Share

บทที่10

last update publish date: 2026-02-27 21:06:22

"น้องอิน พี่มาช่วยแล้วจ๊ะ"

"ยุ่งมั้ย"

พอลงมาข้างล่างได้ ฉันก็รีบตรงไปหาน้องอินที่ยืนประจำอยู่ตรงเคาน์เตอร์ด้วยความรู้สึกผิดที่ปล่อยให้น้องวุ่นอยู่คนเดียวนานสองนาน แต่ถึงอย่างนั้นน้องก็ไม่แสดงสีหน้าเหนื่อยล้าออกมาให้เห็น ยังตอบกลับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ยิ้มจนตากลมโตเป็นเส้นโค้งสระอิ น่าเอ็นดูมาก ถ้าฉันมีน้องชายสักคนก็คงจะเชียร์ให้จีบเด็กคนนี้

"ไม่เท่าไหร่ค่ะ"

"ใครเหรอ" ฉันหันไปมองตามสายตาที่น้องอินพยายามส่งสัญญาณ เป็นผู้ชายรูปร่างดีดูสะอาดสะอ้านแต่หน้าตาดูเย็นชาไปสักหน่อย ในมือมีผ้าขนหนูผืนเล็กกำลังเช็ดโต๊ะรอรับลูกค้าใหม่อย่างขยันขันแข็ง จะว่าไป...ทำไมฉันถึงรู้สึกคุ้นหน้าจัง เหมือนเคยเห็นมายืนแถวๆ หน้าร้านทุกวัน อาจจะจำคนผิดละมั้ง

"เขาบอกว่าเป็นเพื่อนพี่ภูผาค่ะ"

"อ๋อ เหรอ" งั้นก็คงจำไม่ผิดแน่!

"อินก็เลยให้เขาช่วยเสิร์ฟ แล้วก็เช็ดโต๊ะ"

"เขาก็ยอมทำหน่ะเหรอ"

"ยอมไม่ยอม อินก็ใช้ไปแล้วค่ะ"

"แกล้งเขาถูกมั้ย" เสียงเจื้อยแจ้วพูดไปยิ้มไป ดูชอบอกชอบใจพิกล จนฉันเริ่มจับพิรุธได้

"อินไม่ได้แกล้งค่ะ แค่รู้สึกไม่ถูกชะตานิดหน่อย"

"แล้วพี่ภูผาเป็นยังไงบ้างคะ"

"ไข้สูงมากเลย แล้วก็ปวดหัว"

"ถึงว่าพี่มินินหายไปเลย"

"..." ฉันทำเป็นไม่สนใจสายตาหยอกล้อที่กำลังมองมาโดยไม่คิดถือสา หันไปนับจำนวนเค้กและขนมในตู้เผื่อว่าเย็นนี้ต้องอยู่เตรียมแป้งและอบขนมไว้ให้พอสำหรับลูกค้าที่จะแวะมาฝากท้องมื้อเช้าในวันรุ่งขึ้น 

จนกระทั่ง รู้สึกเหมือนมีเงาสูงใหญ่กำลังเข้ามาใกล้ เรียกความสนใจให้ฉันเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้า 

"นาย นี่พี่มินินเจ้าของร้าน" 

"..." 

"เห็นน้องอินบอกว่าเป็นเพื่อนเฮียภูผาเหรอ" มองไกลๆ ก็ว่าเย็นชาแล้ว พอยิ่งมายืนใกล้ๆ ยิ่งสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกภายใต้ใบหน้านิ่งเฉยที่ไม่สามารถคาดเดาอะไรได้เลย สมแล้วที่บอกว่าเป็นเพื่อนเขา เหมือนกันทุกอย่าง ต่างตรงที่เขาดูเจ้าเล่ห์และกะล่อนมากกว่าเท่านั้น

"ครับ นะ เอ่อ เฮียเป็นยังไงบ้างครับ"

"ไม่สบาย ไข้ขึ้นหน่ะ" คงจะแปลกใจที่ติดต่อไม่ได้สินะ​ ถึงได้มาหาถึงที่แบบนี้

"แล้วชื่ออะไรเหรอ จะบอกเขาให้" ถึงจะบอกว่าเป็นเพื่อน แต่ฉันก็ไม่อาจไว้ใจให้เขาขึ้นไปเยี่ยมคนป่วยหรอกนะ เพราะใจก็แอบกลัวว่าจริงๆ แล้วคนที่บอกว่าเป็นเพื่อนอาจจะเป็นเจ้าหนี้ขาโหดก็ได้ 

