LOGIN“อีกสี่เดือน แพรจะหมดสัญญาแล้วนะคะ”
แพรไหมเดินออกมาจากห้องน้ำในชุดเดรสตัวเดิม หย่อนก้นนั่งลงหน้าโต๊ะเครื่องแป้งและเอ่ยบอกกับคนที่นอนคว่ำหน้าเข้ากับหมอน
“อื้อ”
ฉัตรฐาครางรับ ร่วมนาทีกว่าจะพลิกตัวขึ้นมานั่งพิงกับหัวเตียง มองดวงหน้าหวานผ่านกระจกเงา เห็นหญิงสาวเลิกคิ้วมอง ทำเป็นอยากให้เขาทบทวนดูอีกครั้ง จึงบอกไปเสียงหนัก
“อยากไปทางไหนก็ไป” หากครบสัญญาแล้วเขาก็ไม่คิดจะรั้งไว้ แต่ต้องไม่ขาดทุน
“แพรอยู่ต่อก็ได้นะคะ” มือเล็กหยิบยางมัดผมขึ้นมามัดรวบไว้กลางศีรษะอย่างลวกๆ แล้วหมุนตัวหันไปมองคนที่กำลังหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาไถหน้าจอไปมา
ฉัตรฐาเลิกคิ้วมอง แต่ยังไม่ได้เอ่ยใดๆ
“แต่แพรอยากแต่งงาน” แพรไหมพูดด้วยน้ำเสียงที่ชัดเจน เพื่อสื่อว่าไม่ได้ล้อเล่น เธอพร้อมจะอยู่เคียงข้างเขาไปแบบนี้ แต่มันต้องแลกมาด้วยสถานะที่มั่นคง
เจ้าของร่างระหงรู้สึกใจหายอยู่ไม่น้อยเมื่อเหลือเวลาอยู่กับชายหนุ่มอีกเพียงแค่สี่เดือนเท่านั้น แต่ดีใจมากกว่าที่จะได้หายใจทั่วท้องเสียที และความผิดในใจที่แบกใส่หลังไว้ก็จะเบาบางลง พลันหวนไปคิดถึงเรื่องเมื่อสามปีก่อนที่เธอนำบ้านมาขอจำนองกับฉัตรฐา แต่จับพลัดจับผลูได้กลายเป็นคนของเขาด้วย
“ผมให้ได้แค่สี่ล้าน”
“แพรขออีกสักสองล้านไม่ได้หรือคะ”
“ผมให้ได้เท่านี้ ถ้าไม่เอาก็เอาโฉนดกลับไป”
คนจนตรอกอย่างแพรไหมจะปฏิเสธได้อย่างไรในเมื่อฉัตรฐาให้มากกว่าเจ้าอื่น แม้จะไม่ได้ตามที่เรียกไป อย่างน้อยก็เพียงพอสำหรับค่าผ่าตัดและค่ารักษามารดา ส่วนที่เหลือเธอจะแบ่งไปใช้หนี้ แต่คงเป็นคราวซวยของหญิงสาว เพราะขณะที่นั่งเจรจากับเขาอยู่นั้นดันไปขอดื่มน้ำที่วางอยู่ตรงหน้า
เธอทั้งหิวและเหนื่อย จึงดื่มไปจนหมดแก้ว ไม่ได้สนใจว่าเจ้าของก่อนหน้าจะว่าอะไรหรือไม่ เพราะฝ่ายนั้นถูกไล่ออกไปจากห้องแล้ว
แพรไหมไม่รู้เลยว่าน้ำแก้วนั้นถูกผสมด้วยยาปลุกเซ็กซ์ และแก้วน้ำที่ฉัตรฐายกขึ้นดื่มก็ไม่ต่างกัน หลังจากนั้นเธอกับเขาก็ตื่นขึ้นมาบนเตียงเดียวกัน
ภายหลังฉัตรฐาได้ไล่หาตัวคนวางแผนนี้ จนรู้ว่าเป็นลูกน้องที่หวังจับเจ้านายอย่างเขา จากนั้นแพรไหมก็ได้รับข้อเสนอ
“งั้นก็มาเป็นคนของผม”
แน่นอนว่าเธอปฏิเสธไป เพราะศักดิ์ศรีค้ำคอ และเธอต้องการขอจำนองบ้าน ไม่ใช่ตัวเอง
