เข้าสู่ระบบบทที่ 1
“วันนี้น้องแพรทั้งเก่งและสวยที่หนึ่งเลยค่ะ”
“ขอบคุณมากเลยค่ะคุณแก้ว และขอบคุณนะคะที่เลือกแพร”
แพรไหมพนมมือไหว้รับคำชมจากเจ้าของแบรนด์เครื่องดื่มน้องใหม่ที่เลือกตัวเธอเป็นเอ็มซีในงานเปิดตัวสินค้า เธอได้ลองนำมาชงกับน้ำร้อนแล้ว รสชาติดีทีเดียว
“เดี๋ยวพี่โอนค่าตัวที่เหลือให้นะคะ” แก้วสิริว่า เธอขอเคลียร์หน้างานให้เสร็จแล้วจะทยอยโอนเงินให้กับพนักงานทุกคน
“ได้ค่ะคุณแก้ว งั้นแพรลาเลยนะคะ ช่วงค่ำแพรมีงานต่อ”
แพรไหมค้อมศีรษะรับ เมื่อวานเธอเหนื่อยทั้งกายและใจ แต่ก็มีความเป็นมืออาชีพทำงานได้โดยไม่สะดุด เวลานี้เธอไม่ได้เก็บมันมาคิดแล้ว รู้ดีว่าไม่มีอะไรดีขึ้นมา อย่างไรชีวิตก็ต้องเดินต่อ พลันแจกจ่ายรอยยิ้มให้กับพวกหนุ่มๆ ที่มองมา ก่อนขยับตัวจะเดินไปยังรถยนต์มือสองที่ซื้อมาใช้เมื่อปีก่อน
“คุณแพร...คุณแพรครับ”
ทว่าสองเท้ากลับต้องหยุดลงเมื่อมีเสียงเรียกไล่หลัง “คะ?”
แพรไหมจำได้ว่าเห็นอีกฝ่ายอยู่ในงาน คงเป็นลูกน้องของคนใหญ่คนโตที่มาร่วมงานเปิดตัว
“เจ้านายของผมสนใจคุณแพรครับ” คนที่กำลังเป็นสื่อกลางพูดโดยไม่อ้อมค้อม แล้วขยับตัวเข้าไปใกล้คนที่ศิวัฒน์ ผู้เป็นนายของตนหมายปอง
“ผมมีข้อเสนอมาให้ครับ”
“ว่ามาสิคะ” แพรไหมไม่ได้มีท่าทีตกใจ เธอเจอกับเรื่องแบบนี้มาหลายครั้ง จนรู้ว่าควรรับมืออย่างไร
“เงินเดือนเดือนละแสน กับรถบีเอ็มอีกคันครับ” คนที่ได้รับคำสั่งบอกถึงข้อเสนอที่ดีกว่าทุกคนที่เจ้านายของเขาเคยให้
“น้อยไปค่ะ” แพรไหมส่ายหน้าปฏิเสธ
“คุณแพรมีเสี่ยเลี้ยงแล้วหรือครับ...” ข้อเสนอดีๆ แบบนี้ยังปฏิเสธ แสดงว่าอีกฝ่ายมีคนที่ให้มากกว่านี้อยู่แล้ว
“รู้จักไฉ ฉัตรฐาไหมคะ”
แพรไหมถามกลับ อีกฝ่ายน่าจะพอรู้ชื่อเสียงเรียงนามของฉัตรฐา เจ้าพ่อการประมูลของโบราณ ของหายากอยู่บ้าง แล้วยังเป็นเจ้าของโรงงานส่งออกอาหารแช่แข็งขนาดใหญ่อีกด้วย“ครับ” แน่นอนว่าเขาและเจ้านายรู้จักดี หนำซ้ำยังเพิ่งเจอกันไปเมื่อราวหนึ่งชั่วโมงก่อน
“คนนั้นละค่ะ”