"ชาลครับ"

"อ่อ ขอบคุณมากนะ ที่อยู่ช่วยน้องอิน"

"ครับ" พูดน้อย ดูประหยัดคำพูดมาก ถ้าเป็นเพื่อนเขาจริงอย่างน้อยก็ต้องพูดมากเหมือนเขาสิ

แต่ก็เอาเถอะ! ในเมื่อกล้องวงจรปิดยังใช้งานได้ดีและมีอยู่ทุกมุมของร้าน ก็ไม่มีความจำเป็นอะไรที่ฉันจะต้องตีตนก่อนไข้ ยิ้มตอบกลับอย่างเป็นมิตรเพราะอย่างน้อยเขาก็อยู่ช่วยงานน้องอินนานหลายชั่วโมง

"นาย แก้วนี้โต๊ะเจ็ด"

"..." ถึงจะดูไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ปริปากบ่นออกมาให้ได้ยิน ยอมทำตามที่น้องอินไหว้วานอย่างว่าง่าย ขัดกกับสีหน้าและแววตามาก หรือน้องอินจะบังคับเขาหรือเปล่านะ?

ลืมไปเลย! ลืมว่าตัวเองจะลงมาทำข้าวต้มและหายาลดแก้ปวดหัวให้เขานี่นา...

"น้องอิน กินอะไรรึยัง พี่จะทำข้าวต้ม"

"อินกินข้าวเหนียมหมูทอดเรียบร้อยแล้วค่ะ"

"งั้นพี่ฝากดูร้านก่อนนะ ไปทำข้าวต้มให้คนป่วยก่อน"

"ได้เลยค่ะ สบายมาก"

ดีที่ช่วงบ่ายลูกค้าบางตาลงแล้ว ฉันจึงวางใจให้น้องอินช่วยดูแลร้านต่อได้โดยไม่ต้องห่วงมากนัก และคิดเอาไว้ว่าจะบวกค่าแรงให้เพิ่มอีกหนึ่งเท่าตอบแทนที่ทำงานหนักแทนฉันมาตลอดทั้งวัน ก่อนจะพาตัวเองหายเข้าไปในห้องครัวลงมือทำข้าวต้มสองถ้วย ถ้วยหนึ่งเป็นมื้อกลางวันของฉัน ส่วนอีกถ้วยเป็นของคนป่วยที่นอนซมอยู่ข้างบน

ถ้ามีการประกวดเจ้านายดีเด่นแห่งปี ฉันว่า ฉันต้องได้รับรางวัลนั้นมาครองแน่

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

"เฮียภูผา ข้าวต้มมาแล้วนะ"

"อ้าว เข้าห้องน้ำอยู่เหรอ"

"วางไว้ตรงนี้แล้วกัน"

ครั้งนี้ฉันถือวิสาสะเปิดประตูห้องเข้ามาโดยไม่ยืนรอคนในห้องลุกขึ้นมาเปิดให้และใจก็ไม่ได้คิดกลัวว่าจะเจอภาพที่ไม่ควรเห็นเหมืินก่อนหน้า แต่พอเข้ามาแล้ว​ กลับเห็นเตียงที่ว่างเปล่า ทั้งที่ควรมีคนตัวโตนอนอยู่ตรงนั้น จนได้ยินเสียงน้ำไหลดังมาจากทางห้องน้ำถึงทำให้พอเดาได้ว่า​ เขาอยู่ในนั้น ไม่ได้หายไปไหน ทำฉันเบาใจไปเปราะหนึ่ง​ หากว่าเขาลุกได้แบบนี้น่าจะดีขึ้นบ้างแล้ว​ ไม่อย่างนั้นคงได้พากันไปหาคุณหมอที่โรงพยาบาลแน่​ และถ้าเป็นอย่างไหน​ ฉันยังคิดไม่ออกเลยว่าจะมีใครแบกคนตัวโตอย่างเขาได้​ 

แกร๊ก!

"..."

