แชร์

บทที่12

ผู้เขียน: มู​๋​สะเต๊ะ​
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-01 21:09:37

"..."

"หึ"

ฟอด

ที่จริงผมรู้สึกตัวตื่นตั้งแต่ร่างนุ่มนิ่มในอ้อมกอดขยับตัวยุกยิกไปมาเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน​ เพียงแค่อยากรู้ว่าเธอจะโวยวายหรือแอบทำอะไรไม่ดีไม่ร้ายผมหรือเปล่าก็เท่านั้น​ แต่สุดท้ายร่างนุ่มนิ่มก็หยุดนิ่งยอมให้ผมกอดอยู่อย่างนั้น​ ทำผมแปลกใจอดไม่ได้ที่จะลืมตาขึ้นมามองให้หายข้องใจ​ 

ตากลมโตจากที่นอนมองตาแป๋วแววตาเต็มไปด้วยความสงสัย​ รีบหลับตาปี๋ด้วยความตกใจทันทีที่เห็นตาคู่คมของผมลืมขึ้นมาสบตา​ เหมือนเด็กน้อยกำลังหนีความผิด​ คงจะกลัวผมจับได้ว่ามีคนคอยแอบมองอยู่นานสองนาน​ ในเมื่อเธออยากมองผมก็ไม่ติด​ จะยอมนอนกอดให้เธอมองอยู่อย่างนี้ต่ออีกหน่อย​ แต่ขอเก็บค่าเสียหายเป็นหอมแก้มนุ่มๆ​ ฟอดใหญ่สักฟอดให้พอหายมันเขี้ยวก็พอ​ มาเฟียอย่างผม​ ใจสปอร์ต​อยู่แล้ว

"ปล่อยได้แล้ว​ อยากเข้าห้องน้ำ" 

"ครับ" 

ฟอด

"นี่​ ไม่ว่าหน่อย​ เอาใหญ่เลยนะ" 

"อยากแก้มหอมทำไม" 

"ครั้งละหนึ่งพัน​ จ่ายมา?" 

"เฮียให้หักจากค่าแรงแล้วกัน" 

"ไม่พอเถอะยะ" 

"หึ" 

ผมหยัดตัวลุกขึ้นพิงหัวเตียงมองตามคนที่คอยเหลียวหลังมามองตาขวางจนเดินหายเข้าไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำ​ ผมก็เลยให้พื้นที่ส่วนตัวกับเธอ​ พาตัวเองลงมาจัดขนมที่เธอทำเมื่อคืนเตรียมเปิดร้านให้พร้อมอย่างรู้หน้าที่​ แต่พอเปิดม่านกันแดดขึ้นทั้งร้านก็ปรากฎร่างสูงใหญ่ยืนคอยอยู่ตรงกระจก​ ไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นมือซ้ายและมือขวาของผมเอง​ ไอ้ชาลกับไอ้ชาลี​ 

"ว่า?"​

"เป็นยังไงบ้างครับนาย" 

"นายหญิงบอกว่านายไม่สบาย" 

"นายหญิง?" 

ปกติไอ้สองคนนี้ไม่ให้สถานะใครง่ายๆ​ ยิ่งตำแหน่งนายหญิงด้วยแล้ว​ ยิ่งเป็นไปไม่ได้เพราะผมไม่อนุญาต​ แต่พอได้ยินไอ้ชาลพูดเรียกเธอแบบนี้​ ฟังแล้วลื่นหูดี​ สงสัยคงต้องเพิ่มโบนัสให้สักก้อน

"อะ​ เอ่อ​ คุณมินินครับ" 

"เรียกเหมือนเดิม"

"ครับ"

หนึ่งความโชคดีในชีวิตผม​ คือการมีลูกน้องที่ดีคอยดูแลกันเหมือนพี่น้อง​ จนบางครั้งผมก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นพี่ใหญ่​ที่มีน้องชายฝาแฝดทั้งสองคนคอยแวะเวียนมาดูแล​ แม้ในวันที่ผมไม่สบายก็มาคอยช่วยงานมินินหรือนายหญิงที่ไอ้สองคนนั้นเรียก​ โดยที่ผมไม่ต้องเอ่ยปากออกคำสั่งเลยสักนิด

สมแล้วที่เป็นทั้งมือซ้ายและมือขวา​ ลูกน้องที่รู้ใจที่สุดต้องระยะเวลาสิบกว่าปีที่ผ่านมา

