แชร์

CHAPTER 4 ไม่เคยอยู่ในสาย

ผู้เขียน: อัญธิญาน์
last update วันที่เผยแพร่: 2026-04-09 11:24:03

มิณทร์ทิชาย้ายมาอยู่ในบ้านของดิวากร เขายังคงทำตัวเฉยชากับเธอเสมอต้นเสมอปลาย พร้อมกับคำพูดที่ทำร้ายจิตใจ ชายหนุ่มนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานเหมือนทุกวันเอกสารกองสูงตรงหน้า ราวกับชีวิตเขาไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลยตั้งแต่วันแต่งงาน ต่างจากเธอที่มีอีกหนึ่งชีวิตเติบโตอยู่ในร่างกาย

“คุณหมอบอกให้พาคุณไปตรวจเลือดด้วยค่ะ”

“ฉันไม่ว่าง” เขาไม่เงยหน้าขึ้นด้วยซ้ำ

“แต่ว่า...”

“เธอท้องก็ดูแลตัวเองไป รับกรรมที่ทำไว้ให้ได้” เขาพูดตัดบทน้ำเสียงเย็นชา

“ทิชาไม่ได้ทำแบบนั้น” ปลายนิ้วของหญิงสาวจิกเข้าหากันแน่น

“โกหกเธอมันเลวเหมือนพี่ชายเธอนั่นแหละ” เขาเงยหน้าขึ้นทันที ดวงตาคมเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ

คำพูดนั้นทำให้ลมหายใจเธอสะดุด ความเจ็บแล่นขึ้นมาถึงดวงตา แต่เธอกลืนมันลงไป

“ทิชาท้องลูกสาวค่ะ” เธอเปลี่ยนเรื่องทันที เสียงเบาเหมือนกำลังบอกความลับที่ล้ำค่าที่สุดในชีวิต

วินาทีนั้นเธอเผลอมีความหวังว่าอย่างน้อย จะทำให้เขาอ่อนลงบ้าง แต่ชายหนุ่มยังคงนิ่งสายตาเขากลับไปที่เอกสารตรงหน้าเหมือนเดิม

“จะชายหญิงก็ไม่เกี่ยวกับฉัน อยากตั้งชื่ออะไรก็ตั้งไป” เขาพูดเรียบๆ โดยไม่แม้แต่จะมองหน้าเธอ “แต่ฉันไม่อนุญาตให้ใช้นามสกุลของฉัน”

“ค่ะ” เหมือนบางอย่างในอกเธอแตกออกเป็นเสี่ยงๆ มีเพียงคำตอบสั้นๆ ที่หลุดออกมาจากริมฝีปาก

มิณทร์ทิชาหันหลังเดินออกจากห้องทำงานช้าๆ ทุกก้าวหนักอึ้งเหมือนแบกอะไรบางอย่างไว้เต็มหัวใจ พอประตูปิดลงเท่านั้น น้ำตาที่กลั้นไว้ก็ไหลออกมาเงียบๆ มือบางเลื่อนไปลูบหน้าท้องตัวเอง

เช้าวันนั้นบ้านทั้งหลังเงียบเหมือนทุกวัน มิณทร์ทิชานั่งอยู่ที่โซฟา มือหนึ่งลูบหน้าท้องที่โตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อีกมือกำลังถือแก้วนมอุ่น โทรทัศน์ถูกเปิดไว้เป็นเพื่อนคลายความเหงา ทั้งที่เธอไม่ได้ตั้งใจจะดูจริงๆ จนกระทั่งภาพข่าวบันเทิงปรากฏขึ้น

‘หนุ่มนักธุรกิจสุดหล่อ ควงนางแบบสาวตัวย่อ น. แถวไนต์คลับหวานฉ่ำ ตัวจริงหรือเปล่านะ’

ภาพตัดไปเป็นช็อตที่เขาก้มลงพูดอะไรบางอย่างข้างหูเธอใกล้ชิดสนิทสนม ในแบบที่เขาไม่เคยมีให้กับภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย

“โอ๊ย…!”

