مشاركة

ไม่เคยคิดรัก
ไม่เคยคิดรัก
مؤلف: เกี้ยวเกล้า

บทนำ

last update تاريخ النشر: 2026-04-07 16:12:37

บทนำ

          ปิ๊บๆ

          เสียงแจ้งเตือนของสมาร์ตโฟนทำให้แพรไหมที่นั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งในห้องนอนของตัวเองหยิบขึ้นมากดรับสาย      

          “คุณแพรครับ”

          “คะคุณนน” แพรไหมขานรับน้ำเสียงนิ่มนวล เธอมักคุ้นกับปลายสายเป็นอย่างดี

           “คุณไฉให้มารับครับ” นนทกรหยุดเท้าอยู่หน้าล็อบบีในอาคารบี เพราะมีหน้าที่มารับผู้หญิงของไฉ ฉัตรฐา ผู้เป็นเจ้านาย

          “ทำไมคุณไฉคิดถึงแพรอีกแล้วคะ”

          แพรไหมอดจะถามไม่ได้ เพราะสองวันก่อนเธอเพิ่งไปหาเขาคนนั้นมา คนที่เป็นหลุมหลบภัยของเธอมาสองปีกว่าได้แล้ว

          “หงุดหงิดอะไรไม่รู้ครับ” นนทกรเองก็ไม่ทราบถึงสาเหตุ เพราะเขาได้รับคำสั่งมากะทันหัน

          “งั้นแพรจะรีบลงไปค่ะ”

          แพรไหมรีบดีดตัวจากเก้าอี้ไปผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดเดรสสีครีม เธอควรรีบไปดับความหงุดหงิดของเขาคนนั้น ก่อนจะถูกหาเรื่องหักเงินเดือน เพียงห้านาทีต่อมาเธอก็หยิบกระเป๋าสะพายแบรนด์หรูพาดบ่า แล้วจ้ำอ้าวลงลิฟต์ไปหานนทกร

          ใช้เวลาอยู่บนรถเบนซ์ไปประมาณยี่สิบกว่านาทีก็มาถึงเพนต์เฮาส์สุดกว้างขวางที่แพรไหมสามารถเข้านอกออกในได้ทุกเมื่อ เพราะมีคีย์การ์ดอยู่ในมือ

          มือนุ่มออกแรงผลักประตูเข้าไปด้านใน ก่อนหยุดเท้าเมื่อมาถึงห้องนอน มองเห็นเขานั่งรออยู่ปลายเตียงในสภาพเนกไทถูกคลี่ออกจนสุดและปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตไปหลายเม็ด       

          “มาแล้วค่ะ” แพรไหมปรี่ไปทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ ทิ้งศีรษะลงซบหัวไหล่กว้างอย่างออดอ้อน

          “ชักช้า” คนที่เฝ้ารอเธออยู่แสดงความไม่พอใจ

          “ถ้าไม่อยากให้ชักช้า ก็ซื้อบ้านให้แพรสักหลังสิคะ” แพรไหมสบโอกาสจึงอ้อนขอ หากเขาอยากให้เธอไปมาหาสู่กันได้แบบเร็วไวทันใจก็ควรซื้อบ้านที่อยู่ใกล้ๆ กันให้เธอสักหลัง

          “ฝันไปเถอะ” คนที่กำลังจะถูกขูดรีดทำเสียงเหอะในลำคอ ปากได้รูปเอ่ยตั้งคำถามให้คนหวังสูงได้คิดทบทวนดู “ปีหนึ่งๆ ฉันให้เธอไปตั้งเท่าไรแล้ว”        

          “สองสามล้านเอง” แพรไหมหยุดนิ่งประมวลจำนวนเงิน ก่อนจะตอบอย่างไม่สะท้าน คนฟังกระแทกลมหายใจแรงๆ แต่ก็ไม่อยากโต้เถียงอีกจึงออกคำสั่ง

          “รีบๆ ขึ้น วันนี้โคตรอยาก” เขามองต่ำไปยังส่วนกลางลำตัวที่มันขึงแข็งจนปวดร้าว

          “ไปทำอะไรมาคะถึงแข็งขนาดนี้”

