LOGINข้าวต้มหมูที่เจ้านายคนสวยทำมาให้หมดเกลี้ยงไม่เหลือแม้แต่น้ำซุปภายในเวลาไม่กี่นาที ตามด้วยยาแก้ปวดลดไข้ที่เธอเตรียมมาให้อย่างใส่ใจ
ไม่เคยคิด ว่าผู้ชายที่ผ่านร้อนผ่านหนาวผ่านลูกกระสุนมานับครั้งไม่ถ้วน อยู่ๆ จะมาป่วยด้วยพิษไข้ ที่ผมแอบสันนิษฐานเอาเองว่าน่าจะเป็นเพราะวันก่อนขับมอเตอร์ไซค์ตากแดดที่มีอุณหภูมิสูงมากนานหลายชั่วโมง ประกอบกับตลอดระยะเวลาที่ได้มาอยู่ที่นี่เวลาพักผ่อนที่เคยคิดว่ามากพอในแต่ละวัน กลับเหลือเพียงวันละสองถึงสามชั่วโมงเท่านั้น แถมกลับมายังต้องมาเจอเรื่องว้าวุ่นใจ ยิ่งทำให้ตลอดทั้งคืนผมนอนปวดหัวและมีไข้ จนเธอต้องมาคอยดูแล และมีโอกาสได้คว้าเธอมานอนกอดคลายความหนาวจากอุณหภูมิในร่างกายที่สูงมาก เป็นชั่วโมงที่ผมรู้สึกว่าตัวเองนอนหลับสนิทมาก มากที่สุดเลยก็ว่าได้ จนอยากมีร่างนุ่มนิ่มนี้มานอนกอดแบบนี้ทุกคืน ผมพาตัวเองลงมาจากห้องพักพร้อมกับถาดและชามข้ามต้มเพื่อจะเอามาล้างให้เรียบร้อย แต่กลับเห็นแสงไฟในห้องครัวและกลิ่นหอมของขนมที่ลอยออกมาชวนน่ากิน ก็ตั้งแต่รู้ว่าตัวเองจะมีเมียเป็นเจ้าของคาเฟ่ ผมก็ฝึกกินขนมทั้งที่ไม่ชอบของหวานมากขึ้น บางวันก็นั่งเป็นหนูทดลองชิมขนมสูตรใหม่ที่เธอลองทำครั้งแรก กลายเป็นหนึ่งในความชอบของผมไปแล้ว ชอบทั้งขนม ชอบทั้งคนทำขนม "มีออเดอร์?" "อ่าฮะ หายแล้วเหรอ" แล้วก็ทายไม่ผิด ว่าคนที่ทำให้ร้านอบอวลไปด้วยกลิ่นของเนยก็คือคุณเจ้าของร้านคนสวย ที่กำลังยืนปั้นแป้งคุ้กกี้ ระหว่างรออบขนมเค้ก "ยัง ไม่มีใครให้นอนกอด" "ทะลึ่ง" "หึ" ยังไม่หายเพราะยังปวดหัวอยู่คือเรื่องจริง และที่จริงไปมากกว่านั้นก็คือ ไม่มีใครให้นอนกอดเหมือนเมื่อตอนกลางวัน ผมพูดผิดตรงไหน หรืออาจจะผิด ไม่อย่างนั้นคงไม่โดนถลึงตาใส่จนน่าขนลุกแบบนี้ "เฮียช่วยมั้ย" "ขึ้นไปนอนพักเถอะ" "เฮียอยากช่วยครับ" หลังจากล้างชามและเช็ดจนแห้ง ผมก็ค่อยๆ เนียนขยับมายืนใกล้ๆ เธอ อยากช่วยให้งานเธอเสร็จเร็วขึ้นจะได้มีเวลากลับไปพักผ่อน ซึ่งผมก็ยืนรอจนเธอใจอ่อน ยอมให้ผมช่วยปั้นแป้งคุ้กกี้เป็นก้อนกลมๆ ตามน้ำหนักที่เธอคอยกำชับ "เฮียภูผา เล็กไป" "ไม่เล็ก" ยังไม่ได้ลอง รู้ได้ยังไงวะ? ว่าเล็ก "ยังจะเถียง เห็นมั้ยน้ำหนักหายไป" อ่อ หมายถึงคุกกี้ที่ผมปั้น ค่อยโล่งอกขึ้นมาหน่อย "เฮียชั่งให้ใหม่" "ได้มั้ย" "อื้ม เท่านี้แหละ ห้ามขาดห้ามเกิน" "นี่ ทำไมต้องใกล้ขนาดนี้เนี่ย" "เฮียหยิบไม่ถึง" "เฮียภูผา" "เฮียอยากเอาชิ้นนั้นมาชั่งใหม่" "..." ฟอด "..." "ขอโทษครับ ไม่ได้ตั้งใจ" "..." ผู้ชายแขนขายาวอย่างผมเวลาจะหยิบจะจับอะไรก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแต่ถ้าเราอยากเข้าไปใกล้ใครสักคน อะไรที่ว่าง่ายควรทำให้ยากที่สุด เหมือนที่ผมพยายามเอื้อมแขนไปหยิบก้อนแป้งที่อยู่ไกลมือ เพื่อที่จะได้โน้มตัวลงไปดมผมหนาหอมๆ เฉียดแก้มนุ่มบ้างให้พอชื่นใจ ทำเธอมองตาขวางแล้วตาขวางอีก โชคดีที่สองมือเล็กกำลังยุ่งอยู่กับการนวดแป้ง ไม่อย่างนั้นกล้ามแขนของผมคงได้ขึ้นรอยนิ้วมือของเธอแน่ "ชิมให้หน่อยสิ" "ร้อน" ฟู่ ฟู่ ฟู่ ปากอวบอิ่มสีชมพูน่าจูบ เป่าเค้กกล้วยหอมชีสในมืออย่างใจเย็น ก่อนจะป้อนเข้าปากให้ผมชิม ผมก็มีหน้าที่แค่อ้าปากรับแล้วค่อยๆ เคี้ยวให้ได้รับรสชาติมากที่สุด เพราะคำตอบที่เธอรอ คือรสชาติจริงของขนมและความรู้สึกที่จริงใจ ซึ่งผมก็ทำหน้าที่นี้ได้ดี จนทุกครั้งที่ขนมออกมาจากเตา ชิ้นแรกจะตกเป็นของผม มีเธอเป็นคนป้อน ให้ผมและเธอใกล้เข้ามาอีกขั้น... "ง่วง?" "อืม" หน้าผากกว้างโน้มลงไปผลักผมหนาเบาเบา เรียกสติคนที่กำลังยืนหาวครั้งแล้วครั้งเล่า ทำผมอดสงสารไม่ได้ แย่งอุปกรณ์ทำขนมให้มือเธอ มาล้างเองทั้งหมด ให้เธอไปนั่งรอที่เก้าอี้ตรงไอส์แลนด์ ได้เป็นเมียเมื่อไหร่ สัญญากับตัวเองเอาไว้ว่าจะไม่ปล่อยให้เธออดหลับอดนอนอย่างนี้ และคืนนี้ ผมคงไม่วางใจให้เธอขับรถกลับคอนโดทั้งที่ง่วงจนตาปิดแบบนี้แน่ ถึงจะมีลูกน้องผมคอยขับรถตามดูแลก็ตาม "มินิน" "..." "น้องมินินครับ" "หืม" "เฮียพาไปนอนนะ" "อืมอืม" ผมช้อนตัวเธอที่นอนฟุบไปกับโต๊ะในท่าเจ้าสาว พาเธอขึ้นไปนอนบนห้องพักของเธอ ที่เธอใจดียกให้ผมชั่วคราว ก่อนจะวางเธอลงบนเตียงแล้วค่อยๆ จัดท่าทางให้เธอนอนสบาย แล้วรีบวิ่งลงมาตรวจเช็คประตูร้านร้าน ล็อคครบทุกชั้นและปิดไฟ กลับขึ้นไปบนห้องอีกครั้ง จัดการหาผ้าชุบน้ำมาค่อยๆ เช็ดตามกรอบหน้าสวยหวาน ลำคอขาวและแขนเหมือนกับที่เธอทำให้ผม ใจก็อยากช่วยเช็ดตัวทุกซอกทุกมุมให้มสกหว่านี้ เพื่อที่เธอจะได้สบายตัว