ในตอนที่ฉันกำลังจะหมุนตัวพาตัวเองออกจากห้อง​ เสียงประตู​ห้องน้ำถูกเปิดออกดังให้ได้ยิน​ พาให้ฉันหันไปมองเพื่อจะบอกย้ำเตือนให้เขากินข้าวกินยา​และนอนพักต่ออีกหน่อย​ ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องงาน​ เพราะมีชาลเพื่อนของเขามาคอยช่วย

แต่ภาพที่เห็น​ ทำฉันรู้สึกได้ว่า​ใบหน้าของตัวเองเวลานี้เห่อร้อน​ จนร้อนระอุ​ เพราะคนที่เพิ่งออกมาจากห้องน้ำ​ มีเพียงกางเกงนอนสีดำขายาวปกปิดบางอย่างเอาไว้เท่านั้น​ พาให้สายตาของฉันแอบไล่มองลอนกล้ามท้องที่เรียงกันเป็นลูกอย่างเห็นได้ชัด​ ก่อนจะไปหยุดอยู่ตรงกล้ามหน้าอกที่มีหยดน้ำเกาะอยู่เต็มไปหมด​ ไม่ต้องจับก็รู้ว่าคงจะแน่นมากๆ​ ตายแล้วมินิน คิดอะไรอยู่เนี่ย! 

เอ๊ะ! เขามีไข้อยู่ไม่ใช่เหรอ​ อาบน้ำแบบนี้​ ไข้ได้กลับมากันพอดี

"ไข้เพิ่งลด​ อาบน้ำได้เหรอ"

"เฮียเหนียวตัว"

"อ่อ​ อะ​ อืม"

"ทำไมหน้าแดง" 

"ใครหน้าแดง​ ไม่มีซะหน่อย" ฉันทำเฉไฉเบนสายตาออกไปจากภาพตรงหน้า​ปิดบังความเขินอายที่ก่อตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ​ พยายามเก็บอาการอย่างดีที่สุด​ ไม่อยากให้เขาจับพิรุธได้​ ถึงแม้ว่าอาจจะไม่ทันแล้วก็ตาม

"หึ" 

พอไข้ลด​ แต่ความเจ้าเล่ห์​ของเขาที่แสดงออกผ่านสายตาไม่ได้ลดลงไปด้วย​ ดูเหมือนจะเพิ่มมากขึ้นจนใจฉันเริ่มหวั่น​ หวั่นว่าจะเผลอหลงกลความเจ้าเล่ห์​ของเขา​ เพราะฉะนั้นฉันควรพาตัวเองออกไปจากตรงนี้​ ตรงที่มีฉัน​ กับเขาที่กำลังค่อยๆ​ เดินเข้ามาใกล้ให้เร็วที่สุด

"ฉันวางข้าวต้มกับยา​ไว้ตรงนั้นนะ" 

"รีบกิน​ แล้วก็นอนพักอีกหน่อย" 

"ครับ"​

คงจะเพราะพิษไข้จริงๆ​ นั่นแหละ​ เขาถึงทำเพียงยืนอมยิ้มทำสายตากรุ่มกริ่มเท่านั้น​ ไม่แสดงท่าทางที่ดูรุ่มร่ามเหมือนอย่างเคย​ ทำฉันลอบเป่าลมออกจากปากด้วยความโล่งใจ​ ก่อนจะพาตัวเองกลับลงมาเตรียมช่วยปิดร้านและอบขนมทำหน้าที่ของตัวเอง

 

 

#อ่านเพลินๆ​ สบายๆ​ เด้อจ้า​ เรื่องนี้ตั้งใจว่าจะค่อยๆ​ เพิ่มระดับไปเรื่อยๆ​ อย่าเบื่อกันน้า

 

