เข้าสู่ระบบ“ขอให้ปลอดภัยนะคะ” แพรไหมอวยพร เธอยังไม่ได้จากไป เพราะถูกขอให้ช่วยเฝ้าหน้าคลินิก หากมีอะไรน่าสงสัยให้รีบเข้าไปรายงาน
เป็นเวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงกว่าผู้ชายที่ร่างสูงกว่าฉัตรฐาจะก้าวเท้าออกมาบอกข่าวดี
“ธาดาปลอดภัยแล้วครับ แต่ผมฝากช่วยอยู่กับมันที ผมจะเฝ้าด้านหน้าเอง” ถึงแม้เพื่อนจะปลอดภัยแล้ว แต่เวลานี้ก็ยังนอนไม่ได้สติ และต้องมีคนคอยอยู่ดูแล
แพรไหมเหมือนน้ำท่วมปาก นึกอยากจะปฏิเสธ แต่ในเมื่อช่วยมาถึงขนาดนี้แล้ว อยู่เฝ้าอีกสามสี่ชั่วโมงก็คงไม่ใช่ปัญหา แล้วพลิกตัวเดินเข้าไปด้านใน หากธาดาฟื้นเมื่อใดเธอจะรีบจากไปทันที
กว่าคนเจ็บจะรู้สึกตัว เธอก็ต้องชะโงกหน้าไปมองอยู่หลายรอบ สลับกับการนั่งเข้าเว็บหางานไปพลางๆ
“ขอบคุณที่ช่วยผม” ธาดาไม่สามารถขยับตัวลุกได้ เขารู้สึกร้าวไปหมดทั้งตัว โดยเฉพาะตรงที่ถูกแทง
แพรไหมพยักหน้ารับแล้วเป่าลมแรงๆ ออกจากปาก รู้สึกโล่งใจไม่น้อย
“คุณอยากได้อะไร ผมจะตอบแทน เงินสักสองสามล้านก็ไม่มีปัญหา” ธาดานิ่วหน้าขณะพูด เขาตอบแทนได้ทุกอย่างที่แพรไหมต้องการ
“แพรสงสารเลยช่วย ไม่ได้หวังเงินค่ะ” แพรไหมปฏิเสธ เห็นแบบนี้แต่เธอก็ไม่ได้คิดเรื่องเงินไปเสียทุกอย่าง ก่อนจะหยิบสมาร์ตโฟนที่วางไว้ข้างเตียงขึ้นมาถือไว้
“คุณหางานใหม่อยู่เหรอ” ธาดามองไปเห็นเว็บหางานบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือของแพรไหมจึงอดถามไม่ได้ แล้วยกมือไปกุมหน้าท้องด้วยใบหน้าเหยเก
“หาเตรียมไว้ค่ะ แต่ไม่ใช่สำหรับตอนนี้”
“ไอ้ไฉจะเฉดหัวคุณทิ้ง?”
