Share

บทนำ (02)

last update publish date: 2026-04-07 16:13:57

          “อีกสี่เดือน แพรจะหมดสัญญาแล้วนะคะ”

          แพรไหมเดินออกมาจากห้องน้ำในชุดเดรสตัวเดิม หย่อนก้นนั่งลงหน้าโต๊ะเครื่องแป้งและเอ่ยบอกกับคนที่นอนคว่ำหน้าเข้ากับหมอน

          “อื้อ”

          ฉัตรฐาครางรับ ร่วมนาทีกว่าจะพลิกตัวขึ้นมานั่งพิงกับหัวเตียง มองดวงหน้าหวานผ่านกระจกเงา เห็นหญิงสาวเลิกคิ้วมอง ทำเป็นอยากให้เขาทบทวนดูอีกครั้ง จึงบอกไปเสียงหนัก

          “อยากไปทางไหนก็ไป” หากครบสัญญาแล้วเขาก็ไม่คิดจะรั้งไว้ แต่ต้องไม่ขาดทุน

          “แพรอยู่ต่อก็ได้นะคะ” มือเล็กหยิบยางมัดผมขึ้นมามัดรวบไว้กลางศีรษะอย่างลวกๆ แล้วหมุนตัวหันไปมองคนที่กำลังหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาไถหน้าจอไปมา

          ฉัตรฐาเลิกคิ้วมอง แต่ยังไม่ได้เอ่ยใดๆ

          “แต่แพรอยากแต่งงาน” แพรไหมพูดด้วยน้ำเสียงที่ชัดเจน เพื่อสื่อว่าไม่ได้ล้อเล่น เธอพร้อมจะอยู่เคียงข้างเขาไปแบบนี้ แต่มันต้องแลกมาด้วยสถานะที่มั่นคง

          เจ้าของร่างระหงรู้สึกใจหายอยู่ไม่น้อยเมื่อเหลือเวลาอยู่กับชายหนุ่มอีกเพียงแค่สี่เดือนเท่านั้น แต่ดีใจมากกว่าที่จะได้หายใจทั่วท้องเสียที และความผิดในใจที่แบกใส่หลังไว้ก็จะเบาบางลง พลันหวนไปคิดถึงเรื่องเมื่อสามปีก่อนที่เธอนำบ้านมาขอจำนองกับฉัตรฐา แต่จับพลัดจับผลูได้กลายเป็นคนของเขาด้วย

          “ผมให้ได้แค่สี่ล้าน”

            “แพรขออีกสักสองล้านไม่ได้หรือคะ”

            “ผมให้ได้เท่านี้ ถ้าไม่เอาก็เอาโฉนดกลับไป”

          คนจนตรอกอย่างแพรไหมจะปฏิเสธได้อย่างไรในเมื่อฉัตรฐาให้มากกว่าเจ้าอื่น แม้จะไม่ได้ตามที่เรียกไป อย่างน้อยก็เพียงพอสำหรับค่าผ่าตัดและค่ารักษามารดา ส่วนที่เหลือเธอจะแบ่งไปใช้หนี้ แต่คงเป็นคราวซวยของหญิงสาว เพราะขณะที่นั่งเจรจากับเขาอยู่นั้นดันไปขอดื่มน้ำที่วางอยู่ตรงหน้า

          เธอทั้งหิวและเหนื่อย จึงดื่มไปจนหมดแก้ว ไม่ได้สนใจว่าเจ้าของก่อนหน้าจะว่าอะไรหรือไม่ เพราะฝ่ายนั้นถูกไล่ออกไปจากห้องแล้ว

          แพรไหมไม่รู้เลยว่าน้ำแก้วนั้นถูกผสมด้วยยาปลุกเซ็กซ์ และแก้วน้ำที่ฉัตรฐายกขึ้นดื่มก็ไม่ต่างกัน หลังจากนั้นเธอกับเขาก็ตื่นขึ้นมาบนเตียงเดียวกัน

          ภายหลังฉัตรฐาได้ไล่หาตัวคนวางแผนนี้ จนรู้ว่าเป็นลูกน้องที่หวังจับเจ้านายอย่างเขา จากนั้นแพรไหมก็ได้รับข้อเสนอ

          “งั้นก็มาเป็นคนของผม”