หากเป็นเมื่อก่อนเธอคงบอกปัดไปตั้งแต่ยังไม่ฟังข้อเสนอ แต่ประสบการณ์สอนว่าคนพวกนี้เป็นนักตื๊อ จะไม่เลิกวุ่นวายง่ายๆ ดังนั้น เธอควรทำเป็นสนใจแล้วค่อยปฏิเสธ แต่การจะทำให้อีกฝ่ายเลิกยุ่งแบบไม่เลี้ยวกลับมาสนใจอีกก็ต้องมีคนของตัวเองอยู่แล้ว ชื่อของฉัตรฐาจึงถูกหยิบยกขึ้นมาจบประเด็น
“แต่เขาคงไม่ได้เลี้ยงดูคุณแพรคนเดียวหรอกใช่ไหมครับ ผมเห็นเขาเพิ่งเข้าอาบอบนวด” ชายหนุ่มเอ่ยต่อ ด้วยคิดว่าแพรไหมอาจอยากเปลี่ยนใจ เพราะเจ้านายของเขาเป็นประเภทเลี้ยงผู้หญิงทีละคน
“คงเอาของเก่าไปส่งค่ะ” แพรไหมไม่ได้ตกใจกับถ้อยคำนั้น เพราะเจ้าของอาบอบนวดเป็นคนที่ชอบของโบราณและให้ฉัตรฐาหาของให้บ่อยครั้ง
“คงไม่หรอกมั้งครับ ควงสามเข้าห้องไปขนาดนั้น” คนที่เพิ่งเห็นมากับตาร้องแย้ง ต้องการให้แพรไหมตาสว่าง
“ขอโลฯ สาขาที่คุณไฉไปด่วนเลยค่ะ”
เมื่อรู้สถานที่แน่ชัดแล้ว แพรไหมก็รีบกระชากรถมุ่งหน้าไปหาทันที โชคดีที่อยู่ไม่ห่างจากที่จัดงาน
สองขาเรียวสวยก้าวฉับๆ มุ่งตรงไปยังห้องรับรองด้านในอย่างคุ้นชิน เพราะเธอเคยมากับฉัตรฐาบ่อยครั้ง และเพียงแค่ออกแรงผลักประตูห้องก็เห็นภาพบาดใจตำตา
ข้างกายของฉัตรฐามีสาวๆ สามคนรายล้อม ตามที่ผู้ชายคนนั้นบอก
“คุณไฉ” เธอเค้นเสียงส่งไปให้เขาพร้อมปรี่เข้าไปหา
“มาได้ไงวะ” ฉัตรฐากลอกตาอย่างหมดอารมณ์สุนทรีย์ แล้วกล่าวเตือน “เธอควรอยู่ที่งาน ไม่ใช่ที่นี่”
แพรไหมเป็นแม่งานในการประมูลของโบราณในวันนี้ เจ้าตัวควรไปตรวจเช็กความเรียบร้อยได้แล้ว
“แล้วคุณไฉควรอยู่ที่ไหน ไม่ควรอยู่ในงานวันนี้เหรอคะ” แพรไหมย้อนกลับเสียงนิ่ง เขาควรถามตัวเองไม่ใช่เธอ
“ฉันต้องรายงานเธอ?” ฉัตรฐาทำหน้าซังกะตายด้วยความเบื่อหน่ายแพรไหม
“เมียเขามาตามแล้ว ยังนั่งอยู่อีก” หญิงสาวหันไปว่าเสียงแข็งกับสามสาวที่นั่งมองการโต้เถียงอยู่ อีกทั้งยังมีคนหนึ่งส่งสายตาเยาะเย้ยมาให้
“นี่เมียคุณไฉเหรอคะ” หนึ่งในสามสาวเอ่ยถาม พลางยกมือขึ้นไปเกาะแขนของฉัตรฐา
“ไม่” คำตอบดังขึ้นทันทีแบบไม่ต้องใช้เวลาคิด แล้วต่อด้วยประโยคสั้นๆ ที่ครบใจความ “แค่เด็กเลี้ยง”
“เลี้ยงกับผีสิ ให้เงินเดือนแค่เดือนละสามหมื่น ครั้งคราวครั้งละสองพัน” แพรไหมไม่สะท้าน และยังเป็นแม่พระมาโปรดสามสาว
