Share

บทที่11

last update publish date: 2026-02-28 09:06:01

ข้าวต้มหมูที่เจ้านายคนสวยทำมาให้หมดเกลี้ยงไม่เหลือแม้แต่น้ำซุปภายในเวลาไม่กี่นาที​ ตามด้วยยาแก้ปวดลดไข้ที่เธอเตรียมมาให้อย่างใส่ใจ

ไม่เคยคิด​ ว่าผู้ชายที่ผ่านร้อนผ่านหนาวผ่านลูกกระสุนมานับครั้งไม่ถ้วน​ อยู่ๆ​ จะมาป่วยด้วยพิษไข้​ ที่ผมแอบสันนิษฐาน​เอาเองว่าน่าจะเป็นเพราะวันก่อนขับมอเตอร์ไซค์​ตากแดดที่มีอุณหภูมิ​สูงมากนานหลายชั่วโมง​ ประกอบกับตลอดระยะเวลาที่ได้มาอยู่ที่นี่เวลาพักผ่อนที่เคยคิดว่ามากพอในแต่ละวัน​ กลับเหลือเพียงวันละสองถึงสามชั่วโมง​เท่านั้น​ แถมกลับมายังต้องมาเจอเรื่องว้าวุ่นใจ​ ​ยิ่งทำให้ตลอดทั้งคืนผมนอนปวดหัวและมีไข้​ จนเธอต้องมาคอยดูแล​ และมีโอกาสได้คว้าเธอมานอนกอดคลายความหนาวจากอุณหภูมิ​ในร่างกายที่สูงมาก เป็นชั่วโมง​ที่ผมรู้สึกว่าตัวเองนอนหลับสนิทมาก​ มากที่สุดเลยก็ว่าได้​ จนอยากมีร่างนุ่มนิ่มนี้มานอนกอดแบบนี้ทุกคืน

ผมพาตัวเองลงมาจากห้องพักพร้อมกับถาดและชามข้ามต้มเพื่อจะเอามาล้างให้เรียบร้อย แต่กลับเห็นแสงไฟในห้องครัวและกลิ่นหอมของขนมที่ลอยออกมาชวนน่ากิน ก็ตั้งแต่รู้ว่าตัวเองจะมีเมียเป็นเจ้าของคาเฟ่ ผมก็ฝึกกินขนมทั้งที่ไม่ชอบของหวานมากขึ้น บางวันก็นั่งเป็นหนูทดลองชิมขนมสูตรใหม่ที่เธอลองทำครั้งแรก​ กลายเป็นหนึ่งในความชอบของผมไปแล้ว​ 

ชอบทั้งขนม​ ชอบทั้งคนทำ​ขนม

"มีออ​เดอร์?" 

"อ่าฮะ หายแล้วเหรอ" 

แล้วก็ทายไม่ผิด​ ว่าคนที่ทำให้ร้านอบอวลไปด้วยกลิ่นของเนยก็คือคุณเจ้าของร้านคนสวย​ ที่กำลังยืนปั้นแป้งคุ้กกี้​ ระหว่างรออบขนมเค้ก

"ยัง​ ไม่มีใครให้นอนกอด"

"ทะลึ่ง" 

"หึ" 

ยังไม่หายเพราะยังปวดหัวอยู่คือเรื่องจริง​ และที่จริงไปมากกว่านั้นก็คือ​ ไม่มีใครให้นอนกอดเหมือนเมื่อตอนกลางวัน​ ผมพูดผิดตรงไหน​ หรืออาจจะผิด​ ไม่อย่างนั้นคงไม่โดนถลึงตาใส่จนน่าขนลุกแบบนี้

"เฮียช่วยมั้ย" 

"ขึ้นไปนอนพักเถอะ" 

"เฮียอยากช่วยครับ"

หลังจากล้างชามและเช็ดจนแห้ง​ ผมก็ค่อยๆ​ เนียนขยับมายืนใกล้ๆ​ เธอ​ อยากช่วยให้งานเธอเสร็จเร็วขึ้นจะได้มีเวลากลับไปพักผ่อน​ ซึ่งผมก็ยืนรอจนเธอใจอ่อน​ ยอมให้ผมช่วยปั้นแป้งคุ้กกี้เป็นก้อนกลมๆ​ ตามน้ำหนักที่เธอคอยกำชับ