          แน่นอนว่าเธอปฏิเสธไป เพราะศักดิ์ศรีค้ำคอ และเธอต้องการขอจำนองบ้าน ไม่ใช่ตัวเอง

          ทว่าไม่ถึงสัปดาห์แพรไหมก็ต้องกลับลำมารับข้อเสนอนั้น เมื่อถูกเจ้าหนี้ของบิดาอีกรายที่ไม่เคยรู้มาก่อนบุกไปหาถึงโรงพยาบาลที่มารดารักษาตัวอยู่

          คนพวกนั้นขู่ว่าจะทำร้ายท่าน ทั้งที่ท่านนอนเป็นผักไม่รู้เรื่อง ส่วนตัวเธอถูกผลักจนศีรษะไปกระแทกกับขอบโต๊ะ หนำซ้ำยังถูกพวกมันรุมตบตีและลากออกไปหาคนเป็นนาย

          หญิงสาวกลัวสุดชีวิต ร้องไห้ตัวสั่นผวา สองมือพนมไหว้ร้องขอกลับไปหามารดา แต่คนพวกนั้นไม่มีแววปรานีต่อเธอที่เป็นผู้หญิงเลย อีกทั้งยังไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย เพราะมีพรรคพวกเป็นคนมีสีคอยหนุนหลัง

          ในตอนนั้นเธอคิดอะไรไม่ออก รู้แค่ว่าอยากมีชีวิตรอดกลับไปหามารดา

          และฉัตรฐาเป็นแสงแห่งความหวังเดียวที่เธอมี

          หลังจากโทร.ไปหาชายหนุ่ม ไม่นานเธอก็ถูกเจ้าหนี้ปล่อยตัวกลับไปหามารดา และกลายมาเป็นคนของเขาจนถึงทุกวันนี้ โดยมีพันธสัญญาสามปีแลกกับหนี้เกือบเจ็ดล้านบาท

          “ไปเถอะ อย่าคิดอยู่” ฉัตรฐารู้สึกว่าเขาเริ่มเบื่อแพรไหมแล้ว ไม่รู้สึกตื่นเต้นเท่าตอนแรกเริ่ม

          คำตอบอย่างไม่ลังเลของชายหนุ่มดึงให้หญิงสาวออกมาจากห้วงความคิดในอดีต แล้วหันมามองหน้าเขา “ถามจริง…ตลอดเวลาสองปีกว่านี้ไม่รักแพรบ้างเลยเหรอ” แพรไหมแค่นยิ้มเจ็บปวดออกมาเล็กน้อย 

          “ไม่-เคย-คิด-รัก” ฉัตรฐาเน้นทีละคำ หวังว่าแพรไหมจะเข้าใจ

          “เคลียร์ดีค่ะ แพรจะได้ตัดใจ” แพรไหมบอกกับตัวเองว่าเป็นแบบนี้ก็ดีแล้ว พลันพลิกตัวกลับไปมองกระจกอีกครั้ง

          “เธอรักฉัน? ” คนฟังถามกลั้วหัวเราะ

          “เผลอรักไปแล้วค่ะ โชคร้ายชะมัด” เธอไม่รู้เหมือนกันว่าดันไปรักคนที่ไม่ควรรักตอนไหน หรือเพราะมองไปทางไหนเธอก็มีแต่ฉัตรฐากระมัง เมื่อเธอกลายเป็นที่ชังของญาติๆ แม้กระทั่งน้องสาวของตัวเอง

          จะสุข จะทุกข์ เธอก็มีเขารับฟัง แม้เขาจะไม่อยากฟังก็ตาม

          “ไม่เจียมตัว” ฉัตรฐาซ้ำคนที่ควรจัดการกับความรู้สึกตัวเองให้ได้ดีกว่านี้ 

          “แพรไปแล้วค่ะ เจอกันพรุ่งนี้ค่ะ”

          แพรไหมขี้เกียจอยู่ฟังคำบาดใจรีบขยับลุกออกจากห้องกลับไปหลบเลียแผลใจ แต่เธอเก่งอยู่แล้ว เรื่องแค่นี้ไม่ถึงตาย อีกไม่นานใจก็คงหายดี

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 13 (03)

