เข้าสู่ระบบ"น้องอิน พี่มาช่วยแล้วจ๊ะ"
"ยุ่งมั้ย" พอลงมาข้างล่างได้ ฉันก็รีบตรงไปหาน้องอินที่ยืนประจำอยู่ตรงเคาน์เตอร์ด้วยความรู้สึกผิดที่ปล่อยให้น้องวุ่นอยู่คนเดียวนานสองนาน แต่ถึงอย่างนั้นน้องก็ไม่แสดงสีหน้าเหนื่อยล้าออกมาให้เห็น ยังตอบกลับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ยิ้มจนตากลมโตเป็นเส้นโค้งสระอิ น่าเอ็นดูมาก ถ้าฉันมีน้องชายสักคนก็คงจะเชียร์ให้จีบเด็กคนนี้ "ไม่เท่าไหร่ค่ะ" "ใครเหรอ" ฉันหันไปมองตามสายตาที่น้องอินพยายามส่งสัญญาณ เป็นผู้ชายรูปร่างดีดูสะอาดสะอ้านแต่หน้าตาดูเย็นชาไปสักหน่อย ในมือมีผ้าขนหนูผืนเล็กกำลังเช็ดโต๊ะรอรับลูกค้าใหม่อย่างขยันขันแข็ง จะว่าไป...ทำไมฉันถึงรู้สึกคุ้นหน้าจัง เหมือนเคยเห็นมายืนแถวๆ หน้าร้านทุกวัน อาจจะจำคนผิดละมั้ง "เขาบอกว่าเป็นเพื่อนพี่ภูผาค่ะ" "อ๋อ เหรอ" งั้นก็คงจำไม่ผิดแน่! "อินก็เลยให้เขาช่วยเสิร์ฟ แล้วก็เช็ดโต๊ะ" "เขาก็ยอมทำหน่ะเหรอ" "ยอมไม่ยอม อินก็ใช้ไปแล้วค่ะ" "แกล้งเขาถูกมั้ย" เสียงเจื้อยแจ้วพูดไปยิ้มไป ดูชอบอกชอบใจพิกล จนฉันเริ่มจับพิรุธได้ "อินไม่ได้แกล้งค่ะ แค่รู้สึกไม่ถูกชะตานิดหน่อย" "แล้วพี่ภูผาเป็นยังไงบ้างคะ" "ไข้สูงมากเลย แล้วก็ปวดหัว" "ถึงว่าพี่มินินหายไปเลย" "..." ฉันทำเป็นไม่สนใจสายตาหยอกล้อที่กำลังมองมาโดยไม่คิดถือสา หันไปนับจำนวนเค้กและขนมในตู้เผื่อว่าเย็นนี้ต้องอยู่เตรียมแป้งและอบขนมไว้ให้พอสำหรับลูกค้าที่จะแวะมาฝากท้องมื้อเช้าในวันรุ่งขึ้น จนกระทั่ง รู้สึกเหมือนมีเงาสูงใหญ่กำลังเข้ามาใกล้ เรียกความสนใจให้ฉันเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้า "นาย นี่พี่มินินเจ้าของร้าน" "..." "เห็นน้องอินบอกว่าเป็นเพื่อนเฮียภูผาเหรอ" มองไกลๆ ก็ว่าเย็นชาแล้ว พอยิ่งมายืนใกล้ๆ ยิ่งสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกภายใต้ใบหน้านิ่งเฉยที่ไม่สามารถคาดเดาอะไรได้เลย สมแล้วที่บอกว่าเป็นเพื่อนเขา เหมือนกันทุกอย่าง ต่างตรงที่เขาดูเจ้าเล่ห์และกะล่อนมากกว่าเท่านั้น "ครับ นะ เอ่อ เฮียเป็นยังไงบ้างครับ" "ไม่สบาย ไข้ขึ้นหน่ะ" คงจะแปลกใจที่ติดต่อไม่ได้สินะ ถึงได้มาหาถึงที่แบบนี้ "แล้วชื่ออะไรเหรอ จะบอกเขาให้" ถึงจะบอกว่าเป็นเพื่อน แต่ฉันก็ไม่อาจไว้ใจให้เขาขึ้นไปเยี่ยมคนป่วยหรอกนะ เพราะใจก็แอบกลัวว่าจริงๆ แล้วคนที่บอกว่าเป็นเพื่อนอาจจะเป็นเจ้าหนี้ขาโหดก็ได้ "ชาลครับ" "อ่อ ขอบคุณมากนะ ที่อยู่ช่วยน้องอิน" "ครับ" พูดน้อย ดูประหยัดคำพูดมาก ถ้าเป็นเพื่อนเขาจริงอย่างน้อยก็ต้องพูดมากเหมือนเขาสิ แต่ก็เอาเถอะ! ในเมื่อกล้องวงจรปิดยังใช้งานได้ดีและมีอยู่ทุกมุมของร้าน ก็ไม่มีความจำเป็นอะไรที่ฉันจะต้องตีตนก่อนไข้ ยิ้มตอบกลับอย่างเป็นมิตรเพราะอย่างน้อยเขาก็อยู่ช่วยงานน้องอินนานหลายชั่วโมง "นาย แก้วนี้โต๊ะเจ็ด" "..." ถึงจะดูไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ปริปากบ่นออกมาให้ได้ยิน ยอมทำตามที่น้องอินไหว้วานอย่างว่าง่าย ขัดกกับสีหน้าและแววตามาก หรือน้องอินจะบังคับเขาหรือเปล่านะ? ลืมไปเลย! ลืมว่าตัวเองจะลงมาทำข้าวต้มและหายาลดแก้ปวดหัวให้เขานี่นา... "น้องอิน กินอะไรรึยัง พี่จะทำข้าวต้ม" "อินกินข้าวเหนียมหมูทอดเรียบร้อยแล้วค่ะ" "งั้นพี่ฝากดูร้านก่อนนะ ไปทำข้าวต้มให้คนป่วยก่อน" "ได้เลยค่ะ สบายมาก" ดีที่ช่วงบ่ายลูกค้าบางตาลงแล้ว ฉันจึงวางใจให้น้องอินช่วยดูแลร้านต่อได้โดยไม่ต้องห่วงมากนัก และคิดเอาไว้ว่าจะบวกค่าแรงให้เพิ่มอีกหนึ่งเท่าตอบแทนที่ทำงานหนักแทนฉันมาตลอดทั้งวัน ก่อนจะพาตัวเองหายเข้าไปในห้องครัวลงมือทำข้าวต้มสองถ้วย ถ้วยหนึ่งเป็นมื้อกลางวันของฉัน ส่วนอีกถ้วยเป็นของคนป่วยที่นอนซมอยู่ข้างบน ถ้ามีการประกวดเจ้านายดีเด่นแห่งปี ฉันว่า ฉันต้องได้รับรางวัลนั้นมาครองแน่ ก๊อก ก๊อก ก๊อก "เฮียภูผา ข้าวต้มมาแล้วนะ" "อ้าว เข้าห้องน้ำอยู่เหรอ" "วางไว้ตรงนี้แล้วกัน" ครั้งนี้ฉันถือวิสาสะเปิดประตูห้องเข้ามาโดยไม่ยืนรอคนในห้องลุกขึ้นมาเปิดให้และใจก็ไม่ได้คิดกลัวว่าจะเจอภาพที่ไม่ควรเห็นเหมืินก่อนหน้า แต่พอเข้ามาแล้ว กลับเห็นเตียงที่ว่างเปล่า ทั้งที่ควรมีคนตัวโตนอนอยู่ตรงนั้น จนได้ยินเสียงน้ำไหลดังมาจากทางห้องน้ำถึงทำให้พอเดาได้ว่า เขาอยู่ในนั้น ไม่ได้หายไปไหน ทำฉันเบาใจไปเปราะหนึ่ง หากว่าเขาลุกได้แบบนี้น่าจะดีขึ้นบ้างแล้ว ไม่อย่างนั้นคงได้พากันไปหาคุณหมอที่โรงพยาบาลแน่ และถ้าเป็นอย่างไหน