Beranda / โรแมนติก / ไม่เหลือเหตุผลจะรัก / แต่งตัวแบบนี้ขายของหรือขายอะไร(2)

Share

แต่งตัวแบบนี้ขายของหรือขายอะไร(2)

last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-12 21:04:34

ภายในห้องตรวจอันอบอุ่นของอนามัยกลายเป็นที่พึ่งพิงยามฉุกเฉินของเด็กน้อยวัยสี่ขวบ พีทนอนตัวสั่นอยู่บนเตียงตรวจ ดวงตากลมโตที่เคยสดใสเริ่มปรือเพราะพิษไข้ ผิวแก้มแดงจัดและเสียงหายใจหอบ ๆ เรียกความห่วงใยจากผู้ใหญ่ในห้องโดยอัตโนมัติ

"ตัวร้อนจัดเลยเนี่ย ทำไมปล่อยให้เป็นขนาดนี้แล้วถึงพามานะ" องศาเอ่ยเบา ๆ พลางใช้ปลายนิ้วแตะหน้าผากเด็กน้อยก่อนจะหยิบปรอทวัดไข้ขึ้นมาอย่างชำนาญ

"แม่หนูดีกำลังขายของอยู่ครับ พีทอดทนไหว" เสียงของคนป่วยดังเบา ๆ ราวกับพยายามจะแก้ต่างแทนแม่ตัวเอง

"อืม" องศาตอบในลำคอขณะหยิบยาลดไข้ เมื่อเดินกลับมาหาพีทแล้วให้อีกคนกินมันลงไปก่อนตบบ่าพีทเบา ๆ

"เดี๋ยวก็หายแล้วครับ พีทเก่งที่สุดเลย อดทนไว้นะ" ถึงจะไม่ชอบหน้าแม่ของเด็กน้อยคนนี้เท่าไหร่ แต่ก็อดจะเอ็นดูและสงสารเจ้าก้อนน้อยบนเตียงผู้ป่วยนี้ไม่ได้จริง ๆ ไม่รู้ว่าหน้าตาเหมือนใคร ไม่เห็นจะไปทางแม่เลยสักนิด แต่ยิ่งมองกลับยิ่งรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาอย่างบอกไม่ถูก

"พี่หมอ" เสียงเด็กน้อยที่อ่อนแรงแต่ยังมีประกายความอยากรู้อยากเห็นดังขึ้นเบา ๆ ทำเอาหมออนามัยหนุ่มสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนเลิกคิ้วถาม

"หืม"

"พี่หมออายุเท่าไหร่เหรอครับ" องศาหลุดหัวเราะเบา ๆ เพราะไม่คิดว่าจะได้ยินคำถามนี้จากพีท ก่อนจะตอบเพื่อให้เจ้าตัวหายสงสัย

"อายุเท่าแม่พีทนั่นแหละ ความจริงเธอต้องเรียกฉันว่าคุณลุงด้วยซ้ำนะ" เด็กน้อยดวงตาลุกวาวพยายามเบิกตากว้างเพราะความประหลาดใจ ทั้งที่ยังป่วยอยู่แต่ก็อยากคุยกับพี่หมอใจดีต่ออีกสักนิด

"โห! คุณลุงหมอ แบบนี้เหรอครับ" พีทพยักหน้าช้า ๆ แล้วเอียงคอมองเขา "แล้วคุณหมอเคยมีลูกไหมครับ" คำถามนี้ทำเอาองศาชะงักนิดหนึ่งก่อนจะยิ้มมุมปากอย่างไม่รู้ตัว

"ฮึ! ถามอะไรเนี่ย จะไปมีได้ไงล่ะ ฉันยังไม่มีภรรยาเลย" พีทกะพริบตาปริบ ๆ แล้วพูดอย่างจริงจัง

"ตั้งแต่เกิดมาพีทไม่เคยมีพ่อเลย คุณหมอเป็นพ่อให้พีทได้ไหมครับ" องศาเบิกตากว้างนิดหนึ่ง ก่อนจะยิ้มจาง ๆ อย่างไม่ทันตั้งตัว "ได้ไหมครับ คุณลุงหมอมาเป็นพ่อให้พีทเถอะนะ พีทอยากมีพ่อเหมือนต้าข้างบ้านครับ"

คำพูดตรง ๆ ซื่อ ๆ ทำเอาอกขององศาแน่นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เขาหันไปมองเด็กชายตรงหน้า ก่อนเห็นใบหน้าเล็ก ๆ มีอะไรบางอย่างคุ้นตาในความทรงจำ