    ในเช้าวันรุ่งขึ้นเป็นวันที่มืดมนสำหรับคนที่นอนแทบไม่ได้เลย เพราะหัวใจมีแต่ความเจ็บปวด มันทิ่มแทงเธอทั้งยามหายใจเข้าและออก แพรไหมขยับตัวลุกจากเตียงมานั่งกอดเข่าแล้วโยกตัวไปมาคล้ายหมดอาลัยตายอยาก ความเข้มแข็งที่เคยมีสูญสลาย น้ำตาขังคลอหน่วยตา หญิงสาวเหม่อมองไปรอบบ้านพร้อมคิดถึงบิดามารดาจับใจ พลันกอดตัวเองแน่นกว่าเดิม เพราะรู้สึกเหน็บหนาว แล้วคิดหาวิธีทำให้ตัวเองหายไปจากความเจ็บปวดนี้ แพรไหมนิ่งไปหลายนาทีกว่าจะค่อยๆ ขยับตัวอย่างเชื่องช้าลุกไปอาบน้ำ หลังคิดวิธีออกแล้ว หลังจากแต่งตัวง่ายๆ เสร็จก็ตรงไปที่รถของตัวเอง แล้วขับตรงไปยังสถานที่หนึ่ง ดวงหน้ายังเต็มไปด้วยร่องรอยคราบน้ำตา รถเคลื่อนที่ไปได้ราวครึ่งชั่วโมงก็หยุดสนิท เท้าเรียวเล็กก้าวลงไปยืนอยู่หน้าของสิ่งหนึ่งที่หน้าร้านขายอุปกรณ์ “ไปยืนมองจ้องอะไรกันวะ...” ขณะในรถคันหนึ่งที่จอดอยู่ห่างไปคนหลังพวงมาลัยเกิดคำถาม หัวคิ้วขมวดยุ่ง โดยเขาขับตามมาตั้งแต่บ้านของหญิงสาวแล้ว มือเอื้อมไปหยิบกระดาษทิชชูขึ้นมาเช็ดจมูก รู้สึกเหมือนตัวเองจะมีน้ำมูก แต่สายตายังมองตรงไปยังเจ้าของร่างระหง

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 13 (02)

    “ฮือ” แพรไหมร้องไห้โฮออกมา อีกไม่ถึงสิบก้าวก็จะถึงป้ายรถเมล์โดยสารแล้ว แต่เธอพาตัวเองไปไม่ถึง เพราะรู้สึกเหมือนจะขาดใจตาย หญิงสาวเอาแต่ก้มหน้าลงกับเข่าของตัวเอง คุดคู้อยู่กลางสายฝน ฟังเสียงฝนสลับกับเสียงรถยนต์ที่ขับผ่านไปมา ความรู้สึกตอนนี้ไม่มีอะไรมาบรรยายได้ ก่อนจะต้องเงยหน้าขึ้นมา หลังได้กลิ่นไม่พึงประสงค์ กลิ่นบุหรี่ลอยมาเตะจมูก คล้ายมีคนยืนสูบอยู่ใกล้ๆ เมื่อไล่สายตาไปมองก็พบกับคนคนหนึ่ง คนที่ตั้งคำถามกับเธอ “ให้ช่วยอีกปะ” ใครคนนั้นไม่พ้นฉัตรฐาที่กำลังอัดบุหรี่เข้าปอดแล้วพ่นควันออกมา ดวงหน้าคมคายก้มลงมองลูกนกที่ถูกฝนกระหน่ำ จนปีกน่าจะบินไม่ไหวอีกต่อไป “ไปให้ไกล เหม็นบุหรี่” แพรไหมเค้นเสียงบอก แค่เรื่องที่เจอวันนี้เธอก็เหนื่อยจนอยากหยุดหายใจแล้ว ฉัตรฐายังมารังควานกันอีก แล้วไม่รู้ว่าเขาบ้าหรือเปล่าที่มายืนสูบบุหรี่กลางสายฝน ฉัตรฐาบิดปากใส่ ยังคงยืนสูบบุหรี่อยู่ข้างๆ แพรไหม ก่อนเสียงฟ้าจะคำรามก้องทำให้ทั้งเขาและหญิงสาวสะดุ้งโหยง แพรไหมก้มหน้าลง เพราะเธอไม่มีแรงจะขยับตัวลุก หากนอนลงได้คงทำไปแล้ว พลันเงยหน