ฉันยังคิดไม่ออกเลยว่าจะมีใครแบกคนตัวโตอย่างเขาได้ แกร๊ก! "..." ในตอนที่ฉันกำลังจะหมุนตัวพาตัวเองออกจากห้อง เสียงประตูห้องน้ำถูกเปิดออกดังให้ได้ยิน พาให้ฉันหันไปมองเพื่อจะบอกย้ำเตือนให้เขากินข้าวกินยาและนอนพักต่ออีกหน่อย ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องงาน เพราะมีชาลเพื่อนของเขามาคอยช่วย แต่ภาพที่เห็น ทำฉันรู้สึกได้ว่าใบหน้าของตัวเองเวลานี้เห่อร้อน จนร้อนระอุ เพราะคนที่เพิ่งออกมาจากห้องน้ำ มีเพียงกางเกงนอนสีดำขายาวปกปิดบางอย่างเอาไว้เท่านั้น พาให้สายตาของฉันแอบไล่มองลอนกล้ามท้องที่เรียงกันเป็นลูกอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะไปหยุดอยู่ตรงกล้ามหน้าอกที่มีหยดน้ำเกาะอยู่เต็มไปหมด ไม่ต้องจับก็รู้ว่าคงจะแน่นมากๆ ตายแล้วมินิน คิดอะไรอยู่เนี่ย! เอ๊ะ! เขามีไข้อยู่ไม่ใช่เหรอ อาบน้ำแบบนี้ ไข้ได้กลับมากันพอดี "ไข้เพิ่งลด อาบน้ำได้เหรอ" "เฮียเหนียวตัว" "อ่อ อะ อืม" "ทำไมหน้าแดง" "ใครหน้าแดง ไม่มีซะหน่อย" ฉันทำเฉไฉเบนสายตาออกไปจากภาพตรงหน้าปิดบังความเขินอายที่ก่อตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พยายามเก็บอาการอย่างดีที่สุด ไม่อยากให้เขาจับพิรุธได้ ถึงแม้ว่าอาจจะไม่ทันแล้วก็ตาม "หึ" พอไข้ลด แต่ความเจ้าเล่ห์ของเขาที่แสดงออกผ่านสายตาไม่ได้ลดลงไปด้วย ดูเหมือนจะเพิ่มมากขึ้นจนใจฉันเริ่มหวั่น หวั่นว่าจะเผลอหลงกลความเจ้าเล่ห์ของเขา เพราะฉะนั้นฉันควรพาตัวเองออกไปจากตรงนี้ ตรงที่มีฉัน กับเขาที่กำลังค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้ให้เร็วที่สุด "ฉันวางข้าวต้มกับยาไว้ตรงนั้นนะ" "รีบกิน แล้วก็นอนพักอีกหน่อย" "ครับ" คงจะเพราะพิษไข้จริงๆ นั่นแหละ เขาถึงทำเพียงยืนอมยิ้มทำสายตากรุ่มกริ่มเท่านั้น ไม่แสดงท่าทางที่ดูรุ่มร่ามเหมือนอย่างเคย ทำฉันลอบเป่าลมออกจากปากด้วยความโล่งใจ ก่อนจะพาตัวเองกลับลงมาเตรียมช่วยปิดร้านและอบขนมทำหน้าที่ของตัวเอง #อ่านเพลินๆ สบายๆ เด้อจ้า เรื่องนี้ตั้งใจว่าจะค่อยๆ เพิ่มระดับไปเรื่อยๆ อย่าเบื่อกันน้า"เป็นอะไรวะ หน้าซีด""มึนหัวหว่ะ""ข้าวปลาไม่กิน มัวแต่กินเด็ก