          แพรไหมมองตามแล้วเกิดคำถาม มือนุ่มไต่อยู่แถวขอบกางเกงสแล็กที่ถูกปลดกระดุมออกแล้ว เพียงแค่เธอถลกมันให้ต่ำลง ของแข็งขืนนั้นก็คงดีดเด้งมาสู้ตา

          “เกือบโดนเอา” ฉัตรฐาหงุดหงิดเมื่อต้องพูดถึงสาเหตุ

          “ใครคิดเอาคุณไฉคะ” แพรไหมไม่ได้ตกใจสักเท่าไร เพราะไม่ใช่ครั้งแรกที่เจอกับเรื่องแบบนี้ เขามักมีคนหมายปองอยู่เสมอ

          ทำไมน่ะเหรอ

          เพราะฉัตรฐารวยแล้วยังมีหน้าตาหล่อเหลาระดับพระเอกหนัง แต่กลับไม่เอานิสัยดีๆ แบบหน้าตาติดมาด้วย

          “นางเอกเบอร์หนึ่ง” ฉัตรฐายังหงุดหงิดไม่หาย แม่นางเอกสาวตั้งใจมอมเหล้าเขา แต่โชคดีที่เขาคอแข็ง ไม่เพียงเท่านั้นยังกระโดดมานั่งตัก พยายามเอาหน้าอกกับบั้นท้ายถูไถ ถ้าไม่ติดว่าเขาอยากซื้อแจกันโบราณใบนั้นคงลุกออกจากห้องมานานแล้ว

          “แล้วตอนนี้คุณบีมอยู่ที่ไหนคะ” แพรไหมรู้ว่าเป็นนางเอกคนไหน เพราะเธอเป็นคนกลางให้ฉัตรฐากับนางเอกสาวเจรจาธุรกิจกัน

          “อย่าคิดตามไปอาละวาด” ฉัตรฐารีบปรามคนไม่มีสิทธิ์ แพรไหมคือน้ำมัน หากทะเลาะกับใครมีแต่จะเผาศัตรูให้มอดไหม้

          “เปล่าค่ะ แพรแค่จะไปบอกเธอว่า เธอโชคดีแล้ว” นับว่าเป็นโชคดีของผู้หญิงคนนั้นจริงๆ ที่ทำไม่สำเร็จ ยิ่งกว่าถูกหวยรางวัลที่หนึ่งเสียอีก

          “พูดมาก ใช้ปากทำงานเสียที” ฉัตรฐาอยากจะตีปากสวยๆ ที่พูดค่อนขอดสักที แต่เขายังต้องการใช้งานมันอยู่ ไม่อยากให้มันช้ำจากมือ แต่ควรช้ำด้วย ‘ของ’ ของเขามากกว่า

          แพรไหมค้อมศีรษะน้อมรับคำสั่ง ก่อนดวงตากลมโตจะช้อนขึ้นมองด้วยแววตาที่เปลี่ยนเป็นออดอ้อน ยั่วยุให้ลุ่มหลง แม้ในใจจะอยากอิดออดแต่เธอต้องพึ่งใบบุญเขาอยู่ ทว่าก็มีหลายจังหวะที่ภายในอกโหวงหวิวปวดหนึบ ทว่าไม่นานก็สลัดให้หายวับไป

          เจ้าของร่างเล็กขยับตัวไปนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น เบื้องหน้าเป็นชายหนุ่มที่กำลังมองจ้องเธออยู่อย่างเร่งเร้า จนอดจะส่งค้อนกลับไปไม่ได้ อยากขนาดนี้ ช่วยตัวเองไปก็จบแล้ว แต่สิ่งที่เธอทำได้คือยื่นมือไปจัดการดึงกางเกงให้หล่นไปกองอยู่ที่พื้น เหลือเพียงบ็อกเซอร์สีดำเอาไว้

          ฉัตรฐาใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้ม เขาทรมานแทบแย่ แต่แพรไหมกลับยังลีลา ทว่าก็ไม่อยากไปขัด เพราะจะทำให้ชักช้ากว่าเดิม

          แพรไหมกดยิ้มมุมปากอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า เขารู้ดีว่าควรเป็นแมวเชื่องๆ ไม่เช่นนั้นอาจจะต้องอยู่ในสภาพนี้ไปอีกนาน       

          ดวงตาสวยไล่มองอย่างอ้อยอิ่งจากกรอบหน้าคมเข้ม ลำคอแกร่ง ไหล่กว้าง ต่ำลงมายังเม็ดเชอร์รีสีแดงที่เธอกลืนกินนับร้อยครั้งได้แล้ว จนมาถึงเอวสอบที่ทำให้เธอหมดแรงได้ทุกหน

          “สักทีแพร ฉันเงี่ยนจะตายห่าอยู่แล้ว”

          ฉัตรฐาระงับความดิบไว้แทบไม่อยู่ เขาจะรออีกไม่เกินสองนาที ไม่อย่างนั้นแพรไหมจะไม่ได้พักเลยทั้งคืน

          “ค่ะ”

          คนถูกสั่งส่งเสียงขานรับ แล้วมือนุ่มก็เลื่อนไปลูบไล้ของร้อนที่โป่งนูนโชว์ความใหญ่ ก่อนจะออกแรงเพิ่มน้ำหนักให้คนกระหายครางเสียงกระเส่า       

          “อ่า... ”

          ฉัตรฐาเอนตัวใช้มือค้ำไว้ด้านหลัง ใบหน้าเริ่มบิดเบ้เมื่อความต้องการค่อยๆ ถูกปลดปล่อย

          แพรไหมสัมผัสได้ว่าแก่นกายของฉัตรฐานั้นร้อนจัด ปลายนิ้วออกแรงกดส่วนปลายเปียกแฉะทำให้มีคนยกสะโพกขึ้น เธอกดย้ำและซ้ำไปอีกหลายรอบ

          “แพร...”

          ฉัตรฐาครางไม่หยุดกับเด็กหัวไวที่เขาสอนมาเองกับมือ สันกรามขบแน่นยามบ็อกเซอร์ถูกรูดออกจากขา ดวงตามองต่ำไปยังคนที่ขยับตัวมาชิดหน้าตัก

          แพรไหมเงยหน้าขึ้นไปส่งยิ้มยั่ว ตามด้วยการแลบลิ้นออกมาเลียกลีบปากนิ่ม ฉัตรฐาจึงกลืนน้ำลายลงคอ

          “อยากจูบแพรหรือคะ” แพรไหมเห็นท่าทางก็รู้แล้ว ฉัตรฐาชอบการจูบเป็นที่สุด บางครั้งจูบเธอจนปากแทบเปื่อย

          “เดี๋ยวค่อยจูบ ตอนนี้อยากให้ปากของเธอเปื้อนน้ำ...ก่อน” ฉัตรฐาบอกด้วยเสียงขาดเครือในลำคอ เพราะมือเล็กกำลังรูดตัวตนของเขาขึ้นลง

          คนฟังทำเพียงแค่แสยะยิ้ม ปรนเปรอด้วยฝ่ามือต่อไปอีกนิด ถึงยอมทำตามความต้องการใช้ปากนุ่มครอบครองความใหญ่โตนั้น     ฉัตรฐาขบกรามแน่น ทั้งสุขทั้งทรมาน แพรไหมเป็นเด็กที่สอนไม่กี่ครั้งก็เก่งกว่าครู แต่ก็อย่างว่าเขาสอนเจ้าตัวมาจะสามปีแล้ว

          “แพร...ลึกอีก”

          ฉัตรฐาเรียกร้องความต้องการมากกว่าเดิม เมื่อเด็กดียอมทำตามก็แทบแดดิ้นทิ้งแผ่นหลังลงบนเตียง นอนครางคำรามไม่มีจังหวะพัก