มิณทร์ทิชาทรุดลงทันที มือบางกุมหน้าท้องแน่น ความเจ็บแล่นขึ้นมาจนลมหายใจสะดุด เหงื่อผุดเต็มไรผม ใบหน้าซีดเผือดในพริบตา

“คุณผู้หญิงเป็นอะไรคะ!” ป้าอ้อยที่อยู่ไม่ไกลรีบวิ่งเข้ามาประคอง

“ทิชาปวดท้องมากเลยค่ะ” เสียงเธอสั่นเทาน้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว ความเจ็บบีบรัดเหมือนมีอะไรกระชากอยู่ข้างในจนเธอตัวงอ

“เพิ่งจะท้องไม่กี่เดือนทำไมปวดท้องแล้วล่ะ ใจเย็นๆ นะคะ เดี๋ยวป้าเรียกคนขับรถ!” ป้าอ้อยหน้าตาตื่น

โรงพยาบาล

ไฟสีขาวสว่างจ้าเหนือเตียงฉุกเฉิน พยาบาลเข็นเธอเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็ว

“สามีคนไข้มาด้วยไหมคะ”

“เอ่อ คุณดฤณติดงานอยู่ค่ะ” คำถามนั้นทำให้ป้าอ้อยชะงัก

หญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงได้ยินชัดเจน แต่เธอเพียงหลับตาลงเหมือนเคยชินกับการต้องอยู่คนเดียว

เกือบหนึ่งชั่วโมงต่อมาร่างบางถูกเข็นออกมาที่ห้องพักฟื้น น้ำเกลือถูกเสียบไว้ที่หลังมือ ใบหน้ายังคงซีดแต่ความเจ็บเริ่มทุเลา

“คนไข้มีภาวะเครียดและพักผ่อนไม่เพียงพอ มีภาวะแท้งคุกคาม”

คำนั้นทำให้หัวใจของหญิงสาวหล่นวูบ น้ำตาไหลออกมาช้าๆ มือบางยกขึ้นลูบหน้าท้องตัวเองเบาๆ อย่างสั่นเทา

ห้องประชุมชั้นบนสุดของบริษัทเงียบกริบ ทุกสายตาจับจ้องมาที่ดิวากรซึ่งกำลังอธิบายแผนงานบนจอโปรเจคเตอร์อย่างเฉียบขาด

เสียงโทรศัพท์ที่สั่นอยู่บนโต๊ะดังซ้ำแล้วซ้ำเล่าคิ้วเข้มขมวดแน่นด้วยความรำคาญ ก่อนที่เขาจะหยิบมันขึ้นมากดปิดเครื่องทันที

“ประชุมต่อครับ” เขาพูดเรียบ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง ประตูห้องประชุมถูกเปิดออกเบาๆ วาคิมเดินเข้ามาสีหน้าลังเลเหมือนไม่กล้าพูด ชายหนุ่มเหลือบมองอย่างไม่พอใจ

“มีอะไร”

“ท่านประธานครับ ทางบ้านแจ้งมาว่าคุณทิชาอยู่โรงพยาบาล”

“เป็นอะไร รู้ไหมว่าฉันประชุมเรื่องสำคัญอยู่” ปลายปากกาที่เขาถืออยู่หยุดชะงักไปเสี้ยววินาที

“คุณทิชาเกิดภาวะแท้งคุกคามครับ” วาคิมกลืนน้ำลายก่อนตอบเสียงเบา

มือหนาที่ถือปากกานิ่งค้างอยู่กลางอากาศ แต่เพียงชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น เขาก็วางมันลงอย่างเป็นปกติ สีหน้ากลับมาเย็นชาเหมือนเดิม

“ให้ผมเลื่อนงานคืนนี้ไหมครับ” วาคิมถามอย่างระวัง

“ไม่อยู่กับหมอแล้ว ถึงฉันไปก็ไม่ใช่หมอ” เสียงเขายังนิ่งเหมือนเดิมเหมือนไม่มีอะไรสะเทือนใจได้

