยน “ไม่ถึงตายหรอก”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ไม่อาจเป็นดวงจันทร์ของคุณได้   บทที่ 25

    วันนั้นซูเหนี่ยนหนิงเบลอ ๆ แทงเข็มพลาดติดกันหลายครั้ง จนหลังมือของเขาเขียวช้ำบวมเป่งไปหมดคราวก่อน เขาทำยังไงไปนะเขาดันไปคิดว่าท่าทางซุ่มซ่ามแบบนั้นมันดูน่ารักดี ถึงขนาดตอนที่ซูเหนี่ยนหนิงร้องไห้ขอโทษ เขากลับยิ้มอย่างไม่ใส่ใจแล้วบอกว่าไม่เป็นไร ค่อย ๆ ทำไปก็ได้นับแต่นั้นมา เขาก็จมดิ่งลงสู่วังวนของเธอ ถลำลึกจนกู่ไม่กลับแต่คราวนี้ เขากลับมองซูเหนี่ยนหนิงที่กำลังขอโทษด้วยสายตาเย็นชา แล้วตวาดลั่น “ไปเรียกหัวหน้าของคุณมา!”หลังจากนั้น โรงพยาบาลก็จ่ายเงินชดเชยให้ซูเหนี่ยนหนิงก้อนหนึ่งแล้วไล่เธอออก ซูเหนี่ยนหนิงจึงหายออกไปจากชีวิตของเขาอย่างถาวรและเมื่อเขาให้น้ำเกลือเสร็จ เงาร่างคุ้นตาก็เดินเข้ามาหาเขาพร้อมกับยื่นมือให้“อวี่เซิน กลับบ้านกันเถอะ”ลู่อวี่เซินเงยหน้ามองเฉียวชิงซุ่ยที่มีแววตาเปี่ยมรักและรอยยิ้มประดับอยู่บนมุมปาก เขาก็ยิ้มตามออกมาเขายื่นมือไปจับมือเธอแล้วลุกขึ้นยืน “อืม กลับบ้านกัน...”ทั้งสองคนจับมือกันแน่น เดินเคียงคู่กันไปสู่แสงสว่างเบื้องหน้า จนกระทั่งร่างเลือนหายไป...ในขณะที่โลกแห่งความเป็นจริง ลู่อวี่เซินที่นอนจมกองเลือดอยู่ก็ค่อย ๆ หมดลมหายใจเสียงกรีดร้อ

  • ไม่อาจเป็นดวงจันทร์ของคุณได้   บทที่ 24

    เสียงหอบหายใจจากปลายสายเริ่มถี่กระชั้นขึ้นเรื่อย ๆ น้ำเสียงเจือความปวดร้าวอย่างเห็นได้ชัดทว่าเฉียวชิงซุ่ยกลับทำเป็นไม่ได้ยิน“ตลอดเวลาที่เราคบกัน นายชอบถามหาเหตุผลจากฉันเสมอ ต่อให้ฉันจะเอาคำตอบไปวางไว้ตรงหน้านาย นายก็มองไม่เห็นอยู่ดี เพราะงั้นต้นตอของเรื่องทั้งหมดนี้ มันเป็นเพราะนายไม่ได้ใส่ใจฉันไงล่ะ”เพราะไม่ใส่ใจความรู้สึกของเธอ ถึงได้กล้านอกใจอย่างหน้าไม่อาย ปล่อยให้ซูเหนี่ยนหนิงมาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอ ปล่อยให้เธอต้องเจ็บปวดซ้ำแล้วซ้ำเล่าทั้งที่มันไม่ควรจะเกิดขึ้นเลย“ทีนี้นายรู้คำตอบแล้วใช่ไหมว่าทำไมเราถึงหย่ากัน”“ลู่อวี่เซิน ในเมื่อเราหย่ากันแล้ว เราก็ไม่ควรจะติดต่อกันอีก”พูดจบ เฉียวชิงซุ่ยก็เตรียมจะวางสาย แต่ลู่อวี่เซินกลับร้องขอความเมตตาอย่างลนลาน“ไม่ ไม่นะซุ่ยซุ่ย เธอจะทำแบบนี้ไม่ได้นะ เรามาเจอกันหน่อยเถอะ ได้ไหม”ในความทรงจำของเฉียวชิงซุ่ย ลู่อวี่เซินแทบจะไม่เคยก้มหัวขนาดนี้มาก่อน มีแค่ไม่กี่ครั้งเท่านั้นที่เขาทำแบบนี้เพื่อไม่ให้เธอหย่ากับเขา“ไม่ละ ยกเว้นว่าใครตาย ไม่งั้นเราอย่าเจอกันอีกเลย”“ตู๊ด ๆ ๆ —”ลู่อวี่เซินมองหน้าจอโทรศัพท์ที่มืดดับลง จู่ ๆ ความเจ็