"น้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋ ของนายกับนายหญิง" 

"อืม​ ขอบใจ" 

พอได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวจากชั้นบน​ ผมพยักหน้าส่งสัญญาณให้ไอ้คู่แฝดกลับไปคอยสังเกตการณ์​แถวลานจอดรถเหมือนเคย​ ส่วนผมก็ถือถุงน้ำเต้าหู้และปาท่องโก๋​ร้านไม่ไกลจากคาเฟ่มาเทใส่แก้วรอนายหญิงคนสวยลงมานั่งกินพร้อมกัน

จะรู้ตัวมั้ยวะ... ว่าเวลานี้ตัวเองกลายเป็นนายหญิงของลูกน้องนับร้อยคนไปแล้ว

"เสร็จหมดแล้วเหรอ" 

"อืม​ เต้าหู้ร้อนๆ" 

"หืม​ ขอบคุณ​ค่ะ" 

ว่าที่เมียของผม​ เธอเป็นคนที่มีความสุขได้ง่ายกับเรื่องเล็กเล็กน้อยน้อยแบบนี้​ แค่เห็นน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋วางพร้อมเสิร์ฟ​ ตากลมโตก็ยิ้มโค้งเป็นรูปสระอิพาให้ผมเผลอยิ้มตามเป็นอย่างนี้อยู่บ่อยครั้ง

จุ๊บ

"​กินยังไงให้เลอะ" และก็ไม่เคยห่วงสวย​ ไม่ว่าจะตอนทำขนมที่มีแป้งเปื้อนเต็มไปหมด​ หรือแม้กระทั่งตอนนี้​ ถึงแม้ว่าจะนั่งต่อหน้าผม​ ริมฝีปากอวบอิ่มก็เต็มไปด้วยคราบน้ำเต้าหู้​ ชวนให้ผมอยากอาสาเช็ดให้​ ค่อยๆ​ ละเมียดละไมเช็ดให้ด้วยปากของผมจนสะอาดไม่หลงเหลือเลยสักหยด​ 

น้ำเต้าหู้ไม่ใส่น้ำตาล​ แต่ก็หวานใช้ได้...

"ทำแบบนี้กับผู้หญิงบ่อยเหรอ"

"ไม่​ คนแรก" 

"และอยากทำบ่อยๆ" 

"ถ้าคุณ​เจ้านายอนุญาต" 

"ใครเขาอนุญาตกัน" 

"หึ" 

ปล่อยให้เธอเฉไฉทำทีเป็นหมุนตัวไปล้างแก้วที่เพิ่งดื่มหมดปิดบังความเขินอายที่มี​ แต่ปิดเท่าไหร่ผิวที่เคยขาวใสก็ยิ่งเปลี่ยนเป็นสีชมพูขึ้นเรื่อยๆ​ ดูน่าเอ็นดูมาก

กรุ้งกริ้ง​ กรุ้งกริ้ง

"หืม​ ลูกค้ามาแต่เช้าเลย​ ดีจัง" 

แปลกที่วันนี้​ ลูกค้าช่วงเช้ามาเร็วกว่าทุกวัน​ ทำเธอถึงกับดีใจรีบวิ่งออกไปต้อนรับ​ โดยที่ผมก็เดินล้วงกระเป๋าตามหลังไปเงียบๆ​ เผื่อออเดอร์​เยอะจะได้ช่วยเป็นลูกมือเธอได้

"มินิน​"

"คุณมี๊!"

คุณมี๊​ คือมามี๊ของเธอสินะ​ ผู้หญิงวัยกลางคนใบหน้าสวยละม้ายคล้ายคลึง​กับเจ้านายคนสวยของผม​ ยืนยิ้มหวานให้ลูกสาวอย่างใจดี​ ก่อนจะละสายตามามองผมด้วยความสงสัย

"แฟนลูกเหรอ" ว่าที่แม่ยายทักมาแบบนี้​ ตำแหน่งลูกเขยคงไม่ไกลเกินเอื้อม

"ไม่ใช่ค่ะ​ ไม่ใช่" ไม่เผลอตอบเลยนะครับ​ คุณว่าที่เมีย

"ไรเดอร์​ที่มินินรับมาไงคะ" 

"อ่อเหรอ" 

"สวัสดี​ครับ" 

"ไหว้พระเถอะจ๊ะ" 

"..."

