Short
เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม

เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม

作者:  นิจนิรันดร์已完成
語言: Thai
goodnovel4goodnovel
25章節
4.5K閱讀量
閱讀
加入書架

分享:  

檢舉
作品概覽
目錄
掃碼在 APP 閱讀

故事簡介

ความรักทรมาน

ย้อนกลับ

น้ำเน่า

ชายชั่ว

มีสติและเป็นอิสระ

โหดเหี้ยม

การเสียใจภายหลัง

เคาท์ดาวน์

การเปิดห้องกับเพื่อนสมัยเด็กเป็นครั้งที่ 999 เขายังคงเร่าร้อนเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน เช้าวันถัดมา จู้ซีเหยามีรอยจูบพราวทั่วเรือนร่าง เพียงขยับนิดเดียวก็ปวดระบมไปทั้งเอวทั้งหลัง บรรยากาศคลุมเครือในห้องยังคงอบอวล มือเรียวยาวของลู่โจวหนานโอบกอดเธอไว้ รับรู้ถึงความนุ่มอุ่นในอ้อมแขน ก่อนเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจว่า “พรุ่งนี้แต่งตัวให้เป็นทางการหน่อย ไปบ้านฉันด้วยกัน” ได้ยินดังนั้น จู้ซีเหยาก็เงยหน้าขึ้นอย่างตกใจ น้ำเสียงแฝงความคาดหวังอย่างเต็มเปี่ยม

查看更多

第 1 章

บทที่ 1

“ในที่สุดนายก็…จะเปิดเผยความสัมพันธ์ของเราแล้วเหรอ?”

ลู่โจวหนานเลิกคิ้วเล็กน้อย เหลือบมองเธออย่างมีนัย “จะเปิดเผยอะไรล่ะ พรุ่งนี้ฉันมีนัดดูตัวที่บ้าน เธอมาช่วยทำให้บรรยากาศคึกคักหน่อย อย่าให้ฝ่ายผู้หญิงอึดอัด”

คำพูดแต่ละคำกระแทกเข้าหูของจู้ซีเหยา ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจ

หัวใจของเธอแทบหยุดเต้น สมองขาวโพลน “นายจะไปดูตัวงั้นเหรอ แล้วฉันล่ะ…เป็นอะไรสำหรับนาย?”

ลู่โจวหนานลุกขึ้นแต่งตัวไปแล้ว พอได้ยินก็เหลือบมองเธออย่างเฉยเมย “เธอเหรอ ก็เป็นพาร์ตเนอร์ของฉันไง กินข้าวด้วยกัน เล่นเกมด้วยกัน แล้วก็…เป็นคู่นอนที่ช่วยกันระบายความต้องการ”

ความเย็นเยียบค่อย ๆ แผ่ซ่านไปทั่วร่างของจู้ซีเหยา สีเลือดบนใบหน้าค่อย ๆ เลือนหาย ริมฝีปากสั่นระริก

เห็นสีหน้าของเธอ รอยยิ้มบนใบหน้าของลู่โจวหนานก็ค่อย ๆ จางลง เขาโน้มตัวเข้าไปใกล้ช้า ๆ “เดี๋ยวนะ จู้ซีเหยา…เธอคงไม่ได้คิดหรอกนะ ว่าหลายปีมานี้เราสองคนเป็นแฟนกัน?”

น้ำเสียงปนหยอกเย้านั้น ราวกับคมมีดที่แทงลึกเข้ากลางอกของจู้ซีเหยา

เธอฝืนกลั้นความจุกแน่นในอก เสียงสั่นพร่าแทบไม่เป็นคำ “จะ…จะเป็นไปได้ยังไงล่ะ ฉันไปอาบน้ำก่อนนะ”

จู้ซีเหยาลุกขึ้นอย่างลนลาน ก้าวเท้าโซเซเข้าไปในห้องน้ำ

ทันทีที่ประตูปิดลง เธอก็รู้สึกเหมือนเรี่ยวแรงทั้งร่างถูกสูบหาย ทรุดตัวลงกับพื้น

คำพูดเมื่อครู่ยังดังก้องอยู่ข้างหู เธอมองรอยจูบแน่นพราวทั่วตัวที่เขาทิ้งไว้ น้ำตาไหลพรั่งพรูราวสายฝน

พวกเขารู้จักกันมากว่ายี่สิบปี เติบโตมาด้วยกัน เคยดื่มนมแก้วเดียวกัน อ่านการ์ตูนเล่มเดียวกัน

