LOGINสิบทิศ เป็นทหารและได้รับคำสั่งให้ไปรบพิเศษด่วนในวันแต่งงานตัวเอง ทุกอย่างเป็นความลับ เมื่อเขาไม่ได้มางานแต่งตัวเองและหายจากชีวิตของ เพลงรัก ผู้เป็นเจ้าสาวและไม่ได้เจอกันอีกเลย เพลงรักติดป้ายประกาศตามหาสิบทิศมา 7 ปีไม่เคยหยุด และถึงแม้ว่าเพลงรักจะไม่ยอมแพ้และพยายามตามหาเขาอยู่ตลอด ใครจะรู้ว่าโชคชะตาไม่เห็นใจคนภัคดี ทั้งสองกลับได้มาเจอกันอีกครั้งในวันที่สิบทิศพาลูกชายของตัวเองมาหาหมอ และเพลงรักก็เป็นแพทย์เจ้าของไข้ "พี่หายไปไหนมาคะ หนูตามหาพี่ตลอดเลยนะ แล้วนี่..." "ไม่เจอกันนานเลยนะเพลง...นี่ลูกชายของพี่เอง" "หมายความว่า 8 ปีที่ผ่านมาที่แท้มันหนีแกไปแต่งงานกับคนอื่นงั้นเหรอ สารเลวนัก!"
View Moreบทนำ
คนบางคนทำหน้าที่ปกป้องชาติบ้านเมืองได้อย่างกล้าหาญและสมบูรณ์ แต่กลับล้มเหลวในการปกป้องหัวใจของคนที่ตัวเองรัก...
.
.
แสงแดดยามเช้าส่องลอดผ้าม่านบางสีอ่อนเข้ามาในห้องนอนที่เงียบงัน เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีดำตัวหนึ่งถูกกอดแนบแน่นไว้ในอ้อมแขนของหญิงสาวร่างบอบบางที่ยังคงนอนอยู่บนเตียงอย่างไร้เรี่ยวแรง แม้ว่าเวลาในโลกภายนอกจะล่วงเลยผ่านไปอีกหนึ่งวันแล้วก็ตาม แต่ในหัวใจของเธอ มันยังหยุดอยู่ที่วันนั้น...วันแต่งงานของเธอกับเขา และเป็นวันที่เขาหายไป...
"ฮึก! พี่สิบทิศ ฮืออ!"
เสียงแผ่วเบาราวกับลมหายใจดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ คนตัวเล็กซุกใบหน้าลงกับเสื้อของเขาพร้อมสูดกลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่แทบไม่เหลือแล้วให้ลึกที่สุดอย่างกับจะเก็บเอาทุกความทรงจำของเขาไว้ในลมหายใจของตัวเอง
เธอกอดเสื้อตัวนี้ทุกคืนมานานกว่า 8 ปีแล้ว
7 ปีที่เขาไม่กลับมา
6 ปีที่ไม่มีแม้แต่ร่องรอย
5 ปีที่เธอปิดประกาศตามหาเขาทุกจังหวัดอย่างไม่คิดยอมแพ้
4 ปีที่เธอเกือบขายบ้านตัวเองเพื่อนำเงินมาตามหาเขาแต่ก็ไร้ผล
3 ปีที่น้ำตาเธอไหลแทนเลือด ความรู้สึกบาดลึกจนแทบทนไม่ไหว
2 ปีที่เธอเริ่มพูดกับเขาผ่านดวงดาวทุกคืนแม้รู้ว่าเขาไม่มีทางได้ยิน
และ 1 ปีที่เธอเริ่มรู้สึกว่าอาจจะไม่มีวันได้พบเขาอีกแล้วก็ได้...