แต่ก็หวั่นว่าจะห้ามใจตัวเองไม่อยู่ จนเผลอทำอะไรอะไรลงไปในตอนที่เธอยังไม่พร้อม เลยต้องอดทนอดกลั้นพาตัวเองไปจัดการสงบสติในห้องน้ำจนเรียบร้อย และกลับออกมาในสภาพพร้อมนอน แน่นอนว่าคนที่เพิ่งหายไข้อย่างผม ควรได้นอนบนเตียงอุ่นๆ มากกว่าพื้นเย็นเฉียบ มีร่างนุ่มนิ่มให้กอดพร้อมกับกลิ่นหอมๆ ที่เหมือนยานอนหลับสำหรับผม คิดได้อย่างนั้น ผมก็ค่อยๆ ขยับตัวลงนอนข้างเธอ ดึงเธอให้เข้ามสอยู่ในอ้อมกอดอีกครั้ง ให้เธอหนุนแขนแกร่งแทนหมอนซึ่งมีอยู่เพียงใบเดียว ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ ที่ผมนอนมองเธออยู่ในความมืด ฟังเสียงหัวใจที่เอาแต่เต้นไม่เป็นจังหวะ จนแอบกลัวว่าเธอจะตื่นเพราะเสียงตึกตักที่ดังรบกวน อย่างน้อยวันนี้ ผมและเธอก็ไม่ใช่คนแปลกหน้าเหมือนวันแรกที่เจอกัน จะเรียกว่าความสัมพันธ์แบบเจ้านายกับลูกน้อง ผมว่ามันมากกว่านั้น และถ้าผมไม่คิดเข้าข้างตัวเองจนเกินไป เธอคงเริ่มรู้สึกชินกับการมีผมบ้างแล้ว ไม่อย่างนั้นคงไม่ปล่อยให้ผมมีโอกาสได้ใกล้ชิดมากขนาดนี้ ส่วนผม...ไม่ว่าพรุ่งนี้อะไรจะเกิดขึ้น จะไม่มีวันให้เธอหายไปจากชีวิตผมเลยสักวัน ต่อให้วันนั้นเธอจะโกรธ เกลียด หรืออาจจะกลัวก็ตาม จุ๊บ #อ่านเพลินๆ สบายๆ ก่อนน้า #จะว่าเฮียภูผาของไรท์ก็น่ารักเหมือนกัน ค่อยๆจีบน้อง ค่อยๆ ให้น้องรู้สึกกับตัวเองปึก! "ไม่มีฤกษ์""..."เสียงแก้วกาแฟวางกระทบลงบนโต๊ะกระจกในห้องนั่งเล่นที่บ้านใหญ่ของมินิน กว่าสองชั่วโมงแล้วที่ผมนั่งตัวตรงต่อหน้าป๊าและมามี๊ของเธอ ไม่แม้แต่จะขยับตัวหรือลุกไปเข้าห้องห้องน้ำ เพราะเป็นครั้งแรกที่ผมได้มีโอกาสมาแนะนำตัวต่อหน้าผู้ใหญ่ และเป็นผู้ใหญ่ของผู้หญิงคนแรกในชีวิต บรรยากาศตอนแนะนำตัวในหนึ่งชั่วโมง มีบ้างที่อาจดูอึมครึมรู้สึกหายใจไม่ค่อยสะดวก แต่สุดท้ายผมก็นำเสนอตัวเองได้ดีจนพอจะได้เห็นรอยยิ้มสวยๆ บนใบหน้าของมามี๊มินินบ้าง ไม่แปลกใจว่ารอยยิ้มสวยหวานของมินินได้มาจากใคร และก็ไม่แปลกใจว่าตริติณหน้านิ่งเหมือนใครแล้วผมก็ทำให้เมฆฝนเคลื่อนตัวมาปกคลุมทั่วห้องนั่งเล่นอีกครั้ง เพราะความใจร้อนของผมเอง ใจร้อนผลีผลามพูดถึงเรื่องขอแต่งงานกับเธอไปตามความคิด ไอ้ผมมันก็มาเฟียเก่าคิดอะไรก็พูดไปอย่างนั้น อยากได้ลูกสาวเขาก็ขอกับคุณพ่อตาตรงๆ เพราะสำหรับผมการแสดงความจริงใจด้วยใจจริงถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด และหวังเพียงคุณพ่อตาและคุณแม่ยายจะเห็นในความจริงใจของลูกเขยคนนี้"วันเดียวกับตริติณก็ได้ครับ ผมพร้อม""ไม่สะดวก""ถ้างั้น...""