LOGIN“ผมขอฝากรอยรักเอาไว้นะครับ... เผื่อว่าคุณจะคิดถึงผมบ้าง” เขาพึมพำเสียงพร่าชิดผิวเนื้อที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีกุหลาบ
“อื้ออ! คุณบัณฑูรย์... ตรงคอไม่ได้นะคะ!” เสียงอ่อนระทวยครางอ้อนวอนชายหนุ่ม พลางเบี่ยงลำคอระหงหลบพัลวันด้วยแรงที่เหลืออันน้อยนิด ความเสียวซ่านทำให้เรี่ยวแรงของเธอมลายหายไปจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่
“พรุ่งนี้ฉันต้องไปซ้อมรับปริญญาแล้วนะคะ... ช่างแต่งหน้าต้องรู้แน่ ๆ ว่าฉันไปทำอะไรมา”
“โทษทีครับ... ผมลืมตัวไปหน่อย ก็คุณมันน่ากินไปทั้งตัวเลยนี่ครับ” บัณฑูรย์เงยหน้าขึ้นมายิ้มเจ้าเล่ห์ แววตาเต็มไปด้วยความพึงพอใจที่ได้แสดงความเป็นเจ้าของบนเรือนร่างของเธอ
“ดู... ดูดที่อื่นแทนได้ไหมคะ!!!...” หญิงสาวกระซิบตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ใบหน้าแดงซ่านลามไปถึงใบหูด้วยความเขินอายสุดระงับกับคำขออันน่าใจหายของตัวเอง
“คุณจะทำตรงไหนก็ได้ค่ะ... ยกเว้นที่คอ ฉันอายช่างแต่งหน้า” บัณฑูรย์เลิกคิ้วมองท่าทางขัดเขินนั้นด้วยความเอ็นดู ก่อนจะก้มลงไปกระซิบชิดใบหูจนเธอขนลุกซู่
“ตรงไหนก็ได้... งั้นเหรอครับ?” คำถามนั้นมาพร้อมกับสายตาที่กวาดมองลงไปยังปทุมถันอวบอัดและหน้าท้องแบนราบ มือหนาเริ่มลูบไล้ต่ำลงไปใต้ร่มผ้าอย่างมีความหมาย
ศรัญพัชญ์ได้แต่หลับตาพริ้ม ยอมรับสัมผัสรุกรานที่ชวนให้ใจสั่น เมื่อเขาโน้มตัวลงไปฝังใบหน้ากับเนินเนื้อนุ่มที่อยู่พ้นสายตา ก่อนจะเลือกเฟ้นจุดที่ลึกลับและอ่อนไหวที่สุดเพื่อฝังรอยรักตามที่ต้องการ
“อ๊ะ... อ๊าาา!” ศรัญพัชญ์ครางกระสัน สองมือบางขยำกลุ่มผมท้ายทอยของบัณฑูรย์จนยุ่งเหยิง ความรู้สึกวูบวาบจากการถูกตีตราในจุดที่เร้นลับที่สุดทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสมบัติของเขาอย่างแท้จริง
บัณฑูรย์ดูดดื่มความหวานจากผิวเนื้อเธออย่างตะกรุมตะกราม ทิ้งรอยแดงเป็นปื้นกระจายอยู่ตามโคนขา ก้นของเธอ และเนินอก ราวกับจะประกาศว่าเธอคือผู้หญิงของเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น
ท่ามกลางแสงไฟสีนวลตาภายในห้องพักสวีทสุดหรู บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้และไวน์แดงมีเพียงไอร้อนจากร่างกายที่บดเบียดเข้าหากันอย่างไม่ลดละ
