INICIAR SESIÓNตอนที่ 1 การกลับมา
กลิ่นก๋วยเตี๋ยวต้มยำหอมฟุ้งลอยมาแตะจมูกทันทีที่ องศา เหยียบเข้ามาในตลาดเช้าตำบลสระกระโจม เสียงจอแจของพ่อค้าแม่ขาย เสียงเจี๊ยวจ๊าวของเด็กนักเรียนที่กำลังวิ่งเล่นข้างร้านขายของชำ ทั้งหมดล้วนเป็นภาพที่คุ้นเคย ราวกับเมื่อสิบกว่าปีก่อนที่เขายังเป็นเด็กชายในชุดนักเรียนมัธยมปลาย ขี่จักรยานผ่านตรอกแคบ ๆ ตรงนี้ทุกวันเพื่อไปโรงเรียนบรรหาร ๑ ของอำเภอดอนเจดีย์
แต่นั่นคืออดีต ตอนนี้เขาไม่ได้เป็นเด็กหนุ่มไร้เดียงสาคนนั้นอีกต่อไปแล้ว...
องศา หรือ หมอองศา ชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาดี วัย 23 ปี ดีกรีนักเรียนเหรียญทองและบัณฑิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่เขาว่าสอบเข้าได้ยากเย็นนักหนานั่นแหละ องศาเป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า หมออนามัย กลับมารับหน้าที่ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพส่วนตำบลของบ้านเกิดหลังเรียบจบ
องศาเป็นลูกชายของยายสำลีที่สามีอย่างตาสมรักษ์นั้นมาด่วนจากไปตั้งแต่ลูกชายทั้งสองยังอยู่เพียงประถมเท่านั้น ฐานะไม่ได้ร่ำรวยมากมายอะไรแต่ก็พอมีที่นาทำกินอยู่ไม่น้อย ล้วนเกิดจากการเก็บเล็กผสมน้อยรวมถึงการถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 1 ของ ปลัดวายุ ผู้เป็นพี่ชายของหมอองศานั่นเอง
"เฮ้ย! ไอ้องศาใช่ไหมวะ!" เสียงแหลมสดใสดังขึ้นจากร้านก๋วยเตี๋ยวเจ๊แต๋วที่ตั้งอยู่ตรงหัวมุมถนน
องศาหันไปตามเสียง เห็นกลุ่มเพื่อนเก่าสมัยเรียนมัธยม 2-3 คน นั่งล้อมวงกันอยู่ข้างโต๊ะไม้เตี้ย ใบหน้าที่คุ้นเคยปรากฏรอยยิ้มกว้าง บางคนเปลี่ยนไปตามวัย บางคนก็ยังเหมือนเดิมไม่ผิดเพี้ยน
"ไอ้บอม! ไอ้ชิน! แก้ว!" องศาเอ่ยชื่อพวกเขาออกมาโดยไม่ต้องคิด เสียงหัวเราะทักทายกันตามประสาคนที่ไม่ได้เจอกันมานาน
"ไม่ได้เจอกันนานหลายปีเลยนะ" แก้วเอ่ยขึ้นพลางยกมือเรียกเจ๊แต๋วให้เอาเก้าอี้มาเพิ่ม "มานั่งก่อนดิ คิดถึงว่ะ"
"นี่มึงเป็นหมอเหรอวะ ใส่ชุดแบบนี้" บอมถามเพื่อนในตอนที่เอี้ยวหลังไปตักน้ำจากกระติกแบบบริการตัวเองของร้านเจ๊แต๋วมาให้กับคนมาใหม่
"ก็ประมาณนั้นนั่นแหละ" องศาตอบพร้อมรับน้ำมาดื่มและรอก๋วยเตี๋ยวเมนูเดิมโดยที่ไม่ต้องสั่ง
"กูมองมาตั้งแต่ต้นมะขามนู้น ก็คิดอยู่ว่าต้องใช่มึง กูดีใจยิ่งกว่าตอนรู้ว่าเลขท้ายออก 95 อีก!" องศาหัวเราะ เขาลากเก้าอี้มานั่งข้างเพื่อน หยิบแก้วน้ำเย็นขึ้นมาดื่มอีกครั้งพลางซึมซับความคุ้นเคยที่ไม่ได้สัมผัสมานาน
