LOGINเพราะถูกหักหลังในวันนั้น เขาจึงเลือกเกลียดเธอ คืนพลาดพลั้งเพียงครั้งทำให้เธอตั้งท้องลูกของเขา ขณะที่เธอรักเขาอยู่ฝ่ายเดียว วันที่เธอเกือบเสียลูก เขากลับอยู่กับผู้หญิงอื่นอย่างไม่ไยดี
View Moreดิวากรนั่งนิ่งอยู่กลางห้องโถงกว้าง แสงไฟสีขาวเหนือศีรษะยิ่งขับให้สีหน้าของเขาดูเคร่งเครียดจนแทบจะเป็นหิน แววตาคมเข้มจับจ้องไปยังร่างเล็กที่นั่งตัวเกร็งอยู่ฝั่งตรงข้าม หญิงสาวก้มหน้าแน่น มือสองข้างบีบเข้าหากันจนปลายนิ้วซีด เธอไม่กล้าแม้แต่จะเงยขึ้นมองใคร ข้างกายเธอเมธัสยืนตระหง่านด้วยความเดือดดาล เสียงของเขาดังสะท้อนก้องไปทั่วห้อง
“มึงทำน้องสาวกูท้อง แล้วยังจะให้ไปทำแท้ง มึงยังเป็นคนอยู่หรือเปล่าวะ!”
คำพูดนั้นเหมือนคมมีดที่กรีดลงกลางอก ดิวากรเม้มปากแน่น สายตาที่เคยมองอดีตเพื่อนรักด้วยความไว้ใจ บัดนี้มีแต่ความชิงชังและเจ็บแค้น
“มึงกับน้องสาวมึงรวมหัวกันหลอกกูใช่ไหม แย่งแฟนกูไปไม่พอยังต้องการอะไรอีก” เขาเอ่ยเสียงต่ำแต่เต็มไปด้วยแรงอารมณ์
“นั่นมันเรื่องของกูกับมึง แต่กับทิชา...” เมธัสชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะสวนกลับอย่างไม่ลดละ
“อยากให้กูรับผิดชอบก็ไปตรวจดีเอ็นเอมา!” ดิวากรตะคอกลั่น
เสียงนั้นดังจนมิณทร์ทิชาสะดุ้งทั้งตัวไหล่บางสั่นไหว น้ำตาที่กลั้นไว้มานานไหลหยดลงบนหลังมือ เธอยิ่งก้มหน้าลงต่ำเหมือนอยากจะหายไปจากตรงนั้น
“ตรวจบ้าตรวจบออะไร ทิชาเพิ่งท้องได้สองเดือน!” เมธัสสวนกลับทันควัน เสียงของเขาแหบพร่าเพราะความโกรธที่อัดแน่นอยู่ในอก
“กูจะเอาผลตรวจดีเอ็นเอตอนนี้เวลานี้ไง” ดิวากรย้ำชัดทุกคำ ดวงตาคมแข็งกร้าวราวกับไม่เหลือเยื่อใย
“ไอ้ดฤณมึงยังมีความเป็นคนอยู่หรือเปล่า ตรวจตอนนี้ก็เท่ากับว่า…” เมธัสกัดฟันแน่นประโยคสุดท้ายหายไปในลำคอ เพราะรู้ดีว่ามันหมายถึงอะไร
“มึงก็รวยไม่ใช่เหรอ หาผู้ชายสักคนมารับผิดชอบน้องสาวมึงแล้วกัน” เขาแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างเย็นชา
คำพูดนั้นเหมือนตบหน้าหญิงสาวซ้ำๆ ทั้งที่เธอยังไม่ได้เงยขึ้นมองเขาเลยด้วยซ้ำ น้ำตาไหลเงียบๆ ลงมาตามแก้มมือที่กำหมัดแน่นเริ่มสั่น
“ไอ้เหี้**มึง...” เมธัสพุ่งเข้าหาเขา แต่เสียงสั่นๆ ของน้องสาวก็แทรกขึ้น
