LOGINท่ามกลางความเงียบงันมีเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสาน บัณฑูรย์โอบรัดแผ่นหลังจนเต้านมอวบเต่งตึงของเธอแนบชิดไปกับแผงอกกว้าง มือหนาเริ่มซุกซนไปตามสะโพกและก้นงามงอนของเธอ
ปลุกเร้าสัญชาตญาณที่ศรัญพัชญ์พยายามสะกดกลั้นไว้มาโดยตลอด สุดท้ายเธอก็รวบรวมสติที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด จำใจเอ่ยเงื่อนไขสุดท้ายออกไป
“คุณบัณฑูรย์คะ... ฉันจะยอมคุณทุกอย่าง แต่ขอแค่อย่างเดียว” ศรัญพัชญ์กระซิบเสียงสั่นพร่าขณะที่เขากำลังซุกไซ้ซอกคอ บัณฑูรย์ชะงักเพียงครู่ เขากดจูบหนักๆ ลงบนไหล่เนียนแทนคำรับรู้ ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่า
“อะไรเหรอครับ... คุณรัญ?”
“คุณห้ามสอดใส่เด็ดขาด... ฉันไม่อยากรู้สึกผิดไปมากกว่านี้แล้ว” คำขอของเธอแฝงไปด้วยความหวาดหวั่นลึกๆ ภายใต้ท่าทีโอนอ่อนศรัญพัชญ์กลับต้องเผชิญกับพายุทางอารมณ์ที่ตีรวนอยู่ในอก
ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีดั่งพันธนาการเส้นหนาที่คอยฉุดรั้งเธอไว้ ภาพใบหน้าของบุพการีและความคาดหวังของครอบครัวแวบเข้ามาในห้วงคำนึง
สติสัมปชัญญะส่วนหนึ่งกู่ร้องเตือนว่าสิ่งที่ทำอยู่นี้คือความเหลวแหลกที่เธอไม่ควรจะก้าวล่วงทำซ้ำอีก
คำพูดนั้นทำให้บัณฑูรย์คลี่ยิ้มบางที่มุมปาก บัณฑูรย์ไม่ตอบในทันที เขาคลี่ยิ้มบางที่มุมปากอย่างผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่า ก่อนจะประคองใบหน้าสวยให้สบตาเขาตรงๆ แววตาของเขาเข้มจัดจนดูคล้ายหลุมพรางที่ยากจะปีนป่ายขึ้นมาได้
“คุณอย่ามองว่ามันเป็นเรื่องผิดสิครับ... ในเมื่อเราไม่ได้ทำร้ายใคร” เขาโน้มหน้าลงมาจนหน้าผากจรดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากบางอย่างจงใจ
“ลืมโลกภายนอก ลืมกฎเกณฑ์ทุกอย่างทิ้งไป... คืนนี้มีเพียงแค่ผมกับคุณ ทุกอย่างจะจบลงแค่ที่นี่ และผมจะไม่เรียกร้องผูกพันใดๆ กับคุณทั้งสิ้น”
“รวมถึง... การนอกใจแฟนด้วยเหรอคะ?” คำถามนั้นหลุดออกมาพร้อมความไหวระริกในดวงตา
“คุณโตพอที่จะตัดสินใจเลือกคู่ครองด้วยตัวคุณเองแล้วนะครับ และสิ่งที่คุณต้องการมันก็ไม่ใช่ความผิดอะไรเลย...เชื่อผมซิ” คำพูดของเขาทำให้หัวใจที่เต้นรัวของเธอสะดุด
“ถ้าจะเรียกว่านอกใจ คุณก็คงนอกใจเขาตั้งแต่ที่คุณยอมคบหากับคนที่พ่อแม่เลือกให้แล้วล่ะครับ” คำพูดของเขาเหมือนมีดคมที่กรีดลงบนแผลในใจ
ยิ่งเธอพยายามยึดมั่นในกรอบศีลธรรมเท่าไร สัมผัสจากฝ่ามือร้อนผ่าวของบัณฑูรย์ที่กำลังจาบจ้วงนวดเฟ้นไปตามเรือนร่างและสะโพกอวบกลมกลึงนั้น กลับทำหน้าที่ดั่งกองเพลิงที่คอยเผาผลาญความยับยั้งชั่งใจให้มอดไหม้ไปทีละน้อย แรงปรารถนาที่เขาจุดขึ้นมันช่างรุนแรงและหอมหวานเสียจนมโนธรรมที่เคยตระหนักลางเลือนลงเรื่อย ๆ