ศรัญพัชญ์ที่ถูกพันธนาการด้วยความตึงเครียดจากกฎเกณฑ์มาเนิ่นนาน บัดนี้เธอกำลังสั่นสะท้านภายใต้อ้อมกอดที่เปี่ยมไปด้วยความต้องการของบัณฑูรย์
เขาระดมจุมพิตไปตามลำคอระหงอย่างแผ่วเบาโดยไม่ให้เกิดรอย สัมผัสจากริมฝีปากและไรเคราจางๆ ที่ลากผ่านผิวเนียนละเอียดทำเอาหญิงสาวที่ห่างหายจากสัมผัสรักมานานแรมปีถึงกับสั่นสะท้าน ความรู้สึกที่ถูกกักขังไว้นั้นราวกับเขื่อนที่รอพังทลาย
บนโซฟากว้างภายในห้องที่เงียบสงัด บัดนี้กลายเป็นสมรภูมิรักที่ร้อนระอุ ศรัญพัชญ์เอนกายพิงแผงอกแกร่งของบัณฑูรย์อย่างโหยหา
ร่างกายที่เคยถูกกักขังให้อยู่แบบกุลสตรีมานานนับปี บัดนี้สั่นสะท้านราวกับขี้ผึ้งถูกลนด้วยไฟ
“คุณบัณฑูรย์!!!...อื้มมม!!” เสียงครางหวานหูหลุดรอดจากริมฝีปากอวบอิ่ม เมื่อมือหนาที่ร้อนผ่าวรุกรานไปทั่วเรือนร่าง
สายตาที่ลุกโชนด้วยไฟราคะจ้องเขม็งจนหญิงสาวรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัว ความประหม่าและความเขินอายแล่นริ้วขึ้นมาจนแก้มใสแดงระเรื่อ เธอรีบยกมือเรียวทั้งสองข้างขึ้นมาไขว้ปิดบังยอดปทุมถันสีสวยเอาไว้ด้วยความตกใจ
“เล่นจ้องขนาดนี้ฉันก็เขินเป็นนะคะ” เธอประท้วงเสียงแผ่ว พยายามห่อไหล่เข้าหากันเพื่อหลบเร้นจากสายตาคู่นั้น แต่นั่นกลับยิ่งทำให้ท่าทางของเธอดูเย้ายวนใจคนมองมากขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว
ความเสียวซ่านแล่นผ่านเข้าสู่ท้องน้อยของศรัญพัชญ์จนบริเวณร่องหลืบถึงกับชื้นแฉะ ปลายนิ้วแกร่งหยอกเย้าสะกิดปทุมถันสีชมพูระเรื่อจนมันชูชันแข็งเป็นไต ก่อนที่เขาจะจับร่างของเธอที่พิงอกอยู่ให้หันหน้าเข้าหากัน
บัณฑูรย์ดูดเม้มสลับกับนิ้วที่บีบหัวนมเบา ๆ จนหญิงสาวครางกระเส่า เธอประกบจูบกับเขาอย่างเร่าร้อน ลิ้นเล็กแลกเปลี่ยนรสสัมผัสกับลิ้นหนาอย่างไม่มีใครยอมใคร
ไฮโซหนุ่มจัดท่าทางของหญิงสาวให้สะดวกต่อการปรนเปรอ ศรัญพัชญ์เอนกายพิงโซฟาอย่างระทดระทวย
สองขาเรียวงามของเธอถูกยกตั้งชันขึ้น จนเธอรู้สึกเขินอาย ในขณะที่มืออีกข้างหนึ่งของเขาก็ค่อย ๆ เลื่อนต่ำลงไปลูบไล้ติ่งเสียวที่เป็นจุดศูนย์รวมความรู้สึกทั้งหมด ส่วนมืออีกข้างก็ยังคงเคล้นคลึงทรวงอกอวบอิ่มของเธออย่างเมามัน
ปลายนิ้วแกร่งสะกิดเบา ๆ บริเวณจุดอ่อนไหวอย่างเชี่ยวชาญ สลับกับการบดคลึงเป็นจังหวะ จนร่างกายของศรัญพัชญ์สั่นสะท้าน
