分享

บทที่ 6

last update publish date: 2026-04-08 18:39:35

แพรไหมเกิดอาการเดดแอร์ สายตาจ้องมองผู้หญิงที่เห็นจากรูปของผู้หวังดี ไม่คิดว่าจะได้เจอตัวจริง แถมยังมาเจอกันในห้องของฉัตรฐา

          เหตุผลนี้สินะที่เขาเงียบหายไป

          รอยยิ้มหยันติดเศร้าปรากฏบนใบหน้าของแพรไหม

          “เกลถามว่าคุณเป็นใคร แล้วเข้ามาในห้องนี้ได้ยังไงกัน” กัลย์สุดาถามอีกรอบอย่างร้อนใจ และทำท่าจะวิ่งหนีเข้าห้องครัวไปด้วยความหวาดกลัวหากอีกฝ่ายก้าวเข้ามาใกล้

          “...”

          แพรไหมยังคงนิ่งเงียบ เพราะไม่รู้ว่าควรตอบว่าเป็นอะไรกับฉัตรฐา         

บทที่ 6

          “พอดีคุณไฉให้แพรมาเอาเสื้อให้น่ะค่ะ” แพรไหมเอ่ยบอกเมื่อตั้งสติได้ พร้อมพยายามยิ้มกว้าง         

          “พี่ไฉสั่งหรือคะ” พอได้ยินชื่อฉัตรฐา กัลย์สุดาก็เริ่มคลายใจ แต่ยังไม่ได้ลดท่าทีระวังภัย ดวงตาพินิจมองคนที่บุกรุกเข้ามา

          “ค่ะ สงสัยคุณไฉจะลืมไลน์บอกคุณเกล” แพรไหมหาเหตุผลมาอ้าง “แพรไม่ใช่มิจฉาชีพหรอกค่ะ แพรเป็นลูกน้องคุณไฉ”

          กัลย์สุดาขบเม้มปากมองพินิจ เพราะตั้งแต่กลับมาเธอยังไม่เคยเห็นหน้าลูกน้องคนนี้เลย

          “เป็นลูกน้องจริงๆ ค่ะ ถามคุณนนก็ได้”

          แพรไหมเห็นสายตาใคร่รู้นั้นจึงพิสูจน์ด้วยการหยิบสมาร์ตโฟนต่อสายหานนทกร เธอต้องการความช่วยเหลือโดยด่วน เพราะไม่เช่นนั้นบ้านของฉัตรฐาอาจจะไหม้ได้    

          “คุณนนคะ แพรมาเอาเสื้อให้คุณไฉ แล้วเจอคุณเกลเข้า ช่วยบอกคุณเกลให้หน่อยได้ไหมคะว่าแพรเป็นลูกน้องคุณไฉ”

          เธอเน้นย้ำคำว่าลูกน้อง และคิดว่านนทกรนั้นหัวไวพอจะเข้าใจสถานการณ์ได้ ก่อนจะส่งต่อสมาร์ตโฟนให้คนของฉัตรฐา

          ฝ่ายนั้นพูดคุยอยู่สามสี่ประโยคก็พยักหน้าว่าเข้าใจแล้ว แพรไหมจึงโล่งใจ

          “แพรขอเข้าไปหยิบเสื้อนะคะ”

          “ค่ะ”

          กัลย์สุดาหลีกทางให้แก่ลูกน้องของฉัตรฐา ถึงกระนั้นก็ก้าวเท้าตามติดไปเมื่ออีกฝ่ายมุ่งหน้าไปยังห้องนอน

          แพรไหมพยายามไม่แสดงพิรุธ มือเปิดตู้เสื้อผ้าแล้วก็ต้องยิ้มเย็น เพราะเสื้อของเธอที่เคยแขวนไว้หายไปทั้งหมด และถูกแทนที่ด้วยเสื้อของคนด้านหลัง พลันได้กลิ่นน้ำหอมที่เธอใช้มาจากตัวฝ่ายนั้น

          “ได้แล้วค่ะ”

          แพรไหมหยิบสูทตัวหนึ่งของฉัตรฐาออกจากราว โค้งศีรษะลงเล็กน้อยเป็นการร่ำลาแล้วจ้ำอ้าวออกมาอย่างเร็วไว