 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่31

    ปึก! "ไม่มีฤกษ์""..."เสียงแก้วกาแฟวางกระทบลงบนโต๊ะกระจกในห้องนั่งเล่นที่บ้านใหญ่ของมินิน กว่าสองชั่วโมงแล้วที่ผมนั่งตัวตรงต่อหน้าป๊าและมามี๊ของเธอ​ ไม่แม้แต่จะขยับตัวหรือลุกไปเข้าห้องห้องน้ำ​ เพราะเป็นครั้งแรกที่ผมได้มีโอกาสมาแนะนำตัวต่อหน้าผู้ใหญ่​ และเป็นผู้ใหญ่ของผู้หญิงคนแรกในชีวิต​ บรรยากาศ​ตอนแนะนำตัวในหนึ่งชั่วโมง​ มีบ้างที่อาจดูอึมครึม​รู้สึกหายใจไม่ค่อยสะดวก แต่สุดท้ายผมก็นำเสนอตัวเองได้ดีจนพอจะได้เห็นรอยยิ้มสวยๆ​ บนใบหน้าของมามี๊มินินบ้าง​ ไม่แปลกใจว่ารอยยิ้มสวยหวานของมินินได้มาจากใคร​ และก็ไม่แปลกใจว่าตริติณหน้านิ่งเหมือนใครแล้วผมก็ทำให้เมฆฝนเคลื่อนตัวมาปกคลุมทั่วห้องนั่งเล่นอีกครั้ง​ เพราะความใจร้อนของผมเอง​ ใจร้อนผลีผลาม​พูดถึงเรื่องขอแต่งงานกับเธอ​ไปตามความคิด​ ไอ้ผมมันก็มาเฟียเก่าคิดอะไรก็พูดไปอย่างนั้น​ อยากได้ลูกสาวเขาก็ขอกับคุณพ่อตาตรงๆ​ เพราะสำหรับผมการแสดงความจริงใจด้วยใจจริงถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด​ และหวังเพียงคุณพ่อตาและคุณแม่ยายจะเห็นในความจริงใจของลูกเขยคนนี้"วันเดียวกับตริติณก็ได้ครับ ผมพร้อม""ไม่สะดวก""ถ้างั้น...""ห้าปีมาว่ากันใหม่ รอได้ก็รอ รอไม่ได้ก

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่30

    "ตริติณอะ ทำมาตรฐานไว้สูงมากเลยนะ""คืออะไร""ก็ตริติณขอน้องโฟแต่งงานซีนใหญ่ขนาดนั้น แล้วมินินจะทำยังไงละ""ไม่ต้องทำยังไง ไม่ต้องแต่ง""..."เป็นอีกวันที่ตริติณมานั่งเล่นที่ร้านรอเวลาไปรับน้องโฟที่ไปทำสปาผิวเข้าคอร์สเจ้าสาวร้านข้างๆ ร้านฉันนี่แหละ และบังเอิญมาเจอคู่ปรับที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันอย่างคนหน้ามึนผู้ที่ทำตัวว่างงานทุกคน ฉันก็เลยต้องพาตัวเองมานั่งคั่นกลางระหว่างเสือกับสิงโตที่ดูท่าทางแล้วไม่มีทางยอมให้กันง่ายๆนึกภาพไม่ออกเลย ตอนที่บอกว่าเคยคุยธุรกิจด้วยกันมาเขาคุยกันยังไง ไม่น่าจะงัดกันไปกันมาแบบนี้หรอกใช่ไหม"อันนี้ปลอบใจกันถูกมั้ย""ตริติณพูดจริง ไม่ต้องแต่ง""..."เป็นฉันเองแหละ ที่ไม่น่าเริ่มบทสนทนาเรื่องแต่งงานตามที่ตัวเองรู้สึก เพราะทำเอาคนที่ถามฉันทุกวันนั่งหน้าหงิกคิ้วขมวดผูกเป็นปมแน่นมองตริติณตาขวางเหมือนใกล้จะทนไม่ไหวเต็มที"กวนตีนเก่ง""เห็นมีแต่ลูกพี่ลูกน้องผู้หญิง ที่โชว์รูมก็มีแต่สาวๆ""โชว์รูมมึงไม่มีผู้หญิงงั้นซิ""โชว์รูมกูไม่เหมือนโชว์รูมมึง""กู...""สวัสดีค่ะพี่มินิน พี่ภูผา""จ๊ะน้องโฟ"นั่งหันซ้ายมองขวาฟังผู้ชายตัวใหญ่สองคนเอาแต่เถียงกันอย่างไม่มีใครยอ