แม้แต่ตอนอายุสิบแปดปี พวกเขายังเคยพลาดมีความสัมพันธ์กันหลังจากดื่มจนเมา

มีครั้งแรก ก็ย่อมมีครั้งที่สอง ครั้งที่สาม…

ยามค่ำคืน ร่างกายของพวกเขาเข้ากันอย่างลงตัว ส่วนยามกลางวัน ก็ทำทุกอย่างที่คู่รักทำกัน

จูงมือเดินท่ามกลางผู้คน จูบกันในคืนข้ามปี ให้คำสัญญาว่าจะอยู่เคียงกันต่อไป โทรศัพท์คุยกันทุกวันไม่ขาด…

จู้ซีเหยาเชื่อมาตลอดว่าพวกเขาคบกันแล้ว เพียงแค่ยังไม่ได้เปิดเผยต่อใคร

แต่ตอนนี้ลู่โจวหนานกลับบอกว่า…พวกเขาไม่ใช่แฟนกัน?

ความเจ็บปวดบีบรัดจนเธอแทบหายใจไม่ออก มือสั่นเทาเปิดน้ำแรงสุด ถึงกล้าปล่อยเสียงร้องไห้ออกมา

ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไร น้ำตาแทบแห้ง เธอถึงค่อย ๆ รวบรวมสติแล้วเดินออกมา

ลู่โจวหนานเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว กำลังนั่งคุยโทรศัพท์อยู่บนโซฟา

“พรุ่งนี้แขกจะมาเยอะ ห้องส่วนตัวเอาให้ใหญ่หน่อย ฝ่ายผู้หญิงกินรสอ่อน จัดอาหารรสเบา ๆ ก็พอ เค้กเอาแบล็กฟอเรสต์ ดอกไม้เป็นกุหลาบชมพูขาว จัดเสร็จแล้วถ่ายมาให้ฉันตรวจ แล้วก็เตรียมสูทสักสิบกว่าชุด รอฉันกลับไปเลือก เอาแต่สีดำทั้งหมด อี้หนิงชอบสีนี้”

พอได้ยินชื่อนั้น ใจของจู้ซีเหยาก็กระตุกวูบ

เธอเผลอมองไป เห็นรอยยิ้มอ่อนหวานปรากฏที่มุมปากของเขา

อี้หนิง?

ที่แท้คนที่เขาจะไปดูตัวด้วย…คือเฉียวอี้หนิง

แววตาของจู้ซีเหยาค่อย ๆ หม่นลง

ถ้าเป็นเฉียวอี้หนิง…เธอก็เข้าใจแล้วว่าทำไมเขาถึงดีใจขนาดนี้

สมัยมัธยม ลู่โจวหนานแอบชอบเฉียวอี้หนิง เอ่ยชื่อเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนติดปาก

แต่น่าเสียดายที่ยังไม่ทันได้สารภาพ เฉียวอี้หนิงก็ไปเรียนต่อต่างประเทศ

หลังจากนั้น จู้ซีเหยาก็ไม่เคยได้ยินเขาพูดถึงคนคนนั้นอีกเลย

ต่อมา หลังจากคืนอันเลยเถิดนั้น ทั้งสองก็ยิ่งใกล้ชิดกันมากขึ้น เธอคิดว่าเขาคงลืมเฉียวอี้หนิงไปแล้ว

แต่ไม่เคยคิดเลยว่า “รักแรกในใจ” ของเขา ถึงไม่เอ่ยถึง ก็ไม่เคยเลือนหาย

ความเจ็บปวดที่เพิ่งซาลง กลับถาโถมขึ้นมาอีกครั้ง จู้ซีเหยาปวดร้าวจนแทบกำโทรศัพท์ไม่อยู่

เสียงดังปัง ลู่โจวหนานหันกลับมา ยิ้มอย่างอารมณ์ดี “อาบน้ำเสร็จแล้วเหรอ งั้นเดี๋ยวเธอช่วยเช็กเอาต์ให้หน่อยนะ ค่าโรงแรมฉันจ่ายไว้แล้ว”

พูดจบเขาก็หยิบเสื้อคลุมลุกขึ้นจะออกไป ก่อนก้าวพ้นประตู เขาหันกลับมามองเธออีกครั้ง รอยยิ้มคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มแตะที่มุมปาก

“อาเหยา ฉันเห็นเธอเป็นแค่เพื่อนสนิทมาตลอด ต่อไปอย่าทำหน้าเหมือนคนหมดอาลัยตายอยากแบบนี้ต่อหน้าฉันอีก ไม่งั้นฉันจะคิดว่าเธอกำลังคิดไม่ซื่อกับฉัน”