สมควร""ปากดี""และกูกินข้าว"หลายวันมานี้ร่างกายของผมอ่อนแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ต้องถือยาดมสมุนไพรที่คุณยายของอินทำให้ไว้ในมือตลอดเวลา ไม่อย่างนั้นอาการหน้ามืดมึนศีรษะจะถาโถมเข้ามาหาคนที่เคยแข็งแรงและออกกำลังกายทุกวันอย่างผม โดนยิงมานับครั้งไม่ถ้วนแต่ไม่ล้มทั้งยืนเหมือนอย่างตอนนี้มาก่อน"เมียมึงเรียนจบยัง""สอบเสร็จเมื่อวาน""พาเมียมึงไปตรวจ""อินสบายดี มีแต่กูนี่""เบื่อหว่ะ มีแฝดโง่ๆ อย่างมึง""..."ผมก็เบื่อตัวเองเหมือนกันที่ไม่มีเรี่ยวแรงพอจะยกขาถีบไอ้ชาลีเหมือนเมื่อก่อน ทนนั่งฟังมันพูดสมเพชดูเวทนาผมมากจนผมอยากจะลุกจากโซฟาแล้วเดินหนีมันไปนั่งตรงอื่น ติดตรงที่โต๊ะทำงานของเราสองคนอยู่ในห้องเดียวกันและงานของผมยังเคลียร์ไม่เสร็จเลยต้องจำยอมนั่งทนแฝดนรกบ่นอยู่อย่างนี้ "กินซะ กูไปขอน้องฝ่ายขายมาให้""เออ ขอบใจ""ไม่เปรี้ยวเหรอวะ""ไม่ มันๆ อร่อยดี""ลองดิ""โคตรเปรี้ยว มึงกินเข้าไปได้ยังไงวะ""กูว่าอร่อย กูชอบ"มะม่วงเนื้อสีขาวจานใหญ่พร้อมน้ำปลาหวานหนึ่งกระปุกดูน่าอร่อยถูกวางลงบนโต๊ะตรงหน้า ทำผมน้ำลายสออยากลองกินสักชิ
ฟอด"อินกำลังทำรายงานอยู่นะ" "ก็ทำสิ" จุ๊บ"ก็อย่ามากวนสิ""ไม่ได้กวน"ผมนั่งอยู่บนโซฟาตัวเล็กของผมอยู่ดีดี มีเธอนั่งอยู่ที่พื้นตรงหว่างขาตั้งหน้าตั้งตาทำรายงานไม่สนใจคนที่อุตส่าห์รีบเคลียร์งานแล้วขับรถมาหาเธอถึงบ้าน ทำงานมาเหนื่อยๆ ผมก็อยากจะหากลิ่นหอมๆ มาผ่อนคลายให้ตัวเองรู้สึกสดชื่นสักหน่อย และแก้มกลมนุ่มๆ ซอกคอหอมอ่อนๆ ของคนตรงหน้าตอบโจทย์ผมมากที่สุดแน่นอนว่าหลานชายอย่างผมได้รับอนุญาตให้เข้าออกบ้านหลังนี้ได้ตามสบายจากคุณยายแล้ว แต่กว่ายัยตัวจิ๋วจะยอมเป็นเด็กดีและเข้าใจกันทำเอาผมปวดหัวจนต้องกินยาแก้ปวด ทั้งเรื่องที่ผมหายไปทำงานกับนายโดยไม่บอก เพราะผมไม่อยากให้เธอรับรู้ถึงมุมมืดอีกด้านโลกอันตรายที่อาจทำให้เธอกลัวและสถานะของนายตอนนั้นยังคงเป็นความลับที่ไม่สามารถเปิดเผยให้ใครรู้ได้ แต่เรื่องที่ทำเธองอแงยกใหญ่ เห็นจะเป็นลูกสาวของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทที่วันนั้นเกิดอุบัติเหตุที่ต่างฝ่ายต่างไม่ทันระวัง เป็นผมที่ถอยรถไปชนเธอที่กำลังเดินก้มหน้าก้มตาหาของในกระเป๋าตรงลานจอดรถของบริษัท ผมจึงจำเป็นต้องแสดงความรับผิดชอบพาไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลและออกค่าใช้จ่ายให้เพื่อไม่ให้นายได้รับผลก
