مشاركة

บทที่ 1

last update تاريخ النشر: 2026-04-07 16:15:22

บทที่ 1

          “วันนี้น้องแพรทั้งเก่งและสวยที่หนึ่งเลยค่ะ”

          “ขอบคุณมากเลยค่ะคุณแก้ว และขอบคุณนะคะที่เลือกแพร”

          แพรไหมพนมมือไหว้รับคำชมจากเจ้าของแบรนด์เครื่องดื่มน้องใหม่ที่เลือกตัวเธอเป็นเอ็มซีในงานเปิดตัวสินค้า เธอได้ลองนำมาชงกับน้ำร้อนแล้ว รสชาติดีทีเดียว

          “เดี๋ยวพี่โอนค่าตัวที่เหลือให้นะคะ” แก้วสิริว่า เธอขอเคลียร์หน้างานให้เสร็จแล้วจะทยอยโอนเงินให้กับพนักงานทุกคน

          “ได้ค่ะคุณแก้ว งั้นแพรลาเลยนะคะ ช่วงค่ำแพรมีงานต่อ”

          แพรไหมค้อมศีรษะรับ เมื่อวานเธอเหนื่อยทั้งกายและใจ แต่ก็มีความเป็นมืออาชีพทำงานได้โดยไม่สะดุด เวลานี้เธอไม่ได้เก็บมันมาคิดแล้ว รู้ดีว่าไม่มีอะไรดีขึ้นมา อย่างไรชีวิตก็ต้องเดินต่อ พลันแจกจ่ายรอยยิ้มให้กับพวกหนุ่มๆ ที่มองมา ก่อนขยับตัวจะเดินไปยังรถยนต์มือสองที่ซื้อมาใช้เมื่อปีก่อน

          “คุณแพร...คุณแพรครับ”

          ทว่าสองเท้ากลับต้องหยุดลงเมื่อมีเสียงเรียกไล่หลัง “คะ?”

          แพรไหมจำได้ว่าเห็นอีกฝ่ายอยู่ในงาน คงเป็นลูกน้องของคนใหญ่คนโตที่มาร่วมงานเปิดตัว

          “เจ้านายของผมสนใจคุณแพรครับ” คนที่กำลังเป็นสื่อกลางพูดโดยไม่อ้อมค้อม แล้วขยับตัวเข้าไปใกล้คนที่ศิวัฒน์ ผู้เป็นนายของตนหมายปอง

          “ผมมีข้อเสนอมาให้ครับ”

          “ว่ามาสิคะ” แพรไหมไม่ได้มีท่าทีตกใจ เธอเจอกับเรื่องแบบนี้มาหลายครั้ง จนรู้ว่าควรรับมืออย่างไร  

          “เงินเดือนเดือนละแสน กับรถบีเอ็มอีกคันครับ” คนที่ได้รับคำสั่งบอกถึงข้อเสนอที่ดีกว่าทุกคนที่เจ้านายของเขาเคยให้

          “น้อยไปค่ะ” แพรไหมส่ายหน้าปฏิเสธ

          “คุณแพรมีเสี่ยเลี้ยงแล้วหรือครับ...” ข้อเสนอดีๆ แบบนี้ยังปฏิเสธ แสดงว่าอีกฝ่ายมีคนที่ให้มากกว่านี้อยู่แล้ว

          “รู้จักไฉ ฉัตรฐาไหมคะ”           

          แพรไหมถามกลับ อีกฝ่ายน่าจะพอรู้ชื่อเสียงเรียงนามของฉัตรฐา เจ้าพ่อการประมูลของโบราณ ของหายากอยู่บ้าง แล้วยังเป็นเจ้าของโรงงานส่งออกอาหารแช่แข็งขนาดใหญ่อีกด้วย

          “ครับ” แน่นอนว่าเขาและเจ้านายรู้จักดี หนำซ้ำยังเพิ่งเจอกันไปเมื่อราวหนึ่งชั่วโมงก่อน

          “คนนั้นละค่ะ”