"เอ่อ​ ผมขอตัวก่อนนะครับ" 

"จ๊ะ" 

ผมมีโอกาสสวัสดีทักทายว่าที่แม่ยายเพียงครู่ ลูกสาวของท่านก็หันมาทำปากงุบงิบบุ้ยใบ้ส่งสัญญาณให้ผมหายตัวไปจากตรงนี้โดยเร็ว ไม่ใช่ผมที่มีพิรุธ แต่คนที่แสดงอาการพิรุธจนผมเองยังอดขำไม่ได้ คือเธอต่างหาก

"คุณมี๊แวะมาแต่เช้าเลย" 

"มี๊อยากกินอาหารเช้าที่ลูกทำ" 

ผมเลยพาตัวเองหายตัวออกไปจากตรงนั้น​ตามใจเธอสักหน่อย​ เพราะผมเองก็อยากเปิดตัวในฐานะที่ต่างจากตอนนี้​ ปล่อยให้เจ้านายคนสวยอยู่กับมามี๊ของเธอตามลำพัง เดินขึ้นมาจัดการตัวเองบนห้องพัก​ที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมของเธอที่ยังคงอบอวลอยู่ทั่วทั้งห้อง​ ซึ่งผมมีโอกาสได้นอนกอดเจ้าของกลิ่นหอมๆ​ นี้มาแล้วตลอดทั้งคืน​ แอบหอมแก้มนุ่มซ้ำๆ​ ตอนที่เธอหลับมาแล้วหลายครั้ง​ แม้แต่ตอนเธอตื่น​ ผมก็ไม่ปล่อยโอกาสให้ลอยหลุดมือไป​ 

เพราะมาเฟียในคราบนักธุรกิจอย่างผม​ ไม่เคยปล่อยให้โอกาสหายไปแม้แต่เสี้ยววินาที​ 

"มามี๊กลับแล้ว?" 

"อืม​ แวะมารับอาหารเช้าไปทานกับคุณป๊าเฉยๆ​ หน่ะ" 

"หึ" 

"เอ๊ะ!​ ว่าแต่...ใครให้เรียกมามี๊เอ่ย"

"อยากซ้อมไว้ให้ชินปาก"

คิ้วเข้มเลิกคิ้วขึ้นอย่างยียวนส่งไปให้คุณเจ้านายขี้สงสัยที่เอาแต่คอยจ้องจับผิด​ พร้อมกับคำตอบที่ทำให้เธอเผลออมยิ้มออกมาให้เห็น​ ก่อนจะยกนิ้วชี้ขึ้นมาชี้ราวกับอยากจะเอาเรื่อง​ โชคดีที่มีลูกค้าเปิดประตูเข้ามาช่วยชีวิตผมเอาไว้เสียก่อน​ เธอเลยทำได้เพียงคาดโทษผมเอาไว้แทน​ แล้วหันไปทักทายลูกค้าเสียงหวาน​ หวานซะจนผมแอบหวง​ อยากให้เธอใช้น้ำเสียงแบบนี้พูดกับผมบ้าง

"เฮียภูผา​ มีออกไปส่งกาแฟตอนเก้าโมงนะ" 

"..."

"เป็นอะไร"

"พูดใหม่"

"มีส่งกาแฟตอนเก้าโมง"

"ไม่"

"ไม่อะไร ไหนพูดชัดๆ​ ซิ" 

​"พูดว่า​ เฮียภูผาขา มีส่งกาแฟให้ลูกค้ามินินตอนเก้าโมงนะคะ" 

"เรื่องเยอะจังเลยนะคะ​ เฮียภูผา" 

"ครับ​ แค่กับน้องมินิน"

 

#น้องมินินจะไหวมั้ยไม่รู้​ แต่ไรท์ย้วยไปหมดแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่31