"ไม่อยากเชื่อเลยว่ามีหมออนามัยคนใหม่มาลงประจำที่นี่ แล้วดันเป็นมึงเนี่ยนะ" นั่นเพราะว่าตำบลบ้านเกิดของพวกเขานั้นค่อนข้างห่างไกลและทุรกันดารพอสมควร อีกทั้งสวัสดิการเจ้าหน้าที่รัฐก็ไม่ได้มากมายอะไรถ้าเทียบกับเอกชนแต่ต้องอยู่ห่างไกลจากบ้าน
"กูตั้งใจจะกลับมาอยู่บ้านอยู่แล้ว พี่กูก็อยู่ที่นี่ จะได้ช่วยกันดูแลแม่ด้วย อีกอย่างแกก็แก่แล้ว คงทำไร่อ้อยไร่มันไม่ไหวแล้วด้วย กูมาช่วยเขาดูน่ะ" องศาตอบเสียงเรียบ "อีกอย่างกูไม่ใช่หมอจริง ๆ สักหน่อย ก็แค่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขน่ะ"
"อ้าว! เหรอวะ แบบนี้ก็รักษาใครไม่ได้น่ะสิ" ชินถามซ้ำแฝงความนัย
"เออครับ กูน่ะรักษาใครไม่ได้ ก็เลยต้องอยู่โสด ๆ คนเดียวนี่แหละ พอใจมึงยัง" องศาตอบกลับก่อนได้รับเป็นเสียงหัวเราะดังลั่นทั้งโต๊ะเป็นสิ่งตอบแทน
"จะว่าไปตอนนี้รุ่นเราก็คงเหลือแค่พวกเรานี่แหละที่เรียนจบแล้วกลับมาทำงานที่บ้านน่ะ" ชินพูดพลางตักเส้นเข้าปาก "รุ่นเราไม่ค่อยมีใครกลับบ้านหรอก เขาไปทำงานที่อื่นกันหมด ค่าแรงมันมากกว่า เอ้อ! นอกจากพวกเราก็มีหนูดีอีกคน"
ชื่อที่ได้ยินทำให้อุณหภูมิในอกขององศาร้อนวูบขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว เขาชะงักเล็กน้อยก่อนจะแสร้งถามอย่างไม่ใส่ใจ
"หนูดี... ก็กลับมาแล้วเหรอ"
"อื้ม กลับมาตั้งแต่ปีที่แล้ว" แก้วตอบพลางพยักหน้า "แต่หนูดีไม่ได้เรียนต่อมหาวิทยาลัยนะ เขาอยู่ช่วยแม่ขายของกับเลี้ยงลูกอยู่บ้านน่ะ" องศาชะงักอีกครั้งเมื่อได้ยินคำตอบที่ไม่คิดว่าจะได้ยิน
"ลูก?" เขาถามย้ำอีกครั้งราวต้องการความแน่ใจว่าตัวเองไม่ได้หูฝาด
"อื้อ หนูดีน่ะมีลูกแล้วล่ะ เป็นเด็กผู้ชายชื่อพีท น่ารักดีนะ ฉันเคยเจออยู่ แก้มย้อยเลยเชียว คงกินเก่งน่าดู" แก้วเสริมขึ้นมาในขณะจิ้มลูกชิ้นเข้าปาก
"เออใช่ แต่พ่อเด็กไม่รู้ใครว่ะ เห็นว่าหนูดีไม่เคยพูดถึง ไม่เคยบอกใครเลย" แก้วที่เป็นผู้หญิงหนึ่งเดียวของกลุ่มทำเสียงปรามบอมทันที
"ไอ้บอม! อย่าไปพูดแบบนั้นเลย คนเรามีต้นทุนชีวิตไม่เท่ากันหรอกนะ ใครจะอยากมีลูกก่อนเวลา พวกมึงก็รู้นิสัยหนูดีดี เขาไม่ใช่คนแบบนั้นหรอก"
องศานิ่งฟังทุกถ้อยคำ เสียงรอบข้างเริ่มเบาลงเมื่อใจของเขาเริ่มโหมไฟร้อน ๆ ขึ้นมาทีละน้อย ไม่รู้ว่าเป็นความรู้สึกใดระหว่างความผิดหวัง เจ็บใจ หรือแค้นเคือง
นี่เธอ... แต่งงานมีลูกไปแล้วเหรอ?