“สิ่งที่เรากำลังทำอยู่... มันก็แค่การปลดปล่อยตัวตนจากพันธนาการที่น่าอึดอัด ให้ร่างกายได้สัมผัสกับความสุขสมที่ควรจะเป็น... เชื่อผมเถอะครับ” ศรัญพัชญ์กำลังสับสนระหว่างความถูกต้องกับความต้องการ ที่อัดอั้นอยู่ภายในใจ กำแพงแห่งความรู้สึกผิดที่เธอได้ก่อไว้ก็เริ่มพังทลายลงราบคาบด้วยคำหว่านล้อมอันแสนร้ายกาจนั้น เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวแรงไปกับกิเลสตรงหน้าที่เธอไม่อยากปฏิเสธอีกต่อไป
“ค่ะ...” สิ้นเสียงตอบรับที่แผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของสายลม บัณฑูรย์ก็เริ่มบรรเลงบทเพลงรักอย่างเหนือชั้น ฝ่ามือร้อนผ่าวเริ่มทำหน้าที่นวดเฟ้น มอบสัมผัสหนักสลับเบาปลุกเร้าอารมณ์ดิบเถื่อนที่ซ่อนอยู่ภายในจนเธอสั่นเทิ้มไปทั้งกาย เขาใช้ความเจนจัดกรีดกรายสัมผัสผ่านจุดอ่อนไหวภายนอกอย่างช่ำชอง ก่อนจะโน้มกายลงมามอบจูบที่ดูดดื่มและเร่าร้อน จนศรัญพัชญ์แทบจะสำลักความสุขที่พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว
เรียวลิ้นร้อนระอุเกี่ยวกระหวัดรัดรึง หยอกเย้าพัวพันกับลิ้นเล็กอย่างช่ำชอง บัณฑูรย์ดูดดึงจิตวิญญาณของเธอให้หลุดลอยไปพร้อมกับลมหายใจที่เริ่มติดขัดและขาดห้วง ในขณะที่เขามอบจูบให้เธออย่างหนักหน่วงและดูดดื่ม มือหนาก็ไม่ปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปโดยไร้ความหมาย ก่อนจะเอื้อมไปรั้งชุดเดรสเกาะอกให้เลื่อนหลุดจากเต้านมอวบเต่งตึงที่ซุกซ่อนเอาไว้ พริบตาเดียวอาภรณ์นั้นก็ลงไปกองอยู่ที่บั้นเอวคอดกิ่ว เปิดเปลือยความงามของประทุมถันที่เหนือจินตนาการของบัณฑูรย์
ไฮโซหนุ่มถึงกับชะงักงัน แววตาคมกริบที่เคยเยือกเย็นกลับฉายแววตะลึงพรึงเพริดในสิ่งที่เห็น แสงสว่างรำไรที่ลอดผ่านความสลัวอาบไล้ลงบนผิวกายขาวผุดผ่องราวน้ำนม ทรวงอกอิ่มสล้างที่ซ่อนตัวอยู่ภายใต้บราเซียปีกนกสีขาวตัวจิ๋วกำลังสั่นกระเพื่อมตามแรงสะท้อนของจังหวะหอบหายใจ ความอวบอัดกลมกลึงที่ล้นทะลักออกมานั้นยั่วยวนจนเขาต้องลอบกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก ลืมสิ้นทุกอย่างนอกจากร่างอวบอิ่มที่กำลังเต้นเร้าอยู่ตรงหน้า
“คุณสวยเหลือเกิน... สวยจนผมแทบหยุดหายใจ” บัณฑูรย์พึมพำด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มันคือเสียงที่กลั่นออกมาจากส่วนลึกของความปรารถนาอันแรงกล้า
“ขนาดนั้นเชียวเหรอคะ...” ศรัญพัชญ์ช้อนสายตาที่ฉ่ำปรือด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์บวกกับความเสน่หาขึ้นมอง แววตาของเธอดูสับสนระหว่างความเขินอายและความโหยหา