“พี่เมธัสเรากลับกันเถอะค่ะ” เธอลุกขึ้นช้าๆ ทั้งที่ขาแทบไม่มีแรง ดวงตาแดงช้ำแต่พยายามไม่มองไปทางดิวากรอีก
“แต่มันต้องรับผิดชอบ!” เมธัสยังไม่ยอม
“กูไม่รับ” เขาตอบทันทีน้ำเสียงแข็งราวกับเหล็ก “มึงวางยาปลุกเซ็กส์กู มึงมันเลวไอ้เมธัส”
“กูไม่ได้ทำ!” คำกล่าวหานั้นทำให้ทั้งห้องนิ่งงัน เมธัสอ้าปากค้างอย่างไม่อยากเชื่อ
“ไสหัวออกไป ถ้าไม่มีผลตรวจดีเอ็นเออย่าหวังว่ากูจะรับค่าตัวเดี๋ยวกูจ่ายให้” ชายหนุ่มชี้ไปที่ประตู
ประโยคสุดท้ายทำให้หญิงสาวชะงักทั้งตัว เหมือนหัวใจถูกบีบจนแตกสลาย เธอหลับตาลงแน่น หยดน้ำตาร่วงลงพื้นทีละหยด
เมธัสกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูด แต่เมื่อเห็นสภาพน้องสาว เขาก็ได้แต่กัดฟันหันไปประคองเธอไว้ ก่อนจะพาเดินออกมาจากบ้านของดิวากร
เขาทรุดตัวลงนั่งพิงพนักโซฟาอย่างหมดแรง เปลือกตาหนักอึ้งค่อยๆ ปิดลง ลมหายใจที่เคยหอบกระชั้นแผ่วลงช้าๆ แต่ความวุ่นวายในหัวกลับชัดเจนยิ่งกว่าเดิม
ภาพในอดีตไหลย้อนกลับมาเหมือนคมมีดที่กรีดซ้ำแผลเดิม วันที่ทุกอย่างพังทลาย เขายังจำได้ดีว่าเป็นช่วงเย็น ฝนตกปรอยๆ เขาตั้งใจจะไปหาพิมารินที่คอนโดโดยไม่บอกล่วงหน้า เพราะอยากเซอร์ไพรส์เธอ หลังจากที่ช่วงหลัง เธอเริ่มห่างเหิน อ้างว่างานยุ่งบ่อยขึ้นเรื่อยๆ
แต่คนที่ถูกเซอร์ไพรส์กลับเป็นเขาเอง เสียงหัวเราะคุ้นเคยดังลอดออกมาจากห้องนอน เสียงของผู้หญิงที่เขารักกับเสียงของผู้ชายที่เขาไว้ใจที่สุด
มือที่กำช่อดอกไม้ไว้สั่นจนกลีบร่วงกระจายเต็มพื้น หัวใจเต้นแรงเหมือนจะหลุดออกมานอกอก เมื่อเขาผลักประตูเข้าไปภาพตรงหน้าทำให้เขาโกรธที่สุด
พิมารินกำลังอยู่ในอ้อมแขนของเมธัส บนเตียงที่เขาเคยนอนกอดเธอด้วยความรัก สายตาของเมธัสในตอนนั้นเต็มไปด้วยความตกใจ แต่สิ่งที่ดิวากรเห็นชัดกว่านั้นคือความรู้สึกผิด
“กูอธิบายได้” เสียงของอดีตเพื่อนรักยังดังก้องอยู่ในหัว แต่เขาไม่ได้อยากฟังอะไรทั้งนั้น
ช่อดอกไม้ถูกเหวี่ยงลงพื้นอย่างไม่ไยดีความรัก ความไว้ใจ และมิตรภาพหลายปีแตกกระจายเหมือนแก้วที่ถูกทุบ
หลังจากวันนั้นเขาก็มานั่งดื่มคนเดียวที่ไนต์คลับเดิมซ้ำๆ จนพนักงานจำหน้าได้ คืนนั้นเองที่มิณทร์ทิชาเดินเข้ามา