การประชุมดำเนินต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ตลอดเวลาที่เหลือ สายตาเขาไม่ได้โฟกัสที่ตัวเลขบนจออีกเลย

แสงไฟนีออนหลากสีของไนต์คลับสะท้อนลงบนพื้นหินอ่อนเป็นประกายระยิบระยับ เสียงดนตรีจังหวะหนักแน่นสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งฮอลล์ กลิ่นแอลกอฮอล์ผสมกับน้ำหอมราคาแพงลอยอวลอยู่ในอากาศ

ดิวากรนั่งอยู่โซนวีไอพีหลังจากปิดดีลกับลูกค้าต่างชาติเรียบร้อย สีหน้าของเขาเรียบนิ่งตามแบบฉบับ มือหนายกแก้วเครื่องดื่มขึ้นจิบเพียงเล็กน้อย

“คุณดฤณมากับใครเหรอคะ” เสียงหวานเอ่ยทัก นีน่าอยู่ในเดรสสั้นสีแดงเข้ารูป ผมยาวสลวยทิ้งตัวลงมาบนบ่าอย่างตั้งใจให้ดูโดดเด่น

“ผมมาคุยงาน” เขาตอบสั้นๆ น้ำเสียงราบเรียบแทบไม่มีความรู้สึกใดเจือปน

“เรื่องข่าวนีน่าจะออกมาสัมภาษณ์ว่าเราแค่เพื่อนกันนะคะ จะได้ไม่กระทบภาพลักษณ์ของคุณ” หญิงสาวยิ้ม แต่แววตากลับมีบางอย่างซ่อนอยู่

“ความจริงคุณไม่ต้องทำแบบนั้นก็ได้ เพราะเราไม่ได้เป็นอะไรกันอยู่แล้ว” เขาวางแก้วลงบนโต๊ะกระจกเบาๆ ดวงตาคมมองเธอตรงๆ

คำพูดตรงไปตรงมาทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าสวยชะงักไปชั่วขณะ เหมือนคนที่ถูกตบกลางใจโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า

“แต่นีน่าเสียหายนะคะ ข่าวมันออกไปไกลแล้ว” เธอพยายามรักษาน้ำเสียงให้ปกติ แม้มือที่จับคลัตช์จะบีบแน่นขึ้น

“ก็จัดการตามที่คุณเห็นสมควร ผมไม่มีอะไรต้องชี้แจง” เขาตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจนัก สายตาเหลือบมองนาฬิกาข้อมือราวกับเวลาของเขามีค่ามากกว่าการยืนอยู่ตรงนี้

ซ่า

แก้วคริสตัลในมือดิวากรยังไม่ทันยกขึ้นจิบ ความเย็นจัดที่สาดเข้าปะทะใบหน้าอย่างแรง น้ำแข็งกระทบผิวจนเขาสะดุ้ง ดวงตาคมที่เคยเรียบนิ่งเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวในเสี้ยววินาที หยดน้ำไหลลงตามกรอบหน้าและปลายคางเสื้อเชิ้ตสีเข้มเปียกชื้นเป็นวงกว้าง

“คุณดฤณ!” นีน่าร้องด้วยความตกใจ รีบถอยออกไปด้านหลัง

เมธัสยืนอยู่ตรงหน้าเขาหายใจแรง แววตาเดือดพล่านเหมือนจะลุกเป็นไฟ

“น้องสาวกูนอนอยู่โรงพยาบาล มึงยังมีหน้ามานั่งกับผู้หญิงคนอื่นมึงยังเป็นคนอยู่ไหม!” เมธัสคำรามเสียงดังกลบเสียงเพลงรอบตัว

“น้องสาวมึงก็ยังไม่ตายนี่หว่า” เขายกมือขึ้นเช็ดน้ำออกจากหน้าอย่างช้าๆ ท่าทางนิ่งผิดกับสถานการณ์

คำตอบเย็นชาราวกับไม่มีอะไรสำคัญ ทำให้หมัดของเมธัสกำแน่นจนเส้นเลือดปูด

“ไอ้ดฤณ มึงจะโกรธกูก็ได้แต่ไม่ใช่ไปลงที่ทิชา!” เมธัสคว้าคอเสื้ออีกฝ่ายกระชากเข้าหา กลิ่นแอลกอฮอล์กับความโกรธปะทะกันในระยะประชิด

ดิวากรไม่ขัดขืน เขาเพียงมองตอบด้วยสายตาว่างเปล่า ความเงียบนั้นกลับยิ่งทำให้เมธัสเดือดดาล

“ผู้ชายที่ผู้หญิงชอบ สันดานแม่งไม่ต่างจากหมา!”