“ผมพูดความจริงครับ... ไม่ได้แกล้งโกหกเพื่อเอาใจคุณเลยสักนิด” เขาโน้มใบหน้าลงไปจนชิด ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่กับพวงแก้มร้อนผ่าวสีระเรื่อ
“คืนนี้... ผมขออนุญาตจูบคุณทุกตารางนิ้วเลยได้ไหมครับ” คำขอที่แสนจาบจ้วงแต่ฟังดูสุภาพ ทำเอาหญิงสาวหัวใจเต้นแรง
“ก็ตามใจคุณสิคะ...” ศรัญพัชญ์พึมพำตอบอย่างโอนอ่อน และไม่กล้าสบตากับบัณฑูรย์
มือหนาไม่รอช้า เขาจัดการเลื่อนเดรสรัดรูปที่ติดค้างอยู่บั้นเอวให้หลุดพ้นไปจากเรียวขา ก่อนจะเอื้อมมือมาแกะตะขอเกี่ยวตรงกลางของบราเซียปีกนกตัวจิ๋ว
บัณฑูรย์ใช้ปลายนิ้วปลดตะขอพลาสติกกลางอกอวบให้แยกออกจากกัน เมื่อบาร์ปีกนกที่รัดรึงทรวงอกเอาไว้แน่นคลายตัวออกจากกัน มือหนาก็ค่อย ๆ ลอกแผ่นซิลิโคนเหนียวหนึบออกอย่างใจเย็น เพียงไม่นานบราปีกนกที่ห่อหุ้มทรวงอกอวบอิ่มก็หลุดลอยพ้นไปจากเรือนร่าง
“หน้าอกคุณสวยมาก” เสียงเอ่ยชมดังขึ้นอีกครั้งเมื่อยอดอกสีหวานปะทะกับอากาศเย็นเฉียบภายในห้อง ทรวงอกคู่สวยที่เคยถูกบีบชิดกันด้วยบราปีกนกตัวจิ๋ว ดีดตัวสลัดพันธนาการออกมาอวดความขาวนวลเด่นตั้งตระหง่าน แผ่นหลังของเธอสัมผัสได้ถึงความรุ่มร้อนจากแผงอกกว้าง ขณะที่สายตาคมกริบของบัณฑูรย์ก้มมองความงดงามตรงหน้าอย่างหิวกระหาย
ร่างกายของเธออ่อนระทวยลงทันทีเมื่อลิ้นร้อนของเขาเริ่มตวัดไล้ไปตามยอดปทุมถันสีหวาน ความซ่านสยิวแล่นพล่านจนแข็งขาอ่อนแรงถึงกับต้องยึดบ่ากว้างของเขาเอาไว้ บัณฑูรย์ปรนเปรอเธอด้วยอุ้งปากร้อนอย่างถึงใจ ดูดดึงยอดอกอิ่มจนเกิดเสียงชื้นแฉะกระตุ้นความต้องการจนหญิงสาวบิดกายเร่า และครางประท้วงในลำคอด้วยความเสียวซ่านที่จู่โจมอย่างไม่ทันตั้งตัว
“คุณบัณฑูรย์... อ๊ะ! ตรงนั้น... อย่าแกล้งกันสิคะ”
เขาไม่หยุดเพียงเท่านั้น แต่กลับลากไล้ลิ้นร้ายผ่านหน้าท้องแบนราบ ก่อนจะลงไปพรมจูบที่โคนขาหนีบ รอยรักสีกุหลาบที่เขาจงใจฝากไว้กระจายไปทั่วผิวเนียนดั่งตราประทับความเป็นเจ้าของ
ศรัญพัชญ์รู้สึกเหมือนร่างกายกำลังถูกหลอมละลายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความร้อนแรงที่เขามอบให้แผดเผาความทรงจำถึงใครบางคนจนมอดไหม้ เหลือเพียงความรัญจวนที่เขาสลักไว้บนผิวเนื้อของเธอเท่านั้น
บัณฑูรย์เงยหน้าขึ้นมาสบตาเธอ แววตาของเขาเข้มจัดด้วยเพลิงปรารถนาขณะประคองร่างระหงไว้ในอ้อมแขน ปลายนิ้วที่ไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าทำให้ใจเธอสั่นสะท้านยิ่งกว่าเดิม ก่อนที่เขาจะซุกไซ้ลงที่ซอกคอหอมกรุ่น ปลายลิ้นร้อนลากไล้ไปตามผิวเนียนละเอียดก่อนจะฝังคมเขี้ยวและออกแรงดูดดึงอย่างหนักหน่วง