แพรไหมไม่ตอบ
“มาทำงานกับผมสิ”
“ยุ่งยากแน่ๆ ค่ะ แค่แพรช่วยคุณครั้งเดียว อย่าคิดว่าเป็นบุญคุณเลย เป็นคุณถ้ามีคนมานอนเจ็บอยู่ตรงหน้าก็ต้องช่วยเหมือนกัน”
หากเธอย้ายฝั่ง รับรองเลยว่าชีวิตจะเจอแต่ความโชคร้าย ฉัตรฐาคงไม่ปล่อยเธอไว้แน่ แค่มาช่วยธาดาก็สุ่มเสี่ยงมากเกินแล้ว และเธอก็ไม่เคยคิดจะทรยศต่อเขาด้วย“ผมคงไม่ช่วยครับหากเป็นไอ้ไฉ นามบัตรผมอยู่ในกระเป๋ากางเกงนะ ติดต่อมาได้เสมอ ผมไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณใคร” ธาดาบอกด้วยสีหน้าจริงจัง
“แพรต้องไปแล้ว ตอนบ่ายแพรมีนัดคุยงาน” ถึงเวลาเธอต้องไปเตรียมตัวทำงานแล้ว และไม่ได้คิดหยิบนามบัตรเขาติดมือไปด้วย
“ขอบคุณครับ” ธาดาขอบคุณจากใจ ไม่นึกเหมือนกันว่าชีวิตต้องมารับความช่วยเหลือจากคนของศัตรู
แพรไหมยิ้มรับแล้วเดินตรงไปยังรถที่จอดไว้อย่างเร็วไว หลังจากนี้เธอต้องนำไปล้างและส่งคืนให้ร้านเช่า
PAIRJAA : งานเรียบร้อยค่ะ
แพรไหมพิมพ์ข้อความส่งไปให้ฉัตรฐา หลังปิดงานทั้งสองเรียบร้อยแล้วและกำลังนั่งเครื่องบินกลับไปยังกรุงเทพฯ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีการตอบกลับมา
เขาอ่านแต่ไม่ตอบ
หรือคนที่มาดูตัวครั้งนี้ถูกใจเขากันนะ
แพรไหมมีคำถามเกิดขึ้น เขาถึงเงียบหายไปสองวันแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็จำเป็นต้องเข้าไปหา เพื่อนำสร้อยไปส่งให้ถึงมือ
PAIRJAA : เดี๋ยวแพรจะเอาสร้อยเข้าไปให้นะคะ
CAI-CHATTHA : เดี๋ยวให้นนไปเอา ช่วงนี้ไม่ต้องเข้ามาหา ไปทำงานที่สุราษฎร์ต่อ
รอไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเธอก็ได้รับงานใหม่ต่อแบบไม่มีเวลาให้หยุดพัก แต่ก็ดีเหมือนกัน เธอจะได้ไม่ต้องไปเจอหน้าเขาให้เจ็บปวดใจเปล่าๆ
หลังนำสร้อยส่งต่อให้นนทกรแล้วแพรไหมก็กดจองตั๋วเครื่องบินเพื่อไปทำงานที่ได้รับมอบหมายต่อ ถือโอกาสไปเที่ยวด้วยเลย
แต่แพรไหมก็ไม่คาดคิดว่าตลอดสองสัปดาห์นี้เธอจะได้ทำงานแบบไม่มีหยุดพัก เธอต้องอาศัยนกยักษ์บินไปทำงานแทนฉัตรฐาไม่รู้กี่รอบ
กระทั่งวันนี้ที่เท้าของเธอเหยียบลงบนพื้นกระเบื้องในห้องพักของตัวเอง เพราะพรุ่งนี้เธอรับงานไว้จึงต้องกลับมา
“เหนื่อย”
แผ่นหลังสวยทิ้งลงบนเตียง เธอคิดถึงหมอนและผ้าห่มนุ่มๆ ของตัวเองแทบแย่
“ทำไมถึงโยนงานมาให้เยอะขนาดนี้นะ หรือป่วย?” ปกติฉัตรฐามักจะไปดูแลงานด้วยตัวเอง มันดูผิดวิสัยไปจึงอดคิดสงสัยไม่ได้
บางทีเขาอาจมีงานที่สำคัญกว่าก็เป็นไปได้ หญิงสาวคิดแล้วก็นอนกลิ้งตัวไปมาราวครึ่งชั่วโมง ก่อนจะต้องดีดตัวขึ้นไปยังหน้าตู้เสื้อผ้า
“ชุดเดรสสีฟ้าหายไปไหน เรามีแค่ตัวเดียวด้วย”
แพรไหมรื้อตู้เสื้อผ้ามาร่วมสิบนาทีแล้ว แต่ก็หาชุดเดรสที่มีโบผูกด้านหลังไม่เจอ
“ต้องอยู่ที่ห้องคุณไฉแน่ๆ” ครั้งสุดท้ายที่ใส่ เธอแวะไปหาฉัตรฐาหลังทำงานเสร็จ เมื่อนึกได้แล้วก็ทำหน้าเหนื่อย เพราะคงต้องหอบสังขารไปเอาถึงเพนต์เฮาส์เขา และเธอเองก็มีเรื่องจะพูดคุยกับฉัตรฐาด้วย
แพรไหมขับรถคันเล็กมุ่งตรงไปยังเพนต์เฮาส์ เมื่อไปถึงก็หยิบคีย์การ์ดขึ้นมาทาบที่ตัวรับสัญญาณแล้วผลักประตูไปด้านใน ทว่าเพียงก้าวเข้าไปได้ไม่กี่ก้าวก็ต้องชะงัก เพราะจมูกได้กลิ่นหอมของอาหาร รวมถึงมีเสียงกุกกักมาจากห้องครัว
เจ้าของดวงหน้าสวยขมวดคิ้ว เพราะปกติแล้วฉัตรฐาไม่ชอบการเข้าครัวทำอาหาร ไม่รู้วันนี้นึกครึ้มอะไร จังหวะนั้นก็มีเสียงไม่คุ้นหูตะโกนถามสวนมา
“กลับมาแล้วเหรอคะพี่...”