"เฮียภูผา​ เล็กไป" 

"ไม่เล็ก" ยังไม่ได้ลอง​ รู้ได้ยังไงวะ? ว่าเล็ก

"ยังจะเถียง​ เห็นมั้ย​น้ำหนักหายไป" อ่อ​ หมายถึงคุกกี้ที่ผมปั้น​ ค่อยโล่งอกขึ้นมาหน่อย

"เฮียชั่งให้ใหม่" 

"ได้มั้ย" 

"อื้ม​ เท่านี้แหละ​ ห้ามขาดห้ามเกิน" 

"นี่​ ทำไมต้องใกล้ขนาดนี้เนี่ย" 

"เฮียหยิบไม่ถึง"

"เฮียภูผา"

"เฮียอยากเอาชิ้นนั้นมาชั่งใหม่" 

"..."

ฟอด

"..."

"ขอโทษครับ​ ไม่ได้ตั้งใจ"

"..."

ผู้ชายแขนขายาวอย่างผมเวลาจะหยิบจะจับอะไรก็ไม่ใช่เรื่องยาก​ เพียงแต่ถ้าเราอยากเข้าไปใกล้ใครสักคน​ อะไรที่ว่าง่ายควรทำให้ยากที่สุด​ เหมือนที่ผมพยายามเอื้อมแขนไปหยิบก้อนแป้งที่อยู่ไกลมือ​ เพื่อที่จะได้โน้มตัวลงไปดมผมหนาหอมๆ​ เฉียดแก้มนุ่มบ้างให้พอชื่นใจ​ ทำเธอมองตาขวางแล้วตาขวางอีก​ โชคดีที่สองมือเล็กกำลังยุ่งอยู่กับการนวดแป้ง​ ไม่อย่างนั้นกล้ามแขนของผมคงได้ขึ้นรอยนิ้วมือของเธอแน่

"ชิมให้หน่อยสิ" 

"ร้อน" 

ฟู่​ ฟู่​ ฟู่

ปากอวบอิ่มสีชมพูน่าจูบ​ เป่าเค้กกล้วยหอมชีสในมืออย่างใจเย็น​ ก่อนจะป้อนเข้าปากให้ผมชิม ผมก็มีหน้าที่แค่อ้าปากรับแล้วค่อยๆ​ เคี้ยว​ให้ได้รับรสชาติมากที่สุด​ เพราะคำตอบที่เธอรอ​ คือรสชาติจริงของขนมและความรู้สึกที่จริงใจ​ ซึ่งผมก็ทำหน้าที่นี้ได้ดี​ จนทุกครั้งที่ขนมออกมาจากเตา​ ชิ้นแรกจะตกเป็นของผม​ มีเธอเป็นคนป้อน​ 

ให้ผมและเธอใกล้เข้ามาอีกขั้น...

"ง่วง?"​

"อืม" 

หน้าผากกว้างโน้มลงไปผลักผมหนาเบาเบา​ เรียกสติคนที่กำลังยืนหาวครั้งแล้วครั้งเล่า​ ทำผมอดสงสารไม่ได้​ แย่งอุปกรณ์​ทำขนมให้มือเธอ​ มาล้างเองทั้งหมด​ ให้เธอไปนั่งรอที่เก้าอี้ตรงไอส์แลนด์​ ได้เป็นเมียเมื่อไหร่​ สัญญากับตัวเองเอาไว้ว่าจะไม่ปล่อยให้เธออดหลับอดนอนอย่างนี้​

และคืนนี้​ ผมคงไม่วางใจให้เธอขับรถกลับคอนโดทั้งที่ง่วงจนตาปิดแบบนี้แน่​ ถึงจะมีลูกน้องผมคอยขับรถตามดูแลก็ตาม​ 

"มินิน" 

"..."