หากแต่เธอนั้นยังคงไม่ล้มเลิกความตั้งใจที่จะตามหาเขา... ผู้เป็นรักแรก และคนเดียวของเธอ
"ฮึก! ฮือ! พี่สิบทิศคะ ถ้าพี่ยังมีชีวิตอยู่... ได้โปรดเถอะ! กลับมาหาเพลงสักที เพลงกำลังจะอดทนอยู่ต่อไปไม่ไหวแล้วจริง ๆ" เสียงสะอื้นที่กลั้นไว้ไม่อยู่ไหลออกมาพร้อมกับน้ำตาที่เปียกชุ่มไปทั้งปลอกหมอน เธอขยับตัว และซุกหน้าเข้ากับเสื้อมากขึ้น มือบางกำแน่นจนผ้าชื้นไปหมด แต่เธอไม่สนใจ
ความจริงแล้วระยะเวลานานกว่า 8 ปีที่ผ่านไปนั้น เสื้อทุกตัวของสิบทิศก็แทบไม่หลงเหลือกลิ่นอายอะไรที่บ่งบอกว่าเป็นของคนผู้นั้นอีกต่อไปแล้ว ที่ยังคงมีอยู่ก็คงมีเพียงแค่ความยึดติดของหญิงสาวที่ยังไม่ยอมแพ้ และไม่อาจยอมรับว่าบางทีเขาอาจไม่กลับมาหาเธออีกแล้ว
ในคืนที่ความหวังมันแหลกละเอียด เธอยังเลือกจะเชื่อว่าเขาไม่ได้จากไป ถ้าหากเธอไม่ได้เห็นศพเขาด้วยตาของตัวเอง นั่นแปลว่ามันไม่มีข่าวร้าย เธอเชื่อเช่นนั้นมาเสมอ และนับเป็นความเชื่อเดียวที่ทำให้เธอมีแรงฮึดพาตัวเองอดทนมาได้นานถึงเพียงนี้
สิบทิศหายไปหลังจากวันก่อนแต่งงานหนึ่งวัน เขาไม่ได้ทิ้งอะไรไว้ให้เธอเพื่อดูต่างหน้า หรือแม้แต่คำอธิบายที่ควรมีด้วยซ้ำ แต่เขานั้นกลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่มีใครรู้ว่าเขาอยู่ไหน ตำรวจก็บอกปัดว่าเป็นการหายตัวไปโดยสมัครใจ ไม่มีเบาะแส ไม่มีคำอธิบาย ราวกับเพียงแค่... หายไป เหมือนฝันร้ายที่ไม่มีวันตื่น
มือบางถือกาวอย่างดีขึ้นมาทาที่หลังกระดาษขนาดเอสี่ใบหนึ่งก่อนจะติดมันตรงบอร์ดประกาศของทางสาธารณะ ข้อความในกระดาษแผ่นนั้นบ่งบอกว่าเธอยังคงตามหาสิบทิศสามีที่ยังไม่ได้เข้าพิธีของเธออย่างไม่ยอมแพ้ เมื่อเสร็จแล้วเธอก็เก็บของทุกอย่างลงกระเป๋าและเดินเข้ามาในร้านกาแฟแห่งหนึ่งที่มีบางคนกำลังรอเธออยู่
"เพลง... ฉันว่าแกต้องหยุดได้แล้วนะ" เสียงของน้ำตาลเพื่อนสนิทที่สุดดังขึ้นในขณะที่เพลงรักกำลังหย่อนตัวนั่งลงยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม
"หยุดอะไร" เพลงรักถามเสียงแผ่ว ขณะก้มหน้ากัดหลอดน้ำปั่นที่น้ำตาลยื่นมาให้
"ก็หยุดตามหาเขา หยุดเอาเวลาทั้งชีวิตไปผูกไว้กับคนที่หายไปเกือบสิบปีโดยไม่บอกอะไรเลยไง!" น้ำตาลพูดเสียงเข้มแต่แฝงไปด้วยความเป็นห่วง "แกควรมีชีวิตของแกได้แล้ว ไม่ใช่ยังนอนกอดเสื้อเขาอยู่ทุกคืนแบบนั้น"