ความเปียกชื้นที่ซึมผ่านชั้นในตัวจิ๋วคือเครื่องยืนยันความปรารถนา หญิงสาวบิดส่ายสะโพกอวบกลมกลึงไปมาบนโซฟาหรูด้วยความรัญจวนที่ไม่อาจต้านทาน
“เสียวมั้ยครับ... คุณรัญ” บัณฑูรย์กระซิบถามเสียงพร่า ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่ที่ข้างใบหู ก่อนที่เขาจะขบเม้มติ่งหูของเธอเบาๆ ปลุกเร้าอารมณ์ใคร่ที่หลับใหลมานานให้ลุกโชนขึ้นราวกับกองเพลิงที่ไม่มีวันดับ
“อื้ยยย!!!... คุณบัณฑูรย์อย่าค่ะ! อร๊ายยย!!...ฉันเสียว!!!” ศรัญพัชญ์ครางระงมด้วยสติที่หลุดลอยพร้อม ๆ กับความต้องการที่สูงลิ่ว บัณฑูรย์จ้องมองใบหน้าหวานที่กำลังเหยเกด้วยความกระสันรัญจวน แววตาของเขาเต็มไปด้วยความพึงพอใจ
“เรียกผมว่าที่รักสิครับ... รัญจ๋า” เขาเชยคางเธอขึ้นมาสบตา แววตาของเขาเข้มจัดด้วยความปรารถนาที่จะครอบครองทั้งร่างกายและจิตวิญญาณของเธอ
“ค่ะ... ที่รัก...” คำขานรับแผ่วเบาของเธอนั้นราวกับเชื้อไฟชั้นดี
บัณฑูรย์ก้มใบหน้าลงไปคลอเคลียที่ทรวงอกอิ่ม ชิมความหวานจากผิวพรรณขาวผ่องที่เขาเฝ้าจินตนาการมาตลอดหลายเดือน ปลายลิ้นร้อนระอุเลียไล้หยอกเย้ายอดปทุมถันจนศรัญพัชญ์ต้องแอ่นกายรับด้วยความรัญจวนใจ
“อ๊ะ!!...เสียวค่ะ... ที่รัก... อื้ยยย!..พอแล้ว!!” มือบางขยำกลุ่มผมของเขาแน่นจนเส้นผมยุ่งเหยิง เพื่อระบายความเสียวซ่านที่วิ่งพล่านไปทั่วท้องน้อย ร่างกายบิดเร้าตามแรงอารมณ์ที่เขามอบให้
“แทนตัวเองด้วยชื่อเล่นสิครับ... รัญจ๋า” เขาปลอบประโลมด้วยสรรพนามที่แสนใกล้ชิด
“เขินจัง!...” ศรัญพัชญ์ครางเสียงหลง พยายามซุกใบหน้าที่ร้อนผ่าวลงกับไหล่กว้างของเขา เธอหลับตาพริ้มรับสัมผัสที่รุกเร้าหนักขึ้นเรื่อย ๆ
“เขินทำไม... ที่รัก?” บัณฑูรย์พึมพำชิดริมฝีปาก ก่อนจะบดจูบลงบนเรียวปากอิ่มอย่างดูดดื่ม ลิ้นของเขาเกี่ยวพันกับลิ้นเล็กอย่างช่ำชอง นำพาเธอเข้าสู่ห้วงแห่งความสุขและความเร่าร้อนที่ทำให้เธอหลงลืมทุกพันธนาการ
“เขินสิคะ... ก็เราเพิ่งจะรู้จักกันเอง...” ผละออกจากรสจูบของเขาได้ศรัญพัชญ์เอ่ยเสียงพร่า ดวงตาฉ่ำปรือมองเขาด้วยความเสน่หาอย่างปิดไม่มิด
“เรารู้จักกันมาตั้งเจ็ดแปดเดือนแล้วนะครับ” เขาปลอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแฝงไปด้วยการล่อลวง
“นั่นแค่ผิวเผินเองนะคะ” เธอประท้วงแผ่วเบา
“คิดเสียว่าผมคือแฟนของคุณซิ” คำพูดหว่านล้อมของเขาเปรียบเสมือนกุญแจที่พยายามปลดล๊อคประตูในใจของเธอ