ผู้หญิงตัวเล็กที่มองเขาด้วยสายตาเป็นห่วง ทั้งที่เขาแทบไม่เคยคุยกับเธอจริงจังมาก่อน เธอนั่งลงข้างๆ โดยไม่ถามอะไร ยื่นแก้วน้ำให้แทนเหล้าในมือเขา แล้วพูดเพียงประโยคเดียว
“พี่ดื่มแบบนี้มันไม่ช่วยให้หายเจ็บนะคะ”
เขาจำได้ว่าตอนนั้นเขาหัวเราะเยาะเธอ แต่สุดท้ายกลับเป็นเขาเองที่เผลอเล่าทุกอย่างออกไป
คืนนั้นภาพทุกอย่างพร่าเลือนเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ เขาจำได้เพียงว่าดื่มไม่หยุดเหมือนต้องการให้ความเจ็บปวดจมหายไปพร้อมกับสติที่ค่อยๆ ดับลง
รู้ตัวอีกทีเขาก็อยู่ในห้องของโรงแรมหรู แสงไฟสลัวส่องผ่านม่านบางกลิ่นหอมอ่อนๆ จากเรือนกายของใครบางคนลอยอยู่ใกล้จนทำให้ลมหายใจของเขาหนักขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ มันเป็นกลิ่นที่สะอาดและอบอุ่น แตกต่างจากน้ำหอมฉุนๆ ที่เขาเคยคุ้น
หญิงสาวคนนั้นพยายามดันตัวเขาออก เสียงสั่นๆ เอ่ยห้าม “พี่ดฤณ พี่เมาอยู่อย่าทำ…”
แต่ในตอนนั้นสติของเขาแทบไม่เหลืออยู่แล้วความต้องการที่พุ่งกระฉูด ความเจ็บปวดจากการถูกหักหลังผสมกับฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้ทุกอย่างพร่าเลือน เหลือเพียงความต้องการที่จะคว้าใครสักคนไว้เพื่อหนีจากความว่างเปล่าในใจ
เขาจำได้ว่าเธอสั่นเทา จำได้ว่าเธอร้องเรียกชื่อเขาเบาๆ และจำได้แม่นยำที่สุดคือความจริงที่ว่า เขาเป็นผู้ชายคนแรกของเธอ
แสงแดดสาดเข้ามาในห้องจนเขาต้องยกมือขึ้นบังตา ศีรษะปวดหนึบเหมือนจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ เขาหันไปข้างตัว แล้วทั้งร่างก็แข็งทื่อคนที่นอนอยู่ข้างๆ เขาคือมิณทร์ทิชา
ผมยาวสีเข้มของเธอสยายอยู่บนหมอน ใบหน้าซีดขาวเหมือนคนที่ร้องไห้มาทั้งคืนดวงตาบวมช้ำ แม้ตอนหลับยังมีคราบน้ำตาแห้งติดอยู่ตรงหางตา ผ้าห่มถูกดึงขึ้นมาปิดถึงไหล่เล็กๆ ที่เต็มไปด้วยรอยแดงจางๆ หัวใจของเขากระตุกแรงเหมือนถูกกระชาก
“ทิชา…” เสียงของเขาแหบพร่า
“พี่ดฤณ” เธองัวเงียตื่นขึ้นมาหลังจากที่เพิ่งพักผ่อนได้ไม่กี่ชั่วโมง
“เธอคิดจะทำอะไร!”
“คะ?”
“เธอวางยาปลุกเซ็กส์ฉัน เพื่อให้ฉันขึ้นเตียงกับเธอ พี่ชายเธอมันจ้างเธอมาทำลายฉันใช่ไหม!”