"..." หญิงสาวนิ่งฟังและเข้าใจทุกอย่างที่เพื่อนบอก แต่เธอแค่ไม่อยากยอมรับอะไรทั้งนั้น
"ฉันไม่อยากจะพูดแบบนี้หรอกนะ แต่ว่า... บางทีเขาอาจจะตายไปแล้วก็ได้" เพลงรักเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยเสียงสั่น
"เขาเป็นทหารกล้า ถ้าหากเกิดเรื่องกับเขา เขาต้องได้รับการยกย่องจากกองทัพ ไม่ใช่เงียบหายไปแบบนี้โดยไม่มีข่าวอะไรเลย ฉันเชื่อว่าเขายังคงมีชีวิตอยู่" น้ำตาลถอนหายใจให้กับความยึดติดของเพื่อน
"ถ้าเขายังมีชีวิตอยู่ แกยิ่งต้องรีบลืมเขาไปซะ เพราะนั่นหมายความว่าเขาไม่อยากให้แกรู้ว่าเขาไปอยู่ที่ไหน หรือกับใครไม่ใช่เหรอ"
เพล้ง!
แก้วในมือของเพลงรักหล่นลงกระทบพื้นแตกกระจาย น้ำหวานในแก้วไหลนองเต็มพื้น ใจของเธอร่วงไปพร้อมกับแก้วใบนั้น เธอสั่นไปทั้งตัวจนน้ำตาลรีบลุกขึ้นมาจับมือไว้ เพราะว่าคำที่เพื่อนเธอพูดออกมานั้น เธอก็เคยคิดแบบนั้นเช่นกัน แต่กลัวและไม่อยากให้มันเป็นทางไหนเลยสักทาง
"เพลง... ฉันขอโทษ ฉันพูดแรงไป ฉันแค่เป็นห่วงแกน่ะ คนเรามันไม่ควรรอใครโดยไม่มีความหวังขนาดนี้ แล้วอีกอย่างมันผ่านมาแปดปีแล้วนะเพื่อน" เพลงรักพยักหน้าทั้งน้ำตา พยายามกักเก็บความรู้สึกเอาไว้ให้ได้มากที่สุด เพราะไม่อยากให้เพื่อนรู้สึกผิดที่ทำเธอร้องไห้
‘8 ปี... ก็ยังไม่พอให้ลืมเขาเลยด้วยซ้ำ’
.
.
ช่วงบ่ายในวันเดียวกัน
เสียงลมพัดต้นไม้ไหวเบา ๆ ขณะที่เพลงรักเดินเข้าประตูอาคารโรงพยาบาลเอกชนที่เธอทำงานอยู่ เธอเข้าร่วมเป็นนักกิจกรรมบำบัดสำหรับเด็กพิเศษ เป็นงานที่เธอเลือกหลังจากสิบทิศหายไป เพราะมันทำให้เธอได้อยู่กับเด็ก ๆ ที่บริสุทธิ์ และมันเบี่ยงเบนเธอออกจากความคิดถึงที่กัดกินทุกวัน และยังเป็นการตอกย้ำบางเรื่องที่เธอได้ทำพลาดไปในอดีตไม่ให้เธอหลงลืมมันไป
"วันนี้มีเด็กใหม่มาอีกคนนะ ชื่อเจฟ อายุ 7 ขวบ" เสียงพยาบาลเวรพูดขึ้นพร้อมยื่นแฟ้มประวัติให้ เพลงรักรับมาและพยักหน้าเบา ๆ
เธอเปิดห้องกิจกรรมเพื่อเดินจัดของและเตรียมอุปกรณ์ตามปกติ จนกระทั่งเสียงประตูเปิดขึ้น
กึก...
เพลงรักหันไปมองและภาพตรงหน้าก็ทำให้โลกทั้งใบหยุดหมุน... ร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำสนิท กับใบหน้าที่เธอไม่มีวันลืมไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี...