    ปึก! "ไม่มีฤกษ์""..."เสียงแก้วกาแฟวางกระทบลงบนโต๊ะกระจกในห้องนั่งเล่นที่บ้านใหญ่ของมินิน กว่าสองชั่วโมงแล้วที่ผมนั่งตัวตรงต่อหน้าป๊าและมามี๊ของเธอ​ ไม่แม้แต่จะขยับตัวหรือลุกไปเข้าห้องห้องน้ำ​ เพราะเป็นครั้งแรกที่ผมได้มีโอกาสมาแนะนำตัวต่อหน้าผู้ใหญ่​ และเป็นผู้ใหญ่ของผู้หญิงคนแรกในชีวิต​ บรรยากาศ​ตอนแนะนำตัวในหนึ่งชั่วโมง​ มีบ้างที่อาจดูอึมครึม​รู้สึกหายใจไม่ค่อยสะดวก แต่สุดท้ายผมก็นำเสนอตัวเองได้ดีจนพอจะได้เห็นรอยยิ้มสวยๆ​ บนใบหน้าของมามี๊มินินบ้าง​ ไม่แปลกใจว่ารอยยิ้มสวยหวานของมินินได้มาจากใคร​ และก็ไม่แปลกใจว่าตริติณหน้านิ่งเหมือนใครแล้วผมก็ทำให้เมฆฝนเคลื่อนตัวมาปกคลุมทั่วห้องนั่งเล่นอีกครั้ง​ เพราะความใจร้อนของผมเอง​ ใจร้อนผลีผลาม​พูดถึงเรื่องขอแต่งงานกับเธอ​ไปตามความคิด​ ไอ้ผมมันก็มาเฟียเก่าคิดอะไรก็พูดไปอย่างนั้น​ อยากได้ลูกสาวเขาก็ขอกับคุณพ่อตาตรงๆ​ เพราะสำหรับผมการแสดงความจริงใจด้วยใจจริงถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด​ และหวังเพียงคุณพ่อตาและคุณแม่ยายจะเห็นในความจริงใจของลูกเขยคนนี้"วันเดียวกับตริติณก็ได้ครับ ผมพร้อม""ไม่สะดวก""ถ้างั้น...""ห้าปีมาว่ากันใหม่ รอได้ก็รอ รอไม่ได้ก

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่30

    "ตริติณอะ ทำมาตรฐานไว้สูงมากเลยนะ""คืออะไร""ก็ตริติณขอน้องโฟแต่งงานซีนใหญ่ขนาดนั้น แล้วมินินจะทำยังไงละ""ไม่ต้องทำยังไง ไม่ต้องแต่ง""..."เป็นอีกวันที่ตริติณมานั่งเล่นที่ร้านรอเวลาไปรับน้องโฟที่ไปทำสปาผิวเข้าคอร์สเจ้าสาวร้านข้างๆ ร้านฉันนี่แหละ และบังเอิญมาเจอคู่ปรับที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันอย่างคนหน้ามึนผู้ที่ทำตัวว่างงานทุกคน ฉันก็เลยต้องพาตัวเองมานั่งคั่นกลางระหว่างเสือกับสิงโตที่ดูท่าทางแล้วไม่มีทางยอมให้กันง่ายๆนึกภาพไม่ออกเลย ตอนที่บอกว่าเคยคุยธุรกิจด้วยกันมาเขาคุยกันยังไง ไม่น่าจะงัดกันไปกันมาแบบนี้หรอกใช่ไหม"อันนี้ปลอบใจกันถูกมั้ย""ตริติณพูดจริง ไม่ต้องแต่ง""..."เป็นฉันเองแหละ ที่ไม่น่าเริ่มบทสนทนาเรื่องแต่งงานตามที่ตัวเองรู้สึก เพราะทำเอาคนที่ถามฉันทุกวันนั่งหน้าหงิกคิ้วขมวดผูกเป็นปมแน่นมองตริติณตาขวางเหมือนใกล้จะทนไม่ไหวเต็มที"กวนตีนเก่ง""เห็นมีแต่ลูกพี่ลูกน้องผู้หญิง ที่โชว์รูมก็มีแต่สาวๆ""โชว์รูมมึงไม่มีผู้หญิงงั้นซิ""โชว์รูมกูไม่เหมือนโชว์รูมมึง""กู...""สวัสดีค่ะพี่มินิน พี่ภูผา""จ๊ะน้องโฟ"นั่งหันซ้ายมองขวาฟังผู้ชายตัวใหญ่สองคนเอาแต่เถียงกันอย่างไม่มีใครยอ