"น้องมินินครับ"

"หืม"

"เฮียพาไปนอนนะ"

"อืม​อืม" 

ผมช้อนตัวเธอที่นอนฟุบไปกับโต๊ะ​ในท่าเจ้าสาว​ พาเธอขึ้นไปนอนบนห้องพักของเธอ​ ที่เธอใจดียกให้ผมชั่วคราว​ ก่อนจะวางเธอลงบนเตียงแล้วค่อยๆ​ จัดท่าทางให้เธอนอนสบาย​ แล้วรีบวิ่งลงมาตรวจเช็คประตูร้านร้าน​ ล็อคครบทุกชั้นและปิดไฟ​ กลับขึ้นไปบนห้องอีกครั้ง​ จัดการหาผ้าชุบน้ำมาค่อยๆ​ เช็ดตามกรอบหน้าสวยหวาน​ ลำคอขาวและแขนเหมือนกับที่เธอทำให้ผม​ ใจก็อยากช่วยเช็ดตัวทุกซอกทุกมุมให้มสกหว่านี้​ เพื่อที่เธอจะได้สบายตัว​ แต่ก็หวั่นว่าจะห้ามใจตัวเองไม่อยู่​ จนเผลอทำอะไรอะไรลงไปในตอนที่เธอยังไม่พร้อม เลยต้องอดทนอดกลั้นพาตัวเองไปจัดการสงบสติในห้องน้ำจนเรียบร้อย​ และกลับออกมาในสภาพพร้อมนอน​ 

แน่นอนว่าคนที่เพิ่งหายไข้อย่างผม​ ควรได้นอนบนเตียงอุ่นๆ​ มากกว่าพื้นเย็นเฉียบ​ มีร่างนุ่มนิ่มให้กอดพร้อมกับกลิ่นหอมๆ​ ที่เหมือนยานอนหลับสำหรับผม​ คิดได้อย่างนั้น​ ผมก็ค่อยๆ​ ขยับตัวลงนอนข้างเธอ​ ดึงเธอให้เข้ามสอยู่ในอ้อมกอดอีกครั้ง​ ให้เธอหนุนแขนแกร่งแทนหมอนซึ่งมีอยู่เพียงใบเดียว​

ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่​ ที่ผมนอนมองเธออยู่ในความมืด​ ฟังเสียงหัวใจที่เอาแต่เต้นไม่เป็นจังหวะ​ จนแอบกลัวว่าเธอจะตื่นเพราะเสียงตึกตักที่ดังรบกวน​ อย่างน้อยวันนี้​ ผมและเธอก็ไม่ใช่คนแปลกหน้าเหมือนวันแรกที่เจอกัน​ จะเรียกว่าความสัมพั​นธ์แบบเจ้านายกับลูกน้อง​ ผมว่ามันมากกว่านั้น​ และถ้าผมไม่คิดเข้าข้างตัวเองจนเกินไป​ เธอคงเริ่มรู้สึกชินกับการมีผมบ้างแล้ว​ ไม่อย่างนั้นคงไม่ปล่อยให้ผมมีโอกาสได้ใกล้ชิดมากขนาดนี้​

ส่วนผม...ไม่ว่าพรุ่งนี้อะไรจะเกิดขึ้น​ จะไม่มีวันให้เธอหายไปจากชีวิตผมเลยสักวัน​ ต่อให้วันนั้นเธอจะโกรธ​ เกลียด​ หรืออาจจะกลัว​ก็ตาม

จุ๊บ

 

#อ่านเพลินๆ​ สบายๆ​ ก่อนน้า 

#จะว่าเฮียภูผาของไรท์ก็น่ารักเหมือนกัน​ ค่อยๆ​จีบน้อง​ ค่อยๆ​ ให้น้องรู้สึกกับตัวเอง

 

 

 

 

 

