Share

บทที่ 5 (02)

last update publish date: 2026-04-07 16:26:40

          “ขอให้ปลอดภัยนะคะ” แพรไหมอวยพร เธอยังไม่ได้จากไป เพราะถูกขอให้ช่วยเฝ้าหน้าคลินิก หากมีอะไรน่าสงสัยให้รีบเข้าไปรายงาน

          เป็นเวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงกว่าผู้ชายที่ร่างสูงกว่าฉัตรฐาจะก้าวเท้าออกมาบอกข่าวดี

          “ธาดาปลอดภัยแล้วครับ แต่ผมฝากช่วยอยู่กับมันที ผมจะเฝ้าด้านหน้าเอง” ถึงแม้เพื่อนจะปลอดภัยแล้ว แต่เวลานี้ก็ยังนอนไม่ได้สติ และต้องมีคนคอยอยู่ดูแล

          แพรไหมเหมือนน้ำท่วมปาก นึกอยากจะปฏิเสธ แต่ในเมื่อช่วยมาถึงขนาดนี้แล้ว อยู่เฝ้าอีกสามสี่ชั่วโมงก็คงไม่ใช่ปัญหา แล้วพลิกตัวเดินเข้าไปด้านใน หากธาดาฟื้นเมื่อใดเธอจะรีบจากไปทันที

          กว่าคนเจ็บจะรู้สึกตัว เธอก็ต้องชะโงกหน้าไปมองอยู่หลายรอบ สลับกับการนั่งเข้าเว็บหางานไปพลางๆ

          “ขอบคุณที่ช่วยผม” ธาดาไม่สามารถขยับตัวลุกได้ เขารู้สึกร้าวไปหมดทั้งตัว โดยเฉพาะตรงที่ถูกแทง

          แพรไหมพยักหน้ารับแล้วเป่าลมแรงๆ ออกจากปาก รู้สึกโล่งใจไม่น้อย     

          “คุณอยากได้อะไร ผมจะตอบแทน เงินสักสองสามล้านก็ไม่มีปัญหา” ธาดานิ่วหน้าขณะพูด เขาตอบแทนได้ทุกอย่างที่แพรไหมต้องการ

          “แพรสงสารเลยช่วย ไม่ได้หวังเงินค่ะ” แพรไหมปฏิเสธ เห็นแบบนี้แต่เธอก็ไม่ได้คิดเรื่องเงินไปเสียทุกอย่าง ก่อนจะหยิบสมาร์ตโฟนที่วางไว้ข้างเตียงขึ้นมาถือไว้

          “คุณหางานใหม่อยู่เหรอ” ธาดามองไปเห็นเว็บหางานบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือของแพรไหมจึงอดถามไม่ได้ แล้วยกมือไปกุมหน้าท้องด้วยใบหน้าเหยเก

          “หาเตรียมไว้ค่ะ แต่ไม่ใช่สำหรับตอนนี้”

          “ไอ้ไฉจะเฉดหัวคุณทิ้ง?”

          แพรไหมไม่ตอบ

          “มาทำงานกับผมสิ”

          “ยุ่งยากแน่ๆ ค่ะ แค่แพรช่วยคุณครั้งเดียว อย่าคิดว่าเป็นบุญคุณเลย เป็นคุณถ้ามีคนมานอนเจ็บอยู่ตรงหน้าก็ต้องช่วยเหมือนกัน”         

          หากเธอย้ายฝั่ง รับรองเลยว่าชีวิตจะเจอแต่ความโชคร้าย ฉัตรฐาคงไม่ปล่อยเธอไว้แน่ แค่มาช่วยธาดาก็สุ่มเสี่ยงมากเกินแล้ว และเธอก็ไม่เคยคิดจะทรยศต่อเขาด้วย

          “ผมคงไม่ช่วยครับหากเป็นไอ้ไฉ นามบัตรผมอยู่ในกระเป๋ากางเกงนะ ติดต่อมาได้เสมอ ผมไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณใคร” ธาดาบอกด้วยสีหน้าจริงจัง

          “แพรต้องไปแล้ว ตอนบ่ายแพรมีนัดคุยงาน” ถึงเวลาเธอต้องไปเตรียมตัวทำงานแล้ว และไม่ได้คิดหยิบนามบัตรเขาติดมือไปด้วย

          “ขอบคุณครับ” ธาดาขอบคุณจากใจ ไม่นึกเหมือนกันว่าชีวิตต้องมารับความช่วยเหลือจากคนของศัตรู

