LOGIN
บทนำ
ปิ๊บๆ
เสียงแจ้งเตือนของสมาร์ตโฟนทำให้แพรไหมที่นั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งในห้องนอนของตัวเองหยิบขึ้นมากดรับสาย
“คุณแพรครับ”
“คะคุณนน” แพรไหมขานรับน้ำเสียงนิ่มนวล เธอมักคุ้นกับปลายสายเป็นอย่างดี
“คุณไฉให้มารับครับ” นนทกรหยุดเท้าอยู่หน้าล็อบบีในอาคารบี เพราะมีหน้าที่มารับผู้หญิงของไฉ ฉัตรฐา ผู้เป็นเจ้านาย
“ทำไมคุณไฉคิดถึงแพรอีกแล้วคะ”
แพรไหมอดจะถามไม่ได้ เพราะสองวันก่อนเธอเพิ่งไปหาเขาคนนั้นมา คนที่เป็นหลุมหลบภัยของเธอมาสองปีกว่าได้แล้ว
“หงุดหงิดอะไรไม่รู้ครับ” นนทกรเองก็ไม่ทราบถึงสาเหตุ เพราะเขาได้รับคำสั่งมากะทันหัน
“งั้นแพรจะรีบลงไปค่ะ”
แพรไหมรีบดีดตัวจากเก้าอี้ไปผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดเดรสสีครีม เธอควรรีบไปดับความหงุดหงิดของเขาคนนั้น ก่อนจะถูกหาเรื่องหักเงินเดือน เพียงห้านาทีต่อมาเธอก็หยิบกระเป๋าสะพายแบรนด์หรูพาดบ่า แล้วจ้ำอ้าวลงลิฟต์ไปหานนทกร
ใช้เวลาอยู่บนรถเบนซ์ไปประมาณยี่สิบกว่านาทีก็มาถึงเพนต์เฮาส์สุดกว้างขวางที่แพรไหมสามารถเข้านอกออกในได้ทุกเมื่อ เพราะมีคีย์การ์ดอยู่ในมือ
มือนุ่มออกแรงผลักประตูเข้าไปด้านใน ก่อนหยุดเท้าเมื่อมาถึงห้องนอน มองเห็นเขานั่งรออยู่ปลายเตียงในสภาพเนกไทถูกคลี่ออกจนสุดและปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตไปหลายเม็ด
“มาแล้วค่ะ” แพรไหมปรี่ไปทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ ทิ้งศีรษะลงซบหัวไหล่กว้างอย่างออดอ้อน
“ชักช้า” คนที่เฝ้ารอเธออยู่แสดงความไม่พอใจ
“ถ้าไม่อยากให้ชักช้า ก็ซื้อบ้านให้แพรสักหลังสิคะ” แพรไหมสบโอกาสจึงอ้อนขอ หากเขาอยากให้เธอไปมาหาสู่กันได้แบบเร็วไวทันใจก็ควรซื้อบ้านที่อยู่ใกล้ๆ กันให้เธอสักหลัง
“ฝันไปเถอะ” คนที่กำลังจะถูกขูดรีดทำเสียงเหอะในลำคอ ปากได้รูปเอ่ยตั้งคำถามให้คนหวังสูงได้คิดทบทวนดู “ปีหนึ่งๆ ฉันให้เธอไปตั้งเท่าไรแล้ว”
“สองสามล้านเอง” แพรไหมหยุดนิ่งประมวลจำนวนเงิน ก่อนจะตอบอย่างไม่สะท้าน คนฟังกระแทกลมหายใจแรงๆ แต่ก็ไม่อยากโต้เถียงอีกจึงออกคำสั่ง