บทพิเศษ 6 “งานไม่ใหญ่แน่นะวิ” คำถามนี้หลุดออกจากปากของจิรัฐทันทีที่มาถึงบ้านของแพรไหมที่เป็นสถานที่จัดงาน เขามองอย่างตกตะลึงนิดๆ พลันหันมองมัฆวานที่มาช่วยงานอยู่ก่อนแล้ว “เออ ไม่ใหญ่ แต่โคตรอลังการ” มัฆวานประชด แล้วมองดูทีมงานออร์แกไนซ์ที่กำลังเตรียมขึ้นโครงอุโมงค์ผ้าและดอกไม้ ไหนจะแบ็กดรอปด้านหน้าอีก ไม่เห็นเหมือนที่เพื่อนบอกไว้สักนิด ‘งานแต่งกูเล็กๆ ไม่ได้ตกแต่งอะไรมาก พวกมึงไม่ต้องเตรียมตัวอะไรกันมากหรอก’ “นี่กูกลับไปสั่งตัดสูททันไหมวะ” จิรัฐว่า เขาก็หลงเชื่อมันว่าเป็นงานเล็กๆ อบอุ่น แต่ที่เห็นนี่แสนจะหรูหรา แค่ไม่ได้อยู่ในโรงแรมหรูเท่านั้น “น่าจะไม่ทัน” มัฆวานว่า เพราะอีกสองวันจะถึงวันงานแล้ว “ว่าแต่คุณลุงมาไหมวะ” จิรัฐอดถามไปถึงฉันทวัศไม่ได้ “ไม่มา และไม่ยินดี” มัฆวานส่ายหน้า ฉัตรฐาได้พาแพรไหมไปหาอีกฝ่ายเพื่อบอกถึงการตกลงปลงใจ แต่ฝ่ายนั้นไม่รับฟังและไม่ขอรับรู้ เพราะสุดท้ายยังกอดรัดทิฐิไว้แน่น และกลับไปให้ความสนใจกับการพยายามกลับมายิ่งใหญ่เหมือนเดิม เขาอดคิดไม่ได้ว่า บทสรุปสุดท้ายของฉันทวัศค
“อื้อ” ไม่นานสองเสียงก็ครางออกมาแผ่วเบา ชั่วครู่หนึ่งเอวสอบก็เริ่มเคลื่อนขยับ กระแทกสวนลึกจนเกิดเสียงดัง หญิงสาวครางกระเส่า มือจับหัวไหล่หนาไว้แน่น ศีรษะโยกไหวตามแรงถาโถม ไม่นานร่างของเธอก็ถูกโอบขึ้นเหนือพื้น ขณะสะโพกแกร่งยังโยกไหวเร็วไว สองแขนนุ่มโอบรัดร่างหนาไว้แน่น ก่อนบั้นท้ายจะถูกมือหนาช้อนให้ขยับขึ้นลง “อ่า” ฉัตรฐารู้สึกชอบท่านี้เป็นบ้า ส่วนหญิงสาวซุกใบหน้าเข้ากับลำคอหนาพร้อมทั้งใช้ฟันขาวขบกัดเบาๆ กระตุ้นให้ร่างของเธอถูกโจนจ้วงหนักขึ้น ไม่นานร่างเล็กก็ถูกพาเดินไปยังใต้ฝักบัว มือหนายื่นไปหมุนก๊อกให้สายน้ำเย็นฉ่ำร่วงหล่น ดับความร้อนที่กำลังแผดเผา แล้วก็ต้องใช้มือดันผนังห้องไว้ ฉัตรฐาดึงก้นสวยเข้าหาตัว มือออกแรงตีเบาๆ ก่อนจะกดสะโพกสวนล้วงลึก จากนั้นก็โน้มตัวไปด้านหน้า จับคางมนให้หันมารับจูบ แต่ไม่นานเท่าไรเขากลับถูกผลักอกให้ไปนอนลงกับพื้น แล้วร่างสวยก็มานั่งคร่อมทับ บดขยี้ก้นลงมาโยกไหว จนเขาต้องอ้าปากปล่อยเสียงคราง แล้วเกร็งไปทั้งตัว ก่อนจะผลัดกันรุกกันรับไปเรื่อยๆ ในค่ำคืนนี้ยังอีกยาวนาน บทรั