ชีวิตของฉันกลับมาเป็นอินคนเดิม คนที่ไม่เคยมีใครนอกจากคุณยาย และแต่ละวันของฉันก็ผ่านไปอย่างช้าๆ ตื่นเช้ามาใส่บาตรกับคุณยาย แล้วก็ขับมอเตอร์ไซค์คันเก่าไปทำงานที่คาเฟ่ของพี่มินินอย่างเต็มกำลังความสามารถอย่างไม่รู้จักคำว่าเหนื่อยให้สมกับที่พี่มินินเอ็นดูฉัน เลิกงานก็กลับมากินข้าวเย็นที่คุณยายทำเมนูง่ายๆ รอไว้ทุกวัน พอตกค่ำก็นั่งเรียนผ่านระบบออนไลน์ที่อาจารย์บันทึกไว้ให้ตามหลังเพื่อนๆ ตัดเรื่องที่คอยทำให้ว้าวุ่นใจออกไปพยายามไม่นึกถึงอีก ไม่แม้แต่จะเปิดห้องแชทของเขาคนนั้น ทำเหมือนว่าฉันไม่เคยมีห้องแชทห้องนั้นมาก่อน เหมือนกับที่เขาทำนั่นแหละ... "น้องอิน พาคุณยายมาหาคุณหมอเหรอจ๊ะ" "ค่ะพี่ฟ้า วันนี้คุณหมอนัดติดตามอาการค่ะ" "ดูคุณยายแข็งแรงขึ้นนะ" "กลับมาทำขนมได้นิดหน่อยแล้วค่ะ" คุณยายกับมาทำขนม ก็เพราะอยากฝากไปให้พี่มิมินและคุณมามี๊ของพี่มินินนั่นแหละ จนพี่มินินเริ่มบ่นว่าน้ำหนักตัวเองขึ้นทั้งที่หุ่นยังดีและไม่มีไขมันส่วนเกินให้เห็นเลยสักนิด แต่จะทำยังไงได้ก็คุณยายรักของเขานี่นา และแน่นอนว่าวันนี้ฉันกับคุณยายไม่ลืมที่จะถือถุงขนมไทยสองกล่องใหญ่มาฝากพี่ๆ พยาบาลและคุณหมอแทนคำขอบคุณที่ช่ว
"พี่ฟ้าคะ คุณยายของอินหายไปไหนคะ"เป็นเหมือนทุกวันหลังจากทำงานที่คาเฟ่เสร็จฉันก็รีบมาหายายที่โรงพยาบาลจนสนิทกับพี่พยาบาลทุกคนที่ช่วยดูแลคุณยายมานานหลายเดือน แต่แล้วหัวใจฉันแทบหล่นตกไปอยู่ตรงตาตุ่ม เมื่อเตียงคนไข้ที่คุณยายเคยนอนรอฉันทุกวันกลับว่างเปล่า แก้วน้ำและกระบอกน้ำที่ฉันเตรียมไว้ให้ก็หายตามไปด้วย ทำฉันร้อนใจจนต้องรีบวิ่งมาถามพี่ฟ้าที่นั่งเข้าเวรอยู่ตรงเคาน์เตอร์"น้องอิน คุณยายย้ายไปห้องวีไอพีแล้วนะ""ห้องวีไอพีเหรอคะ""ใช่จ๊ะ ก็คุณชาลแฟนของน้องอินมาทำเรื่องให้ตั้งแต่เช้า" "คุณชาลเหรอ"เสียงแผ่วเบาเรียกชื่อคนคุ้นเคยออกมาด้วยความแปลกใจ ทั้งที่เมื่อคืนก็อยู่ด้วยกันแต่เขาไม่ปริปากเล่าเรื่องนี้หรือถามอะไรกับฉันเลยสักคำ แถมยังมาจัดการทุกอย่างให้เสร็จสรรพ จนฉันต้องหาโทรศัพท์ในกระเป๋าขึ้นมาดูแชทเผื่อว่าเขาจะส่งข้อความมาแล้วเป็นฉันที่ไม่ได้เปิดอ่าน แต่กลับมีแต่ความว่างเปล่าไม่มีเลยสักข้อความ สงสัยงานคงจะเยอะละมั้ง..."