แพรไหมชะงักไปทั้งตัวและใจ มองคนที่เดินออกมาจากห้องครัวตาไม่กะพริบ
“คุณเป็นใครกันคะ” คนเอ่ยถามถอยหลังกรูดด้วยความกลัว เมื่อจู่ๆ ก็มีคนแปลกหน้าเข้ามาในห้อง
บทพิเศษ 6 “งานไม่ใหญ่แน่นะวิ” คำถามนี้หลุดออกจากปากของจิรัฐทันทีที่มาถึงบ้านของแพรไหมที่เป็นสถานที่จัดงาน เขามองอย่างตกตะลึงนิดๆ พลันหันมองมัฆวานที่มาช่วยงานอยู่ก่อนแล้ว “เออ ไม่ใหญ่ แต่โคตรอลังการ” มัฆวานประชด แล้วมองดูทีมงานออร์แกไนซ์ที่กำลังเตรียมขึ้นโครงอุโมงค์ผ้าและดอกไม้ ไหนจะแบ็กดรอปด้านหน้าอีก ไม่เห็นเหมือนที่เพื่อนบอกไว้สักนิด ‘งานแต่งกูเล็กๆ ไม่ได้ตกแต่งอะไรมาก พวกมึงไม่ต้องเตรียมตัวอะไรกันมากหรอก’ “นี่กูกลับไปสั่งตัดสูททันไหมวะ” จิรัฐว่า เขาก็หลงเชื่อมันว่าเป็นงานเล็กๆ อบอุ่น แต่ที่เห็นนี่แสนจะหรูหรา แค่ไม่ได้อยู่ในโรงแรมหรูเท่านั้น “น่าจะไม่ทัน” มัฆวานว่า เพราะอีกสองวันจะถึงวันงานแล้ว “ว่าแต่คุณลุงมาไหมวะ” จิรัฐอดถามไปถึงฉันทวัศไม่ได้ “ไม่มา และไม่ยินดี” มัฆวานส่ายหน้า ฉัตรฐาได้พาแพรไหมไปหาอีกฝ่ายเพื่อบอกถึงการตกลงปลงใจ แต่ฝ่ายนั้นไม่รับฟังและไม่ขอรับรู้ เพราะสุดท้ายยังกอดรัดทิฐิไว้แน่น และกลับไปให้ความสนใจกับการพยายามกลับมายิ่งใหญ่เหมือนเดิม เขาอดคิดไม่ได้ว่า บทสรุปสุดท้ายของฉันทวัศค
“อื้อ” ไม่นานสองเสียงก็ครางออกมาแผ่วเบา ชั่วครู่หนึ่งเอวสอบก็เริ่มเคลื่อนขยับ กระแทกสวนลึกจนเกิดเสียงดัง หญิงสาวครางกระเส่า มือจับหัวไหล่หนาไว้แน่น ศีรษะโยกไหวตามแรงถาโถม ไม่นานร่างของเธอก็ถูกโอบขึ้นเหนือพื้น ขณะสะโพกแกร่งยังโยกไหวเร็วไว สองแขนนุ่มโอบรัดร่างหนาไว้แน่น ก่อนบั้นท้ายจะถูกมือหนาช้อนให้ขยับขึ้นลง “อ่า” ฉัตรฐารู้สึกชอบท่านี้เป็นบ้า ส่วนหญิงสาวซุกใบหน้าเข้ากับลำคอหนาพร้อมทั้งใช้ฟันขาวขบกัดเบาๆ กระตุ้นให้ร่างของเธอถูกโจนจ้วงหนักขึ้น ไม่นานร่างเล็กก็ถูกพาเดินไปยังใต้ฝักบัว มือหนายื่นไปหมุนก๊อกให้สายน้ำเย็นฉ่ำร่วงหล่น ดับความร้อนที่กำลังแผดเผา แล้วก็ต้องใช้มือดันผนังห้องไว้ ฉัตรฐาดึงก้นสวยเข้าหาตัว มือออกแรงตีเบาๆ ก่อนจะกดสะโพกสวนล้วงลึก