  • ไม่อาจเป็นดวงจันทร์ของคุณได้   บทที่ 23

    ถึงจะเป็นอย่างนั้น แต่คุณหลินก็ตื้นตันใจมากแล้ว หากเทียบกับท่าทีห่างเหินและเย็นชาของเฉียวชิงซุ่ยก่อนหน้านี้ นี่นับว่าเป็นพัฒนาการที่ก้าวกระโดดเลยทีเดียวทางฝั่งต่างประเทศ หลังจากเฉียวชิงซุ่ยอ่านข้อความจากคุณหลินที่ส่งมาขอบคุณและบอกว่าชอบของขวัญของเธอ เธอก็นั่งเหม่อลอยอยู่เนิ่นนาน ปล่อยให้ความรู้สึกอันซับซ้อนกลืนกินตัวเองไปทีละนิดความจริงแล้ว เธอให้อภัยคุณหลินมาตั้งนานแล้วท้ายที่สุดแล้วในเรื่องตอนนั้นคุณหลินเป็นเพียงเหยื่อ แต่เพราะเธอเอาแต่ยืนอยู่ในมุมของแม่ คิดว่าเขาทรยศแม่ เธอจึงตัดสินใจตัดขาดจากเขาอย่างเด็ดเดี่ยวจนกระทั่งได้เผชิญกับความล้มเหลวในชีวิตแต่งงานด้วยตัวเอง ได้พบเจอผู้คนและเรื่องราวมากมาย เธอถึงเริ่มเข้าใจความยากลำบากของคุณหลินขึ้นมาบ้างเพียงแต่ความเจ็บปวดได้ถูกสร้างขึ้นไปแล้ว ต่อให้เฉียวชิงซุ่ยอยากจะชดเชยให้ ก็ไม่รู้จะเริ่มต้นจากตรงไหนดีเธอจึงทำได้เพียงค่อยเป็นค่อยไป อย่างน้อยก็เหมือนที่พ่อบ้านบอก เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจในภายหลังขณะนั้นเอง โทรศัพท์ในมือก็สั่นครืด ทำเอาเฉียวชิงซุ่ยสะดุ้งหลุดจากภวังค์ ทันทีที่เห็นชื่อ "พ่อ" ปรากฏบนหน้าจอเฉียวชิงซุ่ยลั

  • ไม่อาจเป็นดวงจันทร์ของคุณได้   บทที่ 22

    ณ ตระกูลลู่ ลู่อวี่เซินไม่รู้เรื่องที่คุณหลินตั้งใจจะทำกับเขาเลยแม้แต่น้อย ในหัวของเขามีเพียงความคิดเดียว นั่นคือตามหาเฉียวชิงซุ่ยให้พบเขาคอยส่งคนนำของขวัญชดเชยสารพัดไปให้คุณหลิน ถึงขั้นสั่งให้คนไปบูรณะป้ายหลุมศพของแม่เฉียวชิงซุ่ยใหม่แต่สุดท้ายของทุกชิ้นก็ถูกโยนกลับออกมาในสภาพเดิมทั้งหมดลู่อวี่เซินไม่สนใจ ยังคงให้คนส่งของขวัญต่อไปในขณะเดียวกัน คนที่เขาส่งไปตามหาเธอที่ตระกูลหลินในต่างประเทศก็ถูกไล่ตะเพิดกลับมา ซ้ำยังออกนอกประเทศไม่ได้แล้วอีกด้วย“แกพูดว่าไงนะ”เมื่อลู่อวี่เซินได้ยินว่าคนของตัวเองถูกจำกัดไม่ให้ออกนอกประเทศอีกครั้ง เขาก็นั่งไม่ติดเก้าอี้อีกต่อไปตอนที่เขาถูกคุณหลินไล่ออกมา จู่ ๆ เขาก็นึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้แม้เขาจะไม่รู้ว่าเฉียวชิงซุ่ยยกโทษให้หรือยัง แต่การที่คุณหลินบินกลับประเทศจะต้องได้รับการยินยอมจากเธออย่างแน่นอนไม่อย่างนั้นเฉียวชิงซุ่ยคงโวยวายไปนานแล้ว นั่นก็แสดงว่าเฉียวชิงซุ่ยยังอยู่ต่างประเทศ และมีเพียงสถานที่เดียวในต่างประเทศที่เขายังไม่ได้ไปตามหา เพราะคิดว่าเธอจะไม่มีวันกลับไป นั่นก็คือบ้านตระกูลหลินนั่นเองทีแรกลู่อวี่เซินยังไม่ค่อยแน่ใจนัก แต่พอ