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่29

    เวลาผ่านไปเร็วเหมือนความฝัน เพราะเข้าสู่เดือนที่สิบเอ็ดแล้วที่ฉันมีเขาเข้ามาในชีวิต เป็นสิบเอ็ดเดือนที่เขาทำให้ฉันรู้จักครบทุกรสชาติเหมือนรู้จักกันมาหลายปีเลยก็ว่าได้ ถามว่าฉันให้อภัยเขาหรือยัง ฉันเองก็ไม่ค่อยแน่ใจตัวเองเท่าไหร่ แต่ลองเอาเหตุผลของเขามาคิดทบทวนดูแล้ว เป็นฉันก็คงทำไม่ต่างกัน ใครจะอยากให้คนที่ตัวเองรักเป็นอันตรายกันละ และถ้าถามถึงเรื่องสถานะระหว่างฉันกับเขายังคงไม่มีคำเรียกที่ชัดเจนเหมือนเดิม เพราะฉันอยากมั่นใจอีกหน่อยว่าเขาจะไม่ล้อเล่นกับใจฉันอีก ที่สำคัญอยากจะดัดนิสัยคนเจ้าเล่ห์อย่างเขาด้วย มีอย่างที่ไหนกันหาช่างมาเปลี่ยนประตูห้องพักให้ฉัน เป็นประตูอย่างดีและแพงมากก็จริง แต่รหัสเปิดประตูเป็นวันเกิดของเขาโดยไม่ถามความสมัครใจจากเจ้าของห้องอย่างฉันเลยสักนิด"พี่มินิน อินขอไปซื้อข้าวกลางวันก่อนนะคะ""จ๊ะ เผื่อพี่กล่องนึงนะเอาเหมือนน้องอิน""ได้เลยค่ะ"ฉันแอบมองตามหลังน้องอินเดินออกไปขึ้นรถของใครบางคนจนลับตา เป็นอย่างนี้มาสักพักหนึ่งแล้วที่น้องอินมีคนมาคอยรับคอยส่งอย่างนี้ ใช่ว่าฉันจะไม่รู้จักเขาคนนั้นนะ แต่เมื่อเป็นเรื่องส่วนตัวของทั้งสองคนและน้องอินโตพอที่จะเรียนรู้ด้วยตั

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่28

    ผมสูดลมหายใจเข้าลึกจนรู้สึกเจ็บแปลบที่อก พยายามกลืนอารมณ์ร้อนรุ่มทั้งหมดลงไป ดวงตาคมจ้องมองเธออย่างไม่ละสายตา แสงไฟในห้องสาดกระทบใบหน้าหวานที่ผมคิดถึงทุกคืน แต่ในแววตาคู่นั้นไม่มีความอ่อนโยนเหมือนก่อน มีเพียงความแข็งกร้าวและระยะห่างที่ผมเป็นคนสร้างมันขึ้นมาเอง​ "ตอบเฮีย พามันขึ้นมาทำอะไรบนห้อง" "ทำอะไรก็ได้​ ฉันโตแล้ว""มินิน" "...""โอเค​ เฮียยอม" "นี่​ อย่าเข้ามาใกล้นะ" ใบหน้าบึ้งตึงทำใจแกร่งปวดหนึบอย่างที่ไม่เคยเป็น จนผมต้องยกสองมือขึ้นยอมจำนนอย่างยอมแพ้​ ค่อยๆ​ ก้าวขาขยับเข้าไปใกล้อยากรวบตัวเธอมากอด​ แต่เธอกลับถอยหนีพยายามพองขนเหมือนเม่นน้อยที่พร้อมจะทำร้ายกัน​ ​จนผมต้องถอนหายใจระบายความอัดอั้นที่มีให้น้อยลง"เฮียไม่ได้อยากหายไป" "และไม่ได้รู้สึกรำคาญตามที่พูด" เสียงทุ้มต่ำลงโดยไม่รู้ตัว ตัดสินใจอธิบายอย่างใจเย็น​ แม้รู้ว่าเธอคงไม่เชื่อคำพูดของผมง่ายๆ"ถ้าเฮียไม่พูดแบบนั้น...""มาอธิบายอะไรตอนนี้" ขายาวก้าวเข้าไปใกล้อีกก้าวจนแทบชิด ครั้งนี้​ เธอไม่ขยับถอยหนี​ ให้เห็นดวงตาคู่กลมแดงก่ำได้ชัดเจนถามกลับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือที่แฝงไปด้วยความน้อยใจและโกรธ​ จนผมร้อนรนแทบทำอะไรไม่ถ