จากนั้นก็โน้มตัวไปด้านหน้า จับคางมนให้หันมารับจูบ แต่ไม่นานเท่าไรเขากลับถูกผลักอกให้ไปนอนลงกับพื้น แล้วร่างสวยก็มานั่งคร่อมทับ บดขยี้ก้นลงมาโยกไหว จนเขาต้องอ้าปากปล่อยเสียงคราง แล้วเกร็งไปทั้งตัว ก่อนจะผลัดกันรุกกันรับไปเรื่อยๆ ในค่ำคืนนี้ยังอีกยาวนาน บทรั
“อื้อ” นาทีนั้นก็ได้ยินเสียงครางเบาๆ จากปากนุ่มเล็ก รอยยิ้มจึงเผยขึ้น เพราะเขารู้ว่าจุดไหนคือจุดอ่อนของหญิงสาว แล้วอดใจไม่ไหวยื่นใบหน้าไปงับปากสวยเบาๆ รสชาติและกลิ่นหอมที่คุ้นเคยทำให้ชายหนุ่มพึงพอใจ แล้วถูไถปลายจมูกไปมากับจมูกโด่งสวย มือเริ่มลูบไล้ทรวงละมุนแล้วใช้ปลายนิ้วสะกิดยอดปทุมถัน แพรไหมสะดุ้งเบาๆ ห่อไหล่เข้านิดๆ ช้อนสายตาขึ้นมองคนที่ยิ้มชอบใจ แต่มีหรือเธอจะยอมแพ้ หญิงสาวยื่นมือไปทำตามแบบเดียวกับเขา แถมยังยื่นปากนุ่มเข้าไปกลืนกิน “แพร” เพียงเท่านั้นฉัตรฐาก็เสียงสั่น ความสุขซ่านเข้าโจมตีทันที แพรไหมยิ้มยั่ว ก่อนจะย้ายกลีบปากนุ่มไปยังยอดอกสีแดงอีกข้าง พลันใช้ฟันคมงับเบาๆ “อ่า” ฉัตรฐาปลดปล่อยเสียงครางออกมาอีกระลอก ใบหน้าบิดเบี้ยวเชิดสูง เขาขอยอมแพ้ตอนนี้ทันหรือเปล่า เมื่อร่างกายจวนจะคลั่ง แค่ถูกระตุ้นนิดๆ หน่อยๆ ก็แทบทนไม่ไหว จึงเชยดวงหน้าหวานขึ้นรับจูบเร่าร้อน ปลายลิ้นสอดแทรกเข้าไปในโพรงปากหวาน กระหวัดเกี่ยวกับลิ้นเล็ก ลำตัวหนาขยับไปบดเบียดเสียดสีกับเนื้อนุ่ม แพรไหมเปิดปากรับอย
“พี่ไฉคะ” “ครับ” ชายหนุ่มขานรับพร้อมเหลือบตามอง “วันนี้อยู่ดูเน็ตฟลิกซ์ด้วยกันไหมคะ” หญิงสาวสูดอากาศเข้าปอดก่อนบอกออกไป หน้าแดงขึ้นชัดเจน แต่คิดว่ามันถึงเวลาแล้ว “ได้ครับ มีหนังเข้าใหม่เหรอครับ” ฉัตรฐาพยักหน้าหงึกหงักแล้วถามไปหน้าซื่อ “ก็ประมาณนั้นค่ะ” คนต้องตอบแทบไปไม่ถูก ดวงตากลอกไปมาเล็กน้อย ไม่คิดว่าฉัตรฐาจะไม่เข้าใจ แต่เธอก็เตรียมไว้อีกประโยค “แล้วเราต้มรามยอนกินกันด้วยดีไหมคะ” “เอาครับ เอา” ฉัตรฐาตอบกลับด้วยสีหน้าเช่นเดิม หญิงสาวผ่อนลมหายใจยาวๆ ออกมา สรุปแล้วฉัตรฐาไม่เข้าใจความหมายที่เธอชวน จนอยากจะส่งเสียงกรีดร้อง