“รีบๆ ขึ้น วันนี้โคตรอยาก” เขามองต่ำไปยังส่วนกลางลำตัวที่มันขึงแข็งจนปวดร้าว
“ไปทำอะไรมาคะถึงแข็งขนาดนี้”
แพรไหมมองตามแล้วเกิดคำถาม มือนุ่มไต่อยู่แถวขอบกางเกงสแล็กที่ถูกปลดกระดุมออกแล้ว เพียงแค่เธอถลกมันให้ต่ำลง ของแข็งขืนนั้นก็คงดีดเด้งมาสู้ตา
“เกือบโดนเอา” ฉัตรฐาหงุดหงิดเมื่อต้องพูดถึงสาเหตุ
“ใครคิดเอาคุณไฉคะ” แพรไหมไม่ได้ตกใจสักเท่าไร เพราะไม่ใช่ครั้งแรกที่เจอกับเรื่องแบบนี้ เขามักมีคนหมายปองอยู่เสมอ
ทำไมน่ะเหรอ
เพราะฉัตรฐารวยแล้วยังมีหน้าตาหล่อเหลาระดับพระเอกหนัง แต่กลับไม่เอานิสัยดีๆ แบบหน้าตาติดมาด้วย
“นางเอกเบอร์หนึ่ง” ฉัตรฐายังหงุดหงิดไม่หาย แม่นางเอกสาวตั้งใจมอมเหล้าเขา แต่โชคดีที่เขาคอแข็ง ไม่เพียงเท่านั้นยังกระโดดมานั่งตัก พยายามเอาหน้าอกกับบั้นท้ายถูไถ ถ้าไม่ติดว่าเขาอยากซื้อแจกันโบราณใบนั้นคงลุกออกจากห้องมานานแล้ว
“แล้วตอนนี้คุณบีมอยู่ที่ไหนคะ” แพรไหมรู้ว่าเป็นนางเอกคนไหน เพราะเธอเป็นคนกลางให้ฉัตรฐากับนางเอกสาวเจรจาธุรกิจกัน
“อย่าคิดตามไปอาละวาด” ฉัตรฐารีบปรามคนไม่มีสิทธิ์ แพรไหมคือน้ำมัน หากทะเลาะกับใครมีแต่จะเผาศัตรูให้มอดไหม้
“เปล่าค่ะ แพรแค่จะไปบอกเธอว่า เธอโชคดีแล้ว” นับว่าเป็นโชคดีของผู้หญิงคนนั้นจริงๆ ที่ทำไม่สำเร็จ ยิ่งกว่าถูกหวยรางวัลที่หนึ่งเสียอีก
“พูดมาก ใช้ปากทำงานเสียที” ฉัตรฐาอยากจะตีปากสวยๆ ที่พูดค่อนขอดสักที แต่เขายังต้องการใช้งานมันอยู่ ไม่อยากให้มันช้ำจากมือ แต่ควรช้ำด้วย ‘ของ’ ของเขามากกว่า
แพรไหมค้อมศีรษะน้อมรับคำสั่ง ก่อนดวงตากลมโตจะช้อนขึ้นมองด้วยแววตาที่เปลี่ยนเป็นออดอ้อน ยั่วยุให้ลุ่มหลง แม้ในใจจะอยากอิดออดแต่เธอต้องพึ่งใบบุญเขาอยู่ ทว่าก็มีหลายจังหวะที่ภายในอกโหวงหวิวปวดหนึบ ทว่าไม่นานก็สลัดให้หายวับไป
เจ้าของร่างเล็กขยับตัวไปนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น เบื้องหน้าเป็นชายหนุ่มที่กำลังมองจ้องเธออยู่อย่างเร่งเร้า จนอดจะส่งค้อนกลับไปไม่ได้ อยากขนาดนี้ ช่วยตัวเองไปก็จบแล้ว แต่สิ่งที่เธอทำได้คือยื่นมือไปจัดการดึงกางเกงให้หล่นไปกองอยู่ที่พื้น เหลือเพียงบ็อกเซอร์สีดำเอาไว้
ฉัตรฐาใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้ม เขาทรมานแทบแย่ แต่แพรไหมกลับยังลีลา ทว่าก็ไม่อยากไปขัด เพราะจะทำให้ชักช้ากว่าเดิม
แพรไหมกดยิ้มมุมปากอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า เขารู้ดีว่าควรเป็นแมวเชื่องๆ ไม่เช่นนั้นอาจจะต้องอยู่ในสภาพนี้ไปอีกนาน
ดวงตาสวยไล่มองอย่างอ้อยอิ่งจากกรอบหน้าคมเข้ม ลำคอแกร่ง ไหล่กว้าง ต่ำลงมายังเม็ดเชอร์รีสีแดงที่เธอกลืนกินนับร้อยครั้งได้แล้ว จนมาถึงเอวสอบที่ทำให้เธอหมดแรงได้ทุกหน
“สักทีแพร ฉันเงี่ยนจะตายห่าอยู่แล้ว”
ฉัตรฐาระงับความดิบไว้แทบไม่อยู่ เขาจะรออีกไม่เกินสองนาที ไม่อย่างนั้นแพรไหมจะไม่ได้พักเลยทั้งคืน
“ค่ะ”
คนถูกสั่งส่งเสียงขานรับ แล้วมือนุ่มก็เลื่อนไปลูบไล้ของร้อนที่โป่งนูนโชว์ความใหญ่ ก่อนจะออกแรงเพิ่มน้ำหนักให้คนกระหายครางเสียงกระเส่า
“อ่า... ”
ฉัตรฐาเอนตัวใช้มือค้ำไว้ด้านหลัง ใบหน้าเริ่มบิดเบ้เมื่อความต้องการค่อยๆ ถูกปลดปล่อย
แพรไหมสัมผัสได้ว่าแก่นกายของฉัตรฐานั้นร้อนจัด ปลายนิ้วออกแรงกดส่วนปลายเปียกแฉะทำให้มีคนยกสะโพกขึ้น เธอกดย้ำและซ้ำไปอีกหลายรอบ
“แพร...”
ฉัตรฐาครางไม่หยุดกับเด็กหัวไวที่เขาสอนมาเองกับมือ สันกรามขบแน่นยามบ็อกเซอร์ถูกรูดออกจากขา ดวงตามองต่ำไปยังคนที่ขยับตัวมาชิดหน้าตัก
แพรไหมเงยหน้าขึ้นไปส่งยิ้มยั่ว ตามด้วยการแลบลิ้นออกมาเลียกลีบปากนิ่ม ฉัตรฐาจึงกลืนน้ำลายลงคอ
“อยากจูบแพรหรือคะ” แพรไหมเห็นท่าทางก็รู้แล้ว ฉัตรฐาชอบการจูบเป็นที่สุด บางครั้งจูบเธอจนปากแทบเปื่อย
“เดี๋ยวค่อยจูบ ตอนนี้อยากให้ปากของเธอเปื้อนน้ำ...ก่อน” ฉัตรฐาบอกด้วยเสียงขาดเครือในลำคอ เพราะมือเล็กกำลังรูดตัวตนของเขาขึ้นลง
คนฟังทำเพียงแค่แสยะยิ้ม ปรนเปรอด้วยฝ่ามือต่อไปอีกนิด ถึงยอมทำตามความต้องการใช้ปากนุ่มครอบครองความใหญ่โตนั้น ฉัตรฐาขบกรามแน่น ทั้งสุขทั้งทรมาน แพรไหมเป็นเด็กที่สอนไม่กี่ครั้งก็เก่งกว่าครู แต่ก็อย่างว่าเขาสอนเจ้าตัวมาจะสามปีแล้ว
“แพร...ลึกอีก”
ฉัตรฐาเรียกร้องความต้องการมากกว่าเดิม เมื่อเด็กดียอมทำตามก็แทบแดดิ้นทิ้งแผ่นหลังลงบนเตียง นอนครางคำรามไม่มีจังหวะพัก