ห้าปีมาว่ากันใหม่ รอได้ก็รอ รอไม่ได้ก
"ตริติณอะ ทำมาตรฐานไว้สูงมากเลยนะ""คืออะไร""ก็ตริติณขอน้องโฟแต่งงานซีนใหญ่ขนาดนั้น แล้วมินินจะทำยังไงละ""ไม่ต้องทำยังไง ไม่ต้องแต่ง""..."เป็นอีกวันที่ตริติณมานั่งเล่นที่ร้านรอเวลาไปรับน้องโฟที่ไปทำสปาผิวเข้าคอร์สเจ้าสาวร้านข้างๆ ร้านฉันนี่แหละ และบังเอิญมาเจอคู่ปรับที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันอย่างคนหน้ามึนผู้ที่ทำตัวว่างงานทุกคน ฉันก็เลยต้องพาตัวเองมานั่งคั่นกลางระหว่างเสือกับสิงโตที่ดูท่าทางแล้วไม่มีทางยอมให้กันง่ายๆนึกภาพไม่ออกเลย ตอนที่บอกว่าเคยคุยธุรกิจด้วยกันมาเขาคุยกันยังไง ไม่น่าจะงัดกันไปกันมาแบบนี้หรอกใช่ไหม"อันนี้ปลอบใจกันถูกมั้ย""ตริติณพูดจริง ไม่ต้องแต่ง""..."เป็นฉันเองแหละ ที่ไม่น่าเริ่มบทสนทนาเรื่องแต่งงานตามที่ตัวเองรู้สึก เพราะทำเอาคนที่ถามฉันทุกวันนั่งหน้าหงิกคิ้วขมวดผูกเป็นปมแน่นมองตริติณตาขวางเหมือนใกล้จะทนไม่ไหวเต็มที"กวนตีนเก่ง""เห็นมีแต่ลูกพี่ลูกน้องผู้หญิง ที่โชว์รูมก็มีแต่สาวๆ""โชว์รูมมึงไม่มีผู้หญิงงั้นซิ""โชว์รูมกูไม่เหมือนโชว์รูมมึง""กู...""สวัสดีค่ะพี่มินิน พี่ภูผา""จ๊ะน้องโฟ"นั่งหันซ้ายมองขวาฟังผู้ชายตัวใหญ่สองคนเอาแต่เถียงกันอย่างไม่มีใครยอ
เวลาผ่านไปเร็วเหมือนความฝัน เพราะเข้าสู่เดือนที่สิบเอ็ดแล้วที่ฉันมีเขาเข้ามาในชีวิต เป็นสิบเอ็ดเดือนที่เขาทำให้ฉันรู้จักครบทุกรสชาติเหมือนรู้จักกันมาหลายปีเลยก็ว่าได้ ถามว่าฉันให้อภัยเขาหรือยัง ฉันเองก็ไม่ค่อยแน่ใจตัวเองเท่าไหร่ แต่ลองเอาเหตุผลของเขามาคิดทบทวนดูแล้ว เป็นฉันก็คงทำไม่ต่างกัน ใครจะอยากให้คนที่ตัวเองรักเป็นอันตรายกันละ และถ้าถามถึงเรื่องสถานะระหว่างฉันกับเขายังคงไม่มีคำเรียกที่ชัดเจนเหมือนเดิม เพราะฉันอยากมั่นใจอีกหน่อยว่าเขาจะไม่ล้อเล่นกับใจฉันอีก ที่สำคัญอยากจะดัดนิสัยคนเจ้าเล่ห์อย่างเขาด้วย