บัณฑูรย์ยังคงแช่ค้างตัวตนที่ใหญ่โตไว้ในกายสาวอย่างใจเย็น เขาจ้องมองใบหน้าหวานที่เปรอะเปื้อนคราบน้ำตาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหลงใหล ก่อนจะค่อยๆ สอดมือเข้าไปใต้ข้อพับขาเรียวสวยแล้วรั้งขึ้นมาพาดบ่าแกร่งเพื่อเปิดทางให้การรุกล้ำนั้นลึกซึ้งยิ่งขึ้น“อย่าเกร็งนะ ยิ่งคุณเกร็งคุณจะยิ่งเจ็บ” เขาปลอบประโลมเสียงพร่าพลางก้มลงจูบซับที่หน้าผากมนอย่างทะนุถนอม ศรัญพัชญ์พยายามผ่อนคลายลมหายใจตามที่เขาบอก แม้จะยังรู้สึกถึงความอึดอัดคับแน่นที่ขยายช่องทางรักของเธอจนตึงเปรี๊ยะไปหมด บัณฑูรย์เริ่มขยับกายเข้าออกในจังหวะที่เนิบนาบที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ เพื่อให้ผนังนุ่มหยุ่นได้คุ้นชินกับผิวสัมผัสอันร้อนผ่าวของเขา“ผมจะขยับให้เบาที่สุดเลยที่รัก... สัญญาว่าจะไม่รุนแรง”ชายหนุ่มสวนสะโพกสอบเข้าหาอย่างแช่มช้า บดเบียดเน้นย้ำตรงส่วนปลายที่บานหยักให้ครูดผ่านจุดกระสันด้านในอย่างจงใจ ความนุ่มนวลที่เขาหยิบยื่นให้เริ่มทำหน้าที่ของมันได้ดีกว่าความรุนแรง เพราะมันทำให้ความแสบระบมในคราแรกค่อยๆ จางหายไป แทนที่ด้วยความซ่านสยิวที่แล่นพล่านไปตามแนวกระดูกสันหลัง“แบบนี้เป็นไงที่รัก... คุญยังเจ็บอยู่ไหม” บัณฑูรย์ถามพลางก้มลงมองใบห
บรรยากาศภายในห้องนอนร้อนระอุขึ้นจนถึงขีดสุด เมื่อความใคร่และความปรารถนาถูกจุดติดจนยากจะดับทอด บัณฑูรย์ไม่รอช้า เขาประกบฝ่ามือลงบนเนินเนื้ออวบอูมที่บัดนี้ฉ่ำเยิ้มไปด้วยน้ำหวานแห่งความต้องการ ก่อนจะออกแรงนวดเคล้นเบาๆ จนศรัญพัชญ์บิดกายดิ้นเร่าด้วยความซ่านสยิว“อื้อ!! คุณบัณฑูรย์ขา...” เสียงหวานครางกระเส่าอย่างลืมตัว ความวาบหวิวแล่นพล่านไปทั่วกายสาวเมื่อปลายนิ้วร้ายกาจกรีดกรายลงบนรอยแยกที่อุ่นชื้น“แฉะไปหมดแล้วรัญ... ให้ผมมอบความสุขให้คุณเถอะนะ...ที่รัก” บัณฑูรย์กระซิบเสียงพร่า แววตาคมกริบจ้องมองปฏิกิริยาของเหยื่อสาวอย่างผู้ชนะ“ถ้าจะทำจริงๆ... คุณต้องใส่ถุงยางนะคะ” เธอพยายามดึงสติที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดบอกเขา เพราะเกรงถึงผลที่จะตามมา“ได้... แต่คุณต้องโมคให้ผมก่อนนะ เหมือนครั้งที่แล้ว”ไม่พูดเปล่า บัณฑูรย์รั้งแขนเรียวงามให้เธอลุกขึ้นมานั่ง ก่อนที่เขาจะยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าพร้อมกับความยิ่งใหญ่ที่พุ่งทะยานออกมาทักทาย ศรัญพัชญ์หน้าร้อนผ่าวเมื่อสบเข้ากับท่อนเอ็นร้อนผ่าวที่ปูดโปนด้วยเส้นเลือด มันดูน่าเกรงขามและใหญ่โตเสียจนเธอนึกหวั่นใจ“สัญญาก่อนนะคะ ว่าคุณจะไม่เx็ดสด...” หญิงสาวบอกด้วยห