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่29

    เวลาผ่านไปเร็วเหมือนความฝัน เพราะเข้าสู่เดือนที่สิบเอ็ดแล้วที่ฉันมีเขาเข้ามาในชีวิต เป็นสิบเอ็ดเดือนที่เขาทำให้ฉันรู้จักครบทุกรสชาติเหมือนรู้จักกันมาหลายปีเลยก็ว่าได้ ถามว่าฉันให้อภัยเขาหรือยัง ฉันเองก็ไม่ค่อยแน่ใจตัวเองเท่าไหร่ แต่ลองเอาเหตุผลของเขามาคิดทบทวนดูแล้ว เป็นฉันก็คงทำไม่ต่างกัน ใครจะอยากให้คนที่ตัวเองรักเป็นอันตรายกันละ และถ้าถามถึงเรื่องสถานะระหว่างฉันกับเขายังคงไม่มีคำเรียกที่ชัดเจนเหมือนเดิม เพราะฉันอยากมั่นใจอีกหน่อยว่าเขาจะไม่ล้อเล่นกับใจฉันอีก ที่สำคัญอยากจะดัดนิสัยคนเจ้าเล่ห์อย่างเขาด้วย มีอย่างที่ไหนกันหาช่างมาเปลี่ยนประตูห้องพักให้ฉัน เป็นประตูอย่างดีและแพงมากก็จริง แต่รหัสเปิดประตูเป็นวันเกิดของเขาโดยไม่ถามความสมัครใจจากเจ้าของห้องอย่างฉันเลยสักนิด"พี่มินิน อินขอไปซื้อข้าวกลางวันก่อนนะคะ""จ๊ะ เผื่อพี่กล่องนึงนะเอาเหมือนน้องอิน""ได้เลยค่ะ"ฉันแอบมองตามหลังน้องอินเดินออกไปขึ้นรถของใครบางคนจนลับตา เป็นอย่างนี้มาสักพักหนึ่งแล้วที่น้องอินมีคนมาคอยรับคอยส่งอย่างนี้ ใช่ว่าฉันจะไม่รู้จักเขาคนนั้นนะ แต่เมื่อเป็นเรื่องส่วนตัวของทั้งสองคนและน้องอินโตพอที่จะเรียนรู้ด้วยตั

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่28

    ผมสูดลมหายใจเข้าลึกจนรู้สึกเจ็บแปลบที่อก พยายามกลืนอารมณ์ร้อนรุ่มทั้งหมดลงไป ดวงตาคมจ้องมองเธออย่างไม่ละสายตา แสงไฟในห้องสาดกระทบใบหน้าหวานที่ผมคิดถึงทุกคืน แต่ในแววตาคู่นั้นไม่มีความอ่อนโยนเหมือนก่อน มีเพียงความแข็งกร้าวและระยะห่างที่ผมเป็นคนสร้างมันขึ้นมาเอง​ "ตอบเฮีย พามันขึ้นมาทำอะไรบนห้อง" "ทำอะไรก็ได้​ ฉันโตแล้ว""มินิน" "...""โอเค​ เฮียยอม" "นี่​ อย่าเข้ามาใกล้นะ" ใบหน้าบึ้งตึงทำใจแกร่งปวดหนึบอย่างที่ไม่เคยเป็น จนผมต้องยกสองมือขึ้นยอมจำนนอย่างยอมแพ้​ ค่อยๆ​ ก้าวขาขยับเข้าไปใกล้อยากรวบตัวเธอมากอด​ แต่เธอกลับถอยหนีพยายามพองขนเหมือนเม่นน้อยที่พร้อมจะทำร้ายกัน​ ​จนผมต้องถอนหายใจระบายความอัดอั้นที่มีให้น้อยลง"เฮียไม่ได้อยากหายไป" "และไม่ได้รู้สึกรำคาญตามที่พูด" เสียงทุ้มต่ำลงโดยไม่รู้ตัว ตัดสินใจอธิบายอย่างใจเย็น​ แม้รู้ว่าเธอคงไม่เชื่อคำพูดของผมง่ายๆ"ถ้าเฮียไม่พูดแบบนั้น...""มาอธิบายอะไรตอนนี้" ขายาวก้าวเข้าไปใกล้อีกก้าวจนแทบชิด ครั้งนี้​ เธอไม่ขยับถอยหนี​ ให้เห็นดวงตาคู่กลมแดงก่ำได้ชัดเจนถามกลับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือที่แฝงไปด้วยความน้อยใจและโกรธ​ จนผมร้อนรนแทบทำอะไรไม่ถ