"พะ พี่สิบทิศ..."
เสียงของเธอแทบไม่ออกจากลำคอ ดวงตาเบิกโพลง ใจเต้นกระหน่ำเหมือนจะหลุดออกมา ใบหน้าฉีกยิ้มด้วยความดีใจอย่างที่สุด
ขณะที่ชายผู้เข้ามาใหม่นั้นก็ยืนนิ่ง และมองเธอแค่แวบเดียวก่อนจะหลุบตาลง หากแต่ข้างตัวเขามีเด็กชายตัวเล็กคนหนึ่งเกาะมือแน่น
"พี่สิบทิศคะ!!" เพลงรักวิ่งเข้าไปหาทันที ก่อนจะพุ่งเข้ากอดเขาทั้งน้ำตา เสียงสะอื้นไห้หลุดออกจากปากราวกับเขื่อนแตก
"พี่หายไปไหนมา เพลงตามหาพี่ตลอดเลยนะรู้ไหม เพลง... ฮึก! เพลง..."
หากแต่ร่างสูงกลับยืนนิ่ง มืออีกข้างหนึ่งของเขายกขึ้นแล้วผลักเธอออกอย่างเย็นชา
"สำรวมด้วยครับ" คำพูดของเขาเย็นเฉียบยิ่งกว่าสิ่งใด เพลงรักถอยออกมานิดหน่อยและมองหน้าเขาทั้งน้ำตา
เด็กชายข้างตัวเขาดึงชายเสื้อพ่อเบา ๆ แล้วเงยหน้าถามด้วยเสียงใส
"พ่อเอริคครับ คนนี้เป็นเพื่อนพ่อเอริคเหรอ" สิบทิศก้มลงลูบหัวลูกชายแล้วยิ้มบาง ๆ อย่างอบอุ่น ซึ่งไม่เคยมีให้เธอเลยในตอนนี้
"ใช่ครับลูก นี่... เพื่อนเก่าพ่อเอง" เสียงเขาสุภาพแต่ห่างเหิน เพลงรักรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบถล่มทลายลงในวินาทีนั้น
"นะ นี่ลูกของพี่เหรอ" เธอถามอย่างไม่อยากเชื่อ คำถามนั้นเจ็บจนแทบจะหายใจไม่ออก
สิบทิศเงียบไปสักพักก่อนจะส่งยิ้มจาง ๆ อย่างไม่มีเยื่อใย ก่อนจะตอบคำถามที่ช่วยคลายความสงสัยให้กับหญิงสาวตรงหน้าและทำให้เพลงรักหัวใจแตกสลายในทันที...
"ไม่เจอกันนานเลยนะเพลง นี่เจฟ... ลูกชายพี่เอง"
.."ว่าไงนะเพลงรัก! แกทำแบบนั้นไปได้ยังไงวะ เขามีลูกมีเมียแล้วนะ!" เพลงรักสะดุ้งน้ำตาไหลพราก "ฉันรู้...ฉันก็รู้ทั้งหมดนั่นแหละ แต่ตอนนั้นฉันมันเสียสติไปแล้ว ฉันหยุดตัวเองไม่ได้จริง ๆ น้ำตาล""ไม่ได้หยุดไม่ได้บ้าบออะไรทั้งนั้นแหละ!" น้ำตาลเสียงดังจนห้องสะเทือน "แกฟังฉันนะ แกต้องมีศักดิ์ศรีบ้างเพลงรัก เขาทิ้งแกไปตั้งแปดปี กลับมาพร้อมเมียพร้อมลูก แล้วแกยังจะยอมไปมีอะไรกับเขาแบบนี้อีกเหรอ แกยังเห็นคุณค่าตัวเองอยู่ไหม อยากเป็นชู้เขามากหรือไง!" เพลงรักสะอื้นพร่าเธอเข้าใจทุกคำพูดของเธอ "ฉันรู้ว่ามันผิด... แต่ฉันรักเขา...