"แล้วพ่อของพีทไปอยู่ไหนล่ะ" เขาถามเสียงเบาอย่างอยากรู้ เพราะเพื่อน ๆ บอกเขาว่าไม่มีใครรู้เรื่องพ่อของเจ้าเด็กนี่มาก่อนเลย เขาก็ยิ่งสงสัยว่าคนแบบไหนกันถึงกล้าปล่อยให้ลูกกับเมียตัวเองอยู่กันตามลำพังแบบลำบากอย่างนี้

แต่เด็กชายกลับส่ายหน้า

"พีทก็ไม่รู้เหมือนกันครับ แม่ไม่เคยบอกเลย" เด็กน้อยตอบพร้อมกับหันมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยแววตาเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด ทำเอาคนมองถึงกับสงสาร

องศาเม้มปากก่อนจะถอนหายใจเงียบ ๆ แล้วพูดอย่างแผ่วเบา

"แบบนั้นเองเหรอ แม่ของพีทอาจจะมีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้บอกพีทไม่ได้ก็ได้นะ" ประโยคสุดท้ายนั้นไม่รู้ว่าเขาพูดให้ตัวเองฟังหรือพูดเพื่อให้เด็กเข้าใจสถานการณ์กันแน่ องศารู้สึกสับสนขึ้นมาแล้วเหมือนกัน

ก๊อก ๆ ๆ

เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำลายความเงียบขนาดย่อม ๆ ลง ก่อนที่มันจะเปิดอย่างช้า ๆ ตามด้วยเสียงฝีเท้าของใครบางคนที่ดังขึ้น

"องศา! องศาอยู่หรือเปล่าลูก!" เสียงแหลมหูแต่กลับอบอุ่นของผู้หญิงวัยกลางคนดังขึ้นมาจากด้านนอก ก่อนจะโผล่เข้ามาพร้อมกับร่มเปียกฝนและใบหน้าที่เคร่งเครียด

"แม่" องศาหันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ "แม่มาทำอะไรที่นี่ครับ ฝนตกหนักเลยนะเนี่ย มาได้ยังไง" เสียงเข้มของความเป็นห่วงปนดุเบา ๆ ทำให้คนเป็นแม่อดจะยิ้มไม่ได้

"มากับเจ้าวายุน่ะ แม่เห็นว่าฝนตกหนักก็กลัวลูกจะกลับเองไม่ได้ เดี๋ยวไม่สบายเข้า" หญิงวัยกลางคนมองข้ามลูกชายไปยังเด็กน้อยที่นอนอยู่บนเตียง ก่อนจะหันกลับไปที่หน้าห้องตรวจและสายตาได้ไปหยุดอยู่ที่หญิงสาวซึ่งนั่งเงียบ ๆ อยู่ตรงเก้าอี้หน้าห้องตรวจ

แน่นอนว่าแววตาของเธอกลับแปรเปลี่ยนไปในทันทีอย่างไม่ปิดบัง

"เธอมาทำไมที่นี่" แม่ขององศาขบกรามแน่นก่อนจะเดินออกมา เมื่อประตูห้องปิดลงแล้วมือเหี่ยวย่นก็จับที่แขนของหญิงสาวแล้วรั้งตัวของเจ้าตัวออกมายังด้านหน้าอนามัย ทิ้งให้ลูกชายทำหน้าที่ของตัวเองต่อในห้อง "นี่เธอยังไม่คิดจะเลิกยุ่งกับลูกชายฉันอีกเหรอ"

หนูดีจ้องมองอีกคนด้วยดวงตาสั่นระริกแต่พยายามตั้งมั่น

"ฉันไม่ได้ยุ่งกับใครทั้งนั้นค่ะ ฉันแค่พาลูกมาหาหมอเท่านั้น ป้าเข้าใจผิดแล้ว" เธอกัดฟันพูดพร้อมกับดึงมือของอีกคนที่จับแขนเธอออก

"อย่ามาแก้ตัวเลย ดูสารรูปของเธอตอนนี้ซะก่อน แต่งตัวแบบนี้ยังบอกไม่คิดจะอ่อยใคร แล้วใครเขาจะเชื่อ" แม่ขององศาเสียงเฉียบ

"..." หนูดีเอาผ้าขนหนูห่อตัวเองจนมิดชิดอีกครั้งด้วยความอายนิดหน่อย และไม่รู้จะเถียงอีกคนอย่างไรกับเรื่องนี้