“ฉันรู้จักเธอดีไปหมด แค่มองตากันนิดเดียว เธอก็เดาได้ว่าฉันคิดอะไร ชีวิตแบบนี้มันไม่น่าเบื่อเหรอ ถ้าอยู่ด้วยกันจริง ๆ เหมือนทุกอย่างจะจบลงเร็วเกินไป”

เสียงของเขาค่อย ๆ เลือนหายไปตามฝีเท้า แต่ยังคงก้องอยู่ในใจของจู้ซีเหยา

เธอนั่งนิ่งอยู่บนเตียงเย็นเฉียบ หัวเราะออกมาเบา ๆ ก่อนจะหัวเราะทั้งน้ำตา

ที่แท้หลายปีมานี้ ลู่โจวหนานมองเธอแบบนี้มาตลอด

เธอนั่งอยู่คนเดียวจนดึกดื่น ก่อนจะลงไปเช็กเอาต์

ข้างนอกฝนตกหนัก แต่เธอกลับเหมือนไม่รู้สึกอะไร เดินซึม ๆ กลับบ้าน

พอเห็นเธอเปียกปอน พ่อจู้กับแม่จู้ก็รีบเอาผ้าขนหนูมาให้ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความห่วงใย “ฝนตกหนักขนาดนี้ ทำไมไม่เรียกรถล่ะ?”

จู้ซีเหยามองพ่อแม่ด้วยสีหน้าชา ดวงตาไร้แวว เสียงแหบพร่า

“พ่อ แม่ ก่อนหน้านี้เพราะธุรกิจของกลุ่มบริษัทมีการเปลี่ยนแปลง พ่อกับแม่อยากย้ายไปอยู่ต่างประเทศมาตลอดไม่ใช่เหรอคะ? หนูคิดดีแล้ว…พวกเราไปกันเถอะ ไปแล้วจะไม่กลับมาอีกเลย”

เกลี้ยกล่อมกันมาตั้งเกือบครึ่งปี ในที่สุดก็ได้ยินลูกสาวยอมอ่อนลง พ่อจู้กับแม่จู้จึงทั้งแปลกใจทั้งดีใจ “คิดได้จริง ๆ แล้วเหรอ? เลิกกับแฟนคนนั้นแล้วใช่ไหม?”

นึกถึงคำพูดพวกนั้นของลู่โจวหนาน จู้ซีเหยาก็รู้สึกจุกขึ้นมาในใจ ก่อนจะยิ้มขมขื่นแล้วส่ายหน้า

“ไม่มีแฟนค่ะ ไม่เคยมีตั้งแต่แรก นั่นหนูแค่โกหกพ่อกับแม่ เพื่อจะได้ไม่ถูกเร่งเรื่องแต่งงานเท่านั้น”

ถึงจะไม่รู้ว่าที่เธอพูดเป็นจริงหรือไม่ แต่พ่อจู้กับแม่จู้ก็ยังดีใจ รีบไปเตรียมเอกสารย้ายถิ่นฐาน พร้อมกับเร่งให้เธอเก็บข้าวของ

จู้ซีเหยาตอบรับเบา ๆ ก่อนจะกลับเข้าห้องนอน แล้วโยนทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับลู่โจวหนานทิ้งไปจนหมด

อัลบั้มรูปหนา ๆ หลายเล่มที่เก็บรักษาอย่างดีมานานกว่าสิบปี เครื่องประดับต่าง ๆ ที่เขาเคยให้ ชุดเดรส รูปปั้นทำมือ…

ตอนนี้ทั้งหมดถูกโยนลงถังขยะจนสิ้น

“คุณหนู ของดีตั้งเยอะขนาดนี้ ไม่เอาแล้วเหรอคะ?”

มองเห็นแววเสียดายในสายตาของแม่บ้าน จู้ซีเหยาก็พยักหน้าเบา ๆ เสียงเรียบแผ่ว

“ไม่เอาแล้วค่ะ”

ไม่ใช่แค่ของพวกนั้น แม้แต่ความสัมพันธ์ครั้งนี้ รวมถึงลู่โจวหนานคนนี้…เธอก็ไม่เอาแล้วเช่นกัน