          เวลานี้ใจของเธอกำลังระอุร้อนด้วยเปลวไฟที่เธอเป็นคนโยนไม้ขีดไฟลงไปเอง

          “เฮ้อ เจ็บอีกแล้วยัยแพร”         

          แพรไหมพยายามจัดการกับอารมณ์ระหว่างที่ลิฟต์ตัวกว้างพาเธอลงไปยังชั้นล็อบบี พอก้าวเท้าออกมาเท่านั้นก็ต้องรับสายสำคัญ

          ปิ๊บ

          “เธอเข้าไปที่นั่นทำไม ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ให้เข้าไป รู้ไหมเกลตกใจขนาดไหน...”

          “แพรแค่จะไปเอาเสื้อค่ะ” แพรไหมอธิบายเสียงเรียบ คงหวงกันมากเลยสินะถึงได้รีบโทร.เข้ามาเฉ่งเธอแบบนี้ แต่เธอก็ไม่ใช่คนร้ายกาจเสียหน่อย ไม่เห็นต้องกลัวอะไรขนาดนั้น

          “หลังจากนี้อย่าคิดเข้าไปวุ่นวายอีก” ฉัตรฐาออกคำสั่งเสียงเฉียบ เขาไม่ต้องการให้ใครเข้าไปยุ่มย่ามกับกัลย์สุดา

          “แพรไม่เข้าไปแล้วค่ะ” นับจากนี้ไปเธอจะไม่มาเหยียบที่นี่อีก แต่ก็ไม่วายถามหาข้อสรุป “สรุปเลือกคนนี้นะคะ”

          “ไม่ใช่เรื่องของเธอ” แพรไหมไม่มีสิทธิ์มาวุ่นวายกับหัวใจของเขา

          “ค่ะ แต่ยังไงฝากคุณไฉบอกคุณพ่อของคุณด้วยนะคะว่าได้ว่าที่เจ้าสาวแล้ว” หลังจากนี้คงต้องให้พ่อลูกคุยกันเอง

          “ฉันจะจัดการเอง”

          “แพรยินดีล่วงหน้าด้วยเลยค่ะ” เธอยินดีจากใจจริง จากนั้นก็เงียบไป ก่อนจะเอ่ยบอกในเรื่องที่ต้องการบอกชายหนุ่ม “เดือนหน้าแพรจะหาเงินค่าฉีกสัญญามาให้ค่ะ”

          “ฉันจะรอนับเงิน” เขาจำได้ดีว่าแพรไหมบอกว่าจะเก็บเงินมาไถ่ตัวเองและบ้านไป 

          “ค่ะ” หญิงสาวฝืนยิ้มใส่โทรศัพท์ ในสัญญาระบุไว้ว่าถ้าเธอไปก่อนถึงวันที่เขากำหนด เธอต้องจ่ายค่าฉีกสัญญาตามจำนวนวันที่อยู่ไม่ครบ ถึงจะได้บ้านคืนกลับไป

          ที่จริงหญิงสาวเกือบทำมันได้แล้ว แต่หลายเดือนก่อนหน้านี้เธอยอมควักเงินส่วนนั้นออกมาเพื่อจ่ายไปกับเรื่องหนึ่ง

          หญิงสาวแค่นยิ้ม พูดไปตอนนี้ก็คงไม่ได้ประโยชน์อะไร แต่โชคดีที่มีนิตยสารแนวเซ็กซี่ยื่นข้อเสนอมาเมื่อหลายเดือนก่อน

在 APP 繼續免費閱讀本書
掃碼下載 APP

最新章節

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 13 (03)