ถ้าน้องอินเข้าไปหาคุณยายแล้ว แวะไปคุยกับคุณหมอด้วยนะ คุณหมอรอคุยเรื่องการเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดวันมะรืนหน่ะจ่ะ""ผ่าตัดเหรอคะ คุณยายได้คิวแล้วเหรอคะ""ใช่จ๊ะ วันมะรืน"พ
ตั้งแต่นายมีอาชีพเสริมเพิ่มขึ้นมา ก็ทำให้ชีวิตผมเปลี่ยนไปมากในทิศทางที่เรียกว่ายังไม่ค่อยคุ้นชินเท่าไหร่ จากที่กลางวันทำงานบริษัทเหมือนคนทั่วไป พอตะวันตกดินก็เปลี่ยนเส้นทางงานเป็นสีเทา นอนวันละสามสี่ชั่วโมงเท่านั้น มาตอนนี้ เวลานอนเหลือวันละชั่วโมงสองชั่วโมงเท่านั้น "อื้อ จะนอน""ก็นอน"แต่ไม่เป็นไร เพราะต่อให้เวลาพักผ่อนของผมจะเหลือน้อยสักเท่าไหร่ ผมก็ยังมีเวลากลับมาเติมพลังกับยัยตัวจิ๋วที่ผมอุ้มกลับมาจากโรงพยาบาลมาไว้ที่ห้องทุกวัน เหมือนอย่างวันนี้เวลาที่ผมกลับมาถึงคอนโดก็ล่วงเลยจนเกือบเช้า แต่เพียงได้กลิ่นหอมๆ จากผิวนุ่มๆ ของยัยตัวจิ๋วความเมื่อยล้าจากงานที่ทำมามากกว่ายี่สิบชั่วโมงก็หายไปพริบตา เปลี่ยนเป็นความพลุ่งพล่านของอารมณ์จนอะไรอะไรปวดหนึบเผลอรบกวนคนที่กำลังหลับฝันหวาน ทำเสียงหวานหูส่งเสียงประท้วง ไม่รู้รึไงวะ ว่ายิ่งทำเสียงแบบนี้ ยิ่งทำให้ตัวเองไม่ได้นอนดีดี"อ๊ะ"เมื่อจมูกมีสันจากที่อยากจะทำเพียงหยอกล้อดอมดมดอกไม้สีขาวที่มีเกสรสีชมพูก็ควบคุมตัวเองไม่อยู่งับปลายเกสรระบายความมันเขี้ยวที่มี ก่อนจะไล่เลียชิมรอบๆ ซ้ำรอยเดิมที่เริ่มจางลงให้ขึ้นสีใหม่ตามอารมณ์ที่ไม่อาจควบคุมได้ไม
"อุ้ย ตรงนั้นมีร้านไอติมนี่นา""ถ้างั้นฉันเลี้ยงไอติมนายก็แล้วกัน""..."ไม่รู้หละ! ฉันไม่รอให้เขาออกความเห็นใดใดทั้งสิ้นถือวิสาสะดึงมือใหญ่เดินตามไปร้านไอติมโฮมเมดใกล้ๆ ตามใจตัวเอง จะให้เขาจ่ายเงินเลี้ยงฉันฝ่ายเดียวได้อย่างไร จริงไหม? "สั่งสิ""เธอเลือก""งั้นเอารสชาไทยกับนมฮอกไกโดอย่างละหนึ่งลูกค่ะ""สักครู่ครับ"ในเมื่อเขาไม่ยอมเลือก และฉันก็ไม่อาจเดาใจถูกว่าเขาชอบหรือไม่ชอบไอติมรสอะไร เพราะงั้นฉันเลยเลือกรสที่ตัวเองชอบและอยากกินมาแทน รสชาไทยให้เขา ส่วนของฉันคือรสนมฮอกไกโดคนละลูกตามเงินที่มีในกระเป๋า"ยังทำงานร้านเหล้า?""