“อื้อ” นาทีนั้นก็ได้ยินเสียงครางเบาๆ จากปากนุ่มเล็ก รอยยิ้มจึงเผยขึ้น เพราะเขารู้ว่าจุดไหนคือจุดอ่อนของหญิงสาว แล้วอดใจไม่ไหวยื่นใบหน้าไปงับปากสวยเบาๆ รสชาติและกลิ่นหอมที่คุ้นเคยทำให้ชายหนุ่มพึงพอใจ แล้วถูไถปลายจมูกไปมากับจมูกโด่งสวย มือเริ่มลูบไล้ทรวงละมุนแล้วใช้ปลายนิ้วสะกิดยอดปทุมถัน แพรไหมสะดุ้งเบาๆ ห่อไหล่เข้านิดๆ ช้อนสายตาขึ้นมองคนที่ยิ้มชอบใจ แต่มีหรือเธอจะยอมแพ้ หญิงสาวยื่นมือไปทำตามแบบเดียวกับเขา แถมยังยื่นปากนุ่มเข้าไปกลืนกิน “แพร” เพียงเท่านั้นฉัตรฐาก็เสียงสั่น ความสุขซ่านเข้าโจมตีทันที แพรไหมยิ้มยั่ว ก่อนจะย้ายกลีบปากนุ่มไปยังยอดอกสีแดงอีกข้าง พลันใช้ฟันคมงับเบาๆ “อ่า” ฉัตรฐาปลดปล่อยเสียงครางออกมาอีกระลอก ใบหน้าบิดเบี้ยวเชิดสูง เขาขอยอมแพ้ตอนนี้ทันหรือเปล่า เมื่อร่างกายจวนจะคลั่ง แค่ถูกระตุ้นนิดๆ หน่อยๆ ก็แทบทนไม่ไหว จึงเชยดวงหน้าหวานขึ้นรับจูบเร่าร้อน ปลายลิ้นสอดแทรกเข้าไปในโพรงปากหวาน กระหวัดเกี่ยวกับลิ้นเล็ก ลำตัวหนาขยับไปบดเบียดเสียดสีกับเนื้อนุ่ม แพรไหมเปิดปากรับอย
“พี่ไฉคะ” “ครับ” ชายหนุ่มขานรับพร้อมเหลือบตามอง “วันนี้อยู่ดูเน็ตฟลิกซ์ด้วยกันไหมคะ” หญิงสาวสูดอากาศเข้าปอดก่อนบอกออกไป หน้าแดงขึ้นชัดเจน แต่คิดว่ามันถึงเวลาแล้ว “ได้ครับ มีหนังเข้าใหม่เหรอครับ” ฉัตรฐาพยักหน้าหงึกหงักแล้วถามไปหน้าซื่อ “ก็ประมาณนั้นค่ะ” คนต้องตอบแทบไปไม่ถูก ดวงตากลอกไปมาเล็กน้อย ไม่คิดว่าฉัตรฐาจะไม่เข้าใจ แต่เธอก็เตรียมไว้อีกประโยค “แล้วเราต้มรามยอนกินกันด้วยดีไหมคะ” “เอาครับ เอา” ฉัตรฐาตอบกลับด้วยสีหน้าเช่นเดิม หญิงสาวผ่อนลมหายใจยาวๆ ออกมา สรุปแล้วฉัตรฐาไม่เข้าใจความหมายที่เธอชวน จนอยากจะส่งเสียงกรีดร้อง ทว่ารถแล่นมาไม่นานกลับชะลอและหยุดยังหน้าร้านสะดวกซื้อ “เดี๋ยวพี่มานะครับ...” “จะซื้ออะไรหรือคะ” “ซื้อถุงยางน่ะสิครับ” ฉัตรฐาเฉลย แล้วยิ้มกรุ้มกริ่ม นั่นทำให้มีคนโวยวาย “โธ่ แพรก็คิดว่าไม่เข้าใจ” ที่แท้เธอถูกแกล้งนี่เอง “ระดับนี้แล้วจะไม่เข้าใจได้ไงครับ” เขาดีใจจนเนื้อเต้นและขยายโตแล้วเนี่ย แต่เก็บอาการไว้ก็เท่านั้น “เดี๋ยวก็อดหรอกค่ะ” แพรไ