          แพรไหมยิ้มรับแล้วเดินตรงไปยังรถที่จอดไว้อย่างเร็วไว หลังจากนี้เธอต้องนำไปล้างและส่งคืนให้ร้านเช่า          

          PAIRJAA : งานเรียบร้อยค่ะ

          แพรไหมพิมพ์ข้อความส่งไปให้ฉัตรฐา หลังปิดงานทั้งสองเรียบร้อยแล้วและกำลังนั่งเครื่องบินกลับไปยังกรุงเทพฯ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีการตอบกลับมา

          เขาอ่านแต่ไม่ตอบ       

          หรือคนที่มาดูตัวครั้งนี้ถูกใจเขากันนะ

          แพรไหมมีคำถามเกิดขึ้น เขาถึงเงียบหายไปสองวันแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็จำเป็นต้องเข้าไปหา เพื่อนำสร้อยไปส่งให้ถึงมือ

          PAIRJAA : เดี๋ยวแพรจะเอาสร้อยเข้าไปให้นะคะ

          CAI-CHATTHA : เดี๋ยวให้นนไปเอา ช่วงนี้ไม่ต้องเข้ามาหา ไปทำงานที่สุราษฎร์ต่อ

          รอไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเธอก็ได้รับงานใหม่ต่อแบบไม่มีเวลาให้หยุดพัก แต่ก็ดีเหมือนกัน เธอจะได้ไม่ต้องไปเจอหน้าเขาให้เจ็บปวดใจเปล่าๆ

          หลังนำสร้อยส่งต่อให้นนทกรแล้วแพรไหมก็กดจองตั๋วเครื่องบินเพื่อไปทำงานที่ได้รับมอบหมายต่อ ถือโอกาสไปเที่ยวด้วยเลย

          แต่แพรไหมก็ไม่คาดคิดว่าตลอดสองสัปดาห์นี้เธอจะได้ทำงานแบบไม่มีหยุดพัก เธอต้องอาศัยนกยักษ์บินไปทำงานแทนฉัตรฐาไม่รู้กี่รอบ

          กระทั่งวันนี้ที่เท้าของเธอเหยียบลงบนพื้นกระเบื้องในห้องพักของตัวเอง เพราะพรุ่งนี้เธอรับงานไว้จึงต้องกลับมา

          “เหนื่อย”

          แผ่นหลังสวยทิ้งลงบนเตียง เธอคิดถึงหมอนและผ้าห่มนุ่มๆ ของตัวเองแทบแย่

          “ทำไมถึงโยนงานมาให้เยอะขนาดนี้นะ หรือป่วย?” ปกติฉัตรฐามักจะไปดูแลงานด้วยตัวเอง มันดูผิดวิสัยไปจึงอดคิดสงสัยไม่ได้

          บางทีเขาอาจมีงานที่สำคัญกว่าก็เป็นไปได้ หญิงสาวคิดแล้วก็นอนกลิ้งตัวไปมาราวครึ่งชั่วโมง ก่อนจะต้องดีดตัวขึ้นไปยังหน้าตู้เสื้อผ้า 

          “ชุดเดรสสีฟ้าหายไปไหน เรามีแค่ตัวเดียวด้วย”

          แพรไหมรื้อตู้เสื้อผ้ามาร่วมสิบนาทีแล้ว แต่ก็หาชุดเดรสที่มีโบผูกด้านหลังไม่เจอ

          “ต้องอยู่ที่ห้องคุณไฉแน่ๆ” ครั้งสุดท้ายที่ใส่ เธอแวะไปหาฉัตรฐาหลังทำงานเสร็จ เมื่อนึกได้แล้วก็ทำหน้าเหนื่อย เพราะคงต้องหอบสังขารไปเอาถึงเพนต์เฮาส์เขา และเธอเองก็มีเรื่องจะพูดคุยกับฉัตรฐาด้วย    

          แพรไหมขับรถคันเล็กมุ่งตรงไปยังเพนต์เฮาส์ เมื่อไปถึงก็หยิบคีย์การ์ดขึ้นมาทาบที่ตัวรับสัญญาณแล้วผลักประตูไปด้านใน ทว่าเพียงก้าวเข้าไปได้ไม่กี่ก้าวก็ต้องชะงัก เพราะจมูกได้กลิ่นหอมของอาหาร รวมถึงมีเสียงกุกกักมาจากห้องครัว

          เจ้าของดวงหน้าสวยขมวดคิ้ว เพราะปกติแล้วฉัตรฐาไม่ชอบการเข้าครัวทำอาหาร ไม่รู้วันนี้นึกครึ้มอะไร จังหวะนั้นก็มีเสียงไม่คุ้นหูตะโกนถามสวนมา

          “กลับมาแล้วเหรอคะพี่...”