          หากเป็นเมื่อก่อนเธอคงบอกปัดไปตั้งแต่ยังไม่ฟังข้อเสนอ แต่ประสบการณ์สอนว่าคนพวกนี้เป็นนักตื๊อ จะไม่เลิกวุ่นวายง่ายๆ ดังนั้น เธอควรทำเป็นสนใจแล้วค่อยปฏิเสธ แต่การจะทำให้อีกฝ่ายเลิกยุ่งแบบไม่เลี้ยวกลับมาสนใจอีกก็ต้องมีคนของตัวเองอยู่แล้ว ชื่อของฉัตรฐาจึงถูกหยิบยกขึ้นมาจบประเด็น

          “แต่เขาคงไม่ได้เลี้ยงดูคุณแพรคนเดียวหรอกใช่ไหมครับ ผมเห็นเขาเพิ่งเข้าอาบอบนวด” ชายหนุ่มเอ่ยต่อ ด้วยคิดว่าแพรไหมอาจอยากเปลี่ยนใจ เพราะเจ้านายของเขาเป็นประเภทเลี้ยงผู้หญิงทีละคน

          “คงเอาของเก่าไปส่งค่ะ” แพรไหมไม่ได้ตกใจกับถ้อยคำนั้น เพราะเจ้าของอาบอบนวดเป็นคนที่ชอบของโบราณและให้ฉัตรฐาหาของให้บ่อยครั้ง

          “คงไม่หรอกมั้งครับ ควงสามเข้าห้องไปขนาดนั้น” คนที่เพิ่งเห็นมากับตาร้องแย้ง ต้องการให้แพรไหมตาสว่าง

          “ขอโลฯ สาขาที่คุณไฉไปด่วนเลยค่ะ”

          เมื่อรู้สถานที่แน่ชัดแล้ว แพรไหมก็รีบกระชากรถมุ่งหน้าไปหาทันที โชคดีที่อยู่ไม่ห่างจากที่จัดงาน

          สองขาเรียวสวยก้าวฉับๆ มุ่งตรงไปยังห้องรับรองด้านในอย่างคุ้นชิน เพราะเธอเคยมากับฉัตรฐาบ่อยครั้ง และเพียงแค่ออกแรงผลักประตูห้องก็เห็นภาพบาดใจตำตา

          ข้างกายของฉัตรฐามีสาวๆ สามคนรายล้อม ตามที่ผู้ชายคนนั้นบอก        

          “คุณไฉ” เธอเค้นเสียงส่งไปให้เขาพร้อมปรี่เข้าไปหา       

          “มาได้ไงวะ” ฉัตรฐากลอกตาอย่างหมดอารมณ์สุนทรีย์ แล้วกล่าวเตือน “เธอควรอยู่ที่งาน ไม่ใช่ที่นี่”

          แพรไหมเป็นแม่งานในการประมูลของโบราณในวันนี้ เจ้าตัวควรไปตรวจเช็กความเรียบร้อยได้แล้ว

          “แล้วคุณไฉควรอยู่ที่ไหน ไม่ควรอยู่ในงานวันนี้เหรอคะ” แพรไหมย้อนกลับเสียงนิ่ง เขาควรถามตัวเองไม่ใช่เธอ

          “ฉันต้องรายงานเธอ?” ฉัตรฐาทำหน้าซังกะตายด้วยความเบื่อหน่ายแพรไหม

          “เมียเขามาตามแล้ว ยังนั่งอยู่อีก” หญิงสาวหันไปว่าเสียงแข็งกับสามสาวที่นั่งมองการโต้เถียงอยู่ อีกทั้งยังมีคนหนึ่งส่งสายตาเยาะเย้ยมาให้

          “นี่เมียคุณไฉเหรอคะ” หนึ่งในสามสาวเอ่ยถาม พลางยกมือขึ้นไปเกาะแขนของฉัตรฐา          

          “ไม่” คำตอบดังขึ้นทันทีแบบไม่ต้องใช้เวลาคิด แล้วต่อด้วยประโยคสั้นๆ ที่ครบใจความ “แค่เด็กเลี้ยง”

          “เลี้ยงกับผีสิ ให้เงินเดือนแค่เดือนละสามหมื่น ครั้งคราวครั้งละสองพัน” แพรไหมไม่สะท้าน และยังเป็นแม่พระมาโปรดสามสาว

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 13 (03)