展開
下一章
下載

最新章節

更多章節

評論

กิ๊ฟ.
กิ๊ฟ.
สนุกมาก ชอบๆ
2026-06-10 16:47:59
0
0
25 章節
บทที่ 1
“ในที่สุดนายก็…จะเปิดเผยความสัมพันธ์ของเราแล้วเหรอ?”ลู่โจวหนานเลิกคิ้วเล็กน้อย เหลือบมองเธออย่างมีนัย “จะเปิดเผยอะไรล่ะ พรุ่งนี้ฉันมีนัดดูตัวที่บ้าน เธอมาช่วยทำให้บรรยากาศคึกคักหน่อย อย่าให้ฝ่ายผู้หญิงอึดอัด”คำพูดแต่ละคำกระแทกเข้าหูของจู้ซีเหยา ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจหัวใจของเธอแทบหยุดเต้น สมองขาวโพลน “นายจะไปดูตัวงั้นเหรอ แล้วฉันล่ะ…เป็นอะไรสำหรับนาย?”ลู่โจวหนานลุกขึ้นแต่งตัวไปแล้ว พอได้ยินก็เหลือบมองเธออย่างเฉยเมย “เธอเหรอ ก็เป็นพาร์ตเนอร์ของฉันไง กินข้าวด้วยกัน เล่นเกมด้วยกัน แล้วก็…เป็นคู่นอนที่ช่วยกันระบายความต้องการ”ความเย็นเยียบค่อย ๆ แผ่ซ่านไปทั่วร่างของจู้ซีเหยา สีเลือดบนใบหน้าค่อย ๆ เลือนหาย ริมฝีปากสั่นระริกเห็นสีหน้าของเธอ รอยยิ้มบนใบหน้าของลู่โจวหนานก็ค่อย ๆ จางลง เขาโน้มตัวเข้าไปใกล้ช้า ๆ “เดี๋ยวนะ จู้ซีเหยา…เธอคงไม่ได้คิดหรอกนะ ว่าหลายปีมานี้เราสองคนเป็นแฟนกัน?”น้ำเสียงปนหยอกเย้านั้น ราวกับคมมีดที่แทงลึกเข้ากลางอกของจู้ซีเหยาเธอฝืนกลั้นความจุกแน่นในอก เสียงสั่นพร่าแทบไม่เป็นคำ “จะ…จะเป็นไปได้ยังไงล่ะ ฉันไปอาบน้ำก่อนนะ”จู้ซีเหยาลุกขึ้นอย่างลนลาน ก้าวเท้า
閱讀更多
บทที่ 2
เช้าวันถัดมา จู้ซีเหยาถูกเสียงแจ้งเตือนข้อความจากลู่โจวหนานปลุกให้ตื่นเขาส่งข้อความรัวมาเป็นสิบ ๆ ข้อความ ถามว่าเธอจะไปถึงเมื่อไหร่ในใจเธอขมขื่นขึ้นมาทันที ลู่โจวหนาน…นายเคยลองมองตัวเองบ้างไหม ว่าตัวเองโหดร้ายกับคนอื่นได้แค่ไหนมือของเธอสั่นเล็กน้อย ก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไปสั้น ๆ ว่า “วันนี้ไม่สบาย ไม่ไปแล้ว”ไม่นานนัก พ่อจู้กับแม่จู้ก็มาเคาะประตูห้อง“อาเหยา ถึงจะงอนโจวหนานอยู่ ก็อย่ามางอนเอาตอนนี้เลยนะ รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าไปบ้านเขาเถอะ ลูกไม่รู้เหรอว่าเขาให้ความสำคัญกับการนัดดูตัวครั้งนี้มากแค่ไหน เขาชอบลูกสาวตระกูลเฉียวคนนั้นมาหลายปีแล้ว พอรู้ว่าเธอกลับประเทศ ก็รีบให้พ่อช่วยเป็นคนแนะนำทันที”“ใช่แล้ว สาวตระกูลเฉียวเคยมาเรียนเปียโนกับพ่ออยู่ช่วงหนึ่ง พ่อถึงกับไปหาถึงบ้าน กว่าจะช่วยจัดให้มีการเจอกันครั้งนี้ได้ ตั้งแต่ของขวัญไปจนถึงงานเลี้ยง ทุกอย่างจัดเต็มสุด ๆ ที่เรียกลูกไปก็เพื่อช่วยให้บรรยากาศไม่เกร็ง มีผู้หญิงวัยเดียวกันอยู่ด้วย เธอจะได้ไม่อึดอัด โจวหนานครั้งนี้จริงจังมาก พวกลูกก็สนิทกันขนาดนั้น จะไม่ช่วยเขาได้ยังไง”พอเธอไม่ไป ลู่โจวหนานถึงกับโทรมาหาพ่อแม่ของเธอเลยฟังคำเกลี้