 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่31

    ปึก! "ไม่มีฤกษ์""..."เสียงแก้วกาแฟวางกระทบลงบนโต๊ะกระจกในห้องนั่งเล่นที่บ้านใหญ่ของมินิน กว่าสองชั่วโมงแล้วที่ผมนั่งตัวตรงต่อหน้าป๊าและมามี๊ของเธอ​ ไม่แม้แต่จะขยับตัวหรือลุกไปเข้าห้องห้องน้ำ​ เพราะเป็นครั้งแรกที่ผมได้มีโอกาสมาแนะนำตัวต่อหน้าผู้ใหญ่​ และเป็นผู้ใหญ่ของผู้หญิงคนแรกในชีวิต​ บรรยากาศ​ตอนแนะนำตัวในหนึ่งชั่วโมง​ มีบ้างที่อาจดูอึมครึม​รู้สึกหายใจไม่ค่อยสะดวก แต่สุดท้ายผมก็นำเสนอตัวเองได้ดีจนพอจะได้เห็นรอยยิ้มสวยๆ​ บนใบหน้าของมามี๊มินินบ้าง​ ไม่แปลกใจว่ารอยยิ้มสวยหวานของมินินได้มาจากใคร​ และก็ไม่แปลกใจว่าตริติณหน้านิ่งเหมือนใครแล้วผมก็ทำให้เมฆฝนเคลื่อนตัวมาปกคลุมทั่วห้องนั่งเล่นอีกครั้ง​ เพราะความใจร้อนของผมเอง​ ใจร้อนผลีผลาม​พูดถึงเรื่องขอแต่งงานกับเธอ​ไปตามความคิด​ ไอ้ผมมันก็มาเฟียเก่าคิดอะไรก็พูดไปอย่างนั้น​ อยากได้ลูกสาวเขาก็ขอกับคุณพ่อตาตรงๆ​ เพราะสำหรับผมการแสดงความจริงใจด้วยใจจริงถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด​ และหวังเพียงคุณพ่อตาและคุณแม่ยายจะเห็นในความจริงใจของลูกเขยคนนี้"วันเดียวกับตริติณก็ได้ครับ ผมพร้อม""ไม่สะดวก""ถ้างั้น...""ห้าปีมาว่ากันใหม่ รอได้ก็รอ รอไม่ได้ก

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่30

    "ตริติณอะ ทำมาตรฐานไว้สูงมากเลยนะ""คืออะไร""ก็ตริติณขอน้องโฟแต่งงานซีนใหญ่ขนาดนั้น แล้วมินินจะทำยังไงละ""ไม่ต้องทำยังไง ไม่ต้องแต่ง""..."เป็นอีกวันที่ตริติณมานั่งเล่นที่ร้านรอเวลาไปรับน้องโฟที่ไปทำสปาผิวเข้าคอร์สเจ้าสาวร้านข้างๆ ร้านฉันนี่แหละ และบังเอิญมาเจอคู่ปรับที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันอย่างคนหน้ามึนผู้ที่ทำตัวว่างงานทุกคน ฉันก็เลยต้องพาตัวเองมานั่งคั่นกลางระหว่างเสือกับสิงโตที่ดูท่าทางแล้วไม่มีทางยอมให้กันง่ายๆนึกภาพไม่ออกเลย ตอนที่บอกว่าเคยคุยธุรกิจด้วยกันมาเขาคุยกันยังไง ไม่น่าจะงัดกันไปกันมาแบบนี้หรอกใช่ไหม"อันนี้ปลอบใจกันถูกมั้ย""ตริติณพูดจริง ไม่ต้องแต่ง""..."เป็นฉันเองแหละ ที่ไม่น่าเริ่มบทสนทนาเรื่องแต่งงานตามที่ตัวเองรู้สึก เพราะทำเอาคนที่ถามฉันทุกวันนั่งหน้าหงิกคิ้วขมวดผูกเป็นปมแน่นมองตริติณตาขวางเหมือนใกล้จะทนไม่ไหวเต็มที"กวนตีนเก่ง""เห็นมีแต่ลูกพี่ลูกน้องผู้หญิง ที่โชว์รูมก็มีแต่สาวๆ""โชว์รูมมึงไม่มีผู้หญิงงั้นซิ""โชว์รูมกูไม่เหมือนโชว์รูมมึง""กู...""สวัสดีค่ะพี่มินิน พี่ภูผา""จ๊ะน้องโฟ"นั่งหันซ้ายมองขวาฟังผู้ชายตัวใหญ่สองคนเอาแต่เถียงกันอย่างไม่มีใครยอ