แพรไหมเฝ้าปรนเปรอคนที่ทำให้เธอรอดพ้นจากเงื้อมมือเจ้าหนี้ได้อย่างหวุดหวิด ไม่นานเท่าไรก็เห็นฉัตรฐาเกร็งไปทั้งตัว แล้วน้ำสีขาวขุ่นก็เปื้อนไปทั้งปากนุ่ม เธอสำลักเล็กน้อย ก่อนจะถูกมือใหญ่ดึงให้ไปนั่งคร่อมร่างกำยำอยู่บนเตียง
“ไม่ใช่แค่ปากเหรอคะ” เจ้าของร่างระหงเลิกคิ้วขึ้น เมื่อฉัตรฐาดูจะต้องการมากกว่าโพรงปากนุ่มๆ ก่อนชายหนุ่มจะพยักหน้ายอมรับ
“ไม่เอาค่ะ ขี้เกียจ อยากกลับไปนอนแล้ว” แพรไหมใช้สองมือดันอกกว้างเป็นการปฏิเสธ วันนี้เธอเหนื่อยมากแล้ว
“เดี๋ยวให้เงินเดือนเพิ่ม” ฉัตรฐาไม่พูดเปล่า เอื้อมมือไปหยิบสมาร์ตโฟนที่โยนทิ้งไว้บนเตียงมาเข้าแอปพลิเคชันธนาคาร
ไม่ถึงอึดใจแพรไหมก็ได้รับการแจ้งเตือน แต่เธอไม่ได้ลงจากเตียงไปหยิบมันออกจากกระเป๋ามาดู เพราะมีคนไม่ยอมให้ผละห่าง แต่ก็ได้เห็นจำนวนเงินจากการโชว์หน้าจอจากสมาร์ตโฟนของฉัตรฐา
“ให้แสนเดียว?” แพรไหมมองยอดเงินที่เขาเพิ่มให้เป็นค่าขนมจำนวนสองหมื่นบาทแล้วกลอกตามองบน ส่วนอีกแปดหมื่นเป็นเงินเดือนที่เธอต้องได้ทุกเดือนอยู่แล้ว
เพราะเธอทำงานให้ฉัตรฐา ตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบแพรไหมทำได้หมดและไม่เคยเกี่ยง หากอันไหนทำไม่เป็นก็จะหัดจนเชี่ยวชาญ
ดวงหน้าบูดบึ้งมองคนที่ทำงานแบบครอบจักรวาล ทั้งงานขาว งานเทา หรือดำ ฉัตรฐาก็ล้วนมีส่วนไปเสียหมด
“อย่าขี้งก”
ฉัตรฐาทำหน้าเบื่อ ตั้งแต่อยู่กับแพรไหมมา เขาสัมผัสกับคำว่าเงินหมดตัวเกือบทุกเดือน
“ขนหน้าแข้งคุณไฉไม่ร่วงหรอก” แพรไหมว่าแล้วทำหน้าไม่ยอม พลางนึกค่อนแคะว่าเขาก็ขี้งกเหมือนกัน
“เดี๋ยวพรุ่งนี้โอนให้อีกสามหมื่น รอประมูลของเสร็จก่อน” ฉัตรฐากระแทกลมหายใจก่อนตอบ เขาชักเบื่อยัยผู้หญิงคนนี้แล้ว
“แบบนี้ค่อยเสียวได้หน่อย” แพรไหมทำตาหวานเยิ้ม
ฉัตรฐาไม่ต่อปากต่อคำอีก กระตุกแขนให้ร่างเพรียวระหงโน้มตัวลงมาหาแล้วเป็นฝ่ายประกบปากจูบอย่างดุดันและดิบเถื่อนไม่น้อย
หญิงสาวเปิดปากรับรสชาติที่คุ้นเคยจากคนที่ไม่เคยจบแค่หนึ่งรอบ ยิ่งในสถานการณ์ตอนนี้เธอเตรียมตัวปวดไปทั้งตัวได้เลย
“อื้อ...”