ทั้ง ๆ ที่เขายังไม่มีใครเลยตั้งแต่วันนั้น และยังหวังให้พวกเขาได้กลับมาเจอกันอีกครั้งในเวลาที่เหมาะสม แต่ดูเหมือนว่าวันนั้นจะไม่มีวันมาถึงแล้ว องศากำมือแน่นใต้โต๊ะโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกที่เคยกดทับเอาไว้เริ่มผุดขึ้นมาทีละนิดเหมือนน้ำซึมตามรูแยกของเขื่อน
เธอทิ้งอนาคต ทิ้งความฝัน ทิ้งทุกอย่าง แล้วกลับมาในสภาพแบบนั้นเหรอ?
"ไอ้องศา! มึงโอเคไหมวะ" ชินเอ่ยถามพลางเหลือบตามองเขาเพราะดันนึกเรื่องในอดีตขึ้นมาได้ก็เกิดเป็นห่วงเพื่อนขึ้นมาทันที
"ฮะ! อ๋อ เออ" องศาสะดุ้งเบา ๆ ก่อนจะคลี่ยิ้มจาง ๆ "โอเคสิ ก็แค่แปลกใจนิดหน่อยน่ะ ไม่คิดว่าเธอจะกลับมาเร็วขนาดนี้" แก้วมองหน้าเขาแวบหนึ่งก่อนจะยิ้มบาง ๆ
"บางคนกลับมาเพราะไม่มีทางเลือกน่ะ หรือว่ามึง... ยังรู้สึกอยู่เหรอวะ" เขาไม่ตอบแต่เลือกที่จะก้มหน้าก้มตากินก๋วยเตี๋ยวในถ้วยต่อไป ท่ามกลางบรรยากาศเงียบงันที่ก่อตัวขึ้นมา
มันเป็นความจริงที่เขาเองก็ไม่อยากยอมรับว่าตัวเองยังคงรู้สึกอยู่จริง ๆ ตอนนี้เขาโกรธ... โกรธที่เธอทิ้งความฝัน โกรธที่เธอไม่มีอนาคตเหมือนที่เขาวาดฝันไว้ด้วยกัน โกรธที่เธอเดินทางชีวิตผิดพลาดโดยที่ไม่เปิดโอกาสให้เขามีส่วนร่วมในชีวิตของเธออีก
เขารู้ดีว่าอารมณ์พวกนี้มันไม่สมควรแต่ความจริงคือเขาไม่เคยยอมรับได้เลยว่าหนูดีเดินออกจากชีวิตเขาไปโดยไม่มีแม้แต่คำร่ำลา แต่เธอกลับมาพร้อมกับเด็กคนหนึ่งที่ไม่มีแม้แต่พ่อ แล้วจะให้เขาทำเป็นไม่รู้สึกอะไรเลยได้ยังไง
"มึง! มึงเริ่มงานวันไหนวะ ไปทำงานหรือยัง" บอมถามเปลี่ยนเรื่อง องศายกแก้วน้ำขึ้นจิบแล้วพูดเสียงเรียบ
"เริ่มงานพรุ่งนี้แหละ วันนี้เข้าไปดูมาแล้วก็ปรับปรุงดีขึ้นมากกว่าเมื่อก่อนเยอะอยู่นะ" แม้จะตอบเสียงเรียบนิ่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น หากแต่ในใจของเขามันเริ่มสั่นคลอนแล้ว
ตอนนี้ได้กลับมาอยู่บ้านในตำบลเล็ก ๆ เช่นนี้ ก็ไม่รู้เลยว่าตอนที่ได้เจอกันอีกครั้งเขาจะต้องแสดงสีหน้าแบบไหน ในเมื่อหัวใจของเขายังรู้สึกหวั่นไหวและยังไม่นิ่งอยู่อย่างนี้...