บัณฑูรย์บดคลึงเนินเนื้อด้านล่างชวนให้ใจสั่น เขาจงใจใช้นิ้วโป้งวนไปมาเบา ๆ ที่จุดกระสันจนศรัญพัชญ์เผลอแอ่นสะโพกขึ้นรับอย่างลืมตัว
ร่างอวบอิ่มสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ความทรงจำเกี่ยวกับแฟนหนุ่มที่อยู่ห่างไกลเริ่มเลือนรางลง แทนที่ด้วยสัมผัสที่จับต้องได้และเร่าร้อนของชายตรงหน้า
ในนาทีนั้น ศรัญพัชญ์ยอมปล่อยให้ความปรารถนานำทาง เธอจิกเล็บลงบนต้นแขนแกร่งของเขา ส่งเสียงครางชื่อเขาซ้ำๆ อย่างไม่อาจอดกลั้น ราวกับว่าโลกทั้งใบมีเพียงความสุขสมที่บัณฑูรย์กำลังหยิบยื่นให้ผ่านปลายนิ้วและริมฝีปากอันร้ายกาจ
บัณฑูรย์เลื่อนมือหนาลงมาตะปบลงบนสะโพกผายที่ขาวเนียนและอวบอัดเต็มไม้เต็มมือ เขาบีบเฟ้นเนื้อนุ่มหยุ่นนั้นอย่างหนักหน่วงจนขึ้นรอยนิ้วมือจางๆ ปลุกปั่นความซ่านสยิวให้แล่นพล่านไปทั่วทุกอณูผิว
สายตาคมกริบของเขาจับจ้องไปยังจีสตริงลายลูกไม้สีขาวสายเล็กจิ๋วที่พาดผ่านร่องก้นงอนงาม มันดูบอบบางเสียจนแทบจะปิดบังความงดงามของผืนนาเบื้องหน้าไว้ไม่อยู่ ตอนนี้มันชุ่มโชกไปด้วยน้ำหวานใสที่เอ่อล้นออกมาจนเห็นเป็นรอยเปียกชื้นชัดเจน
“ซี๊ดดด!!... คุณบัณฑูรย์!!” ศรัญพัชญ์ครางเครือเมื่อเขาไม่ได้ถอดมันออกทันที แต่เขากลับเลือกวิธีที่เร้าอารมณ์ยิ่งกว่า
บัณฑูรย์ยังคงแช่ค้างตัวตนที่ใหญ่โตไว้ในกายสาวอย่างใจเย็น เขาจ้องมองใบหน้าหวานที่เปรอะเปื้อนคราบน้ำตาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหลงใหล ก่อนจะค่อยๆ สอดมือเข้าไปใต้ข้อพับขาเรียวสวยแล้วรั้งขึ้นมาพาดบ่าแกร่งเพื่อเปิดทางให้การรุกล้ำนั้นลึกซึ้งยิ่งขึ้น“อย่าเกร็งนะ ยิ่งคุณเกร็งคุณจะยิ่งเจ็บ” เขาปลอบประโลมเสียงพร่าพลางก้มลงจูบซับที่หน้าผากมนอย่างทะนุถนอม ศรัญพัชญ์พยายามผ่อนคลายลมหายใจตามที่เขาบอก แม้จะยังรู้สึกถึงความอึดอัดคับแน่นที่ขยายช่องทางรักของเธอจนตึงเปรี๊ยะไปหมด บัณฑูรย์เริ่มขยับกายเข้าออกในจังหวะที่เนิบนาบที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ เพื่อให้ผนังนุ่มหยุ่นได้คุ้นชินกับผิวสัมผัสอันร้อนผ่าวของเขา“ผมจะขยับให้เบาที่สุดเลยที่รัก... สัญญาว่าจะไม่รุนแรง”ชายหนุ่มสวนสะโพกสอบเข้าหาอย่างแช่มช้า บดเบียดเน้นย้ำตรงส่วนปลายที่บานหยักให้ครูดผ่านจุดกระสันด้านในอย่างจงใจ ความนุ่มนวลที่เขาหยิบยื่นให้เริ่มทำหน้าที่ของมันได้ดีกว่าความรุนแรง เพราะมันทำให้ความแสบระบมในคราแรกค่อยๆ จางหายไป แทนที่ด้วยความซ่านสยิวที่แล่นพล่านไปตามแนวกระดูกสันหลัง“แบบนี้เป็นไงที่รัก... คุญยังเจ็บอยู่ไหม” บัณฑูรย์ถามพลางก้มลงมองใบห