บทพิเศษ 6 “งานไม่ใหญ่แน่นะวิ” คำถามนี้หลุดออกจากปากของจิรัฐทันทีที่มาถึงบ้านของแพรไหมที่เป็นสถานที่จัดงาน เขามองอย่างตกตะลึงนิดๆ พลันหันมองมัฆวานที่มาช่วยงานอยู่ก่อนแล้ว “เออ ไม่ใหญ่ แต่โคตรอลังการ” มัฆวานประชด แล้วมองดูทีมงานออร์แกไนซ์ที่กำลังเตรียมขึ้นโครงอุโมงค์ผ้าและดอกไม้ ไหนจะแบ็กดรอปด้านหน้าอีก ไม่เห็นเหมือนที่เพื่อนบอกไว้สักนิด ‘งานแต่งกูเล็กๆ ไม่ได้ตกแต่งอะไรมาก พวกมึงไม่ต้องเตรียมตัวอะไรกันมากหรอก’ “นี่กูกลับไปสั่งตัดสูททันไหมวะ” จิรัฐว่า เขาก็หลงเชื่อมันว่าเป็นงานเล็กๆ อบอุ่น แต่ที่เห็นนี่แสนจะหรูหรา แค่ไม่ได้อยู่ในโรงแรมหรูเท่านั้น “น่าจะไม่ทัน” มัฆวานว่า เพราะอีกสองวันจะถึงวันงานแล้ว “ว่าแต่คุณลุงมาไหมวะ” จิรัฐอดถามไปถึงฉันทวัศไม่ได้ “ไม่มา และไม่ยินดี” มัฆวานส่ายหน้า ฉัตรฐาได้พาแพรไหมไปหาอีกฝ่ายเพื่อบอกถึงการตกลงปลงใจ แต่ฝ่ายนั้นไม่รับฟังและไม่ขอรับรู้ เพราะสุดท้ายยังกอดรัดทิฐิไว้แน่น และกลับไปให้ความสนใจกับการพยายามกลับมายิ่งใหญ่เหมือนเดิม เขาอดคิดไม่ได้ว่า บทสรุปสุดท้ายของฉันทวัศค
“อื้อ” ไม่นานสองเสียงก็ครางออกมาแผ่วเบา ชั่วครู่หนึ่งเอวสอบก็เริ่มเคลื่อนขยับ กระแทกสวนลึกจนเกิดเสียงดัง หญิงสาวครางกระเส่า มือจับหัวไหล่หนาไว้แน่น ศีรษะโยกไหวตามแรงถาโถม ไม่นานร่างของเธอก็ถูกโอบขึ้นเหนือพื้น ขณะสะโพกแกร่งยังโยกไหวเร็วไว สองแขนนุ่มโอบรัดร่างหนาไว้แน่น ก่อนบั้นท้ายจะถูกมือหนาช้อนให้ขยับขึ้นลง “อ่า” ฉัตรฐารู้สึกชอบท่านี้เป็นบ้า ส่วนหญิงสาวซุกใบหน้าเข้ากับลำคอหนาพร้อมทั้งใช้ฟันขาวขบกัดเบาๆ กระตุ้นให้ร่างของเธอถูกโจนจ้วงหนักขึ้น ไม่นานร่างเล็กก็ถูกพาเดินไปยังใต้ฝักบัว มือหนายื่นไปหมุนก๊อกให้สายน้ำเย็นฉ่ำร่วงหล่น ดับความร้อนที่กำลังแผดเผา แล้วก็ต้องใช้มือดันผนังห้องไว้ ฉัตรฐาดึงก้นสวยเข้าหาตัว มือออกแรงตีเบาๆ ก่อนจะกดสะโพกสวนล้วงลึก จากนั้นก็โน้มตัวไปด้านหน้า จับคางมนให้หันมารับจูบ แต่ไม่นานเท่าไรเขากลับถูกผลักอกให้ไปนอนลงกับพื้น แล้วร่างสวยก็มานั่งคร่อมทับ บดขยี้ก้นลงมาโยกไหว จนเขาต้องอ้าปากปล่อยเสียงคราง แล้วเกร็งไปทั้งตัว ก่อนจะผลัดกันรุกกันรับไปเรื่อยๆ ในค่ำคืนนี้ยังอีกยาวนาน บทรั