          แพรไหมเฝ้าปรนเปรอคนที่ทำให้เธอรอดพ้นจากเงื้อมมือเจ้าหนี้ได้อย่างหวุดหวิด ไม่นานเท่าไรก็เห็นฉัตรฐาเกร็งไปทั้งตัว แล้วน้ำสีขาวขุ่นก็เปื้อนไปทั้งปากนุ่ม เธอสำลักเล็กน้อย ก่อนจะถูกมือใหญ่ดึงให้ไปนั่งคร่อมร่างกำยำอยู่บนเตียง

          “ไม่ใช่แค่ปากเหรอคะ” เจ้าของร่างระหงเลิกคิ้วขึ้น เมื่อฉัตรฐาดูจะต้องการมากกว่าโพรงปากนุ่มๆ ก่อนชายหนุ่มจะพยักหน้ายอมรับ

          “ไม่เอาค่ะ ขี้เกียจ อยากกลับไปนอนแล้ว” แพรไหมใช้สองมือดันอกกว้างเป็นการปฏิเสธ วันนี้เธอเหนื่อยมากแล้ว

          “เดี๋ยวให้เงินเดือนเพิ่ม” ฉัตรฐาไม่พูดเปล่า เอื้อมมือไปหยิบสมาร์ตโฟนที่โยนทิ้งไว้บนเตียงมาเข้าแอปพลิเคชันธนาคาร

          ไม่ถึงอึดใจแพรไหมก็ได้รับการแจ้งเตือน แต่เธอไม่ได้ลงจากเตียงไปหยิบมันออกจากกระเป๋ามาดู เพราะมีคนไม่ยอมให้ผละห่าง แต่ก็ได้เห็นจำนวนเงินจากการโชว์หน้าจอจากสมาร์ตโฟนของฉัตรฐา

          “ให้แสนเดียว?” แพรไหมมองยอดเงินที่เขาเพิ่มให้เป็นค่าขนมจำนวนสองหมื่นบาทแล้วกลอกตามองบน ส่วนอีกแปดหมื่นเป็นเงินเดือนที่เธอต้องได้ทุกเดือนอยู่แล้ว

          เพราะเธอทำงานให้ฉัตรฐา ตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบแพรไหมทำได้หมดและไม่เคยเกี่ยง หากอันไหนทำไม่เป็นก็จะหัดจนเชี่ยวชาญ

ดวงหน้าบูดบึ้งมองคนที่ทำงานแบบครอบจักรวาล ทั้งงานขาว งานเทา หรือดำ ฉัตรฐาก็ล้วนมีส่วนไปเสียหมด

          “อย่าขี้งก”

          ฉัตรฐาทำหน้าเบื่อ ตั้งแต่อยู่กับแพรไหมมา เขาสัมผัสกับคำว่าเงินหมดตัวเกือบทุกเดือน

          “ขนหน้าแข้งคุณไฉไม่ร่วงหรอก” แพรไหมว่าแล้วทำหน้าไม่ยอม พลางนึกค่อนแคะว่าเขาก็ขี้งกเหมือนกัน

          “เดี๋ยวพรุ่งนี้โอนให้อีกสามหมื่น รอประมูลของเสร็จก่อน” ฉัตรฐากระแทกลมหายใจก่อนตอบ เขาชักเบื่อยัยผู้หญิงคนนี้แล้ว

          “แบบนี้ค่อยเสียวได้หน่อย” แพรไหมทำตาหวานเยิ้ม

          ฉัตรฐาไม่ต่อปากต่อคำอีก กระตุกแขนให้ร่างเพรียวระหงโน้มตัวลงมาหาแล้วเป็นฝ่ายประกบปากจูบอย่างดุดันและดิบเถื่อนไม่น้อย

          หญิงสาวเปิดปากรับรสชาติที่คุ้นเคยจากคนที่ไม่เคยจบแค่หนึ่งรอบ ยิ่งในสถานการณ์ตอนนี้เธอเตรียมตัวปวดไปทั้งตัวได้เลย

          “อื้อ...” 