ภายในห้องตรวจอันอบอุ่นของอนามัยกลายเป็นที่พึ่งพิงยามฉุกเฉินของเด็กน้อยวัยสี่ขวบ พีทนอนตัวสั่นอยู่บนเตียงตรวจ ดวงตากลมโตที่เคยสดใสเริ่มปรือเพราะพิษไข้ ผิวแก้มแดงจัดและเสียงหายใจหอบ ๆ เรียกความห่วงใยจากผู้ใหญ่ในห้องโดยอัตโนมัติ"ตัวร้อนจัดเลยเนี่ย ทำไมปล่อยให้เป็นขนาดนี้แล้วถึงพามานะ" องศาเอ่ยเบา ๆ พลางใช้ปลายนิ้วแตะหน้าผากเด็กน้อยก่อนจะหยิบปรอทวัดไข้ขึ้นมาอย่างชำนาญ"แม่หนูดีกำลังขายของอยู่ครับ พีทอดทนไหว" เสียงของคนป่วยดังเบา ๆ ราวกับพยายามจะแก้ต่างแทนแม่ตัวเอง"อืม" องศาตอบในลำคอขณะหยิบยาลดไข้ เมื่อเดินกลับมาหาพีทแล้วให้อีกคนกินมันลงไปก่อนตบบ่าพีทเบา ๆ"เดี๋ยวก็หายแล้วครับ พีทเก่งที่สุดเลย อดทนไว้นะ" ถึงจะไม่ชอบหน้าแม่ของเด็กน้อยคนนี้เท่าไหร่ แต่ก็อดจะเอ็นดูและสงสารเจ้าก้อนน้อยบนเตียงผู้ป่วยนี้ไม่ได้จริง ๆ ไม่รู้ว่าหน้าตาเหมือนใคร ไม่เห็นจะไปทางแม่เลยสักนิด แต่ยิ่งมองกลับยิ่งรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาอย่างบอกไม่ถูก"พี่หมอ" เสียงเด็กน้อยที่อ่อนแรงแต่ยังมีประกายความอยากรู้อยากเห็นดังขึ้นเบา ๆ ทำเอาหมออนามัยหนุ่มสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนเลิกคิ้วถาม"หืม""พี่หมออายุเท่าไหร่เหรอครับ" องศาหลุดหัวเรา
ตอนที่ 3 แต่งตัวแบบนี้ขายของหรือขายอะไรห้องครัวหลังบ้านยามบ่ายเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของขนมปังอบใหม่ผสมกับกลิ่นเนยละมุนในอากาศที่คละคลุ้งอยู่รอบตัวหนูดี หลังจากได้รับการอบรมเมื่อครั้งก่อนเธอก็ตัดสินใจยืมเตาอบขนมเก่า ๆ จากเพื่อนบ้านมาลองทำขนมดูสักครั้ง เผื่อว่าจะขายได้หญิงสาวในชุดเสื้อยืดสีจืดและผ้ากันเปื้อนลายดอกไม้กำลังจัดเรียงบราวนี่ลงกล่องพลาสติกใสอย่างประณีตก่อนจะห่อด้วยริบบิ้นผูกอย่างเรียบร้อย เธอใช้กล้องมือถือเก่าตั้งกับขวดน้ำพลาสติกที่วางพิงกับกล่องข้าว เสียงพูดของเธอแผ่วเบาแต่พยายามให้ดูสดใส"วันนี้หนูดีมีบราวนี่สูตรโกโก้เข้มข้นนะคะ หอม ๆ ไม่หวานเกินไป เด็กกินได้ ผู้ใหญ่กินดีค่ะ กล่องละห้าสิบบาทเท่านั้น" ภาพบนจอกระตุกเล็กน้อย ไฟส่องหน้าก็แทบไม่มี จะมีเพียงแสงแดดยามบ่ายที่ลอดผ่านหน้าต่างเก่าเข้ามา เหงื่อที่ซึมตามกรอบหน้ายิ่งทำให้เธอดูเหนื่อยล้าแต่แววตามีประกายของความหวังบาง ๆ"ไอ้หนูดี! นี่แกกำลังไลฟ์อยู่เหรอ" เสียงเรียกของ พี่แป้ง สาวข้างบ้านวัยไล่เลี่ยกันที่มักเอาข้าวเอาน้ำมาฝากเสมอ เดินเข้ามายืนพิงกรอบประตู เรียกความสนใจจากคนที่กำลังไลฟ์ขายขนมได้เป็นอย่างดี"พี่ว่าแบบนี้คนไม่ดู