"แล้วเรื่องเด็กนี่หมายความว่าไง ไม่ใช่ว่าฉันให้เงินเธอไปจัดการมันแล้วเหรอ" หนูดีชะงักเล็กน้อย ใจร่วงจนตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าฝ่ามือ

"เขาเป็นลูกของฉันคนเดียวค่ะ ป้าไม่ต้องห่วงหรอก ไม่ต้องรับผิดชอบ ไม่ต้องคิดอะไรทั้งนั้น ฉันเลี้ยงเขาเองได้!" น้ำเสียงของหญิงสาวและแววตาที่ส่งไปให้หญิงกลางคนนั้นบ่งบอกอย่างแน่วแน่แล้วว่าเธอทำได้อย่างที่พูดจริง ๆ เธอไม่ต้องการจะรบกวนใครทั้งนั้น

ในจังหวะนั้นปลัดวายุที่เดินตามมาทีหลังเพราะเอารถไปจอดก็มายืนอยู่ปลายทางเดินในจุดที่ได้ยินบทสนทนาสำคัญตอนท้ายอย่างชัดเจน

ชายหนุ่มหยุดนิ่ง ริมฝีปากเม้มแน่น ใบหน้าเคร่งเครียดทันที เขาเงียบและไม่เอ่ยอะไรออกมาเลยสักคำพร้อมกับความสงสัยมากมายที่เต็มอยู่ในหัว ขณะที่ดวงตาจับจ้องไปที่หญิงสาวซึ่งก้มหน้านิ่งและแม่ของเขาก็มีสีหน้าที่ไม่ลดละแม้แต่น้อย

ต่อมาประตูห้องตรวจถูกเปิดออกก่อนที่องศาจะมองแม่ของเขาและหนูดีที่ยืนประจันหน้ากันอยู่ตรงนั้น

"มีอะไรกันหรือเปล่าครับ" เขาถาม ทำให้คนเป็นแม่เปลี่ยนสีหน้าอย่างรวดเร็วและเดินกลับมาหาลูกชายทันที

"เปล่าจ้ะ ไม่มีอะไรหรอกลูก คุยกันธรรมดาตามประสานั่นแหละ" เธอส่งยิ้มอ่อนโยน ก่อนจับแขนขององศาและพูดต่อ "แล้วนี่เรียบร้อยหรือยังล่ะ ได้เวลาเลิกงานแล้วนะลูก"

"เรียบร้อยแล้วครับ เดี๋ยวเธอไปรับยาที่พี่เอ๋ได้เลยนะ" ประโยคแรกพูดกับแม่ส่วนประโยคหลังหันมาพูดกับหญิงสาวที่แต่งตัวเรียบร้อยกว่าตอนแรกนิดหน่อยด้วยน้ำเสียงเข้ม จนคนฟังรู้สึกได้ถึงความไม่พอใจ

"แม่ครับ หนูหนาว หนูปวดหัวมากเลย" หนูดีรีบเดินไปหาลูกชายทันทีที่ได้ยิน

"อดทนอีกนิดนะลูก เดี๋ยวแม่ไปเอายาแล้วเรากลับบ้านกันนะ" เด็กน้อยพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนเดินลงจากเตียงและยืนเคียงข้างแม่ของตัวเอง

แม่ขององศายังคงมองหญิงสาวนิ่งด้วยแววตารังเกียจ ในขณะที่ปลัดวายุเดินเข้ามาเงียบ ๆ แล้วทักทายขึ้นด้วยน้ำเสียงปกติราวกับไม่เคยได้ยินอะไรมาก่อน

"แม่ กลับบ้านกันเถอะ" แม้แววตาจะสงบ แต่ภายในใจเขานั้นกลับเต็มไปด้วยคำถามที่เริ่มก่อตัวขึ้นทุกวินาที...

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ไม่เหลือเหตุผลจะรัก   แต่งตัวแบบนี้ขายของหรือขายอะไร(2)