    ในเช้าวันรุ่งขึ้นเป็นวันที่มืดมนสำหรับคนที่นอนแทบไม่ได้เลย เพราะหัวใจมีแต่ความเจ็บปวด มันทิ่มแทงเธอทั้งยามหายใจเข้าและออก แพรไหมขยับตัวลุกจากเตียงมานั่งกอดเข่าแล้วโยกตัวไปมาคล้ายหมดอาลัยตายอยาก ความเข้มแข็งที่เคยมีสูญสลาย น้ำตาขังคลอหน่วยตา หญิงสาวเหม่อมองไปรอบบ้านพร้อมคิดถึงบิดามารดาจับใจ พลันกอดตัวเองแน่นกว่าเดิม เพราะรู้สึกเหน็บหนาว แล้วคิดหาวิธีทำให้ตัวเองหายไปจากความเจ็บปวดนี้ แพรไหมนิ่งไปหลายนาทีกว่าจะค่อยๆ ขยับตัวอย่างเชื่องช้าลุกไปอาบน้ำ หลังคิดวิธีออกแล้ว หลังจากแต่งตัวง่ายๆ เสร็จก็ตรงไปที่รถของตัวเอง แล้วขับตรงไปยังสถานที่หนึ่ง ดวงหน้ายังเต็มไปด้วยร่องรอยคราบน้ำตา รถเคลื่อนที่ไปได้ราวครึ่งชั่วโมงก็หยุดสนิท เท้าเรียวเล็กก้าวลงไปยืนอยู่หน้าของสิ่งหนึ่งที่หน้าร้านขายอุปกรณ์ “ไปยืนมองจ้องอะไรกันวะ...” ขณะในรถคันหนึ่งที่จอดอยู่ห่างไปคนหลังพวงมาลัยเกิดคำถาม หัวคิ้วขมวดยุ่ง โดยเขาขับตามมาตั้งแต่บ้านของหญิงสาวแล้ว มือเอื้อมไปหยิบกระดาษทิชชูขึ้นมาเช็ดจมูก รู้สึกเหมือนตัวเองจะมีน้ำมูก แต่สายตายังมองตรงไปยังเจ้าของร่างระหง

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 13 (02)

    “ฮือ” แพรไหมร้องไห้โฮออกมา อีกไม่ถึงสิบก้าวก็จะถึงป้ายรถเมล์โดยสารแล้ว แต่เธอพาตัวเองไปไม่ถึง เพราะรู้สึกเหมือนจะขาดใจตาย หญิงสาวเอาแต่ก้มหน้าลงกับเข่าของตัวเอง คุดคู้อยู่กลางสายฝน ฟังเสียงฝนสลับกับเสียงรถยนต์ที่ขับผ่านไปมา ความรู้สึกตอนนี้ไม่มีอะไรมาบรรยายได้ ก่อนจะต้องเงยหน้าขึ้นมา หลังได้กลิ่นไม่พึงประสงค์ กลิ่นบุหรี่ลอยมาเตะจมูก คล้ายมีคนยืนสูบอยู่ใกล้ๆ เมื่อไล่สายตาไปมองก็พบกับคนคนหนึ่ง คนที่ตั้งคำถามกับเธอ “ให้ช่วยอีกปะ” ใครคนนั้นไม่พ้นฉัตรฐาที่กำลังอัดบุหรี่เข้าปอดแล้วพ่นควันออกมา ดวงหน้าคมคายก้มลงมองลูกนกที่ถูกฝนกระหน่ำ จนปีกน่าจะบินไม่ไหวอีกต่อไป “ไปให้ไกล เหม็นบุหรี่” แพรไหมเค้นเสียงบอก แค่เรื่องที่เจอวันนี้เธอก็เหนื่อยจนอยากหยุดหายใจแล้ว ฉัตรฐายังมารังควานกันอีก แล้วไม่รู้ว่าเขาบ้าหรือเปล่าที่มายืนสูบบุหรี่กลางสายฝน ฉัตรฐาบิดปากใส่ ยังคงยืนสูบบุหรี่อยู่ข้างๆ แพรไหม ก่อนเสียงฟ้าจะคำรามก้องทำให้ทั้งเขาและหญิงสาวสะดุ้งโหยง แพรไหมก้มหน้าลง เพราะเธอไม่มีแรงจะขยับตัวลุก หากนอนลงได้คงทำไปแล้ว พลันเงยหน