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่27

    เอี๊ยด...ด!เสียงล้อรถเสียดสีไปกับผิวถนนจนเกิดสะเก็ดไฟ บ่งบอกถึงการมาของใครอีกคนที่ผมเป็นคนส่งข้อความไปนัดให้มาเจอหลังจากที่ออกจากโรงพยาบาลได้ไม่ถึงหนึ่งวัน​ ตริติณฝาแฝดของผู้หญิงที่ผมพูดร้ายกับเธอไปเมื่อหลายวันก่อน"มีอะไร" "มินินเป็นยังไงบ้าง" ทันทีที่รถสปอร์ตหรูสีดำด้านรุ่นล่าสุดมาจอดข้างๆ​ พร้อมกับเปิดกระจกลงมาเป็นการยืนยันว่าเขาคือคนที่ผมนัดเอาไว้​ ก่อนจะทักทายด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่ายที่ฟังแล้วรู้สึกขัดหูไม่น้อย"ถามทำไม" "...""มีความสุขดี""กูไม่อยู่​นาน​ ฝากมึง...""น้องกู​ กูดูแลอยู่แล้ว" "งั้นก็ดี" "ส่วนมึง​ ถ้ายังเคลียร์​ตัวเองไม่ได้​ ก็อย่ากลับไปวุ่นวายกับมินินอีก" ถ้าไม่ติดว่าเป็นพี่เมีย​ ผมคงได้ซัดหน้ากวนๆ​ นั่นสักทีให้หายหมันไส้​ ไหนจะคำพูดคำจาที่ไม่เคยคิดว่าเป็นผมที่อายุมากกว่า​ แต่ผมทำได้เพียงใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้มระงับอารมณ์​หงุดหงิดที่มีก็เท่านั้น​ เพราะรู้ตัวเองดีว่าเป็นรองพี่เมียมากจนคะแนนติดลบยากที่จะทำคะแนนบวกตีตื้นขึ้นมาได้​ ยังไม่ทันได้ขอบคุณ​ในน้ำใจที่ให้เลือดกับผมในวันนั้นไม่แม้จะเปิดโอกาสได้โต้กลับใดใด​ รถคันหรูก็ออกตัวไปไกลไม่ทันให้ผมได้เปิดปากพูด ไอ้

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่26

    "ให้ติณอยู่เป็นเพื่อนมั้ย"​"แล้วน้องโฟละ" "อยู่บ้าน" "อื้ม" ฉันพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะโผลสวมกอดพี่ชายที่เดินมามาหย่อนตัวลงนั่งข้างๆ​ และเหมือนตริติณจะรับรู้ได้ถึงความรู้สึกของฉันตอนนี้ที่เต็มไปด้วยความกลัวและกังวลไปหมดถึงได้ยกแขนขึ้นมาโอบกอดฉันไว้พร้อมกับลูบผมหนาเบาเบา​ ไม่มีคำพูดใดใดแต่สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แฝดมีให้ฉันตลอดมา​ "อุ้ย! ​เจ็บรึเปล่า​ มินินขอโทษนะ" "ไม่" จนฉันลืมไปเลยว่าแขนของตริติณมีพลาสเตอร์​ปิดเอาไว้เพราะเพิ่งผ่านการให้สิ่งสำคัญกับคนที่นอนนิ่งมีสายระโยงระยางเต็มไปหมดอยู่ในห้องไอซียูเมื่อชั่วโมงที่ผ่านมา​ แต่ตริติณก็คือตริติณต่อให้เจ็บมากแค่ไหนก็ไม่ยอมปริปากพูดออกมาหรอก​ ฉันเลยขยับตัวออกห่างเล็กน้อยก้มหน้ามาเป่าตรงรอยจุดเล็กๆ​ สีแดงหวังช่วยให้ความเจ็บลดลงบ้าง​ ถึงจะรู้ว่าอาจจะช่วยไม่ได้เลยก็ตาม​ อย่างน้อยฉันก็อยากตอบแทนความใจดีของตริติณที่ช่วยชีวิต​เขาเอาไว้"ไม่กลัว?" "ไม่" ถ้าเดาไม่ผิด​ ตริติณ​คงหมายถึงตัวตนที่เขา​เป็น​และความอันตรายที่อยู่รอบทุกทิศทุกทางเหมือนอย่างวันนี้​ แต่แล้วยังไงหล่ะ​ ในเมื่อฉันเลือกเปิดใจให้เขาแล้ว​ เรียนวิชาป้องกันตัวหรือการจับปืนฉ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status