มีอย่างที่ไหนกันหาช่างมาเปลี่ยนประตูห้องพักให้ฉัน เป็นประตูอย่างดีและแพงมากก็จริง แต่รหัสเปิดประตูเป็นวันเกิดของเขาโดยไม่ถามความสมัครใจจากเจ้าของห้องอย่างฉันเลยสักนิด"พี่มินิน อินขอไปซื้อข้าวกลางวันก่อนนะคะ""จ๊ะ เผื่อพี่กล่องนึงนะเอาเหมือนน้องอิน""ได้เลยค่ะ"ฉันแอบมองตามหลังน้องอินเดินออกไปขึ้นรถของใครบางคนจนลับตา เป็นอย่างนี้มาสักพักหนึ่งแล้วที่น้องอินมีคนมาคอยรับคอยส่งอย่างนี้ ใช่ว่าฉันจะไม่รู้จักเขาคนนั้นนะ แต่เมื่อเป็นเรื่องส่วนตัวของทั้งสองคนและน้องอินโตพอที่จะเรียนรู้ด้วยตั
ผมสูดลมหายใจเข้าลึกจนรู้สึกเจ็บแปลบที่อก พยายามกลืนอารมณ์ร้อนรุ่มทั้งหมดลงไป ดวงตาคมจ้องมองเธออย่างไม่ละสายตา แสงไฟในห้องสาดกระทบใบหน้าหวานที่ผมคิดถึงทุกคืน แต่ในแววตาคู่นั้นไม่มีความอ่อนโยนเหมือนก่อน มีเพียงความแข็งกร้าวและระยะห่างที่ผมเป็นคนสร้างมันขึ้นมาเอง "ตอบเฮีย พามันขึ้นมาทำอะไรบนห้อง" "ทำอะไรก็ได้ ฉันโตแล้ว""มินิน" "...""โอเค เฮียยอม" "นี่ อย่าเข้ามาใกล้นะ" ใบหน้าบึ้งตึงทำใจแกร่งปวดหนึบอย่างที่ไม่เคยเป็น จนผมต้องยกสองมือขึ้นยอมจำนนอย่างยอมแพ้ ค่อยๆ ก้าวขาขยับเข้าไปใกล้อยากรวบตัวเธอมากอด แต่เธอกลับถอยหนีพยายามพองขนเหมือนเม่นน้อยที่พร้อมจะทำร้ายกัน จนผมต้องถอนหายใจระบายความอัดอั้นที่มีให้น้อยลง"เฮียไม่ได้อยากหายไป" "และไม่ได้รู้สึกรำคาญตามที่พูด" เสียงทุ้มต่ำลงโดยไม่รู้ตัว ตัดสินใจอธิบายอย่างใจเย็น แม้รู้ว่าเธอคงไม่เชื่อคำพูดของผมง่ายๆ"ถ้าเฮียไม่พูดแบบนั้น...""มาอธิบายอะไรตอนนี้" ขายาวก้าวเข้าไปใกล้อีกก้าวจนแทบชิด ครั้งนี้ เธอไม่ขยับถอยหนี ให้เห็นดวงตาคู่กลมแดงก่ำได้ชัดเจนถามกลับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือที่แฝงไปด้วยความน้อยใจและโกรธ จนผมร้อนรนแทบทำอะไรไม่ถ
เอี๊ยด...ด!เสียงล้อรถเสียดสีไปกับผิวถนนจนเกิดสะเก็ดไฟ บ่งบอกถึงการมาของใครอีกคนที่ผมเป็นคนส่งข้อความไปนัดให้มาเจอหลังจากที่ออกจากโรงพยาบาลได้ไม่ถึงหนึ่งวัน ตริติณฝาแฝดของผู้หญิงที่ผมพูดร้ายกับเธอไปเมื่อหลายวันก่อน"มีอะไร" "มินินเป็นยังไงบ้าง" ทันทีที่รถสปอร์ตหรูสีดำด้านรุ่นล่าสุดมาจอดข้างๆ พร้อมกับเปิดกระจกลงมาเป็นการยืนยันว่าเขาคือคนที่ผมนัดเอาไว้ ก่อนจะทักทายด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่ายที่ฟังแล้วรู้สึกขัดหูไม่น้อย"ถามทำไม" "...""