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่29

    เวลาผ่านไปเร็วเหมือนความฝัน เพราะเข้าสู่เดือนที่สิบเอ็ดแล้วที่ฉันมีเขาเข้ามาในชีวิต เป็นสิบเอ็ดเดือนที่เขาทำให้ฉันรู้จักครบทุกรสชาติเหมือนรู้จักกันมาหลายปีเลยก็ว่าได้ ถามว่าฉันให้อภัยเขาหรือยัง ฉันเองก็ไม่ค่อยแน่ใจตัวเองเท่าไหร่ แต่ลองเอาเหตุผลของเขามาคิดทบทวนดูแล้ว เป็นฉันก็คงทำไม่ต่างกัน ใครจะอยากให้คนที่ตัวเองรักเป็นอันตรายกันละ และถ้าถามถึงเรื่องสถานะระหว่างฉันกับเขายังคงไม่มีคำเรียกที่ชัดเจนเหมือนเดิม เพราะฉันอยากมั่นใจอีกหน่อยว่าเขาจะไม่ล้อเล่นกับใจฉันอีก ที่สำคัญอยากจะดัดนิสัยคนเจ้าเล่ห์อย่างเขาด้วย มีอย่างที่ไหนกันหาช่างมาเปลี่ยนประตูห้องพักให้ฉัน เป็นประตูอย่างดีและแพงมากก็จริง แต่รหัสเปิดประตูเป็นวันเกิดของเขาโดยไม่ถามความสมัครใจจากเจ้าของห้องอย่างฉันเลยสักนิด"พี่มินิน อินขอไปซื้อข้าวกลางวันก่อนนะคะ""จ๊ะ เผื่อพี่กล่องนึงนะเอาเหมือนน้องอิน""ได้เลยค่ะ"ฉันแอบมองตามหลังน้องอินเดินออกไปขึ้นรถของใครบางคนจนลับตา เป็นอย่างนี้มาสักพักหนึ่งแล้วที่น้องอินมีคนมาคอยรับคอยส่งอย่างนี้ ใช่ว่าฉันจะไม่รู้จักเขาคนนั้นนะ แต่เมื่อเป็นเรื่องส่วนตัวของทั้งสองคนและน้องอินโตพอที่จะเรียนรู้ด้วยตั

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่28

    ผมสูดลมหายใจเข้าลึกจนรู้สึกเจ็บแปลบที่อก พยายามกลืนอารมณ์ร้อนรุ่มทั้งหมดลงไป ดวงตาคมจ้องมองเธออย่างไม่ละสายตา แสงไฟในห้องสาดกระทบใบหน้าหวานที่ผมคิดถึงทุกคืน แต่ในแววตาคู่นั้นไม่มีความอ่อนโยนเหมือนก่อน มีเพียงความแข็งกร้าวและระยะห่างที่ผมเป็นคนสร้างมันขึ้นมาเอง​ "ตอบเฮีย พามันขึ้นมาทำอะไรบนห้อง" "ทำอะไรก็ได้​ ฉันโตแล้ว""มินิน" "...""โอเค​ เฮียยอม" "นี่​ อย่าเข้ามาใกล้นะ" ใบหน้าบึ้งตึงทำใจแกร่งปวดหนึบอย่างที่ไม่เคยเป็น จนผมต้องยกสองมือขึ้นยอมจำนนอย่างยอมแพ้​ ค่อยๆ​ ก้าวขาขยับเข้าไปใกล้อยากรวบตัวเธอมากอด​ แต่เธอกลับถอยหนีพยายามพองขนเหมือนเม่นน้อยที่พร้อมจะทำร้ายกัน​ ​จนผมต้องถอนหายใจระบายความอัดอั้นที่มีให้น้อยลง"เฮียไม่ได้อยากหายไป" "และไม่ได้รู้สึกรำคาญตามที่พูด" เสียงทุ้มต่ำลงโดยไม่รู้ตัว ตัดสินใจอธิบายอย่างใจเย็น​ แม้รู้ว่าเธอคงไม่เชื่อคำพูดของผมง่ายๆ"ถ้าเฮียไม่พูดแบบนั้น...""มาอธิบายอะไรตอนนี้" ขายาวก้าวเข้าไปใกล้อีกก้าวจนแทบชิด ครั้งนี้​ เธอไม่ขยับถอยหนี​ ให้เห็นดวงตาคู่กลมแดงก่ำได้ชัดเจนถามกลับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือที่แฝงไปด้วยความน้อยใจและโกรธ​ จนผมร้อนรนแทบทำอะไรไม่ถ