    ภายในห้องตรวจอันอบอุ่นของอนามัยกลายเป็นที่พึ่งพิงยามฉุกเฉินของเด็กน้อยวัยสี่ขวบ พีทนอนตัวสั่นอยู่บนเตียงตรวจ ดวงตากลมโตที่เคยสดใสเริ่มปรือเพราะพิษไข้ ผิวแก้มแดงจัดและเสียงหายใจหอบ ๆ เรียกความห่วงใยจากผู้ใหญ่ในห้องโดยอัตโนมัติ"ตัวร้อนจัดเลยเนี่ย ทำไมปล่อยให้เป็นขนาดนี้แล้วถึงพามานะ" องศาเอ่ยเบา ๆ พลางใช้ปลายนิ้วแตะหน้าผากเด็กน้อยก่อนจะหยิบปรอทวัดไข้ขึ้นมาอย่างชำนาญ"แม่หนูดีกำลังขายของอยู่ครับ พีทอดทนไหว" เสียงของคนป่วยดังเบา ๆ ราวกับพยายามจะแก้ต่างแทนแม่ตัวเอง"อืม" องศาตอบในลำคอขณะหยิบยาลดไข้ เมื่อเดินกลับมาหาพีทแล้วให้อีกคนกินมันลงไปก่อนตบบ่าพีทเบา ๆ"เดี๋ยวก็หายแล้วครับ พีทเก่งที่สุดเลย อดทนไว้นะ" ถึงจะไม่ชอบหน้าแม่ของเด็กน้อยคนนี้เท่าไหร่ แต่ก็อดจะเอ็นดูและสงสารเจ้าก้อนน้อยบนเตียงผู้ป่วยนี้ไม่ได้จริง ๆ ไม่รู้ว่าหน้าตาเหมือนใคร ไม่เห็นจะไปทางแม่เลยสักนิด แต่ยิ่งมองกลับยิ่งรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาอย่างบอกไม่ถูก"พี่หมอ" เสียงเด็กน้อยที่อ่อนแรงแต่ยังมีประกายความอยากรู้อยากเห็นดังขึ้นเบา ๆ ทำเอาหมออนามัยหนุ่มสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนเลิกคิ้วถาม"หืม""พี่หมออายุเท่าไหร่เหรอครับ" องศาหลุดหัวเรา

  • ไม่เหลือเหตุผลจะรัก   3 แต่งตัวแบบนี้ขายของหรือขายอะไร

    ตอนที่ 3 แต่งตัวแบบนี้ขายของหรือขายอะไรห้องครัวหลังบ้านยามบ่ายเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของขนมปังอบใหม่ผสมกับกลิ่นเนยละมุนในอากาศที่คละคลุ้งอยู่รอบตัวหนูดี หลังจากได้รับการอบรมเมื่อครั้งก่อนเธอก็ตัดสินใจยืมเตาอบขนมเก่า ๆ จากเพื่อนบ้านมาลองทำขนมดูสักครั้ง เผื่อว่าจะขายได้หญิงสาวในชุดเสื้อยืดสีจืดและผ้ากันเปื้อนลายดอกไม้กำลังจัดเรียงบราวนี่ลงกล่องพลาสติกใสอย่างประณีตก่อนจะห่อด้วยริบบิ้นผูกอย่างเรียบร้อย เธอใช้กล้องมือถือเก่าตั้งกับขวดน้ำพลาสติกที่วางพิงกับกล่องข้าว เสียงพูดของเธอแผ่วเบาแต่พยายามให้ดูสดใส"วันนี้หนูดีมีบราวนี่สูตรโกโก้เข้มข้นนะคะ หอม ๆ ไม่หวานเกินไป เด็กกินได้ ผู้ใหญ่กินดีค่ะ กล่องละห้าสิบบาทเท่านั้น" ภาพบนจอกระตุกเล็กน้อย ไฟส่องหน้าก็แทบไม่มี จะมีเพียงแสงแดดยามบ่ายที่ลอดผ่านหน้าต่างเก่าเข้ามา เหงื่อที่ซึมตามกรอบหน้ายิ่งทำให้เธอดูเหนื่อยล้าแต่แววตามีประกายของความหวังบาง ๆ"ไอ้หนูดี! นี่แกกำลังไลฟ์อยู่เหรอ" เสียงเรียกของ พี่แป้ง สาวข้างบ้านวัยไล่เลี่ยกันที่มักเอาข้าวเอาน้ำมาฝากเสมอ เดินเข้ามายืนพิงกรอบประตู เรียกความสนใจจากคนที่กำลังไลฟ์ขายขนมได้เป็นอย่างดี"พี่ว่าแบบนี้คนไม่ดู

  • ไม่เหลือเหตุผลจะรัก   คนที่ไม่ต้องการเจอ(2)