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 13

    บทที่ 13 แพรไหมนิ่งเงียบไปหลายนาที หัวใจเจ็บจนแทบทนไม่ไหว พลางมองหน้าคนที่เธอรักทั้งสองแล้วหลับตาลง ขณะคู่ป้าหลานบีบมือของแพรไหมอยู่ตลอด เพราะอยากให้เจ้าตัวยินยอมตกลง เฝ้ามองความหวังของพวกเธอด้วยสายตาเว้าวอนและโน้มน้าว ก่อนทั้งสองจะยิ้มร่า “โอนเงินเข้าบัญชีพิ้งค์ได้เลยค่ะ” แพรไหมมองตรงไปยังศิวัฒน์ “พี่แพร” พิพรรษพรสวมกอดพี่สาวแน่น โล่งใจไปได้มาก ส่วนพรรณรวีถอนหายใจยาว ทว่าไม่ถึงเสี้ยววินาทีกลับถูกผลักให้ตกจากสวรรค์ชั้นฟ้า “แต่พิ้งค์ต้องขายตัวเอง” แพรไหมพูดให้ครบใจความ แล้วสะบัดตัวให้น้องสาวคลายอ้อมกอดออก ดวงตาแข็งกระด้าง ไร้ความอ่อนโยน “พี่แพร” พิพรรษพรหน้าชา เมื่อพี่สาวจะให้เธอทำสิ่งที่น่าขยะแขยง “ทำไม ขายไม่ได้เหรอ” แพรไหมตั้งคำถามเสียงหยัน เธอเจ็บไปทั้งใจจนมันชาแทบไม่รู้สึกอะไรแล้ว โชคดีที่มันยังเต้นได้อยู่ “พิ้งค์จะทำแบบนั้นได้ยังไง ถ้าทำพิ้งค์จะเอาหน้าไปไว้ไหน” พิพรรษพรตาลุกวาวและเริ่มโวยวายดังลั่น “ก็เอาไว้บนคอเหมือนเดิม แต่ต้องเอาตัวไปอยู่บนเตียงของคนอื่น” แพรไหมพูดอย่างหมดเยื่อใย ไม่มี

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 12 (06)

    “เรื่องนี้กูไม่รู้ คุณทีเจเป็นคนนัดร้านนี้” ฉัตรฐารีบปฏิเสธ เขาไม่บ้าถึงขั้นนั้นหรอก “เออ กูค่อยสบายใจหน่อย แต่ดีที่อย่างน้อยเขาก็มีครอบครัว ไม่ได้อยู่ลำพังแล้วยังต้องต่อสู้กับมึง” “ถ้าคนของมึงหักหลังไปยุ่งกับศัตรู มึงจะปล่อยไว้รึไง” ฉัตรฐาตั้งคำถาม คิดว่าเป็นมัฆวานก็คงไม่ปล่อยไว้เช่นกัน “ไม่อะ แต่คงฆ่าทิ้งไปแล้ว” มัฆวานมองลึกเข้าไปในดวงตาของเพื่อนอย่างทิ้งนัยสำคัญ ฉัตรฐาทำเป็นไม่ได้ยินและหันไปสนใจกับลูกค้ารายใหญ่อย่างทีเจที่เดินตรงเข้ามาหา ก่อนทั้งสามจะขึ้นลิฟต์ไปยังห้องอาหารชื่อดังเพื่อพูดคุยงานกัน ด้านพิพรรษพรเมื่อเดินเข้ามาในห้องอาหารก็ได้บอกชื่อที่จองไว้กับพนักงาน จากนั้นก็ถูกพาไปยังห้องส่วนตัวซึ่งจัดโต๊ะไว้รองรับสำหรับสี่ที่ แพรไหมมองไปรอบๆ แล้วหันไปมองน้องสาวกับคนเป็นป้า “แพรดีใจนะคะที่พวกเราได้มากินข้าวด้วยกัน” แม้ทุกอย่างอาจจะไม่ได้กลับไปเป็นเหมือนเดิมร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ได้กลับมากินข้าวพร้อมหน้ากันสักครั้งหนึ่งก็ยังดี “พี่แพรสั่งได้เต็มที่เลยนะคะ” พิพรรษพรบอกอย่างเอาใจ “ได้เลยจ้ะ” แพร

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 12 (05)