ทว่าไม่ถึงสัปดาห์แพรไหมก็ต้องกลับลำมารับข้อเสนอนั้น เมื่อถูกเจ้าหนี้ของบิดาอีกรายที่ไม่เคยรู้มาก่อนบุกไปหาถึงโรงพยาบาลที่มารดารักษาตัวอยู่
คนพวกนั้นขู่ว่าจะทำร้ายท่าน ทั้งที่ท่านนอนเป็นผักไม่รู้เรื่อง ส่วนตัวเธอถูกผลักจนศีรษะไปกระแทกกับขอบโต๊ะ หนำซ้ำยังถูกพวกมันรุมตบตีและลากออกไปหาคนเป็นนาย
หญิงสาวกลัวสุดชีวิต ร้องไห้ตัวสั่นผวา สองมือพนมไหว้ร้องขอกลับไปหามารดา แต่คนพวกนั้นไม่มีแววปรานีต่อเธอที่เป็นผู้หญิงเลย อีกทั้งยังไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย เพราะมีพรรคพวกเป็นคนมีสีคอยหนุนหลัง
ในตอนนั้นเธอคิดอะไรไม่ออก รู้แค่ว่าอยากมีชีวิตรอดกลับไปหามารดา
และฉัตรฐาเป็นแสงแห่งความหวังเดียวที่เธอมี
หลังจากโทร.ไปหาชายหนุ่ม ไม่นานเธอก็ถูกเจ้าหนี้ปล่อยตัวกลับไปหามารดา และกลายมาเป็นคนของเขาจนถึงทุกวันนี้ โดยมีพันธสัญญาสามปีแลกกับหนี้เกือบเจ็ดล้านบาท
“ไปเถอะ อย่าคิดอยู่” ฉัตรฐารู้สึกว่าเขาเริ่มเบื่อแพรไหมแล้ว ไม่รู้สึกตื่นเต้นเท่าตอนแรกเริ่ม
คำตอบอย่างไม่ลังเลของชายหนุ่มดึงให้หญิงสาวออกมาจากห้วงความคิดในอดีต แล้วหันมามองหน้าเขา “ถามจริง…ตลอดเวลาสองปีกว่านี้ไม่รักแพรบ้างเลยเหรอ” แพรไหมแค่นยิ้มเจ็บปวดออกมาเล็กน้อย
“ไม่-เคย-คิด-รัก” ฉัตรฐาเน้นทีละคำ หวังว่าแพรไหมจะเข้าใจ
“เคลียร์ดีค่ะ แพรจะได้ตัดใจ” แพรไหมบอกกับตัวเองว่าเป็นแบบนี้ก็ดีแล้ว พลันพลิกตัวกลับไปมองกระจกอีกครั้ง
“เธอรักฉัน? ” คนฟังถามกลั้วหัวเราะ
“เผลอรักไปแล้วค่ะ โชคร้ายชะมัด” เธอไม่รู้เหมือนกันว่าดันไปรักคนที่ไม่ควรรักตอนไหน หรือเพราะมองไปทางไหนเธอก็มีแต่ฉัตรฐากระมัง เมื่อเธอกลายเป็นที่ชังของญาติๆ แม้กระทั่งน้องสาวของตัวเอง
จะสุข จะทุกข์ เธอก็มีเขารับฟัง แม้เขาจะไม่อยากฟังก็ตาม
“ไม่เจียมตัว” ฉัตรฐาซ้ำคนที่ควรจัดการกับความรู้สึกตัวเองให้ได้ดีกว่านี้
“แพรไปแล้วค่ะ เจอกันพรุ่งนี้ค่ะ”
แพรไหมขี้เกียจอยู่ฟังคำบาดใจรีบขยับลุกออกจากห้องกลับไปหลบเลียแผลใจ แต่เธอเก่งอยู่แล้ว เรื่องแค่นี้ไม่ถึงตาย อีกไม่นานใจก็คงหายดี