    ในเช้าวันรุ่งขึ้นเป็นวันที่มืดมนสำหรับคนที่นอนแทบไม่ได้เลย เพราะหัวใจมีแต่ความเจ็บปวด มันทิ่มแทงเธอทั้งยามหายใจเข้าและออก แพรไหมขยับตัวลุกจากเตียงมานั่งกอดเข่าแล้วโยกตัวไปมาคล้ายหมดอาลัยตายอยาก ความเข้มแข็งที่เคยมีสูญสลาย น้ำตาขังคลอหน่วยตา หญิงสาวเหม่อมองไปรอบบ้านพร้อมคิดถึงบิดามารดาจับใจ พลันกอดตัวเองแน่นกว่าเดิม เพราะรู้สึกเหน็บหนาว แล้วคิดหาวิธีทำให้ตัวเองหายไปจากความเจ็บปวดนี้ แพรไหมนิ่งไปหลายนาทีกว่าจะค่อยๆ ขยับตัวอย่างเชื่องช้าลุกไปอาบน้ำ หลังคิดวิธีออกแล้ว หลังจากแต่งตัวง่ายๆ เสร็จก็ตรงไปที่รถของตัวเอง แล้วขับตรงไปยังสถานที่หนึ่ง ดวงหน้ายังเต็มไปด้วยร่องรอยคราบน้ำตา รถเคลื่อนที่ไปได้ราวครึ่งชั่วโมงก็หยุดสนิท เท้าเรียวเล็กก้าวลงไปยืนอยู่หน้าของสิ่งหนึ่งที่หน้าร้านขายอุปกรณ์ “ไปยืนมองจ้องอะไรกันวะ...” ขณะในรถคันหนึ่งที่จอดอยู่ห่างไปคนหลังพวงมาลัยเกิดคำถาม หัวคิ้วขมวดยุ่ง โดยเขาขับตามมาตั้งแต่บ้านของหญิงสาวแล้ว มือเอื้อมไปหยิบกระดาษทิชชูขึ้นมาเช็ดจมูก รู้สึกเหมือนตัวเองจะมีน้ำมูก แต่สายตายังมองตรงไปยังเจ้าของร่างระหง

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 13 (02)

    “ฮือ” แพรไหมร้องไห้โฮออกมา อีกไม่ถึงสิบก้าวก็จะถึงป้ายรถเมล์โดยสารแล้ว แต่เธอพาตัวเองไปไม่ถึง เพราะรู้สึกเหมือนจะขาดใจตาย หญิงสาวเอาแต่ก้มหน้าลงกับเข่าของตัวเอง คุดคู้อยู่กลางสายฝน ฟังเสียงฝนสลับกับเสียงรถยนต์ที่ขับผ่านไปมา ความรู้สึกตอนนี้ไม่มีอะไรมาบรรยายได้ ก่อนจะต้องเงยหน้าขึ้นมา หลังได้กลิ่นไม่พึงประสงค์ กลิ่นบุหรี่ลอยมาเตะจมูก คล้ายมีคนยืนสูบอยู่ใกล้ๆ เมื่อไล่สายตาไปมองก็พบกับคนคนหนึ่ง คนที่ตั้งคำถามกับเธอ “ให้ช่วยอีกปะ” ใครคนนั้นไม่พ้นฉัตรฐาที่กำลังอัดบุหรี่เข้าปอดแล้วพ่นควันออกมา ดวงหน้าคมคายก้มลงมองลูกนกที่ถูกฝนกระหน่ำ จนปีกน่าจะบินไม่ไหวอีกต่อไป “ไปให้ไกล เหม็นบุหรี่” แพรไหมเค้นเสียงบอก แค่เรื่องที่เจอวันนี้เธอก็เหนื่อยจนอยากหยุดหายใจแล้ว ฉัตรฐายังมารังควานกันอีก แล้วไม่รู้ว่าเขาบ้าหรือเปล่าที่มายืนสูบบุหรี่กลางสายฝน ฉัตรฐาบิดปากใส่ ยังคงยืนสูบบุหรี่อยู่ข้างๆ แพรไหม ก่อนเสียงฟ้าจะคำรามก้องทำให้ทั้งเขาและหญิงสาวสะดุ้งโหยง แพรไหมก้มหน้าลง เพราะเธอไม่มีแรงจะขยับตัวลุก หากนอนลงได้คงทำไปแล้ว พลันเงยหน

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 13

    บทที่ 13 แพรไหมนิ่งเงียบไปหลายนาที หัวใจเจ็บจนแทบทนไม่ไหว พลางมองหน้าคนที่เธอรักทั้งสองแล้วหลับตาลง ขณะคู่ป้าหลานบีบมือของแพรไหมอยู่ตลอด เพราะอยากให้เจ้าตัวยินยอมตกลง เฝ้ามองความหวังของพวกเธอด้วยสายตาเว้าวอนและโน้มน้าว ก่อนทั้งสองจะยิ้มร่า “โอนเงินเข้าบัญชีพิ้งค์ได้เลยค่ะ” แพรไหมมองตรงไปยังศิวัฒน์ “พี่แพร” พิพรรษพรสวมกอดพี่สาวแน่น โล่งใจไปได้มาก ส่วนพรรณรวีถอนหายใจยาว ทว่าไม่ถึงเสี้ยววินาทีกลับถูกผลักให้ตกจากสวรรค์ชั้นฟ้า “แต่พิ้งค์ต้องขายตัวเอง” แพรไหมพูดให้ครบใจความ แล้วสะบัดตัวให้น้องสาวคลายอ้อมกอดออก ดวงตาแข็งกระด้าง ไร้ความอ่อนโยน “พี่แพร” พิพรรษพรหน้าชา เมื่อพี่สาวจะให้เธอทำสิ่งที่น่าขยะแขยง “ทำไม ขายไม่ได้เหรอ” แพรไหมตั้งคำถามเสียงหยัน เธอเจ็บไปทั้งใจจนมันชาแทบไม่รู้สึกอะไรแล้ว โชคดีที่มันยังเต้นได้อยู่ “พิ้งค์จะทำแบบนั้นได้ยังไง ถ้าทำพิ้งค์จะเอาหน้าไปไว้ไหน” พิพรรษพรตาลุกวาวและเริ่มโวยวายดังลั่น “ก็เอาไว้บนคอเหมือนเดิม แต่ต้องเอาตัวไปอยู่บนเตียงของคนอื่น” แพรไหมพูดอย่างหมดเยื่อใย ไม่มี

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 12 (06)

    “เรื่องนี้กูไม่รู้ คุณทีเจเป็นคนนัดร้านนี้” ฉัตรฐารีบปฏิเสธ เขาไม่บ้าถึงขั้นนั้นหรอก “เออ กูค่อยสบายใจหน่อย แต่ดีที่อย่างน้อยเขาก็มีครอบครัว ไม่ได้อยู่ลำพังแล้วยังต้องต่อสู้กับมึง” “ถ้าคนของมึงหักหลังไปยุ่งกับศัตรู มึงจะปล่อยไว้รึไง” ฉัตรฐาตั้งคำถาม คิดว่าเป็นมัฆวานก็คงไม่ปล่อยไว้เช่นกัน “ไม่อะ แต่คงฆ่าทิ้งไปแล้ว” มัฆวานมองลึกเข้าไปในดวงตาของเพื่อนอย่างทิ้งนัยสำคัญ ฉัตรฐาทำเป็นไม่ได้ยินและหันไปสนใจกับลูกค้ารายใหญ่อย่างทีเจที่เดินตรงเข้ามาหา ก่อนทั้งสามจะขึ้นลิฟต์ไปยังห้องอาหารชื่อดังเพื่อพูดคุยงานกัน ด้านพิพรรษพรเมื่อเดินเข้ามาในห้องอาหารก็ได้บอกชื่อที่จองไว้กับพนักงาน จากนั้นก็ถูกพาไปยังห้องส่วนตัวซึ่งจัดโต๊ะไว้รองรับสำหรับสี่ที่ แพรไหมมองไปรอบๆ แล้วหันไปมองน้องสาวกับคนเป็นป้า “แพรดีใจนะคะที่พวกเราได้มากินข้าวด้วยกัน” แม้ทุกอย่างอาจจะไม่ได้กลับไปเป็นเหมือนเดิมร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ได้กลับมากินข้าวพร้อมหน้ากันสักครั้งหนึ่งก็ยังดี “พี่แพรสั่งได้เต็มที่เลยนะคะ” พิพรรษพรบอกอย่างเอาใจ “ได้เลยจ้ะ” แพร

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 12 (05)