เสียงตะคอกของชายหนุ่มดังลั่นห้องพัก ร่างบางตรงหน้าสะดุ้งสุดตัว ดวงตาที่แดงช้ำอยู่แล้วเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา
“ไม่ใช่นะคะพี่ดฤณ อ๊ะ เจ็บ”
คำแก้ตัวของเธอขาดหาย เมื่อถูกเขากระชากเข้าหาตัวอย่างไม่ทันตั้งหลัก แรงบีบที่ต้นแขนทำให้เธอหน้าซีด ความเจ็บแล่นขึ้นมาจนต้องหลับตาแน่น
“ไม่ใช่แล้วเธอขึ้นมานอนบนเตียงกับฉันได้ยังไง!” เขาคำรามด้วยความหัวเสีย ความจริงที่ว่าเขาเป็นฝ่ายพลาดทำให้ความโกรธยิ่งพลุ่งพล่าน
“ทิชาไม่ได้ทำ พี่มองดูดีๆ สิว่ามันที่ไหน” เธอส่ายหน้า น้ำตาไหลพรากอย่างควบคุมไม่ได้
“พอ!” เขาตัดบททันที กวาดสายตามองอีกครั้ง นี่ไม่ใช่ห้องพักของเขา
“พี่ดฤณ” เธอชะงักไปเมื่อคำเรียกที่เคยใช้หลุดออกมาโดยสัญชาตญาณ
“ฉันไม่ใช่พี่เธอ ต่อไปห้ามเรียกฉันว่าพี่” น้ำเสียงเย็นเฉียบเหมือนมีดกรีด
“ฮึก…” เสียงสะอื้นหลุดจากลำคอเล็กๆ อย่างกลั้นไม่อยู่
“ต่อให้พี่ชายเธอเอาเรื่องนี้มาเรียกร้อง ฉันก็ไม่มีวันรับผิดชอบเธอ จำไว้!” ดวงตาของเขาแข็งกร้าวจนแทบไร้ความรู้สึก
คำพูดนั้นเหมือนตอกตะปูลงกลางหัวใจของหญิงสาว ร่างบางสั่นเทา แต่เธอไม่ได้เถียง ไม่ได้พยายามอธิบายอะไรอีก เธอเพียงค่อยๆ แกะมือของเขาออกจากแขนตัวเองอย่างแผ่วเบา ทั้งที่มันสั่นจนแทบไม่มีแรง
สองเดือนผ่านไป เขาคิดว่าทุกอย่างควรจะจบลงตั้งแต่วันที่ไล่เธอออกจากชีวิต ชายหนุ่มใช้ชีวิตเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทำงานหนักกว่าเดิม พยายามไม่คิดถึงคืนในโรงแรม ไม่คิดถึงสายตาที่เปื้อนน้ำตาคู่นั้น
แต่ยิ่งพยายามลืมความทรงจำกลับยิ่งชัด และแล้วเสียงหนึ่งก็ดังก้องขึ้นมาในหัวอีกครั้ง เหมือนมันไม่เคยหายไปไหน
“ทิชาท้อง มึงต้องรับผิดชอบ”
คำพูดของเมธัสในวันนี้กระแทกเข้ามาซ้ำๆ จนเขาต้องยกมือขึ้นกุมขมับแน่น
**ดฤณ (อ่านว่า ดะ-ริน)
**มิณทร์ทิชา (อ่านว่า มิน-ทิ-ชา)
มิณทร์ทิชาตัดสินใจเปิดโอกาสให้ดิวากรอีกครั้ง ทั้งสองเลือกเริ่มต้นใหม่ร่วมกัน ทิ้งอดีตที่เคยผิดพลาดไว้เบื้องหลัง และเก็บมันไว้เป็นบทเรียนของชีวิตในวันนี้ชายหนุ่มพาลูกสาวและหญิงสาวออกงานสังคมเป็นครั้งแรก หลังจากที่เขาหายหน้าไปจากสื่อมานานกว่าสองปี“พี่ดฤณใช่จริงๆ ด้วย รดาคิดว่าจำคนผิดซะอีก”ธีรดารีบเดินเข้ามาทักด้วยรอยยิ้มสดใส