ในเช้าวันรุ่งขึ้นเป็นวันที่มืดมนสำหรับคนที่นอนแทบไม่ได้เลย เพราะหัวใจมีแต่ความเจ็บปวด มันทิ่มแทงเธอทั้งยามหายใจเข้าและออก แพรไหมขยับตัวลุกจากเตียงมานั่งกอดเข่าแล้วโยกตัวไปมาคล้ายหมดอาลัยตายอยาก ความเข้มแข็งที่เคยมีสูญสลาย น้ำตาขังคลอหน่วยตา หญิงสาวเหม่อมองไปรอบบ้านพร้อมคิดถึงบิดามารดาจับใจ พลันกอดตัวเองแน่นกว่าเดิม เพราะรู้สึกเหน็บหนาว แล้วคิดหาวิธีทำให้ตัวเองหายไปจากความเจ็บปวดนี้ แพรไหมนิ่งไปหลายนาทีกว่าจะค่อยๆ ขยับตัวอย่างเชื่องช้าลุกไปอาบน้ำ หลังคิดวิธีออกแล้ว หลังจากแต่งตัวง่ายๆ เสร็จก็ตรงไปที่รถของตัวเอง แล้วขับตรงไปยังสถานที่หนึ่ง ดวงหน้ายังเต็มไปด้วยร่องรอยคราบน้ำตา รถเคลื่อนที่ไปได้ราวครึ่งชั่วโมงก็หยุดสนิท เท้าเรียวเล็กก้าวลงไปยืนอยู่หน้าของสิ่งหนึ่งที่หน้าร้านขายอุปกรณ์ “ไปยืนมองจ้องอะไรกันวะ...” ขณะในรถคันหนึ่งที่จอดอยู่ห่างไปคนหลังพวงมาลัยเกิดคำถาม หัวคิ้วขมวดยุ่ง โดยเขาขับตามมาตั้งแต่บ้านของหญิงสาวแล้ว มือเอื้อมไปหยิบกระดาษทิชชูขึ้นมาเช็ดจมูก รู้สึกเหมือนตัวเองจะมีน้ำมูก แต่สายตายังมองตรงไปยังเจ้าของร่างระหง
“ฮือ” แพรไหมร้องไห้โฮออกมา อีกไม่ถึงสิบก้าวก็จะถึงป้ายรถเมล์โดยสารแล้ว แต่เธอพาตัวเองไปไม่ถึง เพราะรู้สึกเหมือนจะขาดใจตาย หญิงสาวเอาแต่ก้มหน้าลงกับเข่าของตัวเอง คุดคู้อยู่กลางสายฝน ฟังเสียงฝนสลับกับเสียงรถยนต์ที่ขับผ่านไปมา ความรู้สึกตอนนี้ไม่มีอะไรมาบรรยายได้ ก่อนจะต้องเงยหน้าขึ้นมา หลังได้กลิ่นไม่พึงประสงค์ กลิ่นบุหรี่ลอยมาเตะจมูก คล้ายมีคนยืนสูบอยู่ใกล้ๆ เมื่อไล่สายตาไปมองก็พบกับคนคนหนึ่ง คนที่ตั้งคำถามกับเธอ “ให้ช่วยอีกปะ” ใครคนนั้นไม่พ้นฉัตรฐาที่กำลังอัดบุหรี่เข้าปอดแล้วพ่นควันออกมา ดวงหน้าคมคายก้มลงมองลูกนกที่ถูกฝนกระหน่ำ จนปีกน่าจะบินไม่ไหวอีกต่อไป “ไปให้ไกล เหม็นบุหรี่” แพรไหมเค้นเสียงบอก แค่เรื่องที่เจอวันนี้เธอก็เหนื่อยจนอยากหยุดหายใจแล้ว ฉัตรฐายังมารังควานกันอีก แล้วไม่รู้ว่าเขาบ้าหรือเปล่าที่มายืนสูบบุหรี่กลางสายฝน ฉัตรฐาบิดปากใส่ ยังคงยืนสูบบุหรี่อยู่ข้างๆ แพรไหม ก่อนเสียงฟ้าจะคำรามก้องทำให้ทั้งเขาและหญิงสาวสะดุ้งโหยง แพรไหมก้มหน้าลง เพราะเธอไม่มีแรงจะขยับตัวลุก หากนอนลงได้คงทำไปแล้ว พลันเงยหน