“ปล่อยกู อย่ามายุ่งกับกูรักน้องสาวมึงมากก็ไปเอากลับสิ” เขาพูดเสียงต่ำ

“เมื่อไหร่มึงจะตาสว่างพิมารินไม่ได้ดีอย่างที่มึงเห็น”

“มึงก็ไม่ใช่เพื่อนที่ดีสำหรับกู” เขาเจ็บใจที่เพื่อนรักของเขาหักหลัง ไม่ได้เจ็บที่อดีตคนรักมีคนอื่น

“ถึงวันนั้นกูสัญญามึงจะไม่มีวันได้เจอหน้าทิชา” เมธัสผลักเขาออกอย่างแรงก่อนชี้หน้า

ประโยคนั้นทำให้ดิวากรชะงักไปเพียงเสี้ยววินาทีจนแทบไม่มีใครสังเกตเห็น แต่ในแววตาที่เคยด้านชามีบางอย่างไหววูบผ่านไปอย่างรวดเร็ว

เขาหยิบกระดาษทิชชูหน้าขึ้นมาซับน้ำที่ยังเกาะตามใบหน้า จัดปกเสื้อให้เข้าที่เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนจะเดินสวนเมธัสออกไปโดยไม่หันกลับมา

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ไม่เคยถูกรักเลย   CHAPTER 30 ผมมีลูกมีภรรยาแล้ว จบ

    มิณทร์ทิชาตัดสินใจเปิดโอกาสให้ดิวากรอีกครั้ง ทั้งสองเลือกเริ่มต้นใหม่ร่วมกัน ทิ้งอดีตที่เคยผิดพลาดไว้เบื้องหลัง และเก็บมันไว้เป็นบทเรียนของชีวิตในวันนี้ชายหนุ่มพาลูกสาวและหญิงสาวออกงานสังคมเป็นครั้งแรก หลังจากที่เขาหายหน้าไปจากสื่อมานานกว่าสองปี“พี่ดฤณใช่จริงๆ ด้วย รดาคิดว่าจำคนผิดซะอีก”ธีรดารีบเดินเข้ามาทักด้วยรอยยิ้มสดใส ไม่ได้เจอเขามาหลายปีแล้ว นับตั้งแต่วันที่อีกฝ่ายยกเลิกสัญญาและไม่ร่วมงานกันอีก“สวัสดีครับ” เขาทักกลับสุภาพ เกือบจะลืมชื่ออีกฝ่ายไปแล้ว“พี่ดฤณมากับใครคะ เสียดายจังที่เราไม่ได้ร่วมงานกันอีก” ธีรดาส่งยิ้มหวานให้เขา เพราะในใจยังคงมีความรู้สึกดีๆ อยู่“ปะป๊าขา แม่จ๋ามีหนุ่มๆ มองเยอะเลยค่ะ” เสียงใสของเดียร์น่าดังขึ้น ทำเอาคนแถวนั้นหันมามองทันทีเด็กน้อยสวมชุดกระโปรงสีกรมท่า แต่งตัวเข้ากับพ่อและแม่อย่างน่ารัก ธีรดาชะงักก่อนจะหันไปมองเด็กหญิงตัวเล็กอย่างตกใจ“เด็กที่ไหนคะ พี่ดฤณมีลูกตั้งแต่ตอนไหน” สายตาของหญิงสาวจับจ้องใบหน้าของเด็กน้อย ก่อนจะเหลือบไปเห็นผู้หญิงที่ยืนอยู่ด้านหลังและก็จำได้ทันทีเด็กคนนี้คือเด็กที่เคยเจอเมื่อสองปีก่อน ดิวากรยิ้มเล็กน้อยก่อนจะบอกลูกสาว“น