閱讀更多
บทที่ 3
ใกล้พลบค่ำ ทางตระกูลลู่ก็จัดรถไว้เรียบร้อย เตรียมออกไปที่ร้านอาหารคนหนุ่มสาวทั้งสามนั่งอยู่ในรถคันเดียวกันตลอดทาง ลู่โจวหนานซึ่งนั่งอยู่ตรงกลางคอยดูแลเฉียวอี้หนิงอย่างเอาใจใส่ทั้งปรับอุณหภูมิแอร์ หยิบผ้าห่มให้ ช่วยหยิบน้ำมาเปิดฝาให้จู้ซีเหยาที่นั่งอยู่ฝั่งซ้ายมองสองคนนั้นคุยกันอย่างออกรส ก่อนจะหันไปมองทิวทัศน์นอกหน้าต่างเงียบ ๆรถเพิ่งแล่นมาได้ครึ่งทาง ฝนก็กระหน่ำลงมาอย่างหนักราวฟ้ารั่วแสงบนถนนมืดสลัว รถคันหน้าก็เปิดไฟสูง พอลงทางลาด คนขับถูกแสงไฟส่องเข้าตาจนพร่ามัว หักพวงมาลัยไม่ทัน รถจึงพุ่งชนราวกันตกเข้าอย่างจังในเสี้ยววินาทีที่อันตรายเกิดขึ้น ลู่โจวหนานดึงเฉียวอี้หนิงเข้ามากอดปกป้องไว้ตามสัญชาตญาณโครม——กระจกหน้าต่างรถแตกกระจายปลิวว่อน จู้ซีเหยาที่นั่งอยู่ด้านในถูกแรงกระแทกจนเลือดท่วมตัวความเจ็บปวดรุนแรงแล่นลามไปทั่วร่าง เธอรู้สึกราวกับทั้งตัวกำลังจะแตกสลายออกเป็นเสี่ยง ๆท่ามกลางสติที่พร่าเลือน เธอเห็นประตูรถฝั่งขวาถูกเปิดออกลู่โจวหนานอุ้มเฉียวอี้หนิงลงจากรถด้วยความร้อนรนอย่างที่สุด พลางติดต่อโรงพยาบาลไปด้วย และปลอบเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเขาราวกับลืมไปว่าบนรถย
閱讀更多
บทที่ 4
กลางดึก จู้ซีเหยาเปิดแอปจองตั๋ว ค้นหาเที่ยวบินตรงจากเมืองฮู่เฉิงไปสเปนเธอเพิ่งจ่ายเงินเสร็จ ลู่โจวหนานก็พาเฉียวอี้หนิงเดินเข้ามาพอดี“อาเหยา มีข่าวดีจะบอก อี้หนิงตกลงคบกับฉันแล้วนะ ฉันนี่ใช้ได้เลยใช่ไหม คนแรกที่มาบอกก็คือเธอ”มองมือของทั้งสองที่จับกันแน่น จู้ซีเหยาพยักหน้าเล็กน้อย น้ำเสียงเรียบเฉย“ยินดีด้วย”แววตาของเฉียวอี้หนิงเอ่อล้นไปด้วยความสุข เธอยิ้มเขินเล็กน้อย “ขอบคุณสำหรับคำอวยพรนะ ได้ยินคุณป้าจู้บอกว่าเธอบาดเจ็บหนัก ช่วงนี้อาการดีขึ้นบ้างหรือยัง? ฉันเอาซุปปลามาให้ ลองกินสักหน่อยนะ”พูดไปด้วย เธอก็เร่งให้ลู่โจวหนานรีบตักซุปให้เห็นเขายอมทำตามอย่างว่าง่าย จู้ซีเหยาก็ชะงักไปครู่หนึ่ง กว่าจะได้สติ“ขอบคุณนะ แต่ซุปปลาไม่ต้องหรอก”พอได้ยินแบบนั้น สีหน้าของลู่โจวหนานก็เย็นลงทันที เขามองเธออย่างไม่พอใจ “นี่เป็นซุปที่อี้หนิงลงมือทำเอง ฉันก็ไม่ได้อยากให้เธอกินอยู่แล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะอี้หนิงเป็นห่วงอาการบาดเจ็บของเธอ ฉันคงไม่ฝืนใจเอามาให้ด้วยซ้ำ แล้วเธอยังจะไม่รู้จักรับน้ำใจอีกเหรอ”พูดไปด้วย เขาก็เทซุปใส่ชามแล้วยัดใส่มือเธอ บังคับให้เธอดื่มเดี๋ยวนั้นจู้ซีเหยาอยากอธิบายสัก
閱讀更多
บทที่ 5