“อื้อ” นาทีนั้นก็ได้ยินเสียงครางเบาๆ จากปากนุ่มเล็ก รอยยิ้มจึงเผยขึ้น เพราะเขารู้ว่าจุดไหนคือจุดอ่อนของหญิงสาว แล้วอดใจไม่ไหวยื่นใบหน้าไปงับปากสวยเบาๆ รสชาติและกลิ่นหอมที่คุ้นเคยทำให้ชายหนุ่มพึงพอใจ แล้วถูไถปลายจมูกไปมากับจมูกโด่งสวย มือเริ่มลูบไล้ทรวงละมุนแล้วใช้ปลายนิ้วสะกิดยอดปทุมถัน แพรไหมสะดุ้งเบาๆ ห่อไหล่เข้านิดๆ ช้อนสายตาขึ้นมองคนที่ยิ้มชอบใจ แต่มีหรือเธอจะยอมแพ้ หญิงสาวยื่นมือไปทำตามแบบเดียวกับเขา แถมยังยื่นปากนุ่มเข้าไปกลืนกิน “แพร” เพียงเท่านั้นฉัตรฐาก็เสียงสั่น ความสุขซ่านเข้าโจมตีทันที แพรไหมยิ้มยั่ว ก่อนจะย้ายกลีบปากนุ่มไปยังยอดอกสีแดงอีกข้าง พลันใช้ฟันคมงับเบาๆ “อ่า” ฉัตรฐาปลดปล่อยเสียงครางออกมาอีกระลอก ใบหน้าบิดเบี้ยวเชิดสูง เขาขอยอมแพ้ตอนนี้ทันหรือเปล่า เมื่อร่างกายจวนจะคลั่ง แค่ถูกระตุ้นนิดๆ หน่อยๆ ก็แทบทนไม่ไหว จึงเชยดวงหน้าหวานขึ้นรับจูบเร่าร้อน ปลายลิ้นสอดแทรกเข้าไปในโพรงปากหวาน กระหวัดเกี่ยวกับลิ้นเล็ก ลำตัวหนาขยับไปบดเบียดเสียดสีกับเนื้อนุ่ม แพรไหมเปิดปากรับอย
“พี่ไฉคะ” “ครับ” ชายหนุ่มขานรับพร้อมเหลือบตามอง “วันนี้อยู่ดูเน็ตฟลิกซ์ด้วยกันไหมคะ” หญิงสาวสูดอากาศเข้าปอดก่อนบอกออกไป หน้าแดงขึ้นชัดเจน แต่คิดว่ามันถึงเวลาแล้ว “ได้ครับ มีหนังเข้าใหม่เหรอครับ” ฉัตรฐาพยักหน้าหงึกหงักแล้วถามไปหน้าซื่อ “ก็ประมาณนั้นค่ะ” คนต้องตอบแทบไปไม่ถูก ดวงตากลอกไปมาเล็กน้อย ไม่คิดว่าฉัตรฐาจะไม่เข้าใจ แต่เธอก็เตรียมไว้อีกประโยค “แล้วเราต้มรามยอนกินกันด้วยดีไหมคะ” “เอาครับ เอา” ฉัตรฐาตอบกลับด้วยสีหน้าเช่นเดิม หญิงสาวผ่อนลมหายใจยาวๆ ออกมา สรุปแล้วฉัตรฐาไม่เข้าใจความหมายที่เธอชวน จนอยากจะส่งเสียงกรีดร้อง ทว่ารถแล่นมาไม่นานกลับชะลอและหยุดยังหน้าร้านสะดวกซื้อ “เดี๋ยวพี่มานะครับ...” “จะซื้ออะไรหรือคะ” “ซื้อถุงยางน่ะสิครับ” ฉัตรฐาเฉลย แล้วยิ้มกรุ้มกริ่ม นั่นทำให้มีคนโวยวาย “โธ่ แพรก็คิดว่าไม่เข้าใจ” ที่แท้เธอถูกแกล้งนี่เอง “ระดับนี้แล้วจะไม่เข้าใจได้ไงครับ” เขาดีใจจนเนื้อเต้นและขยายโตแล้วเนี่ย แต่เก็บอาการไว้ก็เท่านั้น “เดี๋ยวก็อดหรอกค่ะ” แพรไ
“รีบๆ ไปเถอะ” ฉัตรฐาสะบัดนิ้วไล่ แล้วยกนิ้วกลางเหนือกว่านิ้วอื่นใส่อย่างอดไม่ได้เมื่อธาดายังกวนตีนไม่เลิกด้วยการส่งสายตาแช่งชักมา หลังจากนั้นแค่อึดใจเดียวภายในบ้านก็หลงเหลือแค่เขา แพรไหม และเจ้าปลาหมึก แพรไหมส่งยิ้มไปขอบคุณคนที่พยายามใจเย็นและเข้าใจ รู้สึกว่าชายหนุ่มเปลี่ยนไปค่อนข้างมาก เขาพยายามดูแลความรู้สึกของเธอเสมอ หัวใจมีคำถามขึ้นมาว่า ‘ถึงเวลาแล้วหรือเปล่า’ “คราวนี้แพรจะขายไข่ข้นเหมือนเดิมไหมครับ” ฉัตรฐาให้ความสนใจกับการออกบูทของหญิงสาว “เหมือนเดิมค่ะ แต่ว่าจะเอาของอย่างอื่นไปขายด้วยค่ะ” “อะไรเหรอครับ” ชายหนุ่มนึกอยากรู้ แพรไหมยกยิ้มกว้าง เพราะเป็นสิ่งที่คนตัวโตเคยลั่นวาจาไว้ ก่อนจะยื่นหน้าไปกระซิบข้างหูสะอาด ทำให้คนฟังหัวเราะออกมา แล้วรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยเลยกับบทบาทใหม่ของตัวเอง “พี่ไฉพร้อมแล้วใช่ไหมคะ” แพรไหมที่สวมผ้ากันเปื้อนและที่คลุมผมถามกับคนที่ยืนอยู่ข้างกันในบูทเล็กๆ ที่ได้มาจัดกลางห้างสรรพสินค้า ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านสักเท่าไร “พร้อมมากครับ” เขาพร้อมมาหลายวันแล้ว ทั้งหัดยิ้ม หั
“ผมมีมือวิเศษ” เขาใช้มือข้างถนัดให้เป็นประโยชน์ ที่ผ่านมาแม้ชื่นชอบเซ็กซ์ แต่ก็ไม่เคยนอกลู่นอกทางไปมองคนอื่น มีแต่แพรไหมคนเดียวมาตลอด ถึงแม้จะเป็นไม้เบื่อไม้เมากัน หญิงสาวคิดว่าคงต้องเอาใจชายหนุ่มอีกหน่อย จึงเอนตัวไปพิงกับหัวไหล่หนา มือยกขึ้นเกาะแขน แล้วเอ่ยถ้อยคำไปอีก “พี่ไฉของแพรน่ารักที่หนึ่งเลยค่ะ” “แพร...” ชายหนุ่มถึงกับทำตาโต ดีใจที่หญิงสาวขยับประตูหัวใจกว้างขึ้นแล้ว “น้องแพรของพี่ก็ดีที่หนึ่งครับ” เขาหยอดคำหวานตอบกลับไปบ้าง