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 13

    บทที่ 13 แพรไหมนิ่งเงียบไปหลายนาที หัวใจเจ็บจนแทบทนไม่ไหว พลางมองหน้าคนที่เธอรักทั้งสองแล้วหลับตาลง ขณะคู่ป้าหลานบีบมือของแพรไหมอยู่ตลอด เพราะอยากให้เจ้าตัวยินยอมตกลง เฝ้ามองความหวังของพวกเธอด้วยสายตาเว้าวอนและโน้มน้าว ก่อนทั้งสองจะยิ้มร่า “โอนเงินเข้าบัญชีพิ้งค์ได้เลยค่ะ” แพรไหมมองตรงไปยังศิวัฒน์ “พี่แพร” พิพรรษพรสวมกอดพี่สาวแน่น โล่งใจไปได้มาก ส่วนพรรณรวีถอนหายใจยาว ทว่าไม่ถึงเสี้ยววินาทีกลับถูกผลักให้ตกจากสวรรค์ชั้นฟ้า “แต่พิ้งค์ต้องขายตัวเอง” แพรไหมพูดให้ครบใจความ แล้วสะบัดตัวให้น้องสาวคลายอ้อมกอดออก ดวงตาแข็งกระด้าง ไร้ความอ่อนโยน “พี่แพร” พิพรรษพรหน้าชา เมื่อพี่สาวจะให้เธอทำสิ่งที่น่าขยะแขยง “ทำไม ขายไม่ได้เหรอ” แพรไหมตั้งคำถามเสียงหยัน เธอเจ็บไปทั้งใจจนมันชาแทบไม่รู้สึกอะไรแล้ว โชคดีที่มันยังเต้นได้อยู่ “พิ้งค์จะทำแบบนั้นได้ยังไง ถ้าทำพิ้งค์จะเอาหน้าไปไว้ไหน” พิพรรษพรตาลุกวาวและเริ่มโวยวายดังลั่น “ก็เอาไว้บนคอเหมือนเดิม แต่ต้องเอาตัวไปอยู่บนเตียงของคนอื่น” แพรไหมพูดอย่างหมดเยื่อใย ไม่มี

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 12 (06)

    “เรื่องนี้กูไม่รู้ คุณทีเจเป็นคนนัดร้านนี้” ฉัตรฐารีบปฏิเสธ เขาไม่บ้าถึงขั้นนั้นหรอก “เออ กูค่อยสบายใจหน่อย แต่ดีที่อย่างน้อยเขาก็มีครอบครัว ไม่ได้อยู่ลำพังแล้วยังต้องต่อสู้กับมึง” “ถ้าคนของมึงหักหลังไปยุ่งกับศัตรู มึงจะปล่อยไว้รึไง” ฉัตรฐาตั้งคำถาม คิดว่าเป็นมัฆวานก็คงไม่ปล่อยไว้เช่นกัน “ไม่อะ แต่คงฆ่าทิ้งไปแล้ว” มัฆวานมองลึกเข้าไปในดวงตาของเพื่อนอย่างทิ้งนัยสำคัญ ฉัตรฐาทำเป็นไม่ได้ยินและหันไปสนใจกับลูกค้ารายใหญ่อย่างทีเจที่เดินตรงเข้ามาหา ก่อนทั้งสามจะขึ้นลิฟต์ไปยังห้องอาหารชื่อดังเพื่อพูดคุยงานกัน ด้านพิพรรษพรเมื่อเดินเข้ามาในห้องอาหารก็ได้บอกชื่อที่จองไว้กับพนักงาน จากนั้นก็ถูกพาไปยังห้องส่วนตัวซึ่งจัดโต๊ะไว้รองรับสำหรับสี่ที่ แพรไหมมองไปรอบๆ แล้วหันไปมองน้องสาวกับคนเป็นป้า “แพรดีใจนะคะที่พวกเราได้มากินข้าวด้วยกัน” แม้ทุกอย่างอาจจะไม่ได้กลับไปเป็นเหมือนเดิมร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ได้กลับมากินข้าวพร้อมหน้ากันสักครั้งหนึ่งก็ยังดี “พี่แพรสั่งได้เต็มที่เลยนะคะ” พิพรรษพรบอกอย่างเอาใจ “ได้เลยจ้ะ” แพร