บรรยากาศภายในห้องนอนร้อนระอุขึ้นจนถึงขีดสุด เมื่อความใคร่และความปรารถนาถูกจุดติดจนยากจะดับทอด บัณฑูรย์ไม่รอช้า เขาประกบฝ่ามือลงบนเนินเนื้ออวบอูมที่บัดนี้ฉ่ำเยิ้มไปด้วยน้ำหวานแห่งความต้องการ ก่อนจะออกแรงนวดเคล้นเบาๆ จนศรัญพัชญ์บิดกายดิ้นเร่าด้วยความซ่านสยิว“อื้อ!! คุณบัณฑูรย์ขา...” เสียงหวานครางกระเส่าอย่างลืมตัว ความวาบหวิวแล่นพล่านไปทั่วกายสาวเมื่อปลายนิ้วร้ายกาจกรีดกรายลงบนรอยแยกที่อุ่นชื้น“แฉะไปหมดแล้วรัญ... ให้ผมมอบความสุขให้คุณเถอะนะ...ที่รัก” บัณฑูรย์กระซิบเสียงพร่า แววตาคมกริบจ้องมองปฏิกิริยาของเหยื่อสาวอย่างผู้ชนะ“ถ้าจะทำจริงๆ... คุณต้องใส่ถุงยางนะคะ” เธอพยายามดึงสติที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดบอกเขา เพราะเกรงถึงผลที่จะตามมา“ได้... แต่คุณต้องโมคให้ผมก่อนนะ เหมือนครั้งที่แล้ว”ไม่พูดเปล่า บัณฑูรย์รั้งแขนเรียวงามให้เธอลุกขึ้นมานั่ง ก่อนที่เขาจะยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าพร้อมกับความยิ่งใหญ่ที่พุ่งทะยานออกมาทักทาย ศรัญพัชญ์หน้าร้อนผ่าวเมื่อสบเข้ากับท่อนเอ็นร้อนผ่าวที่ปูดโปนด้วยเส้นเลือด มันดูน่าเกรงขามและใหญ่โตเสียจนเธอนึกหวั่นใจ“สัญญาก่อนนะคะ ว่าคุณจะไม่เx็ดสด...” หญิงสาวบอกด้วยห
เขาวางเธอลงอย่างเบามือบนผ้าปูที่นอนเนื้อละเอียด ก่อนจะตามลงไปทาบทับ ร่างกายแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเบียดเสียดกับความนุ่มนิ่มของเธออย่างแผ่วเบา บัณฑูรย์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาหวานฉ่ำที่เต็มไปด้วยความเสน่หาภายในห้องนอนที่อบอวลด้วยกลิ่นอายความปรารถนา บัณฑูรย์ไม่ได้เพียงแค่พาศรัญพัชญ์มาส่งที่เตียง แต่เขาตั้งใจจะหลอมละลายความดื้อรั้นของเธอให้หมดสิ้นไปในค่ำคืนนี้ มือหนาเอื้อมไปทางด้านหลัง ลากปลายนิ้วผ่านแนวกระดูกสันหลังจนหญิงสาวขนลุกซู่ ก่อนจะรูดซิบชุดเดรสสีสวยลงอย่างเชี่ยวชาญ“คุณมีถุงหรือเปล่าคะ...” เธอถามเสียงสั่นพร่าขณะที่อาภรณ์ชิ้นงามร่วงหล่นลงไปกองอยู่ที่ปลายเตียง