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 13

    บทที่ 13 แพรไหมนิ่งเงียบไปหลายนาที หัวใจเจ็บจนแทบทนไม่ไหว พลางมองหน้าคนที่เธอรักทั้งสองแล้วหลับตาลง ขณะคู่ป้าหลานบีบมือของแพรไหมอยู่ตลอด เพราะอยากให้เจ้าตัวยินยอมตกลง เฝ้ามองความหวังของพวกเธอด้วยสายตาเว้าวอนและโน้มน้าว ก่อนทั้งสองจะยิ้มร่า “โอนเงินเข้าบัญชีพิ้งค์ได้เลยค่ะ” แพรไหมมองตรงไปยังศิวัฒน์ “พี่แพร” พิพรรษพรสวมกอดพี่สาวแน่น โล่งใจไปได้มาก ส่วนพรรณรวีถอนหายใจยาว ทว่าไม่ถึงเสี้ยววินาทีกลับถูกผลักให้ตกจากสวรรค์ชั้นฟ้า “แต่พิ้งค์ต้องขายตัวเอง” แพรไหมพูดให้ครบใจความ แล้วสะบัดตัวให้น้องสาวคลายอ้อมกอดออก ดวงตาแข็งกระด้าง ไร้ความอ่อนโยน “พี่แพร” พิพรรษพรหน้าชา เมื่อพี่สาวจะให้เธอทำสิ่งที่น่าขยะแขยง “ทำไม ขายไม่ได้เหรอ” แพรไหมตั้งคำถามเสียงหยัน เธอเจ็บไปทั้งใจจนมันชาแทบไม่รู้สึกอะไรแล้ว โชคดีที่มันยังเต้นได้อยู่ “พิ้งค์จะทำแบบนั้นได้ยังไง ถ้าทำพิ้งค์จะเอาหน้าไปไว้ไหน” พิพรรษพรตาลุกวาวและเริ่มโวยวายดังลั่น “ก็เอาไว้บนคอเหมือนเดิม แต่ต้องเอาตัวไปอยู่บนเตียงของคนอื่น” แพรไหมพูดอย่างหมดเยื่อใย ไม่มี

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 12 (06)

    “เรื่องนี้กูไม่รู้ คุณทีเจเป็นคนนัดร้านนี้” ฉัตรฐารีบปฏิเสธ เขาไม่บ้าถึงขั้นนั้นหรอก “เออ กูค่อยสบายใจหน่อย แต่ดีที่อย่างน้อยเขาก็มีครอบครัว ไม่ได้อยู่ลำพังแล้วยังต้องต่อสู้กับมึง” “ถ้าคนของมึงหักหลังไปยุ่งกับศัตรู มึงจะปล่อยไว้รึไง” ฉัตรฐาตั้งคำถาม คิดว่าเป็นมัฆวานก็คงไม่ปล่อยไว้เช่นกัน “ไม่อะ แต่คงฆ่าทิ้งไปแล้ว” มัฆวานมองลึกเข้าไปในดวงตาของเพื่อนอย่างทิ้งนัยสำคัญ ฉัตรฐาทำเป็นไม่ได้ยินและหันไปสนใจกับลูกค้ารายใหญ่อย่างทีเจที่เดินตรงเข้ามาหา ก่อนทั้งสามจะขึ้นลิฟต์ไปยังห้องอาหารชื่อดังเพื่อพูดคุยงานกัน ด้านพิพรรษพรเมื่อเดินเข้ามาในห้องอาหารก็ได้บอกชื่อที่จองไว้กับพนักงาน จากนั้นก็ถูกพาไปยังห้องส่วนตัวซึ่งจัดโต๊ะไว้รองรับสำหรับสี่ที่ แพรไหมมองไปรอบๆ แล้วหันไปมองน้องสาวกับคนเป็นป้า “แพรดีใจนะคะที่พวกเราได้มากินข้าวด้วยกัน” แม้ทุกอย่างอาจจะไม่ได้กลับไปเป็นเหมือนเดิมร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ได้กลับมากินข้าวพร้อมหน้ากันสักครั้งหนึ่งก็ยังดี “พี่แพรสั่งได้เต็มที่เลยนะคะ” พิพรรษพรบอกอย่างเอาใจ “ได้เลยจ้ะ” แพร

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 12 (05)