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 12 (05)

    “ทำไมล่ะ...” แพรไหมแปลกใจ เพราะหลังจากวันนั้นน้องก็ส่งข้อความมาเร่งเร้าให้เธอรีบทำตามที่บอก “พิ้งค์...พิ้งค์ขอโทษ” พิพรรษพรอึกอักอยู่เกือบนาทีกว่าจะเอ่ยออกมาได้ แล้วบอกต่อด้วยเสียงอ่อยๆ “พิ้งค์ไม่ควรโทษพี่คนเดียว พี่แพรไม่โกรธพิ้งค์ได้ไหม...พิ้งค์สำนึกผิดแล้ว” “อื้อ...ไม่โกรธแล้ว” แพรไหมเงียบไปก่อนครางตอบ ในเมื่อน้องสาวรู้สึกผิดแล้วเธอก็ไม่อยากตั้งแง่ ตอนนี้น้องสาวคงจะมองเห็นถึงสิ่งที่เธอพยายามทำให้มาตลอดแล้ว “งั้นพรุ่งนี้ไปกินข้าวกันนะคะ พิ้งค์จะชวนคุณป้าไปด้วย” พิพรรษพรเอ่ยปากชวน “ได้สิ” เธอไม่ปฏิเสธ เพราะอย่างไรก็พี่น้องกัน แต่สำหรับเรื่องการเงินของคนเป็นป้า เธอยังยืนยันคำเดิมว่าจะไม่ให้ความช่วยเหลืออีกแล้ว “ไว้พิ้งค์ไปรับนะ แต่งตัวสวยๆ นะ พิ้งค์อยากไปกินอาหารที่โรงแรม” พิพรรษพรดีใจที่พี่สาวตกลง เธอจะรับหน้าที่ในการจองโต๊ะเอง “ได้เลย พี่จะรอนะ” แพรไหมมีดวงตาที่กระจ่างใสขึ้น ส่วนเรื่องบ้านเธอยังจะไปตามนัด เพราะบ้านหลังนี้อย่างไรก็ต้องเป็นของน้องสาว เธอเองก็ควรมีที่ที่เป็นของตัวเอง แล้วเวลาที่แพรไหมเฝ้ารอ

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 12 (04)

    “อย่าสำคัญตัวผิด ฉันพาเกลมาทำบุญต่างหาก” ฉัตรฐาอยากจะหัวเราะเย้ยใส่แพรไหมที่คิดไปว่าเขามาที่นี่เพราะเจ้าตัว แล้วเค้นเสียงถามกลับไป “ยังไม่เลิกชอบคิดเข้าข้างตัวเองอีกเหรอ เธอไม่ได้สำคัญกับฉันเลยสักนิด” “แล้วที่ผ่านมามาด้วยทำไมทุกปี” เธอนึกสงสัยขึ้นมา เรื่องวันเกิดพอเข้าใจแล้ว แต่เรื่องที่เขาอุตส่าห์ตื่นเช้ามาทำบุญด้วยกันตลอดสองปีที่ผ่านมา เขาทำไปเพื่ออะไร ฉัตรฐาไหวไหล่ เขาไม่จำเป็นต้องมานั่งตอบคำถาม “อ้อ หรือว่าอยากจะทำบุญให้คนที่ตายไป เผื่อความละอายในใจจะลดลงบ้าง แต่ดีใจด้วยนะคะ ที่สุดท้ายก็ได้ผล เธอคนนั้นให้อภัยเรื่องพี่ชายที่จมน้ำตายได้แล้ว ทำบุญวัดนี้ได้สมดังใจหวังจริงๆ” แพรไหมคาดเดาเองเมื่อไม่ได้คำตอบ “แพรไหม” ฉัตรฐาตาลุกวาวเมื่อแพรไหมกำลังล้ำเส้น ไม่รู้ว่าเธอไปรู้เรื่องนั้นได้อย่างไร แต่เจ้าตัวไม่มีสิทธิ์พูดเรื่องของเขา หญิงสาวไหวไหล่บ้าง ทำไมเธอต้องยอม ในเมื่ออย่างไรเขาก็ตามรังแกกันอยู่ดี ยิ่งยอมอ่อนฉัตรฐาจะยิ่งได้ใจ คิดแล้วแพรไหมก็เดินเชิดหน้าอย่างถือดีผ่านหน้าคนชังไป ไม่อยากต่อปากต่อคำด้วยอีกแล้ว ทว่าจังหวะนั้นร่างบางกลับเซถอยห