“รีบๆ ไปเถอะ” ฉัตรฐาสะบัดนิ้วไล่ แล้วยกนิ้วกลางเหนือกว่านิ้วอื่นใส่อย่างอดไม่ได้เมื่อธาดายังกวนตีนไม่เลิกด้วยการส่งสายตาแช่งชักมา หลังจากนั้นแค่อึดใจเดียวภายในบ้านก็หลงเหลือแค่เขา แพรไหม และเจ้าปลาหมึก แพรไหมส่งยิ้มไปขอบคุณคนที่พยายามใจเย็นและเข้าใจ รู้สึกว่าชายหนุ่มเปลี่ยนไปค่อนข้างมาก เขาพยายามดูแลความรู้สึกของเธอเสมอ หัวใจมีคำถามขึ้นมาว่า ‘ถึงเวลาแล้วหรือเปล่า’ “คราวนี้แพรจะขายไข่ข้นเหมือนเดิมไหมครับ” ฉัตรฐาให้ความสนใจกับการออกบูทของหญิงสาว “เหมือนเดิมค่ะ แต่ว่าจะเอาของอย่างอื่นไปขายด้วยค่ะ” “อะไรเหรอครับ” ชายหนุ่มนึกอยากรู้ แพรไหมยกยิ้มกว้าง เพราะเป็นสิ่งที่คนตัวโตเคยลั่นวาจาไว้ ก่อนจะยื่นหน้าไปกระซิบข้างหูสะอาด ทำให้คนฟังหัวเราะออกมา แล้วรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยเลยกับบทบาทใหม่ของตัวเอง “พี่ไฉพร้อมแล้วใช่ไหมคะ” แพรไหมที่สวมผ้ากันเปื้อนและที่คลุมผมถามกับคนที่ยืนอยู่ข้างกันในบูทเล็กๆ ที่ได้มาจัดกลางห้างสรรพสินค้า ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านสักเท่าไร “พร้อมมากครับ” เขาพร้อมมาหลายวันแล้ว ทั้งหัดยิ้ม หั
“ผมมีมือวิเศษ” เขาใช้มือข้างถนัดให้เป็นประโยชน์ ที่ผ่านมาแม้ชื่นชอบเซ็กซ์ แต่ก็ไม่เคยนอกลู่นอกทางไปมองคนอื่น มีแต่แพรไหมคนเดียวมาตลอด ถึงแม้จะเป็นไม้เบื่อไม้เมากัน หญิงสาวคิดว่าคงต้องเอาใจชายหนุ่มอีกหน่อย จึงเอนตัวไปพิงกับหัวไหล่หนา มือยกขึ้นเกาะแขน แล้วเอ่ยถ้อยคำไปอีก “พี่ไฉของแพรน่ารักที่หนึ่งเลยค่ะ” “แพร...” ชายหนุ่มถึงกับทำตาโต ดีใจที่หญิงสาวขยับประตูหัวใจกว้างขึ้นแล้ว “น้องแพรของพี่ก็ดีที่หนึ่งครับ” เขาหยอดคำหวานตอบกลับไปบ้าง แล้วดึงร่างเล็กเข้ามาในวงแขน ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจากที่เคยปากดีใส่กัน ในวันนี้ทั้งเขาและหญิงสาวจะประนีประนอมถนอมใจกันได้ถึงขั้นนี้ คงเพราะความรักล้วนๆ ที่ทำให้พวกเขาอยากดีต่อกันมากขึ้น ร่วมสิบนาทีกว่าเขาจะขยับตัวออกห่าง เพราะถึงเวลาไปหาบิดาแล้ว มีของโปรดต้องนำไปให้ “พี่คงต้องกลับแล้วครับ” ฉัตรฐารีบแทนตัวเองด้วยสรรพนามใหม่ที่เฝ้ารอใช้มาตลอด “เดี๋ยวแพรเดินไปส่งค่ะ” หญิงสาวยิ้มเอ็นดู แล้วไปยืนส่งที่หน้ารถ เจ้าลูกชายตัวแสบก็มาด้วย ในจังหวะที่เท้าหนักจะก้าวขึ้นรถไป เธอก็หยุดเขาไว้ “พี
“อย่ามาคิดโกงกัน ค่าฉีกสัญญามันต้องเหลือแค่เจ็ดแสน” เธออยู่กับเขามาสองปีกับอีกแปดเดือนกว่าแล้ว ฉะนั้นจำนวนเงินมันต้องลดหลั่นตาม “มันเป็นค่าดำเนินการที่ฉันต้องไปเคลียร์กับเจ้าหนี้ให้เธอไง ถ้าหามาไม่ได้ก็ไปเตรียมขนก้อนปูนได้เลย” ฉัตรฐาแจกแจง ในตอนนั้นเขาต้องไปเจรจากับเจ้าหนี้หลายราย กว่าจะเ
“คุณไม่รักษาสัญญา” แพรไหมตัวสั่นเทิ้ม ความเสียใจกำลังเป็นเสมือนมีดแหลมคมกดแทงหัวใจเมื่อท่าทางนั้นบอกได้ดีว่ามันคือเรื่องจริง แถมฉัตรฐายังไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยสักนิด ทั้งที่เขาก็รู้ว่าเธออยากได้บ้านคืนมากแค่ไหน “ฉันต้องรักษาสัญญากับเธอเหรอ เธอเป็นใครกัน ทำไมฉันถึงต้องทำแบบนั
“ก็ใช่น่ะสิ เธอมาพร้อมกับผู้ชายที่เคยมากับหนู คนที่ชื่อ...ฉี ฉาน อะไรสักอย่าง” บุญมีมีความจำดีเป็นเลิศ ติดที่ชื่อนั้นไม่คุ้นปากสักเท่าไร “คุณไฉหรือคะ” แพรไหมขมวดคิ้วถาม “ใช่ๆ ลูก คนนั้นละ ป้าเห็นว่ามีคนมายืนด้อมๆ มองๆ หน้าบ้านหนู ป้าก็เลยออกไปดู แล้วก็เจอกับคุณเขา นี่ป้ายังแอบถ่
“ไม่เป็นไรนะคะ แพรอยู่ตรงนี้แล้ว” แพรไหมพยายามปลุกปลอบแล้วมองใบหน้าที่บวมช้ำของคนเป็นป้า “ป้าต้องไปแจ้งความค่ะ ห้ามยอมอีกเด็ดขาด” “แจ้งความเลยหรือลูก” พรรณรวีถามด้วยน้ำเสียงลังเลใจ แล้วขบปากอย่างกังวล “ค่ะ” แพรไหมตอบเสียงชัดเจน จะปล่อยไว้ทำไมในเมื่อทำร้ายกันถึงเพียงนี้


![ไฟรักเพลิงสวาท [PWP] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