ฉันยังรักเขาอยู่ตลอดเวลาเลยน้ำตาล ฉันพยายามลืมแล้ว ลืมไม่ได้จริง ๆ อึก หื้อออ""แต่เขาไม่รักแกแล้วไงเพลงรัก!" น้ำตาลตวาดน้ำเสียงสั่นด้วยทั้งโกรธและเจ็บแทน "เขาเลือกผู้หญิงคนนั้นไปแล้ว เลือกสร้างครอบครัวใหม่ไปแล้ว แกยังจะหลอกตัวเองอีกเหรอว่าเขายังมีแกอยู่ในใจน่ะ เลิกเพ้อเจ้อเถอะเพื่อน"เพลงรักเงยหน้าขึ้น น้ำตาไหลพรากแต่แววตาแข็งขึ้นเล็กน้อย"น้ำตาลแกไม่เข้าใจหรอกว่าการรอใครสักคนมันเป็นยังไง ฉันรอเขามาแปดปี ฉันใช้ชีวิตอยู่กับความหวังมาตลอด แล้วอยู่ ๆ เขากลับมา ฉันจะทำเหมือนไ
หญิงสาวหน้าเจื่อนลงไปถนัดตา"พี่สิบขาา..." เสียงหวานเอ่ยราวกับขอร้องเมื่อเธอพยายามห้ามความรู้สึกบางอย่างที่มันตีขึ้นมาจนตัวเองก็ห้ามไม่อยู่"ลุกขึ้นมานั่งตรงนี้ครับคนสวย" หญิงสาวลุกขึ้นยืนมาประจันหน้ากับชายหนุ่ม เธอค่อย ๆ หันหลังและหย่อนตัวเองทับส่วนแข็งขืนที่เพิ่งตื่นอีกครั้ง หลังจากปลดปล่อยไปเมื่อครู่มือหนาจับแก่นกายใหญ่ของตัวเองให้ตั้งขึ้นก่อนจับเอวบางให้ค่อย ๆ กดสะโพกเพื่อกลืนกินมันทีละนิด ทีละนิด..."ซี๊ดด เสียวมากครับ" ชายหนุ่มพูดแบบนั้นก็ทำให้หญิงสาวรู้สึกใจเต้นไม่เป็นจังหวะอาจเพราะว่าเธอไม่ได้มีสัมพันธ์ทางกายกับใครมานานถึงแปดปีแล้วและการได้มาเจอกันจนถึงขั้นนี้อีกครั้งกับคนเดิม ก็ยิ่งทำให้ความรู้สึกของครั้งนี้มันสุขสมและตื่นเต้นมากกว่าที่เคย เพียงไม่นานหญิงสาวก็กดสะโพกขึ้นลงเป็นจังหวะ ขณะที่สิบทิศเอนพิงโซฟาด้านหลังอย่างสบายใจ"อ๊ะ อ๊าา" หญิงสาวครางหวานเสนาะหู แต่ไม่ปล่อยให้เธอนั่งนานจนเมื่อย ชายหนุ่มก็ลุกขึ้นช้า ๆ โดยที่ส่วนอ่อนไหวไม่ได้หลุดออกจากกันแม้แต่น้อยเพลงรักลุกขึ้นในท่ายืน ค่อย ๆ หันหน้าเข้าหาโซฟา และถูกมือหนาของคนตัวสูงยกขาเรียวยาวข้างหนึ่งเหยียบบนโซฟา ก่อนที่เธอจ
ริมฝีปากที่แนบชิดกันค่อย ๆ เคลื่อนไหวช้า ๆ ราวกับทั้งคู่กำลังจมอยู่ในวังวนแห่งความโหยหาที่กักเก็บมาแปดปี เพลงรักหอบหายใจแรงขึ้นเมื่อรับรู้ได้ถึงแรงกอดที่กระชับแน่นขึ้นทุกวินาทีจากสิบทิศเธอพยายามจะผละออก แต่กลับถูกสายตาคมที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและโหยหาเหนี่ยวรั้งไว้ "อย่าไป...