ไม่ได้เจอเขามาหลายปีแล้ว นับตั้งแต่วันที่อีกฝ่ายยกเลิกสัญญาและไม่ร่วมงานกันอีก“สวัสดีครับ” เขาทักกลับสุภาพ เกือบจะลืมชื่ออีกฝ่ายไปแล้ว“พี่ดฤณมากับใครคะ เสียดายจังที่เราไม่ได้ร่วมงานกันอีก” ธีรดาส่งยิ้มหวานให้เขา เพราะในใจยังคงมีความรู้สึกดีๆ อยู่“ปะป๊าขา แม่จ๋ามีหนุ่มๆ มองเยอะเลยค่ะ” เสียงใสของเดียร์น่าดังขึ้น ทำเอาคนแถวนั้นหันมามองทันทีเด็กน้อยสวมชุดกระโปรงสีกรมท่า แต่งตัวเข้ากับพ่อและแม่อย่างน่ารัก ธีรดาชะงักก่อนจะหันไปมองเด็กหญิงตัวเล็กอย่างตกใจ“เด็กที่ไหนคะ พี่ดฤณมีลูกตั้งแต่ตอนไหน” สายตาของหญิงสาวจับจ้องใบหน้าของเด็กน้อย ก่อนจะเหลือบไปเห็นผู้หญิงที่ยืนอยู่ด้านหลังและก็จำได้ทันทีเด็กคนนี้คือเด็กที่เคยเจอเมื่อสองปีก่อน ดิวากรยิ้มเล็กน้อยก่อนจะบอกลูกสาว“น
“ปะป๊าขา แม่จ๋าหลับไปนานจังเลย” เดียร์น่านั่งมองแม่ที่นอนหลับอยู่บนเตียงคนไข้ ตั้งแต่เมื่อวานเธอก็ยังไม่ตื่นขึ้นมาเล่นกับลูกสาวเลย“แม่จ๋าเหนื่อย ให้แม่พักผ่อนก่อนนะคะ” เขาลูบศีรษะลูกเบาๆสายตาของเขาหันกลับไปมองใบหน้าซีดเซียวของมิณทร์ทิชาอย่างเงียบงันสำหรับเขาแล้ว แค่เธอยังมีลมหายใจอยู่ก็ถือเป็นของขวัญที่มีค่าที่สุดแล้ว“ปะป๊าพาแม่จ๋ากับน้องกลับบ้านได้ไหมคะ” เดียร์น่าหันมองพ่ออีกครั้งก่อนจะถามเสียงเบา“บ้านไหนคะ”“บ้านที่เราเคยอยู่”“น้องไม่ชอบที่นี่เหรอ” เขามองลูกสาวอย่างสงสัย เด็กน้อยส่ายหน้าเบาๆ ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเศร้า“น้องอยากอยู่ใกล้ปะป๊าอยู่กับคุณลุงด้วย น้องไม่อยากไปโรงเรียนเพื่อนชอบล้อว่าน้องไม่มีพ่อ”คำพูดนั้นเหมือนมีอะไรบางอย่างบีบรัดหัวใจของชายหนุ่มทันที แต่ในจังหวะเดียวกันเปลือกตาของมิณทร์ทิชาค่อยๆ ขยับ ก่อนที่หญิงสาวจะเริ่มได้สติเธอได้ยินบทสนทนาของสองพ่อลูกอย่างชัดเจน คำพูดของลูกสาวทำให้หัวใจของคนเป็นแม่เจ็บหน่วง หญิงสาวกะพริบตาช้าๆ น้ำตาคลอขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว“เดียร์น่ากลับบ้านกับลุงดีกว่านะ” เมธัสเดินเข้ามาอุ้มหลานสาวขึ้นจากเก้าอี้ เด็กน้อยรีบกอดคอเขาไว้ทันที“น้องอ