แล้วดึงร่างเล็กเข้ามาในวงแขน ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจากที่เคยปากดีใส่กัน ในวันนี้ทั้งเขาและหญิงสาวจะประนีประนอมถนอมใจกันได้ถึงขั้นนี้ คงเพราะความรักล้วนๆ ที่ทำให้พวกเขาอยากดีต่อกันมากขึ้น ร่วมสิบนาทีกว่าเขาจะขยับตัวออกห่าง เพราะถึงเวลาไปหาบิดาแล้ว มีของโปรดต้องนำไปให้ “พี่คงต้องกลับแล้วครับ” ฉัตรฐารีบแทนตัวเองด้วยสรรพนามใหม่ที่เฝ้ารอใช้มาตลอด “เดี๋ยวแพรเดินไปส่งค่ะ” หญิงสาวยิ้มเอ็นดู แล้วไปยืนส่งที่หน้ารถ เจ้าลูกชายตัวแสบก็มาด้วย ในจังหวะที่เท้าหนักจะก้าวขึ้นรถไป เธอก็หยุดเขาไว้ “พี
ในเช้าวันรุ่งขึ้นเป็นวันที่มืดมนสำหรับคนที่นอนแทบไม่ได้เลย เพราะหัวใจมีแต่ความเจ็บปวด มันทิ่มแทงเธอทั้งยามหายใจเข้าและออก แพรไหมขยับตัวลุกจากเตียงมานั่งกอดเข่าแล้วโยกตัวไปมาคล้ายหมดอาลัยตายอยาก ความเข้มแข็งที่เคยมีสูญสลาย น้ำตาขังคลอหน่วยตา หญิงสาวเหม่อมองไปรอบบ้านพร้อมคิดถึงบิด
บทที่ 13 แพรไหมนิ่งเงียบไปหลายนาที หัวใจเจ็บจนแทบทนไม่ไหว พลางมองหน้าคนที่เธอรักทั้งสองแล้วหลับตาลง ขณะคู่ป้าหลานบีบมือของแพรไหมอยู่ตลอด เพราะอยากให้เจ้าตัวยินยอมตกลง เฝ้ามองความหวังของพวกเธอด้วยสายตาเว้าวอนและโน้มน้าว ก่อนทั้งสองจะยิ้มร่า “โอนเงินเข้าบัญชีพิ้งค์ได้
“เรื่องนี้กูไม่รู้ คุณทีเจเป็นคนนัดร้านนี้” ฉัตรฐารีบปฏิเสธ เขาไม่บ้าถึงขั้นนั้นหรอก “เออ กูค่อยสบายใจหน่อย แต่ดีที่อย่างน้อยเขาก็มีครอบครัว ไม่ได้อยู่ลำพังแล้วยังต้องต่อสู้กับมึง” “ถ้าคนของมึงหักหลังไปยุ่งกับศัตรู มึงจะปล่อยไว้รึไง” ฉัตรฐาตั้งคำถาม คิดว่าเป็นมัฆวานก็คงไม่ปล่อยไ
“ทำไมล่ะ...” แพรไหมแปลกใจ เพราะหลังจากวันนั้นน้องก็ส่งข้อความมาเร่งเร้าให้เธอรีบทำตามที่บอก “พิ้งค์...พิ้งค์ขอโทษ” พิพรรษพรอึกอักอยู่เกือบนาทีกว่าจะเอ่ยออกมาได้ แล้วบอกต่อด้วยเสียงอ่อยๆ “พิ้งค์ไม่ควรโทษพี่คนเดียว พี่แพรไม่โกรธพิ้งค์ได้ไหม...พิ้งค์สำนึกผิดแล้ว” “อื้อ...ไม่โกรธแล้