นะ" เสียงแหบพร่าของเขากระซิบแผ่ว ๆ ใกล้หูหัวใจของเพลงรักเต้นถี่ มือบางสั่นระริก เธอรู้ว่ามันไม่ควรเลย เขามีครอบครัวแล้ว เธอไม่ควรปล่อยให้ตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์นี้ แต่ในขณะเดียวกัน ความคิดถึงที่กัดกินหัวใจมานานหลายปีก็ผลักดันให้เธอไม่อาจต้านทานได้"พี่...สิบ" เธอเรียกชื่อเขาเบา ๆ น้ำตาเอ่อคลอเจ้าของชื่อยกมือหยาบกร้านขึ้นแตะใบหน้าของเธอ ซับหยดน้ำตาอย่างแผ่วเบา "เพลงรู้ไหม...พี่คิดถึงหนูมากแค่ไหน" เสียงเขาสั่นเหมือนจะขาดใจคำพูดนั้นเหมือนดึงทุกสิ่งที่เธอพยายามกักเก็บเอาไว้ออกมา เพลงรักสะอื้น สุดท้ายก็ซุกหน้าลงกับอกกว้างของเขา ร้องไห้ทั้งที่ยังถูกกอดแน่นเอริคโน้มใบหน้าลงมากดจูบที่ขมับเธอ แผ่วเบาและแสนอ่อนโยน ก่อนจะเลื่อนลงมาที่ริมฝีปากอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่จูบที่บังเอิญหรือสะเปะสะปะ แต่เป็นจูบที่เต็มไปด้วยความ
ตอนที่ 8 เผลอไผลเสียงประตูไม้บานใหญ่ถูกผลักเปิดออกเบา ๆ กลิ่นแอลกอฮอล์จาง ๆ ยังติดตามปลายเสื้อสูทของเอริคจากค่ำคืนที่ต้องไปเจรจาธุรกิจ เขาก้าวเข้ามาในห้องนั่งเล่นเงียบ ๆ ตั้งใจจะเดินไปดูเจฟที่ห้องเด็กตามนิสัยปกติ แต่กลับต้องชะงักเท้าลงในวินาทีที่ภาพตรงหน้าปรากฏชัดโอลีฟภรรยาที่ผู้คนยกย่องว่างดงามและเพียบพร้อมกำลังนั่งพิงโซฟาอย่างผ่อนคลาย ใบหน้าเธอสว่างไสวด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะดังแว่วหวานลอดออกมา ร่างบางเอนเอียงเล็กน้อยเหมือนกำลังออดอ้อนใครสักคน และใช่...คนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เธอคือ ไรอัน พี่ชายแท้ ๆ ของโอลีฟเอริคยืนนิ่ง มือกำแน่นโดยไม่รู้ตัว ใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมา ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดวันเหมือนถูกซ้ำเติมด้วยภาพตรงหน้า เขามองออกได้ชัดว่าแววตาที่โอลีฟมอบให้ไรอันนั้นไม่ใช่เพียงแค่การมอง "พี่ชาย" ทั่วไป แต่เต็มไปด้วยความสนิทสนมที่เกินขอบเขตเขาสูดหายใจเข้าลึกพยายามก้าวเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่นด้วยสีหน้าเรียบเฉยราวกับไม่รู้สึกอะไร แต่แค่เพียงก้าวแรก เสียงของโอลีฟก็ดังขึ้นทันที"เอริค... กลับมาแล้วเหรอ" น้ำเสียงนั้นเยียบเย็น แววตาที่มองมามีแค่ความรำคาญ ไม่เหลือความเป็นห่วงแม้แต่นิดเ