..แสงแดดยามสายส่องลอดหลังคาศาลาหมู่บ้านที่ใช้จัดประชุมกลุ่มแม่บ้าน เสียงพูดคุยจอแจของบรรดาผู้หญิงในชุมชนดังกระหึ่มตั้งแต่ยังไม่เริ่มงาน บางคนวางกระทงดอกไม้บนโต๊ะ บ้างก็นำขนมพื้นบ้านมาวางขายหวังเพิ่มรายได้เล็ก ๆ น้อย ๆ จากกิจกรรมวันนี้หนูดีเดินเข้ามาอย่างเกร็ง ๆ เด็กสาวในชุดเสื้อยืดสีจางกับกางเกงยีนธรรมดา สะพายกระเป๋าผ้าใบหนึ่ง มือหนึ่งจูงพีทที่กำลังจ้องมองด้วยดวงตาใสซื่อ"แม่ ๆ นั่นหนูดีรึเปล่า ที่บอกว่าได้ทุนไปเรียนกรุงเทพฯ น่ะ" เสียงกระซิบของหญิงวัยกลางคนดังพอให้คนรอบข้างได้ยิน ทำให้คนตรงนั้นหันไปมองยังคนมาใหม่เป็นตาเดียว"ใช่ ๆ นั่นแหละ" อีกเสียงเสริมก่อนจะพูดต่อ "แต่เรียนไม่จบนะ ไม่รู้ว่าแอบไปมีผัวตอนไหน ท้องไม่มีพ่อกลับมาน่ะ""แบบนี้ผู้ชายเขาไม่เอาน่ะสิ""ฉันก็ว่างั้นแหละ แต่เด็กนั่นหน้าตาน่ารักอยู่นะ น่าสงสารจัง" หนูดีได้ยินทุกคำนินทานั้นแต่ไม่ได้มองตอบ เธอก้มหน้าจูงพีทไปนั่งยังที่ว่างด้านหลังสุดของศาลา หัวใจเต้นแรงเพราะรู้ดีว่าในหมู่บ้านนี้ ข่าวลือแพร่กระจายเร็วยิ่งกว่าสัญญาณโทรศัพท์ เธอทำได้เพียงอดทนเท่านั้นเพราะว่าจุดประสงค์หลักของเธอในวันนี้คือการหาเงินหรือหารายได้เสริมเพ
ตอนที่ 2 คนที่ไม่ต้องการเจอเสียงกระทะกระทบกับตะหลิวดังขึ้นอย่างคุ้นเคยในร้านอาหารตามสั่งเล็ก ๆ ข้างบ้านไม้ยกพื้นสูงที่มีโต๊ะไม้อยู่ไม่กี่ตัว ร้านป้านวล ไม่ใช่ร้านใหญ่โตอะไรแต่ก็เป็นแหล่งรายได้หลักของครอบครัวเล็ก ๆ ของหนูดี แม่เลี้ยงเดี่ยววัย 23 ปี ที่กลับมาอาศัยบ้านเกิดหลังจากชีวิตในเมืองพังครืนขณะนั้นแดดช่วงสายเริ่มร้อน ป้านวลแม่ของหนูดีกำลังทอดไข่เจียวอยู่หน้าเตาอย่างคุ้นชิน หยดน้ำมันกระเด็นนิดหน่อยแต่หญิงวัยกลางคนก็เพียงยกแขนขึ้นป้องกัน ไม่ได้สะทกสะท้านอะไร"ยายนวลครับ พีทจัดโต๊ะเรียบร้อยแล้วนะฮะ" เสียงเล็ก ๆ ของน้องพีท เด็กชายวัยห้าขวบครึ่งดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มสดใส เด็กน้อยวิ่งมากอดขาคุณยายแน่น"โธ่! ลูก! เก่งจังเลยครับ ไม่ต้องมาช่วยยายหรอก หนูไปดูการ์ตูนเถอะลูก" ป้านวลเอ่ยพลางยีหัวหลานเบา ๆ "เดี๋ยววันนี้ยายทอดไข่เจียวให้กรอบพิเศษเลยนะ""เย่! น้องพีทชอบไข่เจียวกรอบ ๆ ของยายนวลมากที่สุดในสามโลกเลยฮะ" พีทยิ้มกว้างพร้อมเงยหน้าขึ้นมองคุณยายด้วยสายตาเปล่งประกายเสียงหัวเราะของสองยายหลานแว่วมาจนหนูดีที่กำลังล้างจานในอ่างต้องแอบอมยิ้มอยู่เงียบ ๆ แม้ภายนอกจะดูเป็นวันธรรมดาแต่ภายในหัวใจ