    ..แสงแดดยามสายส่องลอดหลังคาศาลาหมู่บ้านที่ใช้จัดประชุมกลุ่มแม่บ้าน เสียงพูดคุยจอแจของบรรดาผู้หญิงในชุมชนดังกระหึ่มตั้งแต่ยังไม่เริ่มงาน บางคนวางกระทงดอกไม้บนโต๊ะ บ้างก็นำขนมพื้นบ้านมาวางขายหวังเพิ่มรายได้เล็ก ๆ น้อย ๆ จากกิจกรรมวันนี้หนูดีเดินเข้ามาอย่างเกร็ง ๆ เด็กสาวในชุดเสื้อยืดสีจางกับกางเกงยีนธรรมดา สะพายกระเป๋าผ้าใบหนึ่ง มือหนึ่งจูงพีทที่กำลังจ้องมองด้วยดวงตาใสซื่อ"แม่ ๆ นั่นหนูดีรึเปล่า ที่บอกว่าได้ทุนไปเรียนกรุงเทพฯ น่ะ" เสียงกระซิบของหญิงวัยกลางคนดังพอให้คนรอบข้างได้ยิน ทำให้คนตรงนั้นหันไปมองยังคนมาใหม่เป็นตาเดียว"ใช่ ๆ นั่นแหละ" อีกเสียงเสริมก่อนจะพูดต่อ "แต่เรียนไม่จบนะ ไม่รู้ว่าแอบไปมีผัวตอนไหน ท้องไม่มีพ่อกลับมาน่ะ""แบบนี้ผู้ชายเขาไม่เอาน่ะสิ""ฉันก็ว่างั้นแหละ แต่เด็กนั่นหน้าตาน่ารักอยู่นะ น่าสงสารจัง" หนูดีได้ยินทุกคำนินทานั้นแต่ไม่ได้มองตอบ เธอก้มหน้าจูงพีทไปนั่งยังที่ว่างด้านหลังสุดของศาลา หัวใจเต้นแรงเพราะรู้ดีว่าในหมู่บ้านนี้ ข่าวลือแพร่กระจายเร็วยิ่งกว่าสัญญาณโทรศัพท์ เธอทำได้เพียงอดทนเท่านั้นเพราะว่าจุดประสงค์หลักของเธอในวันนี้คือการหาเงินหรือหารายได้เสริมเพ

  • ไม่เหลือเหตุผลจะรัก   2 คนที่ไม่ต้องการเจอ

    ตอนที่ 2 คนที่ไม่ต้องการเจอเสียงกระทะกระทบกับตะหลิวดังขึ้นอย่างคุ้นเคยในร้านอาหารตามสั่งเล็ก ๆ ข้างบ้านไม้ยกพื้นสูงที่มีโต๊ะไม้อยู่ไม่กี่ตัว ร้านป้านวล ไม่ใช่ร้านใหญ่โตอะไรแต่ก็เป็นแหล่งรายได้หลักของครอบครัวเล็ก ๆ ของหนูดี แม่เลี้ยงเดี่ยววัย 23 ปี ที่กลับมาอาศัยบ้านเกิดหลังจากชีวิตในเมืองพังครืนขณะนั้นแดดช่วงสายเริ่มร้อน ป้านวลแม่ของหนูดีกำลังทอดไข่เจียวอยู่หน้าเตาอย่างคุ้นชิน หยดน้ำมันกระเด็นนิดหน่อยแต่หญิงวัยกลางคนก็เพียงยกแขนขึ้นป้องกัน ไม่ได้สะทกสะท้านอะไร"ยายนวลครับ พีทจัดโต๊ะเรียบร้อยแล้วนะฮะ" เสียงเล็ก ๆ ของน้องพีท เด็กชายวัยห้าขวบครึ่งดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มสดใส เด็กน้อยวิ่งมากอดขาคุณยายแน่น"โธ่! ลูก! เก่งจังเลยครับ ไม่ต้องมาช่วยยายหรอก หนูไปดูการ์ตูนเถอะลูก" ป้านวลเอ่ยพลางยีหัวหลานเบา ๆ "เดี๋ยววันนี้ยายทอดไข่เจียวให้กรอบพิเศษเลยนะ""เย่! น้องพีทชอบไข่เจียวกรอบ ๆ ของยายนวลมากที่สุดในสามโลกเลยฮะ" พีทยิ้มกว้างพร้อมเงยหน้าขึ้นมองคุณยายด้วยสายตาเปล่งประกายเสียงหัวเราะของสองยายหลานแว่วมาจนหนูดีที่กำลังล้างจานในอ่างต้องแอบอมยิ้มอยู่เงียบ ๆ แม้ภายนอกจะดูเป็นวันธรรมดาแต่ภายในหัวใจ