  • ไม่เคยถูกรักเลย   CHAPTER 29 ขอเดินร่วมทาง

    “ปะป๊าขา แม่จ๋าหลับไปนานจังเลย” เดียร์น่านั่งมองแม่ที่นอนหลับอยู่บนเตียงคนไข้ ตั้งแต่เมื่อวานเธอก็ยังไม่ตื่นขึ้นมาเล่นกับลูกสาวเลย“แม่จ๋าเหนื่อย ให้แม่พักผ่อนก่อนนะคะ” เขาลูบศีรษะลูกเบาๆสายตาของเขาหันกลับไปมองใบหน้าซีดเซียวของมิณทร์ทิชาอย่างเงียบงันสำหรับเขาแล้ว แค่เธอยังมีลมหายใจอยู่ก็ถือเป็นของขวัญที่มีค่าที่สุดแล้ว“ปะป๊าพาแม่จ๋ากับน้องกลับบ้านได้ไหมคะ” เดียร์น่าหันมองพ่ออีกครั้งก่อนจะถามเสียงเบา“บ้านไหนคะ”“บ้านที่เราเคยอยู่”“น้องไม่ชอบที่นี่เหรอ” เขามองลูกสาวอย่างสงสัย เด็กน้อยส่ายหน้าเบาๆ ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเศร้า“น้องอยากอยู่ใกล้ปะป๊าอยู่กับคุณลุงด้วย น้องไม่อยากไปโรงเรียนเพื่อนชอบล้อว่าน้องไม่มีพ่อ”คำพูดนั้นเหมือนมีอะไรบางอย่างบีบรัดหัวใจของชายหนุ่มทันที แต่ในจังหวะเดียวกันเปลือกตาของมิณทร์ทิชาค่อยๆ ขยับ ก่อนที่หญิงสาวจะเริ่มได้สติเธอได้ยินบทสนทนาของสองพ่อลูกอย่างชัดเจน คำพูดของลูกสาวทำให้หัวใจของคนเป็นแม่เจ็บหน่วง หญิงสาวกะพริบตาช้าๆ น้ำตาคลอขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว“เดียร์น่ากลับบ้านกับลุงดีกว่านะ” เมธัสเดินเข้ามาอุ้มหลานสาวขึ้นจากเก้าอี้ เด็กน้อยรีบกอดคอเขาไว้ทันที“น้องอ

  • ไม่เคยถูกรักเลย   CHAPTER 28 ไม่มีเธอไม่อยากหายใจ

    ดิวากรนั่งรออยู่หน้าห้องผ่าตัดอย่างทรมาน เวลาผ่านไปช้าเสียจนเหมือนหยุดเดิน ทุกวินาทีหนักอึ้งราวกับมีอะไรทับอยู่บนอกเขาพยาบาลหลายคนวิ่งวุ่นเข้าออกห้องผ่าตัด สีหน้าเคร่งเครียด ทันใดนั้นเสียงหนึ่งก็ดังลอดออกมาจากด้านใน ทำให้ชาวาบไปทั้งตัว“หมอคะคนไข้หยุดหายใจแล้วค่ะ ปั๊มหัวใจไม่ขึ้นแล้ว”คำพูดนั้นเบา แต่กลับชัดเจนราวกับฟ้าผ่าลงกลางหัวใจเขา ดิวากรตัวแข็งทื่อน้ำตาไหลพรากออกมาโดยไม่รู้ตัว“เรายื้อสุดความสามารถแล้ว”เสียงนั้นยิ่งเหมือนตอกย้ำให้โลกทั้งใบของเขาพังทลาย ชายหนุ่มค่อยๆ ลุกขึ้น เดินไปหาลูกน้องที่ยืนเฝ้าอยู่ข้างๆ ก่อนจะหยิบปืนพกที่เหน็บอยู่ตรงเอวของอีกฝ่ายขึ้นมา“เจ้านาย!” ลูกน้องร้องตกใจชายหนุ่มกลับยกปืนขึ้นจ่อขมับตัวเอง มือของเขาสั่นเล็กน้อย น้ำตายังคงไหลไม่หยุด เขาอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีมิณทร์ทิชาอยู่ด้วย“เมียกูไม่อยู่แล้ว กูจะอยู่ไปทำไม” เสียงของเขาแตกพร่าไปหมด ลูกน้องรีบก้าวเข้ามาใกล้สีหน้าตกใจสุดขีด“เจ้านายยังมีลูกสาวอยู่นะครับ!”คำพูดนั้นทำให้เขาชะงักไปชั่วครู่ แต่เขากลับส่ายหน้าอย่างหมดแรง“ไม่มีทิชาก็ไม่มีความหมายอะไร ฮึก”เปรี๊ยะ!เสียงตบดังลั่นไปทั่วทางเดิน ศีรษะของดิวากรห