เหลือเพียงร่างกายเปลือยเปล่าที่ประดับด้วยบราเซียลูกไม้สีหวาน และจีสตริงตัวจิ๋ว สองมือเรียวโอบรอบลำคอหนาเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว“ไม่ครับ... คืนนี้ผมอยากสัมผัสคุณตรงๆ” เขาตอบเสียงทุ้มต่ำพร้อมกับถอดเสื้อเชิ้ตของตัวเองออก เผยให้เห็นแผงอกกำยำที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและรอยขีดข่วนจางๆ จากฝีมือของเธอในครั้งก่อน“อย่าพูดแบบนี้สิคะ... รัญรู้สึกเหมือนโดนเอาเปรียบยังไงก็ไม่รู้” เธอพยายามประท้วงพลางเบนหน้าหนีสายตาคมกริบที่กำลังสำรวจเรือนร่างเธ
ท่ามกลางบรรยากาศสลัวริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพลิงโทสะที่เคยร้อนระอุพลันแปรเปลี่ยนเป็นความหวามไหวจนน่าใจหาย เมื่อพยัคฆ์ร้ายจอมบงการยอมถอดเล็บแล้วกลายร่างเป็นชายหนุ่มขี้อ้อนที่ดูอันตรายต่อหัวใจยิ่งกว่าเดิม มือหนาวางลงบนเอวคอดกิ่วอย่างถือสิทธิ์ ศรัญพัชญ์สัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวหนักหน่วงของเขา บ่งบอกว่าอารมณ์หึงหวงเมื่อครู่กำลังเปลี่ยนรูปเป็นเปลวไฟแห่งปรารถนาที่พร้อมจะแผดเผาเธอให้มอดไหม้ไปทั้งตัว“สั่งอาหารเถอะค่ะ... รัญว่าคุณน่าจะหิวแล้ว” เธอพยายามเปลี่ยนเรื่องเพื่อซ่อนอาการประหม่าและเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามอยู่ในอก“สั่งอาหารน่ะเรื่องรอง แต่สั่งสอนเด็กดื้อนี่สิเรื่องใหญ่...” เสียงทุ้มต่ำพร่ามัวนั้นจงใจลากผ่านชิดซอกหูขาวสะอาด“อีกอย่างตอนนี้ผมก็ไม่ได้หิวข้าว... แต่ผมหิวคุณมากกว่า”“แล้วไม่ทานอะไรเลย คุณจะมีแรงเหรอคะ?” ศรัญพัชญ์แกล้งเอ่ยถามกลับอย่างท้าทาย แววตาคู่สวยเป็นประกายวิบวับอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า ทว่าความใจกล้านั้นกลับยิ่งโหมไฟรักในอกของชายหนุ่มให้ลุกโชน“ขอบคุณที่เตือน... ก็ดีเหมือนกัน คืนนี้ผมจะได้มีแรงลงโทษเด็กดื้ออย่างคุณให้หนักๆ” บัณฑูรย์ไม่ได้พูดเปล่า แต่กลับโน้มใบหน้าล