มีความสุขดี""กูไม่อยู่นาน ฝากมึง...""น้องกู กูดูแลอยู่แล้ว" "งั้นก็ดี" "ส่วนมึง ถ้ายังเคลียร์ตัวเองไม่ได้ ก็อย่ากลับไปวุ่นวายกับมินินอีก" ถ้าไม่ติดว่าเป็นพี่เมีย ผมคงได้ซัดหน้ากวนๆ นั่นสักทีให้หายหมันไส้ ไหนจะคำพูดคำจาที่ไม่เคยคิดว่าเป็นผมที่อายุมากกว่า แต่ผมทำได้เพียงใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้มระงับอารมณ์หงุดหงิดที่มีก็เท่านั้น เพราะรู้ตัวเองดีว่าเป็นรองพี่เมียมากจนคะแนนติดลบยากที่จะทำคะแนนบวกตีตื้นขึ้นมาได้ ยังไม่ทันได้ขอบคุณในน้ำใจที่ให้เลือดกับผมในวันนั้นไม่แม้จะเปิดโอกาสได้โต้กลับใดใด รถคันหรูก็ออกตัวไปไกลไม่ทันให้ผมได้เปิดปากพูด ไอ้
"ให้ติณอยู่เป็นเพื่อนมั้ย""แล้วน้องโฟละ" "อยู่บ้าน" "อื้ม" ฉันพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะโผลสวมกอดพี่ชายที่เดินมามาหย่อนตัวลงนั่งข้างๆ และเหมือนตริติณจะรับรู้ได้ถึงความรู้สึกของฉันตอนนี้ที่เต็มไปด้วยความกลัวและกังวลไปหมดถึงได้ยกแขนขึ้นมาโอบกอดฉันไว้พร้อมกับลูบผมหนาเบาเบา ไม่มีคำพูดใดใดแต่สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แฝดมีให้ฉันตลอดมา "อุ้ย! เจ็บรึเปล่า มินินขอโทษนะ" "ไม่" จนฉันลืมไปเลยว่าแขนของตริติณมีพลาสเตอร์ปิดเอาไว้เพราะเพิ่งผ่านการให้สิ่งสำคัญกับคนที่นอนนิ่งมีสายระโยงระยางเต็มไปหมดอยู่ในห้องไอซียูเมื่อชั่วโมงที่ผ่านมา แต่ตริติณก็คือตริติณต่อให้เจ็บมากแค่ไหนก็ไม่ยอมปริปากพูดออกมาหรอก ฉันเลยขยับตัวออกห่างเล็กน้อยก้มหน้ามาเป่าตรงรอยจุดเล็กๆ สีแดงหวังช่วยให้ความเจ็บลดลงบ้าง ถึงจะรู้ว่าอาจจะช่วยไม่ได้เลยก็ตาม อย่างน้อยฉันก็อยากตอบแทนความใจดีของตริติณที่ช่วยชีวิตเขาเอาไว้"ไม่กลัว?" "ไม่" ถ้าเดาไม่ผิด ตริติณคงหมายถึงตัวตนที่เขาเป็นและความอันตรายที่อยู่รอบทุกทิศทุกทางเหมือนอย่างวันนี้ แต่แล้วยังไงหล่ะ ในเมื่อฉันเลือกเปิดใจให้เขาแล้ว เรียนวิชาป้องกันตัวหรือการจับปืนฉ





![โฉมงามร้อนราคะ [BDSM] + [NC30+] + [PWP]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