  • ไม่เคยถูกรักเลย   CHAPTER 27 ของหายอยากได้คืน

    “แม่จ๋าน้องกลัวจัง” เดียร์กอดแม่แน่นตัวสั่นเล็กน้อย ดวงตากลมโตมองไปยังร่างชายสูงใหญ่หลายคนที่ยืนเฝ้าอยู่รอบๆ ห้อง“ไม่ต้องกลัวนะคะ แม่อยู่นี่ ไม่มีใครทำอะไรหนูได้” เธอกอดลูกสาวแน่น แม้หน้าอกจะเจ็บแปลบทุกครั้งที่หายใจ จากแรงกระแทกตอนรถตกข้างทาง แต่เธอก็ฝืนทำเป็นเข้มแข็ง ไม่ยอมให้ลูกเห็นความอ่อนแอ“เขาจะทำอะไรเราเหรอแม่จ๋า” เด็กน้อยถามเสียงสั่น“เดียร์อย่าหันไปมองนะคะ มองแค่หน้าแม่ก็พอ” เธอพูดพลางลูบศีรษะลูกเบาๆ แม้ในใจจะหวาดกลัวไม่ต่างกัน แต่ก็พยายามปลอบตัวเองให้ตั้งสติไว้ตลอดเวลาทันใดนั้นเสียงลูกบิดประตูถูกเปิดออก ทำให้ชายฉกรรจ์ที่ยืนเฝ้าต่างขยับตัวเล็กน้อยตามมาด้วยร่างสูงโปร่งของหญิงสาวคนหนึ่งที่ก้าวเข้ามาในห้องอย่างช้าๆ“คุณพิมาริน”หญิงสาวที่เพิ่งเดินเข้ามาหยุดฝีเท้า ก่อนจะหัวเราะเยาะเบาๆ จ้องมองสองแม่ลูกด้วยสายตาที่แสนเกลียดชัง เด็กผู้หญิงหน้าตาถอดแบบดิวากรออกมาเกือบ 100%“ยังจำชื่อฉันได้ด้วยเหรอ อีหน้าด้าน” น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม “แกแย่งแฟนฉันไป แล้วยังปล่อยท้องเพื่อจับผู้ชายอีก”สายตาของพิมารินเหลือบมองเด็กน้อยในอ้อมแขนของมิณทร์ทิชาด้วยความเกลียดชัง“คุณพูดอะไรข