          แพรไหมชะงักไปทั้งตัวและใจ มองคนที่เดินออกมาจากห้องครัวตาไม่กะพริบ

          “คุณเป็นใครกันคะ” คนเอ่ยถามถอยหลังกรูดด้วยความกลัว เมื่อจู่ๆ ก็มีคนแปลกหน้าเข้ามาในห้อง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 13 (03)

    ในเช้าวันรุ่งขึ้นเป็นวันที่มืดมนสำหรับคนที่นอนแทบไม่ได้เลย เพราะหัวใจมีแต่ความเจ็บปวด มันทิ่มแทงเธอทั้งยามหายใจเข้าและออก แพรไหมขยับตัวลุกจากเตียงมานั่งกอดเข่าแล้วโยกตัวไปมาคล้ายหมดอาลัยตายอยาก ความเข้มแข็งที่เคยมีสูญสลาย น้ำตาขังคลอหน่วยตา หญิงสาวเหม่อมองไปรอบบ้านพร้อมคิดถึงบิดามารดาจับใจ พลันกอดตัวเองแน่นกว่าเดิม เพราะรู้สึกเหน็บหนาว แล้วคิดหาวิธีทำให้ตัวเองหายไปจากความเจ็บปวดนี้ แพรไหมนิ่งไปหลายนาทีกว่าจะค่อยๆ ขยับตัวอย่างเชื่องช้าลุกไปอาบน้ำ หลังคิดวิธีออกแล้ว หลังจากแต่งตัวง่ายๆ เสร็จก็ตรงไปที่รถของตัวเอง แล้วขับตรงไปยังสถานที่หนึ่ง ดวงหน้ายังเต็มไปด้วยร่องรอยคราบน้ำตา รถเคลื่อนที่ไปได้ราวครึ่งชั่วโมงก็หยุดสนิท เท้าเรียวเล็กก้าวลงไปยืนอยู่หน้าของสิ่งหนึ่งที่หน้าร้านขายอุปกรณ์ “ไปยืนมองจ้องอะไรกันวะ...” ขณะในรถคันหนึ่งที่จอดอยู่ห่างไปคนหลังพวงมาลัยเกิดคำถาม หัวคิ้วขมวดยุ่ง โดยเขาขับตามมาตั้งแต่บ้านของหญิงสาวแล้ว มือเอื้อมไปหยิบกระดาษทิชชูขึ้นมาเช็ดจมูก รู้สึกเหมือนตัวเองจะมีน้ำมูก แต่สายตายังมองตรงไปยังเจ้าของร่างระหง

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 13 (02)

    “ฮือ” แพรไหมร้องไห้โฮออกมา อีกไม่ถึงสิบก้าวก็จะถึงป้ายรถเมล์โดยสารแล้ว แต่เธอพาตัวเองไปไม่ถึง เพราะรู้สึกเหมือนจะขาดใจตาย หญิงสาวเอาแต่ก้มหน้าลงกับเข่าของตัวเอง คุดคู้อยู่กลางสายฝน ฟังเสียงฝนสลับกับเสียงรถยนต์ที่ขับผ่านไปมา ความรู้สึกตอนนี้ไม่มีอะไรมาบรรยายได้ ก่อนจะต้องเงยหน้าขึ้นมา หลังได้กลิ่นไม่พึงประสงค์ กลิ่นบุหรี่ลอยมาเตะจมูก คล้ายมีคนยืนสูบอยู่ใกล้ๆ เมื่อไล่สายตาไปมองก็พบกับคนคนหนึ่ง คนที่ตั้งคำถามกับเธอ “ให้ช่วยอีกปะ” ใครคนนั้นไม่พ้นฉัตรฐาที่กำลังอัดบุหรี่เข้าปอดแล้วพ่นควันออกมา ดวงหน้าคมคายก้มลงมองลูกนกที่ถูกฝนกระหน่ำ จนปีกน่าจะบินไม่ไหวอีกต่อไป “ไปให้ไกล เหม็นบุหรี่” แพรไหมเค้นเสียงบอก แค่เรื่องที่เจอวันนี้เธอก็เหนื่อยจนอยากหยุดหายใจแล้ว ฉัตรฐายังมารังควานกันอีก แล้วไม่รู้ว่าเขาบ้าหรือเปล่าที่มายืนสูบบุหรี่กลางสายฝน ฉัตรฐาบิดปากใส่ ยังคงยืนสูบบุหรี่อยู่ข้างๆ แพรไหม ก่อนเสียงฟ้าจะคำรามก้องทำให้ทั้งเขาและหญิงสาวสะดุ้งโหยง แพรไหมก้มหน้าลง เพราะเธอไม่มีแรงจะขยับตัวลุก หากนอนลงได้คงทำไปแล้ว พลันเงยหน