พ่อลู่กับแม่ลู่กำลังจะเอ่ยปาก แต่จู้ซีเหยากลับชิงตอบเขาก่อน“ไม่มีใครหรอก นายฟังผิดไปเอง”ผู้ใหญ่ทั้งสองมองเธอด้วยความประหลาดใจลู่โจวหนานไม่ได้สังเกตสายตาแปลก ๆ ของพ่อแม่ตัวเอง เขาคว้ามือจู้ซีเหยาแล้วพาขึ้นรถทันที“มาพอดีเลย คุยกันเสร็จแล้วใช่ไหม งั้นถ้าไม่มีอะไรแล้ว ไปกับฉันหน่อย”ทั้งสองคนนั่งเงียบกันมาตลอดทางพอรถจอดสนิท จู้ซีเหยาถึงเพิ่งรู้ว่าเขาพาเธอมาที่ร้านแบรนด์หรูเขาให้พนักงานหยิบเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋าออกมาเต็มไปหมด แล้วให้เธอลองทีละชิ้นเธอขมวดคิ้ว แววตาเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ “ลองพวกนี้ไปทำไม?”ลู่โจวหนานดันตัวเธอไปทางห้องลองเสื้อ น้ำเสียงหนักแน่นไม่เปิดช่องให้ปฏิเสธ “ลองก็พอ”จู้ซีเหยากำลังจะปฏิเสธ แต่พนักงานก็ปิดประตูไปแล้ว พร้อมเริ่มแกะกล่องสินค้าเธอลองเสร็จไปหนึ่งชุด เขาก็ถ่ายรูปหนึ่งใบ จากนั้นเธอก็ถูกผลักเข้าไปในห้องลองเสื้ออีกครั้ง…ครั้งแล้วครั้งเล่า วนซ้ำไม่รู้จบ จู้ซีเหยาลองไปนับร้อยชุดจนหมดแรง ขายังถูกส้นสูงกัดจนมีเลือดซึมในที่สุดเธอก็ทนไม่ไหว ผลักพนักงานออก เดินเขย่งไปหาลู่โจวหนาน ก่อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ฉันไม่ต้องการให้นายซื้อของพวกนี
閱讀更多
บทที่ 6
เช้าวันถัดมา พอจู้ซีเหยาลงมาชั้นล่าง ก็เจอลู่โจวหนานทันทีเขานั่งหน้าบึ้งอยู่บนโซฟา สีหน้าเคร่งขรึม น้ำเสียงแข็งกระด้าง“จู้ซีเหยา!”จู้ซีเหยาสัมผัสได้จากน้ำเสียงว่าอารมณ์ของเขาไม่ดีนักแต่เธอก็ไม่มีท่าทีจะปลอบเขาแม้แต่น้อย ท่าทางก็ไม่ได้อบอุ่นอะไรนัก“อ้อ อรุณสวัสดิ์นะ”“ฉันกำลังจะออกไปเดตกับแฟนพอดี คงไม่ได้ต้อนรับนาย เชิญตามสบาย”ความโกรธที่ลู่โจวหนานกดไว้หลายวันปะทุขึ้นทันทีเขาลุกพรวดขึ้นคว้าข้อมือเธอไว้แน่น ดวงตาเต็มไปด้วยความหม่นมืด“เธอไปมีแฟนตั้งแต่เมื่อไหร่?”จู้ซีเหยาไม่ตอบ สีหน้าก็ไม่หวั่นไหวแม้แต่น้อยความโกรธในใจของลู่โจวหนานยิ่งลุกโชน มือที่จับอยู่เผลอบีบแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว“เป็นใบ้ไปแล้วเหรอ? พูดมาสิ!”จู้ซีเหยาพยายามสะบัดมือที่ถูกเขากำจนแดงออก น้ำเสียงยังคงเย็นชา“มันเกี่ยวอะไรกับนายด้วย? นายจะมายุ่งมากเกินไปแล้วนะ”เห็นท่าว่าความขัดแย้งกำลังจะปะทุ แม่จู้ที่ลงมาพอดีก็รีบเข้ามาแยกทั้งสองออก“โอ๊ย เด็กคนนี้ก็แค่งอนอยู่ ช่วงนี้ยุ่งจนแทบไม่มีเวลา จะไปคบแฟนอะไรได้ล่ะ ถ้าจะคบก็คงต้องรอไปก่อน พวกเธอโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก มีอะไรคุยกันดี ๆ ก็ได้ อย่าทะเลาะกันเลย
閱讀更多
บทที่ 7