ทว่ารถแล่นมาไม่นานกลับชะลอและหยุดยังหน้าร้านสะดวกซื้อ “เดี๋ยวพี่มานะครับ...” “จะซื้ออะไรหรือคะ” “ซื้อถุงยางน่ะสิครับ” ฉัตรฐาเฉลย แล้วยิ้มกรุ้มกริ่ม นั่นทำให้มีคนโวยวาย “โธ่ แพรก็คิดว่าไม่เข้าใจ” ที่แท้เธอถูกแกล้งนี่เอง “ระดับนี้แล้วจะไม่เข้าใจได้ไงครับ” เขาดีใจจนเนื้อเต้นและขยายโตแล้วเนี่ย แต่เก็บอาการไว้ก็เท่านั้น “เดี๋ยวก็อดหรอกค่ะ” แพรไ
“รีบๆ ไปเถอะ” ฉัตรฐาสะบัดนิ้วไล่ แล้วยกนิ้วกลางเหนือกว่านิ้วอื่นใส่อย่างอดไม่ได้เมื่อธาดายังกวนตีนไม่เลิกด้วยการส่งสายตาแช่งชักมา หลังจากนั้นแค่อึดใจเดียวภายในบ้านก็หลงเหลือแค่เขา แพรไหม และเจ้าปลาหมึก แพรไหมส่งยิ้มไปขอบคุณคนที่พยายามใจเย็นและเข้าใจ รู้สึกว่าชายหนุ่มเปลี่ยนไปค่อนข้างมาก เขาพยายามดูแลความรู้สึกของเธอเสมอ หัวใจมีคำถามขึ้นมาว่า ‘ถึงเวลาแล้วหรือเปล่า’ “คราวนี้แพรจะขายไข่ข้นเหมือนเดิมไหมครับ” ฉัตรฐาให้ความสนใจกับการออกบูทของหญิงสาว “เหมือนเดิมค่ะ แต่ว่าจะเอาของอย่างอื่นไปขายด้วยค่ะ” “อะไรเหรอครับ” ชายหนุ่มนึกอยากรู้ แพรไหมยกยิ้มกว้าง เพราะเป็นสิ่งที่คนตัวโตเคยลั่นวาจาไว้ ก่อนจะยื่นหน้าไปกระซิบข้างหูสะอาด ทำให้คนฟังหัวเราะออกมา แล้วรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยเลยกับบทบาทใหม่ของตัวเอง “พี่ไฉพร้อมแล้วใช่ไหมคะ” แพรไหมที่สวมผ้ากันเปื้อนและที่คลุมผมถามกับคนที่ยืนอยู่ข้างกันในบูทเล็กๆ ที่ได้มาจัดกลางห้างสรรพสินค้า ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านสักเท่าไร “พร้อมมากครับ” เขาพร้อมมาหลายวันแล้ว ทั้งหัดยิ้ม หั
“ผมมีมือวิเศษ” เขาใช้มือข้างถนัดให้เป็นประโยชน์ ที่ผ่านมาแม้ชื่นชอบเซ็กซ์ แต่ก็ไม่เคยนอกลู่นอกทางไปมองคนอื่น มีแต่แพรไหมคนเดียวมาตลอด ถึงแม้จะเป็นไม้เบื่อไม้เมากัน หญิงสาวคิดว่าคงต้องเอาใจชายหนุ่มอีกหน่อย จึงเอนตัวไปพิงกับหัวไหล่หนา มือยกขึ้นเกาะแขน แล้วเอ่ยถ้อยคำไปอีก “พี่ไฉของแพรน่ารักที่หนึ่งเลยค่ะ” “แพร...” ชายหนุ่มถึงกับทำตาโต ดีใจที่หญิงสาวขยับประตูหัวใจกว้างขึ้นแล้ว “น้องแพรของพี่ก็ดีที่หนึ่งครับ” เขาหยอดคำหวานตอบกลับไปบ้าง