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่27

    เอี๊ยด...ด!เสียงล้อรถเสียดสีไปกับผิวถนนจนเกิดสะเก็ดไฟ บ่งบอกถึงการมาของใครอีกคนที่ผมเป็นคนส่งข้อความไปนัดให้มาเจอหลังจากที่ออกจากโรงพยาบาลได้ไม่ถึงหนึ่งวัน​ ตริติณฝาแฝดของผู้หญิงที่ผมพูดร้ายกับเธอไปเมื่อหลายวันก่อน"มีอะไร" "มินินเป็นยังไงบ้าง" ทันทีที่รถสปอร์ตหรูสีดำด้านรุ่นล่าสุดมาจอดข้างๆ​ พร้อมกับเปิดกระจกลงมาเป็นการยืนยันว่าเขาคือคนที่ผมนัดเอาไว้​ ก่อนจะทักทายด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่ายที่ฟังแล้วรู้สึกขัดหูไม่น้อย"ถามทำไม" "...""มีความสุขดี""กูไม่อยู่​นาน​ ฝากมึง...""น้องกู​ กูดูแลอยู่แล้ว" "งั้นก็ดี" "ส่วนมึง​ ถ้ายังเคลียร์​ตัวเองไม่ได้​ ก็อย่ากลับไปวุ่นวายกับมินินอีก" ถ้าไม่ติดว่าเป็นพี่เมีย​ ผมคงได้ซัดหน้ากวนๆ​ นั่นสักทีให้หายหมันไส้​ ไหนจะคำพูดคำจาที่ไม่เคยคิดว่าเป็นผมที่อายุมากกว่า​ แต่ผมทำได้เพียงใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้มระงับอารมณ์​หงุดหงิดที่มีก็เท่านั้น​ เพราะรู้ตัวเองดีว่าเป็นรองพี่เมียมากจนคะแนนติดลบยากที่จะทำคะแนนบวกตีตื้นขึ้นมาได้​ ยังไม่ทันได้ขอบคุณ​ในน้ำใจที่ให้เลือดกับผมในวันนั้นไม่แม้จะเปิดโอกาสได้โต้กลับใดใด​ รถคันหรูก็ออกตัวไปไกลไม่ทันให้ผมได้เปิดปากพูด ไอ้

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่26

    "ให้ติณอยู่เป็นเพื่อนมั้ย"​"แล้วน้องโฟละ" "อยู่บ้าน" "อื้ม" ฉันพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะโผลสวมกอดพี่ชายที่เดินมามาหย่อนตัวลงนั่งข้างๆ​ และเหมือนตริติณจะรับรู้ได้ถึงความรู้สึกของฉันตอนนี้ที่เต็มไปด้วยความกลัวและกังวลไปหมดถึงได้ยกแขนขึ้นมาโอบกอดฉันไว้พร้อมกับลูบผมหนาเบาเบา​ ไม่มีคำพูดใดใดแต่สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แฝดมีให้ฉันตลอดมา​ "อุ้ย! ​เจ็บรึเปล่า​ มินินขอโทษนะ" "ไม่" จนฉันลืมไปเลยว่าแขนของตริติณมีพลาสเตอร์​ปิดเอาไว้เพราะเพิ่งผ่านการให้สิ่งสำคัญกับคนที่นอนนิ่งมีสายระโยงระยางเต็มไปหมดอยู่ในห้องไอซียูเมื่อชั่วโมงที่ผ่านมา​ แต่ตริติณก็คือตริติณต่อให้เจ็บมากแค่ไหนก็ไม่ยอมปริปากพูดออกมาหรอก​ ฉันเลยขยับตัวออกห่างเล็กน้อยก้มหน้ามาเป่าตรงรอยจุดเล็กๆ​ สีแดงหวังช่วยให้ความเจ็บลดลงบ้าง​ ถึงจะรู้ว่าอาจจะช่วยไม่ได้เลยก็ตาม​ อย่างน้อยฉันก็อยากตอบแทนความใจดีของตริติณที่ช่วยชีวิต​เขาเอาไว้"ไม่กลัว?" "ไม่" ถ้าเดาไม่ผิด​ ตริติณ​คงหมายถึงตัวตนที่เขา​เป็น​และความอันตรายที่อยู่รอบทุกทิศทุกทางเหมือนอย่างวันนี้​ แต่แล้วยังไงหล่ะ​ ในเมื่อฉันเลือกเปิดใจให้เขาแล้ว​ เรียนวิชาป้องกันตัวหรือการจับปืนฉ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status