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 12 (03)

    “กูขอให้มันไปแล้วไปลับไม่กลับมาอีก” ฉัตรฐานึกอยากเห็นแพรไหมถูกทิ้ง และคิดว่าคงอีกไม่นาน เพราะเท่าที่จำได้ธาดาเป็นคนเบื่อง่าย หลังจากได้รับข้อมูลจนพอใจแล้ว เขาก็สะบัดมือไล่ลูกน้องให้กลับไปทำหน้าที่ของตนต่อ ขณะนั้นก็มีอีกคนเดินเข้ามาหา “พี่ไฉ” กัลย์สุดาเอ่ยทักเสียงหวานใส “เกลมาได้ไงครับ” ฉัตรฐาขยับตัวลุกไปหา “เกลมากวนไหมคะ” หญิงสาวที่ในวันนี้อยู่ในชุดเดรสสีครีมชมพูระบายยิ้มให้คนที่ดูแลเธอเป็นอย่างดีเสมอมา “ไม่ครับ” ฉัตรฐาพากัลย์สุดาไปนั่งลงบนโซฟา “ว่าแต่เกลมีอะไรหรือเปล่า” “เกลอยากไปทำบุญให้พี่กานต์ค่ะ” ตั้งแต่เธอกลับมาก็ยังไม่มีโอกาสได้ไปเข้าวัดทำบุญให้พี่ชายเลย จึงอยากชักชวนฉัตรฐาไปด้วยกัน เพราะอีกฝ่ายคือเพื่อนสนิทของพี่ชาย นึกถึงพี่ชายแล้วดวงตาของหญิงสาวก็มีทั้งความเศร้าและคิดถึง “ได้สิครับ” ฉัตรฐาเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน ความเศร้าแผ่กระจายไปทั่วอก แล้วมองกัลย์สุดาอย่างขอโทษ หญิงสาวส่ายหน้าว่าไม่อยากให้ฉัตรฐาคิดมาก เพราะคงย้อนกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว “งั้นอีกสองวันไปกันนะคะ” “อีกสองวันหรือครับ” ฉัตรฐาเปิดดู

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 12 (02)

    แพรไหมนิ่งไปร่วมนาทีกว่าจะเอ่ยบอก ในเมื่อน้องสาวมองไม่เห็นความดีที่เธอทำ ก็ขอพอเท่านี้ ทั้งที่ตั้งใจไว้ว่าหากเจ้าตัวกลับมาแล้วจะช่วยสนับสนุนทุกอย่างอยู่ข้างหลัง พิพรรษพรอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าคนที่ยอมมาตลอดจะแข็งข้อ แล้วกระทืบเท้าเร้าๆ อย่างโกรธเกรี้ยว ถ้าบิดายังอยู่ป่านนี้เธอคงได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย ไม่ต้องใช้แค่เศษเงินที่พี่สาวส่งให้ แพรไหมยืนมองนิ่ง ไม่ได้คิดจะโอ๋ เพราะทุกอย่างควรมีขอบเขต ก่อนจะหันไปกดรับสายคนเป็นป้าที่โทร.เข้ามา ปิ๊บๆ “แพรเจอน้องหรือยังลูก” พรรณรวีเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงที่คล้ายแอบตั้งความหวังเล็กๆ “เจอแล้วค่ะ” แพรไหมตอบกลับไปเส

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status