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 13

    บทที่ 13 แพรไหมนิ่งเงียบไปหลายนาที หัวใจเจ็บจนแทบทนไม่ไหว พลางมองหน้าคนที่เธอรักทั้งสองแล้วหลับตาลง ขณะคู่ป้าหลานบีบมือของแพรไหมอยู่ตลอด เพราะอยากให้เจ้าตัวยินยอมตกลง เฝ้ามองความหวังของพวกเธอด้วยสายตาเว้าวอนและโน้มน้าว ก่อนทั้งสองจะยิ้มร่า “โอนเงินเข้าบัญชีพิ้งค์ได้เลยค่ะ” แพรไหมมองตรงไปยังศิวัฒน์ “พี่แพร” พิพรรษพรสวมกอดพี่สาวแน่น โล่งใจไปได้มาก ส่วนพรรณรวีถอนหายใจยาว ทว่าไม่ถึงเสี้ยววินาทีกลับถูกผลักให้ตกจากสวรรค์ชั้นฟ้า “แต่พิ้งค์ต้องขายตัวเอง” แพรไหมพูดให้ครบใจความ แล้วสะบัดตัวให้น้องสาวคลายอ้อมกอดออก ดวงตาแข็งกระด้าง ไร้ความอ่อนโยน “พี่แพร” พิพรรษพรหน้าชา เมื่อพี่สาวจะให้เธอทำสิ่งที่น่าขยะแขยง “ทำไม ขายไม่ได้เหรอ” แพรไหมตั้งคำถามเสียงหยัน เธอเจ็บไปทั้งใจจนมันชาแทบไม่รู้สึกอะไรแล้ว โชคดีที่มันยังเต้นได้อยู่ “พิ้งค์จะทำแบบนั้นได้ยังไง ถ้าทำพิ้งค์จะเอาหน้าไปไว้ไหน” พิพรรษพรตาลุกวาวและเริ่มโวยวายดังลั่น “ก็เอาไว้บนคอเหมือนเดิม แต่ต้องเอาตัวไปอยู่บนเตียงของคนอื่น” แพรไหมพูดอย่างหมดเยื่อใย ไม่มี

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 12 (06)

    “เรื่องนี้กูไม่รู้ คุณทีเจเป็นคนนัดร้านนี้” ฉัตรฐารีบปฏิเสธ เขาไม่บ้าถึงขั้นนั้นหรอก “เออ กูค่อยสบายใจหน่อย แต่ดีที่อย่างน้อยเขาก็มีครอบครัว ไม่ได้อยู่ลำพังแล้วยังต้องต่อสู้กับมึง” “ถ้าคนของมึงหักหลังไปยุ่งกับศัตรู มึงจะปล่อยไว้รึไง” ฉัตรฐาตั้งคำถาม คิดว่าเป็นมัฆวานก็คงไม่ปล่อยไว้เช่นกัน “ไม่อะ แต่คงฆ่าทิ้งไปแล้ว” มัฆวานมองลึกเข้าไปในดวงตาของเพื่อนอย่างทิ้งนัยสำคัญ ฉัตรฐาทำเป็นไม่ได้ยินและหันไปสนใจกับลูกค้ารายใหญ่อย่างทีเจที่เดินตรงเข้ามาหา ก่อนทั้งสามจะขึ้นลิฟต์ไปยังห้องอาหารชื่อดังเพื่อพูดคุยงานกัน ด้านพิพรรษพรเมื่อเดินเข้ามาในห้องอาหารก็ได้บอกชื่อที่จองไว้กับพนักงาน จากนั้นก็ถูกพาไปยังห้องส่วนตัวซึ่งจัดโต๊ะไว้รองรับสำหรับสี่ที่ แพรไหมมองไปรอบๆ แล้วหันไปมองน้องสาวกับคนเป็นป้า “แพรดีใจนะคะที่พวกเราได้มากินข้าวด้วยกัน” แม้ทุกอย่างอาจจะไม่ได้กลับไปเป็นเหมือนเดิมร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ได้กลับมากินข้าวพร้อมหน้ากันสักครั้งหนึ่งก็ยังดี “พี่แพรสั่งได้เต็มที่เลยนะคะ” พิพรรษพรบอกอย่างเอาใจ “ได้เลยจ้ะ” แพร