    “ทำไมล่ะ...” แพรไหมแปลกใจ เพราะหลังจากวันนั้นน้องก็ส่งข้อความมาเร่งเร้าให้เธอรีบทำตามที่บอก “พิ้งค์...พิ้งค์ขอโทษ” พิพรรษพรอึกอักอยู่เกือบนาทีกว่าจะเอ่ยออกมาได้ แล้วบอกต่อด้วยเสียงอ่อยๆ “พิ้งค์ไม่ควรโทษพี่คนเดียว พี่แพรไม่โกรธพิ้งค์ได้ไหม...พิ้งค์สำนึกผิดแล้ว” “อื้อ...ไม่โกรธแล้ว” แพรไหมเงียบไปก่อนครางตอบ ในเมื่อน้องสาวรู้สึกผิดแล้วเธอก็ไม่อยากตั้งแง่ ตอนนี้น้องสาวคงจะมองเห็นถึงสิ่งที่เธอพยายามทำให้มาตลอดแล้ว “งั้นพรุ่งนี้ไปกินข้าวกันนะคะ พิ้งค์จะชวนคุณป้าไปด้วย” พิพรรษพรเอ่ยปากชวน “ได้สิ” เธอไม่ปฏิเสธ เพราะอย่างไรก็พี่น้องกัน แต่สำหรับเรื่องการเงินของคนเป็นป้า เธอยังยืนยันคำเดิมว่าจะไม่ให้ความช่วยเหลืออีกแล้ว “ไว้พิ้งค์ไปรับนะ แต่งตัวสวยๆ นะ พิ้งค์อยากไปกินอาหารที่โรงแรม” พิพรรษพรดีใจที่พี่สาวตกลง เธอจะรับหน้าที่ในการจองโต๊ะเอง “ได้เลย พี่จะรอนะ” แพรไหมมีดวงตาที่กระจ่างใสขึ้น ส่วนเรื่องบ้านเธอยังจะไปตามนัด เพราะบ้านหลังนี้อย่างไรก็ต้องเป็นของน้องสาว เธอเองก็ควรมีที่ที่เป็นของตัวเอง แล้วเวลาที่แพรไหมเฝ้ารอ

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 12 (04)

    “อย่าสำคัญตัวผิด ฉันพาเกลมาทำบุญต่างหาก” ฉัตรฐาอยากจะหัวเราะเย้ยใส่แพรไหมที่คิดไปว่าเขามาที่นี่เพราะเจ้าตัว แล้วเค้นเสียงถามกลับไป “ยังไม่เลิกชอบคิดเข้าข้างตัวเองอีกเหรอ เธอไม่ได้สำคัญกับฉันเลยสักนิด” “แล้วที่ผ่านมามาด้วยทำไมทุกปี” เธอนึกสงสัยขึ้นมา เรื่องวันเกิดพอเข้าใจแล้ว แต่เรื่องที่เขาอุตส่าห์ตื่นเช้ามาทำบุญด้วยกันตลอดสองปีที่ผ่านมา เขาทำไปเพื่ออะไร ฉัตรฐาไหวไหล่ เขาไม่จำเป็นต้องมานั่งตอบคำถาม “อ้อ หรือว่าอยากจะทำบุญให้คนที่ตายไป เผื่อความละอายในใจจะลดลงบ้าง แต่ดีใจด้วยนะคะ ที่สุดท้ายก็ได้ผล เธอคนนั้นให้อภัยเรื่องพี่ชายที่จมน้ำตายได้แล้ว ทำบุญวัดนี้ได้สมดังใจหวังจริงๆ” แพรไหมคาดเดาเองเมื่อไม่ได้คำตอบ “แพรไหม” ฉัตรฐาตาลุกวาวเมื่อแพรไหมกำลังล้ำเส้น ไม่รู้ว่าเธอไปรู้เรื่องนั้นได้อย่างไร แต่เจ้าตัวไม่มีสิทธิ์พูดเรื่องของเขา หญิงสาวไหวไหล่บ้าง ทำไมเธอต้องยอม ในเมื่ออย่างไรเขาก็ตามรังแกกันอยู่ดี ยิ่งยอมอ่อนฉัตรฐาจะยิ่งได้ใจ คิดแล้วแพรไหมก็เดินเชิดหน้าอย่างถือดีผ่านหน้าคนชังไป ไม่อยากต่อปากต่อคำด้วยอีกแล้ว ทว่าจังหวะนั้นร่างบางกลับเซถอยห

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status