เขาวางเธอลงอย่างเบามือบนผ้าปูที่นอนเนื้อละเอียด ก่อนจะตามลงไปทาบทับ ร่างกายแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเบียดเสียดกับความนุ่มนิ่มของเธออย่างแผ่วเบา บัณฑูรย์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาหวานฉ่ำที่เต็มไปด้วยความเสน่หาภายในห้องนอนที่อบอวลด้วยกลิ่นอายความปรารถนา บัณฑูรย์ไม่ได้เพียงแค่พาศรัญพัชญ์มาส่งที่เตียง แต่เขาตั้งใจจะหลอมละลายความดื้อรั้นของเธอให้หมดสิ้นไปในค่ำคืนนี้ มือหนาเอื้อมไปทางด้านหลัง ลากปลายนิ้วผ่านแนวกระดูกสันหลังจนหญิงสาวขนลุกซู่ ก่อนจะรูดซิบชุดเดรสสีสวยลงอย่างเชี่ยวชาญ“คุณมีถุงหรือเปล่าคะ...” เธอถามเสียงสั่นพร่าขณะที่อาภรณ์ชิ้นงามร่วงหล่นลงไปกองอยู่ที่ปลายเตียง เหลือเพียงร่างกายเปลือยเปล่าที่ประดับด้วยบราเซียลูกไม้สีหวาน และจีสตริงตัวจิ๋ว สองมือเรียวโอบรอบลำคอหนาเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว“ไม่ครับ... คืนนี้ผมอยากสัมผัสคุณตรงๆ” เขาตอบเสียงทุ้มต่ำพร้อมกับถอดเสื้อเชิ้ตของตัวเองออก เผยให้เห็นแผงอกกำยำที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและรอยขีดข่วนจางๆ จากฝีมือของเธอในครั้งก่อน“อย่าพูดแบบนี้สิคะ... รัญรู้สึกเหมือนโดนเอาเปรียบยังไงก็ไม่รู้” เธอพยายามประท้วงพลางเบนหน้าหนีสายตาคมกริบที่กำลังสำรวจเรือนร่างเธ
ท่ามกลางบรรยากาศสลัวริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพลิงโทสะที่เคยร้อนระอุพลันแปรเปลี่ยนเป็นความหวามไหวจนน่าใจหาย เมื่อพยัคฆ์ร้ายจอมบงการยอมถอดเล็บแล้วกลายร่างเป็นชายหนุ่มขี้อ้อนที่ดูอันตรายต่อหัวใจยิ่งกว่าเดิม มือหนาวางลงบนเอวคอดกิ่วอย่างถือสิทธิ์ ศรัญพัชญ์สัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวหนักหน่วงของเขา บ่งบอกว่าอารมณ์หึงหวงเมื่อครู่กำลังเปลี่ยนรูปเป็นเปลวไฟแห่งปรารถนาที่พร้อมจะแผดเผาเธอให้มอดไหม้ไปทั้งตัว“สั่งอาหารเถอะค่ะ... รัญว่าคุณน่าจะหิวแล้ว” เธอพยายามเปลี่ยนเรื่องเพื่อซ่อนอาการประหม่าและเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามอยู่ในอก“สั่งอาหารน่ะเรื่องรอง แต่สั่งสอนเด็กดื้อนี่สิเรื่องใหญ่...” เสียงทุ้มต่ำพร่ามัวนั้นจงใจลากผ่านชิดซอกหูขาวสะอาด“อีกอย่างตอนนี้ผมก็ไม่ได้หิวข้าว... แต่ผมหิวคุณมากกว่า”“แล้วไม่ทานอะไรเลย คุณจะมีแรงเหรอคะ?” ศรัญพัชญ์แกล้งเอ่ยถามกลับอย่างท้าทาย แววตาคู่สวยเป็นประกายวิบวับอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า ทว่าความใจกล้านั้นกลับยิ่งโหมไฟรักในอกของชายหนุ่มให้ลุกโชน“ขอบคุณที่เตือน... ก็ดีเหมือนกัน คืนนี้ผมจะได้มีแรงลงโทษเด็กดื้ออย่างคุณให้หนักๆ” บัณฑูรย์ไม่ได้พูดเปล่า แต่กลับโน้มใบหน้าล