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 12 (05)

    “ทำไมล่ะ...” แพรไหมแปลกใจ เพราะหลังจากวันนั้นน้องก็ส่งข้อความมาเร่งเร้าให้เธอรีบทำตามที่บอก “พิ้งค์...พิ้งค์ขอโทษ” พิพรรษพรอึกอักอยู่เกือบนาทีกว่าจะเอ่ยออกมาได้ แล้วบอกต่อด้วยเสียงอ่อยๆ “พิ้งค์ไม่ควรโทษพี่คนเดียว พี่แพรไม่โกรธพิ้งค์ได้ไหม...พิ้งค์สำนึกผิดแล้ว” “อื้อ...ไม่โกรธแล้ว” แพรไหมเงียบไปก่อนครางตอบ ในเมื่อน้องสาวรู้สึกผิดแล้วเธอก็ไม่อยากตั้งแง่ ตอนนี้น้องสาวคงจะมองเห็นถึงสิ่งที่เธอพยายามทำให้มาตลอดแล้ว “งั้นพรุ่งนี้ไปกินข้าวกันนะคะ พิ้งค์จะชวนคุณป้าไปด้วย” พิพรรษพรเอ่ยปากชวน “ได้สิ” เธอไม่ปฏิเสธ เพราะอย่างไรก็พี่น้องกัน แต่สำหรับเรื่องการเงินของคนเป็นป้า เธอยังยืนยันคำเดิมว่าจะไม่ให้ความช่วยเหลืออีกแล้ว “ไว้พิ้งค์ไปรับนะ แต่งตัวสวยๆ นะ พิ้งค์อยากไปกินอาหารที่โรงแรม” พิพรรษพรดีใจที่พี่สาวตกลง เธอจะรับหน้าที่ในการจองโต๊ะเอง “ได้เลย พี่จะรอนะ” แพรไหมมีดวงตาที่กระจ่างใสขึ้น ส่วนเรื่องบ้านเธอยังจะไปตามนัด เพราะบ้านหลังนี้อย่างไรก็ต้องเป็นของน้องสาว เธอเองก็ควรมีที่ที่เป็นของตัวเอง แล้วเวลาที่แพรไหมเฝ้ารอ

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 12 (04)

    “อย่าสำคัญตัวผิด ฉันพาเกลมาทำบุญต่างหาก” ฉัตรฐาอยากจะหัวเราะเย้ยใส่แพรไหมที่คิดไปว่าเขามาที่นี่เพราะเจ้าตัว แล้วเค้นเสียงถามกลับไป “ยังไม่เลิกชอบคิดเข้าข้างตัวเองอีกเหรอ เธอไม่ได้สำคัญกับฉันเลยสักนิด” “แล้วที่ผ่านมามาด้วยทำไมทุกปี” เธอนึกสงสัยขึ้นมา เรื่องวันเกิดพอเข้าใจแล้ว แต่เรื่องที่เขาอุตส่าห์ตื่นเช้ามาทำบุญด้วยกันตลอดสองปีที่ผ่านมา เขาทำไปเพื่ออะไร ฉัตรฐาไหวไหล่ เขาไม่จำเป็นต้องมานั่งตอบคำถาม “อ้อ หรือว่าอยากจะทำบุญให้คนที่ตายไป เผื่อความละอายในใจจะลดลงบ้าง แต่ดีใจด้วยนะคะ ที่สุดท้ายก็ได้ผล เธอคนนั้นให้อภัยเรื่องพี่ชายที่จมน้ำตายได้แล้ว ทำบุญวัดนี้ได้สมดังใจหวังจริงๆ” แพรไหมคาดเดาเองเมื่อไม่ได้คำตอบ “แพรไหม” ฉัตรฐาตาลุกวาวเมื่อแพรไหมกำลังล้ำเส้น ไม่รู้ว่าเธอไปรู้เรื่องนั้นได้อย่างไร แต่เจ้าตัวไม่มีสิทธิ์พูดเรื่องของเขา หญิงสาวไหวไหล่บ้าง ทำไมเธอต้องยอม ในเมื่ออย่างไรเขาก็ตามรังแกกันอยู่ดี ยิ่งยอมอ่อนฉัตรฐาจะยิ่งได้ใจ คิดแล้วแพรไหมก็เดินเชิดหน้าอย่างถือดีผ่านหน้าคนชังไป ไม่อยากต่อปากต่อคำด้วยอีกแล้ว ทว่าจังหวะนั้นร่างบางกลับเซถอยห

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status