งานเลี้ยงวันเกิดดำเนินมาถึงครึ่งทาง ลู่โจวหนานกับเฉียวอี้หนิงก็ประกาศกำหนดวันแต่งงานต่อหน้าทุกคนจู้ซีเหยาถึงได้รู้ว่า ที่แท้วันนี้ไม่ใช่แค่วันเกิดของลู่โจวหนาน แต่ยังเป็นงานหมั้นของเขากับเฉียวอี้หนิงด้วยทั้งงานกึกก้องไปด้วยเสียงปรบมือ ทุกคนต่างพากันส่งคำอวยพรเธอนั่งอยู่มุมห้องเพียงลำพัง มองพวกเขาสวมกอดจูบกันด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข ทว่าในใจกลับสงบนิ่งไร้ระลอกคลื่นพอถึงช่วงดื่มอวยพร เฉียวอี้หนิงก็คล้องแขนลู่โจวหนานเดินเข้ามา พร้อมยิ้มหวานแล้วชูแก้วขึ้น“คุณจู้ คุณกับโจวหนานสนิทกันขนาดนั้น งานแต่งของพวกเรา คุณมาเป็นเพื่อนเจ้าสาวได้ไหมคะ?”“ขอโทษนะคะ วันนั้นฉันมีธุระ คงไปร่วมงานแต่งไม่ได้”พอได้ยินเธอปฏิเสธอย่างไม่ลังเล สีหน้าของลู่โจวหนานก็เปลี่ยนไปทันทีเขาเหลือบมองเธออย่างเย็นชา น้ำเสียงแข็งกระด้างเป็นพิเศษ“คนจะมาหรือไม่มาก็ไม่สำคัญ แค่ส่งของขวัญมาก็พอ”จู้ซีเหยาพยักหน้าเบา ๆ น้ำเสียงเรียบนุ่ม “วางใจได้ ด้วยความสัมพันธ์ของเรา ฉันต้องใส่ซองให้หนัก ๆ แน่นอน”น้ำเสียงของเธอฟังดูจริงใจ ราวกับกำลังอวยพรให้พวกเขาจากใจจริงพอนึกถึงคำพูดที่ได้ยินในร้านเมื่อไม่กี่วันก่อน แววตาของลู่
閱讀更多
บทที่ 8
พอได้ยินหมอบอกว่าไม่ได้กระแทกโดนกระดูก เป็นเพียงแผลภายนอกเท่านั้น จู้ซีเหยาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกหลังจากทำแผลเรียบร้อยแล้ว เธอก็กลับบ้านยิ่งใกล้ถึงวันต้องจากกัน ห้องนั่งเล่นก็เต็มไปด้วยกระเป๋าเดินทางใบเล็กใบใหญ่เธอพักผ่อนอยู่สองวัน ก่อนจะบอกข่าวเรื่องย้ายไปอยู่ต่างประเทศกับเพื่อนสนิทไม่กี่คนเพื่อน ๆ นัดรวมตัวกันเป็นพิเศษเพื่อเลี้ยงส่งเธอบรรยากาศบนโต๊ะเต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์ ทุกคนต่างไม่อยากให้เธอไป พร้อมกำชับให้ติดต่อกันบ่อย ๆเกือบตีหนึ่ง งานเลี้ยงถึงได้เลิกราหลังจากส่งทุกคนกลับหมดแล้ว จู้ซีเหยาก็ไปจ่ายเงิน ก่อนจะกลับเข้าไปในห้องส่วนตัวเพื่อหยิบกระเป๋าพอออกมา ระหว่างเดินผ่านห้องข้าง ๆ ก็ได้ยินเสียงคุ้นเคยดังแว่วมา“พี่ลู่ ในที่สุดก็ได้คนที่เป็นรักแรกในใจมาแล้ว รู้สึกยังไงบ้าง?”ประตูแง้มอยู่เล็กน้อย ทำให้เธอได้ยินเสียงลู่โจวหนานที่แฝงรอยยิ้มชัดเจน“ต่อให้ตอนนี้ต้องตาย ฉันก็ยอม”สิ้นเสียงนั้น ภายในห้องก็ระเบิดเสียงหัวเราะครื้นเครง พร้อมเสียงแซวตามมา“แล้วเพื่อนสมัยเด็กคนนั้นของนายล่ะ?”เงียบไปกว่าสิบวินาที ลู่โจวหนานจึงเอ่ยขึ้น น้ำเสียงยังคงสบาย ๆ“เธอเหรอ…นอนด้ว
閱讀更多
บทที่ 9