  • ไม่อาจเป็นดวงจันทร์ของคุณได้   บทที่ 21

    คุณหลินแทบจะหัวเราะด้วยความโมโหเมื่อได้ยินคำพูดของลู่อวี่เซิน“ไอ้ที่แกบอกว่าจบกับนกน้อยในกรงทองแล้ว ก็เพราะแกเบื่อหล่อนไปเองไม่ใช่หรือไง แล้วถ้าเกิดแกไม่เบื่อเลยขึ้นมา ลูกสาวฉันไม่ต้องเป็นม่ายทั้งที่สามียังไม่ตายไปตลอดชีวิตเลยหรือไง”“อีกอย่าง แกแต่งงานกับลูกสาวฉันมานาน น่าจะรู้นิสัยของเธอดีว่าเธอเป็นคนที่ยอมหักไม่ยอมงอ ตอนนั้นฉันแค่เหงาเลยหาคนซื่อ ๆ มาแต่งงานด้วย ส่วนทรัพย์สินทุกอย่างฉันก็ยกให้ซุ่ยซุ่ยไปหมดแล้ว แต่ดูสิ หลายปีมานี้เธอไม่ยอมพูดกับฉันสักคำ ทั้งที่ฉันทำไปก็เพราะเพิ่งเสียภรรยานะ แกลองหันกลับมาดูตัวแกเองสิ แกเอาอะไรมามั่นใจว่าเธอยังรักแกอยู่ ถ้าเธอรักแกจริง เธอคงไม่ทิ้งแกไปหรอก”“ลู่อวี่เซิน เลิกหลอกตัวเองได้แล้ว แกลเลอรีนี่แกก็เลิกหวังไปได้เลย กลับไปซะ แล้วต่อไปก็อย่าหวังว่าจะหาตัวเธอเจออีก เธอไม่มีวันยอมมาเจอหน้าแกหรอก”พูดจบ คุณหลินก็ยกถ้วยชาขึ้นจิบเป็นเชิงไล่แขก ในขณะเดียวกันบอดี้การ์ดของคุณหลินก็เดินเข้ามาจากหน้าประตู พลางเอ่ย“คุณลู่ เชิญครับ!”“ปัง!”ประตูแกลเลอรีปิดสนิทลงต่อหน้าต่อตาลู่อวี่เซิน สายฝนที่เทกระหน่ำลงมาจากฟากฟ้าสาดซัดจนร่างของลู่อวี่เซินเปียกโชก

  • ไม่อาจเป็นดวงจันทร์ของคุณได้   บทที่ 20

    วันที่ตกลงเข้าซื้อแกลเลอรีศิลปะของคุณนายหลิน ลู่อวี่เซินมาถึงแกลเลอรีตั้งแต่เช้าตรู่แม้พนักงานของแกลเลอรีจะบอกเขาแล้วว่าเฉียวชิงซุ่ยจะไม่มาปรากฏตัวในการเจรจาเข้าซื้อกิจการวันนี้ แต่เขาก็ยังคงแอบหวังอยู่ลึก ๆ ว่า เผื่อว่าล่ะ เผื่อเฉียวชิงซุ่ยจะโผล่มาล่ะยังไงนี่ก็เป็นหยาดเหงื่อแรงกายของแม่ตอนยังมีชีวิตอยู่ เธอรักแม่มากขนาดนั้น จะไม่มาได้ยังไงลู่อวี่เซินคิดเช่นนี้ และเฝ้ารอเฉียวชิงซุ่ยเช่นนี้ต่อไปในที่สุดเสียงฝีเท้าก็ดังแว่วใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ลู่อวี่เซินรีบยืดตัวตรง มองตรงไปยังประตูที่เปิดกว้างด้วยแววตาเปี่ยมความหวังและในที่สุด ท่ามกลางความเฝ้ารอของลู่อวี่เซิน ร่างในชุดสีขาวร่างหนึ่งก็ค่อย ๆ เดินเข้ามาเขารีบลุกขึ้นยืนมองผู้มาเยือน คำว่า “ซุ่ยซุ่ย” ยังไม่ทันหลุดพ้นริมฝีปาก ก็พลันจุกอยู่ที่คอ“คุณลุง ทำไมถึงเป็นคุณลุงล่ะครับ ซุ่ยซุ่ยล่ะ”คนที่มาไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นคุณพ่อของเฉียวชิงซุ่ยนั่นเองคุณหลินมองลู่อวี่เซินตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชา พลางเอ่ยขึ้น“ฉันไม่มีความจำเป็นต้องบอกว่าเธออยู่ที่ไหน แต่แกจะมาซื้อแกลเลอรีของภรรยาฉัน ทำไมฉันถึงจะมาไม่ได้”ลู่อวี่เซินอ้าปากค้างเล็กน้อ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status