ความร้อนรุ่มแล่นพล่านไปทั่วกายหนา เมื่อเห็นท่าทางที่ดูชิดเชื้อสนิทสนมจนน่ารำคาญใจ บัณฑูรย์ขบกรามแน่น มือหนากำหมัดเข้าหากันเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์เขายืนนิ่งอยู่ใต้เงาสลัวของแมกไม้บริเวณทางเข้าร้านอาหาร แววตาคมกริบดุจพยัคฆ์ร้ายจ้องมองภาพหญิงสาวที่เขาเพิ่งจะฝากฝังรอยรักเอาไว้บนผิวกายเมื่อครั้งก่อน กำลังมอบรอยยิ้มแสนหวานนั้นให้ชายคนอื่นอย่างไม่วางตา แสงไฟสลัวที่ตกกระทบใบหน้าหวานยิ่งทำให้เธอดูงดงามและเย้ายวนใจ จนเขาอยากจะเข้าไปกระชากเธอเข้าออกมาซ่อนไว้ในอ้อมกอดที่มีเพียงเขาคนเดียวที่มีสิทธิ์ได้ครอบครอง“รำลึกความหลังกันเสร็จหรือยัง!” เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังก้องมาจากทางด้านหลัง ปลุกให้ศรัญพัชญ์ที่กำลังสวมบทบาทแกล้งอ่อยเหยื่อถึงกับสะดุ้งสุดตัว หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างตื่นตระหนกจนแทบจะกระดอนออกมานอกอก เมื่อเธอหันไปสบเข้ากับดวงตาคมของบัณฑูรย์ที่บัดนี้เต็มไปด้วยความหึงหวงอย่างปิดไม่มิดร่างสูงใหญ่ในชุดสูทที่ดูภูมิฐานก้าวประชิดโต๊ะอาหารอย่างรวดเร็ว รังสีอำนาจที่แผ่ออกมาทำให้บรรยากาศรอบข้างเย็นเฉียบลงทันตา บัณฑูรย์จ้องมองหญิงสาวราวกับจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัว“คุณบัณฑูรย์!” ศรัญพัชญ์อุทานลั่น ควา
ช่วงเย็นพระอาทิตย์กำลังจะลาลับขอบฟ้า บรรยากาศภายในห้องพักบนโรงแรมหรู พีรดนย์ลอบมองสุธิดาแฟนสาวที่กำลังรื้อเช็กเอกสารการออกแบบด้วยท่าทางลนลาน เสียงโทรศัพท์จากลูกค้าที่โทรมาเร่งรัด จึงทำให้ทริปนี้กลายเป็นเรื่องด่วนที่ไม่อาจเลี่ยงได้“พี่ดนย์คะ ลูกค้าโทรมาเร่งงาน สุว่าเราคงต้องกลับกันเย็นนี้แล้วล่ะ” สุธิดาเงยหน้าขึ้นเอ่ยน้ำเสียงร้อนรน พีรดนย์ขมวดคิ้วแน่น พลางมองดูนาฬิกาข้อมือด้วยความลำบากใจ“พี่นัดรัญเอาไว้ตอนหนึ่งทุ่มด้วยสิ เอาไงดี นี่มันยังไม่ถึงห้าโมงเย็นเลย โต๊ะอาหารก็จองเอาไว้แล้วด้วย” พีรดนย์บอกอย่างเป็นกังวล“เราเลื่อนเวลาให้เร็วขึ้นได้ไหมคะ? พี่ลองโทรไปคุยกับคุณรัญดู สักห้าโมงครึ่งพอได้ไหม” สุธิดาเสนอทางออกสุดท้ายพีรดนย์ก็จำใจโทรไปขอเลื่อนเวลากับทางร้านอาหาร ซึ่งก็ได้การตอบรับเป็นอย่างดี“ตอนนี้ทางร้านอาหารโอเคแล้วนะครับ”“งั้นพี่รีบโทรบอกคุณรัญเลยค่ะ สุจะรีบไปจัดกระเป๋า เสร็จแล้วเดี๋ยวเราออกไปหาคุณรัญที่บ้านเลย พี่จะได้เคลียร์ใจกับเธอ เผื่อว่าเธอไม่สะดวกไปที่ร้านอาหารกับเรา” พีรดนย์นิ่งคิดเพียงครู่เดียว ก่อนจะพยักหน้ายอมรับในเหตุผลของแฟนสาวพีรดนย์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาได้ก็รีบโทรไ