ลาออกแล้ว""...""ก็หลังจากวันนั้นนั่นแหละ"อยู่ๆ เขาก็ถามถึงอาชีพที่สองของฉันขึ้นมา คงจะไปเที่ยวที่ร้านเหล้าแล้วไม่เห็นฉันก็เลยพาลให้สงสัยละมั้ง ซึ่งฉันก็ตอบออกไปตามความเป็นจริงไม่ได้ปิดบังอะไร ก็อยู่ด้วยกันมาตั้งหลายชั่วโมงแล้วนี่นะ ใจดวงน้อยมันก็เริ่มคุ้นชินกับความเป็นเขาบ้างแล้ว แถมเขายังพามากินมื้อใหญ่อีก ฉันจะแกล้งลืมเรื่องที่เขาชอบปากไม่ดีใส่ไปก็แล้วกันว่าแต่...เวลาผู้ชายเย็นชาอย่างเขาไปนั่งร้านเหล้าแล้วเจอผู้หญิงสวยๆ จะหวั่นไหวหรือพากลับบ้านบ้างมั้ยนะ อย
"น้องมินิน" "หืม" "ขับรถดีดี""อื้ม" เหมือนปกติทุกวันที่ผมมายืนรอส่งเธอขึ้นรถขับออกไปจนลับตา ทั้งที่ใจอยากจะอุ้มขึ้นไปนอนกอดเสียมากกว่า แต่ทำได้แค่คิดก่อนจะหันหลังกลับไปล็อคประตูร้าน แล้วเดินตรงไปขึ้นรถที่ไอ้ชาลจอดรอตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงก่อน เพื่อตรงไปยังจุดนัดส่งสินค้าล็อตใหม่ปลายทางของค่ำคืนนี
"ติณว่า ติณคุ้นหน้า""คุ้นสิ เคยเห็นรูปแล้วไง""ไม่ เหมือนติณเคยเจอ" "เหรอ ที่ร้านติณละมั้ง" "อืม คงงั้น" ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผู้ชายคนนึงจะไปสังสรรค์นั่งฟังเพลงตามร้านเหล้าบ้าง ยิ่งร้านของตริติณด้วยแล้ว ไม่ต้องพูดถึง เพราะบรรยากาศดี เพลงฟังเพลิน กับแกล้มก็อร่อย เครื่องดื่มก็ถูกคัดสรร
"เฮียภูผา สิบเอ็ดโมงมีออเดอร์ไปส่งที่สุขุมวิทนะ""ครับ""แล้วก็ช่วงบ่ายมีอีกสามที่ค่ะ""ครับน้องมินิน"เกือบหนึ่งสัปดาห์แล้วที่คาเฟ่ของฉันมีไรเดอร์ประจำร้านทำหน้าที่คอยส่งขนมและเครื่องดื่มให้กับลูกค้าที่สั่งเข้ามาผ่านช่องทางโซเชียลของร้าน ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นลูกค้าประจำและพนักงานออฟฟิตที่ชอบออเดอร์
"ทำไมกลับมาช้าหล่ะ" "รถติดเหรอ""รถติด" รถติดจริง แต่นั่นเป็นเพียงหนึ่งเหตุผลที่ผมเลือกบอกไปเท่านั้น เพราะหลังจากที่ปฏิบัติภารกิจที่คุณเจ้านายสั่งเสร็จ ผมก็แอบแวะเข้าไปบริษัทเพื่อเซ็นต์เอกสารด่วนที่ต้องอ่านรายละเอียดและตัดสินใจด้วยตัวเอง รวมถึงคุยเรื่องส่งของคืนนี้กับไอ้ชาลชาลีด้วย เลยทำใ





![[NL]ปฏิญาณร้าย ทลายใจอัลฟ่า](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