..เสียงฝีเท้าของเด็กน้อยที่วิ่งเต็มกำลังกระทบพื้นดินแฉะ ๆ ตรงลานวัดหน้าตลาดเช้าวันอาทิตย์ ทำเอาผู้คนหลายคนต้องชะงักมองเพราะกลัวว่าเจ้าตัวน้อยจะหกล้มหรือวิ่งออกถนนไปจนเกิดอันตราย และสิ่งที่พวกเขาคาดคิดก็เกิดขึ้นจนได้ปี๊นนนนเสียงแตรรถมอเตอร์ไซต์ดังลั่นก่อนจะตามมาด้วยเสียงเบรกที่ยาวมากเพราะเกือบชนเข้ากับเด็กน้อยที่วิ่งมาอย่างเร็ว"โอ๊ย!!!" เสียงเด็กน้อยร้องลั่นเพราะความเจ็บที่ล้มลงไปกองกับพื้น แต่โชคดีที่ไม่ถูกชนเพราะมีใครสักคนเข้ามาช่วยรั้งตัวเขาหลบออกมาได้ทัน"เจ็บตรงไหนบ้างหนู" เสียงนุ่มทุ้มของชายหนุ่มเรียกความสนใจของเด็กน้อยได้อย่างดี หากแต่ก่อนที่เขาจะตอบอะไรกลับไปก็ได้ยินเสียงเจ้าของมอเตอร์ไซค์ดังขึ้นมาเสียก่อน"ดูลูกยังไงวะ ปล่อยให้วิ่งเล่น ไม่ดูทางเลย" เด็กวัยรุ่นที่ดูจากทรงผมและการแต่งกายแล้วน่าจะไม่ได้เรียนเหมือนเด็กวัยเดียวกันพูดขึ้นมาด้วยความไม่พอใจ"พูดอย่างนี้ได้ไงไอ้หนู นี่มันไม่ใช่ที่ไว้ขี่รถเล่นเลยนะ แล้วขี่เร็วขนาดนี้ ไม่คิดว่าจะไปชนคนอื่นบ้างหรือไง" คนตัวสูงหันกลับไปดุเด็กคนนั้นทันควัน"ทำไมล่ะ! นี่มันรถของผม ชีวิตของผม" ว่าจบก็ขี่รถออกไปทั้งอย่างนั้น ทิ้งเอาไว้เพี
ตอนที่ 1 การกลับมากลิ่นก๋วยเตี๋ยวต้มยำหอมฟุ้งลอยมาแตะจมูกทันทีที่ องศา เหยียบเข้ามาในตลาดเช้าตำบลสระกระโจม เสียงจอแจของพ่อค้าแม่ขาย เสียงเจี๊ยวจ๊าวของเด็กนักเรียนที่กำลังวิ่งเล่นข้างร้านขายของชำ ทั้งหมดล้วนเป็นภาพที่คุ้นเคย ราวกับเมื่อสิบกว่าปีก่อนที่เขายังเป็นเด็กชายในชุดนักเรียนมัธยมปลาย ขี่จักรยานผ่านตรอกแคบ ๆ ตรงนี้ทุกวันเพื่อไปโรงเรียนบรรหาร ๑ ของอำเภอดอนเจดีย์แต่นั่นคืออดีต ตอนนี้เขาไม่ได้เป็นเด็กหนุ่มไร้เดียงสาคนนั้นอีกต่อไปแล้ว...องศา หรือ หมอองศา ชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาดี วัย 23 ปี ดีกรีนักเรียนเหรียญทองและบัณฑิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่เขาว่าสอบเข้าได้ยากเย็นนักหนานั่นแหละ องศาเป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า หมออนามัย กลับมารับหน้าที่ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพส่วนตำบลของบ้านเกิดหลังเรียบจบองศาเป็นลูกชายของยายสำลีที่สามีอย่างตาสมรักษ์นั้นมาด่วนจากไปตั้งแต่ลูกชายทั้งสองยังอยู่เพียงประถมเท่านั้น ฐานะไม่ได้ร่ำรวยมากมายอะไรแต่ก็พอมีที่นาทำกินอยู่ไม่น้อย ล้วนเกิดจากการเก็บเล็กผสมน้อยรวมถึงการถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 1 ของ ปลัดวายุ ผู้เป็นพี่ชายของหมอองศานั่น