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่27

    เอี๊ยด...ด!เสียงล้อรถเสียดสีไปกับผิวถนนจนเกิดสะเก็ดไฟ บ่งบอกถึงการมาของใครอีกคนที่ผมเป็นคนส่งข้อความไปนัดให้มาเจอหลังจากที่ออกจากโรงพยาบาลได้ไม่ถึงหนึ่งวัน​ ตริติณฝาแฝดของผู้หญิงที่ผมพูดร้ายกับเธอไปเมื่อหลายวันก่อน"มีอะไร" "มินินเป็นยังไงบ้าง" ทันทีที่รถสปอร์ตหรูสีดำด้านรุ่นล่าสุดมาจอดข้างๆ​ พร้อมกับเปิดกระจกลงมาเป็นการยืนยันว่าเขาคือคนที่ผมนัดเอาไว้​ ก่อนจะทักทายด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่ายที่ฟังแล้วรู้สึกขัดหูไม่น้อย"ถามทำไม" "...""มีความสุขดี""กูไม่อยู่​นาน​ ฝากมึง...""น้องกู​ กูดูแลอยู่แล้ว" "งั้นก็ดี" "ส่วนมึง​ ถ้ายังเคลียร์​ตัวเองไม่ได้​ ก็อย่ากลับไปวุ่นวายกับมินินอีก" ถ้าไม่ติดว่าเป็นพี่เมีย​ ผมคงได้ซัดหน้ากวนๆ​ นั่นสักทีให้หายหมันไส้​ ไหนจะคำพูดคำจาที่ไม่เคยคิดว่าเป็นผมที่อายุมากกว่า​ แต่ผมทำได้เพียงใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้มระงับอารมณ์​หงุดหงิดที่มีก็เท่านั้น​ เพราะรู้ตัวเองดีว่าเป็นรองพี่เมียมากจนคะแนนติดลบยากที่จะทำคะแนนบวกตีตื้นขึ้นมาได้​ ยังไม่ทันได้ขอบคุณ​ในน้ำใจที่ให้เลือดกับผมในวันนั้นไม่แม้จะเปิดโอกาสได้โต้กลับใดใด​ รถคันหรูก็ออกตัวไปไกลไม่ทันให้ผมได้เปิดปากพูด ไอ้

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่26

    "ให้ติณอยู่เป็นเพื่อนมั้ย"​"แล้วน้องโฟละ" "อยู่บ้าน" "อื้ม" ฉันพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะโผลสวมกอดพี่ชายที่เดินมามาหย่อนตัวลงนั่งข้างๆ​ และเหมือนตริติณจะรับรู้ได้ถึงความรู้สึกของฉันตอนนี้ที่เต็มไปด้วยความกลัวและกังวลไปหมดถึงได้ยกแขนขึ้นมาโอบกอดฉันไว้พร้อมกับลูบผมหนาเบาเบา​ ไม่มีคำพูดใดใดแต่สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แฝดมีให้ฉันตลอดมา​ "อุ้ย! ​เจ็บรึเปล่า​ มินินขอโทษนะ" "ไม่" จนฉันลืมไปเลยว่าแขนของตริติณมีพลาสเตอร์​ปิดเอาไว้เพราะเพิ่งผ่านการให้สิ่งสำคัญกับคนที่นอนนิ่งมีสายระโยงระยางเต็มไปหมดอยู่ในห้องไอซียูเมื่อชั่วโมงที่ผ่านมา​ แต่ตริติณก็คือตริติณต่อให้เจ็บมากแค่ไหนก็ไม่ยอมปริปากพูดออกมาหรอก​ ฉันเลยขยับตัวออกห่างเล็กน้อยก้มหน้ามาเป่าตรงรอยจุดเล็กๆ​ สีแดงหวังช่วยให้ความเจ็บลดลงบ้าง​ ถึงจะรู้ว่าอาจจะช่วยไม่ได้เลยก็ตาม​ อย่างน้อยฉันก็อยากตอบแทนความใจดีของตริติณที่ช่วยชีวิต​เขาเอาไว้"ไม่กลัว?" "ไม่" ถ้าเดาไม่ผิด​ ตริติณ​คงหมายถึงตัวตนที่เขา​เป็น​และความอันตรายที่อยู่รอบทุกทิศทุกทางเหมือนอย่างวันนี้​ แต่แล้วยังไงหล่ะ​ ในเมื่อฉันเลือกเปิดใจให้เขาแล้ว​ เรียนวิชาป้องกันตัวหรือการจับปืนฉ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status