    “ทำไมล่ะ...” แพรไหมแปลกใจ เพราะหลังจากวันนั้นน้องก็ส่งข้อความมาเร่งเร้าให้เธอรีบทำตามที่บอก “พิ้งค์...พิ้งค์ขอโทษ” พิพรรษพรอึกอักอยู่เกือบนาทีกว่าจะเอ่ยออกมาได้ แล้วบอกต่อด้วยเสียงอ่อยๆ “พิ้งค์ไม่ควรโทษพี่คนเดียว พี่แพรไม่โกรธพิ้งค์ได้ไหม...พิ้งค์สำนึกผิดแล้ว” “อื้อ...ไม่โกรธแล้ว” แพรไหมเงียบไปก่อนครางตอบ ในเมื่อน้องสาวรู้สึกผิดแล้วเธอก็ไม่อยากตั้งแง่ ตอนนี้น้องสาวคงจะมองเห็นถึงสิ่งที่เธอพยายามทำให้มาตลอดแล้ว “งั้นพรุ่งนี้ไปกินข้าวกันนะคะ พิ้งค์จะชวนคุณป้าไปด้วย” พิพรรษพรเอ่ยปากชวน “ได้สิ” เธอไม่ปฏิเสธ เพราะอย่างไรก็พี่น้องกัน แต่สำหรับเรื่องการเงินของคนเป็นป้า เธอยังยืนยันคำเดิมว่าจะไม่ให้ความช่วยเหลืออีกแล้ว “ไว้พิ้งค์ไปรับนะ แต่งตัวสวยๆ นะ พิ้งค์อยากไปกินอาหารที่โรงแรม” พิพรรษพรดีใจที่พี่สาวตกลง เธอจะรับหน้าที่ในการจองโต๊ะเอง “ได้เลย พี่จะรอนะ” แพรไหมมีดวงตาที่กระจ่างใสขึ้น ส่วนเรื่องบ้านเธอยังจะไปตามนัด เพราะบ้านหลังนี้อย่างไรก็ต้องเป็นของน้องสาว เธอเองก็ควรมีที่ที่เป็นของตัวเอง แล้วเวลาที่แพรไหมเฝ้ารอ

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 12 (04)

    “อย่าสำคัญตัวผิด ฉันพาเกลมาทำบุญต่างหาก” ฉัตรฐาอยากจะหัวเราะเย้ยใส่แพรไหมที่คิดไปว่าเขามาที่นี่เพราะเจ้าตัว แล้วเค้นเสียงถามกลับไป “ยังไม่เลิกชอบคิดเข้าข้างตัวเองอีกเหรอ เธอไม่ได้สำคัญกับฉันเลยสักนิด” “แล้วที่ผ่านมามาด้วยทำไมทุกปี” เธอนึกสงสัยขึ้นมา เรื่องวันเกิดพอเข้าใจแล้ว แต่เรื่องที่เขาอุตส่าห์ตื่นเช้ามาทำบุญด้วยกันตลอดสองปีที่ผ่านมา เขาทำไปเพื่ออะไร ฉัตรฐาไหวไหล่ เขาไม่จำเป็นต้องมานั่งตอบคำถาม “อ้อ หรือว่าอยากจะทำบุญให้คนที่ตายไป เผื่อความละอายในใจจะลดลงบ้าง แต่ดีใจด้วยนะคะ ที่สุดท้ายก็ได้ผล เธอคนนั้นให้อภัยเรื่องพี่ชายที่จมน้ำตายได้แล้ว ทำบุญวัดนี้ได้สมดังใจหวังจริงๆ” แพรไหมคาดเดาเองเมื่อไม่ได้คำตอบ “แพรไหม” ฉัตรฐาตาลุกวาวเมื่อแพรไหมกำลังล้ำเส้น ไม่รู้ว่าเธอไปรู้เรื่องนั้นได้อย่างไร แต่เจ้าตัวไม่มีสิทธิ์พูดเรื่องของเขา หญิงสาวไหวไหล่บ้าง ทำไมเธอต้องยอม ในเมื่ออย่างไรเขาก็ตามรังแกกันอยู่ดี ยิ่งยอมอ่อนฉัตรฐาจะยิ่งได้ใจ คิดแล้วแพรไหมก็เดินเชิดหน้าอย่างถือดีผ่านหน้าคนชังไป ไม่อยากต่อปากต่อคำด้วยอีกแล้ว ทว่าจังหวะนั้นร่างบางกลับเซถอยห

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status