แล้วดึงร่างเล็กเข้ามาในวงแขน ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจากที่เคยปากดีใส่กัน ในวันนี้ทั้งเขาและหญิงสาวจะประนีประนอมถนอมใจกันได้ถึงขั้นนี้ คงเพราะความรักล้วนๆ ที่ทำให้พวกเขาอยากดีต่อกันมากขึ้น ร่วมสิบนาทีกว่าเขาจะขยับตัวออกห่าง เพราะถึงเวลาไปหาบิดาแล้ว มีของโปรดต้องนำไปให้ “พี่คงต้องกลับแล้วครับ” ฉัตรฐารีบแทนตัวเองด้วยสรรพนามใหม่ที่เฝ้ารอใช้มาตลอด “เดี๋ยวแพรเดินไปส่งค่ะ” หญิงสาวยิ้มเอ็นดู แล้วไปยืนส่งที่หน้ารถ เจ้าลูกชายตัวแสบก็มาด้วย ในจังหวะที่เท้าหนักจะก้าวขึ้นรถไป เธอก็หยุดเขาไว้ “พี
บทที่ 18 เมื่อแสงจากดวงตะวันเล็ดลอดผ่านผ้าม่านเข้ามากระทบกับเปลือกตาคู่สวย แพรไหมที่กำลังดำดิ่งสู่ห้วงนิทราก็ค่อยๆ ตื่นขึ้นด้วยอาการงัวเงียเล็กน้อย ข้างตัวมีสมุด ปากกา และสมาร์ตโฟนวางไว้ เมื่อคืนเธอนั่งหาข้อมูลของธาดาและแฟนเก่าคนนั้น พบว่าเป็นลูกของคนใหญ่คนโตคนหนึ่ง มีภาพที่ไปไห
“ยัยตัวแสบเอ๊ย ถึงว่ายอมง่ายๆ” ชายหนุ่มเจ็บใจที่พลาดท่าจนได้ แต่ไม่ถึงนาทีก็มีเสียงหนึ่งแว่วมา “บ่นอะไรของมึง” เจ้าของเสียงไม่พ้นมัฆวานที่เข้านอกออกในบ้านได้ไม่ต่างจากเจ้าของบ้านคนหนึ่ง เมื่อทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตรงหน้าเพื่อน ดวงตาคู่เฉียบก็มองไปยังข้าวผัดกะเพราในจานใบสวย แล้วร
“ขอบคุณเจ้มากเลยนะคะสำหรับส่วนลด” แพรไหมพนมมือขึ้นไหว้เจ้าของร้านขายอุปกรณ์เกี่ยวกับการทำอาหาร หลังขับรถมาซื้อกล่องกระดาษไปเตรียมตัวทำอาหารขาย “พวกเรามันคนกันเอง” ปรานีโบกมือว่าไม่ต้องเกรงใจ เมื่อก่อนแพรไหมเป็นลูกค้าประจำ แถมยังแนะนำร้านเธอให้กับโรงงานกับร้านอาหารอีกด้วย จึงสนิท
ในเช้าวันรุ่งขึ้นเป็นวันที่มืดมนสำหรับคนที่นอนแทบไม่ได้เลย เพราะหัวใจมีแต่ความเจ็บปวด มันทิ่มแทงเธอทั้งยามหายใจเข้าและออก แพรไหมขยับตัวลุกจากเตียงมานั่งกอดเข่าแล้วโยกตัวไปมาคล้ายหมดอาลัยตายอยาก ความเข้มแข็งที่เคยมีสูญสลาย น้ำตาขังคลอหน่วยตา หญิงสาวเหม่อมองไปรอบบ้านพร้อมคิดถึงบิด