บทที่ 13 แพรไหมนิ่งเงียบไปหลายนาที หัวใจเจ็บจนแทบทนไม่ไหว พลางมองหน้าคนที่เธอรักทั้งสองแล้วหลับตาลง ขณะคู่ป้าหลานบีบมือของแพรไหมอยู่ตลอด เพราะอยากให้เจ้าตัวยินยอมตกลง เฝ้ามองความหวังของพวกเธอด้วยสายตาเว้าวอนและโน้มน้าว ก่อนทั้งสองจะยิ้มร่า “โอนเงินเข้าบัญชีพิ้งค์ได้เลยค่ะ” แพรไหมมองตรงไปยังศิวัฒน์ “พี่แพร” พิพรรษพรสวมกอดพี่สาวแน่น โล่งใจไปได้มาก ส่วนพรรณรวีถอนหายใจยาว ทว่าไม่ถึงเสี้ยววินาทีกลับถูกผลักให้ตกจากสวรรค์ชั้นฟ้า “แต่พิ้งค์ต้องขายตัวเอง” แพรไหมพูดให้ครบใจความ แล้วสะบัดตัวให้น้องสาวคลายอ้อมกอดออก ดวงตาแข็งกระด้าง ไร้ความอ่อนโยน “พี่แพร” พิพรรษพรหน้าชา เมื่อพี่สาวจะให้เธอทำสิ่งที่น่าขยะแขยง “ทำไม ขายไม่ได้เหรอ” แพรไหมตั้งคำถามเสียงหยัน เธอเจ็บไปทั้งใจจนมันชาแทบไม่รู้สึกอะไรแล้ว โชคดีที่มันยังเต้นได้อยู่ “พิ้งค์จะทำแบบนั้นได้ยังไง ถ้าทำพิ้งค์จะเอาหน้าไปไว้ไหน” พิพรรษพรตาลุกวาวและเริ่มโวยวายดังลั่น “ก็เอาไว้บนคอเหมือนเดิม แต่ต้องเอาตัวไปอยู่บนเตียงของคนอื่น” แพรไหมพูดอย่างหมดเยื่อใย ไม่มี
“เรื่องนี้กูไม่รู้ คุณทีเจเป็นคนนัดร้านนี้” ฉัตรฐารีบปฏิเสธ เขาไม่บ้าถึงขั้นนั้นหรอก “เออ กูค่อยสบายใจหน่อย แต่ดีที่อย่างน้อยเขาก็มีครอบครัว ไม่ได้อยู่ลำพังแล้วยังต้องต่อสู้กับมึง” “ถ้าคนของมึงหักหลังไปยุ่งกับศัตรู มึงจะปล่อยไว้รึไง” ฉัตรฐาตั้งคำถาม คิดว่าเป็นมัฆวานก็คงไม่ปล่อยไว้เช่นกัน “ไม่อะ แต่คงฆ่าทิ้งไปแล้ว” มัฆวานมองลึกเข้าไปในดวงตาของเพื่อนอย่างทิ้งนัยสำคัญ ฉัตรฐาทำเป็นไม่ได้ยินและหันไปสนใจกับลูกค้ารายใหญ่อย่างทีเจที่เดินตรงเข้ามาหา ก่อนทั้งสามจะขึ้นลิฟต์ไปยังห้องอาหารชื่อดังเพื่อพูดคุยงานกัน ด้านพิพรรษพรเมื่อเดินเข้ามาในห้องอาหารก็ได้บอกชื่อที่จองไว้กับพนักงาน จากนั้นก็ถูกพาไปยังห้องส่วนตัวซึ่งจัดโต๊ะไว้รองรับสำหรับสี่ที่ แพรไหมมองไปรอบๆ แล้วหันไปมองน้องสาวกับคนเป็นป้า “แพรดีใจนะคะที่พวกเราได้มากินข้าวด้วยกัน” แม้ทุกอย่างอาจจะไม่ได้กลับไปเป็นเหมือนเดิมร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ได้กลับมากินข้าวพร้อมหน้ากันสักครั้งหนึ่งก็ยังดี “พี่แพรสั่งได้เต็มที่เลยนะคะ” พิพรรษพรบอกอย่างเอาใจ “ได้เลยจ้ะ” แพร