ความร้อนรุ่มแล่นพล่านไปทั่วกายหนา เมื่อเห็นท่าทางที่ดูชิดเชื้อสนิทสนมจนน่ารำคาญใจ บัณฑูรย์ขบกรามแน่น มือหนากำหมัดเข้าหากันเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์เขายืนนิ่งอยู่ใต้เงาสลัวของแมกไม้บริเวณทางเข้าร้านอาหาร แววตาคมกริบดุจพยัคฆ์ร้ายจ้องมองภาพหญิงสาวที่เขาเพิ่งจะฝากฝังรอยรักเอาไว้บนผิวกายเมื่อครั้งก่อน กำลังมอบรอยยิ้มแสนหวานนั้นให้ชายคนอื่นอย่างไม่วางตา แสงไฟสลัวที่ตกกระทบใบหน้าหวานยิ่งทำให้เธอดูงดงามและเย้ายวนใจ จนเขาอยากจะเข้าไปกระชากเธอเข้าออกมาซ่อนไว้ในอ้อมกอดที่มีเพียงเขาคนเดียวที่มีสิทธิ์ได้ครอบครอง“รำลึกความหลังกันเสร็จหรือยัง!” เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังก้องมาจากทางด้านหลัง ปลุกให้ศรัญพัชญ์ที่กำลังสวมบทบาทแกล้งอ่อยเหยื่อถึงกับสะดุ้งสุดตัว หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างตื่นตระหนกจนแทบจะกระดอนออกมานอกอก เมื่อเธอหันไปสบเข้ากับดวงตาคมของบัณฑูรย์ที่บัดนี้เต็มไปด้วยความหึงหวงอย่างปิดไม่มิดร่างสูงใหญ่ในชุดสูทที่ดูภูมิฐานก้าวประชิดโต๊ะอาหารอย่างรวดเร็ว รังสีอำนาจที่แผ่ออกมาทำให้บรรยากาศรอบข้างเย็นเฉียบลงทันตา บัณฑูรย์จ้องมองหญิงสาวราวกับจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัว“คุณบัณฑูรย์!” ศรัญพัชญ์อุทานลั่น ควา
ช่วงเย็นพระอาทิตย์กำลังจะลาลับขอบฟ้า บรรยากาศภายในห้องพักบนโรงแรมหรู พีรดนย์ลอบมองสุธิดาแฟนสาวที่กำลังรื้อเช็กเอกสารการออกแบบด้วยท่าทางลนลาน เสียงโทรศัพท์จากลูกค้าที่โทรมาเร่งรัด จึงทำให้ทริปนี้กลายเป็นเรื่องด่วนที่ไม่อาจเลี่ยงได้“พี่ดนย์คะ ลูกค้าโทรมาเร่งงาน สุว่าเราคงต้องกลับกันเย็นนี้แล้วล่ะ” สุธิดาเงยหน้าขึ้นเอ่ยน้ำเสียงร้อนรน พีรดนย์ขมวดคิ้วแน่น พลางมองดูนาฬิกาข้อมือด้วยความลำบากใจ“พี่นัดรัญเอาไว้ตอนหนึ่งทุ่มด้วยสิ เอาไงดี นี่มันยังไม่ถึงห้าโมงเย็นเลย โต๊ะอาหารก็จองเอาไว้แล้วด้วย” พีรดนย์บอกอย่างเป็นกังวล“เราเลื่อนเวลาให้เร็วขึ้นได้ไหมคะ? พี่ลองโทรไปคุยกับคุณรัญดู สักห้าโมงครึ่งพอได้ไหม” สุธิดาเสนอทางออกสุดท้ายพีรดนย์ก็จำใจโทรไปขอเลื่อนเวลากับทางร้านอาหาร ซึ่งก็ได้การตอบรับเป็นอย่างดี“ตอนนี้ทางร้านอาหารโอเคแล้วนะครับ”“งั้นพี่รีบโทรบอกคุณรัญเลยค่ะ สุจะรีบไปจัดกระเป๋า เสร็จแล้วเดี๋ยวเราออกไปหาคุณรัญที่บ้านเลย พี่จะได้เคลียร์ใจกับเธอ เผื่อว่าเธอไม่สะดวกไปที่ร้านอาหารกับเรา” พีรดนย์นิ่งคิดเพียงครู่เดียว ก่อนจะพยักหน้ายอมรับในเหตุผลของแฟนสาวพีรดนย์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาได้ก็รีบโทรไ