พอเห็นว่าลู่โจวหนานกล่าวโทษเธอโดยไม่แยกแยะผิดถูก ความน้อยใจและความเจ็บปวดในใจของจู้ซีเหยาก็พุ่งขึ้นถึงขีดสุดแต่เธอยังพยายามประคองสติไว้ อยากอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ชัดเจน“เป็นเธอต่างหากที่หาคนมาคิดจะข่มขืนฉัน ส่วนเรื่องตกบันไดก็เป็นละครที่เธอจัดฉากเอง ถ้าไม่เชื่อก็ไปดูที่ห้องนั้นได้ ขอทานคนนั้นยัง…”พอได้ยินเช่นนั้น เฉียวอี้หนิงก็ลนลานขึ้นมา รีบร้องไห้อธิบายทันที“ไม่ใช่นะ โจวหนาน เธอต่างหากที่ด่าฉันว่าเป็นมือที่สาม แทรกกลางความสัมพันธ์ของพวกนายที่เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก แล้วถึงได้ผลักฉันตกบันได ฉันไม่ได้ทำอะไรเลยนะ ทำไมเธอต้องใส่ร้ายฉันอย่างโหดร้ายแบบนี้ด้วย?”ระหว่างคนสองคนนี้ ลู่โจวหนานเลือกเชื่อเฉียวอี้หนิงอย่างไม่มีเงื่อนไขเขากอดเธอไว้ในอ้อมแขน แล้วระบายความโกรธทั้งหมดใส่จู้ซีเหยา น้ำเสียงเย็นเฉียบราวกับน้ำค้างแข็ง“อี้หนิงจะไปทำเรื่องแบบนั้นได้ยังไง? เธอนั่นแหละที่ไร้เหตุผล ผลักอี้หนิงตกบันได ตอนนี้ยังกล้ากลับดำเป็นขาวอีกเหรอ? ตั้งแต่เด็กเธอก็ชอบตามตื๊อฉัน ฉันเห็นแก่ความสัมพันธ์ของสองครอบครัวถึงได้คบกับเธอ ในเมื่อเธอหลงตัวเอง ไม่รู้จักดีชั่วขนาดนี้ ก็ไสหัวไปซะ!”
閱讀更多
บทที่ 10
ใกล้จะถึงตีหนึ่งแล้ว ลู่โจวหนานถึงเพิ่งกลับมาเขาถอดเสื้อคลุมโยนลงบนโซฟาอย่างลวก ๆ มองห้องนั่งเล่นที่ว่างเปล่า ก่อนจะหาวแล้วถามคนรับใช้“เมื่อวานที่บ้านโทรหาฉันตั้งหลายสาย มีอะไรเหรอ?”คนรับใช้กำลังทำความสะอาดอยู่ พอได้ยินก็รีบตอบอย่างนอบน้อม“คุณผู้ชายคุณผู้หญิงเชิญตระกูลจู้มาทานข้าวที่บ้าน เมื่อวานพวกเขาก็…”ลู่โจวหนานที่ยังมีอารมณ์ค้างอยู่ พอได้ยินคำว่า “จู้” ก็เริ่มไม่พอใจ จึงขัดจังหวะทันที“พอแล้ว ต่อไปเรื่องของตระกูลจู้ ไม่ต้องมาบอกฉัน”พูดจบ เขาก็เดินกลับเข้าห้องนอนพอตื่นขึ้นมาอีกทีก็เป็นเที่ยงวันของวันถัดไปแล้วตอนที่เขาเดินลงบันไดมา พ่อลู่กับแม่ลู่กำลังทานมื้อกลางวันพอดี จึงโบกมือเรียกเขา“โจวหนาน โทรหาอาเหยาหน่อย ถามดูว่าพวกเขาถึง…”เขาเดินไปนั่งลงที่โต๊ะอาหาร สีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะปฏิเสธ“ผมต้องไปดูสถานที่จัดงานแต่ง ไม่มีเวลา”แม่ลู่ไม่ได้บังคับเขา จึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรวิดีโอเองทันทีที่สายเชื่อมต่อ สายของเฉียวอี้หนิงก็โทรเข้ามาพอดีลู่โจวหนานเผยรอยยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะสวมหูฟัง“วันนี้ตื่นเช้าจัง งั้นเดี๋ยวฉันไปรับ ไปกินข้าวเช้าด้วยกันนะ”เขาพูดไปพลางลุกขึ้น
閱讀更多
探索並免費閱讀 優質小說
GoodNovel APP 免費暢讀海量優秀小說,下載喜歡的書籍,隨時隨地閱讀。
在 APP 免費閱讀書籍
掃碼在 APP 閱讀
DMCA.com Protection Status