“ทำไมล่ะ...” แพรไหมแปลกใจ เพราะหลังจากวันนั้นน้องก็ส่งข้อความมาเร่งเร้าให้เธอรีบทำตามที่บอก “พิ้งค์...พิ้งค์ขอโทษ” พิพรรษพรอึกอักอยู่เกือบนาทีกว่าจะเอ่ยออกมาได้ แล้วบอกต่อด้วยเสียงอ่อยๆ “พิ้งค์ไม่ควรโทษพี่คนเดียว พี่แพรไม่โกรธพิ้งค์ได้ไหม...พิ้งค์สำนึกผิดแล้ว” “อื้อ...ไม่โกรธแล้ว” แพรไหมเงียบไปก่อนครางตอบ ในเมื่อน้องสาวรู้สึกผิดแล้วเธอก็ไม่อยากตั้งแง่ ตอนนี้น้องสาวคงจะมองเห็นถึงสิ่งที่เธอพยายามทำให้มาตลอดแล้ว “งั้นพรุ่งนี้ไปกินข้าวกันนะคะ พิ้งค์จะชวนคุณป้าไปด้วย” พิพรรษพรเอ่ยปากชวน “ได้สิ” เธอไม่ปฏิเสธ เพราะอย่างไรก็พี่น้องกัน แต่สำหรับเรื่องการเงินของคนเป็นป้า เธอยังยืนยันคำเดิมว่าจะไม่ให้ความช่วยเหลืออีกแล้ว “ไว้พิ้งค์ไปรับนะ แต่งตัวสวยๆ นะ พิ้งค์อยากไปกินอาหารที่โรงแรม” พิพรรษพรดีใจที่พี่สาวตกลง เธอจะรับหน้าที่ในการจองโต๊ะเอง “ได้เลย พี่จะรอนะ” แพรไหมมีดวงตาที่กระจ่างใสขึ้น ส่วนเรื่องบ้านเธอยังจะไปตามนัด เพราะบ้านหลังนี้อย่างไรก็ต้องเป็นของน้องสาว เธอเองก็ควรมีที่ที่เป็นของตัวเอง แล้วเวลาที่แพรไหมเฝ้ารอ
“อย่าสำคัญตัวผิด ฉันพาเกลมาทำบุญต่างหาก” ฉัตรฐาอยากจะหัวเราะเย้ยใส่แพรไหมที่คิดไปว่าเขามาที่นี่เพราะเจ้าตัว แล้วเค้นเสียงถามกลับไป “ยังไม่เลิกชอบคิดเข้าข้างตัวเองอีกเหรอ เธอไม่ได้สำคัญกับฉันเลยสักนิด” “แล้วที่ผ่านมามาด้วยทำไมทุกปี” เธอนึกสงสัยขึ้นมา เรื่องวันเกิดพอเข้าใจแล้ว แต่เรื่องที่เขาอุตส่าห์ตื่นเช้ามาทำบุญด้วยกันตลอดสองปีที่ผ่านมา เขาทำไปเพื่ออะไร ฉัตรฐาไหวไหล่ เขาไม่จำเป็นต้องมานั่งตอบคำถาม “อ้อ หรือว่าอยากจะทำบุญให้คนที่ตายไป เผื่อความละอายในใจจะลดลงบ้าง แต่ดีใจด้วยนะคะ ที่สุดท้ายก็ได้ผล เธอคนนั้นให้อภัยเรื่องพี่ชายที่จมน้ำตายได้แล้ว ทำบุญวัดนี้ได้สมดังใจหวังจริงๆ” แพรไหมคาดเดาเองเมื่อไม่ได้คำตอบ “แพรไหม” ฉัตรฐาตาลุกวาวเมื่อแพรไหมกำลังล้ำเส้น ไม่รู้ว่าเธอไปรู้เรื่องนั้นได้อย่างไร แต่เจ้าตัวไม่มีสิทธิ์พูดเรื่องของเขา หญิงสาวไหวไหล่บ้าง ทำไมเธอต้องยอม ในเมื่ออย่างไรเขาก็ตามรังแกกันอยู่ดี ยิ่งยอมอ่อนฉัตรฐาจะยิ่งได้ใจ คิดแล้วแพรไหมก็เดินเชิดหน้าอย่างถือดีผ่านหน้าคนชังไป ไม่อยากต่อปากต่อคำด้วยอีกแล้ว ทว่าจังหวะนั้นร่างบางกลับเซถอยห




![ไฟรักเพลิงสวาท [PWP] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