    “ทำไมล่ะ...” แพรไหมแปลกใจ เพราะหลังจากวันนั้นน้องก็ส่งข้อความมาเร่งเร้าให้เธอรีบทำตามที่บอก “พิ้งค์...พิ้งค์ขอโทษ” พิพรรษพรอึกอักอยู่เกือบนาทีกว่าจะเอ่ยออกมาได้ แล้วบอกต่อด้วยเสียงอ่อยๆ “พิ้งค์ไม่ควรโทษพี่คนเดียว พี่แพรไม่โกรธพิ้งค์ได้ไหม...พิ้งค์สำนึกผิดแล้ว” “อื้อ...ไม่โกรธแล้ว” แพรไหมเงียบไปก่อนครางตอบ ในเมื่อน้องสาวรู้สึกผิดแล้วเธอก็ไม่อยากตั้งแง่ ตอนนี้น้องสาวคงจะมองเห็นถึงสิ่งที่เธอพยายามทำให้มาตลอดแล้ว “งั้นพรุ่งนี้ไปกินข้าวกันนะคะ พิ้งค์จะชวนคุณป้าไปด้วย” พิพรรษพรเอ่ยปากชวน “ได้สิ” เธอไม่ปฏิเสธ เพราะอย่างไรก็พี่น้องกัน แต่สำหรับเรื่องการเงินของคนเป็นป้า เธอยังยืนยันคำเดิมว่าจะไม่ให้ความช่วยเหลืออีกแล้ว “ไว้พิ้งค์ไปรับนะ แต่งตัวสวยๆ นะ พิ้งค์อยากไปกินอาหารที่โรงแรม” พิพรรษพรดีใจที่พี่สาวตกลง เธอจะรับหน้าที่ในการจองโต๊ะเอง “ได้เลย พี่จะรอนะ” แพรไหมมีดวงตาที่กระจ่างใสขึ้น ส่วนเรื่องบ้านเธอยังจะไปตามนัด เพราะบ้านหลังนี้อย่างไรก็ต้องเป็นของน้องสาว เธอเองก็ควรมีที่ที่เป็นของตัวเอง แล้วเวลาที่แพรไหมเฝ้ารอ

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 12 (04)

    “อย่าสำคัญตัวผิด ฉันพาเกลมาทำบุญต่างหาก” ฉัตรฐาอยากจะหัวเราะเย้ยใส่แพรไหมที่คิดไปว่าเขามาที่นี่เพราะเจ้าตัว แล้วเค้นเสียงถามกลับไป “ยังไม่เลิกชอบคิดเข้าข้างตัวเองอีกเหรอ เธอไม่ได้สำคัญกับฉันเลยสักนิด” “แล้วที่ผ่านมามาด้วยทำไมทุกปี” เธอนึกสงสัยขึ้นมา เรื่องวันเกิดพอเข้าใจแล้ว แต่เรื่องที่เขาอุตส่าห์ตื่นเช้ามาทำบุญด้วยกันตลอดสองปีที่ผ่านมา เขาทำไปเพื่ออะไร ฉัตรฐาไหวไหล่ เขาไม่จำเป็นต้องมานั่งตอบคำถาม “อ้อ หรือว่าอยากจะทำบุญให้คนที่ตายไป เผื่อความละอายในใจจะลดลงบ้าง แต่ดีใจด้วยนะคะ ที่สุดท้ายก็ได้ผล เธอคนนั้นให้อภัยเรื่องพี่ชายที่จมน้ำตายได้แล้ว ทำบุญวัดนี้ได้สมดังใจหวังจริงๆ” แพรไหมคาดเดาเองเมื่อไม่ได้คำตอบ “แพรไหม” ฉัตรฐาตาลุกวาวเมื่อแพรไหมกำลังล้ำเส้น ไม่รู้ว่าเธอไปรู้เรื่องนั้นได้อย่างไร แต่เจ้าตัวไม่มีสิทธิ์พูดเรื่องของเขา หญิงสาวไหวไหล่บ้าง ทำไมเธอต้องยอม ในเมื่ออย่างไรเขาก็ตามรังแกกันอยู่ดี ยิ่งยอมอ่อนฉัตรฐาจะยิ่งได้ใจ คิดแล้วแพรไหมก็เดินเชิดหน้าอย่างถือดีผ่านหน้าคนชังไป ไม่อยากต่อปากต่อคำด้วยอีกแล้ว ทว่าจังหวะนั้นร่างบางกลับเซถอยห

更多章節
探索並免費閱讀 優質小說
GoodNovel APP 免費暢讀海量優秀小說,下載喜歡的書籍,隨時隨地閱讀。
在 APP 免費閱讀書籍
掃碼在 APP 閱讀
DMCA.com Protection Status