  • ไม่เคยถูกรักเลย   CHAPTER 26 ตกอยู่ในอันตราย

    “ปะป๊าเจ็บตรงไหนคะ เดี๋ยวน้องเป่าให้”เดียร์น่าขยับตัวเข้ามาใกล้ก่อนจะทำปากจู๋เป่าที่ข้อศอกของดิวากรเบาๆ อย่างตั้งใจ ท่าทางน่ารักของเด็กน้อยทำให้คนเป็นพ่อนั่งนิ่งไปชั่วขณะดวงตาคมมองลูกสาวด้วยความรู้สึกปวดหนึบในอก ลูกสาวของเขาน่ารักขนาดนี้ แล้วเมื่อก่อนเขาปล่อยปละละเลยได้ยังไง“น้องเดียร์น่า อย่าไปกวนปะป๊าเลยค่ะ” คนเป็นแม่รีบเดินเข้ามาดึงลูกเบาๆ เด็กหญิงเงยหน้ามองแม่ตาใส“ทำไมเหรอคะ โตขึ้นน้องจะเป็นหมอมารักษาปะป๊าเองค่ะ”“อยากเป็นหมอเหรอครับ” คำพูดใสซื่อทำให้ชายหนุ่มหลุดยิ้มทันที เขาเอื้อมมือไปลูบศีรษะลูกสาวเบาๆ“ใช่ค่ะ หนูจะได้ดูแลปะป๊ากับแม่จ๋าได้”“ปะป๊าจะส่งหนูเรียนเอง”“อะ แฮ่ม!” เสียงกระแอมดังขึ้นจากมิณทร์ทิชา เธอมองเขานิ่งๆ เหมือนเตือนให้หยุดเพ้อฝัน“คุณกลับไปพักผ่อนได้แล้วค่ะ เดี๋ยวสักพักฉันจะพาน้องเดียร์น่าไปตลาด”“พี่ไปด้วยไม่ได้เหรอ” เขารีบหันมามองเธอทันที“คุณเจ็บแขนจะไปยังไงอยู่ที่นี่แหละ หรือไม่ก็กลับบ้านไป” น้ำเสียงของเธอฟังดูเฉยเมย แต่ลึกๆ แล้วเธอกลับแอบมองข้อศอกที่ช้ำของเขาอย่างเป็นห่วง“อย่าไล่พี่อีกเลยนะ” เขาพูดเสียงเบาเหมือนเด็กโดนดุทำหน้าหงอยทันที“เมื่อก่อนคุณไล่

  • ไม่เคยถูกรักเลย   CHAPTER 25 ขอเป็นฮีโร่

    กรุงเทพมหานครเพล้ง!ภายในคอนโดหรูใจกลางเมืองเสียงกรีดร้องโวยวายดังลั่นห้อง ตามมาด้วยเสียงข้าวของกระแทกพื้นแตกกระจายไม่หยุด แจกันแก้วราคาแพงถูกปาใส่กำแพงจนแตกละเอียด“ทำไมดฤณถึงกลับไปง้อเมียเก่า!”พิมารินตะโกนลั่นดวงตาแดงก่ำเพราะความโกรธและความคับแค้นที่อัดแน่นอยู่ในอก มองภาพที่อยู่ในมือถืออยู่อย่างนั้น“โง่ที่สุด!” เธอกวาดแขนปัดของบนโต๊ะลงพื้นอีกครั้ง เสียงแก้วและจานกระทบกันดังระงมหลายปีที่ผ่านมาเธอเป็นฝ่ายตามง้อเขา หวังแค่ว่าอีกฝ่ายจะใจอ่อน เพราะเมื่อก่อนดิวากรนั้นรักเธอมากตามใจทุกอย่างแต่สุดท้ายเขากลับไปหาผู้หญิงคนนั้น เมียเก่าที่เขาเคยบอกว่าเกลียดนักเกลียดหนา มือเรียวกำแน่นจนเล็บจิกเข้าฝ่ามือ“พวกมึงต้องไม่มีความสุขสิ…” เสียงของเธอสั่นด้วยความโกรธในความคิดของพิมารินคนที่ควรยืนอยู่ข้างดิวากรตอนนี้ต้องเป็นเธอ ไม่ใช่ผู้หญิงคนนั้น เธอพลาดเพียงครั้งเดียว แต่เขากลับไม่เคยยอมให้อภัยเธอเลย“ทำไม! ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย” น้ำตาไหลลงมาตามแก้มอย่างไม่รู้ตัว สายตาของเธอค่อยๆ เปลี่ยนจากความเสียใจเป็นความแข็งกร้าว“เขาต้องกลับมารักฉัน” เธอพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะยกยิ้มบางๆ ที่เต็มไปด้วยความค

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status