ดิวากรนั่งรออยู่หน้าห้องผ่าตัดอย่างทรมาน เวลาผ่านไปช้าเสียจนเหมือนหยุดเดิน ทุกวินาทีหนักอึ้งราวกับมีอะไรทับอยู่บนอกเขาพยาบาลหลายคนวิ่งวุ่นเข้าออกห้องผ่าตัด สีหน้าเคร่งเครียด ทันใดนั้นเสียงหนึ่งก็ดังลอดออกมาจากด้านใน ทำให้ชาวาบไปทั้งตัว“หมอคะคนไข้หยุดหายใจแล้วค่ะ ปั๊มหัวใจไม่ขึ้นแล้ว”คำพูดนั้นเบา แต่กลับชัดเจนราวกับฟ้าผ่าลงกลางหัวใจเขา ดิวากรตัวแข็งทื่อน้ำตาไหลพรากออกมาโดยไม่รู้ตัว“เรายื้อสุดความสามารถแล้ว”เสียงนั้นยิ่งเหมือนตอกย้ำให้โลกทั้งใบของเขาพังทลาย ชายหนุ่มค่อยๆ ลุกขึ้น เดินไปหาลูกน้องที่ยืนเฝ้าอยู่ข้างๆ ก่อนจะหยิบปืนพกที่เหน็บอยู่ตรงเอวของอีกฝ่ายขึ้นมา“เจ้านาย!” ลูกน้องร้องตกใจชายหนุ่มกลับยกปืนขึ้นจ่อขมับตัวเอง มือของเขาสั่นเล็กน้อย น้ำตายังคงไหลไม่หยุด เขาอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีมิณทร์ทิชาอยู่ด้วย“เมียกูไม่อยู่แล้ว กูจะอยู่ไปทำไม” เสียงของเขาแตกพร่าไปหมด ลูกน้องรีบก้าวเข้ามาใกล้สีหน้าตกใจสุดขีด“เจ้านายยังมีลูกสาวอยู่นะครับ!”คำพูดนั้นทำให้เขาชะงักไปชั่วครู่ แต่เขากลับส่ายหน้าอย่างหมดแรง“ไม่มีทิชาก็ไม่มีความหมายอะไร ฮึก”เปรี๊ยะ!เสียงตบดังลั่นไปทั่วทางเดิน ศีรษะของดิวากรห
“แม่จ๋าน้องกลัวจัง” เดียร์กอดแม่แน่นตัวสั่นเล็กน้อย ดวงตากลมโตมองไปยังร่างชายสูงใหญ่หลายคนที่ยืนเฝ้าอยู่รอบๆ ห้อง“ไม่ต้องกลัวนะคะ แม่อยู่นี่ ไม่มีใครทำอะไรหนูได้” เธอกอดลูกสาวแน่น แม้หน้าอกจะเจ็บแปลบทุกครั้งที่หายใจ จากแรงกระแทกตอนรถตกข้างทาง แต่เธอก็ฝืนทำเป็นเข้มแข็ง ไม่ยอมให้ลูกเห็นความอ่อนแอ“เขาจะทำอะไรเราเหรอแม่จ๋า” เด็กน้อยถามเสียงสั่น“เดียร์อย่าหันไปมองนะคะ มองแค่หน้าแม่ก็พอ” เธอพูดพลางลูบศีรษะลูกเบาๆ แม้ในใจจะหวาดกลัวไม่ต่างกัน แต่ก็พยายามปลอบตัวเองให้ตั้งสติไว้ตลอดเวลาทันใดนั้นเสียงลูกบิดประตูถูกเปิดออก ทำให้ชายฉกรรจ์ที่ยืนเฝ้าต่างขยับตัวเล็กน้อยตามมาด้วยร่างสูงโปร่งของหญิงสาวคนหนึ่งที่ก้าวเข้ามาในห้องอย่างช้าๆ“คุณพิมาริน”หญิงสาวที่เพิ่งเดินเข้ามาหยุดฝีเท้า ก่อนจะหัวเราะเยาะเบาๆ จ้องมองสองแม่ลูกด้วยสายตาที่แสนเกลียดชัง เด็กผู้หญิงหน้าตาถอดแบบดิวากรออกมาเกือบ 100%“ยังจำชื่อฉันได้ด้วยเหรอ อีหน้าด้าน” น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม “แกแย่งแฟนฉันไป แล้วยังปล่อยท้องเพื่อจับผู้ชายอีก”สายตาของพิมารินเหลือบมองเด็กน้อยในอ้อมแขนของมิณทร์ทิชาด้วยความเกลียดชัง“คุณพูดอะไรข