  • ไม่เหลือเหตุผลจะรัก   การกลับมา(2)

    ..เสียงฝีเท้าของเด็กน้อยที่วิ่งเต็มกำลังกระทบพื้นดินแฉะ ๆ ตรงลานวัดหน้าตลาดเช้าวันอาทิตย์ ทำเอาผู้คนหลายคนต้องชะงักมองเพราะกลัวว่าเจ้าตัวน้อยจะหกล้มหรือวิ่งออกถนนไปจนเกิดอันตราย และสิ่งที่พวกเขาคาดคิดก็เกิดขึ้นจนได้ปี๊นนนนเสียงแตรรถมอเตอร์ไซต์ดังลั่นก่อนจะตามมาด้วยเสียงเบรกที่ยาวมากเพราะเกือบชนเข้ากับเด็กน้อยที่วิ่งมาอย่างเร็ว"โอ๊ย!!!" เสียงเด็กน้อยร้องลั่นเพราะความเจ็บที่ล้มลงไปกองกับพื้น แต่โชคดีที่ไม่ถูกชนเพราะมีใครสักคนเข้ามาช่วยรั้งตัวเขาหลบออกมาได้ทัน"เจ็บตรงไหนบ้างหนู" เสียงนุ่มทุ้มของชายหนุ่มเรียกความสนใจของเด็กน้อยได้อย่างดี หากแต่ก่อนที่เขาจะตอบอะไรกลับไปก็ได้ยินเสียงเจ้าของมอเตอร์ไซค์ดังขึ้นมาเสียก่อน"ดูลูกยังไงวะ ปล่อยให้วิ่งเล่น ไม่ดูทางเลย" เด็กวัยรุ่นที่ดูจากทรงผมและการแต่งกายแล้วน่าจะไม่ได้เรียนเหมือนเด็กวัยเดียวกันพูดขึ้นมาด้วยความไม่พอใจ"พูดอย่างนี้ได้ไงไอ้หนู นี่มันไม่ใช่ที่ไว้ขี่รถเล่นเลยนะ แล้วขี่เร็วขนาดนี้ ไม่คิดว่าจะไปชนคนอื่นบ้างหรือไง" คนตัวสูงหันกลับไปดุเด็กคนนั้นทันควัน"ทำไมล่ะ! นี่มันรถของผม ชีวิตของผม" ว่าจบก็ขี่รถออกไปทั้งอย่างนั้น ทิ้งเอาไว้เพี

  • ไม่เหลือเหตุผลจะรัก   1 การกลับมา

    ตอนที่ 1 การกลับมากลิ่นก๋วยเตี๋ยวต้มยำหอมฟุ้งลอยมาแตะจมูกทันทีที่ องศา เหยียบเข้ามาในตลาดเช้าตำบลสระกระโจม เสียงจอแจของพ่อค้าแม่ขาย เสียงเจี๊ยวจ๊าวของเด็กนักเรียนที่กำลังวิ่งเล่นข้างร้านขายของชำ ทั้งหมดล้วนเป็นภาพที่คุ้นเคย ราวกับเมื่อสิบกว่าปีก่อนที่เขายังเป็นเด็กชายในชุดนักเรียนมัธยมปลาย ขี่จักรยานผ่านตรอกแคบ ๆ ตรงนี้ทุกวันเพื่อไปโรงเรียนบรรหาร ๑ ของอำเภอดอนเจดีย์แต่นั่นคืออดีต ตอนนี้เขาไม่ได้เป็นเด็กหนุ่มไร้เดียงสาคนนั้นอีกต่อไปแล้ว...องศา หรือ หมอองศา ชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาดี วัย 23 ปี ดีกรีนักเรียนเหรียญทองและบัณฑิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่เขาว่าสอบเข้าได้ยากเย็นนักหนานั่นแหละ องศาเป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า หมออนามัย กลับมารับหน้าที่ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพส่วนตำบลของบ้านเกิดหลังเรียบจบองศาเป็นลูกชายของยายสำลีที่สามีอย่างตาสมรักษ์นั้นมาด่วนจากไปตั้งแต่ลูกชายทั้งสองยังอยู่เพียงประถมเท่านั้น ฐานะไม่ได้ร่ำรวยมากมายอะไรแต่ก็พอมีที่นาทำกินอยู่ไม่น้อย ล้วนเกิดจากการเก็บเล็กผสมน้อยรวมถึงการถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 1 ของ ปลัดวายุ ผู้เป็นพี่ชายของหมอองศานั่น

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status